ไอซีทีคิกออฟเน็ตเร็วสูงหมู่บ้าน มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579924

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:15

 

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ภายในเดือน มี.ค.นี้ กระทรวงไอซีทีจะพยายามดำเนินการติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้านประมาณ 30,000 หมู่บ้าน และอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรี (ไวไฟฟรี) 1 จุด ณ ศาลาประชาคมทุกหมู่บ้าน ภายใต้โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ งบประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อให้ทุกหมู่บ้านมีอินเตอร์เน็ตใช้

“ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกันสำรวจข้อมูลหมู่บ้าน และให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กำหนดพื้นที่ในการลงมือติดตั้งให้ชัดเจน แล้วนำมาเสนอให้พิจารณาในวันที่ 23 ก.พ.นี้ เพื่อนำมาเป็นแผนปฏิบัติการติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้เข้าถึงทุกหมู่บ้าน ซึ่งจะต้องทยอยติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน หรือแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2560”

สำหรับยุทธศาสตร์การทำงานของกระทรวงไอซีที จะแบ่งกลุ่มงานออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกคือสนับสนุนงานด้านเศรษฐกิจ เพราะโครงข่ายโทรคมนาคมจะส่งเสริมและสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งการสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ใช้ระบบออนไลน์มาช่วยในการจำหน่ายสินค้า การสร้างมาตรฐานสินค้าออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคที่สั่งซื้อของทางออนไลน์ เป็นต้น อีกส่วนคือสนับสนุนงานด้านสังคม.

ใบสั่งจากบรูไน ฟื้นกรงนกจะนะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579559

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:01

 

ตาปอ หมิงหมะ หรือแบตาปอ อายุ 68 ปีประธานกลุ่มผู้ผลิตกรงนกและหัวกรงนก บ้านเลขที่ 81 หมู่ 2 ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา คุยว่าอาชีพทำกรงนกทำเงินได้ดี เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความชำนาญและความเชี่ยวชาญ เป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

แบ ภาษามลายู แปลว่า พี่ แบตาปอ ก็คือ พี่ตาปอ แบตาปอบอกว่า เจ๊ะ (พ่อ) ล่าเต๊ะ หมะหลี เริ่มต้นการทำกรงนกและหัวกรงนก เอาวิชามาจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย แล้วถ่ายทอดให้คนทั้งหมู่บ้าน แบตาปอ เรียนรู้วิธีการทำกรงนกตั้งแต่ พ.ศ.2521

“บางครั้งเบื่อที่จะทำกรงนก ก็หันไปทำหัวกรง ตอนนั้นการทำหัวกรงขายได้ชุดละ 500 บาท ถือว่าแพง” แบตาปอว่า

การทำหัวกรงนก สมัยก่อนใช้เท้าเหยียบ ใช้ไม้เป็นคันโยงผูกเชือกที่ปลายแล้วพันกับไม้ที่ต้องการกลึง ส่วนปลายเชือกอีกข้างผูกกับไม้ใช้เท้าเหยียบให้เชือกเลื่อนขึ้นลง สมัยนี้ง่าย ใช้มอเตอร์เป็นแท่นกลึงแทน

ไม้ที่ใช้ทำหัวกรงเมื่อก่อนใช้ไม้มะม่วง เอาตรงส่วนแกน ต่อมาใช้ไม้กระถินเทพา กระถินณรงค์

การทำกรงนกดูก็ธรรมดา แต่ความจริงกว่าจะได้กรงสักลูก ต้องใช้หลายคน ต่างคนมีความชำนาญเฉพาะด้าน

โครงสร้างสำคัญกรงนกเขา ประกอบด้วย ตัวกรงทำด้วยไม้ไผ่สีสุก บางครั้งใช้ไม้จัง ไม้ขาวดำ ไม้พุด เป็นเส้นยึดเข้ากันด้วยหวาย เช่น หวายตะคร้าทอง หวายหิน หวายขม ไม้หัวกรง ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง มีลวดลายที่สวยงามยึดติดกับตะขอโลหะ

ผ้าคลุม ทำด้วยผ้าเนื้อมันอย่างดี มีสามส่วนด้วยกัน คือ ผ้าคลุมตัวกรงเพื่อบังแดด ปลายผ้าคลุมจะมีลูกตุ้ม 4 มุมทำจากแก้วพลาสติกคริสตัล เพื่อยึดผ้าและความสวยงามส่วนเพดาน เพื่อป้องกันนกตื่นบินไปชนทำให้บาดเจ็บได้ และส่วนท้ายกรงใช้รองขี้นก

