ราคาทองพุ่ง ปรับขึ้น 250 รูปพรรณขายออกบาทละ 20,500

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575923

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 09:35

 

ราคาทองปรับขึ้น 250 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,000 ขายออกบาทละ 20,100 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,708.00 ขายออกบาทละ 20,500…

วันที่ 11 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.20 น. ปรับขึ้น 250 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,000.00 บาท ขายออกบาทละ 20,100.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,708.00 บาท ขายออกบาทละ 20,500.00 บาท

หุ้นสหรัฐฯ ปิดผสม ดาวโจนส์ดิ่ง หลังปธ.เฟดเตือนเรื่อง ศก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575839

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 06:20

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ปิดลงในวันพุธ โดยดาวโจนส์ร่วงหนัก หลังนักลงทุนมีปฏิกิริยากับคำพูดของนาง เจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเตือนเรื่องความเสี่ยงในเศรษฐกิจโลก…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 10 ก.พ. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 99.64 จุด หรือ 0.62% ปิดที่ 15914.74 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.35 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 1851.86 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 14.83 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 4283.59 จุด

ในเบื้องต้น ตลาดได้รับแรงหนุนจากคำพูดของนางเยลเลน ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความวุ่นวายในตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ตลาดลดลงในเวลาต่อมา เนื่องจากนางเยลเลนยืนยันจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน และเป็นช่องสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ด้วย

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสหรัฐฯ ที่ลดลงอีกครั้งหลังมีรายงานเผยว่า ปริมาณน้ำมันในสต๊อกมีมากกว่าเดิม ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันก็ยังสูงทั้งที่ราคาตกต่ำ.

บุหรี่เถื่อนราคาถูกทางเลือกใหม่สิงห์อมควัน ‘กรองทิพย์ 90’ ซองละ 86 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575804

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 06:15

 

บุหรี่ไทยกระอักเลือด!! โรงงานยาสูบประกาศราคาขายปลีกใหม่ กรองทิพย์ 90 ราคาพุ่ง 19 บาทต่อซอง จาก 64 บาท ขึ้นเป็น 86 บาท ด้านมาร์ลโบโร่ อุบไต๋ยังไม่ประกาศราคาใหม่ แต่หวั่นผู้บริโภคไทยหันไปสูบบุหรี่เถื่อนราคาถูกจากต่างประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ซองละ 5-15 บาทว่า โดยส่วนตัวเห็นด้วยในการขึ้นราคาเพื่อให้คนลดการสูบบุหรี่ แต่คงห้ามไม่ให้สูบไม่ได้ เพราะจะกระทบกับการค้ากับต่างประเทศ จึงขอให้ประชาชนอย่าโง่ ก่อนสูบดูด้วยว่ามีอะไรสกปรกโสโครกยัดไปด้วยหรือไม่ เพราะติดไปตายทุกคน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า การเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่เพิ่มขึ้นซองละ 10-15 บาท ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการลดปริมาณผู้สูบบุหรี่หรือเลิกสูบบุหรี่ไปเลย เพราะสินค้ากลุ่มนี้ ทำลายสุขภาพของผู้บริโภค ส่วนการปรับขึ้นภาษีเหล้าและเบียร์ ยังไม่มีการปรับขึ้นในช่วงนี้

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.59 เป็นต้นไป อัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ซึ่งจะส่งให้ราคาบุหรี่ขายปลีกในท้องตลาดปรับเพิ่มขึ้น 10-15 บาท แต่เนื่องจากบุหรี่ไม่ใช่สินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อผู้ประกอบการนำบุหรี่ออกจากโรงงานก็ต้องมาซื้อแสตมป์กับกรมสรรพสามิต เช่น เดิมแสตมป์ขายดวงละ 20 บาท ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 30 บาท ดังนั้น บุหรี่ที่ออกจากโรงงานผลิตบุหรี่ นับจากวันที่ 10 ก.พ. เป็นต้นไป ก็จะเสียภาษีในอัตราใหม่ ส่วนบุหรี่ที่เสียภาษีไปแล้วคือนำออกก่อนวันที่ 10 ก.พ.59 ซึ่งเป็นอัตราภาษีเก่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการว่าจะปรับราคาขายปลีกหรือไม่ ทางกรมฯจะไม่ไปควบคุมราคาสินค้าตรงจุดนี้

“จากการตรวจสอบจำนวนแสตมป์ที่กรมสรรพสามิตจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ ยังไม่ได้พบสิ่งผิดปกติ ดังนั้น โอกาสที่จะเกิดข่าวรั่ว หรือมีการกักตุนบุหรี่ก่อนหน้าที่อัตราภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้นั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้”

มาร์ลโบโร่ขึ้นซองละ 20 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสรรพสามิตว่า ล่าสุดกรมสรรพสามิตได้คำนวณอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ จากบนฐานราคาเดิมเปรียบเทียบกับฐานราคาใหม่พบว่า กรองทิพย์ 90 เดิมขายปลีกซองละ 67 บาท ต้องปรับเพิ่มขึ้น 15.525 บาท wonder ขายปลีกเดิมซองละ 49 บาท เพิ่มขึ้น 9.847 บาท สายฝน 90 เดิมขายปลีกซองละ 67 บาท เพิ่มขึ้น 15.525 บาท SMS แดง เดิมขายปลีกซองละ 40 บาท เพิ่มขึ้น 6.052 บาท มาร์ลโบโร่เดิมขายปลีกซองละ 95 บาท เพิ่มขึ้น 20.146 บาท L&M เดิมขายปลีกซองละ 66 บาท เพิ่มขึ้น 15.265 บาท เป็นต้น

ขณะที่โรงงานยาสูบได้ประกาศราคาขายปลีกบุหรี่ใหม่ โดยบุหรี่ยี่ห้อ wonder เดิมขายปลีกซองละ 49 บาท เพิ่มขึ้น 14 บาท ขายปลีก 63 บาท สามิต 90 รอยัล 90 กรุงทอง 90 กรองทิพย์ 90 สายฝน 90 เดิมขายปลีกซองละ 67 บาท เพิ่มขึ้น 19 บาท ขายปลีก 86 บาท รอยัลฯ 90 เดอลุกซ์ เดิมขายปลีกซองละ 86 บาท เพิ่มขึ้น 24 บาท ขายปลีก 110 บาท SMS เดิมขายปลีกซองละ 40 บาท เพิ่มขึ้น 11 บาท ขายปลีก 51 บาท GOAL เดิมขายปลีกซองละ 35 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท ขายปลีก 45 บาท และ KRONG THIP 7.1 เดิมขายปลีกซองละ 50 บาท เพิ่มขึ้น 18 บาท ขายปลีก 68 บาท โดยบุหรี่ตระกูล 90 ของโรงงานยาสูบมีราคาปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยเฉพาะรอยัลฯ 90 เดอลุกซ์ เพิ่มขึ้นถึง 24 บาทต่อซอง ส่วนราคาบุหรี่ของโรงงานยาสูบที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราภาษีของกรมสรรพสามิตเนื่องจากต้องบวกรวมเสียภาษีท้องถิ่น และภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ด้วย

