เปิดอาคาร 76 ปีศรีธัญญา และศูนย์จิตธรรม รองรับผู้ป่วยด้านอารมณ์และจิตใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284047

เปิดอาคาร 76 ปีศรีธัญญา และศูนย์จิตธรรม รองรับผู้ป่วยด้านอารมณ์และจิตใจ

เปิดอาคาร 76 ปีศรีธัญญา และศูนย์จิตธรรม รองรับผู้ป่วยด้านอารมณ์และจิตใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เปิดอาคาร 76 ปีศรีธัญญา และศูนย์จิตธรรม โรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยทางจิตเวช ที่เจ็บป่วยทางด้านอารมณ์และจิตใจ ให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยในแต่ละปีมีผู้เข้ารับบริการ 115,567 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคจิตเภท ที่ โรงพยาบาลศรีธัญญา จ.นนทบุรี

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีธัญญา ร่วมเปิดอาคาร 76 ปีศรีธัญญา และศูนย์จิตธรรม โรงพยาบาลศรีธัญญา

โดยศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร เผยว่า ยุทธศาสตร์งานส่งเสริมสุขภาพจิตของประเทศไทย มุ่งเน้นให้เกิดการรับรู้และการร่วมสร้างสุขภาวะที่ดีของประชาชน นำไปสู่เป้าหมายหลักคือ “ประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข” ไม่มุ่งเน้นเฉพาะการบริการ แต่เป็นการสร้างแนวทางการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ ให้มีความสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ด้วยการทำงานร่วมกันของเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันพัฒนาทุนมนุษย์ให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นทุนทางสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

สำหรับ โรงพยาบาลศรีธัญญา เปิดให้บริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวช เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยทางจิตเวช ที่เจ็บป่วยทางด้านอารมณ์และจิตใจ ให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยมีความมุ่งมั่น สร้างสรรค์ และพัฒนาระบบการบริการผู้ป่วยจิตเวชมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการองค์กร การพัฒนาระบบบริการ และการส่งเสริมสนับสนุนวิชาการ ในแต่ละปีมีผู้เข้ารับบริการ 115,567 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคจิตเภท

ทั้งนี้ โรงพยาบาลได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในจิตเวชและยาเสพติด 5 ชั้น เริ่มก่อสร้างในปี 2558 และแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ใช้งบประมาณทั้งหมดจำนวน 58,700,000 บาท ให้ชื่อว่า “อาคาร 76 ปี ศรีธัญญา” เพื่อให้สอดคล้องกับวาระครบรอบการก่อตั้งโรงพยาบาลศรีธัญญา ปีที่ 76 โดยการจัดพื้นที่ในการให้บริการของอาคารผู้ป่วยในจิตเวชและยาเสพติด มีรายละเอียดดังนี้ ชั้นที่ 1 จัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาด้วยไฟฟ้า (ECT Center) และศูนย์ช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR Center) ชั้นที่ 2, 3 และ 4 เป็น หอผู้ป่วยสามัญชาย ชั้นที่ 5 เป็นห้องพักผู้ป่วยในพิเศษ (VIP) จำนวน 12 ห้อง

นอกจากนี้ โรงพยาบาลศรีธัญญา ได้จัดตั้ง “ศูนย์จิตธรรม” เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ใช้หลักการเจริญสติ สติบำบัด ธรรมะบำบัดในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวชสำหรับผู้ป่วยจิตเวช เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาค เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ได้ที่ มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา หมายเลขโทรศัพท์ 02-5287800 ต่อ 57136 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Srithany.go.th/srifound

รองเท้าบู๊ตคอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 70 ปีพาลาเดียม แบรนด์ดังจากฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284061

รองเท้าบู๊ตคอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 70 ปีพาลาเดียม แบรนด์ดังจากฝรั่งเศส

รองเท้าบู๊ตคอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 70 ปีพาลาเดียม แบรนด์ดังจากฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เท่ ในแบบฉบับรองเท้าบู๊ตสูง “PALLADIUM” แฟชั่นสุดฮิตของคนดังทั่วโลกจากฝรั่งเศส และครั้งแรกกับการปล่อยคอลเลคชั่นพิเศษ “PALLADIUM x BODYSLAM” ร่วมกับ “บอดี้สแลม” วงร็อกชื่อดังของเมืองไทย ในโอกาสครบรอบ 70 ปี พาลาเดียม

ศิรินพร ตัณฑุลวิสุทธิ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรสาสินทวี จำกัด  ผู้ก่อตั้งร้าน YEAH! ผู้นำเข้ารองเท้าพาลาเดียม กล่าวว่า ในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปีของ PALLADIUM รองเท้าที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานจากฝรั่งเศส มีต้นกำเนิดในปี 1920 จากเดิมเป็นโรงงานผลิตยางเครื่องบินให้กับกองทัพฝรั่งเศสที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป เมื่อสงครามยุติลงพวกเขาพบว่าสิ่งผู้คนต้องการมากหลังสงครามก็คือ “รองเท้า” ธุรกิจยางจึงพลิกโฉมมาเป็นโรงงานรองเท้าในประเทศฝรั่งเศส โดยได้ออกแบบรองเท้ารุ่นแรกที่ชื่อว่า “Pampa Hi” ในปี 1947 หรือเมื่อ 70 ปีก่อน เป็น บู๊ตกึ่งผ้าใบ เรียกว่ามีความโดดเด่น ด้วยคุณสมบัติที่เบากว่า ทนทานกว่า แถมยังมีหัวยางหนาๆ ป้องกันเท้าอีกด้วยถูกใจคนทำงานอย่างมาก สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส ด้วยรูปทรงที่ดูเรียบง่าย เข้ากับชุดทำงานทุกอาชีพได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาปรับรูปโฉมใหม่โดยอิงจากรูปแบบทรงดั้งเดิม

ด้วยคุณภาพบวกกับสไตล์ที่เท่และโดดเด่น PALLADIUM จึงเป็นแบรนด์รองเท้าที่ได้รับความนิยม และเป็นที่เลื่องลือมากในทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ในยุค 70’s จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่คนดังระดับโลก ทั้งดาราฮอลลีวู้ด และเซเลบริตี้คนดัง อาทิ แบรด พิทท์, เดวิด เบ๊คแฮม, ฟาร์เรลล์ วิลเลี่ยมส์ ฯลฯ ต่างยกให้รองเท้า PALLADIUM เป็นหนึ่งในรองเท้าแบรนด์โปรดและมักจากสวมใส่ให้เห็นกันบ่อยครั้งทั้งเวลาออกสื่อ และทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เพราะเป็นรองเท้าที่ใส่ลุยได้ในทุกที่และทุกสถานการณ์

ทั้งนี้ ในโอกาสที่ร้าน YEAH! ครบรอบ 21 ปี เช่นเดียวกับ แบรนด์ PALLADIUM ที่ครบรอบ70ปี ในปีนี้ เราจึงได้จัดทำรองเท้า PALLADIUM 5 รุ่น เป็นคอลเลคชั่นพิเศษ โดยมีศิลปินวงร็อกชื่อดังระดับประเทศของเมืองไทยอย่าง 5 หนุ่มวง BODYSLAM เป็นผู้ร่วมออกแบบรองเท้าและเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งวงครั้งแรก โดยได้แรงบันดาลใจจากเพลงร็อกสู่คอลเลคชั่นรองเท้าสุดพิเศษ PALLADIUM x BODYSLAM ภายใต้คอนเซ็ปต์ #walkwithme 5 แบบ 5 สไตล์ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นในเรื่องของน้ำหนักเบา การสวมใส่ที่สบายและรูปลักษณ์ที่ไร้ที่ติ สามารถแมทช์ได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว นอกจากนี้ ในแต่ละแบบนั้นยังเพิ่มความพิเศษขึ้นมาด้วยการมีโลโก้ สัญลักษณ์เครื่องหมายไม่เท่ากับ ≠ และ นกของวง BODYSLAM อยู่บนรองเท้าทุกคู่ในทั้ง 5แบบอีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงจนถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2560 ที่ byyeah.com หรือ ที่ร้าน YEAH! ทุกสาขา

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284092

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส …10 ส.ค.17.00 น. ..9 ส.ค.19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามเพ็ญศรี ลิขิตจิตถะ พร้อมบุตรธิดา เรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้

