‘วิษณุ’จ่อชงกรธ.ปรับแก้ถ้อยคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160209/222091.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
‘วิษณุ’จ่อชงกรธ.ปรับแก้ถ้อยคำ

‘วิษณุ’ เผยความเห็นร่างรธน.แต่ละกระทรวงไม่ต้องเข้า ครม.อีก จ่อชง กรธ.ปรับแก้ถ้อยคำ ชี้รณรงค์คว่ำร่างฯผ่าน โซเชียลหากบิดเบือนพ.ร.บ.คอมฯจัดการได้

      9 ก.พ.59 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) กรณีข้อเสนอแนะในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของแต่ละกระทรวง ว่า ความเห็นดังกล่าวไม่จำเป็นจะต้องนำเสนอเข้าครม.อีก เพราะจะไม่ทันกำหนดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ที่จะต้องส่งความเห็นกลับ ทั้งนี้ความเห็นของแต่ละกระทรวงสามารถส่งมาถึงตนได้จนถึง 16.00 น.ในวันเดียวกันนี้ หรือบางกระทรวงอาจจะส่งมาในวันที่ 10 ก.พ.ด้วยซ้ำ ซึ่งตนจะรวบรวมเสนอถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อลงนามก่อนส่งความเห็นดังกล่าวกลับไปยังกรธ. อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอให้มีหมวดปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญนั้น เห็นหลายฝ่ายออกมาขานรับ ซึ่งรัฐบาลจะเสนอในส่วนนี้ด้วย ทั้งนี้ ความเห็นของคสช.จะแยกจากความเห็นของรัฐบาล ซึ่งตนไม่ทราบว่า คสช.จะส่งหรือไม่
      นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนความเห็นของแต่ละกระทรวงที่ได้รวบรวมนั้น ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกเป็นหมวดหมู่ สามารถให้ความเห็นไปได้เป็นรายมาตรา บางหมวดที่มีหลายมาตรา หลักการใหญ่ ๆ เป็นอย่างไร รายละเอียดบางมาตราก็พูดลำบาก ก็อาจจะส่งความเห็นเป็นหมวด ๆ ไป ส่วนคำถามประชามติที่จะพ่วงไปกับคำถามรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังเปิดโอกาสให้มีคำถามพ่วงได้ก็ต้องปล่อยไปตามนั้น จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) 2557 ซึ่งคำถามดังกล่าวจะมาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคสช.หากจะมีการส่งมา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้หารือกันในที่ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องประชามติในวันวันที่10 ก.พ.นี้ เพราะเวทีนี้เป็นเวทีธุรการจึงไม่ข้องกัน
      ผู้สื่อข่าวถามว่า มีประเด็นใดในร่างรัฐธรรมนูญที่ควรจะปรับแก้ นายวิษณุ กล่าวว่า มี แต่บางอย่างอาจไม่ใช่ประเด็นที่มีการวิจารณ์กันอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่เป็นเทคนิคถ้อยคำที่อาจมีปัญหายากต่อการที่รัฐบาลต่อไปหรือพรรคใดก็ตามที่จะเข้าใจและบริหารได้ เราจึงจะทักท้วงไป ส่วนข้อทักท้วงจากหลายฝ่ายที่ระบุว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาอาจจะบริหารงานยากเรื่องนี้ก็มีส่วน ซึ่งรัฐบาลก็จะถามกรธ.ไปเหมือนกันว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่ ถ้าตั้งใจที่จะให้บริหารงานยากเพื่อที่จะให้อยู่ในความสุจริตมันก็อาจจะใช้ได้ แม้สุจริตก็ยาก หรือสุจริตแล้วมันยาก พอมันยากเลยไม่กล้าทำ ก็จะเกิดเกียร์ว่าง
      อย่างไรก็ตามข้อเสนอที่ระบุว่าเหตุใดกรธ.ไม่เน้นการตรวจสอบ ตนก็จะเสนอแนะไปเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เรื่องทุจริตมันป้องกันสองอย่างคือ 1.การป้องกันก่อน และ 2.ป้องกันทีหลัง ถ้าจะให้ได้ผล ที่แล้ว ๆ มาเราปล่อยให้ทำแล้วมันผิด แล้วเราไปจับผิด ซึ่งมันยากเกินกว่าที่จะเยียวยาแก้ไขได้ เพราะฉะนั้น อะไรที่ปรามหรือเตรียมไว้ก่อนได้ก็จะดูดีกว่า ส่วนที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงเรื่องสิทธิเสรีภาพ องค์กรอิสระแม้จะเรื่องการเลือกตั้ง นั้นก็ต้องให้กรธ.ตอบเอง
      ส่วนมาตรการกำหนดโทษหากทำผิดประชามติซึ่งมี 3 แนวทาง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติ ปี 2552 มาปรับปรุงแก้ไข นายวิษณุ กล่าวว่า วิธีดังกล่าวเป็นหนึ่งในสามแนวทางนั้นแต่พ.ร.บ.ดังกล่าวถูกใช้ในเรื่องอื่นเพื่อพิจารณาประกอบความเห็นในการรับหรือไม่รับเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องประชามติให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ปรัชญาจึงเอามาใช้ด้วยกันยากและหากจะเลือกวิธีการออกกฎหมายก็จะออกกฎหมายใหม่มารองรับหากมีการกระทำผิดประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ก่อนครบกำหนดวันที่ 15 ก.พ.นี้ ซึ่งจะต้องส่งความเห็นให้กรธ. แม่น้ำทั้ง 5 สายต้องหารือกันอีกหรือไม่นั้น คงไม่มี เพราะวันนี้แต่ละสายก็ส่งความเห็นไปบ้างแล้ว สายไหนสายนั้นก็ไหลกันไปเองแล้วกัน
      ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. มีความกังวลกรณีมีกลุ่มรณรงค์ต่อต้านทางโซเชียลมีเดียให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ต้องถามนายมีชัยว่าจะให้รัฐบาลทำอย่างไร ก็ช่วยบอกมา
      เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้เมื่อยังไม่มีกฎหมายเอาผิดหากรณรงค์คว่ำร่างฯ จะมีกฎหมายใดมาเอาผิดการกระทำลักษณะหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องของการโพสต์สิ่งที่ไม่ถูกต้องก็มีกฎหมายรับรองอยู่ อย่างพ.ร.บ.การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ประเทศไทยจะอยู่โดยไม่มีกฎหมายในสิ่งเหล่านี้คงไม่ได้ อย่าว่าแต่บิดเบือนเรื่องนี้เลย บิดเบือนข่าวดาราหรืออะไรก็ตามก็มีการฟ้องร้องได้
      ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กองทัพให้นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ออกไปทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญหน้าหน่วยเลือกตั้งจะทำให้การทำประชามติไม่สะท้อนความเป็นจริงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “คุณแน่ใจหรือไม่ว่าเขาจะทำแบบนั้น เห็นผบ.ทบ. ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ไปไกลอย่างที่พูด ซึ่งผมไม่ทราบรายละเอียด ถ้ามาจากทหารก็ช่วยไปถามทหาร ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาให้ทำอะไร ส่วนการทำความเข้าใจในเนื้อหารัฐธรรมนูญก็เป็นหน้าที่ของคนทั้งประเทศอยู่แล้ว เป็นไปได้อย่างไรที่จะต้องโหวตเรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วไม่มีกระบวนในการสร้างความเข้าใจ”