หัวกรงมีหลายรูปแบบ ตะขอ ไม้คอนเพื่อให้นกเกาะ ที่รองแก้วเพื่อวางแก้วน้ำ แก้วข้าวเปลือก แก้วใส่ดอกหญ้าหรือทรายให้นกกินช่วยในการย่อยอาหาร รวมแล้วออกมาเป็นกรงหนึ่งลูก

ก่อนหน้านี้…กรงนกขายดีมาก ราคาหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น มีพ่อค้าคนกลางรับไปขายมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อาทิตย์ละ 7 คันรถ

ปี 2539 ได้ทุนจากนายวินัย เสนเนียม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 240,000 บาท เอามาตั้งกลุ่มผู้ผลิตกรงนกและหัวกรงนก แบตาปอเป็นประธาน คนทำกรงนกมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย ทำขายเริ่มต้นที่ราคา 300 บาท

ส่วนกรงที่แพงที่สุดของอำเภอจะนะ สมาชิกของเราทำจากไม้ชิงชัน ใช้เวลาทำ 6 เดือน ขายราคาใบละ 150,000 บาท แค่กรงเปล่าๆ ส่วนคนซื้อเอาไปแต่งประดับประดา ตอนนี้ราคาเป็นล้าน

กรงนกขายได้เรื่อยๆ แต่ขายได้น้อยลงในช่วงเดือนตุลาคม เพราะเข้าหน้าฝน

แบตาปอยังสอนให้ลูกหลานได้ทำกรงนกเป็นอาชีพภายในครัวเรือน บางครั้งมีนักเรียนมาจากสงขลา ยะลา นราธิวาส 30-50 คน ให้สอนวิธีการทำกรง การเลี้ยงนก เราก็ยินดีสอน

นอกจากการทำกรงนก แบตาปอยังเพาะพันธุ์นกเขาชวาขาย บางตัวขายได้ถึงหลักหมื่น

วิกฤติอาชีพทำกรงนก เกิดเมื่อปี 2547 ไข้หวัดนกระบาด ฟาร์มนกปิดหมด มาเลเซียไม่เอานก ห้ามสัตว์ปีกทุกอย่าง ฟาร์มใหญ่ก็ห้ามเข้า ไม่มีการผสมพันธุ์นก แบตาปอพยายามดูแลนกตัวเองไม่ให้ตาย ที่เหลือตั้งใจขายแต่ไม่มีใครซื้อ

เศรษฐกิจก็แย่ ทำอะไรไม่ได้ แบตาปอบอกว่า ต้องอยู่กันอย่างประหยัด

อิสมาแอล เหยิบบวช หรือแบมะ อายุ 56 ปี เลขากลุ่มผู้ผลิตกรงนกและหัวกรงนก บ้านเลขที่ 111 หมู่ 2 ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นคนต่อมาที่เต็มใจเล่าเรื่องกรงนกให้ฟัง

แบมะเห็นพ่อทำก็นั่งดู ต่อมาเข้าไปช่วย ไม่ว่าเย็บผ้า ทำกรง หัวกรง ไม่รู้ว่าทำเป็นตอนไหน และไม่รู้ว่าอันไหนยากกว่ากัน การเย็บผ้าก็ดูเขาทำแล้วจำ ตอนนี้สอนให้ลูกทำ ที่บ้านทำแต่หัวกรงและกรง ทำกันเจ็ดแปดคน

“เราใช้เฉพาะคนในครอบครัว ง่ายต่อการพูดคุย มีอะไรก็พูดได้ ต่างคนต่างรู้งานของตัวเอง พอไม้มาถึงปุ๊บจะรู้เลยว่าต้องทำอะไร ไม่จำเป็นต้องบอก”

เรื่องกรงนก อำเภอจะนะดังมาก เพราะมีการเลี้ยงนกแบบครบวงจร ใครต้องการนกสักตัวก็ต้องมาจะนะ แล้วจะได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนก กรง อุปกรณ์การเลี้ยงทุกอย่างมีครบ ราคาตั้งแต่ 3 ร้อยไปถึงล้าน

