โควิดกลายพันธุ์โผล่มาเลเซีย พบแล้วอย่างน้อย 60 เคส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641191

วันที่ 25 ธ.ค. 2563 เวลา 12:40 น.โควิดกลายพันธุ์โผล่มาเลเซีย พบแล้วอย่างน้อย 60 เคสมาเลเซียเผยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่คล้ายเชื้อในแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์

เดอะสเตรตส์ไทมส์รายงาน เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. นายแพทย์นูร์ ฮิชาม อับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียระบุว่าพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ “A701B” ในประเทศจาการสุ่มกลุ่มตัวอย่างในซาบาห์

โดยใกล้เคียงกับสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในประเทศแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสจะส่งผลให้มีสามารถแพร่กระจายและรุนแรงมากขึ้นหรือไม่

นายแพทย์นูร์กล่าวเสริมว่า ไวรัสมีกลายกลายพันธุ์อยู่เสมอและจะมีการเฝ้าติดตามและศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของสายพันธุ์ต่างๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ได้ตรวจพบไวรัสกลายพันธุ์ใน 60 ตัวอย่างที่นำมาจากผู้ป่วยในซาบาห์ โดยก่อนหน้านี้มาเลเซียเคยพบการกลายพันธุ์ “D614G” ที่ระบุว่ามีการติดเชื้อมากกว่าสายพันธุ์เดิม 10 เท่า ในรัฐเคดาห์ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามรัฐบาลมาเลเซียยังไม่มีท่าทีว่าจะเพิ่มระยะเวลาการกักตัวจาก 10 วันเป็น 14 วัน โดยให้เหตุผลว่าส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการภายในสัปดาห์แรก ดังนั้นหากกักตัวเพียงแค่ 7 วันจะมีความเสี่ยงสูง ขณะที่การกักตัว 10 วัน และ 14 วันนั้นแทบไม่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อและกักตัวหากมีผลตรวจเป็นลบ แต่หากผลตรวจเป็นบวกจะถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป

Photo by Mohd RASFAN / AFP

พักรบโควิด กองทัพเมียนมาจัดพิธีเฉลิมฉลองเรือดำน้ำลำแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641187

วันที่ 25 ธ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.พักรบโควิด กองทัพเมียนมาจัดพิธีเฉลิมฉลองเรือดำน้ำลำแรกเมียนมาจัดขบวนสวนสนามทางเรือพร้อมเปิดตัวเรือดำน้ำลำแรกอีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 73 ปีกองทัพเรือ

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. สำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมารายงานว่ากองทัพเรือเมียนมาเฉลิมฉลองวันครบรอบ 73 ปีด้วยการจัดขบวนสวนสนามทางเรือ และนำเรือดำน้ำลำแรกของเมียนมา “UMS Minye Theinkhathu” ออกมาปรากฏต่อสายตาประชาชนอีกครั้งที่ท่าเรือในย่างกุ้ง

เรือดำน้ำลำดังกล่าวเป็นเรือดำน้ำพลังงานดีเซล ซึ่งผลิตในรัสเซียช่วงปี 1980 โดยเป็นเรือระดับ Kilo-class ของสหภาพโซเวียต ก่อนที่อินเดียจะนำเข้าประจำการในปี 1988 และได้ส่งต่อให้กับเมียนมาในที่ปีแล้ว และเป็นเรือดำนำลำแรกของเมียนมา โดยรัฐบาลเมียนมาตั้งชื่อใหม่ว่า “UMS Minye Theinkhathu” ซึ่งเป็นชื่อของฮีโร่ในประวัติศาสตร์เมียนมา

นอกจากนี้ยังมีเรือรบอีก 6 ลำที่ผลิตขึ้นในประเทศเมียนมาเข้าร่วมขบวนสวนสนามครั้งนี้ด้วย โดยมีพลเอก อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ (Min Aung Hlaing) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, พลเรือเอก ติน อ่อง ซาน (Tin Aung San) ผู้บัญชาการกองทัพเรือ, พลอากาศเอก หม่อง หม่อง จ่อ (Maung Maung kyaw) ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตรัสเซียและอินเดียประจำเมียนมาเข้าร่วมพิธีด้วย

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Ftheirrawaddy%2Fposts%2F4013030592075101&width=500&show_text=true&height=780&appId

Photo by STR / AFP

ลงดาบแจ็ค หม่าแล้ว ใครจะเป็นรายต่อไป? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641166

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 22:00 น.ลงดาบแจ็ค หม่าแล้ว ใครจะเป็นรายต่อไป? หลังจากที่แจ็ค หม่าถูกเชือดไปแล้วหนึ่งราย เราจะมาสำรวจความเป็นไปได้กันว่าเจ้าสัวรายไหนที่จะถูกรัฐบาลเล่นงานเป็นรายต่อไป

