SPCG ปลื้มผลประกอบการปี 59 ลั่นปี 60 รุกหนักธุรกิจผลิตโซลาร์รูฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 20:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873422

SPCG ปลื้มผลประกอบการปี 59 ประกาศจ่ายปันผล งวด 2/2559 หุ้นละ 0.70 บาท โกยกำไรสุทธิ 2,617 ล้านบาท ลั่นปี 60 รุกหนักธุรกิจผลิตโซลาร์รูฟ มั่นใจปีนี้ปั๊มรายได้ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้าน…

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.60 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ บริษัท เอสพีซีจี ประจำปี 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 5,544.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีรายได้รวมจำนวน 5,057.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,617.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,465.0 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัท SPCG ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการของปี 2559 เป็นจำนวนเงิน 1.10 บาทต่อหุ้น โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานรอบระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 30 มิ.ย.2559 ไปแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท และประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 2 จำนวน 0.70 บาท ซึ่งบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 20 มี.ค.60 และให้รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามมาตรา 225 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียน และพักการโอนหุ้นในวันที่ 21 มี.ค.2560 ซึ่งจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในวันที่ 15 พ.ค.2560

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 นี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะรุกธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR โดยกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด ซึ่งคาดว่าในปี 2560 บริษัทฯ จะทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท เพราะ SPR SOLAR ROOF ได้รับความนิยมมากทั้งในภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม.

 

รฟม.แจงเบี่ยงการจราจร ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว 7-31 มี.ค.60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 20:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873431


รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจรบนถนนลำลูกกา บริเวณชุมชนคูคตพัฒนา – บริเวณปั๊มเชลล์ เพื่อดำเนินงานยกชิ้นส่วนสถานีและทางวิ่งรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ในวันที่ 7 – 31 มี.ค.60 เวลา 22.00 – 05.00 น.

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.60 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า กิจการร่วมค้ายูเอ็น-เอสเอช-ซีเอช ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 2 จะดำเนินงานยกชิ้นส่วนสถานีและทางวิ่งรถไฟฟ้า บริเวณชุมชนคูคตพัฒนา ถึงบริเวณปั๊มเชลล์ จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนถนนลำลูกกา ในวันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 ถึง วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 เวลา 22.00 – 05.00 น. โดยมีรายละเอียดการเบี่ยงเส้นทางจราจรในบริเวณดังต่อไปนี้

1. วันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 ถึง วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 จะทำการเบี่ยงช่องทางจราจรบนถนนลำลูกกาฝั่งขาเข้าทุกช่องทาง แล้วเบี่ยงขวาไปใช้ช่องทางฝั่งขาออกเป็นช่องทางฝั่งขาเข้า 1 ช่องทาง (ทดแทน) ทำให้มีช่องทางจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก คงเหลือฝั่งละ 1 ช่องทาง 2. วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2560 ถึง วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 จะทำการเบี่ยงช่องทางจราจรบนถนนลำลูกกาฝั่งขาออกทุกช่องทาง แล้วเบี่ยงขวาไปใช้ช่องทางฝั่งขาเข้าเป็นช่องทางฝั่งขาออก 1 ช่องทาง (ทดแทน) ทำให้มีช่องทางจราจรทั้งฝั่งขาออกและฝั่งขาเข้าคงเหลือฝั่งละ 1 ช่องทาง ทั้งนี้การเบี่ยงการจราจรเพื่อการดำเนินงานก่อสร้าง อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และอาจมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง.

 

ไทยพาณิชย์ จับมือ เอพี มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี ในงาน ‘บ้านกลางเมือง Living Specialist’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 3 มี.ค. 2560 18:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872850


นางสาวกนกวรรณ ใจศรี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ (ที่ 2 จากซ้าย) และนายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากขวา)

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชั่นพิเศษในงาน “บ้านกลางเมือง Living Specialist” ด้วยข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 2 ปี หรือ ผ่อนเพียง 9,999 บาท นาน 3 ปี พร้อมรับสิทธิ์จองเพียง 9,999 บาท และทำสัญญา 9,999 บาทเท่านั้น สำหรับลูกค้าที่จองทาวน์โฮมพร้อมอยู่ “บ้านกลางเมือง” และ “พลีโน่” กว่า 27 โครงการ ใกล้รถไฟฟ้า ติดถนนใหญ่และทางด่วน ราคาเริ่มต้น 2.59-8.99 ล้านบาท ภายในงาน ‘บ้านกลางเมือง Living Specialist’ ตั้งแต่ วันนี้-8 มีนาคมนี้ ณ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