บุหรี่เถื่อนราคาถูกทะลักเข้าไทย

นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า การขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งนี้ ถือเป็นการขึ้นภาษีที่รุนแรงมาก เพราะขึ้นสูงถึง 35% ขณะที่รายได้จากการจัดเก็บภาษีบุหรี่ 2 เดือนแรกของงบประมาณปี 59 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปี 58 มาก เนื่องจากผู้บริโภคหันไปสูบยาที่ถูกลง เปิดช่องบุหรี่เถื่อนและปลอมเข้ามาขายมากขึ้น ยิ่งทำให้ขายของแบบถูกกฎหมายได้ลดลง และถูกซ้ำเติมจากการขายแข่งบุหรี่ผิดกฎหมายในตลาดมืดอีก

นายพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้นำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร่ ในประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าบริษัทจะขึ้นราคาขายปลีกมาร์ลโบโร่เมื่อไหร่ เพราะต้องสรุปตัวเลขต่างๆให้ชัดเจน เนื่องจากธุรกิจนี้มีการแข่งขันสูง ที่สำคัญการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ในครั้งนี้ จะทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อบุหรี่ราคาถูกต่ำกว่า 45 บาทต่อซองที่ไม่ได้มาตรฐานมากขึ้น โดยปี 2555 ส่วนแบ่งการตลาดของบุหรี่ราคาถูกอยู่ที่ 23.5% และล่าสุดปี 58 บุหรี่ราคาถูกมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มมากขึ้นมาอยู่ที่ 34.6% ดังนั้น การขึ้นอัตราภาษีทุกครั้งจะทำให้ผู้บริโภคหันไปหาบุหรี่ที่มีราคาถูกเพิ่มมากขึ้น

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้าน “เซเว่น อีเลฟเว่น” กล่าวว่า ในฐานะภาคเอกชนก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของภาครัฐอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขายราคาใหม่ทันที และสินค้าประเภทดังกล่าวก็ไม่มีสต๊อก เป็นสินค้าที่มาถึงก็ขายหมด ส่วนผลกระทบในเรื่องของผู้บริโภคนั้น วันนี้คงเร็วเกินไปที่จะตอบ เพราะต้องติดตามดูแต่ละสาขาและต้องรออีกระยะเวลาหนึ่ง ถึงจะมีข้อสรุป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.ไฟเขียวขึ้นภาษีบุหรี่ 90% ทำราคาขยับซองละ 5-10 บาท มีผล 10 ก.พ.นี้

‘แจส โมบาย’ ไม่คืบแบงก์แจงรอแผนธุรกิจ คู่แข่งจ้องประมูล 4 จีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575785

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 06:05

 

“ทรู” เหวี่ยงแหขอสินเชื่อออมสินทำ 4 จี ขณะที่ “แจสโมบาย” ยังไม่คืบหน้า แบงก์กรุงเทพแจงยังไม่ส่งแผนธุรกิจมาจึงยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมบอร์ด ด้าน “เอไอเอส–ดีแทค” ประสาน เสียง จ้องประมูล 4 จีคลื่น 900 ใหม่หากการนำคลื่นออกประมูลใหม่อีกครั้ง แต่ที่ราคา 75,000 ล้านบาทแพงไป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ได้ยื่นขอใช้สินเชื่อ และออกหนังสือค้ำประกัน วงเงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระค่าใบอนุญาต 4G จากการที่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งธนาคารอยู่ระหว่างขอรายละเอียดต่างๆ รวมถึงแผนงานของบริษัททรูเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการพิจารณา ส่วนกรณีของบริษัทแจสโมบายยังไม่มีการยื่นเรื่องขอหนังสือค้ำประกัน หรือวงเงินสินเชื่อ เพื่อนำไปทำ 4 จี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทแจส โมบาย ยังไม่ได้ยื่นธุรกิจฉบับใหม่ในการทำธุรกิจ 4 จี ตามที่ธนาคารกรุงเทพเสนอขอไป จึงยังไม่มีการเสนอเรื่องการขอหนังสือค้ำประกันเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร หากแผนการทำธุรกิจไม่มีความชัดเจน ธนาคารก็ไม่สามารถออกหนังสือค้ำประกันให้ได้ เนื่องจากมีวงเงินสูงถึง 70,000 ล้านบาท

ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส เปิดเผยว่า หากที่สุดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะนำคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ออกมาเปิดประมูลเพื่อให้บริการ 4 จีอีกรอบ เอไอเอสก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูล แต่ราคาต้องเป็นไปด้วยความเหมาะสม ซึ่งราคาเบื้องต้นที่ กสทช.กำหนดว่าจะต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่เคยประมูลได้ที่ 75,000 ล้านบาทนั้น ถือว่าไม่สอดคล้องกับการแข่งขัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป “เอไอเอสหยุดเคาะไปที่ราคาสุดท้ายที่ 75,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่เราคิดมูลค่าคลื่นรวมฐานลูกค้า 2 จี 12 ล้านเลขหมายที่มีอยู่บนคลื่น 900 เดิม ซึ่งเอไอเอสเคยให้บริการอยู่ ซึ่งเป็นราคาที่ให้มูลค่าสูงสุดไปแล้ว ตลอดเวลา 2 เดือนหลังการประมูล สภาพแวดล้อมทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก เอไอเอสเดินหน้าทำธุรกิจต่อ โดยที่ไม่มีคลื่น 900 ตรงนี้ทำให้มูลค่าคลื่นเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่มูลค่าเดิมแล้ว”

ส่วนนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค กล่าวว่า ดีแทคกำลังติดตามแนวโน้มการนำคลื่นออกมาประมูลใหม่อย่างใกล้ชิด และแน่นอนว่ามีความสนใจที่จะเข้าร่วมหาก กสทช.จะเปิดประมูลใหม่จริงๆ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่โปร่งใส และราคาเริ่มต้นการประมูลควรจะต้องต่ำกว่าราคาที่เคยประมูลได้ไป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว การเปิดประมูลใหม่ก็ควรใหม่จริง ต้องปรับเงื่อนไขกันใหม่ ส่วนกรณีที่เกรงว่าจะไม่เป็นธรรมกับผู้ชนะการประมูลอีกราย ที่เตรียมพร้อมจะไปชำระเงินค่าประมูลแต่อาจต้องจ่ายค่าประมูลสูงลิ่วเพียงรายเดียวนั้น นายลาร์สเปิดเผยว่า เป็นสิ่งซึ่งเข้าใจได้ และ กสทช.ควรแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้ด้วย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำหรับการชำระเงินค่าประมูล 4 จีนั้น ขณะนี้ยืนยันว่าผู้ชนะประมูลมาชำระเงินแน่นอน และยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันที่ 21 มี.ค.59 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าต้องมาชำระแน่นอนทั้งทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล และแจส โมบาย บรอดแบนด์ เพราะถ้าไม่มั่นใจก็ไม่มาประมูล อีกทั้งหากไม่ชำระค่าประมูล ก็จะมีผลกระทบต่อการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการอื่นๆ ด้วย ทั้งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ใบอนุญาตทีวีดิจิตอล เพราะจะขาดคุณสมบัติทันที และสามารถตรวจสอบได้กรณีมีการถือหุ้นไขว้ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกัน เช่น กรณีของไทยทีวี ต้องการยกเลิกทีวีดิจิตอล แต่จะหันไปประกอบการทีวีดาวเทียมแทน ก็ทำไม่ได้ เพราะขาดคุณสมบัติ ซึ่งเขียนไว้ในประกาศและเงื่อนไขการประมูลชัดเจน ฉะนั้นจึงมั่นใจว่าผู้ชนะประมูลมาชำระแน่นอน.

