“วิลาศ” เผย กำลัง เฟ้น ชื่ออาคารรับรองหลังใหม่ “ทำเนียบฯ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288716

“วิลาศ” เผย กำลัง เฟ้น ชื่ออาคารรับรองหลังใหม่ “ทำเนียบฯ”

ทำเนียบรัฐบาล, อาคารรับรองใหม่, หาชื่อ, วิลาศ, เผย, กำลัง, เฟ้น, ทำเนียบฯ, เลขาฯนายกฯ

“เลขาฯนายกฯ” ตรวจความคืบหน้า ตกแต่งอาคารรับรองหลังใหม่ “ทำเนียบฯ” เผย อยู่ระหว่าง หาชื่อ ที่เหมาะสม ชวน สื่อ รวมเสนอชื่อด้วย

21 ก.ค. 60- พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกฯ ได้ตรวจความคืบหน้าการจัดแต่งสวนและความเรียบร้อยภายในอาคารเรือนรับรองหลังใหม่ บริเวณด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยพล.อ.วิลาศ กล่าวว่า การก่อสร้างเรือนรับรองดังกล่าวจะใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี แต่จะตกแต่งด้วยสีขาวทั้งอาคาร เพื่อไม่ให้มีความโดดเด่นกว่าสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ส่วนชื่อที่จะใช้เรียกอาคารเรือนรับรองนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคัดเลือกชื่อที่เหมาะสม ซึ่งมีการเสนอมาแล้วกว่า 100 รายชื่อ พร้อมขอให้สื่อมวลชนได้ร่วมกันเสนอชื่อที่เหมาะสมด้วย ทั้งนี้ พล.อ.วิลาศ ยังได้นำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมความคืบหน้าการตกแต่งภายในอาคารเรือนรับรอง ทั้งบริเวณห้องโถงใหญ่ ห้องรับรองอาคันตุกะ ห้องครัว รวมถึงบริเวณดาดฟ้าอาคาร

ขณะที่นายกัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุช เปิดเผยว่า การตกแต่งสวนโดยรอบอาคารเรือนรับรองทั้งหมด จะเน้นการปรับฮวงจุ้ย เนื่องจากโดยรอบทำเนียบรัฐบาลถูกล้อมรอบด้วยน้ำ แต่ไม่มีภูเขา จึงได้นำเอาต้นไม้ที่มีความสูงแตกต่างกัน มาจัดในลักษณะเหมือนภูเขา ตามหลักการปลูกบ้าน พร้อมให้คอนเซ็ปต์การตกแต่งแบบผสมผสานไทย-อิตาเลียน พอเพียงและเรียบง่าย โดยมีการใช้ต้นไม้ไม่กี่ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดเป็นต้นไม้ที่คงทน ดูแลง่าย เช่น ต้นไทรยอดทอง ต้นดอกแก้ว ต้นประยงค์ และต้นชาฮกเกี้ยน

“มีชัย” ยันร่าง พ.ร.ป.ฟันนักการเมืองโกง ไม่มีปมแย้งรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288706

“มีชัย” ยันร่าง พ.ร.ป.ฟันนักการเมืองโกง ไม่มีปมแย้งรธน.

คมชัดลึก, รธน, ไม่มีปมแย้ง, ร่าง พรปฟันนักการเมืองโกง, ยัน, มีชัย ฤชุพันธุ์, มีชัย, ยันร่าง, พรปฟันนักการเมืองโกง, ไม่มีปมแย้งรธน, กรธ, พรป, คสช

“มีชัย” ยันร่าง พ.ร.ป.ฟันนักการเมืองโกง ไม่มีปมแย้งรธน. ย้ำมีผลย้อนหลังที่เป็นคุณผู้ถูกดำเนินคดี ประเด็นเปิดช่องให้อุทธรณ์

  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีเนื้อหาใดที่แย้งหรือขัอต่อรัฐธรรมนูญ ตามที่พรรคเพื่อไทยเข้าใจและยื่นเรื่องต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ส่งเรื่องตีความ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ  และที่สำคัญเนื้อหาของร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าวไม่มีเนื้อหาที่เป็นบทกำหนดโทษ เพราะเป็นกระบวนการพิจารณา ส่วนที่มองว่ามีบทย้อนหลังนั้น มีประเด็นเดียวคือ ให้บุคคลที่ถูกดำเนินคดีในปัจจุบันสามารถอุทธรณ์คดีได้ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกดำเนินคดี

“ร่างกฎหมายลูกฉบับนี้ไม่มีพิษสงอะไร เพราะเนื้อหายังเป็นหลักการเหมือนของเดิม ทั้งระบบไต่สวน และคดีที่ดำเนินการอยู่แล้วก็เดินหน้าต่อ”  นายมีชัย กล่าว.

