ภาพข่าวสังคม : 2 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/gallery/5543


  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558” ให้แก่ เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการสาธารณสุข ประจำปี 2558


  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558” ให้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2558


  • ประชุมวิชาการ : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “การประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2559” ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ในการนี้ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายองค์กร สัมพันธ์และภาพลักษณ์ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เฝ้ารับเสด็จ


  • เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต-มาดามอเล็กซี่, ศาสตราจารย์นายแพทย์มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์-มาดาม ดร.โทบี้ และบุตรี ดร.โรบิ้น


  • 2 องคมนตรี : อำพล เสนาณรงค์, ศ.อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ


  • อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี พร้อมด้วย พญ.อัญชลี-นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล, รศ.นพ.วรพรรณ-อัคคพล เสนาณรงค์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ดร.อภิชัย จันทรเสน


  • องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-พ.อ.(ญ) ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์


  • องคมนตรี ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย กับ มาดาม ดร.โทบี้ และบุตรี ดร.โรบิ้น มาวเวอร์


  • 2 องคมนตรี : พลากร สุวรรณรัฐ, พล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุสานนท์


  • องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์


  • นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์-รศ.นราพร จันทร์โอชา


  • พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงกลาโหม


  • รมว.สาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล-พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ กับ กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ ออท.ศรีลังกา


  • รศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์, รศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา


  • รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์


  • กฤษณ์ กาญจนกุญชร ราชเลขาธิการ


  • นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา,พล.ท.ไตรโรจน์ ครุเวโช เจ้ากรมแพทย์ทหารบก, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล-พญ.สมสิริ สกลสัตยาทร, รศ.ดร.พญ.นิศารัตน์ โอภาสเกียรติกุล,รศ.พญ.ตุ้มทิพย์ แสงรุจิ,ดร.พญ.สุนันทา ฉันทกาญจน์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, ผาณิต พูนศิริวงศ์


  • ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ


  • ศ.เกียรติคุณ นพ.ดร.พรชัย-รศ.ดร.อรพรรณ มาตังคสมบัติ,ดร.อภิชัย จันทรเสน, ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์


  • พิริยาภรณ์ ธรรมารักษ์ พันธ์พิไล-พันธ์ภิรมย์ ใบหยก


  • ศิริภรณ์ ทรัพย์เจริญ, รศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมโรคไตฯ, ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดี ม.มหิดล และ วาจี ไพบูลย์วัฒนชัย


  • นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์, ทญ.รวิสุดา-นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย


  • ผบ.ทร.พล.ร.อ.ณะ-ปราณี อารีมิตร


  • บุญนำ-ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี ม.รังสิต


  • ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์


  • ศ.เกียรติคุณ พญ.ชนิกา-ศ.นพ.มนตรี ตู้จินดา


  • รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง และ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร


  • รศ.นพ.โศภณ นภาธร อดีตคณบดีแพทยศาสตร์ จุฬา และ ผอ.รพ.จุฬาฯ กับ พญ.สุจิตรา นภาธร


  • ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้หญิงแนวหน้า กับ ศิวะพร ชมสุวรรณ ผอ.ใหญ่ บมจ.อสมท


  • ฐานิยา-พล.อ.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ


  • อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสข-วินัดดา วรรณเมธี


  • ดีดีการบินไทย จรัมพร-อัญมณี โชติกเสถียร และ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย


  • จันทร์วดี-รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล


  • กุลกานดา โพธิ์เกษม, เพชรพริ้ง สารสิน


  • พล.ต.ม.ล.กุลชาต ดิศกุล


  • พล.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ โรหิโตปการ กรมวังผู้ใหญ่

‘โรคมะเร็ง’ป้องกันได้ด้วยตัวเอง สุขภาพดีลดความเสี่ยงจากการกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200364

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.19 น.
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประชากรทั่วโลก สมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล (Union for International Cancer Control, UICC) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) จึงกำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น “วันมะเร็งโลก” หรือ “World Cancer Day” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้คนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญและสาเหตุของโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก โดยปี 2559 ใช้หัวข้อ “We can. I can.”  (เราทำได้ฉันก็ทำได้) ในการรณรงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของแต่ละภาคส่วนในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง

ส่วนสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทยจากสถิติพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 รองลงมา คือ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขยังพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปีหรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย โดยโรคมะเร็งที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ ซึ่งโรคมะเร็งแต่ละชนิดจะมีการดำเนินของโรคและวิธีการรักษาที่แตกต่างตามอวัยวะที่เป็นมะเร็ง ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกาย และความเหมาะสมของผู้ป่วยมะเร็ง ส่วนการรักษาจะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและการดำเนินโรคของมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง รักษาง่ายกว่า มะเร็งปอด มะเร็งสมอง เป็นต้น

ดังนั้น การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนสามารถทำได้เหมือนกับประเด็นที่ใช้รณรงค์ในวันมะเร็งโลก ปี 2559 คือ “We can. I can.”  (เราทำได้ฉันก็ทำได้) ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง อาหารเนื้อสัตว์รมควัน ปิ้ง ย่าง ทอดจนไหม้เกรียม อาหารที่มีเชื้อราขึ้น อาหารที่ใส่ดินประสิว (ไนเตรท) และไนไตรท์ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ อาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะปลาน้ำจืด

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับมลพิษจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมและในสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ เมื่อต้องสัมผัสกับสารพิษหรือสารเคมีควรปฏิบัติตามกฎข้อบังคับหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดมากเกินไป ควรลดความเครียด พักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิด และควรตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรกโดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมสามารถตรวจได้แม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็ง ดังนั้น การป้องกันให้ห่างไกลโรคมะเร็งจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกายเป็นนิจ ทำจิตแจ่มใส กินผักผลไม้ กินอาหารหลากหลาย ตรวจร่างกายเป็นประจำ ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเซ็กซ์มั่ว ไม่มัวเมาสุรา ไม่ตากแดดจ้า ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งด้วยตัวเราเองได้

เคล็ด(ไม่)ลับ!9วิธี’พัฒนาสมอง’ เพิ่มประสิทธิภาพ-ความจำดียิ่งขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200296