กรงนกเขาชวา เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน สร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้นิยมเลี้ยงนกทั้งในและต่างประเทศ เป็นความสำเร็จสูงสุดในการนำเอาวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสาน

เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

กรงนกเขาชวามีด้วยกัน 3 แบบ คือกรงแบบโขนงหวาย กรงผูกและกรงลูก แต่ละแบบมีหลายรูปทรงและหลายขนาด

1. กรงโขนงหวาย เป็นกรงที่มีหวายทำเป็นโขนงหลายเส้น ตั้งแต่ 12-15 เส้น นิยมทำกันมาก ก็มีกรงโขนงหวายสวย กรงโขนงหวายธรรมดา กรงโขนงหวายทรงเสต็ง ฯลฯ ซี่ของกรงชนิดนี้ซี่เล็กมาก

มีด้วยกัน 2 ขนาด คือ ขนาด 1/16 หุน และขนาด 5/64 หุน ช่องไฟก็จะแน่นมาก นอกจากจะสวยงามแล้วยังสามารถป้องกันพวกแมลง เช่น ผึ้ง ตัวต่อ ฯลฯ ได้ด้วย

2. กรงผูก มีรูปทรงลักษณะแตกต่างไปจากกรงโขนงหวาย ใช้หวายเพียง 5-7 เส้นเท่านั้น แต่จะเน้นไปที่การผูกไม้ไผ่ให้กรงได้รูปทรงตามที่ต้องการและจะมีหลายรูปทรง เช่น ทรงเสต็ง ทรงโกหยี่ ทรงธรรมดา หรือกรงโหล กรงแกะดอก

ที่แตกต่างกันตรงขนาดซี่ของกรง รูปทรงจะแตกต่างกัน ซี่ของกรงชนิดนี้ นิยมเหลาแบบปลายเรียว กลางโต และโคนของซี่ก็เรียวเล็กลงมา เป็นกรงที่มีความนิยมสูง เพราะสามารถดัดแปลงกรงในรูปทรงต่างๆได้

3. กรงลูก มีรูปทรงคล้ายกับกรงโขนงหวาย แตกต่างกันก็ตรงที่ซี่กรงที่ใหญ่กว่าขนาดของกรงโขนงหวาย รูปทรง การวางหวายเพื่อเป็นโขนงก็จะต่างระยะกัน ซี่จะเหลาแบบขนาดเกือบเท่ากันหมด ยกเว้นเฉพาะช่วงปลายเท่านั้นที่จะเหลาให้เล็กกว่าเพื่อง่ายแก่การประกอบ

การเลือกใช้กรงแข่ง ต้องเลือกให้เหมาะกับนิสัยของนก นกที่ขึ้นกรงใหม่ต้องการที่อยู่แคบๆและค่อนข้างทึบแสง ซี่กรงมีขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ซี่กรงเมล็ดแตงกวา” ได้แก่ กรงผูก ส่วนกรงเสต็งเป็นกรงที่มีซี่เล็กเหมาะสำหรับใส่ลูกนก มีน้ำหนักเบา กันแมลงและตัวต่อรบกวน เพราะลูกนกยังไม่รู้จักขู่และป้องกันตัว

ส่วนกรงหวายโขนงที่มีขนาดใหญ่สามารถทำเป็นกรงบินได้โดยใส่คอนคู่ ให้นกได้บินออกกำลังกายช่วงว่างจากการฝึกซ้อมและแข่งขัน

ในอำเภอจะนะทำกรงนก 3 ตำบล บ้านนา ปากชิง สะกอม แต่ละตำบลทำไม่เหมือนกัน แตกต่างตรงรูปแบบและไม้ไผ่ที่ใช้ ปากชิงใช้ไม้ไผ่ตง บ้านนาใช้ไม้ไผ่สีสุก สะกอมใช้ไม้ไผ่ป่า

การทำกรงนกสร้างอาชีพให้กับชาวอำเภอจะนะ มีเงินหมุนเวียนเป็นหลักล้าน สร้างกรงนกเป็นสัญลักษณ์บริเวณหอนาฬิกาทางเข้าเมือง ป้ายหน้าอำเภอมีนกเขาชวาอยู่ 2 ตัว

แบมะเจอปัญหาเดียวกับแบตาปอ เศรษฐกิจแย่ตั้งแต่เจอไข้หวัดนก

นอกจากจะทำกรงนกขาย แบมะยังช่วยแบตาปอดูแลฟาร์มนก เช้าๆก็เอานกไปแขวนขึ้นเสารอกตากแดดตอนเช้าตอนเย็นเพื่อให้นกคึก ดูแลให้น้ำให้ข้าว

ทำกรงนกเป็นอาชีพมากว่า 20 ปี พออยู่ได้ แต่ลึกๆลุ้นในใจอยากให้เศรษฐกิจดีกว่านี้ตั้งแต่เป็นเออีซี เริ่มมีสัญญาณที่ดี ประเทศบรูไนสั่งกรงนกเพิ่ม แบมะหวังว่าจะเป็นการต่อลมหายใจให้กับอาชีพทำกรงนกไปได้อีกระยะ.

AEC Go On 20/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579614

โดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 20 ก.พ. 2559 05:01

 

เวียดนามเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่ม CLMV ประเทศเดียวที่ไม่มีพรมแดนติดกับไทย ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกันจึงไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นง่ายๆ เหมือนกับกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ที่มีตะเข็บตามแนวชายแดนติดกับไทย

อย่างไรก็ตาม ไทยกับเวียดนามก็มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน ทำให้ไทยกับเวียดนามมีความผูกพันทางเศรษฐกิจตลอดจนการค้าการขายมากพอสมควร การค้าระหว่างไทยกับเวียดนาม ในปีล่าสุด 2558 มีมูลค่ารวม 439,062.2 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 15.2 โดยแบ่งเป็นการส่งออกสินค้าไปเวียดนาม 301,215.3 ล้านบาท และนำเข้าจากเวียดนาม 137,847.9 ล้านบาท ทำให้ไทยเกินดุลการค้ากับเวียดนาม 163,367.4 ล้านบาท โดยไทยเป็นผู้ค้าอันดับต้นๆ ของเวียดนาม โดยไทยเป็นประเทศที่เวียดนามนำเข้าสินค้าสูงสุดเป็นอันดับ 5 ขณะที่เวียดนามเป็นตลาดที่ไทยส่งออกสินค้าสูงสุดเป็นอันดับที่ 12

สินค้าที่ประเทศไทยส่งออกไปเวียดนาม 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาสินค้าส่งออกของไทยโดยรวม จะสังเกตได้ว่าคนเวียดนามนิยมสินค้าไทยแทบทุกประเภททั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนวัตถุดิบเพื่อการผลิตต่อ เรียกได้ว่าสินค้าแทบทุกประเภทนั้นไทยส่งออกไปยังเวียดนามได้ทั้งสิ้นกับตลาดที่มีประชากรเกือบ 100 ล้านคนที่กำลังมีอำนาจซื้อสูงขึ้นเป็นลำดับ จึงถือได้ว่าเวียดนามเป็นตลาดส่งออกสินค้าที่ไทยควรเข้าไปเจาะตลาดมากขึ้น

ส่วนสินค้านำเข้าไทยจากเวียดนาม 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ น้ำมันดิบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และสัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป ทั้งนี้จะสังเกตได้ว่าเรานำเข้าสินค้าประเภทวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพเพื่อมาเติมเต็มกระบวนการผลิตของไทย.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

ฉลองจัดงาน โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โป ครั้งที่ 20

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579618

โดย วานิชหนุ่ม 20 ก.พ. 2559 05:01

 

เริ่มต้นปีลิงไฟด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจและระมัดระวังการใช้จ่ายกันมากขึ้น ให้ความสำคัญกับคุณภาพและราคาของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้นหลายๆแบรนด์ได้เริ่มจัดงานอีเวนต์จำหน่ายสินค้าราคาประหยัดประเดิมช่วงต้นปี เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค และเพื่อกระตุ้นดีมานด์การซื้อ

โดยเฉพาะสินค้าเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต “โฮมเวิร์ค” ผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าเพื่อบ้าน ยังคงสานต่อแนวคิดในการจัดงาน “โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โป” อย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “ครบ ถูก คุ้มกว่าทุกงาน” ทำให้ โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โปกลายเป็นมหกรรมลดราคาสินค้าเพื่อบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมตลอดมา

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า โฮมเวิร์ค เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ฉลองครบรอบครั้งที่ 20 อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการผนึกกำลังพาร์ตเนอร์ในเครือเซ็นทรัล อาทิ เพาเวอร์บาย, ซีเอ็มจี, เซ็นทรัล เรสเตอรองส์ และ วัตสัน มาจัดหนัก จัดเต็ม กระหน่ำลดราคาสินค้าครั้งใหญ่สูงสุด 80% แบบไม่ผิดหวังมางานเดียวได้ของครบ ถูก คุ้มกว่าทุกงาน

การจัดงานนี้เริ่มแล้วจนถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์ไบเทค บางนา บนพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร วางงบประมาณการจัดงานครั้งนี้กว่า 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มมากมาย อาทิ การจับมือกับสถาบันการเงินชั้นนำส่งโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดและรับเพิ่มอีก 45% มากที่สุดแห่งปี, การจัดรายการสินค้านาทีทอง ลดถล่มราคา และยิ่งช็อป ยิ่งรับเพิ่ม เป็นต้น อีกทั้งครั้งนี้ยังมีพันธมิตรเข้าร่วมการจัดงานเพิ่มขึ้น และเพิ่มฟู้ดโซน ด้วยการนำอาหารอร่อยจากร้านดัง 60 ร้านค้า เพื่อเอาใจนักช็อป นักชิม และเพิ่มความสุขของทุกคนในครอบครัว ภายใต้สโลแกน “ครบ ถูก คุ้มกว่าทุกงาน”

“เราได้ดำเนินการจัดงานโฮมเวิร์ค เอ็กซ์โปมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้เป็นการฉลองครบรอบครั้งที่ 20 ซึ่งแต่ละครั้งเราได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีด้วยจุดเด่นของงานที่มีพันธมิตรในเครือเซ็นทรัลมาร่วมงาน ทำให้ความหลากหลายของกลุ่มสินค้าสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเพื่อบ้าน ต้นไม้ ของแต่งสวน เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแฟชั่น สินค้าไอที สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม พร้อมกับการจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม และสถานที่จัดงานที่สะดวกสบายต่อการเดินทาง ส่งผลให้ครองความเป็นผู้นำงานมหกรรมสินค้าเพื่อบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยิ่งใหญ่ครบวงจรที่สุดในเมืองไทย โดยคาดว่าตลอดระยะเวลาการจัดงาน 10 วัน จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท”

นายสุทธิสารกล่าวว่า แบรนด์ที่เข้าร่วมงานกว่า 500 แบรนด์ดังจัดโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุดกว่า 80% โดยแบ่งพื้นที่จำหน่ายออกเป็นโซนหลักๆ ดังนี้ โซนสินค้าเพื่อบ้าน จากโฮมเวิร์ค โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า จากเพาเวอร์บาย อาทิ อุปกรณ์ภาพ-เสียง สินค้าไอที, โซนแฟชั่นจากซีเอ็มจี เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา เครื่อง สำอาง, โซนสินค้าเพื่อ สุขภาพและความงาม จากซีเอ็มจี วัตสัน และบูทส์รีเทล เอาใจคนชอบชิมกับ โซนอาหาร อาทิ มิส-เตอร์โดนัท, อานตี้- แอนส์, เดอะ เทอเรส และไอศกรีมโคลด์สโตน จากเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป และเทศกาลอาหารคาว-หวาน จาก 60 ร้านค้า เอาใจคนรักธรรมชาติกับโซนต้นไม้และของตกแต่ง Garden Market มหกรรมต้นไม้ ของแต่งสวนของแต่งบ้านอีกกว่า 80 ร้านค้า และโซนสินค้าโครงการหลวง สินค้าดอยคำ ทั้งผักสด ดอกไม้ และผลิตภัณฑ์แปรรูป และสองวันสุดท้ายขยายเวลาให้ช็อปถึงเที่ยงคืน

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ 8 คุ้ม เอาใจสาวกนักช็อป ได้แก่ คุ้ม 1 สินค้า Hot Price และ Crazy Price ลดสูงสุด 80% คุ้ม 2 ลดและรับเพิ่มรวม 45% จากบัตรเซ็นทรัล เครดิต การ์ด คุ้ม 3 ผ่อน 0% สูงสุด 18 เดือน คุ้ม 4 ช็อป 10,000 บาท คืน 10,000 บาท เพียงช็อปสินค้าที่โฮมเวิร์ค ภายในงานครบ 10,000 บาท รับคูปองส่วนลด 10,000 บาท คุ้ม 5 ฉลองครั้งที่ 20 ช็อปทุก 3,000 บาท ลุ้นแลกซื้อสร้อยคอทองคำ 20 บาท ในราคา 1 บาท คุ้ม 6 ยิ่งช็อป ยิ่งรับเพิ่ม เมื่อช็อปครบตามเงื่อนไข รับฟรีบัตรกำนัล คุ้ม 7 ข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มจากบัตรเครดิตชั้นนำ 12 สถาบันการเงิน และคุ้ม 8 พิเศษสำหรับสมาชิกบัตร The 1 Card เพียงนำคะแนนในบัตร 600 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท

นับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้เงินให้มีประสิทธิภาพ ที่เครือเซ็นทรัลได้ผนึกกำลังมาจัดงานใหญ่ให้เลือกช็อปได้อย่างคุ้มค่า!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

สถาบันไทย–ฝรั่งซื้อ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579889

โดย อินเด็กซ์ 51 20 ก.พ. 2559 05:01

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 ก.พ. ปิดที่ 1,320.19 จุด บวก 25.60 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 48,302.83 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,453.68 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด PTTEP ปิด 72 บาท บวก 5.50, PTT ปิด 258 บาท บวก 8 บาท, SCC ปิด 452 บาท บวก 22 บาท, ADVANC ปิด 170 บาท บวก 2 บาท และปิด KBANK 168.50 บาท บวก 4 บาท

มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นในหุ้นขนาดใหญ่ ดันดัชนีพุ่งแรง นำโดย SCC, PTT, PTTEP ซึ่งเป็นแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ โดยสถาบันในประเทศโชว์ยอดการซื้อสุทธิ 3,018.05 ล้านบาท ขณะที่พอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 1,856.56 ล้านบาท ด้านนักลงทุนรายย่อยเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิออกมา 6,328.28 ล้านบาท

โดยแรงซื้อกลับของนักลงทุนต่างชาติ หลังเฟดมีท่าทีไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว หรือมีเสถียรภาพมากขึ้น

บล.ทิสโก้ ชี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทย โดยซื้อสุทธิ 4 วันทำการติดต่อกันในสัปดาห์นี้ และยัง long ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Future) อีกด้วย ซึ่งเป็นผลจากรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รอบล่าสุด ระบุว่า เฟดกังวลภาวะตึงตัวทางการเงิน จึงผ่อนปรนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย

ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคเริ่มดีขึ้น หลังดัชนีขึ้นมายืนเหนือ 1,300 จุดได้ และราคาน้ำมันเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว หลังอิหร่านและซาอุดีอาระเบียบรรลุข้อตกลงร่วมกับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญอย่างรัสเซีย

ประเมินตลาดสัปดาห์หน้า คาดหุ้นบวกต่อ ด้วยแรงซื้อกลับของต่างชาติ ทั้งกรณีท่าทีเฟดและธนาคารกลางยุโรปมีโอกาสผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีลุ้นว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หลังเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ โดยทิสโก้มองว่า กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า

แนะกลยุทธ์การลงทุน แนะถือเพื่อรอขายทำกำไร เมื่อดัชนีขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,340 จุด พร้อมประเมินแนวรับ 1,300 จุด มองหุ้นเด่นสัปดาห์หน้า แนะนำ TPIPL ให้เป้าหมายที่ 2.32 บาท และ CK เป้า 24.2 บาท!!

อินเด็กซ์ 51

ดัชนีเศรษฐกิจ 20/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579916

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:01

 

ปั้นเอสเอ็มอีตัวจี๊ดสู่ดาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579922

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:01

 

นายสมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้คัดเลือกผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่อยู่ในกลุ่มการเติบโตสูงและกลุ่มที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ จำนวน 31 ราย จากสมาชิกของ กสอ. 1,000 ราย นำร่องโครงการยกระดับดาวเด่นเอสเอ็มอี เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย 4 ด้าน คือ การขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ, การจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใหม่ (เอ็มเอไอ), การได้รับมาตรฐานระดับโลก และได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น กำหนดระยะเวลา 3 ปี (ปี 2559-2561) คาดว่าจะสำเร็จทั้งหมด จากนั้นนำแนวทางเป็นต้นแบบให้กับเอสเอ็มอีรายอื่นๆต่อไป

