บัส นร. ตกเหวปราจีนฯ ปรับผู้ประกอบการ 5 หมื่น พักใบอนุญาตคนขับ 30 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2560 14:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/881346


เหตุรถบัสเช่าเหมาเสียหลัก ตกลงข้างทางจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตที่ จ.ปราจีนบุรี ปรับผู้ประกอบการขั้นสูงสุด 50,000 บาท และสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถคนขับชั่วคราว 30 วัน เพื่อรอการสอบสวนหาสาเหตุและพิจารณาลงโทษตามข้อหาความผิดต่อไป

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถบัสเช่าเหมาที่นำคณะครูและนักเรียน โรงเรียนพังทุยพัฒนศึกษา จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งสิ้น 48 ราย ไปทัศนศึกษาที่อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี เสียหลักช่วงทางโค้งและพุ่งตกลงข้างทาง บริเวณโค้งหน้าศาลโทน ถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว จังหวัดปราจีนบุรี จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บสาหัส 7 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก กรมการขนส่งทางบกโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวทันที พร้อมเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลนาดี โรงพยาบาลกบินทร์บุรี และโรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ พร้อมประสานผู้แทนบริษัท สินมั่นคง ประกันภัย จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ความช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บโดยเร็ว

สำหรับการตรวจสอบข้อมูล พบว่ารถคันเกิดเหตุเป็นรถโดยสารเช่าเหมา มาตรฐาน 4 (รถโดยสารสองชั้น) หมายเลขทะเบียน 30-1027 อุบลราชธานี ซึ่งตรวจสภาพรถครั้งล่าสุดเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2559 มีการจัดทำประกันภัยกับบริษัท สินมั่นคง ประกันภัย จำกัด มีพนักงานขับรถขณะเกิดเหตุชื่อ นายวันดี พุ่มพวง ใบอนุญาตขับรถทุกประเภท ชนิดที่ 3 เลขที่ ชย.202/59 วันสิ้นอายุใบอนุญาต 19 มิถุนายน 2562 กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการตรวจสอบจากพยานแวดล้อมรวมถึงการตรวจสอบความเร็วจาก GPS พบว่า มีความเร็วก่อนเกิดเหตุที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับสาเหตุที่แท้จริง อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้โดยสาร เพื่อนำประกอบการพิจารณาคดีต่อไป

เบื้องต้นได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวระยะเวลา 30 วัน สำหรับผู้ประกอบการได้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มาตรา 36 ฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยขั้นสูงสุด เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 50,000 บาท และถอนรถคันที่เกิดเหตุออกจากใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที พร้อมบันทึกประวัติการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเพิ่มรถหรือต่อใบอนุญาตประกอบการ และได้แจ้งให้ผู้ประกอบการนำรถที่มีในครอบครองอีกจำนวน 1 คัน เข้ารับการตรวจสภาพ และจัดส่งพนักงานขับรถเข้ารับการอบรมการขับรถอย่างปลอดภัยต่อไป.

** ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ **

 

ทองคำเปิดตลาดขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,700

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2560 09:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/881090


ราคาทองวันที่ 11 มี.ค. เปิดตลาดราคาเพิ่มขึ้น 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,100 ขายออกบาทละ 20,200 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,738.32 ขายออกบาทละ 20,700 บาท

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.20 น. ราคาเพิ่มขึ้น 100 บาท จากเมื่อวาน ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,100 บาท ขายออกบาทละ 20,200 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,738.32 บาท ขายออกบาทละ 20,700 บาท.

 

ติดกล้องลดเบี้ยประกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880946


นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 8/2560 เรื่องให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทประกันภัยต้องมอบส่วนลดในการขายประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ 5-10% แก่ผู้ใช้รถยนต์ที่ติดตั้งกล้องซีซีทีวี ทั้งในส่วนผู้ทำประกันภัยรายใหม่และรายเก่าที่ต่ออายุสัญญาประกันภัย โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.60 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การขอส่วนลดค่าเบี้ยประกัน ผู้เอาประกันภัยต้องแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งกับรถยนต์คันเอาประกันภัยในเวลาทำสัญญาประกันภัย และต้องติดตั้งไว้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยด้วย ซึ่งส่วนลดดังกล่าวผู้เอาประกันภัยสามารถตรวจสอบได้ในช่องส่วนลดอื่นๆ ที่หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ขณะที่กรณีผู้ขับรถที่ติดกล้องและซื้อประกันภัยหลังวันที่ 3 มี.ค.60 แต่ยังไม่ได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัย สามารถขอส่วนลดเบี้ยประกันภัยกับบริษัทในภายหลังได้ด้วย