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 19.16 น.
การดูแลร่างกายเป็นกิจกรรมที่ดีที่คนรักสุขภาพนิยมทำกัน เพื่อให้ได้สุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งนอกจากร่างกายที่เราต้องดูแลแล้ว สุขภาพของสมองก็ไม่ควรมองข้าม เพราะการใช้งานสมองอย่างหนัก ด้วยการหมกหมุ่นอยู่กับงานโดยไม่พัก เป็นการทำร้ายสมองมากกว่าที่คิด และยังให้ผลในด้านตรงข้ามกับคนที่ต้องการพัฒนาสมองอีกด้วย

วันนี้เราจึงมี เคล็ด(ไม่)ลับ 9 วิธีช่วยพัฒนาสมอง เพิ่มประสิทธิภาพ-ความจำให้ดียิ่งขึ้น มานำเสนอ เพื่อให้คุณได้มีสุขภาพร่างกายและสมองที่สมบูรณ์ที่สุด

1. เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Princeton เผยว่า การเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรที่ใช้ในการพิมพ์เอกสาร การทำตัวหนาและตัวเอน เพื่อให้เกิดความแตกต่างในการอ่าน เป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองที่ได้ผลเป็นอย่างมาก นอกจากนี้การเอารูปแบบการจัดหน้าเอกสารออกไป จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตัวอักษรนั้นเล็กลง ช่วยดึงความสนใจผู้อ่านได้อีกทางด้วย

2. เต้นลีลาศ

ช่วงต้นปีเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของสมอง เช่น การเรียนทำอาหาร เรียนภาษา แต่ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะเรียนอะไร ขอแนะนำให้ลองเรียนการเต้นบอลรูม หรือการเต้นลีลาศดู เพราะมีงานวิจัยยืนยันว่า การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลงในแต่ละครั้ง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองผู้เต้นให้ต้องคิดว่าจะเคลื่อนที่อย่างไรให้เข้ากับจังหวะเพลงและคู่เต้น ซึ่งนอกจากจะเป้นการฝึกสมองที่ดีแล้ว ยังเป็นการผ่อนคลายร่างกายจิตใจอีกด้วย

3. ใช้มือข้างที่ไม่ถนัด

การเปลี่ยนพฤติกรรมที่เราทำจนเคยชิน ถือเป็นการออกกำลังกายของสมองที่ดีอีกแบบหนึ่ง อย่างเช่น การเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันอย่าง การแปรงฟัน เขียนหนังสือ จับสิ่งของ ทานอาหาร ด้วยมือข้างที่ถนัด แล้วลองหันมาใช้มืออีกข้างที่ไม่ถนัดดูบ้าง เพื่อให้สมองอีกด้านได้ทำงานและตื่นตัว ซึ่งวิธีนี้เองที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองใช้ในการฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างได้ผลมาแล้ว

4. เว้นวรรคให้สมองได้พัก

การคร่ำเคร่งในการทำงานมากเกินไป เป็นการทำร้ายสมอง นอกจากจะไม่ช่วยให้สมองคุณทำงานได้ดีแล้ว ยังทำให้คุณมีความจำสั้นลงกว่าเดิมอีกด้วย โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Wisconsin, Madison ได้แนะนำวิธีการผ่อนคลายสมองด้วยการพักจากงานที่ทำอยู่ เพื่อขจัดความขุ่นมัว และเปิดโอกาสให้สมองได้ทบทวนสาระสำคัญให้ตกผลึก ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้จดจำต่อไป

5. เพิ่มความจำด้วยการ’เขียน’

ในบทความ Journal of Cognitive Neuroscience ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การจดบันทึกด้วยลายมือ จะช่วยให้จดจำความรู้ใหม่ๆ ได้ดีและรวดเร็วกว่าการจดบันทึกด้วยการพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยในกลุ่มเด็กนักเรียนยืนยันว่า การเรียนการสอนโดยให้เด็กจดบันทึกลงในสมุดด้วยลายมือของตัวเอง มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ระบบต่างๆ ในสมองที่เกี่ยวกับการเรียนรู้จดจำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกว่าวิธีอื่นๆ

6. เล่นเกมลับสมอง

การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีแต่ผลเสียอย่างที่หลายคนเข้าใจเสมอไป เพราะมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เพราะมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เด็กวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งที่ชอบเล่นเกม Tetris เป็นประจำ มีระบบความจำที่พัฒนารวดเร็วอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมองส่วนที่ใช้ในการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ภาษา และการทำงานเป็นขั้นตอน นั่นเป็นเพราะเกม Tetris สามารถช่วยกระตุ้นกลไกการทำงานของสมองหลายส่วน ให้ต้องคิดตลอดเวลาว่าจะจัดวางตัวต่อรูปร่างต่างๆ ให้เป็นแถวได้อย่างไรนั่นเอง

7. ปลุกสมองด้วยเสียงดิจิตอล

เสียงดิจิตอลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หลายๆ คน รู้สึกรำคาญและเลือกที่จะปิดเสียง มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด โดยผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Amsterdam พบว่า การเปิดเสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเสียงของระบบการสุ่มเลือกคำจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่ได้ยินสามารถคิดสร้างสรรค์ถ้อยคำประโยคและการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้ดีกว่าคนที่เลือกจะปิดเสียงไว้

8. ฝึกสมาธิ

จากรายงานทางการแพทย์ของ Monteore Medical Center/Albert Einstein College of Medicine ระบุว่า เซลล์สมองของผู้ที่ฝึกสมาธิเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนั้น จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีระบบความจำดีกว่าคนที่ไม่ได้ฝึกสมาธิอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงเท่านั้น การฝึกสมาธิยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการมีสติ ระมัดระวัง เอาใจใส่และดูแลตนเองมากขึ้นด้วย

9. อ่านออกเสียงดังๆ กระตุ้นสมอง

การอ่านเป็นสิ่งที่ดี และการอ่านออกเสียงดียิ่งกว่า เพราะการอ่านออกเสียงเป็นการเปิดโอกาสให้สมองอีกส่วนหนึ่งได้รับการกระตุ้น ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองส่วนที่ทำงานดังกล่าว ซึ่งการอ่านในใจทำให้สมองส่วนนี้ไม่ได้รับการกระตุ้น วิธีนี้จึงถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายวิชาชีพ

ที่มา : kapook

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200295

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558” ให้แก่ เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการสาธารณสุข ประจำปี 2558

