“ครม.” อนุมติ แก้ กม. สคบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262322

“ครม.” อนุมติ แก้ กม. สคบ.

การเมือง  : 28 ก.พ. 2560

อนุมติ แก้ กม สคบ, พ.อ.อธิสิทธิ์ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล, ครม.ไฟเขียวแก้ก.ม.สคบ., ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ครม, อนุมติ แก้ กม สคบ

“ครม.” อนุมติ แก้ กม. สคบ. เพื่อบูรณาการหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

          28 ก.พ. 60 – พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในวันนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. สคบ. ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในไทยที่มีอยู่หลายฉบับ มีการแบ่งอำนาจกันทำงานไม่ได้บูรณาการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ เลยต้องมีการ กำหนดร่าง พ.ร.บ. ขึ้นมาใหม่ โดยมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติ ให้ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และมาตรการต่างๆในการคุ้มครองผู้บริโภค บูรณาการผู้มีอำนาจต่างๆที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง แก้ไขอำนาจของคณะกรรมการในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และมีการแก้ไขอำนาจคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ในการออกคำสั่งต่างๆ เช่นให้ระงับการโฆษณาเป็นการชั่วคราว ทำลายสินค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นการใช้บังคับทันทีให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีการแก้ไขให้ สคบ. มีอำนาจเสนอเรื่องต่อนายกฯ เพื่อพิจารณาออกคำสั่งในกรณีที่ผู้มีอำนาจตามกกฎหมายเฉพาะไม่ดำเนินการตามกฎหมายให้ครบถ้วน

สุดท้ายมีการแก้ไขให้ สคบ. เป็นหน่วยงานขึ้นตรงกับนายกฯ และระบุให้ค่าปรับที่เกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบตามพ.ร.บ.ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ค่าปรับตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน โดยครม.ได้อนุมัติหลักการร่างพ.ร.บ.นี้ โดยให้ส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาและรับความเห็นของหน่วยงานต่างๆ และส่งให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป

 

 

 

แต่งตั้งผู้ตรวจสำนักนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262336

แต่งตั้งผู้ตรวจสำนักนายกฯ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 28 ก.พ. 2560

ผู้ตรวจราชการ, สำนักนายกฯ, แต่งตั้ง, ผู้ตรวจ, สำนัก, นายกฯ, ปภัสมน - อรนุช

ครม.แต่งตั้งสองผู้ตรวจสำนักนายกฯ ” ปภัสมน – อรนุช “

       28 ก.พ — ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแต่งตั้ง ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย 1. น.ส.ปภัสมน อัมราลิขิต ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

2. น.ส.อรนุช ศรีนนท์ ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้ง มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้ง นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการปกครอง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย

 

เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลดโทษจำคุก “ หญิงเป็ด-จารุวรรณ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262335

เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลดโทษจำคุก “ หญิงเป็ด-จารุวรรณ”

การเมือง  : 28 ก.พ. 2560

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, คำพิพากษาคดีคุณหญิงจารุวรรณ, เปิดคำพิพากษาคดีคุณหญิงเป็ด, เปิด, คำพิพากษา, ศาลอุทธรณ์, ลดโทษ, จำคุก, หญิง, เป็ด, จารุวรรณ, ลดโทษจำคุก, หญิงเป็ด-จารุวรรณ

เปิดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลดโทษจำคุก “ หญิงเป็ด-จารุวรรณ อดีต ผู้ว่า สตง. – อดีต ผอ.ทรัพายากรบุคคล ” เหลือ 1 ปี แต่ไม่รอลงอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

 

          28 ก.พ. 60 – ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี วันนี้ ( 28 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ 2054/2559 ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายคัมภีร์ สมใจ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล สตง. ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่จัดให้มีการสัมมนา ที่ จ.น่าน วันที่ 31 ต.ค.46 ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการสัมมนากันจริง แต่จัดสัมมนาเพื่อให้ข้าราชการที่มีรายชื่อเข้ารับการสัมมนานั้น ได้ไปร่วมงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานที่จัดขึ้นในวันเดียวกันแล้วให้เบิกค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในงบเดียวกัน 294,440 บาท ทำให้ สตง.เสียหาย ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดคุณหญิงจารุวรรณ และนายคัมภีร์

โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 58 ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 157 ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ จากนั้นคุณหญิงจารุวรรณ และนายคัมภีร์ ได้ยื่นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 2 แสน ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี

ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว ประเด็นที่คุณหญิงจารุวรรณ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์สู้ประเด็นการไต่สวนของคณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า หลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวน รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาและพิจารณาว่า มีมูลแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยที่ 1 ทราบ และแจ้งด้วยว่า ในการแก้ข้อกล่าวหาจำเลยอาจทำเป็นหนังสือหรือชี้แจงด้วยวาจาก็ได้ ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ได้ลงชื่อรับทราบข้อกล่าวหา ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ประธานอนุกรรมการฯ ลงลายมือชื่อในคำสั่งเรียกพยานไว้ล่วงหน้านั้นเพื่อให้อนุกรรมการฯใช้ดุลพินิจไประบุชื่อพยานในภายหลัง โดยไม่ปรากฏว่ามีการมอบหมายจากคณะอนุกรรมการฯนั้น เห็นว่าอำนาจนั้นก็เป็นการใช้อำนาจที่จำเป็นต้องทำหนังสือหรือคำสั่ง เพื่อดำเนินการตามแนวทางการไต่สวน ซึ่งจะต้องลงนามโดยประธานอนุกรรมการฯจะต้องลงนามตามระเบียบ ป.ป.ช. ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการไต่สวน พ.ศ.2547 ข้อ 8 วรรคสอง แม้โจทก์จะไม่มีรายงานการประชุมของคณะอนุกรรมการฯที่เป็นพยานเอกสารมาแสดงสนับสนุนแต่ก็ไม่ได้เป็นข้อพิรุธที่บ่งชี้ว่าไม่มีการมอบหมายหรือกำหนดแนวทางการไต่สวนของอนุกรรมการฯ ดังนั้นการไต่สวนของคณะอนุกรรมการฯ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยทั้งสอง อุทธรณ์ของจำเลยว่าเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายกับผู้หนึ่งผู้ใด ตาม ม.157 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาของศาลชั้นหรือไม่  ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า หลังจากคณะทำงานด้านการจัดสัมมนาที่มี นายคัมภีร์ จำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้าเห็นว่าการจัดโครงการสัมมนาที่จังหวัดน่านในช่วงเวลาเดียวกับการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานจะเป็นประโยชน์ตามหลักการทำงานเชิงบูรณการ แล้วต่อมาจำเลยที่ 2 มีบันทึกจัดโครงการสัมมนาเสนอให้คุณหญิงจารุวรรณ จำเลยที่ 1 พิจารณาอนุมัติ ซึ่งกำหนดสัมมนาดังกล่าวนั้นตรงกับวันถวายผ้าพระกฐิน ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 1 พ.ย.46 ซึ่งการที่จะเข้าร่วมสัมมนาที่จัดขึ้นในวันเวลาเดียวกัน แต่ต่างสถานที่กันจึงเป็นเรื่องผิดสังเกต และหลังจากที่โครงการสัมมนาได้รับการอนุมัติไม่นานก็มีรายงานว่ามีจำนวนข้าราชการที่สมัครใจไปร่วมพิธีซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเองนั้นมีจำนวนลดลง ทั้งที่การตรวจสอบจำนวนข้าราชการนั้นเสร็จสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่สิ้นเดือน ก.ย.46 โดยเมื่อทราบจำนวนข้าราชการที่สมัครใจไปร่วมพิธีแล้ว จำเลยทั้งสองกับผู้บริหาร สตง.ก็ดำเนินการให้ข้าราชการในโครงการสัมมนาทั้งหมดไปร่วมการถวายผ้าพระกฐินทันทีพร้อมกับปรับเปลี่ยน ลดระยะเวลาสัมมนาโดยไม่ปรากฏว่าเป็นประโยชน์ตามหลักการทำงานเชิงบูรณาการแต่อย่างใด

