‘พาที’ ปัดข่าวนักบินลาออก มั่นใจ ตารางบินเข้าสู่ภาวะปกติ 1 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581809

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 15:54

 

นกแอร์เลื่อนอีก! เผย ยังอยู่ในช่วงปรับระบบภายใน มั่นใจ ตารางบินเข้าสู่สภาวะปกติ 1 มี.ค. พร้อม มีแผนรับนักบินเสริม กว่า 30 คน ซีอีโอ ยัน ไม่มีนักบินลาออกตามข่าว ขณะที่ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ระบุ ตรวจสอบชั่วโมงบินนกแอร์ คาด ได้ข้อสรุป 27 ก.พ.นี้…

วันที่ 24 ก.พ.59 นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยถึงการยกเลิกเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ปัจจุบันนกแอร์ยังอยู่ในช่วงการปรับระบบบริหารจัดการภายใน จะส่งผลให้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 29 ก.พ. จะยังคงใช้สายการบินพันธมิตรเข้ามาทำการบินทดแทนในเที่ยวบินที่ต้องยกเลิกไป รวมแล้วประมาณ 20 เที่ยวบินต่อวันรวมไปกลับ โดยมั่นใจว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลาย และทำให้ตารางบินเข้าสู่สภาวะปกติได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป เนื่องจากขณะนี้นกแอร์มีแผนรับนักบินเข้ามาเสริมอีกประมาณ 20-30 คน จากปัจจุบันมีนักบินทั้งหมด 192 คน ซึ่งจะเพียงพอกับจำนวนเครื่องบิน และตารางบิน

สำหรับกระแสข่าวนักบินทยอยลาออก ขอยืนยันว่า ปัจจุบันนักบินของสายการบินนกแอร์ยังไม่มีใครลาออก อีกทั้งการยกเลิกเที่ยวบินของนกแอร์ และการใช้สายการบินอื่นเข้ามาทำการร่วมบินนั้น ไม่ได้เกิดจากปัญหาจำนวนนักบินไม่เพียงพอ แต่เป็นผลกระทบต่อเนื่องจากวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา จากการพิจารณาเรื่องชั่วโมงบินของนักบิน ทำให้ผลกระทบของการนำนักบินเข้ามาทำการบินทดแทนในบางเส้นทางจึงกระทบต่อชั่วโมงการบินของนักบินเหล่านี้ และเป็นเหตุให้ต้องจัดตารางบินกันใหม่ รวมไปถึงปรับการบริหารจัดการด้วย ส่วนการยกเลิกเที่ยวบินจากดอนเมือง-ตรัง และตรัง-ดอนเมือง จาก 6 เที่ยวบิน เหลือ 4 เที่ยวบิน เป็นการปรับลดชั่วคราว

นอกจากนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ ได้ออกมาทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า “ขอทำงานหน่อยนะครับ มัวแต่ตอบมันไม่ทัน มีอะไรถามคุณมินท์ได้เลยครับ สื่อทั้งหลายมีอะไรอีกมากที่กำลังทำนะครับ เพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้นเร็วๆ นี้”

ด้าน นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการตรวจสอบชั่วโมงบินสายการบินนกแอร์ คาดว่า ภายในวันที่ 27 ก.พ.จะได้ข้อสรุป ส่วนการยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มเติมของสายการบินนกแอร์ ยังไม่ได้รับแจ้ง

ทั้งนี้ หากสายการบินมีการแจ้งล่วงหน้าให้ผู้โดยสารทราบน้อยกว่า 3 วัน และไม่สามารถจัดหาเที่ยวบินให้ผู้โดยสารได้ จะต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้โดยสารคนละ 1,200 บาท.