“เชื่อว่าทั้ง 31 รายที่เลือกมาเข้าโครงการจะประสบความสำเร็จ 100% เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ เป็นตัวจี๊ดของธุรกิจ มีความพร้อมทั้งตัวผู้ประกอบการและตัวธุรกิจ มีการขยายตัวทางธุรกิจไม่ต่ำกว่าปีละ 20% ย้อนหลัง 3 ปี ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรหรือแปรรูปอาหาร สาเหตุที่ต้องเลือกกลุ่มที่มีศักยภาพอยู่แล้ว และเพียง 31 ราย เพราะกสอ.มีงบประมาณเพียง 10 ล้านบาท และคนกลุ่มนี้แม้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ แต่อาจยังไม่มีแผนที่ชัดเจน บางรายทำธุรกิจมากกว่า 10 ปี ก็ยังไม่สามารถสานฝันตัวเองได้”

ทั้งนี้ กสอ.จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ตั้งแต่การวางกลยุทธ์วินิจฉัยศักยภาพทั้งหมดของตัวผู้ประกอบการและธุรกิจว่ามีความพร้อมหรือขาดอะไรบ้าง แล้วค่อยกำหนดเป้าหมายในแต่ละขั้นตอน รวมทั้งให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่สถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับธุรกิจ ระหว่างนั้นก็จะมีการติดตามประเมินผลเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้.

ยังไม่คืบ! ตรวจชั่วโมงบินกัปตันนกแอร์ อยู่ระหว่างรอข้อมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579778

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 19:22

 

อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เผย การตรวจสอบชั่วโมงบินนกแอร์ อยู่ระหว่างรอข้อมูล ยัน ปัญหาไม่กระทบมาตรฐาน-ความปลอดภัยสายการบินอื่น ด้าน ซีอีโอนกแอร์ ทวีตขอสื่ออย่าเพิ่งถามอะไร ขณะที่อดีตกัปตัน ไม่พร้อมให้รายละเอียด อยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย…

วันที่ 19 ก.พ.59 นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือน เปิดเผยด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบชั่วโมงบินนกแอร์ในขณะนี้ อยู่ในระหว่างรอทางสายการบินนกแอร์ส่งข้อมูลเรคคอร์ดทั้งปีมาตรวจสอบ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางนกแอร์นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับมาตรฐานนักบินในไทย รวมทั้งปัญหาทางด้านความปลอดภัยด้วย เพราะการที่จะขึ้นเป็นนักบินได้ต้องผ่านทั้งการสอบข้อเขียน และการปฏิบัติ รวมถึงได้รับใบอนุญาตจากกรมฯ ก่อน

ส่วนจะกระทบต่อภาพรวมการบินในประเทศหรือไม่นั้น คงไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะเป็นพฤติกรรมแต่ละบุคคล แต่ละองค์กร หากเจอใครทำผิด ถึงจะมีมาตรการลงโทษ และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร แต่ในลักษณะโดยทั่วไปจะมีโทษปรับทั้งตัวสายการบิน และตัวนักบินด้วย

ด้าน นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ ได้เพียงแต่ออกมาทวีตข้อความ ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว (@Patee122) โดยระบุว่า “ขอความกรุณานะครับเรื่องคนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ไม่ใช่แค่ละครที่สนุก ชีวิตคนพวกนี้คือลูกน้องทั้งนั้นที่มีครอบครัวที่เขาต้องดูแล”

ต่อมาไม่นาน ทวีตข้อความอีกครั้ง ใจความว่า “ขอสื่อช่วยอย่าเพิ่งถามอะไรเพื่อความสนุก มันไม่สนุกครับ เราจะทำอะไรเราคิดถึงอนาคตเขาด้วย ไม่ใช่ทำให้นกแอร์กับลูกน้องของเราเสียหายและไม่มีอนาคต”

ทั้งนี้ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อไปยัง นายศานิต คงเพชร อดีตนักบินผู้ควบคุมอากาศยานสายการบินนกแอร์ ซึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า ขณะนี้ยังไม่พร้อมที่จะให้รายละเอียดใดๆ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนเตรียมการฟ้องร้อง หากมีความคืบหน้า หรือพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูล จะติดต่อกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยกับ “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ว่า ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า และยังไม่ได้รับรายงานใดๆ จากกรณีการตรวจสอบชั่วโมงการบินของนักบิน คงต้องรอรายละเอียดอีกครั้ง.