 

‘กระบี่’โกย2รางวัลสถานท่องเที่ยวยอดฮิตจาก นทท.จีน ที่โหวตให้กว่า7ล.คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 18:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872986


จังหวัดกระบี่เจ๋ง!! ได้รับโหวตจากนักท่องเที่ยวจีนให้เป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมสำหรับคนจีน และรางวัลแหล่งดำน้ำที่ดี โดยได้รับการโหวตกว่า 7 ล้านคน…

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 60 นายอภิชัย หิรัญญิก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ (ททท.กระบี่) กล่าวว่า เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางซีทริป ซึ่งเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของจีน ได้มีการมอบรางวัลแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมประเภทต่างๆ ในเอเชียจากการโหวตของชาวจีนกว่า 7 ล้านคน โดยผลปรากฏว่าไทยได้รับรางวัลมากที่สุดถึง 8 รางวัล โดยในจำนวนนี้ มี 2 รางวัลสำหรับจังหวัดกระบี่ คือ 1. รางวัลที่ท่องเที่ยวสำหรับแหล่งดำน้ำตื้นและน้ำลึกที่ดีที่สุด 2. รางวัลสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวจีนที่มีอายุระหว่าง 36-40 ปี ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสำหรับการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวจีน

นายอภิชัย กล่าวอีกว่า สำหรับรางวัลอื่นๆ มี เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย และกทม. ทั้งนี้ รางวัลที่ได้สะท้อนให้เห็นว่า ชาวจีนยังคงนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ และยังเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วย.

 

หุ้นไทยปิดท้ายสัปดาห์ ร่วง 3.74 จุด ซื้อขาย 34,048.34 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 17:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873295


ดัชนีหุ้นไทยปิดซื้อขายท้ายสัปดาห์ในแดนลบ ร่วง 3.74 จุด ปิดที่ 1,566.20 จุด มูลค่าซื้อขาย 34,048.34 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขาย โดยดัชนีหุ้นไทยปิดในแดนลบ ร่วง 3.74 จุด หรือ 0.24% ที่ 1,566.20 จุด มูลค่าซื้อขาย 34,048.34 ล้านบาท ซึ่งตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แตะระดับสูงสุดที่ 1,569.74 จุด และต่ำสุดที่ 1,564.16 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน).

 

ทางหลวงชนบท รับมือไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ รณรงค์หยุดเผา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 17:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873210


กรมทางหลวงชนบท รับมือไฟป่าหมอกควันภาคเหนือในเขตทางบดบังทัศนวิสัย พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง…

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ในช่วงฤดูแล้งของทุกปี พื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง และตาก มักประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัยของประชาชน บดบังทัศนวิสัย ทำให้เกิดปัญหาต่อการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ โดยในส่วนของ  ทช.ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยให้หน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุกรณีเกิดภัย โดยเน้นย้ำเมื่อดำเนินงานการตัดหญ้าสองข้างทางแล้วเสร็จ ให้จัดเก็บเศษหญ้า วัชพืช เศษวัสดุต่างๆ ให้เรียบร้อย รวมทั้งจัดทำป้ายรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหยุดเผาป่า วัชพืช ในเขตทางหลวงชนบท ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้ให้อาสาสมัครทางหลวงชนบทช่วยสอดส่องดูแลอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งหากพบเจอผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ทางหลวงอย่างเคร่งครัด สำหรับการเผชิญเหตุและการให้ความช่วยเหลือ ทช.พร้อมสนับสนุนรถบรรทุกน้ำพร้อมบุคลากร เพื่อบูรณาการดับไฟป่าร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ตลอดจนหลังวิกฤติไฟป่าและหมอกควัน ทช.จะติดตาม ตรวจสอบ รายงานความเสียหาย และเร่งดำเนินการซ่อมแซมโดยด่วนต่อไป ทั้งนี้ขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแลในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้หากประชาชนพบเหตุหมอกควัน ไฟป่า สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท หมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่  โดยสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร.1146 ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