ปี 2020 คือปีหายนะของคนทั้งโลก แต่สำหรับสองยักษ์ใหญ่ธุรกิจจีนอย่าง Alibaba กับ Tencent แล้วมันเป็นที่ยิ่งกว่าหายนะเสียอีก

ปีนี้ธุรกิจออนไลน์มาแรงเพราะการล็อคดาวน์ เฉพาะในจีนกิจกรรมออนไลน์หลายๆ ด้านกลายเป็นนิวนอร์มอลแบบเต็มตัว ซึ่งธุรกิจพวกนี้มีผู้เล่นสำคัญคือ Alibaba กับ Tencent ครองพื้นที่จนดูเหมือนจะเป็นการผูกขาด แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้น

ที่ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะในเซกเตอร์นี้ยังมีคู่ข่งรายอื่นๆ อีก แต่ก็เช่นเดียวกัน ผู้เล่นรายอื่นๆ ก็มีแต่รายใหญ่ๆ ที่กุมส่วนแบ่งตลาดใหญ่เกินไป ทำให้ตั้งข้อแม้กับลูกค้าแบบไม่เกรงใจหลายกรณี ไม่ใช่แค่เพิ่งจะเริ่มในปีนี้ แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ตัวอย่างเช่นกรณีของ Meituan (เหม่ยถวน เตี่ยนผิง) ซึ่งในปีที่แล้วกุมส่วนแบ่งตลาดบริการส่งอาหารในจีนถึง 60% ลูกค้าหลายคนเริ่มกล่าวหาว่า Meituan เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงเกินไป ส่วนพนักงานของบริษัทก็นัดหยุดงานประท้วงเพราะถูกกดค่าแรง

ในด้านบริการเรียกรถแท็กซี่ Didi Chuxing (ตีตี ชูสิง) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Uber ถูกจับตามานานหลายปีเรื่องแนวโน้มที่จะผูกขาดตลาด โดยเฉพาะในปี 2018 ทางการจีนทำการสืบสวนแล้วพบแนวโน้มที่บริษัทนี้จะผูกขาดตลาด เนื่องจากเป็นผู้บริการรายใหญ่รายเดียว ปัจจุบันกุมส่วนแบ่งตลาดถึง 90% แต่รัฐบาลก็ยังไม่ลงดาบจนถึงวันนี้

ส่วน ByteDance ผู้ให้บริการความบันเทิงขนาดสั้นในรูปแบบคลิปที่เรารู้จักกันดีคือ TikTok ไม่ได้มีปัญหาในประเทศมากนัก แต่เรารู้กันว่าบริษัทนี้ถูกเล่นงานอย่างหนักในสหรัฐ ส่วนในประเทศจีน ByteDance พยายามริเริ่มไลน์ธุรกิจใหม่ๆ เช่น ทำเสิร์ชเอนจินเพื่อท้าทายการผูกขาดของ Baidu ดังนั้นบริษัทนี้จึงน่าจะรอดอย่างน้อยก็ตอนนี้

Didi กับ ByteDance ยังเตรียมลงมาเล่นธุรกิจแนวฟินเทคด้วย โดยช่วงปลายปี 2020 มีรายงานว่า Didi จะเปิดบริการเพย์เมนต์ที่ชื่อ Yuefu เพื่อให้โอกาสลูกค้านั่งรถก่อนจ่ายทีหลัง เพียงแต่มันมาในรูปของเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยระยะ 38 วัน

ส่วน ByteDance จะเปิดบริการสินเชื่อผ่าน Douyin (ซึ่งเป็น TikTok เวอร์ชั่นจีน) เพื่อกู้เงินไปซื้อสินค้าหรือบริการที่พ่วงกับแอพนี้ ตอนนี้ให้บริการบางส่วน

การให้บริการแบบนี้คาบลูกคาบดอกกับภาคการเงินพอสมควรและยังเกี่ยวกับการก่อหนี้โดยตรง ซึ่งรัฐบาลจีนไม่น่าจะแฮปปี้

มันอาจทำให้ Didi กับ ByteDance เจอเล่นงานแบบเดียวกับ Alibaba กับ Tencent ที่พยายามลงมาเล่นภาคการเงินจนถูกรัฐบาลเบรค และสั่งห้ามแพลตฟอร์มธุรกิจฟินเทค (ซึ่งเป็นของยักษ์ออนไลน์ใหญ่ๆ) ผูกธุรกิจกับธนาคารเกินกว่า 1 แห่งเพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มใดๆ ได้รับส่วนแบ่งการตลาดมากเกินไป

หรือถ้าจะให้ตีความเจตนาของจีนก็คือ ไม่อยากให้บริษัทที่ใหญ่ในด้านอื่นอยู่แล้วเข้ามากินส่วนแบ่งในฟินเทค โดยเฉพาะการให้บริการที่ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น

ที่ Ant ของแจ็ค หม่าถูกตัดตอนก่อนที่จะเปิด IPO ส่วสนหนึ่งก็เพราะเกรงกันว่าจะกระตุ้นให้มีการกู้เงินมากเกินไปเพราะ Ant ปล่อยเงินง่ายดายโดยอ้างว่าคำนวณโอกาสที่หนี้จะไม่เสียได้โดยใช้อัลกอริธึม แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจีนจะไม่เสี่ยงด้วย

ก่อนที่จะวิเคราะห์แนวโน้มต่อไป เรามาดูกันก่อนว่าตัวเล่นที่สำคัญในธุรกิจออนไลน์ของจีนในตอนนี้มีใครบ้าง

Alibaba, JD.com และ Pinduoduo อยู่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, Tencent อยู่ในธุรกิจเกม โซเชียลมีเดีย และโมไบล์เพย์เมนต์, ByteDance อยู่ในธุรกิจคลิปสั้น, Didi Chuxing อยู่ในธุรกิจบริการแท็กซี่ และ Meituan อยู่ในบริการส่งอาหาร

ในบรรดาบริษัทเหล่านี้ถูกรัฐบาลเรียกตัวไปคุยมาแล้วว่าให้ระวังการทำธุรกิจแบบผูกขาด แต่ที่ถูกรัฐบาลเล่นงานไปแล้ว คือ Alibaba ฐานผูกขาดตลาด โดยก่อนหน้านี้ Ant ซึ่งอยู่ในเครือก็ถูกเชือดไปแล้ว ทำให้ตอนนี้อาณาจักรของแจ็ค หม่าเจอหนักที่สุด

ถามว่าทำไมบริษัทในสายเดียวกันอย่าง JD.com กับ Pinduoduo จึงไม่เจอดีแบบแจ็ค หม่า?

ทั้งสองค่ายมีเรื่องมีราวกับ Alibaba อยู่ก่อนแล้ว แค่ไม่ละเมิดกฎหมายจนตกที่นั่งลำบาก ทั้งสองควรจะดีใจที่กฎหมายฉบับนี้เอาผิดกับ Alibaba

ตัวอย่างเช่น Pinduoduo มีกรณีที่ผู้ผลิตสินค้ารายหนึ่งโวยวายว่า Alibaba เรียกค่าปรับเพราะบริษัทนี้ไปขายสินค้าในแพลตฟอร์มของ Pinduoduo ที่เป็นคู่แข่ง ส่วน JD.com ก็เคยกล่าวหา Alibaba บีบผู้ขายทำสัญญาไม่ให้ไปค้ากับแพลตฟอร์มอื่น

มันเป็นกรณีพิพาทแบบนี้มานาน แต่รัฐบาลจีนยังไม่ขยับมากนัก จนกระทั่งในปีนี้จู่ๆ ก็ชักดาบออกมาฟันยักษ์เสียอย่างนั้น แต่คู่กรณีของ Alibaba รายอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะไม่โดนดังที่บอกไปว่าทั้งหมดถูกเรียกไปเตือนแล้วว่าอย่าทำตัวผูกขาดตลาด

ตอนนี้กรมการเมืองจีน (โปลิตบูโร) กำลังเพ่งเล็งไปที่ “การขยายตัวของทุนอย่างไม่เป็นระเบียบ” ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่แค่พฤติกรรมผูกขาดเท่านั้น กิจกรรมทางธุรกิจอะไรที่ดูจะเป็นเอาเปรียบลูกค้าหรือคู่แข่ง อาจจะถูกเพ่งเล็งเอาง่ายๆ

ถ้าบริษัทที่เป็นคู่กรณีของ Alibaba ยังไม่มีดวงขึ้นเขียง แล้วบริษัทไหนที่มีโอกาสตามรอย? คาดว่าบริษัทที่มีโอกาสถูกตรวจสอบการผูกขาดมากที่สุดก็คือ Tencent ซึ่งในระยะหลังผนึกกำลังกับ Alibaba ในหลายๆ ด้าน เช่นการแบ่งกันถือหุ้นก้อนใหญ่ในแพลตฟอร์มวิดิโอ Bilibili และทั้งสองก็ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มนี้เพื่อหนุนธุรกิจตัวเอง เช่น Alibaba ใช้หนุนแพลตฟอร์มขายสินค้าและ Tencent ใช้หนุนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์กับสตีมมิ่งเพลง

ราวกับว่ากำลังต้องการทำให้ตลาดเหลือยักษ์ที่แบ่งกันหากินคนละเซกเตอร์เพียงสองยักษ์ โดยเฉพาะเป้าหมายในการกำราบไม่ให้ ByteDance เป็นเจ้าตลาดด้านความบันเทิงออนไลน์และกำลังเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงตัวเล่นใหม่ๆ ที่เข้ามาเป็น “ผู้เล่นทรงคุณค่า” แทนที่รุ่นใหญ่รุ่นเดิม