บีทีเอส แจง ปรับความถี่เดินรถ 6 นาที ไร้ปัญหาผู้โดยสารตกค้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581791

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 15:42

 

บีทีเอส แจง เหตุขัดข้องบริเวณจุดสับรางจากชิดลมไปสยาม เพื่อความปลอดภัย จึงปรับความถี่เดินรถเป็น 6-10 นาที เผย ช่วยลดความหนาแน่น-ไร้ผู้โดยสารตกค้าง ระบุ เร่งซ่อมหลังเที่ยงคืน คาด พรุ่งนี้ (25 ก.พ.) กลับมาให้บริการตามปกติ…

วันที่ 24 ก.พ.59 ดร.อาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า จากกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้อง บริเวณจุดสับรางในทิศทางจากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม จึงทำให้ไม่สามารถให้ขบวนรถไฟฟ้าวิ่งผ่านจุดดังกล่าวได้ เพื่อความปลอดภัย จึงได้ทำการจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทใหม่ เป็นดังนี้ คือ ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. จากสถานีหมอชิตไปสถานีสยามและวนกลับมาที่สถานีหมอชิต และจากสถานีสยามไปสถานีแบริ่ง และกลับมาที่สถานีสยาม ซึ่งผู้โดยสารในสายสุขุมวิทจะต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีสยาม เกิดความล่าช้า โดยความถี่ในการให้บริการช่วงเวลาเร่งด่วนจากประมาณ 3 นาที เป็นประมาณ 6-10 นาที โดยขบวนรถไฟฟ้าสายสีลมให้บริการตามปกติ

ตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น. รถไฟฟ้าบีทีเอสจะให้บริการในเส้นทางดังนี้ คือ จากสถานีหมอชิตไปสถานีบางหว้าและวิ่งกลับมาที่สถานีหมอชิต ความถี่ประมาณ 5 นาที จากสถานีแบริ่ง มาที่สถานีสยามและวิ่งย้อนกลับไปที่สถานีแบริ่ง ความถี่ประมาณ 7 นาที และอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสยามและย้อนกลับไปที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ความถี่ประมาณ 5 นาที

สำหรับการจัดการเส้นทางการเดินรถนี้ จะช่วยลดความหนาแน่นของผู้โดยสารที่สถานีสยามในการเปลี่ยนเส้นทางได้ สำหรับการแก้ไขปัญหารางที่ขัดข้องนั้น เนื่องจากมีความจำเป็นจะต้องตัดกระแสไฟฟ้าก่อนลงไปทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบกับการให้บริการ บริษัทฯ จึงจะดำเนินการซ่อมบำรุงในช่วงเวลาปิดให้บริการหลัง 24.00 น. แทน และคาดว่าจะสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.)

ขณะที่ ปัญหาผู้โดยสารตกค้าง หรือล้นสถานีรถไฟฟ้านั้น ตอนนี้ไม่มีปัญหาดังกล่าวแล้ว เนื่องจากไม่ใช่ชั่วโมงของการเดินทางเร่งด่วน ผู้โดยสารทยอยเดินทางเรื่อยๆ เป็นปกติ.

บินไทย ปัดซื้อหุ้นแอร์เอเชีย-ร่วมทุนสายการบินอื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581644

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 12:10

 

การบินไทย ปัดเข้าถือหุ้นแอร์เอเชีย แจงร่วมถกทุกสายการบิน ดันยุทธศาสตร์คมนาคม หนุนท่องเที่ยวไทย…

วันที่ 24 ก.พ. 59 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จากการที่มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับการให้ THAI เข้าถือหุ้นสายการบินไทยแอร์เอเชีย อย่างน้อย 20% เป็นมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาทนั้น

การบินไทย ขอชี้แจงว่า ได้มีการหารือกับสายการบินในประเทศไทยทุกสาย ในเชิงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมการบินไทยของประเทศ เพื่อร่วมกันสนับสนุนยุทธศาสตร์การคมนาคมและการท่องเที่ยวของประเทศไทย

ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการร่วมลงทุนกับสายการบินอื่นๆ แต่อย่างใด หากมีความคืบหน้าของบริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบต่อไป.