“หมอวรงค์” เย้ย พท. พาสื่อตรวจข้าว แค่อีเว้นท์การเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288705

“หมอวรงค์” เย้ย พท. พาสื่อตรวจข้าว แค่อีเว้นท์การเมือง

ปู-ยิ่งลักษณ์, โกงจำนำข้าว, นพวรงค์, หมอวรงค์, เย้ย, พาสื่อตรวจข้าว, แค่อีเว้นท์การเมือง

หมอวรงค์” เย้ย พรรคเพื่อไทย พาสื่อตรวจข้าว แค่อีเว้นท์การเมือง ยื้อคดีจำนำข้าว “ปู”- ยิ่งลักษณ์

          เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2560 – นพ.วรงค์    เดชกิจวิกรม    อดีตส.ส.พิษณุโลก    พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว “Warong Dechgitvigrom” ถึงกรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พาสื่อไปตรวจโรงงานอาหารสัตว์ของพรรคเพื่อไทยว่า สุดท้ายก็เป็นแค่การจัดอีเว็นท์ทางการเมือง เพราะไม่ได้อะไร จนเจ้าของโรงงานถึงกับงงว่ามาทำไม

          “ที่ซ้ำร้าย ช่วงที่มายื่นเรื่องที่ศาลากลางราชบุรี ก็เจอประชาชนชาวราชบุรีแทรกถาม โครงการจำนำข้าวที่เจ๊งเนี่ยรอคำตัดสินอยู่เนี่ยรัฐบาลคุณจะว่าอย่างไร ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่การขอตรวจโกดังข้าว เพื่อยื้อคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์”นพ.วรงค์   กล่าว

          นพ.วรงค์    กล่าวต่อไปว่า  ดังนั้นเพื่อทบทวนความทรงจำผลการตรวจโกดังสมัยม.ล.ปนัดดา  ดิศกุล ประธานอนุกรรมการตรวจสอบข้าวคงเหลือของรัฐ และคณะซึ่งพบว่าสต็อกข้าวที่มีผลการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวแล้ว 17.76 ล้านตัน แยกเป็น 1.ข้าวที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ปริมาณ 2.2 ล้านตัน 2.ข้าวที่ผิดมาตรฐาน ในระดับที่ปรับปรุงได้เกรด A ปริมาณ 6.26 ล้านตัน เกรด B ปริมาณ 3.74 ล้านตันเกรด C ปริมาณ 4.74 ล้านตัน และเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ ข้าวยุ่ย เป็นผง มีกลิ่นสาป เมล็ดลาย และขึ้นราไม่เหมาะแก่การบริโภคปริมาณ 0.73 ล้านตัน และ 3.ข้าวผิดชนิด 0.09 ล้านตัน

          นพ.วรงค์ ระบุอีกวา ลองประเมินดูว่า ข้าว 17.76 ล้านตัน แต่ถูกมาตรฐาน เพียง 2.2 ล้านตัน โครงการรับจำนำข้าว จะมีการโกงมากขนาดไหน จึงไม่แปลกที่จะเรียกว่า มหากาพย์แห่งการโกง จึงอยากเตือนไปยังทีมงานข้าวชุดใหม่ของพรรคเพื่อไทยว่า อย่าฝืนความจริง ข้าวนั้นเป็นผลประโยชน์ของพี่น้องชาวนา ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไม่ใช่เอาชาวนามาอ้าง เพื่อหาผลประโยชน์ ให้ดูทีมงานข้าวรุ่นก่อนเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ล้วนถูกดำเนินคดี จนคดีใกล้จบ ดังนั้นทีมงานชุดใหม่ อย่าลืมดูทีมงานรุ่นก่อนเป็นบทเรียน

ส่ง”ร่างสัญญาประชาคม”ให้ “บิ๊กตู่”24ก.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288697

ส่ง”ร่างสัญญาประชาคม”ให้ “บิ๊กตู่”24ก.ค.นี้

พลตคงชีพ ตัณตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม, บิ๊กตู่24กคนี้, ร่างสัญญาประชาคม, บิ๊กตู่

เตรียมส่ง “ร่างสัญญาประชาคม” ให้ “บิ๊กตู่” จันทร์ที่ 24ก.ค.60 นี้ พร้อมกำหนดวันประกาศใช้

          เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2560 – เวลา 11.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตัณตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม ในฐานะประธานอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวเเถลงภายหลังการประชุมครั้งสุดท้ายว่า การรับฟังมูลเกี่ยวกับร่างสัญญาประชาคม โดยการทำงานตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งในเอกสารเกี่ยวความคิดเห็นร่วมกัน อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งตอนนี้ได้ทำการนำความเห็นร่วมมาทำเป็นร่างสัญญาประชาคม และได้เปิดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในวันที่ 17 – 20 ก.ค.ทั้ง 4 กองทัพภาคที่ผ่านมา

          “ซึ่งจากการรับฟังแนวทางปรองดองของประชาชนของทุกฝ่าย ได้เอาผลสะท้อนในรูปแบบของคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองถึงความสมบูรณ์ของร่างสัญญาประชาคมเพื่อนำร่างดังกล่าวเสนอให้กับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในวันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 2560 นี้โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ได้พิจารณาร่วมกัน พร้อมกำหนดวันประกาศใช้”พล.ต.คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การปรับไม่ได้มีการปรับอะไรมากเป็นเพียงปรับการปรับตามที่คณะกรรมการแนะนำ และที่ทำเพิ่มเติม 15 ข้อนั้น เป็นข้อปฏิบัติที่นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้มากขึ้น ซึ่งหลังจากการประชุมในวันจันทร์ที่ 24 นี้จะต้องขอดูรายละเอียดของเวลาที่เหมาะสมในการจะเผยแพร่ร่าวประชาคมต่อประชาชนต่อไป

“10 ข้อเป็นข้อคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศที่มีร่วมกันส่วน 15 ข้อ นั้นคือกรอบแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติพี่จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะนี้เราสัญญาดำเนินการไปแล้ว 98% เพราะได้รับการตอบรับจากประชาชนทั้ง 4 ภาคเป็นอย่างดีและมองตรงกันว่าถ้าเราร่วมกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรมก็จะเกิดไม่มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นในอนาคตอีก ” พล.ต. คงชีพ กล่าว

“อดีตหัวหน้าคลัง อคส.”ให้การหลัง รปห.สั่งห้ามรมยา ทำข้าวเน่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288687

“อดีตหัวหน้าคลัง อคส.”ให้การหลัง รปห.สั่งห้ามรมยา ทำข้าวเน่า

คมชัดลึก, สั่งห้ามรมยา, รัฐประหาร, หลัง, ให้การ, หัวหน้าคลังสินค้า, อดีต, อดีตหัวหน้าคลัง, อคสให้การหลัง, รปหสั่งห้ามรมยา, ทำข้าวเน่า, อดีตหัวหน้าคลัง อคส, ปนัดดดา, อคส, กขช

อดีตหัวหน้าคลังสินค้า อคส.ให้การหลัง รปห. คสช.สั่งเลิกติดกล้องวงจรปิด เปลี่ยนกุญแจ ห้ามรมยา ทำข้าวเน่า เผย “ปนัดดดา” กำหนดมาตรฐานตรวจข้าวเอง ไม่อิง ก.พาณิ

นายพศดิษ ดีเย็น  อดีตหัวหน้าคลังสินค้า องค์การคลังสินค้า (อคส.)  กล่าวภายหลังการเบิกความเป็นพยานในคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาตามคำฟ้องของ อัยการสูงสุด ว่า ในช่วงระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าคลังสินค้าและรับผิดชอบในการกำกับดูแลสต๊อกข้าวในโครงการรับจำนำ ตั้งแต่ ปี 2554 จนถึงปี 2559 เห็นว่า ขั้นตอนในการตรวจรับข้าวเข้าสู่โครงการรับจำนำ เป็นไปตามมาตรฐานและขั้นตอนที่กำหนดโดยรัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยในส่วนของ อคส.เป็นหน่วยงานโดยตรงที่รับมอบนโยบายจากกระทรวงพาณิชย์ และปฏิบัติตามคู่มือการรับจำนำข้าวของกรมการค้าภายใน ที่มีหน้าที่โดยตรงตั้งแต่การออกใบประทวน ตรวจสอบตาชั่ง ตรวจสอบเอกสารเกษตรกร จัดเก็บข้าวเปลือก จัดเก็บข้าวสาร เบิกจ่ายระบายข้าว ตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2554 ในสมัยรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โกดังและคลังสินค้าในความดูแลของ อคส.ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน และคู่มือเพื่อเก็บรักษาสภาพข้าวเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมาโดยตลอด ตั้งแต่ การตรวจสอบคุณภาพข้าว การรมยากำจัดแมลงและศัตรูพืช เป็นต้น

อย่างไรก็ตามจุดสังเกตในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น ข้าวในโครงการรับจำนำมีหลายเรื่องหลายประเด็น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องข้าวหายไปจากโกดัง ในโกดังมีข้าวเสื่อมคุณภาพปะปน ข้าวไม่ตรงสเป็คตามโครงการรับจำนำ  และอีกหลายปัญหา ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าหลังการรัฐประหาร รัฐบาล คสช.ได้มีคำสั่งโดยกระทรวงพาณิชย์ให้มีการยกเลิกการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่เคยติดตั้งอยู่ที่โกดังเก็บข้าวในโครงการรับจำนำ สั่งเปลี่ยนคณะบุคคลที่ถือกุญแจ และตั้งแต่ ปี 2557-2559 กระทรวงพาณิชย์ห้ามมิให้มีการเปิดโกดังข้าวเพื่อรมยา ตามปกติ จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้าวในโครงการรับจำนำ ได้รับความเสียหาย

สำหรับปัญหาเรื่องข้าวเน่า ข้าวเสียและข้าวเสื่อมคุณภาพ นั้นโดยข้อเท็จจริงแล้วข้าวที่เก็บไว้ในโครงการรับจำนำยังมีสภาพที่สามารถจำหน่ายได้ตามปกติ  แต่ปัญหาเกิดจากการกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ม.ล.ปนัดดา กำหนดเอง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ เอามาตรฐานการกำหนดคุณภาพข้าวเพื่อการส่งออกมาเป็นเกณฑ์ตรวจวัด ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวต้องเป็นข้าวที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพแล้ว จึงทำให้ข้าวในคลังและโกดังรับจำนำ ทั้งประเทศเป็นข้าวที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ ม.ล.ปนัดดา ประกอบกับบุคลากรที่ออกไปตรวจสอบนั้นเป็นบุคลากรที่ไม่มีประสบการณ์ไม่มีความรู้เรื่องข้าวขั้นตอนการตรวจสอบไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน จนทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมหาศาล และกลายเป็นที่มาของนโยบายการสั่งขายข้าวคุณภาพดี ในราคาข้าวเสื่อมคุณภาพ หรือข้าวเน่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบางรายประมูลข้าวได้ในราคาที่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 5 บาท ทั้งที่ข้าวในคลังบางแห่งสามารถขายในราคาที่สูงกว่า 10 บาท ทำให้ประเทศได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพข้าวตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ ต้องตรวจข้าวให้ได้ปริมาณตัวอย่าง อย่างน้อย 5 % ของข้าว 1 กอง เช่นข้าวสาร 1 กองมีจำนวน 20,000 กระสอบ การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ต้องฉ่ำข้าวอย่างน้อย 1,000 กระสอบ แต่ในทางปฏิบัติของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดย ม.ล.ปนัดดา ฉ่ำข้าวแต่ละกอง ไม่ถึง 200 กระสอบ อีกทั้งยังไม่ทั่วทั้งกองข้าว แต่กลับบอกว่าข้าวที่ตรวจสอบเป็นคุณภาพต่ำ ที่แบ่งเกรดเป็น เอ บี และซี ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ตั้งขึ้นเองโดยไม่เคยมีมาก่อน

ส่วนปัญหาเรื่องการทุจริตข้าวถุง ที่เป็นข้อกล่าวหาว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้มีการทุจริตเมื่อปี 2556 นั้น โดยข้อเท็จจริงแล้ว ในเวลานั้นการจัดทำข้าวถุงเป็นนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการทำข้าวถุง เพื่อจำหน่ายในราคาถูกให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย และไม่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีเลย เป็นการปฏิบัติในระดับของกรมการค้าต่างประเทศ และองค์การคลังสินค้า (อคส.) แต่ อดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ยกเลิก และดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่เกิดเรื่อง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2556 และ อคส.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2556 ในปีเดียวกัน วุฒิสภาได้หยิบยกเรื่องนี้มาอภิปรายในสภาฯ ตอนนี้เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวน และดำเนินการของ ป.ป.ช

เตรียมส่ง “ร่างสัญญาประชาคม” ให้ “บิ๊กตู่” จันทร์นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288679

เตรียมส่ง “ร่างสัญญาประชาคม” ให้ “บิ๊กตู่” จันทร์นี้

คมชัดลึก, นี้, จันทร์, นายกฯ, สัญญาประชาคม, ร่าง, ส่ง, เตรียมส่ง, ร่างสัญญาประชาคม, ให้, บิ๊กตู่, จันทร์นี้, ปยป

กห.เตรียมส่งร่างสัญญาประชาคมให้นายกฯ จันทร์นี้ ก่อนให้กำหนดวันประกาศใช้

เมื่อวันที่ 21  ก.ค. เวลา 11.30  น. ที่กระทรวงกลาโหม  พล.ต.คงชีพ ตัณตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม ในฐานะประธานอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวเเถลงภายหลังการประชุมครั้งสุดท้ายว่า การรับฟังมูลเกี่ยวกับร่างสัญญาประชาคม โดยการทำงานตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งในเอกสารเกี่ยวความคิดเห็นร่วมกัน อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งตอนนี้ได้ทำการนำความเห็นร่วมมาทำเป็นร่างสัญญาประชาคม และได้เปิดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในวันที่ 17 – 20 ก.ค.ทั้ง 4 กองทัพภาคที่ผ่านมา

ซึ่งจากการรับฟังแนวทางปรองดองของประชาชนของทุกฝ่าย ได้เอาผลสะท้อนในรูปแบบของคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองถึงความสมบูรณ์ของร่างสัญญาประชาคมเพื่อนำร่างดังกล่าวเสนอให้กับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในวันจันทร์ที่ 24 ก.ค. นี้โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ได้พิจารณาร่วมกัน พร้อมกำหนดวันประกาศใช้

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การปรับไม่ได้มีการปรับอะไรมากเป็นเพียงปรับการปรับตามที่คณะกรรมการแนะนำ และที่ทำเพิ่มเติม 15 ข้อนั้น เป็นข้อปฏิบัติที่นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้มากขึ้น ซึ่งหลังจากการประชุมในวันจันทร์ที่ 24 นี้จะต้องขอดูรายละเอียดของเวลาที่เหมาะสมในการจะเผยแพร่ร่าวประชาคมต่อประชาชนต่อไป

“10 ข้อเป็นข้อคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศที่มีร่วมกันส่วน 15 ข้อ นั้นคือกรอบแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติพี่จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะนี้เราสัญญาดำเนินการไปแล้ว 98% เพราะได้รับการตอบรับจากประชาชนทั้ง 4 ภาคเป็นอย่างดีและมองตรงกันว่าถ้าเราร่วมกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรมก็จะเกิดไม่มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นในอนาคตอีก ” พล.ต. คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การปรับไม่ได้มีการปรับอะไรมากเป็นเพียงปรับการปรับตามที่คณะกรรมการแนะนำ และที่ทำเพิ่มเติม 15 ข้อนั้น เป็นข้อปฏิบัติที่นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้มากขึ้น ซึ่งหลังจากการประชุมในวันจันทร์ที่ 24 นี้จะต้องขอดูรายละเอียดของเวลาที่เหมาะสมในการจะเผยแพร่ร่าวประชาคมต่อประชาชนต่อไป

“10 ข้อเป็นข้อคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศที่มีร่วมกันส่วน 15 ข้อ นั้นคือกรอบแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติพี่จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะนี้เราสัญญาดำเนินการไปแล้ว 98% เพราะได้รับการตอบรับจากประชาชนทั้ง 4 ภาคเป็นอย่างดีและมองตรงกันว่าถ้าเราร่วมกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรมก็จะเกิดไม่มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นในอนาคตอีก ” พล.ต. คงชีพ กล่าว

“ปธ.ป.ป.ช.” แย้ม ดันคนในนั่ง”เลขาฯ” คนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288670

“ปธ.ป.ป.ช.” แย้ม ดันคนในนั่ง”เลขาฯ” คนใหม่

ประธาน ปปช, เตรียม, ดัน, คนใน, นั่ง, เลขาฯ ปปช, คมชัดลึก, ปธปปช, แย้ม, ดันคนในนั่งเลขาฯ, คนใหม่, เลขาฯ, คตง

“ปธ.ป.ป.ช.” เผย มีคนในที่จะถูกเลือกนั่ง เลขาฯ คนต่อไป เหตุ มีประสบการณ์ เข้าใจงานหลายมิติ จนเติบโตขึ้นมาเป็นลำดับ ใช่ใครจะเข้ามาทำง่ายๆ

      21 ก.ค. 2560 –  พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ได้รับการสรรหาให้เป็นคณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.)ทำให้ตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.ว่างลงในไม่ช้า ว่า หากกระบวนการครบถ้วนถึงขั้นตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.ว่างลงจริงแล้ว ตามระเบียบป.ป.ช.ว่าด้วยการสรรหาเลขาธิการ ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบเพื่อประกาศคัดเลือกให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้ามาสมัคร โดยกรรมการสรรหาจะมี 5 คน โดย 3 คนมาจากกรรมการป.ป.ช. และอีก 2 คนมาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาร่วมเป็นกรรมการสรรหา

ผู้สื่อข่าววถามถึงความต่อเนื่องในการทำงานของเลขาธิการป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะมีรองเลขาธิการป.ป.ช.ซึ่งทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และทางคณะกรรมการป.ป.ช.เชื่อว่าหากตำแหน่งเลขาป.ป.ช.ว่างลงตามกฎหมายเมื่อใดก็ต้องเปิดให้มีการสรรหา โดยเปิดโอกาสให้ข้าราชการป.ป.ช.ได้เสนอตัวเข้ามาเพื่อรับคัดเลือกขึ้นมาช่วยกันนำองค์กรนี้ไปตามภารกิจหน้าที่ ยืนยันว่าปีหน้าจะเป็นปีที่เราเร่งเครื่องทันที ทำงานเต็มที่

เมื่อถามว่า ผู้สมัครเข้ารับการสรรหานั้นเป็นได้ทั้งคนในและคนนอกหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า “โดยระเบียบไม่ได้ห้าม แต่ในคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีการหารือกันคิดว่าคนในมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และงานในภารกิจหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.เองก็ต้องอาศัยประสบการณ์ มีความเข้าใจหลากหลายทั้งเชิงป้องกัน และเชิงปราบปราม ภารกิจเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ล้วนมีนัยะสำคัญที่ต้องอาศัยความรู้ และประสบการณ์อย่างมาก ไม่ใช่ว่าใครจะเข้ามา ใครที่เป็นนักบริหารจะเข้ามาทำงานได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับกรรมการป.ป.ช.ที่มีวาระ 9 ปี ก็เพื่อสั่งสมประสบการณ์และมีความต่อเนื่องในการทำงาน ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ผมจึงคิดว่ารองเลขาธิการป.ป.ช.เป็นผู้ที่ได้พัฒนา มีการเลื่อนระดับขึ้นมาด้วยความรู้ความสามารถ เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้นเป็นเลขาธิการป.ป.ช. ผมคิดว่าคนในก็มีตัวเลือกที่พอเพียงที่เราจะทำงานได้แน่นอน” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

แนะ“บิ๊กตู่”สังจนท.ดูแลกองเชียร์”ยิ่งลักษณ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288597

แนะ“บิ๊กตู่”สังจนท.ดูแลกองเชียร์”ยิ่งลักษณ์”

พรุ่งนี้, คดีจำนำข้าว, บิ๊กตู่, ยิ่งลักษณ์

“หมวดเจี๊ยบ” แนะ “บิ๊กตู่” ส่งเจ้าหน้าที่ดูแล ความปลอดภัย กองเชียร์ “ยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลพรุ่งนี้

          เมื่อวันที่  20 ก.ค.2560- ร.ท.หญิงสุณิสาเลิศภควัตอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าในวันที่21ก.ค2560อาจจะมีประชาชนจำนวนมากไปรอให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่าไม่เห็นแปลกถ้าจะมีประชาชนให้ความสนใจการพิจารณาคดีของอดีตนายกฯในครั้งนี้เป็นพิเศษเพราะในวันที่21ก.คนี้คจะมีการวินิจฉัยในประเด็นสำคัญคือศาลจะอนุญาตให้มีการเบิกความพยานเพิ่มเติมตามที่ทนายความของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ร้องขอหรือไม่ซึ่งหากศาลอนุญาตก็อาจจะทำให้การพิจารณาคดียืดเวลาออกไปคนจำนวนมากจึงรอฟังว่าศาลจะวินิจฉัยประเด็นนี้อย่างไร

         ทั้งนี้สังคมก็คงอยากทราบว่ากำหนดเวลาที่อดีตนายกฯจะต้องแถลงปิดคดีคือเมื่อไหร่และอดีตนายกฯจะแถลงปิดคดีด้วยวืธีใดจะเป็นการแถลงด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรที่สำคัญต้องยอมรับว่ามีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่รู้สึกเห็นใจที่อดีตนายกฯถูกดำเนินคดีทั้งๆที่ทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องให้พี่น้องเกษตรกรและที่ผ่านมาชาวนาจำนวนมากก็ได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าว

        นอกจากนี้การพิจารณาคดีในวันที่21ก.คนี้ถือเป็นนัดสำคัญจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีข่าวว่าจะมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์มากเป็นพิเศษเหตุใดพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีจะต้องทำเป็นตื่นเต้นด้วย

       อย่างไรก็ตามหากพล.อ.ประยุทธ์ห่วงประชาชนที่จะเดินทางมาที่ศาลจริงก็ควรแสดงความจริงใจด้วยการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางมารวมตัวที่ศาลและควรรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาลเพื่อให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยไม่ใช่ส่งเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจไปกดดันมวลชนถึงที่บ้านตามจังหวัดต่างๆเพื่อสกัดกั้นมวลชนไม่ให้เดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกฯที่ศาล

เงินทอนวัด”พุ่งเป้าขรก.-ดีเอสไอสสางปม”เณรคำ”ถวายเงินพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288583

เงินทอนวัด”พุ่งเป้าขรก.-ดีเอสไอสสางปม”เณรคำ”ถวายเงินพระ

ปปป, 20กค, เลขาฯปปท, พุ่งเป้าขรก-ดีเอสไอสสางปม, เงินทอนวัด, ขรก, เณรคำ, ปปท, ศอตช,  20กค, ดีเอสไอ, ปปป , สตง

 ศอตช.ผนึกกำลังสอบทุจริต “เงินทอนวัด”เผยรัฐจี้ให้รายงานทุกสัปดาห์ แจงเป้าสอบคือ”ขรก.” ระบุดีเอสไอสางปม”เณรคำ”ถวายเงินเงินพระชั้นผู้ใหญ่คาดชัดเจนเร็วๆนี้

          เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 – นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาคณัฐ(ป.ป.ท)ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตเงินทอนวัดว่าบ่ายวันนี้( 20ก.ค.)ศอตช.ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยป.ป.ท. ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ),กองบังคับการปราบปรามการประพฤติมิชอบ(ป.ป.ป. )สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)และสำงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ในฐานะเจ้าของเรื่องเพื่อกำหนดกรอบแนวทางการสืบสวนสอบสวนร่วมกัน และแบ่งภารกิจในการทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว

          “เนื่องจากรัฐบาลได้เร่งรัด โดยขอให้รายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ เนื่องจากเป็นคดีที่ละเอียดอ่อน และส่งผลต่อความรู้สักของประชาชน เบื้องต้นการตรวจสอบจะเน้นเอาผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เบิกจ่ายงบประมาณเป็นรายกรณีไป แต่จะไม่ก้าวล่วงถึงเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์ เนื่องจากพระสงฆ์ไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ”เลขาฯป.ป.ท.

ส่วนกรณี ที่มีผู้เรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีนายวิรพล สุขผล หรือ อดีตเณรคำ นำเงินไปถวายให้พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ นั้น นายประยงค์  กล่าว่า ประเด็นดังกล่าวดีเอสไอจะขยายผล ถึงเส้นทางการเงินของเณรคำว่า ไปอยู่กับใครบ้าง เชื่อว่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้

“ณัฐวุฒิ” ชี้ “เสื้อแดง” ช้ำจนชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/288571

“ณัฐวุฒิ” ชี้ “เสื้อแดง” ช้ำจนชา

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  20 ก.ค. 2560
คมชัดลึก, เสื้่อแดง, ณัฐวุฒิ, ชี้, เสื้อแดง, ช้ำจนชา, จตุพร, peace tv

“ณัฐวุฒิ” รุดเยี่ยม “จตุพร” ถึงเรือนจำ เผยร่างกายจิตใจเข้มแข็ง ไม่อยากนำเรื่องนี้เชื่อมโยงปรองดอง

“peace tv” ได้รายงานการให้สัมภาษณของนาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ได้เข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ถูกพิพากษาจำคุก 1 ปี  โดยระบุว่า ได้สนทนากับนายจตุพรเกี่ยวกับคดี และยังไม่รู้สึกวิตกมากนัก เพราะเป็นคดีหมิ่นประมาทโทษไม่ร้ายแรง รวมทั้งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ได้ยกฟ้องมาแล้ว จึงเดินทางมาศาลด้วยความไม่วิตกอะไร เมื่อศาลฎีกาพิพากษาแล้ว เราก็เคารพคำวินิจฉัย ส่วนนายจตุพร เข้าไปเรือนจำมีสุขภาพร่างกายและจิตใจเข้มแข็ง พร้อมที่จะยืนหยัดเผชิญกับความจริงในทุกสถานการณ์ และต้องผ่านให้ได้