นอกจากผนึกกำลังกันแล้วยังแยกกันตีด้วย โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน Alibaba กับ Tencent แยกกันไปเจรจากับ Baidu ซึ่งนอกจากจะเป็นเสิร์ชเอ็นจินที่เกือบจะผูกขาดของจีนแล้ว ยังเป็นเจ้าของออนไลน์วิดิโอแพลตฟอร์มยอดนิยมคือ iQIYI ด้วย ทั้งสองบริษัทพยายามจะซื้อแพลตฟอร์มนี้มาครอง ทั้งๆ ที่ทั้งสองก็มีออนไลน์วิดิโอแพลตของตัวเองอยู่แล้ว

ปรากฏว่าดีลนี้ไปไม่ถึงไหน เพราะถูกทางการจีนเพ่งเล็งเสียก่อน หลังจากนั้นไม่นานแจ็ค หม่าก็เริ่มที่จะถูกตรวจสอบหนักขึ้นเรื่อยๆ

รายต่อไปก็คือ Tencent อย่างแน่นอน แต่ที่ยังไม่ถูกเล่นงานก็เพราะไม่ได้ผลักดันแผนการที่ทะเยอทะยานเหมือนแจ็ค หม่าในธุรกิจฟินเทคและไม่ได้ท้าทายอำนาจรัฐเหมือนแจ็ค หม่า ข้อดีของโพนี หม่า บิ๊กบอสของ Tencent ก็คือเขาเป็นคนโลว์โพร์ไฟล์ ดังนั้นโอกาสที่จะพูดอะไรเป็นที่ขัดเคืองใจรัฐบาลจึงมีน้อย

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่โดน บริษัทนี้มีทั้งแนวโน้มการผูกขาดตลาดผ่านเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกอึดอัด เช่นกรณี China Literature (เหยี่ยเหวิน จี้ถวน) ของ Tencent เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผู้เขียนหนังสืออีบุ๊คผ่านแพลตฟอร์มนี้โวยวายว่าเงื่อนไขใช้บริการส่อไปในทางผูกขาด

โพนี่ หม่า เคยบอกว่า “ในอเมริกาเมื่อคุณนำไอเดียออกสู่ตลาด คุณมักจะมีเวลาหลายเดือนก่อนที่การแข่งขันจะปรากฏขึ้นทำให้คุณสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญได้ ในประเทศจีนคุณสามารถมีคู่แข่งได้หลายร้อยคนภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของการถ่ายทอดสด แนวคิดไม่สำคัญในจีน – การตัดสินใจทำนั่นแหละสำคัญ”

Tencent จึงลงมือทำด้วยการควบกิจการเพื่อสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายนได้ดีลใหญ่คือการรวมกิจการกับ Huya (หู่ยา) กับ DouYu (โต้วอวี้) แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนทั้งสองแห่ง ที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในด้านเกมส์มากขึ้นไปอีก

แต่แล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนี่เองที่ทางการจีนกำลังจะตรวจสอบว่าดีลนี้เข้าข่ายผูกขาดตลาดหรือไม่

หรือถ้ายังไม่โดนในตอนนี้กฎหมายใหม่จะบ่อนทำลายยุทธวิธีซื้อกิจการ+ควบรวมกิจการที่ Tencent มักจะทำเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่

หลังจากนี้โพนี่ หม่าจะต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนจะควบรวมกิจการกับใคร

จะว่าไปแล้วกฎหมายต่อต้านการผูกขาดเป็นคุณกับ ByteDance อยู่ไม่น้อยเลย มันยังทำให้จีนมีแพลตฟอร์มที่หลากหลายขึ้น กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ

อย่างที่เราจะเห็นว่าผลผลิตภัณฑ์ของ ByteDance คือ Douyin กับ TikTok ฮิตขนาดไหน ตัวแรกนั้นฮิตในจีนแรงมากจนสะเทือน Tencent และตัวหลังฮิตไปทั่วโลกจนรัฐบาลสหรัฐยังหาทางกำจัด

Photo by Fabrice COFFRINI / AFP

เมียนมาไม่พอใจไทยเลือกปฏิบัติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641157

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 20:34 น.เมียนมาไม่พอใจไทยเลือกปฏิบัติสื่อเมียนมาเผยมุมมองอีกด้านของแรงงานเมียนมาในไทย

เว็บไซต์ข่าวอิระวดีของเมียนมารายงานว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยซึ่งมีชาวเมียนมาหลายร้อยคนที่ทำงานในจังหวัดสมุทรสาครติดเชื้อไวรัสโคโรนา สร้างความกังวลใจว่าไทยอาจต้องเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง และประชากรชาวเมียนมาในประเทศไทยจะตกเป็นเป้าหมายของการเลือกปฏิบัติ