ทองโลกพุ่งอีก-ทองไทยขึ้น 150 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,150

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581601

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 09:55

 

ราคาทองปรับขึ้น 150 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,650 ขายออกบาทละ 20,750 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,344.72 ขายออกบาทละ 21,150…

วันที่ 24 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.18 น. ปรับขึ้น 150 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,650.00 บาท ขายออกบาทละ 20,750.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,344.72 บาท ขายออกบาทละ 21,150.00 บาท.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 ก.พ.) หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯดิ่งลงอย่างหนักโดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงไปกว่า 180 จุด หลังจากราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ร่วงลง 4.6% แตะที่ 31.87 ดอลลาร์/บาร์เรล อันเนื่องมาจากข่าวที่ว่า ซาอุดีอาระเบียยังไม่มีแผนที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากทางการสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจบางรายการที่อ่อนแอลง โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือนเม.ย. ปิดพุ่งขึ้น 12.5 ดอลลาร์ หรือ 1.03% แตะที่ 1,222.60 ดอลลาร์/ออนซ์.

บีทีเอส เร่งซ่อมจุดสับรางชิดลม-สยามสแควร์ แจ้งผู้โดยสารเผื่อเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581571

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 08:42

 

บีทีเอส เร่งซ่อมจุดสับรางสถานีชิดลม มุ่งหน้าเข้าสถานีสยามสแควร์ แจ้งผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง…

จากเหตุขัดข้องรถไฟฟ้าบีทีเอส บริเวณจุดสับรางทิศทางจากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยามสแควร์ ทำให้ความถี่ในการบริการลดลง และผู้โดยสารที่ต้องเดินทางผ่านสถานีสยามสแควร์จะต้องเปลี่ยนขบวนรถ ที่สถานีสยาม

ล่าสุดบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้แจ้งความคืบหน้า จากเหตุขัดข้องบริเวณจุดสับรางในทิศทางจากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินซ่อมแซม และยังไม่ทราบว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จได้เมื่อไร ส่งผลให้ความถี่ในการเดินรถแต่ละเที่ยวจากเดิม มีขบวนรถเข้าให้บริการห่างกันไม่เกิน 2 นาที หรืออาจจะมากกว่า 5 นาที

สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจากสถานีหมอชิตไปจนถึงสถานีแบริ่ง ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่จะต้องมาเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีสยาม เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีอื่นๆ ต่อไป และขอความกรุณาผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทาง และจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด.

หุ้นสหรัฐฯ ดิ่ง หลังราคาน้ำมันร่วงเหตุซาอุฯ ปัดไม่ลดกำลังผลิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581522

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 06:22

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ​ ลดลงอย่างมากในวันอังคาร หลังจากราคาน้ำมันกลับมาลดลงอีกครั้ง เนื่องจากซาอุดีอาระเบียประกาศไม่ลดกำลังผลิตลง ทำให้หุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียมร่วงหนัก…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 23 ก.พ. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 188.88 จุด หรือ 1.14% ปิดที่ 16431.78 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 24.23 จุด หรือ 1.25% ปิดที่ 1921.27 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 67.03 จุด หรือ 1.47% ปิดที่ 4503.58 จุด

ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ลดลงมากกว่า 4% หลังจาก นาย อาลี อัล-ไนมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันของประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกมาตัดโอกาสใดๆ ที่พวกเขาจะลดอัตราการผลิตน้ำมันลงเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ ทำให้หุ้นของบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่อย่าง เชฟรอน และโคโนโคฟิลลิปส์ ลดลงเกือบ 4.5%

ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารก็ร่วงหนักเช่นกัน นำโดย เจพีมอร์แกน เชส ที่ประกาศเพิ่มเงินสำรองกรณีบริษัทในกลุ่มพลังงานและเหมืองผิดชำระหนี้เพิ่มอีก 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจสำรองเงินเพิ่มอีก 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากสถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก

หวั่นถูกแบล็กลิสต์ยาว 5 ปี! กพท.รับหากไม่พร้อมไม่เรียกไอเคโอมาตรวจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581477