เริ่มยังไง ไปไม่ถูก! วิธีเปิดอกคุยเรื่องเพศกับลูกให้เหมือนเพื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572078

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 06:01

 

ในสังคมไทยส่วนใหญ่มองว่า หากพูดถึงเรื่องเพศในครอบครัว “เป็นเรื่องน่าอาย” ไม่ควรพูดถึง แต่ความจริงแล้วเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่เราเรียนรู้มาตั้งแต่แรกเกิด โดยสำรวจจากร่างกายตนเองที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ หรือสังเกตพฤติกรรมของคนในครอบครัวที่เริ่มโตขึ้นก็จะต้องมีแฟน แต่งงาน และมีครอบครัว

แต่ปัญหาของวัยรุ่นในบ้านเราส่วนใหญ่มักเลือกจะไม่คุยเรื่องเพศกับพ่อแม่ด้วยสิ! อาจเป็นสาเหตุเพราะ “เกรงจะโดนดุหรือตำหนิ” หรือคิดว่าพ่อแม่อาจจะไม่เข้าใจตัวเอง จึงทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การสอนให้ลูกหลานมีความรู้ และเข้าใจในเรื่องเพศ ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเพื่อนหรือสภาพแวดล้อมรอบตัว แต่พ่อแม่ควรให้คำปรึกษาเรื่องเพศกับลูก เพื่อให้ลูกมีความเข้าใจ และยอมที่จะปรึกษากับพ่อแม่ในเรื่องนี้ได้ โดยไม่เกิดการกลัวหรือเขิลอาย

สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ยังไม่ได้เริ่มพูดคุยเรื่องเพศกับลูกก็อย่ากังวลมากนัก “เพราะไม่มีคำว่าสายเกินไป เริ่มตั้งแต่วันนี้ ทีละเล็กทีละน้อยอย่างช้าๆ” โดยแทรกการคุยเรื่องเพศไปกับการคุยในชีวิตประจำวัน ที่พ่อแม่ต้องแสดงให้เห็นว่าพร้อมรับฟังทุกปัญหาของลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดใจกว้าง พร้อมรับฟังในการพูดคุยกับลูกสม่ำเสมอ ในเวลาที่ลูกต้องการ

แต่สำหรับพ่อแม่คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นคุยเรื่องเพศกับลูกยังไง หรือคุยแล้วรู้สึกอึดอัด ขอแนะนำการเตรียมตัวง่ายๆ ดังต่อไปนี้ อาจทำให้คุณและลูกเข้าใจกันมากขึ้น

สิ่งสำคัญในการคุยเรื่องเพศกับลูกให้สบายใจ ก็คือการสร้างความไว้วางใจที่จะทำให้ลูกกล้าพูดคุย ขอคำแนะนำและปรึกษา ต้องทำให้ลูกคิดว่าผู้ปกครองก็เป็นเพื่อนอีกคนที่สามารถคุยได้ทุกเรื่อง เพราะเรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่เด็กทุกคนต้องได้รับการสอนเพื่อให้มีเกราะป้องกันที่ดี อย่างน้อย “กันไว้ดีกว่าแก้ ดีกว่าต้องมาเสียน้ำตาทีหลัง”

หนี้เน่าบัตรเครดิตไตรมาสสุดท้ายพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575783

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 05:45

 

เศรษฐกิจซบกดเงินล่วงหน้า มาใช้จ่ายหมุนเวียนมากขึ้น!

ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธปท.ได้ประกาศข้อมูลบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับล่าสุด ณ สิ้นปี 58 หรือไตรมาสสุดท้ายของปี 58 พบว่า หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังคงเพิ่มขึ้นทั้งบริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยปัจจุบันบัตรเครดิตมียอดคงค้างเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 10,500 ล้านบาท สัดส่วนเอ็นพีแอลขยับเป็น 3.10% ของสินเชื่อรวม จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 2.61% จึงมียอดเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น 2,140 ล้านบาท เติบโตถึง 25.69% และเพิ่มขึ้น 305 ล้านบาท เติบโต 3.01% จากไตรมาสก่อน

ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลมียอดคงค้างเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 16,800 ล้านบาท หรือมีเอ็นพีแอล 5.17% ของสินเชื่อรวมจากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 5.21% เป็นผลจากการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นมากกว่า แต่ในแง่ของปริมาณเอ็นพีแอลยังคงเพิ่มขึ้น 2,550 ล้านบาท หรือเติบโต 17.94% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เพิ่มขึ้นถึง 1.97 พัน ล้านบาท เติบโต 28.52% และเอ็นพีแอลรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 56 ล้านบาท

ด้านสินเชื่อคงค้างของบัตรเครดิตในระบบทั้งสิ้น 336,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18,500 ล้านบาท เติบโต 5.82% ส่วนจำนวนบัตรเครดิตที่มีอยู่ในระบบมีทั้งสิ้น 21.76 ล้านใบ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.46 ล้านใบ และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 534,000 ใบ ขณะที่ปัจจุบันปริมาณการใช้จ่ายรวมผ่านบัตรเครดิตมีทั้งสิ้น 179,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 4,650 ล้านบาท ส่วนการเบิกเงินสดล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 1,270 ล้านบาท หรือครึ่งหนึ่งของปริมาณการใช้จ่ายในประเทศที่เพิ่มขึ้น เพราะในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวผู้ถือบัตรเครดิตมีการเบิกเงินสดมาใช้จ่ายหมุนเวียนมากขึ้น

สำหรับธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลมียอดคงค้างสินเชื่อทั้งสิ้น 325,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 58 ภายใต้จำนวนบัญชีอยู่ในระบบ 12.86 ล้านบัญชี โดยภาพรวมยอดสินเชื่อและจำนวนบัญชีเพิ่มขึ้น 11,800 ล้านบาท 1.01 ล้านบัญชีจากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ ในส่วนของธนาคารพาณิชย์กลับมียอดสินเชื่อและจำนวนบัญชี หดตัวไม่ว่าจะเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า 2,740 ล้านบาท 170,000 บัญชี และ 2,980 ล้านบาท 54,700 บัญชี.

เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.4 ศรัทธามาร์เก็ตติ้ง ฉีกถุงเงินธุรกิจตุ๊กตา ปั่นราคามหาศาล!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575644

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 05:30

 

หลังจากไล่เรียงที่มาที่ไปของตุ๊กตาลูกเทพ รวมถึงการเปิดโปงพิธีกรรมปลุกเสกแล้วนั้น สกู๊ปซีรีส์ ‘เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ’ เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว โดยในตอนนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาผู้อ่านไปส่องราคาต้นทุนของตุ๊กตาทั้งของปลอมและของมียี่ห้อ และยุทธวิธีการปั่นราคาของตุ๊กตาราคาไม่กี่บาทกระทั่งดีดตัวไปจนถึงหลักหมื่น เม็ดเงินจากธุรกิจนี้จะมากน้อยขนาดไหน โปรดติดตาม…

ส่องราคาตุ๊กตา Adora นิยมทำลูกเทพ!

คุณจันธิมา พงษ์สวัสดิ์ เจ้าของร้าน RebornThailand ผู้จำหน่ายตุ๊กตานำเข้าจากต่างประเทศ เปิดเผยถึงราคาต้นทุนของตุ๊กตาเด็กโดยเฉพาะ Adora ซึ่งเป็นที่นิยมมากในคนไทยว่า ตุ๊กตาประเภท Adora นั้นมาจากอเมริกา และมีฐานผลิตอยู่ในประเทศจีนด้วย โดยมีมาตรฐานเหมือนกันทุกอย่าง ขณะที่ จีนก็มีตุ๊กตา Adora ของก๊อบ ด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับ ราคาตุ๊กตา Adora ของแท้จากอเมริกา จะมีราคาตั้งแต่ 5,000-10,000 กว่าบาท ส่วนถ้าเป็นตุ๊กตา Adora ของก๊อบจากจีน ราคาประมาณ 2,000 บาท แล้วแต่ว่านำเข้ามาจากเจ้าใด เพราะแต่ละเจ้ามีราคาที่แตกต่างกัน และถ้าเป็นของก็อบมือสอง ราคาประมาณ 1,000 บาท

“เหตุที่ตุ๊กตาประเภท Adora เป็นที่นิยมในการนำมาปลุกเสกเป็นลูกเทพนั้น เนื่องจากว่ามีราคาถูกกว่าตุ๊กตาประเภทอื่นๆ ถ้าเป็น Blythe ตัวจะเล็ก หรือ BJD (Ball Joint Doll) ราคาก็จะแพง ตัวหนึ่งอยู่หลักหมื่น แตกง่าย แต่ถ้าเป็น Adora การดูแลรักษาจะง่ายกว่า ราคาเสื้อผ้าไม่แพง สามารถใช้เสื้อผ้าเด็กใส่ได้ง่าย”เจ้าของร้าน RebornThailand กล่าว

เมื่อรับตุ๊กตามาแล้วจะต้องนำไปแต่งตัวใหม่ โดยการส่งไปให้ช่างทำผม ซึ่งราคาประมาณ 600-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าช่างมีฝีมือในการทำผมแค่ไหน และเส้นผมใช้วัสดุอะไร

นายจิรพัฒษ์ ณัฐิฐาวรานนท์ หรือที่รู้จักกันในนาม หมอแมค ขั้นเทพ
เปิดเพจดัง ‘บ้านลูกเทพ’ หมอแมค เผย ใช้ของแบรนด์เนมทั้งหมด!

นายจิรพัฒษ์ ณัฐิฐาวรานนท์ หรือที่รู้จักกันในนาม หมอแมค ขั้นเทพ หมอดูชื่อดังเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ‘บ้านลูกเทพ’ พูดถึงเรื่องธุรกิจลูกเทพว่า ตุ๊กตาลูกเทพมีหลายรุ่น ทั้ง Adora, Lee Middleton, Reborn, Princess Sue ด้วยความที่ตุ๊กตาเหล่านี้เป็นตุ๊กตานำเข้า ราคาจึงอยู่ที่ระหว่างหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นต้นๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าตุ๊กตาขนาดเล็กจะมีราคาถูก เนื่องจากขึ้นอยู่กับว่าเป็นรุ่นใด ถ้าเป็นรุ่นยอดนิยมหรือเป็นรุ่นลิมิเต็ด ราคาก็จะสูงและแพงขึ้นตามไปด้วย

ในส่วนของบ้านลูกเทพ จะนำเข้าตุ๊กตามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตุ๊กตา Adora จะนำเข้ามาราคาอยู่ที่ประมาณ 4,000-9,000 บาท ขณะที่ Princess Sue ราคาไม่เกิน 6,000 บาท แต่หากเป็นตุ๊กตาขนาดเล็ก 3-5 นิ้ว จะนำเข้ามาจากจีนในราคาหลักร้อยบาท แต่รุ่นที่คนนิยมเล่นมากที่สุด คือ Adora ซึ่งรุ่นนี้ไม่ได้ดังเฉพาะในประเทศไทย แต่ดังมานานแล้วกว่า 79 ปี โดยต่างชาติมักซื้อไปบำบัดหลังจากสูญเสียลูกหรือไม่มีลูก

“ตุ๊กตาที่ร้านเป็นตุ๊กตาเปล่า ไม่ได้มีการปลุกเสกจากใครทั้งนั้น บ้านลูกเทพไม่ใช่มีเงินแล้วเดินเข้ามาซื้อได้ จะเน้นคนที่รักและชอบจริงๆ ดังนั้น ในส่วนของจำนวนตุ๊กตาที่ขายจะไม่ได้เยอะมากเหมือนกับร้าน อื่นๆ เฉลี่ยวันละ 1-2 ตัว ไม่ได้เน้นขาย ส่วนเรื่องกระแสไม่ได้มีผลกับยอดขายบ้านลูกเทพ เพราะไม่อยากให้เป็นเหมือนเฟอร์บี้หรือบลายธ์ พอหมดกระแสคนก็เลิกเล่น ฉะนั้น รายได้ต่อเดือนจะไม่เยอะมาก ทุกรุ่นจะได้กำไรหลักพันต้นๆ เนื่องจากว่าที่ร้านจะใช้ของแบรนด์เนมทั้งหมด กำไรจึงไม่ค่อยได้เยอะเท่าไร” หมอแมค ขั้นเทพ ให้ข้อมูล

ร้านที่สำเพ็งจะรับตุ๊กตามาจากตู้คอนเทนเนอร์ โดยสั่งผ่านเอเย่นต์จากประเทศจีน อินโดนีเซีย

การทำพิธีลงยันต์ให้กับตุ๊กตาลูกเทพ อ.เอก คิดค่าครู องค์ละ 126 บาท
เจาะเม็ดเงินตุ๊กตาลูกเทพ ปลุกเสกสายพุทธคุณ!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ติดต่อไปยังบ้านอัครเศรษฐี ผู้จัดจำหน่ายปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพ โดยได้พูดคุยกับ คุณอัครพัชร์ พิภักดิ์สมุทร หรือ อาจารย์เอก เจ้าของบ้านอัครเศรษฐี ร่วมเปิดเผยเรื่องราวของตุ๊กตาลูกเทพสายพุทธคุณไร้มวลสารใดๆ ว่า บ้านอัครเศรษฐีนั้น จะรับตุ๊กตามาจากสำเพ็ง เว็บไซต์ขายของออนไลน์ คลองถม วรจักร ซึ่งจะต้องเลือกแบบตุ๊กตาให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด โดยจะต้องมีหน้าตาน่ารัก ไม่น่ากลัว เพื่อจะได้บูชากันง่ายๆ อาจารย์เอก เล่าต่อว่า ร้านที่สำเพ็งจะรับตุ๊กตามาจากตู้คอนเทนเนอร์ โดยสั่งผ่านเอเย่นต์จากประเทศจีน อินโดนีเซีย แต่ถ้าเป็นอะไหล่ตุ๊กตาจะเป็นของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวิธีการนำเข้ามาจะมาเป็นอะไหล่ เช่น แขน ขา ตัว หัว