บินไทยแจงเครื่องจากสตอกโฮล์มล่าช้า หลังรับแจ้งตรวจสอบความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 17:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873256


บินไทย แจงกรณีเที่ยวบิน ทีจี 963 เส้นทาง สตอกโฮล์ม-ภูเก็ต ออกเดินทางล่าช้า เหตุกัปตันได้รับแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย ก่อนดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน คาดนำผู้โดยสารเดินทางได้อีกครั้ง ในวันนี้ …

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เรืออากาศเอกปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีเที่ยวบินที่ทีจี 963 เส้นทาง สตอกโฮล์ม-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ ออกเดินทางล่าช้าว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2560 เวลาประมาณ 16.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เที่ยวบินดังกล่าวเตรียมออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ขณะทำการขับเครื่องบิน (TAXI) ออกจากบริเวณหลุมจอด กัปตันได้รับแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย จึงได้ดำเนินการปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและตามขั้นตอนของท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา และได้นำเครื่องบินลำดังกล่าว ไปจอดรอรับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา

ทั้งนี้ การบินไทยและผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา ในการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่แล้ว เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด การบินไทย จึงได้นำผู้โดยสารเข้าพักที่โรงแรมเพื่อรอเวลาออกเดินทางใหม่ ซึ่งคาดว่าเที่ยวบิน ทีจี 963 จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดาภายในวันนี้ (3 มี.ค.)

อนึ่ง เที่ยวบินทีจี 963 วันที่ 2 มีนาคม 2560 ทำการบินด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 271 คน นักบิน จำนวน 4 คน และลูกเรือ จำนวน 14 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ระทึก ขู่วางระเบิด เครื่องบินการบินไทย จากสตอกโฮล์ม มาภูเก็ต

 

ปตท.-บางจาก หั่นราคาเบนซิน-โซฮอล์ ลง 50 สต.-E85 ลด 30 สต./ลิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 16:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873251


ข่าวดี!! ปตท.-บางจาก ประกาศหั่นราคาน้ำมันเบนซิน-โซฮอล์ ลง 50 สต.-E85 ลด 30 สต.ต่อลิตร มีผลตี 5 วันที่ 4 มี.ค.

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. บมจ.ปตท.และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลง 50 สตางค์/ลิตร เว้น E85 ลดลง 30 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซลคงเดิม โดยมีผลเวลา 05.00 น. ของวันที่ 4 มี.ค.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 34.46 บาท/ลิตร ,แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 27.35 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 27.08 บาท/ลิตร, E20 ราคา 24.84 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.79 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 26.59 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

 

สมคิด บี้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายลงทุน ขยับแผนจากครึ่งปีหลัง มาครึ่งปีแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 15:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873181


“สมคิด” ไล่บี้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายลงทุน หนุนเศรษฐกิจไทยโต สั่งเลื่อนแผนลงทุนจากครึ่งปีหลัง มาเป็นครึ่งปีแรก รวมถึงขยับโครงการอนาคตเริ่มในปี 60 ตั้งเป้าเบิกจ่ายไตรมาสแรกที่ 5.5 หมื่นล้าน ชี้รื้อทีโออาร์ สร้างรถไฟทางคู่ ไม่น่ากระทบ…

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ว่า ได้มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงไตรมาส 1/60 เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่องต่อไป จากที่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับในทุกมิติ โดยขอให้เลื่อนแผนงานหรือโครงการลงทุนให้เร็วขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะเริ่มลงในในช่วงครึ่งหลังของปี ให้ขยับขึ้นมาเป็นภายในครึ่งปีแรก ประมาณ 4,426 ล้านบาท และโครงการในอนาคตให้มาเริ่มลงทุนได้ภายในปี 2560 อีก 15,013 ล้านบาท

ทั้งนี้คาดว่าภายในไตรมาสแรกของปี 2560 นี้ รัฐวิสาหกิจทั้ง 45 แห่ง จะสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามเป้าหมาย 55,000 ล้านบาท ส่วนกรณีการแก้ไขเอกสารประกวดราคา (TOR) โครงการงานก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทาง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มูลค่างานราว 9.9 หมื่นล้านบาท หากจะมีการรื้อ TOR ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีนี้