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558” ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล พร้อมคู่สมรส ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา

ในปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558 จำนวน 51 ราย จาก 19 ประเทศ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สาขาการแพทย์ และ สาขาการสาธารณสุข โดยผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2558 ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ ผู้ร่วมคิดค้นเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังในร่างกาย หรือเอไอซีดีและเป็นผู้คิดค้นหลักของเครื่องรักษาหัวใจด้วยวิธีให้จังหวะ หรือซีอาร์ที ส่วนผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการสาธารณสุขประจำปี 2558 ได้แก่ เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอตเป็นบุคคลที่มีผลงานสำคัญด้านการศึกษาวิจัยระบาดวิทยาอย่างเป็นระบบมานานกว่า 35 ปี

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้ารับพระราชทานรางวัลทั้ง 2 ท่าน ว่า “การสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ และการสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ และเทคโนโลยี หรือการค้นพบแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพก็ตาม เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่ทำให้มนุษยชาติเจริญก้าวหน้าไปโดยไม่หยุดยั้งเพราะนวัตกรรมต่างๆ ได้ช่วยให้มนุษย์เราสามารถดูแลสร้างเสริมสุขภาพอนามัยและบำบัดรักษาโรคภัยได้สำเร็จ อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ตลอดจนพัฒนาความรู้ทางการแพทย์ และการสาธารณสุขให้งอกงามไพศาล การที่ศาสตราจารย์นายแพทย์มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ ได้ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังในร่างกาย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ และเซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ได้เสนอหลักปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัย เพื่อให้ประชากรในประเทศต่างๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั้น นับเป็นการสร้างเสริมความเจริญก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ของการแพทย์ และการสาธารณสุข รวมทั้งความก้าวหน้ารุ่งเรืองของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง”

ศาสตราจารย์นายแพทย์มอร์ตันเอ็ม มาวเวอร์ ศาสตราจารย์อายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เมืองบัลติมอร์ และศาสตราจารย์สรีรวิทยาและชีวฟิสิกส์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโฮเวอร์ด กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2558 ร่วมคิดค้นเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังในร่างกาย หรือเอไอซีดี(AICD: Automatic Implantable Cardioverter Defibrillator) และเป็นผู้คิดค้นหลักของเครื่องรักษาหัวใจด้วยวิธีให้จังหวะ หรือซีอาร์ที (CRT: Cardiac Resynchronization Therapy)

ขณะทำการวิจัยโครงการยาหลอดเลือดหัวใจ ณ โรงพยาบาลไซนาย เมืองบัลติมอร์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2512 ได้ร่วมกับนายแพทย์มิเชล มิโรวสกี แพทย์ชาวอิสราเอล คิดค้นเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังในร่างกาย ซึ่งเป็นเทคโนโลยี และอุปกรณ์สำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดปกติชนิดวีเอฟ (ventricular fibrillation) และวีที (ventricular tachycardie) ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคหัวใจได้

แนวคิดนี้ เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2512 และมีการฝังเข้าในตัวผู้ป่วยเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2523 ต่อมาได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ.2527 การศึกษาทางคลินิกในหลายสถาบัน พบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดปรกติในผู้ป่วยโรคหัวใจได้ดีกว่าการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีการฝังอุปกรณ์นี้ประมาณ ปีละ 200,000 คน และมีผู้ใช้อุปกรณ์นี้แล้วประมาณ 2-3 ล้านคนทั่วโลกมีประสิทธิภาพในการแก้ไขความผิดปกติของการเต้นหัวใจสูง ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มาก รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยที่รอดชีวิตมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วย

เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอตผู้อำนวยการสถาบันความเป็นธรรมด้านสุขภาพ ศาสตราจารย์ระบาดวิทยาและสาธารณสุข ยูนิเวอร์ซิตี้คอลเลจลอนดอน มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร และนายกแพทยสมาคมโลก ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการสาธารณสุข ประจำปี 2558 มีผลงานสำคัญด้านการศึกษาวิจัยระบาดวิทยาอย่างเป็นระบบมานานกว่า 35 ปี โดยเน้นเกี่ยวกับบทบาทเชื้อชาติ วิถีการดำเนินชีวิต เศรษฐานะ ความไม่เท่าเทียมกัน ปัจจัยทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อสุขภาวะ ความอายุยืน และโอกาสในการเกิดโรคของประชากรในหลายประเทศทั่วโลก

รวมถึงเสนอแนวทางการแก้ไขด้วยหลักปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อคุณภาพ ซึ่งเป็นการประเมินปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมพัฒนาศักยภาพของคนอย่างยั่งยืน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรารวมถึงการคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนอาชีพ และรายได้ ซึ่งรัฐบาลของประเทศอังกฤษได้นำองค์ความรู้นี้ไปพัฒนาประเทศ และได้กระจายออกไปอย่างกว้างขวางในทวีปยุโรป ต่อมาองค์การอนามัยโลกได้นำแนวคิดนี้ไปวางแผนกลยุทธ์เป็นนโยบายสาธารณะ มีผลต่อแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพทั่วโลก ส่งเสริมให้ประชากรมีสุขภาวะที่ดี ลดช่องว่างความไม่เท่าเทียมกันทางสุขภาพ สร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพ เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของมวลมนุษย์หลายร้อยล้านคนทั่วโลก

ประมวลภาพ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


  • “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ในการพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558 ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร”

คุณแหน : 2 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200294

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll กำลังเพลินกับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์กทม.-ลิสบอนที่ประเทศโปรตุเกส ผู้ว่าฯกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ต้องรีบบินลัดฟ้ากลับไทยมารับมือกับสถานการณ์การผจญหน้ากับผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ พรรคได้ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืน (พรรคไม่สามารถเปิดประชุมได้) เลิกเกี่ยวข้องไม่รับผิดชอบกับการบริหารงานกทม.ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพราะพรรคไม่สามารถควบคุมการดำเนินงานของผู้ว่าฯ อีกทั้งเจ้าตัวยังไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจสอบโครงการอื้อฉาวที่ถูกร้องเรียน ต่อมาโชคร้ายซ้ำอีกเมื่อขุนพลเอก พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ก็มายื่นใบลาออกกะทันหันจากตำแหน่งอีกยิ่งวังเวงไปใหญ่ … ในขณะที่บรรยากาศภายในสำนักของประธานสภากทม. ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ จะต่างออกไปดูมีชีวิตชีวาและการเคลื่อนไหวคึกคัก มีผู้คนมากหน้าหลายระดับแวะเวียนมาเยี่ยมและโดยเฉพาะโทรศัพท์ที่ดังไม่ขาดสาย…ll