สำหรับต้นทุนของตุ๊กตาตัวเล็กจะรับมาเป็นแพ็ก ตกราคาตัวละประมาณ 30-50 บาท แต่หากเป็นขนาด 20 นิ้วขึ้นไป จะรับมาเป็นตัวเปล่าตัวเดียว ไม่มีเสื้อผ้าและผม ราคาประมาณ 600-700 บาท (ยกเว้นแต่ว่าเป็นตุ๊กตาเนื้อดีอย่าง Adora จะมีราคาต้นทุนนำเข้ามาแพงมาก) เมื่อรับตุ๊กตามาแล้วจะต้องนำไปแต่งตัวใหม่ โดยการส่งไปให้ช่างทำผม ซึ่งราคาประมาณ 600-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าช่างมีฝีมือในการทำผมแค่ไหน และเส้นผมใช้วัสดุอะไร เช่น กันความร้อนได้ สระผมได้ หรือหากเป็นผมจริง ราคาประมาณ 1,500 บาท และจะต้องซื้อเสื้อผ้ามาใส่ให้ตุ๊กตาด้วย โดยจะไปจ้างช่างที่อยู่ละแวกใกล้เคียงตัดชุดให้ ซึ่งราคาชุดมีตั้งแต่ 50-200 กว่าบาท หลังจากที่แต่งตัวเสร็จสรรพแล้ว อาจารย์เอก จะปลุกเสกทำพิธีให้แก่ตุ๊กตา ซึ่งจะมีค่าครูราคาเดียว คือ 126 บาท โดยเป็นค่าธูป เทียนแพ ดอกไม้ แผ่นทอง สายสิญจน์ เพื่อทำพิธีลงอักขระยันต์บนตัวตุ๊กตา

จ้างร้านถักชุดเสื้อผ้า ซึ่งราคาชุดมีตั้งแต่ 50-200 กว่าบาท

อัครพัชร์ พิภักดิ์สมุทร หรือ อาจารย์เอก เจ้าของบ้านอัครเศรษฐี

ในแต่ละวันจะมีคนส่ง EMS ตุ๊กตามาให้อาจารย์เอกปลุกเสกอย่างต่ำ 40-50 กล่อง

ขณะที่ ราคาตั้งขายตุ๊กตาลูกเทพของบ้านอัครเศรษฐี ขนาด 3 นิ้ว 249 บาท, ขนาด 5 นิ้ว 249 บาท, ขนาด 7 นิ้ว ขายาว 349 บาท ขาสั้น 499 บาท, ขนาด 10 นิ้ว 999 บาท, ขนาด 12 นิ้ว 999 บาท, ขนาด 20 นิ้วหน้าหวานทั้งหญิงและชาย 2,500 บาท และน้องยิ้ม ขนาด 24 นิ้ว 3,800 บาท ราคารวมค่าปลุกเสก

“ถามว่ารายได้ดีไหม สำหรับอาจารย์คิดว่าไม่ดี เพราะไม่ได้ขายแบบเอากำไรเยอะ และส่วนมากจะไม่ค่อยได้ขายตุ๊กตา แต่จะมีคนส่งตุ๊กตามาให้ปลุกเสกมากกว่า โดยในแต่ละวันจะมีคนส่ง EMS ตุ๊กตามาให้ปลุกเสกอย่างต่ำ 40-50 กล่อง และทุกวันจันทร์จะเปิดบ้านให้พาตุ๊กตามาปลุกเสกประมาณ 20-30 คิว ซึ่งตั้งแต่เริ่มเปิดบ้านมาคือเดือนตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบันอาจารย์ทำมาทั้งหมด 9 รุ่นๆ ละ 1,500 องค์ แต่ละรุ่นจะมีหลากหลายขนาด ตกเฉลี่ยเดือนละ 2,000 องค์” อาจารย์เอก กล่าว

นอกจากนี้ อาจารย์เอก ได้เล่าว่า มีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสส่งตุ๊กตามาให้ปลุกเสกเป็นสิบตัวต่อคน ซึ่งตอนแรกไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด แต่พักหลังเริ่มเกิดความสงสัยว่าทำไมคนๆ เดียวเลี้ยงเป็นสิบองค์ ประกอบกับมีลูกศิษย์ส่งรูปมาให้ดูว่าลายมือลงยันต์บนร่างตุ๊กตาเหมือนกับของอาจารย์เอก ท้ายที่สุดจึงได้รู้ว่านำไปขายต่อ 5,000 บาท หลังจากนั้นมา อาจารย์เอกจะสอบถามอยู่ตลอด หากไม่ได้เป็นคนเลี้ยงเองจะไม่ปลุกเสกให้

ขั้นตอนการทำพิธีเชื่อมจิตของตุ๊กตากับคนเลี้ยง โดยมีค่าครู 126 บาท

ราคาตั้งขายตุ๊กตาลูกเทพของบ้านอัครเศรษฐี ขนาด 3 นิ้ว 249 บาท, ขนาด 5 นิ้ว 249 บาท
ส่องตลาดกุมารทองสายโหด! เน้นส่งออกนอกโซนยุโรป

“จุดประสงค์หลักของการทำตุ๊กตากุมาร คือ ขายตุ๊กตา และคนก็ไปก๊อบปี้กันต่อๆ โดยกุมารทองคือเด็กคนหนึ่งมีมวลสาร มีประวัติที่มา แต่ลูกเทพเหมือนกับตุ๊กตาที่มีพลังงานบางอย่าง ไม่มีวิญญาณ ไม่มีมวลสาร บางครั้งคนมโน อุปโลกน์กันไปเอง ไม่เหมือนกับกุมารทอง” คุณกัญญ์นัชชา บุนนาค ผู้เปิดให้เช่ากุมารทอง

ทีมข่าวฯ ได้พูดคุยกับ คุณกัญญ์นัชชา บุนนาค หรือ อาจารย์คิม เจ้าของบ้านกุมารทองเรียกทรัพย์ ซึ่งอาจารย์คิมเน้นย้ำว่า ไม่ได้ปลุกเสกลูกเทพ แต่ทำกุมาร โดยเธอเล่าว่า ไปรับตุ๊กตามาจากตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว ต้นทุนมือสองที่รับมาลอตที่ถูกที่สุดตกราคาตัวละประมาณ 50 บาท เป็นตุ๊กตาผ้า ถ้าเป็นยางต้นทุนจะแพงหน่อยตกตัวละหลัก 4,000 บาทขึ้นไป จากนั้น นำมาอาบน้ำ และดูว่าตัวไหนหน้าตาใช้ได้ก็นำมาแต่งหน้าทำผม เย็บเสื้อผ้าชุดไทยใส่แบบติดไปเลยไม่สามารถเปลี่ยนชุดได้ โดยราคาชุดไทยจะราคา 600 กว่าบาทขึ้นไป พร้อมใส่สังวาลย์ เลิศหรูอลังการ เป็นกุมารอีกระดับหนึ่ง