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 06:01

 

ครม.รับทราบแผนแก้ไขปัญหาการบิน พร้อมปลดล็อกธงแดงสิ้นปี59 นี้ กพท.รับหากไม่พร้อมจะไม่เรียกไอเคโอมาตรวจ เพราะถ้าไม่ผ่านรอบนี้ถูกแบล็กลิสต์ยาว 5 ปี ขณะที่ “อาคม” รับนักบิน–ช่างซ่อมไทยขาดแคลนสั่ง สบพ.เร่งผลิตด่วน เผย กพท.สั่ง 50 สายการบินในไทย ต้องส่งงบการเงินให้ตรวจภายใน มี.ค.นี้ ใครไม่ส่งถูกยึดใบอนุญาตทันที ด้าน “พาที” มั่นใจ 1 มี.ค.สู่ภาวะปกติ ส่วนผลสอบนักบินป่วนไล่ออกอีก 2 กัปตัน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้าแผนแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ว่า ครม.รับทราบการแก้ไขปัญหาของสายการบินนกแอร์ ซึ่งนอกจากเรียกผู้บริหารสายการบินนกแอร์มาเตือนเรื่องการให้บริการที่ต้องไม่มีการหยุดบินกระทบผู้โดยสารแล้ว ล่าสุด กพท.ได้ตรวจสอบชั่วโมงบินนักบินนกแอร์ทุกคน คาดว่าจะรายงานผลการตรวจสอบให้กระทรวงรับทราบสัปดาห์นี้ ส่วนประเด็นที่สายการบินนกแอร์จะยกเลิกเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 20 เที่ยวบินต่อสัปดาห์จนถึงสิ้นเดือน ก.พ.หรือไม่นั้น ล่าสุดนกแอร์ไม่ได้ยกเลิกเที่ยวบินมาที่ กพท.แต่อย่างใด

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้แจ้งให้ ครม.ทราบว่าการเรียก 14 สายการบินมาหารือครั้งที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้ทุกแห่งจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ชัดเจนและรายงานให้ กพท.ทราบ ซึ่งแผนนี้ต้องครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เช่น กรณีนักบินหยุดบิน ปัญหาภัยธรรมชาติ ปัญหาระบบไอทีและคอมพิวเตอร์ เนื่องจากธุรกิจการบินมีความสำคัญต่อระบบสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร ส่วนปัญหานักบินขาดแคลนนั้น ได้สั่งการให้ สบพ.กลับไปจัดทำแผนพัฒนาและผลิตบุคลากรทางด้านการบินให้เพียงพอกับความต้องการ ทั้งนักบิน ช่างซ่อมเครื่องบิน และพนักงานให้บริการบนเครื่องบินหรือลูกเรือ โดยให้เสนอแผนกลับมาให้กระทรวงพิจารณาภายใน 1 เดือน

นายอาคมกล่าวต่อ ถึงแนวทางการกำกับดูแล 4 สายการบินซึ่งมีปัญหาฐานะทางการเงิน คือสายการบิน เอเชียน แอร์, ซิตี้ แอร์เวย์, กานต์แอร์ และเจ็ท เอเซีย ว่า ทั้ง 4 สายการบินไม่ใช่สายการบินหลักของไทย จึงไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารคนไทยที่เดินทางภายในประเทศมากนัก ส่วนใหญ่เป็นสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำที่บินไปต่างประเทศ ยืนยันทั้ง 4 สายการบินอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง ยังไม่ยกเลิกใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ทุกสายการบินที่ทำการบินในประเทศไทยกว่า 50 สายการบิน จะต้องส่งงบการเงินมาให้ กพท.พิจารณา หากไม่ส่งจะถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการบินทันที เพื่อป้องกันปัญหาสายการบินมีปัญหาการเงิน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีบางสายการบินไม่ได้ทำการบินเลยแม้จะมีการขอใบอนุญาตทำการบิน ในอนาคตจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจสายการบินให้มากขึ้น โดยขณะนี้คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เตรียมทบทวนหลักเกณฑ์การดำเนินธุรกิจการบินใหม่ให้รัดกุมมากขึ้น โดยจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (AOL) ก่อนจึงจะสามารถมายื่นขอใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Aoc) ได้

ด้านนายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้อำนวยการ กพท.กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาการบินเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (Re-Aoc) ทั้ง 28 สายการบินที่ทำการบินระหว่างประเทศก่อน และแนวทางการแก้ไขมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางการบิน (SSC) คาดว่ากระทรวงคมนาคมจะเชิญให้องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) มาตรวจเพื่อขอปลดล็อกธงแดงได้ปลายปี 59 นี้หรือต้นปีหน้า แต่หากพิจารณาแล้วไทยยังไม่พร้อมก็จะเลื่อนการตรวจออกไป เพราะหากตรวจครั้งนี้ไม่ผ่านมาตรฐานจะถูกแบล็กลิสต์ ไม่สามารถตรวจได้อีก 5 ปีทันที

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว ที่ไม่ได้อยู่ในแผนเร่งด่วน เดือน พ.ค.59 นี้ กพท.จะว่าจ้างสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (EASA) หรือเอียซ่า เข้ามาทำงานร่วมกับ กพท. แก้ไขปัญหาการบินร่วมกัน ส่วนกรมการบินพลเรือนแห่งประเทศญี่ปุ่น (jcab) หรือเจแคปจะเข้ามาช่วยเหลือแบบวิชาการร่วมกับ กพท. ในการวางแผนตรวจสอบ ส่งผู้เชี่ยวชาญดูเรื่องศูนย์ซ่อมเครื่องบิน และมาตรฐานการบินต่างๆ หลังจากนั้นจะรายงานให้ ไอเคโอรับทราบเป็นระยะว่า กพท.มีความจริงใจและเข้มแข็งในการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ SSC จำนวน 33 ข้อ

นายจุฬากล่าวถึงการยกเลิกเที่ยวบินของนกแอร์ ว่า 20 เที่ยวบินที่ยกเลิกวันที่ 23 ก.พ.มีการแจ้งล่วงหน้ามากว่า 3 วันถือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนการแจ้งล่วงหน้าวันต่อวันหลังจากนี้หากนกแอร์ไม่ทำตามหลักเกณฑ์ 3 ข้อ คือ ไม่คืนเงินผู้โดยสาร เปลี่ยนเที่ยวบินหรือทำการเลื่อนเที่ยวบินตามที่ผู้โดยสารต้องการ มีเกณฑ์ชัดเจนว่าจะเสียค่าปรับให้ผู้โดยสารรายละ 1,200 บาท

ด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ ปฏิเสธข่าวที่ว่าสายการบินมีปัญหานักบินทยอยลาออกจนส่งผลกระทบต่อตารางการบินว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันว่านักบินยังไม่มีใครลาออก แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ทำให้ต้องมีการปรับระบบการบริหารจัดการ ทำให้ตั้งแต่นี้จนถึงสิ้นเดือน ก.พ.ยังคงใช้สายการบินพันธมิตรมาทำการบินร่วม 10 เที่ยวต่อวันหรือ 20 เที่ยวต่อวันรวมเที่ยวบินไปกลับ มั่นใจว่าตั้งแต่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ จำนวนนักบินของนกแอร์ปัจจุบันมีทั้งหมด 192 คน ตั้งแต่ มี.ค.เป็นต้นไป จะมีนักบินเข้าร่วมเพิ่มอีก 20-30 คน เพียงพอกับจำนวนเครื่องบินและตารางการบินทั้งหมด ส่วนผลการสอบสวนนักบินที่เหลืออีก 5 คนนั้น มีการไล่ออกนักบิน 2 คน ส่วนรายชื่อไม่ขอเปิดเผยเกรงจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของ 2 นักบิน

“เป็นปัญหาเรื่องชั่วโมงบินของนักบินที่รวนมาตั้งแต่ 14 ก.พ.ไม่ใช่ปัญหานักบินไม่พอ มีการพิจารณาชั่วโมงบินของนักบินซึ่งพบว่า การนำนักบินมาบินทดแทนในบางเส้นทาง ทำให้กระทบต่อจำนวนชั่วโมงการบินของนักบินเหล่านี้ จึงต้องปรับการบริหารจัดการ”.