นายสุทธิพลกล่าวว่า คปภ.ได้หารือกับภาคธุรกิจประกันภัย โดยมีข้อสรุปว่า การใช้มาตรการด้านประกันภัยช่วยจูงใจให้คนไทยติดตั้งกล้องซีซีทีวีในรถยนต์มากขึ้น เพราะเมื่อมีการติดตั้งกล้องแล้วทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์มีความระมัดระวัง และกังวลว่ามีกล้องที่ติดตั้งอยู่กับรถยนต์คันอื่นบันทึกภาพเคลื่อนไหวหรือไม่ ทำให้การขับขี่ทุกครั้งต้องมีความระมัดระวัง ซึ่งสามารถลดอุบัติเหตุทางท้องถนนลงได้ นอกจากนี้หลักฐานการเกิดอุบัติเหตุที่ถูกบันทึกได้โดยกล้องติดรถยนต์ ยังสามารถช่วยให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.

 

“ฉัตรชัย” หวั่นใจน้ำน้อยแล้งหนัก สั่งคุมทำนาปรังรอบ 3 เหลือศูนย์ ขู่เด้งข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880945


พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ข้าราชการและหัวหน้าคณะทำงานกระทรวงเกษตรฯ แต่ละจังหวัด (ซิงเกิ้ลคอมมานด์) ควบคุมการปลูกข้าวนาปรังรอบ 3 ให้เหลือศูนย์ เนื่องจากปัจจุบันมีการปลูกข้าวนาปรังรอบ 2 มากกว่าแผน 3 ล้านไร่ จากแผนที่กำหนดไว้ 6.93 ล้านไร่ และกระทรวงฯไม่มี น้ำสนับสนุนการทำนาปรังรอบ 3 ซึ่งอาจทำให้เกษตรกร เสียหายได้ จึงกำชับให้ข้าราชการทุกคน ทำความเข้าใจ เกษตรกรในพื้นที่ ส่งเสริมปลูกพืชอื่นทดแทนที่มีรายได้ไม่น้อยกว่าการปลูกข้าว ทั้งนี้หากพื้นที่ไหนปล่อยให้ทำนาปรังรอบ 3 เกิดขึ้น จะลงโทษข้าราชการทุกคนไม่มีข้อยกเว้น

ทั้งนี้ การที่เกษตรกรหันมาปลูกข้าวนาปรังรอบ 3 เนื่องจากเกษตรกรไม่มีรายได้จึงต้องหันมาปลูกข้าว ทางกระทรวงฯ จึงออกแผนเตรียมช่วยเหลือภัยแล้งด้านการเกษตรปี 60 ทั้งหมด 4 แผน 1.แผนจัดสรรน้ำ 2.แผนเพาะปลูกพืช 3.แผนปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งปี 60 และ 4.มาตรการช่วยเหลือภัยแล้งด้านการเกษตรปี 60

“ถ้าผมถามเรื่องนโยบาย ข้าราชการสมัยใหม่ต้องรู้ จะบอกไม่รู้ไม่ได้ มีคนอยู่เท่านี้ไม่สามารถทำงานที่ล้นมือได้ ก็ต้องหาตัวช่วย เช่น ระดับจังหวัด ก็ตั้งซิงเกิ้ลคอมมานด์ขึ้นมา เพื่อบูรณาการทำงานเกษตรทั้งจังหวัด ใช้หมอดินอาสา ปราชญ์เกษตร ซึ่งทุกหน่วยงานยินดีช่วย ถ้าข้าราชการคนไหนไม่เต็มใจช่วยขับเคลื่อนให้มาบอกผม”

ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้คาดว่าจะแล้งกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ช่วงเดือน เม.ย. อุณหภูมิจะร้อนถึง 40 องศาเซลเซียส แต่กระทรวงเกษตรฯได้วางแผนแก้ปัญหาล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้พื้นที่การเกษตรเสียหายน้อยที่สุด โดยทําการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดน้ำ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อเทียบกับปี 59 ที่มีพื้นที่ประสบภัยทั้งหมด 46 จังหวัด 391 อำเภอ ปีนี้พื้นที่ประสบภัยจะน้อยกว่า 4 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากปี 59 มีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงปลายปีทําให้มีน้ำต้นทุนในแหล่งเก็บน้ำมากกว่าปีก่อนๆ.