อคส.ถกเซอร์เวย์เยอร์ เคลียร์หนี้คงค้างรวม 1,112 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579750

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 18:44

 

“อคส.” ถกเซอร์เวย์เยอร์ เคลียร์หนี้ 1,112 ล้านบาท ทั้งค่ารมยา-ตรวจสอบคุณภาพข้าวในโกดังรัฐ พร้อม จี้บางรายใช้หนี้ อคส. 600 ล้านบาท หลังทำข้าวเสื่อมสภาพ เชื่อ ภายใน 1 สัปดาห์ได้ความชัดเจน…

วันที่ 19 ก.พ. 59 พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวย์เยอร์) ที่มีสัญญาดูแลรักษาคุณภาพข้าวในสต๊อกรัฐบาลร่วมกับ อคส. 27 ราย ถึงประเด็นค่าใช้จ่ายคงค้างที่มีระหว่างกัน ตั้งแต่อดีตจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 58 ซึ่งมีมูลค่ารวม 1,112 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่ารมยาและค่าตรวจสอบคุณภาพข้าว โดย อคส. ต้องชำระให้เอกชนตามสัญญาที่มีอยู่

ขณะเดียวกัน ยังมีเอกชนที่อยู่ในบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ซึ่งทำผิดสัญญาของ อคส.ในด้านต่างๆ เช่น ปล่อยให้ข้าวเสื่อมสภาพ ซึ่งต้องชำระค่าเสียหายให้ อคส. มูลค่ารวม 456 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้หมด คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์นับจากนี้ โดยเงินที่จะใช้หนี้ส่วนหนึ่งเป็นรายได้ของ อคส. ที่เตรียมไว้แล้ว อีกส่วนหนึ่งได้ทำหนังสือขอไปยังสำนักงบประมาณแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งสัปดาห์หน้าจะไปหารือเรื่องดังกล่าว

“ผมตั้งใจจะเคลียร์ปัญหาหนี้คงค้าง ไม่ว่า อคส. ค้างค่ารมยาหรือค่าใช้จ่ายการเก็บรักษาข้าว หรือมันสำปะหลัง ที่เป็นปัญหาค้างคามาหลายปี ตั้งแต่ปี 51 รวมหลายพันล้านบาท ให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้ อคส. สามารถเดินหน้าดำเนินธุรกิจใหม่ๆ ได้ ซึ่งเอกชนพอใจที่จะสะสางกันให้จบ ถือเป็นหน้าที่ของผม”

พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ จะหารือกับบริษัท เซอร์เวเยอร์ และเจ้าของโกดังข้าวที่รัฐฝากเก็บ เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาในเรื่องการชำระค่าเช่าโกดัง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงประเด็นที่มีข้อร้องเรียนว่าเซอร์เวเยอร์ไม่ยอมเปิดโกดังให้ผู้ชนะประมูลข้าวของรัฐบาลเข้าไปรับมอบข้าวด้วย

ส่วนการผลิตข้าวสารบรรจุถุงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ที่เดือดร้อนจากราคายางพาราตกต่ำ จำนวน 802,000 ครัวเรือนๆ ละ 25 กิโลกรัม รวม 30,000 ตันนั้น ได้ข้อสรุปว่า สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยจะเป็นผู้รับจ้างผลิต โดย อคส. จะจ่ายค่าจ้างให้เป็นข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล 30,000 ตัน และจะผลิตถุงละ 25 กก. เพราะต้นทุนการผลิตต่ำกว่าถุงละ 25 กก. และในวันที่ 23 ก.พ.นี้ จะหารือกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระจายข้าวถุงไปยังเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราต่อไป คาดจะเริ่มแจกจ่ายให้ได้ในเร็วๆ นี้.

หุ้นไทยปิดตลาดพุ่งแรง 25.60 จุด มูลค่าซื้อขาย 48,302.83 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579758

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 17:32

 

หุ้นไทยปิดตลาดพุ่ง 25.60 จุด ที่ระดับ 1,320.19 จุด มูลค่าการซื้อขาย 48,302.83 ล้านบาท…

วันที่ 19 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด เพิ่มขึ้น 25.60 จุด ที่ระดับ 1,320.19 จุด หรือคิดเป็น 1.98% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 48,302.83 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3.  บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 5. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)