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจสะสมในปีงบประมาณ 2560 ล่าสุดจนถึงสิ้นเดือน ม.ค.60 พบว่า สามารถเบิกจ่ายได้แล้ว 32,509 ล้านบาท คิดเป็น 73% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม โดยรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีงบประมาณ สามารถเบิกจ่ายได้ 26,224 ล้านบาท คิดเป็น 69% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม ส่วนรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีปฏิทิน สามารถเบิกจ่ายได้ 6,285 ล้านบาท คิดเป็น 94% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุน

ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) การเคหะแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท โทรคมนาคม

“รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายว่า ในช่วงที่ยังเหลืออีก 1 เดือนก่อนจะสิ้นไตรมาสแรกในปีนี้ หากรัฐวิสาหกิจทั้ง 45 แห่ง สามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 55,000 ล้านบาท ก็จะทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ เติบโตได้ถึง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ได้”

สำหรับแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 2560 นี้ อยู่ที่ราว 3.58 แสนล้านบาท แบ่งเป็น แผนการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีงบประมาณ จำนวน 34 แห่ง รวม 1.76 แสนล้านบาท และแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานตามปีปฏิทิน จำนวน 11 แห่ง อีก 1.81 แสนล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจจะต้องเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 95% ของกรอบเงินลงทุนทั้งปีตามที่ ครม.กำหนดไว้

ส่วนโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจมูลค่ารวม 4,440 ล้านบาท ที่จะเร่งรัดให้เร็วขึ้นจากช่วงครึ่งปีหลังมาเป็นภายในครึ่งปีแรกนี้ เช่น โครงการขยายการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ของ กฟน. มูลค่า 3,358 ล้านบาท, โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ ของ ปตท. มูลค่า 423 ล้านบาท, โครงการปรับปรุงระบบวิทยุสื่อสารทดแทนของเดิม ของบริษัทวิทยุการบิน และโครงการขยายจุดให้บริการไปรษณีย์ ของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น ส่วนโครงการที่จะเลื่อนการลงทุนเข้ามาเป็นภายในปี 2560 มูลค่ารวม 15,013 ล้านบาท เช่น โครงการของการเคหะแห่งชาติ 10,651 ล้านบาท และโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 4,362 ล้านบาท.

 

ตีกลับฝ่าย ก.ม. ทบทวนค่ามัสต์แครี่ ทีวีดิจิตอลระบบเอชดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 15:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873126


ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปพิจารณา กรณีให้เงินสนับสนุนค่ามัสต์แครี่ ทีวีดิจิตอล ในระบบเอชดี หลังจากมีคำสั่ง คสช.ออกมา แล้วสนับสนุนในช่องสแตนดาส ขณะมติเห็นชอบอินเทอร์เน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ  กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. มีความคิดเห็นตามที่คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. กรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่งให้เข้ามาสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามกฎมัสต์แครี่ ของช่องทีวีดิจิตอล ภายใต้งบประมาณ 2,300 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี โดยคณะกรรมการ กสทช.ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปตีความและศึกษาว่า ควรสนับสนุนทีวีดิจิตอลในช่องที่ออกอากาศระบบความคมชัดสูง หรือไฮเดฟฟิเนชั่น หรือไม่ เนื่องจากประมูลมาในช่องไฮเดฟฟิเนชั่น ซึ่งค่าใช้จ่ายของระบบความคมชัดปกติ หรือสแตนดาส จำนวน 26 ช่อง อยู่ที่ 469 ล้านบาท ส่วนระบบไฮเดฟฟิเนชั่น อยู่ที่ 884 ล้านบาทต่อปี โดยคาดว่าจะนำข้อสรุปเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

นอกจากนี้ ยังมีมติเห็นชอบดำเนินการตามโครงการยูโซ่เน็ต หรืออินเทอร์เน็ตชายขอบ ในพื้นที่ไม่มีสัญญาณ จำนวน 3,920 หมู่บ้าน เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ในเดือนมิถุนายน 2560 และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในเดือนมิถุนายน 2561 พร้อมทั้งมีมติส่งเงินกองทุนฯ  จำนวน 445 ล้านบาท เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน.