“Logbar” กับแท่งแปลภาษาพริบตาเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 16:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481514

"Logbar" กับแท่งแปลภาษาพริบตาเดียว

โดย… http://www.m2fnews.com

หากจะจัดอันดับแก็ดเจ็ทล้ำๆ ของโดราเอมอนที่แฟนๆ การ์ตูนอยากครอบครองมากที่สุด เชื่อว่าหนึ่งในนั้นคงจะมี “วุ้นแปลภาษา” รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

วุ้นแปลภาษาเป็นสิ่งประดิษฐ์ในจินตนาการจากการ์ตูนดัง เมื่อใดก็ตามที่เรากินมันเข้าไป เราจะสามารถเข้าใจและพูดทุกภาษาในโลกได้แบบคล่องปรื๋อ แต่หลายคนอาจคิดว่าของอย่างนี้มันมีที่ไหนในโลก? ยกเว้นในนิยาย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในอดีตเริ่มเป็นไปได้มากขึ้น แม้แต่อุปกรณ์แปลภาษาระดับเบสิกอย่าง Google Translation ที่เคยถูกเย้ยหยันว่าแปลมั่วได้ใจแถมยังกลายเป็นตัวตลกในบางครั้ง ทุกวันนี้ก็ยังทำงานได้ละเอียดและแปลได้ใจความมากขึ้น จนไม่แน่ว่าในอนาคตกาลข้างหน้าปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจทำงานแปลได้เนี้ยบยิ่งกว่าคนก็ได้ ใครจะรู้?

แต่กว่าจะถึงวันนั้น เวลานี้มีแก็ดเจ็ทตัวหนึ่งซึ่งทำงานคล้ายๆ วุ้นแปลภาษา สามารถแปลประโยคง่ายๆ ได้แบบทันใจ จนใครๆ ต้องอุทานด้วยความประหลาดใจในความฉลาดล้ำ เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่วุ้นและยังแปลได้แค่ภาษาเดียว เจ้าสิ่งนี้คือ “ili”

แท่งแปลภาษา illi

 

Ring ZERO

ili (อีลี่) เป็นผลงานของบริษัท Logbar สตาร์ทอัพจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ด้านนวัตกรรมมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว โดยสินค้าตัวแรกๆ จากบริษัทนี้ที่ทำให้ชาวโลกเริ่มชะม้ายตาหันมามองคือ Ring ZERO อุปกรณ์เชื่อมต่อข้อมูลในรูปแหวนที่สวมใส่ได้ สามารถสั่งการอุปกรณ์ต่างๆ ได้เพียงแค่ขยับนิ้วที่สวมแหวนอิเล็กทรอนิกส์

Ring ZERO เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เคยเสนอตัวระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Kickstarter จนสร้างความฮือฮาไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ด้วยเงินระดมทุนถึง 880,998 เหรียญสหรัฐ และยังได้รับรางวัลเกียรติยศจากงานนวัตกรรม CES 2015

แต่ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเทคสตาร์ทอัพรายนี้ ณ ปัจจุบัน คือ “แท่งแปลภาษา” ซึ่งได้รับรางวัลเกียรติยศ CES 2016

แท่งแปลภาษา ili มีลักษณะคล้ายกับ USB ขนาดใหญ่ หรือ iPod รุ่นเก๋า หรือไม่ก็เครื่องบันทึกเสียงของนักข่าวยุคก่อนกาลมาถึงของสมาร์ทโฟนที่นิยมใช้กัน แต่อย่าให้รูปร่างหน้าตาที่เรียบๆ และไร้จุดเด่นมาหลอกตาเราได้ เพราะศักยภาพของมันทำให้หลายคนถึงกับตะลึงมานักต่อนักแล้ว

ili ใช้งานง่ายแค่กดปุ่มใหญ่ที่ปลายด้านหนึ่งแล้วเริ่มพูดภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่น ด้วยประโยคที่ไม่ซับซ้อน มันจะทำการแปลเป็นภาษาตรงกันข้ามแทบจะในทันที ด้วยระบบการแปลอัตโนมัติแบบฉับพลัน หรือ STREAM ซึ่งเวลาในการแปลเพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องต่อไวไฟ จะใช้ที่ไหนก็ได้

แถมแบตเตอรี่ยังใช้ได้นานถึง 24 ชม. ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา เพราะไมโครโปรเซสเซอร์ทำงานอย่างซับซ้อนแล้วไหนจะมีคลังคำศัพท์อีกมหาศาล ซึ่งน่าจะกินแบตเตอรี่พอสมควร แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

โปรเจกต์ ili เปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว แต่ไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากนัก จนกระทั่งช่วงต้นปีนี้เริ่มอยู่ในกระแสความสนใจ เพราะคงใกล้ที่จะวางจำหน่ายตามกำหนดการเดือน มิ.ย. 2017

แต่ก่อนที่จะวางจำหน่าย บริษัท Logbar ก็ประสบความสำเร็จไปล่วงหน้าแล้ว หลังจากสำนักงานท่องเที่ยวฮาวายประจำประเทศญี่ปุ่นได้เลือก ili ให้เป็นแก็ดเจ็ทอย่างเป็นทางการ เพราะเชื่อว่ามันจะช่วยให้การท่องเที่ยวฮาวายของชาวญี่ปุ่นรื่นรมย์ยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นที่ทราบกันว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถึงจะรู้ภาษาอังกฤษ แต่มักไม่นำมาใช้พูดคุยติดต่อสื่อสารกันมากนัก

เมื่อไม่นานมานี้ Logbar เปิดตัวคลิปโปรโมทแท่งแปลภาษา ซึ่งนำไปทดลองใช้ที่ฮาวายโดยชาวญี่ปุ่นและคนท้องถิ่น ปรากฏว่าสร้างความพอใจให้กับผู้ทดลองใช้เป็นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะถูกเลือกให้เป็น Official Product ของสำนักงานท่องเที่ยวฮาวาย

ทั้งๆ ที่ปล่อยสินค้าเด็ดๆ ออกมาเพียงแค่ 2 ตัวในช่วง 2-3 ปี แต่ Logbar กลับเป็นสตาร์ทอัพที่สร้างปรากฏการณ์ได้ไม่แพ้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเลย

คลิปการทำงานของแท่งแปลภาษา ili

 

ธุรกิจลุยใช้ “เอไอ” รับคน พลิกโฉมงานทรัพยากรบุคคล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481341