สุขภาพดีวันดีคืน ไปตรวจสุขภาพครั้งล่าสุด วนิดา อิศรางกูรฯ ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ประจำตัวว่า ไม่ต้องมาเช็คสุขภาพบ่อยมาก 3 เดือนมาครั้งก็เพียงพอแล้ว…ll

งานเลี้ยงแสดงความยินดีให้กับรองประธานศาลฎีกา ชาติชาย อัครวิบูลย์ เมื่อวันก่อน มีอาจารย์เก่าสมัยเรียนวัดสุทธิวราราม อ.สุคนธ์ สงวนพันธ์ุ อ.ระเบียบ จรรยา วัย 87 ปีที่ยังแข็งแรงมาร่วมงานด้วย และอยู่คุยกับลูกศิษย์คนเก่งอาทิ เกษม เกษมปัญญา, ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ฯลฯ จนดึกดื่น ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น…ll

แม้บ้านอยู่ใกล้กับร้านอาหารที่นัดพบกันแต่ ศรีสุดา สิงห์ไพร ก็เต็มใจขับรถทางไกลมารับเพื่อนเลิฟ ผศ.นาตยา ตนานนท์ ที่บินจากเชียงใหม่มาลงสนามบินดอนเมือง ในวันนัดมีตติ้ง แมสคอม รหัส 15ที่อัญญาเพลส วันที่ 4 ก.พ.นี้ เพราะกว่า 40 ปีที่เรียนจบมา ฝ่ายหลังเพิ่งมาร่วมงานรำลึกความหลังกับเพื่อนๆ เป็นครั้งแรก…เซอร์ไพรส์…ll

ช่วงหลังปีใหม่หลายวัน พัลลภ บัวสุวรรณ พาครอบครัวไปพักผ่อนที่ไต้หวัน ตอนนี้กลับมาประจำทำงานที่กรุงเทพฯแล้วมิตรสหายติดต่อได้ตามปกติ…ll

ดร.วิชัย-นลินี คณิวิชาภรณ์ มีทริปญี่ปุ่นครั้งที่ไม่ถ้วน…ll

รุ่งนภา จักรพันธ์ุฯ พร้อมด้วยเพื่อนๆ สิงห์ดำไปสัมผัสอากาศหนาวที่เมืองเหนือระหว่างนี้…ll

ขณะที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศเย็นยะเยือกที่เชียงใหม่ มีโอกาสได้กระทบไหล่ โดม-ปกรณ์ ลัม ผู้พบเห็นต่างประจักษ์ข้อเท็จจริงว่า หนุ่มหล่อขั้นเทพ ที่เขาว่าๆ กันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่หลอก…ll

โชคร้ายซ้ำซ้อน พรทิพย์ สาริกบุตร ทำบุญให้ ปานเทพ ลูกชายผู้ล่วงลับที่บ้านเมื่อวันศุกร์ พอมาวันอาทิตย์ฝ้าเพดานบ้านร่วงหล่นลงมากลางบ้าน น่าเห็นใจเจ้าของบ้านเป็นอย่างยิ่ง ดีอยู่หน่อยที่ไม่มีใครบาดเจ็บ!!…ll

บารอนเนส

สยามคูโบต้ามอบไออุ่นสร้างรอยยิ้มสู้ภัยหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200255

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คาราวาน KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาวส่งต่อความอบอุ่น

จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้ภัยหนาวมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในทุกปี บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัดจึงได้สานต่อโครงการ “KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาวปีที่ 16” โดยในปีนี้ได้ร่วมกับกองทัพบกลงพื้นที่มอบเสื้อกันหนาว สร้างไออุ่นให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

นายโอภาศ ธันวารชร กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่าด้วยนโยบายการดำเนินธุรกิจของสยามคูโบต้า ต้องการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคม ซึ่งจากการที่พนักงานสยามคูโบต้าได้เข้าไปให้บริการเกษตรกรในพื้นที่ทุรกันดารต่างๆ ทำให้เราได้เห็นถึงสภาพปัญหาจากภัยหนาว จึงอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความทุกข์ดังกล่าว

“กิจกรรม KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาวได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ร่วมกับกองทัพบกในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายและร่วมลงพื้นที่มอบเสื้อกันหนาวให้แก่เด็กๆ และเยาวชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยหนาว เนื่องด้วยเล็งเห็นว่ากองทัพบกมีความพร้อมด้านกำลังพลและมีเครือข่ายทั่วประเทศ และยังมีความใกล้ชิดดูแลประชาชนชาวไทยในพื้นที่ห่างไกลอีกทั้งเป็นศูนย์กลางของชุมชนในถิ่นทุรกันดาร เราดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ และแบ่งเบาความทุกข์ของพี่น้องชาวไทยที่ต้องประสบปัญหาภัยหนาว ทุกครั้งที่คาราวานเดินทางไปมอบเสื้อกันหนาว เราจะได้พบกับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่สนุกสนานของเด็กๆ และผู้ประสบภัยหนาว สื่อให้เห็นได้ถึงความสุขที่เกิดขึ้น”

รอยยิ้มและความอบอุ่นหลังได้รับเสื้อกันหนาว

ทั้งนี้ ได้มีพิธีมอบเสื้อกันหนาว จำนวน 15,000 ตัว มูลค่ารวม 6,000,000 บาท ณ กองบัญชาการทัพบกและได้รับเกียรติจาก พลโทจิระพันธ์ มาลีแก้ว รองเสนาธิการทหารบก เป็นตัวแทนรับมอบ หลังจากนั้นคาราวาน “KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาว” นำโดยขบวนคาราวานผู้บริหาร ตัวแทนจากกองทัพบก ร้านค้าผู้แทนจำหน่าย และพนักงานสยามคูโบต้าจิตอาสาลงพื้นที่มอบเสื้อกันหนาวให้แก่พี่น้องผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ 7 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ลำพูน แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ เพื่อแสดงความห่วงใยในชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร และบรรเทาความเดือดร้อน อีกทั้งร่วมสร้างรอยยิ้มและเป็นพลังใจในการต่อสู้ภัยหนาวให้กับเยาวชน และพี่น้องเกษตรกรไทยทุกคน

ผู้บริหารคูโบต้าส่งมอบเสื้อกันหนาวให้แก่กองทัพบก

‘มะเร็ง’ภัยเงียบที่ป้องกันได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200254

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เซลล์มะเร็ง

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น “วันมะเร็งโลก (World Cancer Day)” โดยองค์การอนามัยโลกและสมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล ด้วยต้องการให้สาธารณชนตระหนักถึงอันตรายของโรคมะเร็ง ภัยเงียบใกล้ตัวที่ปัจจุบันกลายมาเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของผู้คนทั่วโลก และรณรงค์ให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิด เพื่อลดอัตราการตายและความเสี่ยงในการเกิดโรค

ปัจจุบันทั่วโลกมีคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 8.2 ล้านคนต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้ 4 ล้านคน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ด้วยอายุระหว่าง 30-69 ปี สะท้อนถึงแนวโน้มการเกิดโรคมากขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงานอันสืบเนื่องมาจากวิถีการดำเนินชีวิตยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต

ด้านสถานการณ์โรคมะเร็งในไทยยังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มะเร็งยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องมานานกว่า 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ล่าสุดในปี 2556 มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงปีละกว่า 67,000 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยราว 120,000 คนต่อปี 5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในชายไทยคือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ส่วนมะเร็งยอดฮิตในกลุ่มหญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุล(Balancing Immunity) จากสารสกัดพืชไทย 5 ชนิดเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง ระบุว่า มะเร็งเป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอกถือเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเกิดความผิดปกติก่อให้เกิดมะเร็งส่วนมากในปัจจุบัน อาทิ

พฤติกรรมการกินเนื้อสัตว์ประเภทปิ้งย่าง อาหารทอดไขมันสูง หรือรับประทานอาหารซ้ำๆ การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ความเครียดรวมถึงการได้รับรังสี ติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย พยาธิ และความผิดปกติในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น โดย 5 กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นมะเร็งสูง ได้แก่ คนอ้วน ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นประจำ รวมถึงคนที่ไม่ออกกำลังกาย และผู้ที่ไม่กินผักผลไม้สด

“ในร่างกายของเราทุกคนมีเซลล์ที่พร้อมจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ หากเซลล์นั้นเกิดความผิดปกติหรือมีปัจจัยมากระตุ้นให้เกิดความผิดปกติ ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายเกิดภาวะไม่สมดุล แนวคิดการดูแลสุขภาพด้วยการสร้างภูมิสมดุลนี้พัฒนามาจากศาสตร์การแพทย์สาขาภูมิคุ้มกันวิทยา ซึ่งจะปล่อยให้ กลไก “ธรรมชาติ” ทำหน้าที่ฟื้นฟูร่างกายด้วยตัวเอง”

ศ.ดร.พิเชษฐ์ แจงว่า คนเรามีเม็ดเลือดขาวอยู่ประมาณ 20,000-55,000 ล้านเม็ด ถือเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่มากที่ธรรมชาติสร้างขึ้นให้เรา เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมเพียงพอที่จะต่อกรและเอาชนะโรคภัยได้ จุดนี้เองทำให้ศ.ดร.พิเชษฐ์ เห็นว่าการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิชิตไวรัสและโรคร้ายต่างๆ จนเป็นที่มาของการศึกษาค้นคว้านานกว่า 38 ปี พัฒนาสารสกัดจากพืชไทย 5 ชนิด “APCOcap” ได้แก่ มังคุด ถั่วเหลือง งาดำ ฝรั่ง และบัวบก ซึ่งเมื่อออกฤทธิ์เสริมกันจะมีผลทำให้เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้กลับสู่ภาวะสมดุล

งานวิจัยนี้นับว่าเป็นมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ที่เป็นมะเร็งกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติและมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นอย่างยั่งยืน โดยนวัตกรรม APCOcap จะทำหน้าที่เสมือนเป็นวัคซีนธรรมชาติกระตุ้นเม็ดเลือดขาวชนิด Th1, Th17 และ Th9 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเม็ดเลือดขาวชนิด Th17 ถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของเรากลับเข้าสู่ภาวะสมดุลจนสามารถรับมือกับโรคได้เอง

วิชี่เผยตัวช่วยดูแลผิวเป็นสิวในวัยผู้ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200253

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
จิตติมา เสมอภาค

วิชี่ (Vichy) แบรนด์เวชสำอางจากยุโรป จัดกิจกรรมจิบน้ำชายามบ่าย ในงาน “a pale green tea time with NORMADERM” (อะ เพล กรีน ที ไทม์ วิทนอร์มาเดิร์ม) พร้อมกับพูดคุยสบายๆ เกี่ยวกับเรื่องสิวในวัยผู้ใหญ่ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญและเซเลบริตี้ที่เคยมีประสบการณ์ร่วมแลกเปลี่ยนเคล็ดลับดูแลผิวเป็นสิว

จิตติมา เสมอภาค ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์วิชี่ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วิชี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนแม้ผิวบอบบางระคายเคืองง่ายในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาสิว ซึ่งเป็นเรื่องกวนใจของสาวๆ หลายๆ คน โดยเฉพาะสิวผู้ใหญ่ ซึ่งคนที่เคยเป็นแล้วมักจะเป็นซ้ำที่เดิมอยู่เสมอ และอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่เป็นสิว คือ 32 ปี โดยอายุเฉลี่ยนี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นในทุกๆ ปี กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์เป็นสิวและเคยรักษาสิวด้วยวิธีต่างๆ ได้มาแชร์ร่วมกัน พร้อมกันนี้ ยังเป็นโอกาสที่ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ วิชี่ นอร์มาเดิร์ม บิวตี้ฟายอิ้งแอนตี้-เบลมมิช แคร์ (Vichy Normaderm Beautifying Anti-Blemish Care) ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับผิวมันและผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่ายด้วย”