ทางการไทยได้จัดประชุมและออกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโลก รวมถึงการปิดตลาดและหอพักในสมุทรสาครเพื่อจำกัดพื้นที่ของแรงงานเมียนมา รวมทั้งการปิดล้อมด้วยลวดหนาม

โดยแรงงานหลายพันคนถูกบังคับให้อยู่รวมกันในสถานที่ที่คับแคบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น รวมทั้งหน่วยงานในกรุงเทพได้เรียกร้องให้ศาสนสถานทุกแห่งห้ามชาวเมียนมาเข้าไปทำบุญจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น จึงเกิดคำถามถึงการเลือกปฏิบัติและการกระทำสองมาตรฐาน

นอกจากนี้ตามรายงานระบุว่าแรงงานพม่าจำนวน 2,482,256 คนได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานไทยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้นพวกเขาจึงควรได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานไทย แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แรงงานทุกคนที่จะได้รับการปฏิบัติในแบบเดียวกันและยังมีช่องโหว่อีกมากมาย

พร้อมกล่าวว่าประเทศไทยควรทำอะไรมากกว่านี้เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานและครอบครัวของพวกเขาจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม โดยประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องดูแลสุขภาพของแรงงานในประเทศอย่างเหมาะสมและอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการกลับบ้าน

สื่อเมียนมามองว่านโยบายคุ้มครองทางสังคมของประเทศไทยควรคุ้มครองทั้งแรงงานที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน พวกเขามองประเทศไทยเสมือนบ้านและด้วยเหตุนี้จึงระบุว่ารัฐบาลไม่ควรทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งพวกเขายังเป็นแรงงานที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยในวันข้างหน้า

รวมถึงเดอะเมียนมาไทมส์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชากล่าวต่อว่าแรงงานชาวเมียนมาที่ลักลอบเข้าประเทศมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โดยผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็นแรงงานจากเมียนมาที่ทำงานในอุตสาหกรรมอาหารทะเล

ขณะที่ผู้ขนส่งกุ้งชาวเมียนมากล่าวว่า การที่ชาวไทยกล่าวโทษพวกเขาโดยไม่มีหลักฐานเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมและฟังความข้างเดียว โดยไม่มีการให้ข้อมูลว่าใครบ้างที่มีผลตรวจเป็นบวก ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวต่อชาวแรงงานเมียนมาทั้งหมด

โดยแรงงานชาวเมียนมาถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความรู้สึกต่อต้านพม่าในหมู่คนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยหรือทำงานบริเวณชุมชนชาวเมียนมาอย่างมหาชัย

อาลีบาบาผูกขาดตลาดต้องโทษรัฐบาลจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641153

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 19:02 น.อาลีบาบาผูกขาดตลาดต้องโทษรัฐบาลจีนบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์กชี้ว่า รัฐบาลจีนเองเป็นต้นเหตุและสนับสนุนให้เกิดการผูกขาดของอาลีบาบา

วันนี้ (24 ธ.ค.) ทางการจีนประกาศว่าจะเดินหน้าสอบสวนอาลีบาบาในข้อหาผูกขาดทางการค้า และธนาคารกลางของจีน รวมทั้งหน่วยงานกำกับดูแลด้านการธนาคารจะเรียกแอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอาลีบาบาเข้าชี้แจง คำสั่งฟ้าผ่านี้ส่งผลให้หุ้นของอาลีบาบาร่วงถึง 8.6% ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

บลูมเบิร์กระบุว่า การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมาของอาลีบาบาเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลทั้งการปกป้องและการเอาอกเอาใจภาคธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่กำลังเติบโตอยู่ในขณะนี้ ภายใต้ข้ออ้างว่าเพื่อความมั่นคงของชาติ ผู้นำจีนงัดทั้งการเซ็นเซอร์ การจำกัดการเป็นเจ้าของกิจการของชาวต่างชาติ และข้อจำกัดอื่นๆ มาสกัดบรรดาคู่แข่งจากต่างชาติ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไป่ตู้ (Baidu) อาลีบาบา (Alibaba)  และเท็นเซนต์ (Tencent) หรือที่รู้จักกันในนาม BAT ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างนวัตกรรมและความทันสมัยของจีน และการที่รัฐบาลจีนไม่ได้เอาอะไรไปจากผู้ก่อตั้งบริษัทเหล่านี้ที่สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาด้วยมือเปล่า บวกกับการที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ กูเกิล แอมะซอน และเฟซบุ๊ค ก็ทำให้ BAT ได้เกราะป้องกันชั้นดี