“พวกเรารู้สึกเห็นใจและใจหาย เมื่อเลือกเดินบนเส้นทางนี้ด้วยตัวเราเอง เมื่อเลือกเดินตากฝน ต้องรู้ว่า เปียกปอนแล้วเหน็บหนาว แต่เราเชื่อว่า สักวันหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะกระจ่างชัดและรับทราบในสังคมว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มีจุดมุ่งหมายเพียงความเสมอภาคของทุกฝ่าย ไม่ได้มุ่งหมายไปทำลายฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด หรืออาฆาตแค้นกันแต่อย่างใด”

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การต่อสู้ย่อมมีความเจ็บปวดและบาดแผลเป็นธรรมดา รวมทั้งอิสรภาพของแกนนำ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าอิสรภาพของพี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์คนอื่นๆ วันนี้นายจตุพรสิ้นอิสรภาพ ก็เหมือนกับพี่น้องอีกหลายคนที่ต่อสู้ในสถานการณ์ทางการเมือง และยังไม่ได้รับอิสรภาพเช่นเดียวกัน ข้างในเรือนจำมีพรรคพวกเราอยู่หลายคน ฝากให้ดูแลกัน และนายจตุพรได้พบหน้ากันบ้างแล้ว ตนไม่กังวลว่า นายจตุพรจะปรับตัวในเรือนจำอย่างไร เพราะชีวิตพวกเราได้ปรับใจ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุกวัน แต่วันนี้เกิดกับนายจตุพร วันต่อไปอาจเกิดขึ้นกับคนอื่นอีก

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การค้นหาความจริงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ยังเป็นเรื่องต้องค้นหากันต่อไป สำหรับความจริงเป็นเรื่องไม่มีอายุความที่จะให้ปรากฏในประวัติศาสตร์ และเชื่อว่า ยังไม่มีการพิสูจน์ทราบความจริงใดๆที่จะเป็นเรื่องต้องห้ามเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า นปช.จะเดินอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะเดินในหลักการเดิม เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นพระประมุข ส่วนประธาน นปช.ถูกจองจำจะส่งผลกระทบหรือไม่ แต่องค์กร นปช.หล่อเลี้ยงกันด้วยแนวคิด อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน แม้ตัวบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลักการสำคัญยิ่งกว่า เรายังเคลื่อนไปตามหลักการและความจริงที่เป็นอยู่ เหลือกี่คนก็สู้ตามนั้น ถ้าไม่เหลือเลย ก็ขอให้เหลือสิ่งที่พูด ที่ยืนหยัด เชื่อว่า สักวันต้องมีคนเดินต่อ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ต้องการนำกรณีของนายจตุพร ไปเชื่อมโยนกับบรรยากาศปรองดอง เพราะจะกลายเป็นว่า เมื่อพรรคพวกถูกจำคุก ก็เอาการปรองดองมาเป็นตัวประกัน เรื่องนี้คิดแยกส่วนกัน ถ้าผู้มีอำนาจตั้งใจสร้างความปรองดองจริงๆ เราเรียกร้องสิ่งเดียวว่า การปรองดองต้องเกิดขึ้นภายใต้หลักการประชาธิปไตย

“ในสถานการณ์เฉพาะหน้าของไทยคือ ความขัดแย้งทางการเมือง เรื่องอื่นก็สำคัญเช่นกัน แต่ถ้าการปรองดองสามารถแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองได้ เรื่องอื่นก็เบาลงและง่ายขึ้น ถ้าผู้มีอำนาจมีความจริงใจเรื่องนี้ ต้องทำให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ส่วนชะตากรรมที่พวกผมเผชิญอยู่จะเกี่ยวข้องกับการปรองดองหรือไม่ ขอให้เป็นวิจารณญาณของประชาชน”

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตลอดเวลา 10 ปีในการต่อสู้นั้น มีความเสมอต้น เสมอปลายอยู่ที่มีคนฝ่ายหนึ่งถูกจองจำ พร้อมคดีความมากมาย ส่วนบางพวกนั้นขอให้ประชาชนพิจารณาจากข้อเท็จจริง ถ้าการสิ้นอิสรภาพของพวกตนทำให้เกิดการปรองดองบนหลักการประชาธิปไตย ก็ไม่ใช่สิ่งต้องเสียใจ แต่หากการปรองดองยังเดินต่อไปไม่ได้ และยังมีสิ่งบ่งชี้ถึงสถานการณ์จะหนักกว่าเก่า สิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ

“ส่วนจิตใจคนเสื้อแดงนั้น ต้องบอกว่า มันช้ำจนชา วันนี้เป็นการบอบช้ำเพิ่มขึ้น เราจะผ่านไปได้ต้องยืนหยัดในสถานการณ์นี้ให้ได้ เพราะเราไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งความเจ็บปวดจะเป็นพลังให้เรายืนหยัดได้”