เมื่อมาถึงขั้นตอนการปลุกเสก อาจารย์คิม จะคิดค่าครูเริ่มต้นที่ 599 บาท รวมค่าทำสังฆทาน โดยแบ่งเป็นสายเทพและสายพราย สำหรับสายเทพนั้น จะมีการปลุกธาตุ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และเรียกอาการทั้ง 32 จากนั้น จะมีมวลสารโบราณที่อัดใต้ฐานกุมาร และมีว่านเรียกทรัพย์ สาริกา เป็นมวลสารเล็กๆ ที่จะต้องใส่ลงไปในตุ๊กตาด้วย

กัญญ์นัชชา บุนนาค หรือ อาจารย์คิม เจ้าของบ้านกุมารทองเรียกทรัพย์ ซึ่งอาจารย์คิมเน้นย้ำว่า ไม่ได้ปลุกเสกลูกเทพ แต่ทำกุมาร

กุมารของอาจารย์คิม เน้นส่งออกต่างประเทศทั้งหมด โดยประเทศโซนยุโรปจะนิยมมากที่สุด

ส่วนสายพราย ค่าครู 999 บาท มวลสารที่ใช้ในการสร้างมี ดิน 7 นคร 9 บุรี, ดิน 7 โป่ง 7 ป่าช้า 7 ท่าเรือ 7 ตลาด, ดินเด็กร้องไห้เดินตามแม่, ผงเถ้ากระดูกเด็กตายโหง 9 ตน, ผงพรายกุมารที่บดมาจากลูกอมผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม, ไคลเสมาไคลโบสถ์, ดินจากเขากุเลนจัดพลีตามตำราวิชาธาตุแห่งเขากุเลน, ผงกระดูก 7 วัด (ผีตายโหง ตายห่า ตายพราย), ผงบอดบ้าใบ้ (ใช้ในทางมหาเสน่ห์โดยตรง), แป้งเสกตามวิชาสายเขากุเลน, ผงปัทมัง (เรียกสูตรนะโมพุทเธียหังหุ), ผงวาสนาจินดามณีมนต์, ผงกาฝาก 108 ชนิด, ดอกทอง 12 จำพวก +ว่านกุมารทอง, ผงออแอ (ต้นกำเนิดผงกุมารทอง), ผงว่านต่างๆ, มวลสารหลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม, น้ำมันพราย 7 หลุม 8 ศพ (มีผีตายทั้งกลม), น้ำมันช้างตกมัน ซึ่งสายพรายนั้น จะมีพุทธคุณ เสน่ห์เมตตา ค้าขาย โชคลาภ เสี่ยงโชค เตือนภัย ดลจิตดลใจ

สำหรับ เรตราคาของร้านจะอยู่ที่ประมาณ 999-35,000 บาท รวมค่าปลุกเสก โดยราคาแพงสุดจะตัดชุดไทยทั้งหมด หน้าตาน่ารัก มีขนาดใหญ่ ส่วนเรตราคานั้น จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อตุ๊กตาและหน้าตาของตุ๊กตา โดยเฉพาะหากเป็นยี่ห้อบาเรนเจอร์จะมีราคาแพง หน้าตาหล่อเหลา แก้มยิ้ม มีคาง ขณะที่ ตุ๊กตาราคาถูกนั้น จะต้องมายัดผ้ายัดนุ่น หน้าตาไม่ได้สวยหรือน่ารัก นอกจากนี้ ถ้าส่งออกต่างประเทศจะส่งอยู่ที่ราคา 9,000 บาทขึ้นไป

“ถามถึงเรื่องกำไร ถ้าเป็นตุ๊กตาตัวเล็ก ราคา 999 บาท จะได้กำไรเยอะกว่า เกือบ 500 บาท เพราะชุดไทยตัดน้อยกว่า แต่ถ้าเป็นตัวใหญ่ผ้าที่ใช้จะเยอะกว่า กำไรจะได้น้อย และถ้าช่วงเศรษฐกิจดีๆ ขายได้ 20 องค์ขึ้นไป องค์ละ 9,000 บาท ส่งออกต่างประเทศทั้งหมด โดยประเทศโซนยุโรปจะนิยมมากที่สุด เช่น สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก เบลเยียม มีการบอกต่อๆ กันเยอะมาก แต่ต้องเน้นเป็นตุ๊กตากุมารเรียกทรัพย์แต่งชุดไทยและเป็นสายพรายจะชอบกันมาก เพราะของแรง” อาจารย์คิม กล่าวถึงรายได้

ลูกค้าต่างชาติจะเน้นเป็นตุ๊กตากุมารเรียกทรัพย์แต่งชุดไทยและเป็นสายพรายจะชอบกันมากเพราะของแรง

ทำจากยางต้นทุนจะแพง ตกตัวละหลัก 4,000 บาทขึ้นไป และเย็บเสื้อผ้าชุดไทยพร้อมใส่สังวาลย์ เลิศหรูอลังการ
เป็นไปได้หรือ? ยางพาราราคาต่ำ เพิ่มมูลค่าแปรเปลี่ยนเป็นลูกเทพ

หากลองเปลี่ยนจากการนำเข้าตุ๊กตาจากต่างประเทศ มาผลิตในโรงงานของไทย โดยใช้วัสดุจากยางพารา ซึ่งในปัจจุบันราคาตกต่ำถึงขั้นกิโลกรัมละไม่กี่บาท จนชาวสวนยางแทบจะจำนำบ้าน-รถ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียน ถ้ากระแสตุ๊กตาลูกเทพมาแรงขนาดนี้ การนำเอายางพารามาทำเป็นตุ๊กตาลูกเทพ เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าจะสามารถทำได้หรือไม่นั้น

ทีมข่าวฯ ได้รับการเปิดเผยจาก นายเดชา มีสวน เลขาธิการสมาคมน้ำยางไทย ถึงเรื่องดังกล่าวว่า สามารถนำยางพารามาผลิตเป็นตุ๊กตาได้ ซึ่งในปัจจุบันมีการนำยางพารามาทำเป็นตุ๊กตาแล้ว ทั้งใช้ยางแห้งและการหล่อเบ้า โดยการสร้างเบ้าตุ๊กตาแบบต่างๆ ขึ้นมา แล้วใช้น้ำยางละเลงเข้าไปในเบ้า ข้างในตัวตุ๊กตาจะกลวงๆ คล้ายกับหน้ากาก หรือจะใช้ยางแห้งอัดด้วยแรงดันสูงก็ย่อมได้ และสามารถใส่ซิลิโคนผสมเข้าไปให้ตัวตุ๊กตามีลักษณะนิ่ม

ส่วนเรื่องราคานั้น จะต้องคิดจากสูตรปริมาตรยางว่าเท่าไร ประกอบกับค่าแกะเบ้าอะลูมิเนียม โดยมองว่าตุ๊กตาไม่น่าจะมีราคาแพง เพราะยางพารามีราคาถูก แต่ถ้าเปรียบเทียบราคากับตุ๊กตาที่ทำจากพอลิไวนิลคลอไรด์นั้น ตุ๊กตาที่ทำจากยางพาราจะมีราคาแพงกว่า

ส่งไปให้ช่างทำผม ราคาประมาณ 600-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าช่างมีฝีมือในการทำผมแค่ไหน และเส้นผมใช้วัสดุอะไร เช่น กันความร้อนได้ สระผมได้ หรือหากเป็นผมจริง ราคาประมาณ 1,500 บาท

เลขาธิการสมาคมน้ำยางไทย กล่าวว่า สามารถนำยางพารามาผลิตเป็นตุ๊กตาได้
หมดกระแส หวาดกลัว อับอาย คนเลี้ยงนำตุ๊กตาลูกเทพทิ้งในวัด

หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีคนนำตุ๊กตาลูกเทพมาทิ้งไว้ตามต้นโพธิ์ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม โดยลูกศิษย์และพระที่วัดสันนิษฐานว่า คนเลี้ยงอาจจะอายกลัวสังคมมองไม่ดี หรือเกิดความหวาดกลัวว่าหลังจากลงยันต์แล้วหากไม่เลี้ยงดูอาจจะมีผลสนองกลับมาที่ตัวคนเลี้ยงนั้น

ด้าน นายเดชา มีสวน เลขาธิการสมาคมน้ำยางไทย กล่าวถึงเรื่องการรีไซเคิลตุ๊กตาลูกเทพว่า ตุ๊กตาที่ทำจาก พอลิไวนิลคลอไรด์ หากตั้งไว้กลางแดดนานๆ ก็จะกรอบและแตก ไม่สามารถนำมาขึ้นรูปใหม่ให้เป็นตัวตุ๊กตาเหมือนเดิมได้ แต่สามารถนำไปรีไซเคิลแปรเปลี่ยนไปอีกรูปแบบหนึ่งคือ การทำเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าหรือโรงงานปูนซีเมนต์ได้ นอกจากนี้ หากผู้เลี้ยงจะนำไปบริจาคให้กับบ้านพักคนชรา เพื่อให้พวกเขาได้รู้สึกว่าเหมือนเป็นการเลี้ยงลูกหลาน หรือจะบริจาคให้กับเด็กกำพร้าก็จะเป็นประโยชน์กว่า

‘ศรัทธามาร์เก็ตติ้ง’ กลยุทธ์การปั่นราคาของตุ๊กตาลูกเทพ

ขณะที่ ปรมาจารย์ด้านการตลาดมือหนึ่งของไทย อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย กล่าวถึงกระแสการปั่นราคาของธุรกิจตุ๊กตาลูกเทพ จากตุ๊กตาราคาไม่กี่บาท แต่เมื่อนำไปใส่ความเชื่อความศรัทธา กลับทำราคาได้สูงเป็นหลักหมื่นบาทว่า กรณีข้างต้นนั้น ใช้วัตถุดิบราคาไม่กี่บาทเฉกเช่นเดียวกับสร้อยข้อมือหินนำโชค หรือพระเครื่อง ประกอบกับโลกปัจจุบันที่มีโซเชียลมีเดียมากมาย ส่งผลให้การแพร่กระจายเรื่องราวเหล่านี้ไปได้เร็ว ไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่จะต้องพึ่งพาสื่อหลักอย่าง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แต่ตอนนี้มีทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมีคนติดตามมากมาย เมื่อโพสต์รูปลงไปก็สามารถแพร่ต่อไปได้เรื่อยๆ หรือเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้นอย่างรุ่นลิมิเต็ด หรือรุ่นที่ดาราท่านนั้นเลี้ยงก็อาจทำให้ราคาดีดตัวขึ้นมาอีก

เมื่อรับตุ๊กตามาแล้วจะต้องนำไปแต่งหน้า แต่งตัวให้ใหม่

อ.ธันยวัชร์ คาดว่า ยอดขายลูกเทพจะดีขึ้นในช่วงที่คนศรัทธา พอคนหมดศรัทธาหรือมีสิ่งอื่นมาทดแทนยอดขายก็จะหดหายไป

นอกจากนี้ นิสัยของคนไทยเองก็มีความเชื่อเรื่องเหล่านี้อยู่แล้วตั้งแต่ในสมัยอดีต เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การค้าขายไม่ดี จึงอาจเป็นไปได้ว่าเมื่อคนเหล่านั้นซื้อสินค้าที่ช่วยทำให้เขาค้าขายได้ดีขึ้น ร่ำรวย มีการมีงานดี ถึงแม้ว่าตัวหนึ่งจะราคาเป็นหลักพันก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

สำหรับแนวโน้มในอนาคต นักการตลาดมือหนึ่งของเมืองไทย คาดการณ์ว่ากระแสตุ๊กตาลูกเทพฟีเว่อร์จะลดลงเหมือนกับจตุคามรามเทพ หรือ สร้อยข้อมือหินนำโชค เนื่องจากสินค้าประเภทนี้มีวงจรชีวิตค่อนข้างสั้น และไม่ค่อยจะมีเหตุมีผลในการนำตุ๊กตามาทำเป็นสิ่งมีชีวิต อีกทั้ง คนที่ไม่เชื่อไม่ศรัทธากลับมีมากกว่า และมองคนที่อุ้มตุ๊กตาด้วยสายตาแปลกประหลาด เมื่อเป็นข่าวดังในทางลบบางคนเลยหันไปทิ้ง ทำให้เสื่อมความนิยมลง

“ยอดขายก็ดีขึ้นในช่วงที่คนศรัทธา พอคนหมดศรัทธาหรือมีสิ่งอื่นมาทดแทนก็หดหายไป มันเป็นการตลาดของผลิตภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ดูต้นทุนการผลิต แต่อาศัยการใส่ความเชื่อ ความศรัทธาลงไปในผลิตภัณฑ์ เขาเรียกว่า ศรัทธามาร์เก็ตติ้ง” อาจารย์ธันยวัชร์ กล่าวทิ้งท้าย

ท้ายที่สุดแล้ว ตุ๊กตาราคาตัวละไม่กี่บาทกลับสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาลหลังจากที่ผ่านพิธีกรรมความเชื่อ ความศรัทธาของคนที่ต้องการที่พึ่งพิงทางจิตใจ เปรียบได้ดั่งคำที่ปรมาจารย์ด้านการตลาดมือหนึ่งของไทย ให้คำเรียกขานกับกระแส ‘ตุ๊กตาลูกเทพฟีเว่อร์’ ไว้ว่า ‘ศรัทธามาร์เก็ตติ้ง’ ส่วนกระแสความนิยมในตุ๊กตาลูกเทพจะลดลงเหมือนกับจตุคามรามเทพ หรือสร้อยข้อมือหินนำโชค หรือไม่นั้น คุณผู้อ่านลองตรึกตรองดูแล้วกัน.

* ขอบคุณภาพจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก กุมารทองเรียกทรัพย์

อ่านเพิ่มเติม


เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.1 ปลอม ปั่น! จุดเสื่อมจตุคามฯ จากหมื่นล้านสู่ของไร้ค่า


เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.2 เปิดที่มากุมารทองกลายพันธุ์ “พ่อจ๋าหนูอยากอยู่ด้วย…”


เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.3 เปิดโปงกลโกงแม่ค้า แฉพิธีกรรมปลุกเสก

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ 
สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

เอสเอ็มอีแบงก์ดักลูกค้าออมสิน เสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำคงที่ 3 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575782

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 05:30

 

นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่วงเงินกู้ซอฟต์โลนของธนาคารออมสินจำนวน 150,000 ล้านบาท ได้ปล่อยกู้จนเต็มวงเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะผู้มีประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี หันมากู้เงินจากเอสเอ็มอีแบงก์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ธนาคารมีวงเงินกู้ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Policy Loan) ยังเหลืออีก 10,000 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 15,000 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 4% คงที่เป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นปีที่ 4 และปีที่ 5 อัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ปัจจุบันอยู่ที่ 7%

สำหรับยอดสินเชื่อ Policy Loan ตั้งแต่เริ่มปล่อยกู้ครั้งแรกในเดือน ต.ค. จนถึงเดือน ธ.ค.58 ได้อนุมัติปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 4,689.75 ล้านบาท หรือ 1,344 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ จ่ายเงินกู้ไปแล้ว 3,078ล้านบาท โดยมีอัตราเฉลี่ยเงินกู้รายละ 3.3 ล้านบาท จึงทำให้ยังมีวงเงินเหลือที่จะปล่อยสินเชื่อได้อีก 10,000 ล้านบาท โดยวงเงินกู้ภายใต้โครงการนี้ จะปล่อยกู้สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว การขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน (เออีซี) และการปล่อยกู้ให้แก่ผู้ประกอบการใหม่ เป็นต้น.

รถไฟฟ้าเชื่อมเมืองบริวาร กทม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575775

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 05:15

 

แผนแม่บทระยะ 2 ใกล้คลอด จังหวัดรอบกรุงรอคิวตีตั๋ว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมยกร่างแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟฟ้าเพื่อพัฒนาขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล (M-Map) ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นแผนที่จะทำต่อเนื่องจากแผนแม่บทระยะที่ 1 ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2562 ว่า ขณะนี้ ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ขอจัดสรรงบประมาณปี 2560 จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง คาดว่าจะลงนามว่าจ้างได้ในช่วงปีนี้ โดยจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปีเต็ม คาดว่าภายในปี 2561 จะสามารถเสนอผลการศึกษาให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้

ทั้งนี้ แผนแม่บทระยะที่ 2 จะมีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 10-20 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป สำหรับโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่ 2 นั้น จะเน้นก่อสร้างเพิ่มเติมในเส้นทางรถไฟฟ้าเดิมที่ยังขาดช่วง (missing link) เพื่อให้การเดินทางเชื่อมต่อสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง ระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในกับชั้นนอก และเชื่อมต่อไปยังรถไฟนอกเมือง หรือระหว่างเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น รถไฟฟ้าไฮสปีดเทรน หรือรถไฟทางคู่ เพื่อกระจายคนออกไปอยู่นอกเมือง “คอนเซปต์ของรถไฟฟ้าระยะที่ 2 จะเน้นก่อสร้างรถไฟฟ้าในเส้นทางที่เชื่อมการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯไปยังเมืองบริเวณรอบๆ ในระยะรัศมีประมาณ 100 กิโลเมตร คือ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เพื่อเชื่อมการเดินทางให้ครบทุกทิศ เหนือใต้ ออก และตก ที่สำคัญเส้นทางที่จะสร้างใหม่ต้องเชื่อมต่อกับเส้นทางเดิมหรือเส้นอื่นๆ ด้วยไม่ใช่สร้างโด่อยู่คนเดียวโดยไม่เชื่อมกับใคร”

ส่วนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงด้านใต้ช่วงพุทธมณฑลสาย 4- มหาชัย อาจต้องชะลอ เพราะติดปัญหาต่อต้านจากคนในพื้นที่ ส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้จากเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.8 กม. มีการต่อขยายเส้นทางเพิ่มอีก 5 กม. ไปยังจุดก่อสร้างโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง (เดโป้) บางผึ้ง ซึ่งต้องรอศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เส้นทางทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ทางแยกต่างระดับวงแหวนรอบนอกไปถนนเกษตรนวมินทร์ เชื่อมถนนพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สาย 7 นั้น ขณะนี้ได้ศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะยังคงสร้างทางด่วนต่อไป หรือจะสร้างเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดเบาหรือรถไฟฟ้าโมโนเรล ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป.

มันนี่เอ็กซ์โปพัทยาใกล้กระหึ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575773

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 05:05

 

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเงินพัทยา ครั้งที่ 6 Money Expo Pattaya 2016 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19-21 ก.พ.นี้ ศูนย์ประชุมพีช โรงแรมรอยัลคลิฟ ภายใต้แนวคิด “Digital Life Digital Money ชีวิตดิจิทัล การเงินดิจิทัล” เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของสังคมไทยและสังคมโลกที่กำลังก้าวไปสู่ “ยุคดิจิทัล” อย่างแท้จริงทั้งในเรื่องของ Digital Money และ IOT Internet of Things การสื่อสารที่ไร้พรมแดน ตั้งแต่บ้านเรือน รถยนต์ไปจนอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงสื่อสารกันเองได้

นายสันติกล่าวว่า ธนาคารและสถาบันการเงิน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินพัทยา ครั้งที่ 6 รวม 32 แห่ง มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะมานำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนให้กับประชาชนในภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง ตราด และปราจีนบุรี รวมทั้งยังได้แข่งขันกันนำแคมเปญโปรโมชั่นมานำเสนอให้เป็นพิเศษภายในงานทั้งอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงการลุ้นรางวัลชิงโชค และของแจกของแถมมากมาย

“ธนาคารและสถาบันการเงินประเดิมการแข่งขันต้นปีอย่างดุเดือด ด้วยแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษที่นำมาให้กับลูกค้าและประชาชนในภาคตะวันออก เช่น สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% รู้ผลอนุมัติทันทีในงาน ฟรีค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าประเมินราคา ค่าจดจำนอง, สินเชื่อเอสเอ็มอี รับฟรีไอแพด มินิ, บัตรช็อปปิ้ง มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท, ประกันวินาศภัย รับสิทธิ์ผ่อน 0% 6 เดือน, ประกันชีวิต รับสิทธิ์ผ่อน 0% 10 เดือน, บริการโมบายล์แบงกิ้ง ลุ้นทัวร์ข้ามโลกแบบยกแก๊งกับ Check-In Worldwide อเมริกา อิตาลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน พร้อมลุ้นรับพ็อกเกตมันนี่ เป็นต้น”.