การผ่อนผันจากรัฐบาลในช่วงที่บริษัทกำลังตั้งไข่ได้ฟูมฟักให้อาลีบาบาผงาดขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ในภายหลัง โดยรัฐบาลจีนเป็นผู้เปิดไฟเขียวและสนับสนุนให้การผูกขาดเกิดขึ้น

แต่ตอนนี้อาณาจักรอาลีบาบาใหญ่โตเกินไป และรัฐบาลจีนก็ต้องการเด็ดปีกยักษ์ใหญ่ตนนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย

การเสนอขายหุ้นแก่สาธารณชนครั้งแรก (IPO) เมื่อเดือน พ.ย.ของแอนท์ กรุ๊ป ซึ่งจะเป็นการ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของโลกหากสำเร็จ ถูกสั่งระงับกะทันหันในนาทีสุดท้าย หลังจากที่ แจ็ก หม่า วิจารณ์ระบบการธนาคารของจีนไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า

หลังจากทางการจีนสั่งตรวจสอบอาลีบาบา หนังสือพิมพ์ People’s Daily ซึ่งเป็นปากเสียงของรัฐบาลจีนระบุในบทความว่า ทางการจีนต้องการกำกับดูแลและชี้แนวทางการพัฒนาให้ธุรกิจที่ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

People’s Daily ยังเสริมอีกว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการสนับสนุนและส่งเสริมภาคธุรกิจนี้ แต่การต่อสู้กับการผูกขาดกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนเนื่องจากทรัพยากรทั้งหลายไหลไปสู่บริษัทเหล่านี้

เหตุการณ์นี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรปที่บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ถูกตรวจสอบในข้อหาผูกขาดทางการค้า แต่ก็มีความแตกต่างกัน โดยในสหรัฐคณะกรรมการกำกับดูแลทำได้เพียงหวังว่าพวกเขาจะมีอำนาจเพียงพอที่จะสกัดบริษัทอย่างกูเกิล เฟซบุ๊ค หรือแอมะซอน

ทว่าด้วยโครงสร้างนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมของสหรัฐ ทำให้ทางการทำได้เพียงรอคอยให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเป็นการผูกขาด แล้วค่อยก้าวเข้าไปจัดการ

ขณะที่ในจีน มืออันแข็งแกร่งของรัฐบาลเอื้อมไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเปิดเผยหรือซ่อนเร้น ซึ่งบรรดาเจ้าของบริษัทถูกบีบบังคับให้เดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “ใกล้ชิดกับรัฐบาล” และ “ใกล้ชิดเกินไป” บรรดาบริษัทในแดนมังกรจึงเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของชาติ และบางครั้งก็เป็นศัตรูที่เข้มแข็ง

แต่ไม่ว่าสุดท้ายแล้วทางการจีนจะฟันธงว่าอาลีบาบาผูกขาดตลาดหรือไม่ เพียงโอกาสที่จะถูกรัฐบาลจีนควบคุมก็เพียงพอให้บรรดาเจ้าของบริษัทลุกขึ้นมาดำเนินการอะไรสักอย่างแล้ว

และจากรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล หม่าได้ยื่นข้อเสนอแบ่งแอนท์ กรุ๊ป ส่วนหนึ่งให้รัฐบาลจีนเพื่อแสดงความมีน้ำใจก่อนที่ IPO จะถูกระงับแบบฟ้าผ่า ผิดกับท่าทีของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ที่แสดงท่าทีแข็งขืนระห่างการตอบคำถามในสภาคองเกรส

แต่ในท้ายที่สุดแล้ว “ข้อเสนอ” ของหม่าก็ไม่เพียงพอ

และในเมื่อรัฐบาลจีนช่วยปลุกปั้นอาลีบาบาขึ้นมา อำนาจที่จะตัดสินอนาคตของอาลีบาบาจึงอยู่ในมือรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว

สื่อนอกกังวลไทยเหยียดเมียนมาแรงบนโซเชียล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641147

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 17:33 น.สื่อนอกกังวลไทยเหยียดเมียนมาแรงบนโซเชียลรอยเตอร์สพบคนไทยบางส่วนใช้คำพูดสร้างความเกลียดชังต่อชาวเมียนมา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อเป็นแรงงานชาวเมียนมาจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดคำพูดสร้างความเกลียดชัง (hate speech) ของคนไทยบางส่วนต่อชาวเมียนมา เช่น “ถ้าเห็นคนเมียนมาที่ไหนให้ยิงทิ้งซะ” หนึ่งในคอมเมนต์ของคนไทยในยูทูบหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในกลุ่มแรงงานชาวเมียนมา

โดยรอยเตอร์สพบความคิดเห็นที่ก่อความไม่สงบบนโซเชียลมีเดียคือการเรียกร้องไม่ให้แรงงานต่างด้าวที่ติดเชื้อเข้ารับการรักษา และลงโทษที่พวกเขาทำให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดในประเทศ

รวมทั้งยังมีการตั้งคำถามในการปฏิบัติต่อแรงงานเมียนมาหลายล้านคนในประเทศไทย โดยพวกเขาถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงรถประจำทาง, รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมถึงสำนักงาน

กลุ่มตรวจสอบโซเชียลมีเดียเพื่อสันติภาพ (Social Media Monitoring for Peace) กล่าวกับรอยเตอร์สว่าพบความคิดเห็นหลายร้อยรายการที่จัดว่าเป็นคำพูดสร้างความเกลียดชังบนยูทูบ, เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์

หนึ่งในสมาชิกกลุ่มกล่าวว่า “ความคิดเห็นเหล่านั้นและการเหยียดเชื้อชาติมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมความเป็นชาตินิยม เรากังวลว่าการเลือกปฏิบัติบนโซเชียลมีเดียอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติและความรุนแรงในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย”

โฆษกของเฟซบุ๊กเผยว่า ตรวจพบคำพูดสร้างความเกลียดชังจำนวนมาก และทราบดีว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เปราะบางและเป็นอันตราย โดยเฟซบุ๊กได้ทำการลบความคิดเห็นหลายรายการเนื่องจากละเมิดนโยบายคำพูดสร้างความเกลียดชัง

ด้านทวิตเตอร์กล่าวว่ากำลังตรวจสอบปัญหานี้ ขณะที่โฆษกรัฐบาลไทยและเมียนมายังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ม็อบฮ่องกงต้องกบดานหลังสหรัฐปฏิเสธลี้ภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641134

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 16:02 น.ม็อบฮ่องกงต้องกบดานหลังสหรัฐปฏิเสธลี้ภัยเปิดบทสัมภาษณ์ เจิงจี้เจี้ยน นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงที่กำลังหลบซ่อนตัวหลังถูกปฏิเสธลี้ภัยไปสหรัฐ

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เปิดเผยบทสัมภษณ์ของ เจิงจี้เจี้ยน  (Tsang Chi-kin) วัย 19 ปี หนึ่งในผู้ประท้วงชาวฮ่องกง ซึ่งขณะนี้กำลังซ่อนตัวและหวาดระแวงต่อกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. เขามีกำหนดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแต่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อศาล

เจิงจี้เจี้ยนเป็นนักเคลื่อนไหวที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงบริเวณหน้าอกในเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2020 และถูกจับในเวลาต่อมาในข้อหาก่อจลาจลและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เขายังเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหว 4 คนที่ไปขอยื่นลี้ภัยที่สถานกงสุลสหรัฐในฮ่องกงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่แผนการลี้ภัยของเขาต้องจบลงเมื่อมีนักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ ถูกจับกุมขณะเดินทางไปยื่นขอลี้ภัยเช่นกัน

เจิงจี้เจี้ยนเล่าว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยติดต่อสถานกงสุลแล้วและได้รับอนุญาตให้เขาไปได้ เขาเริ่มเห็นความหวังแม้รู้ว่ามันจะเสี่ยงก็ตาม แต่เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่กลับขับไล่พวกเขาและบังคับให้พวกเขากลับไป

ตั้งแต่ที่เขาพยายามขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลสหรัฐ เขาต้องเจอกับข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

เขากล่าวว่า “ผมคิดว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมในฮ่องกง เมื่อมีการบัญญัติกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ การปราบปรามก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สถานการณ์ในฮ่องกงตอนนี้กำลังแย่ และผมไม่คิดว่าจะอยู่ในฮ่องกงต่อไปได้” พร้อมยืนยันว่าอย่างไรก็ตามเขาจะหาทางลี้ภัยออกจากฮ่องกงให้ได้

ทุกวันนี้เขาอยู่ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกตำรวจตามล่าและถูกตั้งข้อหาเพิ่ม ซ่างเผยว่าเขายังรอคอยความช่วยเหลือแม้จะรู้ดีว่าเป็นไปได้ยากแต่เขาถอยกลับไปไม่ได้แล้วและจะพยายามผ่านมันไปให้ได้

Photo by ISAAC LAWRENCE / AFP

เชือด แจ็ก หม่า ซ้ำ! รัฐบาลจีนฟันอาลีบาบาผูกขาดการค้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641123

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 14:34 น.เชือด แจ็ก หม่า ซ้ำ! รัฐบาลจีนฟันอาลีบาบาผูกขาดการค้าทางการจีนไล่ตรวจสอบอาลีบาบาอย่างหนัก ทำหุ้นร่วงหนักสุดในรอบ 5 เดือน

สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดทางการค้าของจีนเผยว่า รัฐบาลจีนกำลังตรวจสอบบริษัท อาลีบาบา ของ แจ็ก หม่า ในข้อหาผูกขาดการค้า รวมทั้งจะเรียกผู้บริหารจากบริษัท แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบาเข้าพบหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน รวมทั้งธนาคารกลาง

ด้านอาลีบาบาและแอนท์ กรุ๊ปออกแถลงการณ์ว่า จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

คำสั่งตรวจสอบดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของอาลีบาบาในตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง 8.6% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ประกาศจะจัดการกับการผูดขาดตลาดและการขยายการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นอกจากแอนท์ กรุ๊ปจะให้บริการการชำระเงินทางออนไลน์แล้ว ยังขยับขยายไปสู่การปล่อยเงินกู้สำหรับลูกค้าและธุรกิจขนดาดเล็ก ทำให้รัฐบาลเริ่มกังวลว่าหนี้ส่วนตัวของชาวจีนจะเพิ่มขึ้นจนเป็นปัญหากับระบบการเงินในภาพรวมของประเทศ

ทางการจีนออกกฎหมายควบคุมการปล่อยเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์หลังจากฟินเทคบักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบาและเท็นเซนต์กลายเป็นผู้นำตลาด

ทั่วโลกชื่นชมกู้ภัยไทย ช่วย CPR ลูกช้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641114

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 13:34 น.ทั่วโลกชื่นชมกู้ภัยไทย ช่วย CPR ลูกช้างสื่อนอกเผยคลิปนาทีชีวิตกู้ภัยไทยปั๊มหัวใจลูกช้างป่า

สื่อต่างประเทศ อาทิ บีบีซี, ซีเอ็นเอ็น, รอยเตอร์ส และเดอะ การ์เดียน เผยแพร่คลิป มานะ ศรีเวช เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวไทยพยายามทำ CPR ปั๊มหัวใจลูกช้างป่าที่นอนหมดสติหลังถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนขณะกำลังข้ามถนน ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี จนกระทั่งลูกช้างฟื้นและสามารถลุกขึ้นยืนได้

รวมทั้งในเฟซบุ๊กของบีบีซี ซึ่งมีคนเข้ามากดถูกใจกว่า 7 หมื่นคน รวมทั้งความคิดเห็นอีกกว่าพันรายการ อาทิ Cora Chan ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งกล่าวว่า “เราต้องการฮีโร่แบบเขาอีกมากเพื่อส่งต่อความรัก ความเมตตากรุณา ศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ และความช่วยเหลือ”

และ Sarah Campbell Marchment กล่าวว่า “ฉันร้องไห้เลย ชายคนนั้นน่ารักมาก หวังว่าช้างตัวนั้นจะไม่ถูกรถชนอีกและมีอายุยืน”

รวมถึงเพจดังอย่าง 9GAG  ก็ได้เผยแพร่คลิปดังกล่าวด้วยยอดกดถูกใจกว่า 4 หมื่น และความคิดเห็นอีกกว่า 300 รายการ อาทิผู้ใช้เฟซบุ๊ก Laetitia Cavinato แสดงความเห็นว่า “เป็นเรื่องราวที่ดีมาก คุณทำได้ดีมากมานะ ช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาด เขาอาจจะจำได้ว่าคุณช่วยชีวิตเขา”

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมองว่าผู้คนสร้างถนนบนเส้นทางของสัตว์ป่าดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เดือดร้อนรบกวนสัตว์ป่าเหล่านั้น

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F9gag%2Fposts%2F10161215229131840&width=500&show_text=true&height=489&appId

กลัวโควิด! ลาวห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากไทยชั่วคราว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641111

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 12:30 น.กลัวโควิด! ลาวห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากไทยชั่วคราวทางการลาวสั่งห้ามนำเข้าซีฟู้ดจากไทยชั่วคราว หลัง Covid-19 ระบาดหนักที่สมุทรสาคร  

The Laotian Times รายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของลาวได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ห้ามนำเข้าอาหารทะเลทั้งแบบสดและแช่แข็งจากประเทศไทยชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19

คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ที่ผ่านมา จนกว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากทั้งทางการลาวและไทยจะหารือเรื่องนี้ รวมทั้งหามาตรการป้องกัน ตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารทะเลที่นำเข้าจากไทยว่าปลอดจากเชื้อโคโรนาไวรัส

นอกจากนี้ คณะกรรมการอาหารและยาของลาวจะรับผิดชอบในการประสานงานกับทางการไทยเพื่อหาทางแก้ไขอย่างทันท่วงที

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก Covid-19 ระลอกใหม่ระบาดจากตลาดกลางค้ากุ้งในจังหวัดสมุทรสาครจนมีผู้ติดเชื้อนับพันคนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีความเสี่ยงที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะปนเปื้อนไปกับอาหารทะเลนำเข้าจากไทย