ดึง “ดีเอสไอ สตง. ป.ป.ช. ปปท.” สอบปมซีซีทีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262429

ดึง “ดีเอสไอ สตง. ป.ป.ช. ปปท.” สอบปมซีซีทีวี

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, ประชุม, ซีซีทีวี, ปปท., ป.ป.ช., สตง., ดึง, ดีเอสไอ, สตง, ปปช, สอบ, ทีวี, ปปท, สอบปมซีซีทีวี, ดีเอสไอ สตง ปปช ปปท, วีรวิทย์

“วีรวิทย์” ดึง “ดีเอสไอ สตง. ป.ป.ช. ปปท.” ร่วมสอบปมซีซีทีวี – นัดประชุม 3มี.ค.ตีกรอบสอบครอบคลุมโครงการ ปี 49-51

          1 มี.ค. 60 – พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการจ่ายสินบนโครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวีรัฐสภาตามข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. มีการปรับโครงสร้างการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ใหม่ให้มีตัวแทนจากหน่วยงายภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมได้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ตามคำแนะนำของสตง.ว่า ไม่เหมาะสมหากให้คนในมาร่วมตรวจสอบ โดยคนในจะเหลือเพียง ผอ.สำนักบริหารงานกลางสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขานุการและตัวแทนมาอีกหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ เท่านั้นตนจึงนัดประชุมคณะกรรมการชุดนี้ในวันที่ 3 มี.ค.เบื้องต้นกำหนดกรอบการตรวจสอบเป็น 2 ส่วนคือ 1.ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินบนโครงการติดตั้งซีซีทีวี ปี 2549 ซึ่งพบข้อมูลที่ตรงกันกับสหรัฐฯและทำให้เห็นความเชื่อมโยงกับโครงการปรับปรุงห้องคอนโทรลรูมที่แล้วเสร็จในปี 2551 ซึ่งเกี่ยวกับระบบซีซีทีวีที่ติดตั้งไปแต่ทำไมงบประมาณจึงใช้คนละปี

นอกจากนี้ก็จะขยายผลไปตรวจสอบโครงการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่มีการติดตั้งซีซีทีวีภายนอกอาคารรัฐสภา ในปี 2551 และเครื่องตรวจจับระเบิด เพราะทั้ง 3 โครงการเกี่ยวข้องกันเนื่องจาก บริษัทไทโก้ ไฟร์ซีเคียวริตี้ แอนด์เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลการตรวจสอบจึงตีกรอบไว้ระหว่างปี 49-51 และ 2.ส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลที่รับผิดชอบโครงการทั้งหมดโดยส่วนนี้จะมอบหมายให้ สตง. ดำเนินการ ทั้งนี้จะรีบตรวจสอบโดยเร็วที่สุดเพื่อสรุปรายงานเสนอต่อประธานสนช.ต่อไป.

 

“ประวิตร”วอนปชช.ร่วมเวที”ไฟฟ้าถ่านหิน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262425

“ประวิตร”วอนปชช.ร่วมเวที”ไฟฟ้าถ่านหิน”

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

โรงไฟฟ้า, ประวิตร, วอน, ปชช, ร่วม, เวที, ไฟฟ้า, ถ่านหิน, ไฟฟ้าถ่านหิน, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม”สั่งเปิดเวทีฟังความเห็นปชช.กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่ ใน 1 เดือนนี้ วอน ทุกภาคส่วนเข้าร่วม

        1 มี.ค. — พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคสช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร หาวิธีสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วนต่อปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน หลังจากรัฐบาลสั่งจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม( EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA ) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ใหม่ โดยให้ทุกส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น              ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จึงสั่งการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย รวมถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชน ภายใน 1 เดือนนับจากนี้ นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนในทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมในเวทีรับฟังความเห็นที่จะมีขึ้นด้วย

 

“โว”คุยสันติสุขแก้ไฟใต้ มีแต่เรื่องดี ๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262420

“โว”คุยสันติสุขแก้ไฟใต้ มีแต่เรื่องดี ๆ

การเมือง  : 1 มี.ค. 2560

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม, เจรจาสันติสุข, ไฟใต้, คุย, สันติสุข, แก้, ใต้, แต่, เรื่อง, มีแต่เรื่องดี, อุดมเดช, ธรรมกาย

“อุดมเดช”โวคุยสันติสุข แก้ปัญหา ไฟใต้ ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น เดินหน้าคุยต่อ กระแสข่าวโจมตี มุสลิม อยู่เบื้องหลังกรณี “ธรรมกาย” ไม่เกี่ยวกัน