พญ.นุสรา วงศ์รัตนภัสสร

พญ.นุสรา วงศ์รัตนภัสสร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จากศูนย์ผิวหนังและความงามด้านผิวพรรณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เล่าถึงสาเหตุของการเกิดสิวในวัยผู้ใหญ่ว่า “สิวผู้ใหญ่มักจะเป็นบริเวณที่โซนที่มีต่อมไขมันมาก ซึ่งในวัย 30 ขึ้นไปสิวมักเกิดรอบๆ ปาก จนเข้าใจผิดว่าแพ้อาหาร หรือแพ้ยาสีฟัน โดยสาเหตุนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศ, ความเครียด ซึ่งนอกจากความเครียดทางใจแล้วอาจมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ร่างกายเครียดโดยไม่รู้ตัว อาทิ

นอนดึก ขาดน้ำท้องผูก เจ็บป่วย หรือไม่สบาย ฯลฯ ล้วนมีผลต่อการเกิดสิวทั้งสิ้น, พันธุกรรม, การใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุง ที่มีสารที่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน, สเตียรอยด์, อาหาร และ การเสียดสี ก็ทำให้ขึ้นได้เช่นกัน เช่น สิวที่ขึ้นในตำแหน่งที่เราใส่หน้ากากอนามัย บริเวณหน้าผากที่ใส่หมวกกันน็อก เป็นต้น

“วิธีการแก้ไขนั้นสามารถทำได้จากการปรับพฤติกรรมตัวเองเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการสังเกตว่ากระทำสิ่งใดแล้วเป็นสิว หลีกเลี่ยงอาหารที่ทานแล้วแพ้ ลดการเสียดสีใบหน้าบ่อยๆ สำหรับคนที่อาการหนักอาจจะต้องพึ่งการรักษาจากแพทย์โดยใช้ยา ส่วนเรื่องรอยแดง แผลเป็น หลุมสิว ก็อาจจะต้องพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์มาช่วย แต่สิ่งที่ไม่ควรทำเลยคือการบีบสิวเอง เพราะการบีบเป็นการผลักให้หัวสิวกลับลงไปใต้ชั้นผิวหนังและทำให้กลับมาเป็นอีก ทั้งยังเป็นรอยดำมากขึ้น เกิดรอยแผลเป็นที่เด่นชัดขึ้น ดังนั้นควรพบแพทย์เพื่อเปิดชั้นผิวหนังและกดสิวออกมาจนหมด”

โอบอุ้ม ชุมสาย ณ อยุธยา

ส่วน โอบอุ้ม ชุมสาย ณ อยุธยา เซเลบริตี้ผู้เคยผ่านประสบการณ์ปัญหาสิวบุกมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น เล่าว่า “เป็นสิวตั้งแต่วัยรุ่น เพราะเป็นคนผิวหน้ามันมาก ช่วงนั้นจะมันมือกับการบีบสิวเพราะทนไม่ได้ที่สิวจะขึ้นบนหน้า ซึ่งเพิ่งทราบจากคุณหมอว่าเป็นวิธีการที่ผิด ขณะเดียวกันสิวที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มักจะเป็นสิวฮอร์โมน ซึ่งจะเกิดขึ้นที่บริเวณคางและแผ่นหลัง ก็รักษาด้วยการดูแลตัวเองให้มากขึ้นและไปพบแพทย์ มีการใช้ยาบ้าง ซึ่งก่อให้เกิดผลตามมาเรื่องผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ทำให้เน้นเรื่องครีมบำรุงมากพอสมควร แต่ก็ต้องพิจารณาส่วนประกอบอย่างละเอียดเพราะเป็นคนแพ้ง่ายมากโดยเฉพาะสารกันเสีย (Paraben) ที่ผสมในครีมต่างๆ ในเมื่อเราทราบแล้วว่าคงไม่หายขาดจากอาการเป็นสิว แต่การหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไปกระตุ้นหรือเลือกวิธีการป้องกันที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด”

เภสัชกรหญิง ลักษณา ทรัพย์ชูกุล

ด้าน เภสัชกรหญิง ลักษณา ทรัพย์ชูกุล ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์วิชี่ กล่าวถึงความแตกต่างของสิววัยรุ่นและสิววัยผู้ใหญ่ว่า “สิววัยรุ่น หรือ Adolescentacne มักพบทั่วใบหน้า สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รอยสิวหายได้เร็ว รูขุมขนไม่ใหญ่ และใบหน้ามักมันเงาเฉพาะบริเวณทีโซนคือหน้าผากและจมูกเท่านั้น ในขณะที่สิวผู้ใหญ่ หรือ Adult acne จะพบในผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไป มักเกิดที่บริเวณคาง โดยเฉพาะช่วงก่อนมีรอบเดือน รอยสิวหายช้า รูขุมขนกว้าง และมีความมันเงาทั่วทั้งใบหน้า แต่ผิวกลับแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ซึ่งนอกจากการปรับพฤติกรรมตัวเองเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดสิว และขณะนี้ภาวะฮอร์โมนเป็นเรื่องที่เราเลี่ยงไม่ได้แล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยปกป้องผิวหน้าให้อยู่ห่างจากสิวอีกด้วย

วิชี่ นอร์มาเดิร์ม บิวตี้ฟายอิ้ง แอนตี้-เบลมมิช แคร์

วิชี่ นอร์มาเดิร์ม บิวตี้ฟายอิ้ง แอนตี้-เบลมมิช แคร์ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่มีปัญหาสิวผู้ใหญ่ จากส่วนผสมของ BHA (ซาลิไซลิก แอซิด) & LHA ในสัดส่วนที่เข้มข้น ลดการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งต้นเหตุของปัญหาผิวอุดตัน และลดความมันส่วนเกินที่เป็นสาเหตุของการสะสมเชื้อแบคทีเรีย พีเอชอี-รีซอสินอล (Phe-Resorcinol) ช่วยลดเลือนรอยดำที่เกิดจากสิวอย่างมีประสิทธิภาพ แอร์ ลิเซียม (Air LiciumTM) นวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยลดความมันพร้อมกระชับรูขุมขน ผ่านการทดสอบกับผู้หญิงที่มีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่ายภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ เป็นสูตรที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ปราศจากสารกันเสียประเภทพาราเบน ผสานด้วยพลังน้ำแร่วิชี่อันอุดมไปด้วยแร่ธาตุจำเป็นต่อผิวถึง 17 ชนิด

ซีพีเอ็นชวน ‘9ทายาทแซ่มังกร’ ฉลองตรุษจีนปีวอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200252

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เกา เสี่ยวตง และ เหยียน ฟาง ตัดกระดาษรูปช้างอวยพร

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จับมือพันธมิตรจุดประทัดรับตรุษจีนปีวอก ภายใต้แคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2016 คืนกำไรให้กับชาวไทยเชื้อสายจีนด้วยการจัดกิจกรรมมงคล ไม่ว่าจะเป็น สุดยอดการจัดแสดงผลงานศิลปะตัดกระดาษจีนด้วยมือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, ชมฟรีมหาสมบัติ 2 แผ่นดินของพระนางซูสีไทเฮา ที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเชิญ หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา แนะเคล็ดลับการ “ช็อปแก้ชง” โดยมี 9 ทายาทแซ่มังกรเจนฯใหม่ ได้แก่

วฤธ หงสนันทน์ (แซ่ลี), ภูวนาท คุนผลิน (แซ่หยาง), อรชุมา ดุรงค์เดช (แซ่หม่า และ แซ่เบ๊), ปาวา นาคาศัย (แซ่จัง), พลอยพยัพ ศรีกาญจนา (แซ่กิม), สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์ (แซ่ลี้), พิรชัย เบญจรงคกุล (แซ่โค้ว) และสองสาวจากวงไชน่าดอลล์ เบล-สุภัชญา บุณยสุขานนท์ (แซ่หลี่), หว่าหวา-ไพลิน รัตนแสงเสถียร (แซ่เฉิน) ร่วมงานด้วย โดยแคมเปญจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-29 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล ทุกสาขา

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตรุษจีน
นี้ซีพีเอ็นจัดกิจกรรมเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้า อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์จัดนิทรรศการมหาสมบัติ 2 แผ่นดิน จากท้องพระคลังสมัยราชวงศ์เซี่ยกว่า 4,000 ปี พระนางซูสีไทเฮาอายุกว่า 100 ปี และยุคฮ่องเต้องค์สุดท้าย (ราชวงศ์ชิง) อาทิ ตราพระราชลัญจกรของฮ่องเต้องค์สุดท้าย แห่งราชวงศ์ชิง อายุ 104 ปี, หยกโซ่วซันสือ ที่มีความเชื่อว่าเมื่อสลักชื่อลงไปจะมีอายุยืนหมื่นปี,
หยกชมพูรูปผักกาด ที่ไต้หวันต้องรอคิวถึง 3 ชั่วโมงเพื่อเข้าชม, ปี้ทองเหลือง เงินไทยสมัยอยุธยา, ปี้กระเบื้อง เงินจีนทำเป็นรูปต่างๆ เช่น ดอกไม้, 12 ราศี เริ่มนำเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยชาวจีนในสมัยจักรพรรดิเจียซิ่งแห่งราชวงศ์ชิง, พระสังกัจจายน์ ในรัชสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง หนักกว่า 300 กก., พระโพธิสัตว์กวนอิม หยกดำ, ไชซิงเอี๊ย, กวนอูหยกดำ เป็นต้น ทั้งหมดนี้จัดแสดงให้ชมฟรีตลอดแคมเปญ และพบการแสดงแสงสีเสียงและการตกแต่งโคมไฟสิงโตและมังกรสไตล์โมเดิร์นที่ไม่เหมือนที่ใดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เป็นต้น

หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา

ทางด้าน หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา แนะเคล็ดลับเสริมเฮงตลอดปีวอกไฟว่า ไม่มีการแก้ชงครั้งใดที่ทำครั้งเดียวแล้วดีขึ้นจึงต้องวางแผนทำบุญ, ดูแลตัวเอง, สร้างบรรยากาศให้เกิดพลังใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอด 12 เดือน มี 2 วิธีแก้คือ 1)การไหว้ขอพรกับองค์ไท้ส่วยเอี๊ย 2)การปรับปรุงตัวเองเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะคนที่เกิดในปีขาลต้องดูแลภาพลักษณ์ตัวเองและอยู่ในบรรยากาศใหม่ๆ เช่น ซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ทุกเดือน เพื่อให้มีบุคลิกและการแต่งกายใหม่เกิดขึ้นตลอดปี, การจัดห้องนอนหรือโต๊ะทำงานใหม่ เพื่อลดกระแสความแรงของดวงดาว เพราะฉะนั้นจุดประสงค์ของการช็อปปิ้งเมื่อมาที่ศูนย์การค้าของซีพีเอ็นคือ “ช็อปแก้ชง”

พิรชัย เบญจรงคกุล

หนุ่มแซ่โค้วอย่าง พิรชัย เบญจรงคกุลบอกว่า ทางบ้านเริ่มจากการที่คุณปู่ทำธุรกิจเกี่ยวกับวิทยุสื่อสารรายแรกๆ ของไทย จากนั้นก็เป็นเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ และตอนนี้ก็ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเนตเวิร์กและบอร์ดแบรนด์จำได้ว่าตอนเราเด็กๆ ที่บ้านจะเคร่งเรื่องประเพณีจีนมากๆ เคยอยู่ช่วยพับกระดาษไหว้ ช่วยกันปั้นบัวลอย แต่พอมายุคใหม่ๆ ก็จะมีการปรับให้เข้ากับสมัยใหม่มากขึ้น แต่ตนเชื่อว่าไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไรแต่ประเพณีเหล่านี้จะไม่เลือนหายไป จะเห็นจากในโลกโซเชียลก็จะมีการแชร์และโพสต์เรื่องพิธีการและของไหว้ต่างๆ ให้เห็นอยู่ทุกปี เป็นคนชอบเรื่องวัตถุโบราณและของเก่าเลยอยากชวนกันมาชมนิทรรศการมหาสมบัติ 2 แผ่นดินที่เซ็นทรัลเวิลด์กัน สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้ถึงวิธีการคิดของคนสมัยก่อนและเห็นเรื่องราวต่างๆ ผ่านสมบัติจากราชวงศ์