‘ชาวหาดราไวย์’ร้อง‘นายกฯ’ถูกนายทุนขับไล่ออกจากพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160209/222088.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
‘ชาวหาดราไวย์’ร้อง‘นายกฯ’ถูกนายทุนขับไล่ออกจากพื้นที่

“ชาวหาดราไวย์ ภูเก็ต” ร้องนายกฯถูกนายทุนในพื้นที่ ขับไล่ ออกจากพื้นที่

          วันที่ 9 ก.พ.59  เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มราษฎรจาก ชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ อำเภอเมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 30 คน นำโดยนายไมตรี จงไกรจักร เดินทางมายื่นหนังสือ ถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้เร่งแก้ปัญหา ชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ และอีก 1 ฉบับยื่นถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง ขอให้สนับสนุนการแก้ปัญหาของชาวเลอย่างยั่งยืน สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ที่มี ชายฉกรรจ์ กว่าร้อยคน บุกเข้าทำร้ายชาวเล ชุมชนบ้านราไวย์ และนำรถบรรทุกก้อนหินขนาดใหญ่ มาเทปิดเส้นทางเข้าออกของชุมชน ที่มีผู้หญิงและเด็ก จำนวนมาก นั่งอยู่เป็นเหตุให้ ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน และมีเหตุกระทบกระทั่งกัน กลุ่มจึงเรียกร้องขอให้ นายกรัฐมนตรี ดำเนินการ
          1.ขอให้รองนายก รัฐมนตรี เร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล โดยการยกระดับคณะกรรมการ แก้ปัญหาที่ดินที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล โดยมี พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธาน และให้มีอำนาจดำเนินการแก้ไขปัญหา ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี
          2 .เร่งสั่งการให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกมิชอบ ภายใน 1 เดือน ตามที่คณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ได้มอบหมายให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ รวบรวมหลักฐานและส่งให้กรมที่ดิน เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ซึ่งออกมาทับชุมชน ชาวเลบ้านราไวย์ จำนวน 19 ไร่
          3.มอบหมายให้คณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ ในพื้นที่ พิพาทกับบริษัท บารอน เวอร์เทรด จำกัด จำนวน 33 ไร่ ที่ออกทับทางเดินสาธารณะ บาไลยพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ของชาวเลพื้นที่ชายหาด บ่อน้ำโบราณของชาวเล และคลองหลาโอน
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มยื่นหนังสือผ่าน พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ คณะทำงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ภายหลัง การยื่นหนังสือ กลุ่มได้ เข้าให้รายละเอียด ต่อ พล.ต.ท. ธรรมศาสตร์ฯที่ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงาน กพ.อยู่ระหว่างการเข้าให้รายละเอียด

‘นายกฯ’ร่วมรณรงค์ต้านภัยยุงลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160209/222086.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
‘นายกฯ’ร่วมรณรงค์ต้านภัยยุงลาย

นายกฯร่วมรณรงค์ต้านภัยยุงลาย กำชับสธ.เอาจริงป้องกันไข้เลือดออกอวยพรสื่อให้มีความสุขวันตรุษจีน

          วันที่ 9 ก.พ.59 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหารกระทรวงพร้อมอธิบดีกรมควบคุมโรค  นำเหล่าศิลปินดาราเข้าพบนายกรัฐมนตรี  เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์ “ราษฎร์รัฐร่วมใจต้านภัยยุงลาย”ซึ่งเป็นโครงการกวาดล้างยุงลายกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายพร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่นพิชิตลูกน้ำยุงลายซึ่งเป็นเครื่องมือในการให้ความรู้เกี่ยวเกี่ยวกับยุงลายและไข้เลือดออกป้องกันและควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดในชุมชน
          ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดทักทายกับสื่อมวลชนว่าขอให้มีความสุขในวันตรุษจีนและได้กล่าวกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขว่าเราต้องเป็นผู้นำในเรื่องของการป้องกันไข้เลือดออกโดยไทยต้องเป็นตัวเชื่อมให้กับประเทศอาเซียนเพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาซึ่ง รมว.สาธารณสุขต้องร่วมมือกับรัฐมนตรีในประเทศอาเซียนเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างไรก็ตามอยากให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)พัฒนาอุปกรณ์ตบยุงไฟฟ้าให้มีความแข็งแรงมากขึ้นนอกจากนี้ยังควรให้ความสำคัญในเรื่องดังหล่าวกับประชาชนพื้นที่ภาคใต้เพราะในพื้นที่ปลูกพารานั้นมียุงลายเป็นจำนวนมาก

เจตนาของ‘มีชัย’ถ่ายทอดสู่เจตนารมณ์‘ร่างรธน.’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160209/222075.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
เจตนาของ‘มีชัย’ถ่ายทอดสู่เจตนารมณ์‘ร่างรธน.’

‘ผมทำงานรับใช้คนดี’เจตนาของ‘มีชัย’ถ่ายทอดสู่เจตนารมณ์‘ร่างรัฐธรรมนูญ’ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยขนิษฐา เทพจร, สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

           หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นของ “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)” เผยแพร่สู่สาธารณะ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื้อหา และบางฝ่ายถึงขั้นเตรียมการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นนั้นเสียให้ได้

“มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์รายการ “คม ชัด ลึก” เนชั่นทีวี ถึงประเด็นที่ถูกท้วงติงว่า สิ่งที่ถูกทักท้วงนั้น เมื่อมีเหตุผลพอรับฟังได้หรือเป็นประเด็นที่ทำให้ “ภาคประชาชน” อุ่นใจ จะยอมปรับปรุงเนื้อหา โดยเฉพาะเรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ที่แม้ กรธ.จะปรับรูปแบบการเขียนให้เป็นภาษากฎหมาย ที่มีความสั้น แต่ครอบคลุมในเนื้อหา และยกหลักว่าด้วยสิทธิที่ประชาชนควรต้องได้รับ ให้เป็นหน้าที่รัฐ เพื่อเป็นบทบังคับให้รัฐต้องทำ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อไร้ตัวอักษรในร่างรัฐธรรมนูญเหมือนที่เคยมี ทำให้ผู้ที่เคยต่อสู้ เรียกร้องด้านสิทธิเสรีภาพ ขาดความไว้วางใจกับร่างรัฐธรรมนูญว่าจะเป็นเครื่องมือที่ไว้ดูแลปวงชนชาวไทยได้

หากวิเคราะห์จากความชั้นนี้…เหมือนกับว่า “กรธ.” พยายามจูนความคิดเพื่อเข้าหาภาคประชาชน ที่เหมือนเป็นกลไกสำคัญต่อกระบวนการออกเสียงประชามติ

แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งในหลายประเด็นที่ “อ.มีชัย” ยกตัวอย่างที่จะปรับแก้ไข ภายใต้เงื่อนไขของความเป็นเหตุเป็นผล ส่วนหลายๆ มาตรการหรือกลไกใหม่ที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เช่น ระบบเลือกตั้งส.ส.ด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียว หรือให้พรรคการเมืองเปิดรายชื่อผู้ที่สนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อสาธารณะนั้น เบื้องต้นยังยืนยันในหลักการเดิม เพราะด้วยความตั้งใจของการปรับระบบเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคะแนนเสียงของประชาชน และเกิดภาวะที่เรียกว่า พออยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการสร้างความปรองดองที่ “กรธ.” ร่วมเจียระไนใส่ไว้ในเนื้อหา ขณะเดียวกันยังซ่อนเงื่อนปิดทางนายกฯ คนนอก รวมถึงสกัดไม่ให้อำนาจนอกระบบสืบทอดอำนาจตนเอง

“เราให้ประกาศรายชื่อนายกฯ ล่วงหน้า สื่อให้เห็นว่า การสืบทอดอำนาจไม่มีทางแอบเข้ามาได้ เพราะการเสนอชื่อใครต้องทำโดยกระบวนการประชุมของพรรคการเมืองที่ผู้ถูกเสนอต้องยินยอม จากนั้นต้องประกาศให้ประชาชนทราบ ดังนั้นระยะเวลาของการประกาศไปจนถึงการตั้งรัฐบาลใช้เวลาหลายเดือน ทำให้ทุกคนรู้หมด เช่น พรรคเสนอชื่อ นาย ก. หากคนเขาไม่ชอบนาย ก. จะเลือกพรรคนั้นหรือไม่ หรืออาจเกิดกรณีที่ว่า เมื่อรู้ชื่อคนอาจแห่ต่อต้าน ไม่ให้เข้ามา ไม่เลือก ซึ่งการเปิดชื่อนายกฯ นั้น ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องรู้ เมื่อถึงเวลาเลือกจะได้คิดหนักๆ แต่มีคนถามมากว่า ทำไมไม่เขียนว่า นายกฯ ต้องเป็นส.ส. ก็ในเมื่อตอนที่ให้ประกาศนั้นยังไม่รู้ว่าใครจะได้เป็น ส.ส.หรือไม่ หากคนที่พรรคให้เป็นเขาไม่เป็น ส.ส. ล่ะ พรรคอาจหงายหลังตูมเลย ดังนั้นประเด็นนี้ไม่ใช่ตั้งใจสกัดพรรคใด” ประธาน กรธ.ย้ำในเจตนารมณ์ของเนื้อหา

ขณะที่ประเด็นที่ถูกมองอำนาจของ คปป. (คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ) มาอยู่ที่ “ศาลรัฐธรรมนูญ” นั้น “หัวเรือใหญ่ของการทำร่างรัฐธรรมนูญ” ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง พร้อมให้เหตุผลว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่การถอดแบบคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ตามที่เคยเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ เพราะ คปป.นั้นมีอำนาจระงับยับยั้งใครได้ทั้งหมด แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจแต่เฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญถูกออกแบบให้เป็นองค์กรอยู่เฉยๆ ไม่มีสิทธิลงไปล้วงหรือหยิบเรื่องใดๆ มาดำเนินการเอง หากไม่มีผู้ร้องขอ ส่วนที่ยกบทบัญญัติที่ว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญใช้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เคยเขียนไว้ในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาใส่ไว้ในหมวดศาลรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อให้ไม่เป็นบทบัญญัติลอยๆ และเขียนไว้ในที่ที่ควรจะอยู่

“การใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติมาตรา 7 นั้น ไม่ใช่เป็นการเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพราะหากเอาเข้าจริงคนที่จะวินิจฉัยการกระทำที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญคือศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อย้ายที่แล้ว เราได้เขียนกรอบไว้ให้เพื่อไม่ให้ใช้อำนาจเลยเถิด คือ 1.ต้องดูตามลายลักษณ์อักษรของรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ 2.หากลายลักษณ์อักษรไม่ได้เขียนไว้ต้องดูตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และ 3.หากไม่มีตัวหนังสือ หรือเจตนารมณ์ก็หาไม่ได้ จึงให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครอง ดังนั้นหากเกิดกรณีอย่างสถานการณ์วิกฤติก่อนปี 2557 บทบัญญัตินี้จะถูกใช้เพื่อผ่าทางตันและลดวิกฤติได้” อ.มีชัย ระบุ

ส่วนคำถามเรื่องการเป็นที่ยอมรับของศาลรัฐธรรมนูญในฐานะองค์กรผ่าทางตัน ตามเจตนาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะบทบาทศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ด้านหนึ่งก็ถูกมองว่าเป็นเหตุเพิ่มความขัดแย้ง ตามคำอธิบายของ ประธาน กรธ.นั้น ระบุว่า บุคคลที่จะเข้ามาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรธ.ตั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามให้สูงขึ้น และมีความชำนาญมากขึ้น ไม่ใช่เป็นผู้พิพากษาเพียงวันเดียวแล้วมานั่งในตำแหน่ง รวมถึงได้สร้างกระบวนการคัดเลือกที่ป้องกันไม่ให้กลไกทางการเมืองเข้าไปมีอำนาจแทรกแซง จึงมองว่าแนวทางนี้เป็นความหวังที่จะลดความแคลงใจผู้ที่กังวลได้

ดังนั้นเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ได้วางกลไกต่างๆ ไว้ นาทีนี้ “อ.มีชัย” ยิ้มรับให้แก่เนื้อหาที่ค่อนข้างพอใจและคิดว่าเหมาะสมกับโจทย์ความเป็นไทยแล้ว พร้อมกับสร้างกลไกที่เกิดสิทธิที่สมบูรณ์ของประชาชน ทั้งเสียงข้างน้อยที่ถูกรับฟัง, เปิดพื้นที่ให้ประชาชนที่สนใจการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม ตามช่องทางของสมาชิกวุฒิสภา

แต่ความพอใจที่ว่านั้น ยังไม่ทำให้เจ้าตัวเอ่ยได้เต็มปากว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะฝ่าด่านประชามติไปได้หรือไม่ จึงออกมาในท่าทีที่ว่าด้วยความเข้าใจหัวอกของสังคมและวัฒนธรรมไทย ที่ไม่ว่าจะบอกความคาดหวังไปทางไหน มักถูกมองแบบเสียหายทั้งขึ้นและล่อง

จะว่าไป ในกระบวนการชี้แจงหรือรับฟังความเห็นต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ยอมรับว่ามีอุปสรรคใหญ่ ที่ “อ.มีชัย” ถึงขั้นออกปากว่า ทำให้การทำรัฐธรรมนูญรอบนี้ที่ว่ายาก ยิ่งยากและเหนื่อยมากขึ้นไปอีก เพราะความไม่ตรงไปตรงมาของกระบวนการทางการเมือง ที่พยายามบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญด้วยการนำความเท็จมาผสมกับความจริงอย่างละครึ่ง เพื่อปิดบังความในใจที่ไม่อยากให้มีบทห้ามคนทุจริตหรือบทโหดที่รุนแรงกับฝ่ายการเมืองไว้ในเนื้อหา

“ผมมาเจอว่าเขาใช้วิธีแบบเอาความจริงส่วนหนึ่ง ผสมผเสกับความเท็จส่วนหนึ่ง เพื่อหลอกลวงประชาชน เดิมเราไม่คิดว่าจะมีแบบนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นเราต้องรับมือด้วยการพยายามบอกความจริง แต่เป็นเรื่องที่มาคิดแล้วยิ่งเสียใจนะ เพราะไม่สามารถเขียนรัฐธรรมนูญครอบคลุมการกระทำประเภทนี้ได้”

“มีชัย” ยอมรับว่า ร่างรัฐธรรมนูญได้ไม่ครอบคลุมโจทย์ทุกข้อของ คสช.

“ยังขาดเรื่องทำความปรองดองในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งคิดไม่ออก ผมนำไปบอกท่านนายกฯ แล้วว่าทำได้แต่เพียงเขียนเรื่องแนวทางที่จะทำให้คนปรองดองในรัฐธรรมนูญเป็นการถาวร แต่ความขัดแย้ง ณ ปัจจุบันนั้นยังห้ามไม่ได้”

อย่างไรก็ตาม “อ.มีชัย” บอกว่า คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นทางออกให้แก่บ้านเมืองได้ เพราะเขียนให้ครอบคลุมไปจนถึงอนาคตที่ไม่อาจรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง โดยเขียนเปิดกว้างในช่องทางที่จะนำไปสู่การตัดสินและชี้ทางออกแห่งปัญหา โดยองค์กรที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ขออย่างเดียว ทุกฝ่ายต้องไว้ใจในองค์กรนั้นด้วย

ส่วนคำถามในประเด็นที่สอบทานความรู้สึก ที่ถูกสังคมค่อนแคะว่าทำงานรับใช้ทหารนั้น “ประธาน กรธ.” บอกด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไร เพราะผมทำงานรับใช้คนดี โดยการทำงานรอบนี้ ไม่ใช่เรื่องสนุกหรือทำเพราะได้ดี แต่ทำเพื่อชาติ เมื่อจำเป็นต้องทำ”

พร้อมยืนยันในตัวตนของคนกฎหมายชั้นเซียนด้วยว่า “ผมไม่มุ่งหวังหรืออยากได้ใคร่ดีทางการเมือง ดังนั้นต่อให้ห้ามไปเป็นอะไรตลอด 2 ปีก็ไม่มีความหมายอะไร จะห้าม 10 ปีก็ได้ เพราะไม่อยากเป็นอะไรแล้ว”

คสช.ขยับปรับเกมรุก-รับสู้‘ทักษิณ’เคลื่อนไหวต้านรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160209/222073.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
คสช.ขยับปรับเกมรุก-รับสู้‘ทักษิณ’เคลื่อนไหวต้านรธน.

คสช.ขยับปรับเกมรุก-รับสู้‘ทักษิณ’เคลื่อนไหวต้านรธน. : ขยายปมร้อน โดยจิตตราภรณ์ เสนวงศ์

           กลายเป็นประเด็นร้อนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)จับตามองอีกครั้ง เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญด้วยถ้อยคำที่รุนแรง

“ระบุว่า เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ทำให้ประเทศชาติถอยหลังเข้าคลอง ตลอดจนการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะมีโอกาสกลับมาบริหารประเทศและให้เตรียมพร้อมในการเลือกตั้งในเร็ววันนี้”

โดยการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวผ่านวิดีโอคอล มาถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำเขตกทม.ในงานเลี้ยงสังสรรค์ เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ที่บ้านพักย่านลาดปลาเค้า ซึ่งมีอดีตส.ส.มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ทำให้หลายคนต้องการคำตอบว่า ท่าทีของคสช.จะเป็นอย่างไร พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จะปฏิเสธตอบคำถาม แต่ได้มีการสั่งการผ่านสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ให้ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ในฐานะรองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว

“นายทักษิณ อยู่ในสถานะของนักโทษ แต่ยังไม่ได้เดินทางมารับโทษ การแสดงความคิดเห็นใดๆ ผมเชื่อว่าประชาชนมีความรู้วิจารณญาณว่าควรรับฟังหรือไม่ ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ เราต้องการความร่วมมือปรองดองไม่ต้องการการมายุแหย่ การแตกความสามัคคี การแบ่งแยก ฉะนั้นอยากให้พิจารณาถึงสถานะของนายทักษิณ กับสถานะผู้ที่กำลังบริหารราชการแผ่นดิน” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว

ในขณะเดียวกัน แหล่งข่าว คสช. กล่าวว่า การออกมาโจมตีร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว และเขาตั้งใจปล่อยข่าวออกมา เพื่อส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งจะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้ทีมงานของเขาก็ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ธีรชัย เน้นให้ความสำคัญงานเชิงรุกในเรื่องของการประชาสัมพันธ์เรื่องรัฐธรรมนูญผ่านทางทีมโฆษก คสช. และหน่วยทหารทั่วประเทศที่ต้องลงพื้นที่และมีกลุ่มของนักศึกษาวิชาทหาร ลงพื้นที่ไปชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจถึงเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

หลังจากมีกลุ่มการเมืองพยายามบิดเบือน ตลอดจนการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ลงประชามติให้มากที่สุด ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

ถือว่าเป็นงานหนักของ คสช. ที่จะต้องควบคุมสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในการต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ ที่นับวันจะทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้

G2A จ่ายค่าปรับให้คอเกมรุ่นเยาว์กรณีโลโก้ในงาน CBLoL 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซสโซว์, โปแลนด์, ลอนดอนและฮ่องกง–15 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          G2A.com ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขัน Campeonato Brasileiro de League of Legends (CBLoL) 2016 เมื่อเร็วๆนี้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็วเหมือนไฟไหม้ป่าในบราซิลซึ่งเป็นประเทศที่กลุ่มสาวกอีสปอร์ตหลายล้านคนคลั่งไคล้และภักดีต่ออี-สปอร์ตและ G2A เนื่องจากการให้การสนับสนุนมาเป็นเวลาหลายปี และเงินลงทุนในการพัฒนาทีมอี-สปอร์ต มูลค่ากว่า 6 ล้านดอลลาร์

G2A Brazil / Gabriel "Tockers" Claumann wearing his G2A T Shirt at the CAMPEONATO BRASILEIRO DE LEAGUE OF LEGENDS event. (PRNewsFoto/G2A.com)

Gabriel “Tockers” Claumann wearing his G2A T Shirt at the CAMPEONATO BRASILEIRO DE LEAGUE OF LEGENDS event. (PRNewsFoto/G2A.com)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160214/333042 )

G2A Sad / He appears to hear some sad news! (PRNewsFoto/G2A.com)

He appears to hear some sad news! (PRNewsFoto/G2A.com)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160214/333043 )

G2A 1 / This is a real photo one of our partners who had to use duct tape to cover the G2A logo (PRNewsFoto/G2A.com)

This is a real photo one of our partners who had to use duct tape to cover the G2A logo (PRNewsFoto/G2A.com)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151011/275922 )

          http://www.prnewswire.com/news-releases/g2a-has-invested-over-6-million-in-e-sport-sponsorship-since-2014-to-make-e-sport-global-teams-grow-stronger-faster-531973382.html 

          คอเกมรุ่นเยาว์รายหนึ่งชื่อ แกเบียล “ท็อคเกอร์ส” โคลแมน ได้ลืมไปเสียสนิทเลยว่า RIOT นั้น สั่งแบนโลโก้ G2A คอเกมรุ่นเยาว์รายนี้ได้สวมเสื้อทีเชิร์ตพร้อมด้วยโลโก้ G2A อย่างภาคภูมิใจ เมื่อโชว์เริ่มเปิดฉากขึ้น คอเกมรายนี้ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าจะต้องพบกับความผันผวนอันแสนจะหยาบคาย โดยในช่วงพักการแสดงนั้น คอเกมรายนี้ก็ได้รับการแจ้งเรื่องกฎเกณฑ์ที่ระบุว่า เขาไม่สามารถแสดงโลโก้ G2A ที่อยู่บนเสื้อยืดที่สวมใส่มาได้ และจำเป็นต้องใช้เทปปิดทับโลโก้ดังกล่าว

          สามารถอ่านแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก RIOT ได้ที่นี่ http://lolesports.com.br/noticias/41df2750-9d0d-4b3c-9d36-276e5f2284a2 

          ส่วนข้อมูลของค่าปรับ สามารถอ่านได้ที่ลิงค์ http://mycnb.uol.com.br/noticias/3643-intz-e-multado-em-r-5-mil-por-exibir-marca-de-empresa-banida-no-cblol 

          http://xlg.uol.com.br/noticias/2016/02/03/intz-e-punida-em-r-5-mil-devido-a-patrocinador-proibido-no-uniforme#rmcl 

          http://boards.br.leagueoflegends.com/pt/c/esports/wMF6AEjJ-tockersintz-punido-por-ter-g2a-na-camisa-mylon-tambam-apareceu-na-transmissaeo-com-a-g2a-e-agora 

 

          INTZ ซึ่งเป็นหน่วยงานของแกเบรียล “ท็อคเกอร์ส” โคลแมน ถูกสั่งปรับมูลค่า 5.000,00 เรียล (1.150 ยูโร) สำหรับการใช้โลโก้ G2A

          ทางด้านเดวิด โรเซค ผู้ก่อตั้งร่วมและซีเอ็มโอ กล่าวที่ยุโรปว่า G2A.COM จะยังคงให้การสนับสนุนพาร์ทเนอร์ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอี-สปอร์ตของ G2Q “G2A ได้จ่ายค่าปรับให้กับหน่วยงานของแกเบรียล “ท็อคเกอร์ส” โคลแมนไปแล้ว เนื่องจาก G2A เชื่อว่า ไม่มีหน่วยงานด้านอี-สปอร์ตใดที่สมควรจะได้รับโทษรุนแรงเพียงเพราะสวมเสื้อทีเชิร์ตที่มีโลโก้ G2A

          RIOT ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของ League of Legends ได้สั่งแบนโลโก้ของ G2A ไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ โดยการเจรจาต่อรองระหว่าง G2A และ RIOT ไม่ประสบผลสำเร็จและไม่สามารถหาข้อสรุปแบบวิน*วินที่จะช่วยสนับสนุนวงการอี-สปอร์ตให้กับเหล่าเกมเมอร์ได้

          อย่างไรก็ดี การสั่งแบนของ RIOT ก็นำมาซึ่งผลพวงที่พลิกผัน เนื่องจากเสื้อทีเชิร์ตของ G2A ได้กลายมาเป้นสัญลักษณ์ของการประท้วงเพียงชั่วข้ามคืน เหล่าผู้สนับสนุนอี-สปอร์ตและ G2A มีจำนวนเพิ่มขึ้น และจำนวนทีมอี-สปอร์ตที่เพิ่มขึ้นนี้ก็มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

          จุดยืนของ G2A และปรากฎการณ์แห่งความช็อคเรื่องการสั่งปรับทีมอี-สปอร์ตของบราซืลนี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในชุมชนอี-สปอร์ต โดยหนึ่งในภารกิจหลักของ G2A ก็คือการฟื้นความสุขและเสถียรภาพของวงการอี-สปอร์ตในบราซิลกลับคืนมา

          G2A ใส่ใจกับตลาด คอเกม และชุมชนอี-สปอร์ตชาวบราซิล เดวิด กล่าวสรุปว่า “G2A เป็นห่วงและใส่ใจเรื่องการขยายตัวและความเพลิดเพลินในอี-สปอร์ต เหล่าสาวกอี-สปอร์ตชาวบราซิลสามารถพึ่งพาการสนับสนุนจาก G2A ได้จริงๆ”

          แหล่งข่าว: G2A.com

Stewart & Stevenson ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารอาวุโสเครือข่ายจัดจำหน่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮูสตัน–15 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          บริษัท Stewart & Stevenson LLC ประกาศแต่งตั้ง John Merrifield ดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลกของบริษัท โดย Mr. Merrifield ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มธุรกิจ Florida Detroit Diesel Allison ของบริษัท สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยมิสซูรี และมีประวัติการทำงานในธุรกิจจัดจำหน่ายมาอย่างยาวนาน Mr. Merrifield เคยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส บริษัท Daimler Trucks of North America รวมถึงเป็นประธานบริษัท Sterling Truck Corporation และWestern Star Truck Corporation อีกด้วย สำหรับตำแหน่งล่าสุดนี้ Mr. Merrifield จะรับหน้าที่ต่อจาก Bill Simmons ที่กำลังจะเกษียณ  

      Stewart Stevenson Logo / Stewart & Stevenson, based in Houston, is a leading provider of specialized equipment and aftermarket parts and service to the global oil & gas, marine, construction, power generation, transportation, material handling, mining, agricultural and other industries. For more information, visit www.stewartandstevenson.com. (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC)

Stewart & Stevenson, based in Houston, is a leading provider of specialized equipment and aftermarket parts and service to the global oil & gas, marine, construction, power generation, transportation, material handling, mining, agricultural and other industries. For more information, visithttp://www.stewartandstevenson.com. (PRNewsFoto/Stewart & Stevenson LLC)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160211/332583LOGO

         พร้อมกันนี้บริษัทยังได้แต่งตั้ง Mr. John Farmer ประธาน Atlantic Detroit Diesel Allison ซึ่งรับผิดชอบภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ขึ้นเป็นรองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการของ Stewart & Stevenson Distribution ด้วย

          Stewart & Stevenson ตั้งอยู่ในเมืองฮูสตัน บริษัทเป็นผู้นำในการจัดหาเครื่องมือเฉพาะทาง อะไหล่ และให้บริการหลังการขายแก่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ พาณิชย์นาวี การก่อสร้าง การผลิตกระแสไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง การจัดการวัสดุ เหมืองแร่ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอื่นๆทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stewartandstevenson.com

          ติดต่อ :

          Chris Archie

          สำนักงานประธานกรรมการ

          +1-713-751-2772

ผลวิจัยเผยผู้บริโภคชาวจีนสนใจ “เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม” มากกว่าชาวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นูเรมเบิร์ก, เยอรมนี–15 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ผลวิจัยเผยให้เห็นว่า อิทธิพลและความน่าดึงดูดใจของเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมมีระดับที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ

 

ผลวิจัยล่าสุดของ GfK เผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในจีนเชื่อว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตในอนาคตอันใกล้นี้ คิดเป็นสัดส่วนพอๆกับการชำระเงินผ่านมือถือ และมากกว่าเทคโนโลยีสวมใส่ (wearable technology) แต่ในญี่ปุ่นมีผู้บริโภคเพียง 1 ใน 5 ที่คิดว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต และคิดว่าการชำระเงินผ่านมือถือจะมีอิทธิพลมากกว่าเยอะ ส่วนในเกาหลีใต้นั้น ผู้บริโภคครึ่งหนึ่งคิดว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต

 

ผลลัพธ์ข้างต้นได้จากการสำรวจผู้บริโภคใน 7 ประเทศ ด้วยการตั้งคำถามกับผู้บริโภคว่า ในบรรดาเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย 11 เทคโนโลยี มีเทคโนโลยีใดบ้างที่ผู้บริโภคเชื่อว่าจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีให้เลือกตั้งแต่เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เทคโนโลยีaugmented/virtual reality ไปจนถึง Internet of Things ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกตอบกี่เทคโนโลยีก็ได้

 

จีน: สนใจและหลงใหลเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม

 

ในประเทศจีน ผู้บริโภค 96% ที่ตอบแบบสอบถามระบุว่าพอเข้าใจคอนเซปต์ของเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม และ 82% ยืนยันว่ามีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ระดับหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเป็นตลาดที่รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมมากที่สุดแห่งหนึ่ง นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับบรรดาผู้ผลิตและผู้ค้า

 

ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม 75% ในจีนคาดว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมทุกประเทศที่เกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อย เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจึงอยู่ในระดับเดียวกับการชำระเงินผ่านมือถือ (74%) ในแง่ของอิทธิพลต่อชีวิต ทั้งยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าเทคโนโลยีสวมใส่ (59%) และคลาวด์คอมพิวติ้ง (51%)

 

สำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสนใจนั้น ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าอุปกรณ์ทุกประเภทได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของทุกประเทศ โดยอุปกรณ์ “รักษาความปลอดภัยและควบคุม” และอุปกรณ์ “ความบันเทิงและการเชื่อมต่อ” ได้รับความสนใจสูงสุดเท่ากัน (63%) ตามมาติดๆด้วยอุปกรณ์ “ตรวจสุขภาพ” (62%) “เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ” (61%) รวมถึงอุปกรณ์ “ส่องสว่างและให้พลังงาน” (60%)

 

ญี่ปุ่น: มีแค่ 1 ใน 5 ที่คิดว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต

 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตอบรับเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมน้อยที่สุดในการวิจัยนี้ โดยผู้บริโภคที่พอเข้าใจคอนเซปต์ของสมาร์ทโฮมมีเพียง 53% ส่วนคนที่มีความรู้ในเรื่องนี้มีเพียง 30%

 

นอกจากนี้ มีผู้บริโภคเพียง 1 ใน 5 (19%) เท่านั้นที่เชื่อว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่ผู้บริโภค 37%เชื่อว่าการชำระเงินผ่านมือถือจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต 22% เชื่อว่าเป็นคลาวด์คอมพิวติ้ง และ 20% เชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีสวมใส่

 

เมื่อมีการสอบถามความสนใจในอุปกรณ์สมาร์ทโฮมประเภทต่างๆ พบว่า ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นสนใจอุปกรณ์ “รักษาความปลอดภัยและควบคุม” มากที่สุด (31%) ตามมาด้วยอุปกรณ์ “ตรวจสุขภาพ” (25%) ในขณะที่อุปกรณ์ “ส่องสว่างและให้พลังงาน” ได้รับคะแนนเท่ากับ “เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ” (24%ทั้งคู่)

 

เกาหลีใต้: ผู้บริโภคครึ่งหนึ่งเชื่อว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต

 

ผู้บริโภคเกาหลีใต้ 88% มีความเข้าใจในคอนเซปต์ของสมาร์ทโฮม และ 62% ระบุว่ามีความรู้ระดับหนึ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้

 

นอกจากนี้ ผู้บริโภคเกินครึ่ง (56%) เชื่อว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต ซึ่งสูงกว่าเทคโนโลยีการชำระเงินผ่านมือถือ (54%) และรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (50%) อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลีใต้คือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (62%)

 

ส่วนอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลีใต้คืออุปกรณ์ “รักษาความปลอดภัยและควบคุม” (54%) ตามมาด้วยอุปกรณ์ “ส่องสว่างและให้พลังงาน” (44%) อุปกรณ์ “ตรวจสุขภาพ” (42%) และ “เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ” (40%)

 

อุปสรรคในการใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม

 

จากการวิจัยใน 7 ประเทศพบว่า อุปสรรคสำคัญในการนำเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมมาใช้ก็คือ “ราคา” โดยผู้ตอบแบบสำรวจราว 1 ใน 3 พูดถึงประเด็นนี้ ขณะเดียวกัน 1 ใน 4 ก็มีความกังวลในเรื่องความเป็นส่วนตัว (เช่น บ้านจะโดนแฮกข้อมูลหรือไม่) ซึ่งประเทศในเอเชียกังวลในเรื่องเหล่านี้เหมือนกันทั้งหมด

 

ผู้บริโภคเกาหลีใต้มีความกังวลเรื่องราคาของเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมมากที่สุด (30%) ตามมาติดๆด้วยจีน (29%) ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีความกังวลด้านราคาน้อยกว่านิดหน่อย (25%)

 

จีนเป็นประเทศที่มีความวิตกเกี่ยวกับประเด็นความเป็นส่วนตัวสูงสุด (27%) ตามมาด้วยเกาหลีใต้ (24%) และ ญี่ปุ่น (18%)

 

รานจ์ เดล หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ GfK ในสหราชอาณาจักร และผู้จัดการการวิจัยครั้งนี้ แสดงความคิดเห็นว่า “เราจะเห็นได้ว่า แต่ละชาติมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับอิทธิพลของเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม รวมถึงความสนใจในการใช้เทคโนโลยีนี้ โดยแต่ละประเทศล้วนมีมุมมองและความต้องการที่แตกต่างกัน งานวิจัยของเราจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจถึงโอกาสของเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมในตลาดแต่ละแห่งและนำวิธีของตนมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม”

 

เกี่ยวกับการสำรวจ

 

GfK ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 16 ปีกว่า 1,000 คนในเยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา บราซิล เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น โดยทำการสัมภาษณ์ผ่านทางออนไลน์ ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเหมือนตัวแทนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในแต่ละประเทศ โดยการสำรวจมีขึ้นในเดือนกันยายนและตุลาคม 2558

 

ที่มา: GfK

“อาฟิมิลค์” ประกาศซื้อกิจการ “ไซเลนท์ เฮิร์ดส์แมน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อาฟิคิม, อิสราเอล–15 ก.พ. 2558–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

อาฟิมิลค์จะนำเสนอโซลูชันติดตามอาการของโคนมได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น 

 

อาฟิมิลค์ (Afimilk) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบริหารฟาร์มโคนม ประกาศว่า บริษัทได้เข้าซื้อกิจการของ ไซเลนท์ เฮิร์ดส์แมน (Silent Herdsman)ซึ่งเป็นธุรกิจร่วมทุนเอกชนจากเมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร และเป็นผู้พัฒนาระบบติดตามอาการของโคแบบปลอกคอในชื่อ Silent Herdsman ซึ่งใช้ตรวจจับอาการเป็นสัดและปัญหาสุขภาพของโคนม

 

ระบบ Silent Herdsman ได้เข้ามาเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ AfiAct II ยอดนิยมของอาฟิมิลค์ ด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่โดดเด่นและมีประสิทธิภาพเพราะใช้เทคโนโลยีใหม่สุดทันสมัย” ยูวาล ราชมิเลวิตซ์ ซีอีโอของอาฟิมิลค์ บริษัทผู้ผลิต AfiAct II ระบบติดตามอาการของโคแบบติดที่ขา กล่าว     

 

การตรวจจับอาการเป็นสัดถือเป็นเรื่องจริงจังในอุตสาหกรรมนม เนื่องจากโคนมต้องมีการผสมพันธุ์อย่างสม่ำเสมอจึงจะสามารถผลิตนมได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การตรวจพบปัญหาสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เนื่องจากการรักษาอย่างทันท่วงทีสามารถลดค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการสูญเสียกำลังการผลิต การคัดโคออกจากฝูง หรือการเสียชีวิตของโคได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

Silent Herdsman คือระบบติดตามอาการของโคแบบปลอกคอที่มีการจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้อง และพัฒนาขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสกอตแลนด์ ระบบนี้สามารถตรวจจับอาการเป็นสัดและปัญหาสุขภาพได้จากรูปแบบการทำกิจกรรม การสำรอก และการกินของโค โดยข้อมูลจะถูกส่งแบบไร้สายจากปลอกคอผ่านสถานีฐานไปยังคอมพิวเตอร์ควบคุมในฟาร์ม ซึ่งจะแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่บ่งชี้ถึงการเป็นสัดหรือการเจ็บป่วย นอกจากนั้นยังแจ้งเตือนผ่านคลาวด์ไปยังสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ด้วย เกษตรกรโคนมจึงเสียเวลาน้อยลงในการสังเกตอาการของโคโดยตรง และมีเวลามากขึ้นสำหรับการผสมพันธุ์โคและดูแลโคที่เจ็บป่วย ทั้งนี้ ระบบ Silent Herdsman ถูกนำไปติดตั้งในฟาร์มโคนมหลายร้อยแห่งทั่วยุโรป  

 

AfiAct II เป็นระบบติดตามอาการที่ติดตั้งบริเวณขาของโค ซึ่งสามารถตรวจจับอาการเป็นสัดและความผิดปกติหลายประการจากพฤติกรรมการทำกิจกรรมและการพักผ่อนของโค โดยระบบสามารถแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ไปยังคอมพิวเตอร์ รวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้เช่นเดียวกับระบบ Silent Herdsman ซีอีโอของอาฟิมิลค์ระบุว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ในสหรัฐที่ใช้งานระบบ AfiAct II ได้รายงานอัตราการตั้งท้องของโคมากกว่า 25% 

 

คุณราชมิเลวิตซ์กล่าวเสริมว่า ทั้ง 2 ระบบมีความแม่นยำและความยืดหยุ่นสูง ทั้งยังใช้คลื่นวิทยุระยะไกลและแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานเช่นกัน พร้อมเสริมว่า “ระบบติดตามอาการแบบปลอกคอ Silent Herdsman จะช่วยให้ลูกค้าของอาฟิมิลค์มีรายได้มากขึ้น ประหยัดเวลากว่าเดิม และทำให้ฝูงโคนมมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง”   

 

อาฟิมิลค์ได้นำเสนอโซลูชันที่ทันสมัยในการบริหารฟาร์ม การผลิตนมคุณภาพสูงให้ได้กำไร และการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ ให้แก่บรรดาเกษตรกรโคนมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ 40 ปี ปัจจุบัน อาฟิมิลค์เป็นผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์การบริหารฟาร์มและการวิเคราะห์นมสำหรับผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มโคนมใน 50 ประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของอาฟิมิลค์ หรือดูข้อมูลได้ที่ http://www.afimilk.com

ติดต่อ:

โนอา โยนิช

ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด

บริษัท อาฟิมิลค์ จำกัด

โทร. +972-50-758-9973

อีเมล: noa@afimilk.co.il

ที่มา: อาฟิมิลค์

รัฐบาลเวียดนามเลือกใช้ซอฟต์แวร์จับคู่ดีเอ็นเอ “Bonaparte” ในโครงการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหยื่อสงครามเวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิจเมเจน, เนเธอร์แลนด์–15 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

บริษัท SMART Research BV ได้ลงนามในสัญญาจัดหาระบบซอฟต์แวร์จับคู่ดีเอ็นเอ Bonaparte รวมถึงบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้แก่รัฐบาลเวียดนาม เพื่อนำไปใช้ในโครงการระยะยาว 10 ปี ที่มีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของเหยื่อสงครามเวียดนามอย่างน้อย 80,000 ราย จากทั้งหมด 650,000รายที่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร

โครงการ “Project 150” ที่ริเริ่มโดยเหงียน ตัน ดุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม จะเป็นโครงการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำอย่างบริษัท Qiagen และ Eppendorf จะเข้ามายกระดับห้องปฏิบัติการ 3 แห่งด้วยเทคโนโลยีทางนิติเวชศาสตร์สุดทันสมัย ขณะที่BioGlobe และ The International Commission on Missing Persons (ICMP) จากบอสเนีย รับหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาและจัดการอบรม ในขณะที่ SMART Research BV ก็ได้เข้าร่วมโครงการนี้อย่างภาคภูมิภายหลังการลงนามในสัญญาข้างต้น

ความสามารถในการจับคู่โดยอ้อมอันล้ำสมัยของระบบ Bonaparte จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการของรัฐบาลเวียดนามมีศักยภาพในการค้นหาสมาชิกครอบครัวและเครือญาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโครงการนี้ ระบบ Bonaparte สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากชิ้นส่วนมนุษย์ที่เหลืออยู่ โดยเทียบกับดีเอ็นเอของสมาชิกครอบครัวตามแผนภูมิลำดับเครือญาติ

ระบบ Bonaparte ถูกนำไปใช้พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในสถานการณ์จริงมาแล้วหลายครั้ง โดยมีบทบาทสำคัญในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในเหตุการณ์เครื่องบินตกที่กรุงตริโปลี ประเทศลิเบีย เมื่อปี 2553 รวมถึงการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์หายนะเที่ยวบิน MH17 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่เกิดขึ้นในประเทศยูเครนเมื่อปี 2557

ระบบ Bonaparte ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2550 โดย Netherlands Forensic Institute (NFI) จากนั้นได้รับการปรับปรุงและพัฒนาโดย SNN และบริษัทในเครืออย่าง SMART Research BV ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ NFI

SMART Research BV เป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาจาก SNN (Dutch Foundation for Neural Networks) ในสังกัดมหาวิทยาลัย Radboud Universityในเมืองนิจเมเจน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดย SMART Research เป็นผู้พัฒนา ดูแลรักษา และซ่อมบำรุงระบบ Bonaparte นอกจากนั้นบริษัทยังมีความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่องขั้นสูงเพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นรากฐานของระบบ Bonaparte

http://www.bonaparte-dvi.com

แหล่งข่าว: SMART Research BV