ส่วนที่จำเลยทั้งสอง อ้างว่าการเปลี่ยนสถานที่จัดสัมมนาจาก โรงแรมซิตี้ ปาร์ค ไปเป็นสโมสรสันติภาพ 2 สืบเนื่องจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่การถวายผ้าพระกฐินเกิดความล่าช้า และเป็นการประหยัดการเดินทางและข้าราชการไม่ต้องกลับโรงแรมก่อน แต่จากการไต่ส่วนกับได้ความจากพนักงานโรงแรม พยานโจทก์ เจ้าหน้าที่ สตง.ยกเลิกการสัมมนาก่อนวันสัมมนาไม่น้อยกว่า 3 วัน โดยโรงแรมยังไม่ได้จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มจึงไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายดังกล่าว เพียงแต่คิดเฉพาะค่าใช้จ่ายในการทำป้าย 300 บาท เท่านั้น แม้จะไม่ได้ความชัดว่า เจ้าหน้าที่ สตง. ที่สั่งยกเลิกเป็นใครแต่ก็ไม่ได้เป็นข้อสำคัญ เพราะเมื่อการเปลี่ยนแปลงสถานที่สัมมนาไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ได้เตรียมการไว้ก่อนอีกทั้งยังได้ความจากเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมสัมมนา 2 คนว่าหลังจากเสร็จพิธีถวายผ้าพระกฐินก็ได้เดินทางกลับโรงแรมจากนั้นจึงไปร่วมงานที่สโมสรสันติภาพ 2 จึงแสดงให้เห็นว่า การเดินทางกลับที่พักไม่ได้ใช้เวลามากทำให้ข้อกล่าวอ้างของจำเลยไม่มีน้ำหนัก ประกอบกับมี พยานคนกลาง เบิกความว่า การถวายผ้าพระกฐินล่าช้าก็เพราะรอวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และหลังพิธีถวายผ้าพระกฐินก็มีการทอดผ้ากฐินสามัคคีซึ่งเป็นเรื่องความสมัครใจและความศรัทธาของข้าราชการ ไม่ได้เป็นเรื่องของทางราชการแต่กลับมีการเปลี่ยนกำหนดการสัมมนาเพื่อให้การทอดผ้ากฐินสามัคคีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงเป็นลักษณะการจัดสัมมนาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมอื่นให้ดำเนิน โดยราบรื่นมากกว่าที่จะมุ่งประโยชน์จากการสัมมนา ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ขณะที่การจัดโต๊ะอาหารเป็นแบบโต๊ะจีนหันหน้าเข้าหากัน นั่งแต่ละโต๊ะประมาณ 10 คน ส่วนบนเวทีได้ติดป้ายข้อความว่า “ ขอต้อนรับคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา และคณะด้วยความรักยิ่ง 31 ต.ค.2546

”โดยมีการเสิร์ฟอาหารเย็นและเครื่องดื่มขณะที่สโมสรสันติภาพ 2 ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานนั้นตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนสำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ชั้นล่างสำหรับข้าราชการทั่วไป ลักษณะดังกล่าวไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นการสัมมนา อีกทั้งระหว่างงานก็มีเสียงดังรบกวน ไม่มีเอกสารประกอบ ไม่มีการถกปัญหาหรือสรุปผลสัมมนา โดยพยานก็ระบุด้วยว่าขณะรับประทานอาหารมีการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ด้วย ซึ่งศาลเห็นว่าการจัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลทำให้การระดมความคิด การแลกเปลี่ยนความรู้ และความคิดเห็นถูกบั่นทอนให้ลดลง อีกทั้งการจัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นสิ่งมึนเมาให้แก่ข้าราชการถือไม่ได้ว่าเป็นการจัดสัมมนาของส่วนราชการตามความหมายที่เข้าใจทั่วไป และถือไม่ได้เป็นการจัดโครงการสัมมนาตามนิยามของการสัมมนาทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ.2545

เมื่อพฤติการณ์บ่งชี้ตรงกันว่า การจัดและอนุมัติโครงการสัมมนากระทำไปเพื่อให้ข้าราชการ สตง. ไปร่วมการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน และการทอดผ้ากฐินสามัคคี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง แต่เบิกจ่ายงบประมาณ สตง. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ.2545 โดยไม่มีการสัมมนาที่แท้จริง เป็นการเบิกจ่ายโดยไม่มีสิทธิทำให้ สตง.เสียหาย โดยจำเลยทั้งสองร่วมรู้เห็นตั้งแต่ต้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด ตาม ม.157 ตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยทั้งสอง อุทธรณ์ว่า ควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ เห็นว่าจำเลยทั้งสองรับราชการที่ สตง.มานานจนดำรงตำแหน่งระดับสูงนับว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้กับราชการ ประกอบกับจำเลยทั้งสองมีอายุมากประมาณ 70 ปี มีเหตุควรปราณี ที่ศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 2 ปี จึงหนักเกินไป สมควรแก้ไขให้เหมาะสม

ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 1 ปี แต่ที่จำเลยขอให้เรอการลงโทษนั้น ศาลเห็นว่า สตง.เป็นส่วนราชการมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของส่วนราชการอื่นให้เป็นไปตามกฎหมายและมติ ครม.ซึ่งการตรวจสอบเพื่อให้เห็นว่ามีการใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ โดยประหยัดและได้ผลตามเป้าหมายและมีผลคุ้มค่าหรือไม่ แต่จำเลยทั้งสองกลับไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินเสียเองทำให้ส่วนราชการอื่นและสังคมทั่วไป เคลือบแคลงและขาดความเชื่อมั่นในความสุจริตและระบบการตรวจสอบซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ พฤตการณ์จึงนับว่าร้ายแรง แม้ว่าคุณหญิงจารุวรรณ จะดำรงตำแหน่งในสถาบันต่างๆหลายแห่ง และนายคัมภีร์ จำเลยที่สอง มีอาการเจ็บป่วยแต่ก็ยังไม่เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะรอการลงโทษให้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์นี้ ยังไม่ถือเป็นที่สุด ซึ่งคู่ความยังสามารถฎีกาได้ภายใน 30 วัน

 

สตง.ชี้เซ็นสัญญาทำอีพาสอร์ตไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262331

สตง.ชี้เซ็นสัญญาทำอีพาสอร์ตไม่ได้

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 28 ก.พ. 2560

ถกหน, สตงระเบียบจัด, ส่ง, จัด, ระเบียบ, พาสปอร์ต, ม.44, คสช., สรรเสริญ แก้วกำเนิด, สตง, ชี้, เซ็นสัญญา, สอร์ต, ไม่ได้, วิษณุ

สตง.ระเบียบจัด ทำเซ็นสัญญาทำอีพาสอร์ตไม่ได้ ส่ง “วิษณุ” ถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออก ก่อนไม้ตาย ม.44

         28 ก.พ. — พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบเรียบร้อย(คสช.)ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หารือกันถึงเรื่องอีพาสปอร์ตที่ปัจจุบันมีคนขอพาสปอร์ต และต่อพาสปอร์ตประมาณ 1 หมื่นเล่มต่อวัน ในการดำเนินการทำอีพาสปอร์ตของกระทรวงการต่างประเทศได้ไปว่าจ้างบริษัทในการทำอีพาสปอร์ตโดยมีสัญญาว่าจ้าง 7 ล้านเล่ม ถ้าครบเมื่อไหร่ถือว่าหมดสิ้นสัญญา โดยทำสัญญาเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเหลือพาสปอร์ตอีก 3 หมื่นเล่ม ก็จะครบ 7ล้านเล่ม ถ้านับตามวัน ก็เหลือเพียง 3 วันจะหมดสัญญา ดังนั้นเมื่อเลย 3 วันนี้ไปคนจะทำพาสปอร์ตจะทำไม่ได้ จึงเป็นปัญหา โดยกระทรวงการต่างประเทศได้จัดเตรียมการประกวดราคาแบบอีบิดดิ้ง เพื่อหาบริษัทใหม่มาดำเนินการ ซึ่งต้องใช้เวลา 1 ปีในการดำเนินการจึงจะเรียบร้อย