ปาวา นาคาศัย

สำหรับ ปาวา นาคาศัย บอกว่า ธุรกิจของครอบครัวแซ่จังเริ่มจากการทำอสังหาริมทรัพย์ สำหรับบ้านตนทางคุณพ่อและคุณแม่ก็เคยลงเล่นการเมืองแต่ได้วางมือไปเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้คุณพ่อทำทีมฟุตบอล ส่วนคุณแม่ก็ทำอสังหาฯ เหมือนเดิม ด้วยความที่เราเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนที่บ้านก็จะประกอบพิธีต่างๆ ตามประเพณีตรุษจีนอยู่แล้ว อย่างแรกที่นึกถึงก็จะเป็นอั้งเปาที่ได้จากการไปเยี่ยมอวยพรอากงอาม่าและญาติผู้ใหญ่ และเราจะมีหน้าที่จัดพื้นที่หน้าแท่นบูชาบรรพบุรุษส่วนอาหารทางคุณยายจะเป็นคนปรุง จากนั้นก็เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ผู้ที่ล่วงลับตามความเชื่อของชาวจีน แต่ยุคนี้บ้านใครอาจจะไม่มีเวลาเตรียมของทางศูนย์การค้าของซีพีเอ็นก็มีจำหน่ายเซตไหว้ตรุษจีนให้เลือกซื้อ ซึ่งทำให้ประหยัดเวลาแถมยังได้สืบทอดประเพณีที่ดีงามต่อไปด้วย

มหาสมบัติ 2 แผ่นดิน-สมุดภาพถ่ายราชวงศ์จีน

เกา เสี่ยวตง และ เหยียน ฟาง ศิลปินชาวจีนผู้รังสรรค์ผลงานศิลปะการตัดกระดาษแบบจีนผลงาน “Two Chinese Saints”
ที่ได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด สำนักงานใหญ่ และจากสมาคมเวิลด์ เรค คอร์ด บอกว่า งานศิลปะการตัดกระดาษเป็นสิ่งที่ชาวจีนใช้เป็นของประดับบ้าน, มอบให้เป็นของขวัญ โดยเฉพาะคำว่า “กงสี่ฟาไฉ” แปลว่าขอให้ร่ำรวย, “จี๋เสียงหรูอี้” แปลว่าสิริมงคลสมปรารถนา, ภาพดอกโบตั๋น หมายถึงความร่ำรวย รุ่งเรือง, น้ำเต้า ทับทิม องุ่น เป็นผลไม้เม็ดเยอะสื่อถึงการมีลูกหลานเยอะ เหล่านี้เป็นงานตัดกระดาษที่นิยมให้แก่กันเพื่อความเป็นมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีนดังเช่นผลงาน “Two Chinese Saints” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต แสดงสื่อความหมายถึงแนวความเชื่อต่างๆ ของคนจีน ไม่ว่าจะเป็นตำนานของเทพเจ้ากวนอู ความกตัญญูต่อบิดามารดาและบรรพบุรุษ รวมถึงความเชื่อในปรัชญาขงจื๊อ ภาพมีความสูง 17.36 เมตร ยาว 26.30 เมตร มีพื้นที่รวม 456.56 ตร.ม. มีมูลค่าสูงถึง 25 ล้านบาท เปิดให้ชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 3-11 กุมภาพันธ์ 2559

มุมนี้มีนัด : 2 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200249

472275

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คู่รักอากงอาม่า

ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ประกวดคู่รักอากงอาม่า “ธัญญาพาร์ค คู่รักยืนยาว ครั้งที่ 3” ค้นหาสุดยอดคู่รักอากงอาม่า
ที่ครองคู่กันมายาวนาน และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เข้าร่วมพิสูจน์ความรักยืนยง ชิงโล่เกียรติยศจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เงินสด พร้อมที่พักสุดหรูจาก Springfield @ Sea Resort & Spa หัวหิน-ชะอำ รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ทั้งนี้ อากงอาม่าที่สนใจ ต้องมีอายุรวมกันตั้งแต่ 120 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานกว่า 30 ปี ที่สำคัญคือต้องรู้และเข้าใจกันมากที่สุด เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 ขอรับใบสมัครได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ หรือดาวน์โหลดได้ที่ http://www.thanyapark.com โทร.02-1086000

โปรโมชั่นตรุษจีน

สยามพารากอน และ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนรับ AEC กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ “เดอะ สยาม พรอสเพอเริส ไชนีสนิว เยียร์ 2016” เพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งสินค้าจากร้านค้าแบรนด์ดังมากมายภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ ที่พร้อมใจกันกระหน่ำมอบส่วนลดสูงสุด 80% พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษมูลค่ารวมกว่า 7.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 13 มีนาคม 2559

เสริมความเฮง

อารยา จิตตโรภาส ผู้บริหาร บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ชวนพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน มาเสริมความเฮง ให้โชคดี ร่ำรวย รุ่งเรือง ฉลองตรุษจีน ด้วยการสักการะที่สุดแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย และ 4 พุทธคีรีศักดิ์สิทธิ์แห่งแผ่นดินจีน ที่อัญเชิญมาจากแดนมังกรในงาน “พาราไดซ์พาร์ค ไชนีส นิว เยียร์ 2016 : เดอะลักกี้ วันเดอร์ส” (Paradise Park Chinese New Year 2016 : The Lucky Wonders) ตั้งแต่วันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์

ปรับโหงวเฮ้งรับตรุษจีน

ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ จัดโปรโมชั่น “The Elegance of Beauty” ปรับโหงวเฮ้งรับตรุษจีน พร้อมส่วนลดสูงสุด 80% อาทิ บริการปรับรูปโครงกระดูกใบหน้าด้วยฟิลเลอร์ รักษาแผลเป็นหลุมสิวเพื่อหน้าใส โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จาก AIC Clinic (เอไอซี คลินิก) บริการนวดกดจุดกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลดอาการนอนไม่หลับ และทรีทเม้นท์นวดศีรษะฉบับโบราณ 100 ปี โดย Xena (ซีน่า) หรือ นวดกระชับสลายไขมันส่วนเกินเพื่อรูปร่างดีรับปีใหม่จีนจาก Health and Beauty Clinic (เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ คลินิก) ดีท็อกซ์ผิวหน้าให้สะอาดขาวสว่างใสกับนวัตกรรมการผลักออกซิเจนเข้าสู่ชั้นผิว จาก Doctor Younger Clinic (ดอกเตอร์ ยังเกอร์ คลินิก) และอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-108-6000