ธุรกิจลุยใช้ "เอไอ" รับคน พลิกโฉมงานทรัพยากรบุคคล

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

ในปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ได้รับการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางทั้งในภาคการผลิตและงานบริการลูกค้า ซึ่งนอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ยังลดรายจ่ายของบริษัทได้อย่างมหาศาล โดยสถาบันวิจัยของบิซิเนส อินไซเดอร์ เปิดเผยว่า การนำเอไอมาใช้ในงานบริการลูกค้า ช่วยลดรายจ่ายบริษัทได้ถึง 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8 แสนล้านบาท) ต่อปี

นอกเหนือจากภาคส่วนดังกล่าวแล้ว ภาคธุรกิจได้ทดลองนำเอไอมาใช้งานในด้านที่คนส่วนใหญ่อาจไม่ได้นึกถึง อย่างด้านทรัพยากรบุคคล

การทดลองนำเอไอมาใช้รับสมัครพนักงานจริง เริ่มต้นขึ้นที่บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคลในเมืองซานฟรานซิสโกของสหรัฐชื่อ เฟิร์สจ็อบ ที่นำ ไมยา (Mya) เอไอแชตบอตที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาใช้ช่วยคัดกรองและสรรหาผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเมื่อปีที่แล้ว โดยหลังการทดลองใช้งานระยะหนึ่ง บริษัทพบว่า เอไอดังกล่าวช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการรับสมัครงานได้ถึง 75% รวมถึงยังเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองบุคลากรได้ 38% และช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้สมัครได้มากถึง 150%

ประสิทธิภาพในการรับสมัครงานของไมยา มาจากความสามารถในการโต้ตอบกับผู้สมัครได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ ทั้งผ่านแอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดีย อีเมล และข้อความทางโทรศัพท์ โดยในขั้นแรก ไมยาจะสอบถามและประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครก่อน เช่น วุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน หลังการประเมินผลขั้นแรก ไมยาจะส่งข้อความแจ้งผู้สมัครทั้งที่ผ่านการคัดเลือกและไม่ผ่าน โดยผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกสามารถแชตกับไมยาได้แบบเรียลไทม์ เพื่อสอบถามรายละเอียดการทำงาน สวัสดิการและข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับบริษัท

ทั้งนี้ ไมยาไม่ใช่เอไอตัวแรกที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับสมัครงาน โดยก่อนหน้านี้ ทารา (TARA) เอไอทดลองที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งในรัฐแคลิฟอร์เนียพัฒนาร่วมกัน ได้ช่วยบริษัทสตาร์ทอัพและธุรกิจขนาดเล็กคัดเลือกนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากจำนวนผู้สมัครกว่า 5 หมื่นราย ผ่านช่องทางแชตออนไลน์

การพัฒนาเอไอเพื่อใช้ในการรับสมัครบุคลากร ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงสตาร์ทอัพขนาดเล็กหรือบริษัทด้านทรัพยากรบุคคลเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างไอบีเอ็มด้วยเช่นกัน โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ไอบีเอ็มได้พัฒนา ไอบีเอ็ม วัตสัน ทาเลนท์ ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ สำหรับการใช้งานด้านทรัพยากรบุคคลโดยเฉพาะ โดยสามารถทำงานครอบคลุมทั้งด้านการรับสมัครพนักงาน การฝึกอบรม วิเคราะห์ข้อมูลพนักงานบริษัท แนะนำโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะพนักงาน รวมถึงตอบคำถามเกี่ยวกับสวัสดิการและข้อมูลต่างๆ ของบริษัท โดยไอบีเอ็มวางแผนจำหน่ายซอฟต์แวร์ดังกล่าวภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

ทั้งนี้ ยังคาดว่า เอไอจะช่วยลดรายจ่ายของบริษัทในการรับสมัครพนักงานได้ในอนาคต โดย โซไซตี้ ออฟ ฮิวแมน รีซอร์ส แมเนจเมนต์ (เอสเอชอาร์เอ็ม) สมาคมด้านทรัพยากรบุคคลในสหรัฐ เปิดเผยผลการสำรวจปี 2016 ว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการรับสมัครพนักงาน 1 คน อยู่ที่ 4,129 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.44 แสนบาท)

แม้ขณะนี้ เอไอยังไม่อาจทำงานแทนที่มนุษย์ในด้านการรับสมัครบุคลากรได้อย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากพนักงานยังต้องช่วยเอไอตอบคำถามบางส่วน และต้องตัดสินใจคัดเลือกพนักงานในขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง แต่ความก้าวหน้าของเอไอก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง และอาจพลิกโฉมระบบการทำงานด้านทรัพยากรบุคคลในเวลาต่อไป

ภาพ…เอเอฟพี

 

ไทยที่1คอมเมนต์โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481316

ไทยที่1คอมเมนต์โลก

แมคแคนฯ เปิดผลวิจัยทีนเอจทั่วโลก พบวัยรุ่นไทย คว้าอันดับ 1 ชอบคอมเมนต์โซเชียลมีเดียด้านลบ

น.ส.ชญาภา จูตระกูล เจ้าหน้าที่วางแผนกลยุทธ์ บริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจพฤติกรรมและความคิดของกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่อายุ 16-20 ปี จำนวน 3 หมื่นคน ใน 18 ประเทศ หัวข้อ Truth About Youth ภายใต้ธีม Kaleiduscope kid หรือตัวแทนวัยรุ่นทุกๆ คนที่เปิดรับแรงบันดาลใจที่แตกต่างจากทั่วทุกมุมโลก พบว่า พฤติกรรมของวัยรุ่นไทยชอบเข้าไปคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียชิงลบมากเป็นอันดับ 1 ของโลก หรือคิดเป็นสัดส่วน 67% ของวัยรุ่นทั้งหมดที่ทำการสำรวจ

ทั้งนี้ จำนวนดังกล่าวถือว่าสูงกว่าภาพรวมวัยรุ่นทั่วโลกที่ชอบเข้าไป คอมเมนต์ในโซเชียลเชิงลบ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเพียง 16% เท่านั้น

นอกจากนั้น ยังพบว่าวัยรุ่นนิยมใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์ทดสอบตัวเอง ด้วยการใช้จำนวนยอดไลค์ประเมินคุณค่าของตัวเอง เช่น 67% ของการโพสต์สเตตัสถ้ามียอดไลค์ไม่ถึง 50 ไลค์ จะทำการลบโพสต์สเตตัสนั้นไป และ 70% ของการโพสต์รูปภาพ ถ้ามียอดขายไม่ถึง 50 ไลค์ จะลบโพสต์รูปภาพนั้นทิ้ง