       1 มี.ค. — พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงผลการพูดคุยเจรจาสันติสุขเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง ว่าทราบว่าผลการเจรจามีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นมา การพูดคุยเพื่อสันติสุขที่มีความก้าวหน้า ภาพรวมสถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้นอยู่แล้ว การเจรจาต้องดำเนินการอีก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีแนวทางให้เจรจาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวโจมตีว่ามีชาวมุสลิมอยู่เบื้องหลังกรณีธรรมกายจะทำให้เกิดปัญหาในภาคใต้หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ปัญหาภาคใต้มีอยู่อย่างที่พวกเราทราบกันอยู่แล้ว แต่ในส่วนการไปแก้ไขของคณะผู้แทนพิเศษตนเองในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษได้ลงไปทำงานด้วยตลอด

ส่วนแกนนำระดับปฏิบัติการทยอยเข้ามอบตัวตามโครงการของแม่ทัพภาค 4 ได้ตัวแกนนำระดับแถวหน้าหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การดำเนินการเป็นมาด้วยดีและดียิ่งขึ้น ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการถึง 4,000 กว่าคนแล้ว และยังมีทยอยเข้ามา ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของทัพภาค 4 ส่วนหน้าที่แม่ทัพดำเนินการ ทุกคนมีความตั้งใจ และยังมีโครงการนี้ต่อไปอย่างแน่นอน

 

ร้อง”ป.ป.ช.”สอย 7 สนช.โดดประชุมพบกว่า 5 พันใบลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262418

ร้อง”ป.ป.ช.”สอย 7 สนช.โดดประชุมพบกว่า 5 พันใบลา

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

ศรีสุวรรณ จรรยา, สนช., ร้อง, ปปช, สอย, โดด, ประชุม, กว่า, พันใบลา , ร้องปปชสอย, สนชโดดประชุมพบกว่า, ศรีสุวรรณ, สนช, พรเพชร-วรารัตน์, สิระ

“ศรีสุวรรณ”ยื่น”ป.ป.ช.”สอย 7 “สนช.”โดดประชุมอื้อ ด้าน “พรเพชร-วรารัตน์” โดนด้วย เหตุ อนุมัติใบลา โดยไม่ตรวจสอบ อึ้ง พบใบลา กว่า 5 พันใบ

           1 มี.ค. — นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป.ป.ช.ให้เอาผิดสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) 7 คน กรณีการขาดลงมติประชุมสนช.ไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. นางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา กรณีอนุมัติใบลาประชุมให้ 7 สนช. โดยไม่มีการตรวจสอบ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เหตุที่มายื่นร้องต่อป.ป.ช.เพราะหลังจากที่เลขาธิการวุฒิสภาแถลงสถิติข้อมูลการแสดงตนของสนช. 7คนในรอบ 1 ปี พบข้อผิดปกติหลายประการได้แก่1.สถิติการแสดงตนดังกล่าวไม่ได้นับจากระยะเวลา 90 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เป็นการจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริง 2.ตัวเลขจำนวนการลงมติที่ไม่นับเป็นการขาดลงมติ   เนื่องจากมีการยื่นใบลาอย่างถูกต้องนั้น มีสัดส่วนสูงมาก อาทินายดิสทัต โหตระกิตย์ มีใบลา 1,047 ใบ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ มีใบลา 1,034 ครั้ง หากนับรวมทั้ง 7 สนช.จะมีใบลารวมกันใน 1 ปี ถึง 5,836 ใบ การอนุญาตให้ลาได้มาก ๆ เช่นนี้เข้าข่ายผิดระเบียบสนช.ว่าด้วยการลงชื่อมาประชุมและการลาประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติปี 2557 ที่กำหนดการลาได้แต่เฉพาะกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น

“ศรีสุวรรณ” ชี้ 7 สนช. ส่อ ทุจริต ต่อหน้าที่ เย้ย เรียกคนดีไม่ดี

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของ 7 สนช.จึงเข้าข่ายการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งทุจริตต่อหน้าที่ เพราะสนช.ที่ขาดหรือลาประชุมมาก ๆ มีสิทธิได้เงินเพิ่มหรือเงินตอบแทนตามพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ การที่สนช.แต่ละคนได้สิทธิการลา โดยไม่มีข้อจำกัดจึงเป็นการคอร์รัปชั่นเวลาชัดเจน ชี้ให้เห็นว่า นักการเมืองในอดีตและคนที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อชาติในปัจจุบัน ไม่อาจเรียกว่าเป็นคนดีเพื่อชาติได้อีกต่อไป หรือการอ้างว่าเป็นคนดีนั้น เป็นเพียงม็อตโต้โฆษณาชวนเชื่อหลอกประชาชนไปวันๆเท่านั้น