 

นักวิเคราะห์เชื่อ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยไม่กระทบเศรษฐกิจโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880820


นักวิชาการ เชื่อ “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ยไม่สะเทือนเศรษฐกิจโลก ชี้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงแตะที่ 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แนะปรับตัวและป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นได้…

เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2560 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) จะประชุมเพื่อปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 14-15 มี.ค.นั้น เป็นเพราะได้รับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จึงทำให้เฟดตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทำให้มีเงินทุนไหลกลับเข้าไปยังสหรัฐส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 34.5-35.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

อย่าไงรก็ตามแม้ว่าจะเป็นการอ่อนค่าลงเร็ว แต่ยังอยู่ในกรอบที่คาดการณ์ไว้ว่ามีโอกาสอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งปรับตัวและต้องป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นได้

“เชื่อว่า ภาพลบจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น นอกจากว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบช็อคตลาด ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐไหลกลับประเทศหมดแล้วไม่กลับมา ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เติบโตเพียงประเทศเดียว ขณะที่ประเทศอื่นไม่โต จนต้องหันกลับมาทำสงครามค่าเงิน และส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะงักอีก

อย่างไรก็ดี มองว่า การที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เงินไหลเข้าประเทศไทยสุทธิยังคงเป็นบวกอยู่ เพราะการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ทำให้ไทยมีแต้มต่อในการส่งออกและรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

 

พาณิชย์ แจงเงื่อนไขทีโออาร์ข้าวเข้าอุตฯไม่ใช่บริโภคของคน 3.66 ล้านตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 22:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880812


พาณิชย์ ชี้แจงเงื่อนไขประมูลข้าวเข้าอุตสาหกรรมไม่ใช่บริโภคของคน 3.66 ล้านตัน ระบุผู้เสนอซื้อต้องส่งแผนการใช้ข้าวป้องกันการรั่วไหลเข้าระบบปกติ

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้ชี้แจงเงื่อนไข (ทีโออาร์) การเปิดประมูลข้าวสารสต็อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรมไม่ใช่บริโภคของคนปริมาณ 3.66 ล้านตัน ที่จะเปิดให้ยื่นซองเสนอคุณสมบัติวันที่ 20 มี.ค. และเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 23 มี.ค.นี้

advertisement

โดยข้าวที่นำมาเปิดประมูลรอบนี้เป็นข้าวที่อยู่ใน 278 คลัง 39 จังหวัด ซึ่งมีข้าวหลายชนิดปะปนอยู่ทั้งข้าวเกรดพี, เอ และบี (ข้าวผ่านมาตรฐาน) และมีเกรดซี (ข้าวเสื่อม) ปนตั้งแต่ 20-80% รวมทั้งมีข้าวผิดชนิด ผิดมาตรฐานปนอยู่ด้วย

สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ จึงต้องกำหนดให้ผู้ซื้อต้องส่งรายงานรับรองว่านำข้าวที่ประมูลได้ไปใช้ในอุตสาหกรรมที่แจ้งไว้ และองค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จะส่งทีมออกไปตรวจสอบโรงงานว่าได้ดำเนินการตามแผนที่แจ้งไว้หรือไม่ หากไม่นำข้าวไปใช้ตามที่แจ้ง ผู้ที่ชนะประมูลจะถูกยึดหลักประกัน และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“เงื่อนไขการประมูลรอบนี้ จะแตกต่างกับการประมูลข้าวปกติ เพราะเป็นข้าวที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคน ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมพลังงาน ฯลฯ สามารถเข้าร่วมประมูลได้หมด จึงต้องวางระบบไม่ให้ข้าวเหล่านี้เข้ามาปะปนกับตลาดปกติ เพราะจะส่งผลเสียหายต่อข้าวปกติได้ โดยอคส.จะชี้แจงวิธีการตรวจสอบดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 17 มี.ค.นี้”

ส่วนสถานการณ์ข้าวขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดว่า ผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังปี 60 ที่ทยอยออกมาเร็วๆ นี้ จะมี 6 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งไม่น่าห่วง แม้ว่ารัฐบาลจะระบายข้าวออกมามาก แต่ก็เข้าสู่ตลาดที่ไม่ใช่การบริโภคของคน จึงไม่กระทบต่อราคา แต่ที่เป็นกังวลคือ ผลผลิตข้าวนาปี ฤดูกาล 60/61 ที่จะออกมาในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งได้หารือถึงมาตรการรองรับไว้แล้ว

“สิ้นเดือนเม.ย.จะเห็นภาพรวมของข้าวที่รับมาทั้งหมด 17.7 ล้านตัน ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 6.6 ล้านตัน และกำลังระบายออกไปอีก 3.66 ล้านตัน รวมทั้งเดือนเม.ย.จะระบายออกอีก 1 ล้านกว่าตัน หากขายได้หมดจะทำให้ข้าวเหลือน้อย ซึ่งยังมีระยะเวลาอีก 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพ.ค.-ก.ย. ที่จะสะสางข้าวที่ประมูลไม่ได้และนำมาประมูลใหม่ก่อนที่ข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลใหม่จะออกมา”

สำหรับการส่งออกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-8 มี.ค.60 ส่งออกข้าวแล้ว 2.18 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.7% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 59 มูลค่า 31,700 ล้านบาท ลดลง 3%

 

สุวรรณภูมิ แจงมาตรการเข้ม ป้องกันมือดีฉกทรัพย์สินกระเป๋าผู้โดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 20:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880786


สุวรรณภูมิ แจงมาตรการเข้มป้องกันขโมยทรัพย์สินกระเป๋าผู้โดยสาร จ่อขึ้นบัญชีดำมือฉก ขู่ผู้รับสัมปทานขนกระเป๋า หากเกิดขึ้นอีกจะฉีกสัญญา เล็งตั้งบริษัทลูกดูแลเอง คาดใช้เวลา 2 ปี ขณะที่บีเอฟเอส ชี้ตรวจสอบแล้วไม่พบพนักงานพฤติกรรมน่าสงสัย…

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) แถลงข่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย และการป้องกันการลักทรัพย์สินจากกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร หลังเกิดการแชร์ข้อความ ภาพ และคลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และได้รับร้องเรียนว่ากระเป๋าผู้โดยสารถูกรื้อค้น และถูกตัดแม่กุญแจ ว่า ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า และสายพานคัดแยกกระเป๋าแล้ว ไม่พบความผิดปกติ หรือมีผู้ใดไปแตะต้องกระเป๋าระหว่างอยู่ในระบบสานพานลำเลียงที่อยู่ในการดำเนินงานของ ทสภ. โดยหลังจากนั้นกระเป๋าได้ถูกพนักงานขนถ่ายสัมภาระของสายการบิน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟล์เซอร์วิส จำกัด (บีเอฟเอส) ขนเข้ารถดอลลี่นำไปขึ้นเครื่อง

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานในส่วนที่ ทสภ.รับผิดชอบไม่ได้สร้างความเสียหายต่อกระเป๋าแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ พยายามติดตามความคืบหน้าการหาตัวคนร้าย โดยขณะนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายศิโรตม์ กล่าวต่อว่า ทสภ.ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สินของผู้ใช้บริการเป็นอันดับหนึ่ง โดยได้กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่คัดแยกกระเป๋าสัมภาระอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันการลักทรัพย์สินจากสัมภาระผู้โดยสาร อาทิ จัดชุดตรวจร่วม และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราดูแลในพื้นที่คัดแยกกระเป๋าตลอด 24 ชั่วโมง ควบคุมช่องทางเข้า-ออกของผู้ปฏิบัติงาน พนักงานที่จะเข้าไปปฏิบัติงานในเขตการบินต้องได้รับการตรวจบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลและยานพาหนะที่ผ่านเข้า-ออกทุกครั้ง ห้ามนำทรัพย์สินติดตัวเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน หากจำเป็นต้องนำเข้าไปต้องสำแดง และบันทึกไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

advertisement

อย่างไรก็ตาม หากพบการกระทำผิดจะยึดบัตรรักษาความปลอดภัยบุคคล และขึ้นบัญชีดำในระบบการออกบัตรรักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้สามารถเข้าพื้นที่เขตห้ามของ ทสภ.ได้อีก รวมทั้งส่งตัวผู้กระทำความผิดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ได้เน้นย้ำกับฝ่ายบริการภาคพื้นอุปกรณ์ภาคพื้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท บีเอฟเอส ผู้ได้รับสัมปทานจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการให้บริการภาคพื้นกำกับดูแลผู้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด ดำเนินงานตามมาตรฐานที่ ทอท. กำหนด หากผู้ประกอบการรายใดละเลย และปล่อยให้มีการลักทรัพย์สินจากกระเป๋าสัมภาระเกิดขึ้น จะพิจารณายกเลิกสัญญา