จากปัจจัยดังกล่าวกลุ่มวัยรุ่นยุคนี้จึงต้องการทำให้ตัวเองดูดี โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ จากผลการวิจัยพบว่า 78% ของวัยรุ่นทั้งหมดใช้แอพพลิเคชั่นในการแต่งรูปก่อนที่จะโพสต์ลงในสื่อโซเชียลมีเดีย และ 86% ของวัยรุ่นทั้งหมด ยังไม่พอใจกับรูปภาพที่โพสต์ลงในสื่อโซเชียล มีเดีย เนื่องจากมองว่ารูปที่โพสต์ไปยังไม่ดูดีหรือสวยพอ

“สื่อโซเชียลมีเดียที่กลุ่มวัยรุ่นทั่วโลกมีการใช้มากที่สุด คือ อินสตาแกรม และจากพฤติกรรมและความต้องการที่หลากหลาย ส่งผลให้กลุ่มวัยรุ่นมีบัญชีการใช้งานในสื่อโซเชียลมีเดียกว่า 1 บัญชี โดยบัญชีแรกตั้งขึ้นมาเพื่อให้คนทั่วไปได้เห็น ส่วนอีกบัญชีจะให้เฉพาะแค่กลุ่มเพื่อเห็นเท่านั้น” น.ส.ชญาภา กล่าว

น.ส.มานิชา สัจจะนันตานี เจ้าหน้าที่วางแผนกลยุทธ์ บริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้วัยรุ่นในยุคนี้จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก แต่เวลามีปัญหา 57% ยังคงเลือกที่จะปรึกษาพ่อแม่ และ 43% เลือกที่จะปรึกษาเพื่อน โดยในส่วนของเรื่องที่วัยรุ่นจะเลือกปรึกษาเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ คือ ปัญหาเรื่องความรัก เนื่องจากวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า เพื่อนจะมีความเข้าใจความรักของคนวัยเดียวกันได้มากกว่าพ่อแม่

ภาพประกอบข่าว

 

กสทช.ลั่นทีวีดิจิทัลรุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481307

กสทช.ลั่นทีวีดิจิทัลรุ่ง

กสทช.เผยเทรนด์ทีวีดิจิทัล แนวโน้มรุ่ง คาดปี 2560 เม็ดเงินหมุนเวียนเกือบ 5,000 ล้าน โฆษณาพุ่ง 40%

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในปีนี้ มีทิศทางเป็นบวกจากการออกมาตรการเพื่อส่งเสริมกิจการของผู้ประกอบการ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ทั้งการขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาต และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามประกาศมัสต์แครี่ เป็นระยะเวลา 3 ปี

ทั้งนี้ จะส่งผลให้ผู้ประกอบการแต่ละรายมีค่าใช้จ่ายลดลงชัดเจนในปีนี้ และมีเงินทุนหมุนเวียนในอุตสาหกรรมเพิ่มสูงถึง 12,615 ล้านบาท (ในระยะเวลา 3 ปี) โดยเฉพาะในปี 2560 ผู้ประกอบการจะมีเงินลงทุนหมุนเวียนเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 4,984 ล้านบาท ส่งผลให้แต่ละช่องสามารถนำเงินมาลงทุนพัฒนาช่องรายการ และลงทุนคอนเทนต์ได้มากขึ้น

สำหรับความนิยมด้านเนื้อหารายการของทีวีดิจิทัลในปี 2560 ใน 3 อันดับแรก ได้แก่ รายการกีฬา ละคร ตามช่วงเวลา และรายการข่าว เพราะเป็นรายการที่ผู้ชมต้องการความสดใหม่ ที่ผู้ชมต้องการรับชมได้แบบเรียลไทม์ ไม่สามารถทดแทนด้วยการเปิดชมย้อนหลังได้ จึงทำให้ทั้ง 3 รายการ ยังเป็นที่นิยม

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าการเติบโตของจีดีพี ในปี 2560 นี้ จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการใช้งบประมาณในการโฆษณาเพิ่มขึ้น คาดว่างบโฆษณาผ่านสื่อทีวีดิจิทัลในปีนี้ จะเพิ่มขึ้น 40% จากปี 2559

ด้านสัดส่วนผู้ชมรายการ ในปี 2559 สัดส่วนผู้ชมช่องรายการเดิมลดลงตลอดทั้งปี จากเดิมเดือน ม.ค.อยู่ที่ 61.1% ลดเหลือ 46.8% ในเดือน ธ.ค. สวนทางกับสัดส่วนผู้ชมในช่องรายการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดือน ม.ค.อยู่ที่ 38.9% เพิ่มเป็น 53.2% ในเดือน ธ.ค.โดยสิ้นปี 2560 คาดว่าการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัลจะครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศถึง 95%

ขณะที่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับทีวีดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อรับชมรายการโทรทัศน์ หรือโอทีที ทีวีโฮมช็อปปิ้ง และโมบาย ดีทีวี ซึ่งเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ที่ทำให้ผู้ชมรับชมเนื้อหาได้ไม่จำกัด

“ถ้าหากมองในแง่บวก โอทีทีเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่ผลิตเนื้อหาได้เอง มีช่องทางออนแอร์เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กสทช.ยังไม่ได้เข้าไปกำกับดูแลเนื้อหาในส่วนนี้ ต้องพิจารณาเวลาที่เหมาะสม” พ.อ.นที กล่าว

 

Wi-Fi สาธารณะใครว่าปลอดภัย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 07:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481276

Wi-Fi สาธารณะใครว่าปลอดภัย?