“สิระ”บี้โชว์สปิริต ลาออก คืนเงินเดือน

นายสิระ เจนจาคะ อดีตสปช. กล่าวว่า สนช.ถือเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ต้องอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ หากไม่สามารถทำได้ควรแสดงสปิริตลาออก ไม่ต้องให้ประชาชนมาขับไล่ ที่สำคัญควรคืนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินต่างๆที่ได้รับจากภาษีประชาชนคืนประเทศให้หมด

 

หลักฐานชัด!! “ศานิตย์” ยื่น ป.ป.ช. รับเงินไทยเบฟฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262416

หลักฐานชัด!! “ศานิตย์” ยื่น ป.ป.ช. รับเงินไทยเบฟฯ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

ศานิตย์ มหถาวร, แจง, ป.ป.ช., หลักฐาน, ชัด, ศานิตย์, ยื่น, ปปช, รับเงิน, ไทย, หลักฐานชัด, รับเงินไทยเบฟฯ, ไทยเบฟฯ, คมชัดลึก

เปิดเอกสาร “ศานิตย์” ยื่น ป.ป.ช. ระบุเป็นที่ปรึกษา “ไทยเบฟฯ” รับเงินเดือนละ 50,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ สมาชิก สนช.  ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามที่มีผู้ร้องว่า เขาผิดต่อจริยธรรม และกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เนื่องจากในการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง สนช. เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559  ระบุว่ามีรายได้จากการรับเงินเป็นที่ปรึกษาจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เดือนละ 50,000 บาท    ซึ่งเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ชี้แจงว่าไม่ได้เป็นที่ปรึกษาและไม่ได้รับเงินในตำแหน่งดังกล่าว ส่วนที่แจ้งนั้นอาจจะเกิดความผิดพลาด เพราะได้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเตรียมเอกสารและยื่นให้ โดยไม่ได้ทำด้วยตัวเอง  เช่นเดียวกับบริษัทไทยเบฟฯ ได้ชี้แจงว่า ไม่ได้จ้างพล.ต.ท.ศานิตย์เป็นที่ปรึกษาของบริษัทฯ

 หลักฐานชัด!! "ศานิตย์" ยื่น ป.ป.ช. รับเงินไทยเบฟฯ

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว “คมชัดลึก”  ไปเปิดเอกสารชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนีสินของ พล.ต.ท.ศานิตย์ ก็พบว่ามีการระบุชัดในข้อ 6 ว่า ผู้ยื่น “เป็นที่ปรึกษา บ.ไทยเบฟเวอเรจ ตั้งแต่ปี 2558 มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 50,000 บาท”

ทั้งนี้ในการพิจารณาของ ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องพิจารณาทั้งจากเอกสารที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. และจากคำชี้แจงด้วย

 

กกต.ลดรายจ่ายประหยัดงบ-ปรับเวลาเข้างานบริการปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262410

กกต.ลดรายจ่ายประหยัดงบ-ปรับเวลาเข้างานบริการปชช.

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

กกต., รัดเข็มขัด, งบประมาณ, ประชาชน, สตง., หลักสูตร, ใหม่, บิน, ดู, งาน, ตปท., คมชัดลึก, กกต, รายจ่าย, ประหยัด, ปรับ, เวลา, เข้างาน, บริการ, ปชช

กกต. รัดเข็มขัดลดรายจ่าย ประหยัดงบฯ-ปรับเวลาการทำงานบริการประชาชนใหม่ ยัน พร้อมแจงสตง.สอบงบหลักสูตร พตส.

          1 มี.ค.60 – นายภูมิพิทักษ์ กองแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการในตำแหน่ง รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการบริหารกลาง แถลงผลการประชุมกกต. เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2560 ว่า ที่ประชุมมีมติลดรายจ่ายและประหยัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 เพื่อให้การบริหารเงินงบประมาณและการใช้จ่ายเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยกำหนดให้ผู้บริหาร และพนักงานเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานตามความจำเป็นประหยัดการใช้ทรัพยากร เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศกำหนดให้มีการเปิด-ปิด ตามระยะเวลาที่กำหนด ปรับปรุงกระบวนการด้านพัสดุ เช่น การจำหน่ายพัสดุที่หมดอายุ มีแผนการใช้จ่ายและการควบคุมการใช้จ่าย มีแผนการรับสมัครบุคลากรใหม่ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและจังหวะเวลาที่เหมาะสม

นายภูมิพิทักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กกต.ได้สลับเวลาในการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยจะเป็นการขยายระยะเวลาในการให้บริการต่อประชาชน และการติดต่อประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มากยิ่งขึ้น โดยรอบที่ 1 เข้าทำงานได้จนถึงเวลา 07.30 น.และเลิกงานเวลา 15.30 น. รอบที่ 2 เข้าทำงานได้จนถึงเวลา 09.00 น. และเลิกงานเวลา 17.00 น. โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2560 เป็นต้นไป

นายภูมิพิทักษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ สตง.จะตรวจสอบการใช้งบฯของ พตส. โดยเฉพาะการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ว่า การไปศึกษาดูงานของหลักสูตรดังกล่าว เราไปดูงานกันจริง มีตารางการดูงานที่แน่นอน ซึ่งเป็นการดูงานเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง พรรคการเมืองของต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการไปดูงานมาปรับใช้ในการทำงาน เช่น การอำนวยความสะดวกการเลือกตั้งของประชาชน การลงทะเบียนผู้สมัคร และการลงทะเบียนล่วงหน้าแบบอิเล็คทรอนิค ดังนั้นถ้าหากมีการตรวจสอบ กกต.ก็มีหลักฐานยืนยัน และพร้องให้ สตง.ตรวจสอบ เพราะไปดูงานจริง ทำงานจริง ใช้งบประมาณอย่างประหยัดที่สุด เราไม่ได้ทำอะไรที่ผิด

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือให้องค์ต่างๆ งดการเดินทางไปดูงานต่างเทศนั้น นายภูมิพิทักษ์ กล่าวว่า การไปดูงานส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นหลักสูตรของ กกต.และพนักงานเหล่านี้ก็จะขึ้นมาเป็นผู้บริหารดูแลสำนักงาน กกต.ต่อไป ดังนั้นการไปดูงาน จึงคุ้มค่ามากกว่าเงินที่ใช้จ่ายไป หากไม่ให้พนักงานเหล่านี้ไปก็อาจจะขาดช่วงในเรื่องการบริหารงานได้.

 

30 พรรคเสนอปรองดอง-นปช.จ่อถก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262406

30 พรรคเสนอปรองดอง-นปช.จ่อถก

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

พรรคเสนอปรองดอง, สัปดาห์, กปปส., นปช., คงฃีพ, พรรค, เสนอ, ปรองดอง, นปช, จ่อ

โฆษกปรองดอง สรุป 3 สัปดาห์ เชิญ 30 พรรคการเมือง เสนอปรองดอง คาดสิ้นเดือนมี.ค.จะครบทุกพรรค ขณะที่พท.-นปช.จ่อถกเร็ว ๆ นี้ เล็งประสาน กปปส.ร่วม

           1 มี.ค. — พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่า ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์และ วันที่ 1 มีนาคม มีพรรคการเมืองเข้ามาแสดงความคิดเห็น 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคทวงคืนผืนป่าแห่งประเทศไทย พรรคเครือข่ายประชาชน พรรคพลังสหกรณ์ พรรคยางพาราไทย  พรรคพลังชล และพรรคมหาชน

โดยบรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยดี มีความเป็นกันเองและมีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เพื่อแสดงถึงความตั้งใจจริงในการสร้างเสริมความปรองดอง โดยมองว่าการสร้างความปรองดองจะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน โดยไม่สร้างเงื่อนไขให้เป็นปัญหาต่อการปรองดอง เพื่อเป็นประโยชน์ของคนในชาติสำหรับเรื่องความขัดแย้ง เกิดจากการไม่เคารพกฎหมาย และการไม่ยอมรับระบบกลไกการเมืองที่มีอยู่ และมองภาพอนาคตมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปประเทศ

ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระ จะต้องออกแบบให้ทุกฝ่ายยอมรับมีความเท่าเทียมเสมอภาพสามารถตรวจสอบถ่วงดุลกันได้ขนาดที่ในส่วนของรัฐบาลจำเป็นต้องวางรากฐานบริหารจัดการในความเหลื่อมล้ำทางสังคมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในขณะที่ปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นนั้น ให้เน้นเรื่องการปลูกฝังการต่อต้านให้กับเยาวชนรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตรงไปตรงมา ครอบคลุมทุกกลุ่ม และดึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในส่วนของภาคประชาชน ในวันศุกร์ที่ 3 เวลา 09.00 -12.00 น.จะมี 4 พรรคการเมืองเข้ามาเสนอความคิดเห็น คือ พรรคเงินเดือนประชาชนพรรคแทนคุณแผ่นดิน พรรคเพื่อสันติ พรรคเสรีรวมไทย