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงการต่างประเทศจึงคิดทางออกไว้คือการทำสัญญาใหม่กับบริษัทเดิม เรียกว่ารีพีท ออเดอร์ ให้ทำต่ออีก 1 ปี เพื่อให้พอดีกับเวลาที่ทำอีบิดดิ้ง และได้นำสัญญาที่จะทำกับเจ้าเดิมไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดดู และสำนักงานอัยการสูงสุดบอกว่าไม่สามารถดำเนินการได้ หากทำต่อต้องถูก สตง. ตรวจสอบ และจะพบเป็นความผิด จะทำได้อย่างเดียวคือออกมาตรา 44 เพื่อให้บริษัทเดิมทำงานไปก่อน 1 ปี จนกระทั่งทำอีบิดดิ้งและได้บริษัทใหม่มา โดยที่ประชุมคสช.เห็นว่าใช้ ม.44 ฟุ่มเฟือยเกินไป ก็ไม่เป็นผลดี อย่างกรณีวัดพระธรรมกายทุกคนก็เห็นว่า ม.44 ไม่ขลังหรือไม่ จึงยังไม่ออกคำสั่ง ม.44 ให้ แต่ให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเป็นหัวหน้าคณะเชิญ สตง. กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการ มาหารือว่ามีวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ที่จะทำความเข้าใจกับสตง. ว่าถ้ายึดในกฎกติกาอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงในโลกมนุษย์ ทุกอย่างไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงให้ไปดูว่าสตง.ยอมหรือไม่ ถ้ายอมก็หาจุดลงตัวได้ก็ทำรีพีทออร์เดอร์ ถ้าไม่ได้ก็ค่อยมาว่ากันตามคำสั่งตาม ม.44 แต่เห็นชอบในหลักการที่จะให้บริษัทเดิมทำหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะได้อีบิดดิ้ง

“นายกฯ“ระบุม.44 ไม่ได้แก้ทุกอย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262328

“นายกฯ“ระบุม.44 ไม่ได้แก้ทุกอย่าง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 28 ก.พ. 2560

ม.44, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกฯ, ระบุ, ไม่ได้, แก้, ทุกอย่าง, นายกฯระบุม44, ไม่ได้แก้ทุกอย่าง

“นายกฯ“ระบุม.44 ไม่ได้แก้ทุกอย่าง ทุกคนต้องเคารพ กม. ปัดข่าวลือโลกออนไลน์ เชื่อเป็นกลยุทธเรียกม๊อบเข้าวัด

       28 ก.พ. — พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวถึงการใช้ม.44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายว่า ขณะนี้มีการออกความเห็นจากหลายส่วนว่าฝ่ายไหนจะชนะหรือแพ้ หรือบ้างก็ว่า ม.44 ไม่ขลัง ซึ่งตัวนายกฯเองอยากให้ประชาชนได้รับรู้ว่าไม่มีกฎหมายไหนแรงไปกว่านี้ และไม่มีกฎหมายไหนที่จะแก้ทุกอย่างสมบูรณ์ เรื่องนี้จะต้องอยู่ที่การยินยอมรับกฎหมายของตัวบุคคล เพื่อให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย ต้องตระหนักว่า ม.44 จะอยู่แค่กับรัฐบาลชุดนี้และคสช.เท่านั้น ถ้าทุกคนเอาแต่คิดว่ากฎหมายไหนไม่ถูกก็จะต่อต้าน สังคมก็ไม่สงบสุข อย่าคิดว่า ม.44 จะแก้ได้ทุกอย่าง แต่อยู่ที่วิธีปฏิบัติตัวของคนต่างหากที่จะช่วยกันแก้ปัญหานี้ เมื่อพบคนทำผิดเราก็ต้องช่วยกันกดดัน ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ทุกคนก็เดือดร้อน

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่านายกฯยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ว่า รัฐบาล เตรียมออกกฎหมาย พ.ร.บ.อิสลาม รวมถึงการตัดสิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือมีการส่งข้อความระบุว่ามีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สายศาสนา เผยวงในว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายสงฆ์ เช่นจะบัญญัติให้บวชแล้วสึกไม่ได้ เป็นต้น โดยนายกฯได้ระบุชัดว่า รัฐบาลไม่เคยมีแนวคิดแบบนี้ เรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง ดังนั้นจึงอยากให้สื่อมวลชนนำเสนอความจริง เพราะอาจจะเป็นกลวิธีหาแนวร่วมเรียกม๊อบให้มาเข้าที่วัดเยอะ ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลำบากมากขึ้นก็ได้ ตนขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น

“ครม.” ไฟเขียวแก้ก.ม.เอาผิดขรก.ย้อนหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262318

“ครม.” ไฟเขียวแก้ก.ม.เอาผิดขรก.ย้อนหลัง

การเมือง  : 28 ก.พ. 2560

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, พ.อ.อธิสิทธิ์ รองโฆษก, ไฟเขียวแก้กม, เอาผิดขรกย้อนหลัง, ครม, ไฟเขียว, แก้, เอาผิด, ขรก, ย้อนหลัง