โดย…welivesecurity

เป็นเรื่องที่หลายคนรู้หลายคนไม่รู้ว่า Wi-Fi สาธารณะนั้นไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นักถ้าหากคุณต้องทำการซื้อขายออนไลน์เราแนะนำให้คุณหาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่คิดว่าปลอดภัยมากพอที่จะทำ

ทาง ESET จึงรวบรวมวิธีเลือกเครือข่ายWifiที่ปลอดภัยมาให้เป็นแนวทาง

อ่านชื่อให้แน่ใจว่า Free Wi-Fi ที่เห็นเป็นของจริง

ก่อนที่คุณเลือกเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอย่างร้านอาหารตรวจสอบชื่อWifiของร้านให้แน่ใจก่อนส่วนมากมักใช้เป็นชื่อร้านหรือสถานที่ใกล้เคียงเพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีแฮกเกอร์ออกมาสร้างเครือข่ายปลอมให้เราเข้าใช้หรือเปล่า

โดยเฉพาะชื่อ “Free Wi-Fi” ห้วนๆเพราะคุณอาจจะหลงไปอยู่ในเครือข่ายที่ต้องการให้สมัครสมาชิกอะไรสักอย่างและอาจเผลอกรอกข้อมู,ส่วนตัวให้ับแฮกเกอร์ไป

Mark James ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของ ESET บอกว่า “ถ้าหากคุณไม่ได้อยู่ในสถานที่ๆมี Free-Wifiแน่นอนอย่างร้าน McDonalds หรือ Starbucks ให้ถามกับพนักงานในร้านก่อนและอย่าเลือกอันแรกที่เห็นเสมอ”

เช็คอีเมล์และเล่น Facebook ด้วยคอมพิวเตอร์ปลอดภัยกว่า

หลังจากที่คุณเลือกเครือข่ายที่ปลอดภัยได้แล้วถ้าหากคุณมีภารกิจต้องเช็คอีเมล์เราแนะนำให้คุณใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ปลอดภัยกว่าเพราะคุณสามารถสังเกตสัญลักษณ์รูปกุญแจบนแถบ Address Bar หรือตัวอักษรนำหน้าลิงก์อย่าง HTTPS ได้

เนื่องจากแฮกเกอร์มักดักรอโอกาสที่จะมีคนพิมพ์รหัสผ่านอีเมล์หรือโซเชียลมีเดีย

Mark James ยกตัวอย่างของตัวเองว่า “ส่วนตัวผมมักจะไม่ทำกิจกรรมที่ต้องกรอกรหัสในตอนใช้ Wi-Fi สาธารณะแต่ถ้าเป็นบนมือถือที่ล็อคอินอัตโนมัติก็โอเค”

สมาร์ทโฟนมีการป้องกันเครือข่ายสาธารณะน้อยกว่าอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์หรือเครื่อง Mac อย่างเบราว์เซอร์ใน PC ก็ปลอดภัยกว่า

“การใช้แอปพลิเคชันอีเมล์บนมือถือไม่ปลอดภัยเท่ากับบนเว็บไซต์ที่เป็น HTTPS” คุณ Mark James บอก

เพราะ “สำหรับ E-mail ระบบ HTTPS สามารถรักษาความปลอดภัยได้ดีกว่า pop3”

อะไรไม่ควรส่งระหว่างที่ใช้ Wi-Fi สาธารณะ

Wi-Fi สาธารณะก็เหมือนกับแม่น้ำสายหนึ่งที่มีแฮกเกอร์กำลังรอดักข้อมูลที่กำลังไหลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

เพราะฉะนั้นอะไรที่เกี่ยวกับการเงินหรือองค์กรธุรกิจห้ามเด็ดขาดอย่างรหัสบัตรต่างๆและไม่ซื้อของออนไลน์หรือเข้าใช้เว็บไซต์ธนาคาร

ถ้าหากมีความจำเป็นต้องใช้เร่งด่วนให้ใช้ VPN หรือ (Virtual Private Network) แทนจะปลอดภัยที่สุด

Forget the Network ทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ

ข้อนี้สำหรับนักท่องเที่ยวเหตุผลก็คือ 1. คุณคงไม่ได้มีโอกาสมาเที่ยวในสถานที่เดิมๆบ่อยมากนัก 2. ป้องกันไม่ให้มีการเชื่อมต่ออัตโนมัติเพราะสมาร์ทโฟนสามารถส่งผ่านข้อมูลจำนวนมากได้ทันทีเพียงคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแม้คุณไม่ได้ใช้มันอยู่

อีกหนึ่งเหตุผลก็คือในกรณีที่เครือข่ายนั้นเป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีรหัสผ่านแล้วถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เจอเครือข่ายใหม่แต่กลับใช้ชื่อเดียวกันสมาร์ทโฟนอัจฉริยะของคุณก็จะเชื่อมต่อกับเครือข่ายใหม่นั้นทันทีโดยไม่ถามคุณสักคำ

*********************

ที่มา http://www.welivesecurity.com/2014/11/14/public-wi-fi-hotspots-know-risks/

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://blog.eset.co.th/

 

สร้างแบรนด์มัดใจวัยรุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 05:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481277

สร้างแบรนด์มัดใจวัยรุ่น

โดย…จะเรียม สำรวจ

กลุ่มวัยรุ่นถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่สำคัญของการทำตลาดในยุคนี้ เพราะนอกจากจะเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญในอนาคต หากแบรนด์สินค้าสามารถเจาะเข้าไปถึงความต้องการได้สำเร็จ สินค้า แบรนด์นั้นๆ ก็จะอยู่ในใจของผู้บริโภคกลุ่มนี้ตลอดไป และนำมาซึ่งผลตอบรับในด้านยอดขายที่ยาวนาน

แต่ก่อนที่จะวางแผนการตลาดนักการตลาดควรมีการทำความเข้าใจพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภค ในกลุ่มวัยรุ่นให้เป็นอย่างดีก่อน เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว หาก ไม่ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง แผนการตลาดที่ทำไปอาจไม่ตรงจุดความต้องการ ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้

บริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมและความคิดของกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ที่มีอายุระหว่าง 16-20 ปี จำนวน 3 หมื่นคน ใน 18 ประเทศ ในหัวข้อ Truth About Youth ภายใต้ธีม Kaleiduscope kid หรือตัวแทนวัยรุ่นทุกๆ คนที่เปิดรับแรงบันดาลใจที่แตกต่างจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งก่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาดในการวางแผนทำการตลาดสินค้านั้นๆ

จากผลการสำรวจพบว่า วัยรุ่นในยุคนี้ หรือเจนวายค่อนข้างมีความแตกต่างจากยุคก่อนๆ หรือเจนเอ็กซ์ค่อนข้างมาก เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นยุคนี้ไม่ใช่แค่หนุ่มสาวธรรมดาอีกต่อไป แต่พวกเขาคือ Kaleiduscope kid ที่มีความชื่นชอบในการแสดงตัวตนของตัวเองออกมาให้ผู้ชมที่เข้ามาติดตามในโลกโซเชียลมีเดียได้รับรู้

สำหรับกิจกรรมที่กลุ่มนี้ชื่นชอบมากที่สุดคือ การทำไลฟ์สตรีม เพราะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังและเปลี่ยนชีวิต พร้อมกับสร้างอาชีพให้กับผู้ที่ทำกิจกรรมนี้ โดยสื่อโซเชียลมีเดียที่วัยรุ่นนิยมใช้มากที่สุดคือ ไลน์ อินสตาแกรม และสแนปแชต

นอกจากนี้ ยังพบว่าสิ่งที่วัยรุ่นต้องการมีอยู่ 3 อย่าง คือ ต้องการบ่งบอกความเป็นตัวตน ต้องการกลุ่มที่ใช่ในการเข้ากลุ่มเพื่อน และต้องการพื้นที่ของตัวเอง พร้อมกันนี้ในส่วนของวิธีคิดในการเลือกอาชีพของวัยรุ่นยุคนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมากคือ จากเดิมวัยรุ่นจะมองพ่อแม่เป็นแบบอย่างในการเลือกอาชีพเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น ถ้าพ่อแม่เป็นหมอลูกก็จะเป็นหมอตาม แต่ปัจจุบัน วัยรุ่นจะหว่านหาไปในหลายๆ อาชีพ เพื่อเลือกในสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดเป็นอาชีพ ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวสัดส่วนวัยรุ่น 86% จึงมองว่าเมื่อเป็นผู้ใหญ่ควรมีอาชีพที่หลากหลาย และมีเพียง 14% เท่านั้นที่มองว่าควรทำเพียงอาชีพเดียว

ยุพิน มันท์ซิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของ วัยรุ่นยุคนี้ ทำให้การแสดงความเป็นตัวตนถึงการเป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างเปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจากวัยรุ่นปัจจุบันไม่ได้แสดงตัวว่าเริ่มเป็นผู้ใหญ่ผ่านเหตุการณ์ที่สำคัญต่างๆ แต่จะสร้างสัญลักษณ์เล็กๆ เพื่อเป็นตัวตนบ่งบอกว่าพวกเขาว่าได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เช่น การมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง การได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ คนเดียว การมีแฟนเป็นคนแรก การพาครอบครัวไปเลี้ยงอาหารมื้อดีๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และการออกไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปดังกล่าวทำให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ที่ต้องการจะเข้าไปทำการตลาด เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นต้องปรับตัวตามให้ทัน เนื่องจากคาแรกเตอร์ของกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้มีหลายแบบ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการรับอิทธิพลมาจากโลกออนไลน์ จึงทำให้เกิดมุมมองและแนวคิดที่เปลี่ยนไป

ดังนั้น แบรนด์สินค้าที่ต้องการจะเข้าไปถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ จึงต้องทำความเข้าใจความต้องการให้ลึกซึ้ง ขณะเดียวกันยังต้องสื่อถึงความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และแสดงตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์ เพื่อซื้อใจของลูกค้าวัยรุ่นให้อยู่กับสินค้าแบรนด์นั้นๆ ได้อย่างยาวนาน

 

ชื่อเว็บกับปัญหา ที่ไม่ควรเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 21:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481266

ชื่อเว็บกับปัญหา ที่ไม่ควรเกิด

โดย…กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไอท้อปพลัส จำกัด

ทุกเดือนทีมผมจะพบปัญหาของลูกค้าหลายรายที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว ต้องการย้ายบริการมาใช้งานกับผม แต่ที่ติดปัญหา คือ ไม่สามารถย้าย “ชื่อเว็บเดิม” มาได้ ปัญหาหลักๆ เกิดจาก 2 เรื่อง คือ

1.ติดต่อผู้ให้บริการรายเดิมไม่ได้ อาการนี้มักจะเกิดจากตอนที่เริ่มทำเว็บไซต์ ไปจ้างผู้ให้บริการไม่ได้มาตรฐาน หรือที่เรียกกันว่า ฟรีแลนซ์ ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้มักจะแนะนำให้จดชื่อเว็บไซต์ไว้ทีละหลายๆ ปี จะได้หมดปัญหาไม่ต้องตามกันบ่อยๆ

แต่พอเวลาผ่านไป ฟรีแลนซ์มักจะเลิกอาชีพนี้ และมีอาชีพใหม่ที่ดีกว่า ทำให้การย้ายชื่อเว็บเป็นไปได้ยากมาก เพราะฟรีแลนซ์เหล่านั้นมักจะลืมไปแล้วว่าตัวเองจดชื่อเว็บไว้ที่ไหน และใช้อีเมลอะไรในการจดชื่อ สุดท้ายต้องทิ้งเว็บชื่อเดิมไป แล้วต้องจดชื่อเว็บใหม่

2.ติดต่อผู้ให้บริการรายเดิมได้ แต่ไม่ยอมย้ายให้ อยากย้ายต้องจ่ายค่าย้ายโดเมนในราคาสูงมาก (ที่ผมเคยเจอ สูงสุดที่โดน คือ 1 หมื่นบาท ทั้งที่จริงแล้วเสียไม่เกิน 500 บาท) อาการนี้จะเจอกับผู้ให้บริการที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นกัน ยังทำอาชีพนี้อยู่ แต่ไม่ยอมย้ายให้เพราะตัวเองเสียผลประโยชน์ สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ เจ้าของเว็บก็ต้องเปลี่ยนชื่อเว็บอยู่ดี

แล้วถ้าคุณไม่อยากติดปัญหาเรื่องนี้ จะต้องทำอย่างไร

สิ่งแรกที่เราควรรู้ก่อนว่า การจดชื่อเว็บไซต์ เขาจดและเป็นเจ้าของสิทธิในชื่อเว็บไซต์นั้นทำกันอย่างไรการจดชื่อเว็บ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเอาชื่ออีเมลตัวเองไปจดชื่อเว็บที่เราต้องการและยังว่างอยู่ พร้อมจ่ายเงินค่าจดชื่อเว็บเท่านั้นเอง

ดังนั้น เจ้าของสิทธิจะถูกกำหนดโดยชื่ออีเมลเท่านั้น ซึ่งโดยปกติเจ้าของเว็บไซต์จะให้ผู้ให้บริการรับทำเว็บของตัวเองเป็นคนจดให้ และคนรับทำเว็บก็ใช้อีเมลตัวเองในการจดเพราะสะดวก เหตุการณ์สุดท้ายจึงเป็นแบบนี้