ส่วนการสร้างความปรองดองในระดับพื้นที่ ขณะนี้ได้เริ่มทยอยเปิดเวทีโดยจะทำพร้อมพร้อมกันในเดือนมีนาคมนี้เพื่อเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นซึ่งขณะนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งประชาชนในพื้นที่ภาคประชาสังคมท้องถิ่น

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีพรรคการเมือง เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นให้กับคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความปรองดองจำนวน 30 พรรค และได้รวบรวมข้อมูลส่งให้คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมีพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เป็นประธาน และคาดว่า ในสิ้นเดือนมีนาคมนี้จะสามารถเชิญพรรคการเมืองที่เหลือเข้ามาเสนอความคิดเห็นได้ครบทุกพรรค หลังจากนั้นในเดือนเมษายน ก็จะเชิญกลุ่มการเมือง กลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคธุรกิจเข้าร่วม

อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ตอบรับ เข้ามาแสดงความคิดเห็นในวันที่ 8 มีนาคม ขณะที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการหรือ นปช.จะมาแสดงความคิดเห็นในวันที่ 15 มีนาคม ส่วนกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส .จะมาแสดงความคิดเห็นเมื่อไหร่นั้นขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งรอให้ทุกฝ่ายพร้อม เพื่อกำหนดวันที่แน่นอน

 

“ประยุทธ์”ลั่น !! ล้างบางเจ้าหนี้นอกระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262402

“ประยุทธ์”ลั่น !! ล้างบางเจ้าหนี้นอกระบบ

การเมือง  : 1 มี.ค. 2560

นายกฯ, ประยุทธ์, ลั่น, ล้างบาง, เจ้าหนี้, นอก, ระบบ, ประยุทธ์ลั่น, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่”เปิดโครงการแก้หนี้นอกระบบครบวงจร ชวนนายทุนตั้งบริษัทเข้าโครงการ ขู่ปราบทั่วประเทศ

           1 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ระดับจังหวัด ภายใต้การกำกับ หรือ สินเชื่อฟิโกไฟแนนซ์ ให้แก่บริษัทเอกชนใน 6 จังหวัดนำร่อง คือ กำแพงเพชร พิจิตร ยโสธร กรุงเทพมหานคร ตรัง และบุรีรัมย์

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ รวมพลังภาครัฐขจัดหนี้ให้เป็นศูนย์ ว่า รัฐพยายามแก้ปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง ต้องทำให้ครบวงจร วันนี้ต้องการเปิดโครงการเพื่อขจัดหนี้นอกระบบให้หมดสิ้นไป ถือเป็นวาระสำคัญของชาติที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งมีปัญหามาจากรายได้ไม่เพียงพอ การจัดระเบียบครัวเรือนไม่เพียงพอ คุณภาพชีวิตยังไม่ดี รัฐบาลยังไมมีทางเลือกให้ ซึ่งวันนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาทั้งระบบ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาเหล่านี้ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม พูดกันมาเยอะว่าประเทศมีปัญหาตรงไหนบ้าง ซึ่งความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดหนี้นอกระบบ ก็ต้องปรับกันทั้งหมด พัฒนาเศรษฐกิจทางหนึ่ง และทำให้คนรู้จักคำว่าพอเพียง มีคุณภาพชีวิตที่ดีเพียงพอ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเทียบเท่ากันทุกคน รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้ มีมาตรการออกมาแก้ปัญหาเป็นระยะ เช่น สินเชื่อผ่านกองทุนหมู่บ้าน ยกระดับศักยภาพหมู่บ้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากประชารัฐ เป็นเต้น นอกจากจะแก้ปัญาหนี้นอกระบบ ต้องคิดต่อด้วยว่าทำอย่างไรให้คนมีหนี้สินน้อยลง ก็ต้องคิดทั้งหมด