“ครม.” ไฟเขียวแก้ก.ม. เอาผิดขรก.ย้อนหลัง หวังปรับให้สอดคล้ององค์กรตรวจสอบทุจริต แถมหนุนกาารปราบปรามการทุจริต

          28 ก.พ. 60 – ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาลแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในวันนี้ทางคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้เสนอให้แก้กฎหมาย 5 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน , พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการรัฐสภา, พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา , พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ การดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่พ้นจากข้าราชการฝ่ายพลเรือน เพื่อให้กฎหมายขององค์กรกลางบริหารบุคคลในราชการ เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ขององค์กรที่ตรวจสอบการทุจริต อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วย ส่วนสาเหตุที่ต้องแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 5 ฉบับ เพราะขาดความสอดคล้องกับในระหว่างบทบัญญัติของกฎหมายที่ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่พ้นจากราชการ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม และไม่เสมอภาคในการดำเนินการทางวินัย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการพิจารณาโทษกับผู้ที่ถูกองค์กรตรวจสอบข้อมูลความผิด หลังจากพ้นราชการไปแล้ว

พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า ในส่วนของการปรับแก้กฎหมายนั้น ได้แก้ไขหลักเกณฑ์การดำเนินวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการประเภทต่างๆในกฎหมาย 5 ฉบับนี้ แต่ไม่ได้รวมเจ้าหน้าที่ในรัฐวิสาหกิจ โดยหน่วยงานต้นสังกัดสามารถดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการในสังกัดที่พ้นจากราการไปแล้วก็ได้ หากมีความผิดเป็นมูลเหตุในการกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้น เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหายังคงรับราชการอยู่ ทั้งนี้ยังได้กำหนดเงื่อนไขของผู้ที่มีอำนาจดำเนินการทางวินัย โดยจะต้องเริ่มภายใน 1 ปี นับตั้งแต่คนๆนั้นพ้นจากราชการแล้ว และหากว่ามีกรณีที่จะต้องลงโทษ ก็ต้องดำเนินการภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ คนๆนั้นพ้นราชการแล้ว โดยทาง ครม. ได้เห็นชอบและอนุมัติหลักการในการแก้กฎหมายดังกล่าว ตามที่ กพ. เสนอ โดยให้ส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาและรับความเห็นของหน่วยงานต่างๆ และส่งให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป

 

‘น้องมะลิ’ทำพี่จ๋าน้ำตาซึม! หยิบโทรศัพท์คุยกับพ่อปอแบบนี้ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/255757

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 15.48 น.


8 ก.พ.60 ทำเอาชาวเน็ตซึ้งไปตามๆกัน เมื่อ‘น้องมะลิ’ พาขวัญ สหวงษ์ หยิบโทรศัพท์ของเล่นโดยทำท่าทีว่าโทรหา ‘พ่อปอ ทฤษฎี’ ด้วยข้อความว่า ” พ่อ ใจเย็น ใจเย็น ใจเย็นพ่อ เดี๋ยวเจอกันนะ ” เป็นอีก 1 คลิปที่มีผู้เข้าชมแล้วมากเกือบ 2 แสนครั้ง เพื่อติดตามความน่ารักน่าเอ็นดูและทำเอาหลายคนพูดในทำนองเดียวกันว่าซาบซึ้งมากๆ“พ่อปอจ๋าอยู่กับแม่โบว์และน้องมะลิเสมอนะคะ..รักกันตลอดไปคะ”

“น่ารักจัง น้ำตาจิไหล”

“น่ารักมากลูก ป้าน้ำตาคลอเลยลูก”

“สงสารจับใจ พี่ลิคงจะคิดถึงพ่อมากๆ”

“น่ารักมากรักเธอนะมะลิ”

ขอบคุณ :  vanda29

ดราม่า’น้ำตาล’สะบัดชุดลายธงชาติ?!? เน็ตเหน็บแรงไม่เหมาะสม!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/255737

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 13.47 น.