ทีนี้ถ้าเราอยากแก้ไขปัญหา จะทำอย่างไรได้บ้าง

1.จดชื่อเว็บโดยใช้อีเมลตัวเอง ข้อดี คือ ชื่อเว็บเป็นของเราแน่นอน แต่วิธีนี้ผมกลับไม่แนะนำ เพราะเจ้าของเว็บโดยส่วนใหญ่ พอเวลาผ่านไปนานๆ จะลืมว่าตัวเองใช้อีเมลอะไรในการจดชื่อเว็บ และสุดท้ายชื่อเว็บไซต์ก็จะหายไปเช่นกัน

2.จดชื่อเว็บกับผู้ให้บริการมาตรฐาน หรือบริษัทที่ทำอาชีพนี้จริงจัง แบบนี้คุณจะสบายใจได้ว่า ชื่อเว็บคุณจะมีคนดูแล โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ทำกันทั่วโลก ปัญหามีอย่างเดียว คือ “คุณหาผู้ให้บริการมาตรฐานเจอหรือเปล่า”

 

เปิดวิสัยทัศน์ “เอ็มดี” เฟซบุ๊กคนแรกในไทย หวังกระตุ้นลงทุนด้านดิจิทัลมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 21:02 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481265

เปิดวิสัยทัศน์ "เอ็มดี" เฟซบุ๊กคนแรกในไทย หวังกระตุ้นลงทุนด้านดิจิทัลมีเดีย

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ตัวเลขการใช้งบดิจิทัลมีเดียในไทยที่มีแค่ 1% สวนกระแสกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นโรคกลัวไม่มีโทรศัพท์ติดตัวเพราะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

นั่นคือเหตุผลที่ เฟซบุ๊กสนใจปักธงเข้ามาสร้างรายได้ และถือเป็นภารกิจของ “จอห์น แวกเนอร์” จากการคว้าตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนแรกในไทย เพื่อเข้ามาปลุกปั้นให้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือการตลาดของหลายองค์กรชั้นนำของไทย

จอห์น แวกเนอร์ กรรมการผู้จัดการ สำนักงานเฟซบุ๊กในประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่เฟซบุ๊กแต่งตั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของเฟซบุ๊กประเทศไทยขึ้นมาเป็นครั้งแรก เพราะวางภารกิจนำทีมเฟซบุ๊กช่วยผลักดันให้ธุรกิจในไทยได้รับผลลัพธ์ที่ได้ธุรกิจที่เหนือกว่า รวมถึงการเสริมสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งซึ่งครอบคลุมธุรกิจต่างๆ มากมาย อาทิ อี-คอมเมิร์ซ อุปโภคบริโภค การบริการทางด้านการเงิน เทคโนโลยี และโทรคมนาคม

สำหรับวิชั่นของเฟซบุ๊กคือ มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือธุรกิจไทยให้เติบโต ด้วยการเชื่อมต่อกับฐานผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก 44 ล้านคน/เดือนในไทย โดยยึดโมบายมาร์เก็ตติ้งเป็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนในครั้งนี้ เพราะ 70% ของเส้นทางการซื้อสินค้าในไทย ล้วนมีโทรศัพท์มือถือเข้ามาเกี่ยวข้อง เห็นได้จากผู้บริโภคใช้มือถือในการค้นหาและเชื่อมต่อกับแบรนด์ต่างๆ จนไปถึงการตัดสินใจซื้อสินค้า โจทย์ของเฟซบุ๊ก คือ ทำอย่างไรให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเข้าเชื่อมโยงกับผู้คน แล้วส่งผลให้ธุรกิจเติบโตยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ไทยถือว่าเป็นประเทศที่สองในอาเซียน ที่เฟซบุ๊กเข้ามาเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการ จากก่อนหน้านี้เฟซบุ๊ก มีสำนักงานอยู่ที่สิงคโปร์ ความน่าสนใจของตลาดไทยคือ คนไทยเสพติดโซเชียล มีเดียสูง เฟซบุ๊กมีฐานผู้ใช้งานสูง ประกอบกับการใช้เฟซบุ๊กคนผ่านบนโทรศัพท์มือถือ 42 ล้านคน/เดือน และใช้งาน 29 ล้านคน/วัน มีการรับชมวิดีโอบนโทรศัพท์มือถือ 105 นาที ซึ่งขยายตัวสูงถึง 40% เมื่อเทียบกับอัตราการใช้ของคนทั่วโลก 65 นาที แต่อัตราการใช้งบผ่านสื่อโฆษณาทีวีกลับมีถึง 69%

แนวโน้มดังกล่าว หมายถึงโอกาสการเติบโตของดิจิทัลมีเดียที่เฟซบุ๊กหมายมั่นปั้นมือ ที่ผ่านมาองค์กรหรือแบรนด์ต่างๆ ลงทุนใช้งบดิจิทัลมีเดียยังน้อย แต่เป็นสื่อที่มีศักยภาพและทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในยุคนี้ การเข้ามาในครั้งนี้เพื่อนำเสนอโซลูชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นช่องทางโฆษณา รูปแบบวิดีโอ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ และสร้างแบรนด์ จัดทำโปรโมชั่น ยกตัวอย่าง เฟซบุ๊ก ไลฟ์ ช่วยให้แบรนด์ธุรกิจต่างๆ สามารถถ่ายทอดสดวิดีโอสตรีมมิ่งผ่านหน้าโปรไฟล์หรือหน้าเพจของตัวเองได้ เป็นโอกาสที่แบรนด์จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ ซึ่งเรามีทีมการทำงานที่พร้อมทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำ“การปฏิรูปประเทศสู่วิสัยทัศน์ดิจิทัลไทยแลนด์ การค้าการขายเข้าสู่ยุคอี-คอมเมิร์ซ เป็นปัจจัยเร่งทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวและต้องใช้เฟ

ซบุ๊กเป็นเครื่องมือเพิ่มขึ้น แต่ความท้าทายคือทำอย่างไรให้เฟซบุ๊กสร้างรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือเป็นช่องทางโฆษณาเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการใช้สื่อดิจิทัล เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มธุรกิจค้าปลีก กลุ่มเครื่องดื่ม สถาบันการเงิน ซึ่งยังสามารถใช้การทำงานในวงกว้างได้อีกมาก”

ความน่าสนใจของเฟซบุ๊กสำหรับใช้ทำตลาด ช่วยโปรโมทสินค้าและบริการใหม่ นำเสนอข้อมูลองค์กร และสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่จำนวนมากในเวลาอันสั้น การสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทสินค้ามีต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เมื่อเทียบกับการโฆษณาผ่านสื่ออื่นๆ เหมาะกับองค์กรที่มีรายได้ไม่สูงและต้องการทำประชาสัมพันธ์ และสิ่งที่ทุกองค์กรหมายตา คือ การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดี และจากนี้ต้องจับตาดูลูกเล่นใหม่ๆ ของเฟซบุ๊ก

แวกเนอร์ กล่าวว่า ผลงานในส่วนที่เฟซบุ๊กเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังในไทย นับตั้งแต่เมื่อไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา ผมทำงานร่วมกับโพเมโลร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ โดยใช้กลยุทธ์โฆษณาบนเฟซบุ๊กตอกย้ำความน่าสนใจของสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง กับนักช็อปกลุ่มเป้าหมายในช่วงเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังได้ใช้โซลูชั่นของเฟซบุ๊ก การโฆษณาแบบไดนามิก เพื่อโปรโมทสินค้าทั้งหมดกว่า 1,500 รายการจากแค็ตตาล็อกแบบเรียลไทม์ โดยโฆษณาจะหยุดแสดงทันทีที่สินค้าชิ้นนั้นหมด

ดังนั้น ลูกค้าจะเห็นเฉพาะสินค้าที่มีขายเท่านั้น ผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างชัดเจนของโพเมโล เกิดคอนเวอร์ชั่นเพิ่มขึ้น 10 เท่า ค่าใช้จ่ายต่อการดำเนินการลดลง 85% ผลตอบแทนจากค่าใช้จ่ายโฆษณาสูงขึ้นถึง 12.9 เท่า

ในส่วนของเอไอเอส ใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ ในวงการโทรคมนาคม เอไอเอสได้ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ตัวจริง ด้วยการสร้างสรรค์วิดีโอที่มุ่งเน้นการสร้างอารมณ์ ถ่ายทอดประสบการณ์จากชีวิตจริง วิดีโอเริ่มต้นด้วยเสียงที่ผิดเพี้ยนไปจากปกติ เพื่อสื่อถึงโลกที่ปราศจากการได้ยิน เมื่อเริ่มมีเสียงดนตรีบรรเลง จึงเผยให้เห็นเด็กๆ ที่ใส่เครื่องช่วยฟังและดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การรับรู้ใหม่ในชีวิต แคมเปญดังกล่าวโปรโมทบนเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมเป็นเวลาสองสัปดาห์ เข้าถึงคนจำนวนกว่า 13.4 ล้านคน และยอดการรับชมวิดีโอสูงกว่าตั้งเป้าไว้ 2 เท่า

ด้านของสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เฟซบุ๊ก ช่วยยกระดับธุรกิจในประเทศไทยให้ก้าวล้ำในยุคแห่งมือถือ โดยเฟซบุ๊กทำงานร่วมกับสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เราทีมงานเฟซบุ๊ก ครีเอทีฟ ช็อป เพื่อปรับแต่งโฆษณาโทรทัศน์ให้เหมาะกับการรับชมบนมือถือโดยเฉพาะ ด้วยความเข้าใจในผู้ใช้งานมือถือที่ต้องการรับชมคอนเทนต์ที่กระชับได้ใจความ ทางแบรนด์จึงย่อโฆษณาความยาว 60 วินาที โดยตัดต่อให้เหลือเพียงรูปภาพหลักๆ สื่อถึงจุดขายสำคัญของแคมเปญเท่านั้น ส่งผลให้แบรนด์เข้าถึงคนกว่า 14 ล้านคนภายในระยะเวลาไม่ถึง 7 สัปดาห์ ครอบคลุม 60% ของกลุ่มเป้าหมายผู้รับสารเป้าหมาย

จากนี้คงเห็นเฟซบุ๊กปักธงบุกตลาดอาเซียนนอกเหนือจากไทยด้วยเช่นเดียวกัน โดย แวกเนอร์ กล่าวว่า มือถือไม่เพียงมีอิทธิพลต่อคนไทย แต่การค้าขายบนมือถือคิดเป็นสัดส่วน 27% ผ่านทางอี-คอมเมิร์ซจากการสำรวจไตรมาส 3 ปี 2559 ขณะที่ 2 ใน 3 ของชาวอาเซียน ค้นหาสินค้าต่างๆ บนมือถือ อีกทั้ง 1 ใน 2 ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านมือถือ จึงไม่แปลกเมื่อยอดขายทางอี-คอมเมิร์ซอาเซียนเติบโต 34%

สำหรับประวัติของ จอห์น แวกเนอร์ หลังจากเฟซบุ๊กแต่งตั้งให้มารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อดูแลด้านการบริหารธุรกิจของเฟซบุ๊ก ประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนและเข้ามาศึกษาในไทย ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอาศัยอยู่ในไทยมากว่า 20 ปี มีความเข้าใจวัฒนธรรมของคนไทย พฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ดี ถึงได้เป็นแม่ทัพเฟซบุ๊กในไทย

นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ทำงานหลากหลาย เช่น เคยร่วมทำงานกับซิตี้แบงก์และองค์กรชั้นนำหลากหลายบริษัท ตำแหน่ง คือ ล่าสุดพาร์ตเนอร์และกรรมการผู้จัดการบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (BCG) ดูแลภาพรวมทั้งการตลาด การขาย และการกำหนดราคา รับผิดชอบด้านเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะด้านการใช้สื่อเทคโนโลยีเป็นอย่างดี ขณะบริหารงานที่ BCG แวกเนอร์ช่วยพัฒนาและสร้างความเหนือกว่าทั้งด้านกลยุทธ์การตลาด สร้างการเติบโตให้แก่องค์กรมากมายทั่วทั้งภูมิภาค

“ผมรักเมืองไทย อาศัยต้องการนำเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือการตลาดที่ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจมากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

ต้องจับตาดูกับการปักธงและสร้างรายได้ในไทยรวมถึงการต่อยอดสร้างรายได้อาเซียนของเฟซบุ๊กนับจากนี้

 

สำรวจแบรนด์ในไทยโพสต์อินสตาแกรมสูงสุดในปี59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481264

สำรวจแบรนด์ในไทยโพสต์อินสตาแกรมสูงสุดในปี59

โดย…โธธโซเชียล

แม้ว่าแอพพลิเคชั่น อินสตาแกรม เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงก็จริง แต่คนที่ใช้งานสม่ำเสมอจริงๆ กลับมีไม่มาก เพราะถือเป็นสื่อที่มีความเฉพาะตัว คือ ไม่มี “พื้นที่ส่วนกลาง” ที่ใครก็ได้จะเข้ามาแชร์คอนเทนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มแบบปิดซึ่งต้องกด “ติดตาม” ก่อนถึงจะสามารถติดตามกิจกรรมของแบรนด์ได้ หมายความว่าแฟนๆ ที่กดติดตามอินสตาแกรมของแบรนด์ จะต้อง Loyalty สูงกว่าบนแพลตฟอร์มอื่นๆ