ค่าไฟ พ.ค.-ส.ค.จ่อขึ้น 1-3 สตางค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581474

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 05:45

 

ราคาก๊าซลดแต่บาทอ่อน-ต้นทุนพลังงานทดแทนพุ่ง

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ ที่จะเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าเดือน พ.ค.-ส.ค.นี้ จากการประเมินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอย่างน้อย 1-3 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วยเนื่องจากปัจจัยราคาก๊าซธรรมชาติที่แม้จะลดลงมา 6 บาทต่อล้านบีทียู แต่ปัจจัยอื่นกลับสูงขึ้น ทั้งอัตราแลกเปลี่ยน การเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจากน้ำที่ต้นทุนต่ำได้น้อยเพราะน้ำแล้ง อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่า ที่สำคัญต้นทุนจากพลังงานทดแทนโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีค่าไฟฟ้าแพงกว่าปกติ เข้ามาในระบบซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น “หากอัตราแลกเปลี่ยนไม่เกิน 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ราคาก๊าซฯจะลดลง 6 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งเป็นราคาที่ลดลงน้อยมาก ขณะที่ต้นทุนตัวอื่นปรับขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยก็เพิ่มขึ้น และเรคกูเลเตอร์จะพยายามดูไม่ให้ค่าเอฟทีปรับเพิ่มขึ้นมากนัก โดยจะมีการพิจารณาค่าเอฟทีงวดดังกล่าวปลายเดือน เม.ย.เพื่อประกาศใช้ในเดือน พ.ค.นี้

สำหรับความคืบหน้าโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร (โซลาร์ฟาร์มราชการและสหกรณ์) เรคกูเลเตอร์ ต้องรอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 7 มี.ค.นี้ว่าจะกำหนดหลักเกณฑ์อย่างไรออกมาหลังจากที่มีการปลดล็อกเรื่องผังเมืองแล้ว

ด้าน น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการเรคกูเลเตอร์ กล่าวว่า หาก กพช.มีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับโซลาร์ฟาร์มราชการฯออกมาชัดเจนและเรคกูเลเตอร์สามารถเดินหน้าจับสลากคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิขายไฟได้เดือน มี.ค.นี้ ก็จะต้องเลื่อนการกำหนดไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์หรือ COD จากเดิมภายใน ก.ย. เป็น ธ.ค. แต่หากการจับสลากไม่ทันเดือน มี.ค. นี้ ก็ต้องเลื่อนออกไปอีก และกรณีหากจะติดปัญหาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535) หรือพีพีพี ทำให้ไม่สามารถจับฉลากได้อีกครั้ง ก็จะต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ชัดเจนก่อน.

ครม.อนุมัติ 9.3 หมื่นล้านอุ้มเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581468

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 05:30

 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเกษตรกร 3 โครงการวงเงิน 93,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการแรก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะปล่อยกู้ฉุกเฉินให้ลูกค้า ธ.ก.ส.ที่ประสบปัญหาภัยแล้งรายละ 12,000 บาทไปใช้จ่าย มีเกษตรกรได้ประโยชน์ 500,000 ราย เป็นเงินกู้ระยะเวลา 1 ปี ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก ส่วน 6 เดือนที่เหลือคิดอัตราดอกเบี้ย 4% ส่วนโครงการที่ 2 เป็นโครงการสร้างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ภาคเกษตรในระดับตำบล โดยจะให้สินเชื่อเอสเอ็มอี เกษตรวงเงิน 72,000 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมาย 72,000 ราย ปล่อยกู้สูงสุด ไม่เกินรายละ 20 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 10 ปี โดย 7 ปีแรกคิดดอกเบี้ย 4% และ 3 ปีที่เหลือคิดดอกเบี้ยอัตราปกติ