ขณะเดียวกันกำลังเตรียมจัดตั้งบริษัทลูกที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านบริการภาคพื้นเข้ามาบริหารจัดการดูแลด้านการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร รวมทั้งดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยตนเองด้วย เพื่อให้สามารถควบคุม และป้องกันดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินของผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดว่าการจัดตั้งจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี

ด้าน น.ท.สุธน ยาปาน ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคง บริษัท บีเอฟเอส กล่าวว่า บริษัทฯไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าไม่ปรากฏพฤติกรรมที่น่าสงสัย ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจตราระหว่างปฏิบัติงาน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประกบกับพนักงานตั้งแต่จุดคัดแยกกระเป๋า จนกระทั่งกระเป๋าขึ้นเครื่องบินเรียบร้อย พร้อมกันนี้ยังควบคุมด้วยกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่แทบทุกตารางนิ้ว เพียงพอที่จะตรวจสอบพฤติกรรมของพนักงานได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทฯ ดูแลกระเป๋าผู้โดยสาร 16 ล้านใบต่อปี และปีที่ผ่านมามีรายงานเกี่ยวกับกระเป๋าเสียหายไม่ถึง 30 ราย ถือเป็นสถิติที่น้อยมาก ซึ่งเราก็พยายามแก้ไขจุดที่บกพร่องเพื่อไม่ให้มีกรณีกระเป๋าเสียหายเกิดขึ้น

พ.ต.อ.มนเทียร เบ้าทอง ผู้กำกับ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เตรียมส่งกระเป๋าเดินทาง ลูกกุญแจ และนาฬิกา ไปตรวจดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือแฝงต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุเกิดขึ้นที่ประเทศไทย หรือญี่ปุ่น และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็ยังไม่พบตัวคนร้าย ดังนั้นจึงต้องดำเนินการสอบสวนต่อไป อย่างไรก็ตามฝากถึงผู้โดยสารว่า อยากให้ใช้กระเป๋าเดินทางที่สามารถล็อกรหัสได้ ซึ่งจะดีกว่าการใช้แม่กุญแจล็อกกระเป๋า เพราะคนร้ายจะไม่สามารถเปิดกระเป๋าได้โดยง่าย.

 

หุ้นไทยปิดท้ายสัปดาห์ร่วง 9.33 จุด ซื้อขาย 39,569.57 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 18:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880720


หุ้นไทยปิดซื้อขายท้ายสัปดาห์ ร่วง 9.33 จุด ปิดที่ 1,539.91 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,569.57 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขายท้ายสัปดาห์ในแดนลบ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลง 9.33 จุด หรือ 0.60% ปิดที่ 1,539.91 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,569.57 ล้านบาท โดยตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวแดนลบ ดัชนีแตะระดับสูงสุดที่ 1,548.59 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,537.23 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ 5.บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)

 

ดัชนีเชื่อมั่นทอง มี.ค. พุ่ง! ผู้ค้ามองราคาขยับ คาดบาทละ 21,001-21,500

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 17:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880671


ดัชนีเชื่อมั่นราคาทองคำ เดือน มี.ค. ปรับขึ้นที่ระดับ 68.05 จุด จากนโยบาย ศก.ทรัมป์ ความไม่แน่นอน ศก.โลก ผู้ค้าส่วนใหญ่ เชื่อทองจะขยับขึ้น ให้กรอบราคาสูงสุดที่บาทละ 21,001-21,500…

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน มี.ค.2560 อยู่ที่ระดับ 68.05 จุด ปรับขึ้น 3.13 จุด หรือปรับขึ้น 4.82% จากระดับ 64.92 จุด ในเดือน ก.พ. 2560 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อราคาทองที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ราคาทองจะมีความผันผวน โดยกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าปัจจัยเชิงบวกที่ส่งผลต่อราคาทองคำ คือ นโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และสถานการณ์การเมืองในยุโรป ส่วนปัจจัยกดดันหลักต่อราคาทองคำยังคงเป็นทิศทางนโยบายทางการเงินของ FED ช่วงกลางเดือน มี.ค.

advertisement

สำหรับผลสำรวจครั้งนี้จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 255 ตัวอย่าง พบว่า 56.47% ของกลุ่มตัวอย่าง คิดว่าจะซื้อทองคำในช่วงเดือน มี.ค.60 ขณะที่ 27.45% ยังไม่แน่ใจ และอีก 16.08% คาดว่าจะยังไม่ซื้อทองคำในช่วงหนึ่งเดือน มี.ค.60

ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำจำนวน 10 ตัวอย่าง โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำในเดือน มี.ค. 2560 จะเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นจำนวน 9 ราย และคาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับราคาทองในเดือน ม.ค. 2560 จำนวน 1 ราย โดยมีมุมมองดังนี้ Gold Spot กรอบราคาต่ำสุดให้น้ำหนักบริเวณ 1,211-1,230 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ กรอบสูงสุดที่บริเวณ 1,280-1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศ ความบริสุทธิ์ 96.5% กรอบราคาต่ำสุดให้น้ำหนักที่ 20,001-20,500 บาท ทองคำต่อน้ำหนัก 1 บาท กรอบราคาสูงสุดที่บริเวณ 21,001-21,500 บาท ต่อทองคำต่อน้ำหนัก 1 บาท และด้านค่าเงินบาทไทย กรอบต่ำสุดให้น้ำหนักที่บริเวณ 34.51-35.00 บาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และสูงสุดที่ 35.01-35.50 บาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐฯ.

 

สั่งนำร่องเปลี่ยนรถตู้ร่วม บขส. เป็นมินิบัส ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 16:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880601


“พิชิต” สั่ง บขส. ปรับตัวเพิ่มรายได้ขยายธุรกิจเน้นขนส่งสินค้า-ท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 10% พร้อมลุยแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารตั้งสหกรณ์-นิติบุคคล เดินหน้านำร่องเปลี่ยนรถตู้ร่วม บขส. เป็นมินิบัส…

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการให้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ ได้มอบนโยบายให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เร่งจัดตั้งสหกรณ์รถตู้ร่วมโดยสาร บขส. สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่วิ่งให้บริการขณะนี้ เนื่องจากว่า หากเป็นในรูปสหกรณ์หรือนิติบุคคลจะมีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการให้บริการผู้โดยสารมากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย นอกจากนั้น ให้ บขส. นำร่องในการปรับเปลี่ยนรถตู้โดยสารมาเป็นรถมินิบัสก่อน 55 คัน ใน 13 เส้นทาง โดยให้มินิบัสเริ่มวิ่งให้บริการในวันที่ 1 ก.ค.นี้

advertisement

นอกจากนั้น ให้ บขส.เร่งดำเนินการขยายธุรกิจในขอบข่ายที่ บขส.ให้บริการอยู่ โดยเฉพาะเพิ่มเส้นทางที่วิ่งให้บริการระหว่างประเทศจากประเทศไทยไปประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศอาเซียนจากเดิมวิ่งให้บริการในประเทศลาว 12 เส้นทาง และกัมพูชา 2 เส้นทาง ให้พิจารณาเพิ่มเส้นทางไปยังพม่าและจีน รวมถึงให้ขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการรถโดยสาร เพื่อสร้างผลการดำเนินงานและกำไรมากขึ้น โดยเฉพาะเพิ่มการขนส่งสินค้าทางรถโดยสารจากปัจจุบันมีรายได้ในส่วนนี้ 120 ถึง 140 ล้านบาทต่อปี หรือ 2% จากรายได้ทั้งหมด 4,300-4,400 ล้านบาทต่อปี ให้เพิ่มขึ้นเป็น 10%

นายพิชิต กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ให้เพิ่มในส่วนของธุรกิจท่องเที่ยวเนื่องจากมองว่าปัจจุบัน บขส. มีรถโดยสารที่วิ่งให้บริการในเส้นทางประจำอยู่แล้ว ก็ควรที่จะเพิ่มรายได้โดยเปิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในเส้นทางที่มีศักยภาพและ บขส. เป็นผู้ดำเนินการเอง สำหรับสาเหตุที่ต้องการให้เพิ่มและขยายธุรกิจเนื่องจากในปัจจุบันนี้ บขส. มีสินทรัพย์รวมกว่า 5,000 ล้านบาท แต่มีการสร้างศักยภาพที่จะเพิ่มรายได้และกำไรต่ำมาก ประกอบกับธุรกิจการเดินรถโดยสารมีการแข่งขันมาก
ดังนั้น จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้ และในระยะยาว บขส. ต้องมีการปรับโครงสร้างที่จะแยกส่วนกำกับดูแล และการให้บริการรถโดยสารออกจากกันอย่างสิ้นเชิง จึงต้องเตรียมตัวเพื่อเตรียมพร้อมไว้

นายพิชิต กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าในการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กำลังศึกษาอยู่ ซึ่งภายใน 1-2 เดือนนี้ จะได้ข้อสรุป แต่คาดว่าการให้บริการผู้โดยสารจะยังอยู่บริเวณสถานีกลางบางซื่ออยู่.