“รัฐบาลประกาศเจตนารมณ์ว่าต้องช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ด้วยการแก้ไขหนี้นอกระบบที่เป็นปัญหาสำคัญในวงจรเศรษฐกิจฐานราก ทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ต้องร่วมมือกัน แต่รัฐบาลจะไม่เข้าไปยกหนี้ให้ แต่ต้องดำเนินการให้หนี้นอกระบบเป็นศูนย์ ทำให้หนี้สินมาอยู่ในระบบให้ได้ ซึ่งหลังจากนี้จะให้ระยะเวลากลุ่มเจ้าหนี้นอกระบบปรับตัว ให้มาเป็นผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ระดับจังหวัด หลังจากนั้นจะสั่งการให้เจ้าหนี้ที่กวาดล้างทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลต้องพยายามปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็ง หลายเรื่องต้องเร่งดำเนินการ ทุกคนต้องช่วยกัน อย่าเอาเวลามานั่งมองว่าตัวเองมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแบบไม่ถูกต้องอย่างเดียว ซึ่งยอมรับว่าเข้ามาดำรงตำแหน่งไม่ถูกต้อง แต่ขอให้มองด้วยว่า มาแล้วแก้ปัญหาอะไรไปบ้าง อย่ารังเกียจตัวเองเลยขอกำลังใจ ขอสติในการทำงานหน่อย ต้องคุ้ยปัญหาที่มีมากมายมหาศาล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาหลังจากนี้ ต้องหาทางที่ถูกวิธี มีความชอบธรรม ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะอาชีพใดอาชีพหนึ่ง แต่ต้องมองภาพรวมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น อย่างอีอีซีที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเกิดการลงทุน มีภาษี เกิดรายได้เพิ่มขึ้นจากการประวัติเศรษฐกิจ 4.0 ซึ่งการแก้ปัญหาหลายเรื่องต้องใช้หลักคิด ใช้สติปัญญา อย่าใช้ความรู้สึก ต้องกลับไปทบทวนตัวเองดูว่าเราใช้อารมณ์ความรู้สึกกันมากไปหรือเปล่า ถ้ามองว่าตัวเองไม่ดี ไม่ต้องมาชอบ เพราะไม่บังคับให้ใครมาชอบ แต่ก็รู้ว่าชาวบ้านหลายคนก็ชอบตัวเอง ทุกคนในรัฐบาลก็คิดแบบนี้ อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างในการทำงาน แต่เดี่ยวก็แก้ปัญหาได้ วันนี้หลายภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหา  เพราะทุกประเทศมีปัญหาหมด การบังคับใช้กฎหมายก็มีปัญหา เส้นแบ่งระหว่างสิทธิมนุษยชนกับผิดกฎหมายก็เส้นเดียวกัน

“ฉะนั้นทุกคนต้องทำตามกฎหมาย เพราะทุกคนได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน อย่าเอาเรื่องทำผิดกฎหมายไปอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน ถ้าคิดไม่ได้รับความเป็นธรรม เดี๋ยวรัฐบาลจะทำให้ชัดเจนขึ้น ที่ยังมีปัญหา เพราะพวกเราเป็น “คน” จะยุ่งมาก ต่างจิตต่างใจ ต่างความต้องการ แต่ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้รวมกันได้ เดินไปด้วยกัน ถึงแม้จะไม่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ทุกคนต้องมีโอกาส ช่องทาง มีทางเลือกให้เดิน รัฐบาลพยายามทำอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือกระบวนการยุติธรรม ทั้งหมดเพื่อประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีรายได้ 2.3 ล้านล้านบาท เท่านั้น หากไม่ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ วันข้างหน้าจะอยู่ไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีการทำรัฐสวัสดิการ ตัวเองจะไม่ไปยกเลิก เพราะทำไม่ได้ แต่ต้องคำนึงถึงรายได้ของประเทศด้วย ทุกคนต้องการมากขึ้น หัวเฉลี่ยในการรักษาพยาบาลมากขึ้นเป็น 3 พันกว่าบาท มากขึ้นกว่าหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ลดสวัสดิการลงเลย แต่เม็ดเงินที่มีอยู่จำกัด นอกจากนั้นยังต้องรองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้น นอกจากโครงการวันนี้ รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการประชารัฐ ที่จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้สินของตัวเอง ส่วนรัฐบาลก็ต้องไปทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ

“วันนี้ให้เวลา เจ้าหนี้นอกระบบปรับตัว รีบมาตั้งบริษัทจจำกัด เป็นผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ไม่อย่างนั้นจะให้ไปตั้งข้างในคุก 2 ปี ไปคิดเอาเอง ส่วนทหาร ตำรวจ ก็คิดเอา ถ้าใครเป็นเจ้าหนี้นอกระบบ ขอให้แจ้งมา ไม่อย่างนั้นถ้าพบก็จะลงโทษทันที ตัวเองเคยเป็นผู้บังคับบัญชา รู้ดีว่าลูกน้องเป็นหนี้สินกันเยอะ รับราชการมาตั้งแต่ปี 2519 ทุกคนก็มีหนี้สินกันหมด เว้นแต่จะมีมรดกที่ได้มาอย่างถูกต้องก็ว่ากันไป แต่วันนี้ทุกคนมีหนี้สินกันหมด ดังนั้นต้องยอมรับตัวเองว่าต้องมีการพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่เรียนจบมารวยทันที เป็นไปไม่ได้ ต้องช่วยกันประคองคุณภาพชีวิตตัวเองให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ในปี 2559 มีคนลงทะเบียนคนจนเกือบ 7 ล้านคน เป็นหนี้นอกระบบรวมกัน 8.6 หมื่นล้านบาท แต่คนที่มาลงทะเบียนยังถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับปริมาณคนไทยมีเกือบ 70 ล้านคน ดังนั้นเชื่อว่ายังมีคนจนอีกเยอะ ที่ยังไม่ได้มาลงทะเบียน จึงทำให้การสำรวจไม่ครบถ้วน รัฐบาลจึงวางแผนในการแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนทุกเรื่อง ฟังจนแย่ หมดกำลังใจ แต่ก็ต้องฮึดสู้ เพราะเป็นคนอาสาเข้ามาทำงาน ทำมาแล้วต้องทำให้ได้ ขอโทษทุกคนที่พามาลำบาก แต่ต้องการให้ทุกคนสบาย

              @ ประชดเปลี่ยนม. 44 เป็นม.45-ม.88 หลังโดนตำหนิเยอะ อารมณ์แซวสมคิด-สุวพันธุ์

“หลังจากนี้ใช้ประกาศ คสช. แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ พอดีกับตัวเองก็บอกว่าคำสั่งดี แต่พอไม่ดีกับตัวเอง ก็บอกว่าใช้อำนาจไม่ดี ยืนยันว่า จะดูจากความจำเป็นที่จะใช้ ถ้าไม่ชอบ 44 ก็จะเปลี่ยนเป็น 45 จะมาบอกให้เลิกกันได้อย่างไร บ้านเมืองจะอยู่กันได้อย่างไร ถ้าไม่พอใจ 44 เดี๋ยวจะร่างใหม่ให้เป็น 88 ดูหน่อยว่าจะใช้ได้ไหม พวกที่ไม่ชอบ คือพวกไม่ฟังกฎหมาย ไม่ชอบอยู่ในกฎหมาย รัฐบาลพร้อมจะรับคำร้องเรียนเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ใครเป็นเจ้าของ เจ้าหนี้ผิดกฎหมาย ส่งข้อมูลมาที่ทำเนียบรัฐบาล จะดำเนินการให้ทันที พวกนี้ต้องใช้ 88 เลย เพราะใช้ 44 แล้วก็ไม่ปรับตัวกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ดูหน้าคนมาฟังวันนี้ คงง่วงกัน สงสัยเมื่อคืนดูละครกันดึก เมื่อก่อนตัวเองก็ดี ดูละครหักลิ้นช้าง ตอนนี้จบแล้ว ไม่รู้มีเรื่องอะไรบ้าง แต่ตัวเองไม่มีเวลาดู มีแต่ปัญหา ก็รู้ๆกันอยู่ ขอให้ช่วยกันแก้ปัญหาหน่อย อย่าโยนมาที่นี่อย่างเดียว ก็ตายพอดี

และในช่วงท้ายของการปาฐกถา นายกรัฐมนตรีได้แนะนำรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนได้รู้จัก พร้อมกับพูดหยอกล้อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า “ปรบมือให้กับรองนายกฯสมคิดหน่อย เรื่องเศรษฐกิจ พออะไรออกมาก็บอกว่าสมคิด คิดอีกแล้ว ก็เขาชื่อสมคิด  ช่วยทำให้ความคิดของเขาสมหวังหน่อยสิ”

และขณะที่ที่แนะนำตัวนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกรัฐมนตรีก็บอกว่า “คนนี้ตอนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังไม่ผมขาวขนาดนี้ เพิ่งจะมาขาวไม่กี่วันนี้เอง แล้วถ้าแก้ไม่ได้นะจากผมขาวจะกลายเป็นผมร่วงแน่นอน”

 

ถกปรองดอง!! 3 สัปดาห์ 30 พรรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262399

ถกปรองดอง!! 3 สัปดาห์ 30 พรรค

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

พรรคการเมือง, คมชัดลึก, ปรองดอง, สัปดาห์, พรรค, ถกปรองดอง

โฆษกปรองดอง สรุป 3 สัปดาห์ เชิญ 30 พรรคการเมือง เสนอปรองดอง คาด สิ้นเดือน มี.ค.จะครบทุกพรรค ขณะที่ พท.-นปช.จ่อถกเร็วๆ นี้ เล็งประสาน กปปส.ร่วม

               พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวว่า ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีพรรคการเมือง เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นให้กับคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความปรองดอง จำนวน 30 พรรค และคาดว่าในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะสามารถเชิญพรรคการเมืองที่เหลือเข้ามาเสนอความคิดเห็นได้ครบทุกพรรค หลังจากนั้นในเดือนเมษายน ก็จะเชิญกลุ่มการเมือง กลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคธุรกิจเข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้ตอบรับเข้ามาแสดงความคิดเห็นในวันที่ 8 มีนาคม ขณะที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการหรือ นปชจะมาแสดงความคิดเห็นในวันที่ 15 มีนาคม ส่วนกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส .จะมาแสดงความคิดเห็นเมื่อไหร่นั้น ขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง รอให้ทุกฝ่ายพร้อม เพื่อกำหนดวันที่แน่นอน

 

“ศานิตย์-ไทยเบฟ” ปัดไม่เกี่ยวข้องจ้างเป็นที่ปรึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262379

“ศานิตย์-ไทยเบฟ” ปัดไม่เกี่ยวข้องจ้างเป็นที่ปรึกษา

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 1 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, ป.ป.ช., ข้อเท็จจริง, จริยธรรม, เอกสาร, ผุ้ตรวจฯ, ไทยเบฟฯ, ศานิตย์-ไทยเบฟฯ, ศานิตย์, ไทย, ปัด, ไม่, เกี่ยวข้อง, จ้าง, เป็น, ที่ปรึกษา, ศานิตย์-ไทยเบฟ, ผู้ตรวจฯ

“ผู้ตรวจฯ” เผย “ศานิตย์-ไทยเบฟ” ส่งเอกสารแจงปมสอบจริยธรรม แล้ว ยันไม่เกี่ยวข้องกันทั้งคู่ แต่ยังสอบต่อ ปมข้อเท็จจริงของเอกสาร

          1 มี.ค. 60 – นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรองข่าวเช้านี้ทางสถานีวิทยุเนชั่นเรดิโอ 102 เอฟเอ็ม ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคำร้องที่ให้ตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีรับเงินค่าที่ปรึกษาจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ว่า กรณีดังกล่าวทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเอกสารคำชี้แจงจากบริษัทไทยเบฟ และ จากพล.ต.ท.ศานิตย์ แล้วเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดว่าพล.ต.ท.ศานิตย์ปฏิเสธไม่เคยได้รับเงินค่าที่ปรึกษาจากบริษัทดังกล่าว ขณะที่บริษัทไทยเบฟ ได้ปฏิเสธว่าไม่เคยว่าจ้างพล.ต.ท.ศานิตย์เป็นที่ปรึกษาเช่นกัน แต่การตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดินยังคงเดินหน้าต่อเพราะยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมคือ รายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่พล.ต.ท.ศานิตย์ได้ยื่นไว้เมื่อดำรงตำแหน่งสนช. กับทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร้องขอไปยัง ป.ป.ช.ให้ส่งสำเนารายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมาให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน และล่าสุดทราบว่าวันที่ 2 มี.ค.นี้ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าจะส่งสำเนาดังกล่าวมาให้ผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่

“เอกสารที่ทางภาคประชาชนยื่นมาแม้จะเป็นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่เป็นเพียงสำเนาที่ได้มาจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งเท่านั้น แม้จะมีรายละเอียดและการลงนามแต่ไม่ถือว่าเป็นเอกสารของทางราชการ ดังนั้นผู้ตรวจฯ ต้องรอเอกสารราชการจากทางป.ป.ช.อีกครั้ง จากนั้นจึงจะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าน้ำหนักเป็นแบบไหน จะเชื่อ หรือดูความผิดพลาดที่ปรากฏในเอกสาร หากได้เอกสารซึ่งตรงกับสำเนาของผู้ร้องซึ่งปรากฏต่อสาธารณะไปแล้ว ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น” นายรักษเกชา กล่าว

นายรักษเกชา กล่าวด้วยว่า ตามอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินคือทำหน้าที่ตรวจสอบทางจริยธรรมผู้ที่ถูกร้องเรียน หากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมร้ายแรง พล.ต.ท.ศานิตย์ ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ สนช. ต้องส่งเรื่องไปตามกระบวนการ กล่าวคือตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ต้องแจ้งไปที่ป.ป.ช.เพื่อให้เป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ฐานะข้าราชการ หากพบการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงต้องส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาตามประมวลจริยธรรมของหน่วยงานต่อไป ซึ่งจะมีประเด็นของการพิจารณาโทษทางวินัยด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความรอบคอบและจะทำให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ เนื่องจากตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ไม่มีข้อกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบประเด็นจริยธรรมเหมือนที่ผ่านมา.