สำหรับโครงการที่ 3 สนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตพืชที่ไม่เหมาะสมวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท โดยปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรเป็นรายกลุ่มหรือชุมชน ให้กู้ชุมชนละไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยส่วนนี้รัฐบาลจะสนับสนุนในส่วนดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.จำนวน 525 ล้านบาท มีประชาชนได้ประโยชน์ราว 100,000 ราย มีชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำแม่กลองเข้าร่วมโครงการ 1,400 ชุมชน

ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.อนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ให้กับชุมชนเพื่อส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อยและทำกิจกรรมนอกภาคการเกษตรอื่นๆ ในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ตามโครงการพัฒนาอาชีพตามความต้องการของชุมชนเพิ่มเติม ระยะที่ 2 จำนวน 4,937 โครงการ วงเงิน 2,967 ล้านบาท ซึ่งอยู่ใน 8 มาตรการแก้ปัญหาภัยแล้ง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์.

ดัน 80 โรงงานยางเปิดกิจการให้ได้ในปีนี้ ช่วยชาวสวนใช้ยางดิบเพิ่ม 8.7 หมื่นตัน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581463

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 05:15

 

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมโรงงานบริษัทยางโอตานิ ที่นครปฐม ว่า กรอ.สนับสนุนให้โรงงานแปรรูปยางพาราขยายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตยางพาราล้นตลาด ตั้งเป้าเร่งรัดขยายโรงงานที่มีความพร้อมและขอใบอนุญาตประกอบกิจการปีนี้ให้ได้ 80 แห่ง มีมูลค่าลงทุนรวม 5,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังในการรับซื้อยางและ เพิ่มปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์ยางมากขึ้น ล่าสุด มีโรงงานยางที่เปิดดำเนินการแล้วเมื่อเดือน ม.ค. 5 โรงงาน มีปริมาณการใช้น้ำยางสด 1,100 ตันต่อปี ยางก้อนถ้วย 10,000 ตันต่อปี ยางแท่ง 10,000 ตันต่อปี และยางแผ่น 100 ตันต่อปี และเดือน ก.พ.ได้เปิดดำเนินการอีก 2 โรงงาน มีปริมาณการใช้น้ำยางสด 1,565 ตันต่อปี และเตรียมเปิดอีก 9 โรงงาน มีปริมาณการใช้น้ำยางสด 10,650 ตันต่อปี ซึ่งการขยายโรงงานทั้ง 16 โรง จะใช้วัตถุดิบยางเพื่อผลิตราว 33,425 ตัน ส่วนอีก 64 โรงงาน กำลังสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักร หากปีนี้โรงงานยางขยายและเปิดกิจการครบทั้ง 80 แห่ง จะมีการใช้ยางดิบ 87,000 ตัน “หากผู้ประกอบการมีปัญหาติดขัดในการขยายโรงงาน กรอ.มีทีมคณะทำงานติดตามเร่งรัด และให้คำปรึกษาแนะนำโรงงานที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบผลิตอุตสาหกรรมยางขั้นกลางและขั้นปลาย โดยจะผลักดันให้โรงงานประกอบกิจการได้เร็วขึ้น”

นายเกียรติชัย ลิมปิโชติพงษ์ ประธานกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทโอตานิกล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ผลิต ยางรถเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และส่งยางให้โรงประกอบรถชั้นนำทั่วโลก โดยใช้ยางดิบ 22,000 ตันต่อปี และปีนี้จะเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้ใช้ยางดิบเพิ่มเป็น 36,000 ตัน รวมทั้งได้ทุ่มงบ 7,000 ล้านบาท เพิ่มสายการผลิตยางเรเดียลรถยนต์นั่ง คาดว่าปี 64 บริษัทจะมีความต้องการใช้ยางดิบ 76,000 ตันต่อปี.