8 ก.พ.60 เป็นประเด็นดราม่าจนได้!! เมื่อสาวงามหน้าคม ‘น้ำตาล’ ชลิตา ส่วนเสน่ห์ หลังจากที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย บนเวที Miss Universe ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์คลิปสะบัดกระโปรงที่มีลวดลายสไตล์แฟชั่น แต่งานนี้ทำเอาชาวเน็ตบางรายกลับติติงว่าชุดคล้ายกับธงชาติไทย ซึ่งทำให้ดูไม่เหมาะสม

งานนี้สาวน้ำตาลได้ตอบกลับทันควันว่าชุดที่ใส่นั้นไม่ใช่ลายธงชาติ รวมถึงมีชาวเน็ตหลายรายได้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลาม ว่า

“กะไว้แล้ว ต้องมีคนมาดราม่าเรื่องชุด ใจเย็นๆแล้วไปตัดแว่นนะคะ ไม่ใช่มองผ่านๆแล้วเห็นเป็นลายธงชาติ นี่ดูยังไงก็ไม่ใช่……”

“ไม่เห็นเหมือนลายธงชาติเลยค่ะ ดูดีก่อนดราม่านะค่ะ”

“มองตาเดียว หรือจะหรี่ตามอง หรือจะมองแวบๆ ไม่มีลายธงชาติในหัวเลยค่ะ เราว่าไม่คล้ายหรือออกไปทางธงชาติไทยเลยนะคะ มองเป็นแฟชั่นค่ะ…สวย”

“แบรนด์เค้าออกแบบมาแบบนี้ และนิตยสารเค้าก็มีสไตลิสต์คอยดูอแลจัดมาให้ มองยังไงก็ไม่ใช่ลายธงชาติ แค่สีก็ไม่เหมือนแล้วค่ะ และไม่คล้ายเลยด้วย ใจเย็นๆกันนะคะ รู้ว่าหลายคนเป็นห่วงกลัวน้ำตาลมีกระแสดราม่า แต่ถ้าหลายคนดูรูปนี้จริงๆ มันไม่ใกล้เคียงกับธงชาติเราเลยค่ะ”

 

 

 

 

ขอบคุณ : IG namtanlitaa

 

ฮอตต่อเนื่อง!’หวาย’ปล่อยภาพเซตใหม่ อวดหุ่นสะบึมในบิกินีแซ่บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/255723

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 11.43 น.

8 ก.พ.60 เรียกว่าเป็นเจ้าแม่สุดเซ้กซี่อีกคนกนึ่งเลยจริงๆ สำหรับ นักร้องสาวสวย “หวาย ปัญญริสา” ที่มักจะมีภาพแซ่บสุดฮอตในชุดบิกินี หรือชุดเซ็กซี่อวดอกตู้มให้ได้เห็นในอินสตาแกรมอยู่บ่อยๆ

ล่าสุด สาวหวายก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องรอนาน ปล่อยภาพแซ่บๆ ในชุดบิกินีอวดหุ่นสะบึม ที่หนุ่มๆ หลายคนต้องร้องว้าวเลยทีเดียว แถมยังควงแฟนหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลี “มิโน” ไปสวีทหวานที่ภูเก็ต ที่บอกเลยว่าฟินหนักมาก

https://www.instagram.com/p/BP-LXA_AGGX/

https://www.instagram.com/p/BP4gxG6jCUE/

https://www.instagram.com/p/BP7g7ZDAUYP/

https://www.instagram.com/p/BP7rwBkgqky/

https://www.instagram.com/p/BQLABNJA36q/

https://www.instagram.com/p/BPz7gJbA7mz/

https://www.instagram.com/p/BPuyihxAm51/

https://www.instagram.com/p/BPU_ZPEg7JV/

 

‘ชมพู่ อารยา’ปลื้มปีติ! ‘พระองค์โสมฯ’ประทานดอกไม้ให้กำลังใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/255719

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 11.00 น.

8 ก.พ.60 นับเป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ กรุณาประทานแจกันดอกไม้ผ่านผู้แทนมายัง สาวชมพู่ ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ราว 6 สัปดาห์ ซึ่งกำลังอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการให้แน่ชัดในความปลอดภัย

โดยผู้จัดการส่วนตัว อย่าง หวานเจี๊ยบ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กรุณาประทานแจกันดอกไม้ ขอขอบพระทัยเป็นล้นพ้น”