สำหรับการโพสต์อินสตาแกรมจากแบรนด์ต่างๆ ของไทยในปี 2559 นั้นมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่แบรนด์ละ 5,464 โพสต์/ปี ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงและจริงๆ แล้วมีเพียงกลุ่มดิจิทัลทีวีเท่านั้นที่สูงจนดึงค่าเฉลี่ยขึ้นไป โดยแบรนด์ที่โพสต์มากที่สุด คือ วอยซ์ทีวี รองมาเป็น ไทยรัฐทีวี ขณะที่กลุ่มที่มีการโพสต์น้อยที่สุด คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย

 

ศึกโซเชียลมีเดีย แข่งปั๊มรายได้ สู้คอนเทนต์ดึงโฆษณาไทอิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/481262

ศึกโซเชียลมีเดีย แข่งปั๊มรายได้ สู้คอนเทนต์ดึงโฆษณาไทอิน

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

เมื่อโทรศัพท์มือถือกลายเป็นทุกสิ่ง โซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ กระทั่งโอเปอเรเตอร์อย่างเอไอเอส ต่างเปิดศึกสร้างรายได้ในทุกช่องทางผ่าน จับตาไลฟ์วิดีโอ วิดีโอออนดีมานด์ ธุรกิจทำเงินปี 2560

จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของ “มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก” มองว่าวิดีโอ คือ อนาคตของเฟซบุ๊ก โดยวิเคราะห์ว่าแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก มองไลฟ์วิดีโอเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ มีกระแสว่าแนวคิดจ้างเซเลบริตี้หรือศิลปิน ดารามีชื่อเสียงไลฟ์วิดีโอในลักษณะของการไทอินสินค้าหรือเรียกว่าเป็นโฆษณาแฝง และเฟซบุ๊กมีการแบ่งรายได้ในส่วนดังกล่าวหรือรายได้จากโฆษณาสินค้า

ทั้งนี้ เชื่อว่าเฟซบุ๊กน่าจะใช้ไลฟ์วิดีโอสร้างรายได้รูปแบบดังกล่าว มากกว่าทำลักษณะวิดีโอออนดีมานด์หรือรับชมรายการย้อนหลัง เช่น คิตตี้ไลฟ์ (Kitty Live) เริ่มหารายได้แบ่งกับดีเจที่ถ่ายทอดสด โดยมีนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นประเมินว่ามูลค่าตลาดในธุรกิจกลุ่มไลฟ์นี้คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,400 กว่าล้านบาท จากการมีผู้เล่น อาทิ อิทส์ มี (It’s Me) เป็นต้น

ในส่วนของสมรภูมิการแข่งขัน ธุรกิจบริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-Top : OTT) หรือวิดีโอออนดีมานด์ เชื่อว่าดุเดือดและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปิดรับมากขึ้น จากผู้เล่นหลากหลาย ไลน์ทีวี เน็ตฟลิกซ์ เอไอเอส

ในตลาดนี้สุดท้ายทุกค่ายต่างสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพมาเป็นแม่เหล็กการดึงดูดผู้ชม โดยเฉพาะคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟหารับชมที่ไหนไม่ได้ เช่น ไลน์ทีวีเริ่มนำคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟจับมือร่วมกับจีทีเอช ขณะที่เน็ตฟลิกซ์ส่งละครซีรี่ส์ดัง อาทิ Unbreakable Kimmy Schmidt และ Daredevil เป็นต้น

นอกจากคอนเทนต์แล้ว ยังวัดกันที่สัญญาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การรับชมหากกระตุกส่งผลให้ต่ออรรถรสการรับชมทันที สำหรับเป้าหมายของไลน์ทีวีการดูคอนเทนต์ฟรีไม่เสียเงิน แต่ไลน์จะมีรายได้จากโฆษณา ส่วนเอไอเอส การนำเสนอรายการจากเอชบีโอ ฟ็อกซ์ เพื่อดึงลูกค้าใช้บริการเครือข่ายและแพ็กเกจจากการดูคอนเทนต์ที่ต้องจ่ายเงิน

ด้าน รัฐกร สืบสุข เทรดดิ้งพาร์ท เนอร์ กรุ๊ปเอ็ม กล่าวว่า เทรนด์ไลฟ์ วิดีโอ เป็นปรากฏการณ์สื่อรูปแบบใหม่ในไทยและต้องจับตาหลายแบรนด์นำมาใช้สำหรับการถ่ายทอดสดเพื่อสื่อสาร หรือวางเป็นช่องทางจำหน่ายได้เฉพาะบางสินค้าเท่านั้นที่สามารถทำได้ อาทิ รถยนต์ นาฬิกา สินค้าเป็นนิชมาร์เก็ตหรือเฉพาะกลุ่ม มองว่าแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กผู้ใช้งานไม่ได้ต้องการดูคอนเทนต์ข่าว ละคร เหมือนยูทูบหรือไลน์ทีวี

ยกตัวอย่างเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” แม้ว่าจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ต้องไปดูว่ามีฐานผู้ชมมีมากหรือไม่ การสร้างรายได้มีความเป็นไปได้ในลักษณะของการไทอิน นำสินค้ามาตั้งโชว์ แต่การจะพูดถึงสรรพคุณสินค้าคงมีความเป็นไปได้ยาก

อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับไลน์ทีวีแล้ว แบ่งช่องทางกันอย่างชัดเจนว่าคนที่จะเข้าไปดูทีวีต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เป็นการแบ่งแยกพื้นที่ผู้ใช้งานตามความต้องการ

ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ธุรกิจบริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับโซเชียลมีเดีย แม้กระทั่งโอเปอเรเตอร์ยังต้องหันมามอง ด้วยเทรนด์ผู้ชมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 60-70% ดูรายการย้อนหลัง โดยเฉพาะละคร และอีก 30-40% เป็นการรับชมจากจอทีวี

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มใดจะโดนใจเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้มากน้อยแค่ไหน ต้องวัดกันที่ยุทธศาสตร์ ยูทูบ ไลน์ทีวี เฟซบุ๊กไลฟ์ เหนือกว่านั้น คือ คอนเทนต์ที่ต้องมีคุณภาพ