 

ll คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน และ ศศิณี ภัททิยกุล นายกสตรีวิทยาสมาคม พร้อมกก.และสมาชิก จัดงาน “รวมใจสร้างเยาวชน ร่วมพัฒนาคนเพื่อแผ่นดิน” พร้อมเยี่ยมชมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ โดยมี รศ.คุณหญิง
วงจันทร์
 พินัยนิติศาสตร์ ประธานมูลนิธิฯ ต้อนรับ10 ส.ค. 10.00 น. ณ บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ ซ.รัชดา36…

ll ต้อนรับเดือนแห่งวันแม่ “แลคตาซอยรักแม่ ปี 2560”เปิดโอกาสให้ลูกได้ถ่ายทอดความรักที่มีต่อแม่หัวข้อ “เขียนด้วยมือ… สื่อถึงใจ ให้แม่อ่าน” โดยถ่ายภาพของตนเองกับคุณแม่ พร้อมเขียนคำบรรยายบอกรักแม่ความยาวไม่เกิน
10 บรรทัด  http://www.facebook.com/lactasoyclub….

ll CAT Channel มีโครงการประกวดเรื่องสั้น Short film:Shortcuts แนวคิดเส้นทางลัด สู่ความสำเร็จในโลกธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มอบทุนการศึกษากว่า 5 แสนบาทเพื่อคนรุ่นใหม่

ll ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น จัดงานประกาศผลการตัดสินหนังสือดีเด่น รางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ครั้งที่ 14  ณ ห้อง Library1918 โรงแรมดุสิตธานี 3 ส.ค.บ่ายครึ่ง

ll วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก โดย พระธรรมบัณฑิต กก.มหาเถรสมาคมฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ ร่วมกับ กองทัพบก เชิญร่วมบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภคยารักษาโรค และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเด็ก เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย จ.สกลนคร บริจาคได้ที่ ศาลาโรงทานวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก

ll กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์นำทีมโดย มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ จัดกิจกรรมบรรเทาทุกข์ผ่านโครงการ “สยามรวมใจ ไทยช่วยไทย ช่วยผู้ประสบอุทกภัย” เชิญร่วมบริจาคสิ่งของ อาหารแห้ง บรรจุถุงยังชีพมอบให้แก่กองทัพบก เชิญบริจาคสิ่งของได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่

ll ในภาวะน้ำท่วมเช่นนี้ เอไอเอส โดย วิไล เคียงประดู่ ระดมทีมงานวิศวกรลงพื้นที่ดูแลเครือข่ายให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างไม่ติดขัด รวมถึงมอบอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน อาทิ พื้นที่ อ.เมืองและอ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พร้อมแจกสิทธิโทรฯ ฟรีได้ทุกเครือข่าย 50 นาที เป็นเวลา 30 วัน หลังจากได้รับ SMS แจ้งยืนยันจากทางเอไอเอส…

ll ยินดีกับฮาราลด์ ลิงค์ นักธุรกิจเยอรมันหัวใจไทย ที่นอกจากหุ้นชั้นดี บี.กริม เพาเวอร์ ราคาวิ่งกระฉูดขึ้นไม่หยุดลูกสาวคนเก่ง แคโรลีน ก็เพิ่งคลอดหลานชายฝาแฝดหน้าตาน่ารักน่าชังที่ฮ่องกงมาให้ชื่นชม

ll ศรีภูมิ-ม.ร.ว.วรรณาภรณ์ ศุขเนตร เพิ่งกลับจากเริงร่าพร้อมครอบครัวที่หมู่เกาะมัลดีฟส์ ได้ใกล้ชิดฉลามตัวเป็นๆ ส่งให้เพื่อนๆ ร่วมตื่นเต้นด้วยll

 
น้อง

เซเลบฯ เผยความผูกพันแม่-ลูก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284064

เซเลบฯ เผยความผูกพันแม่-ลูก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชีวิต

เซเลบฯ เผยความผูกพันแม่-ลูก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

3 เซเลบริตี้คุณลูกควงแขนคุณแม่ มาช็อปของขวัญวันแม่ในแคมเปญ “ROBINSON Loving Mom” (โรบินส์ ออน เลิฟวิ่ง มัม) พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความผูกพันอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อผู้หญิงคนสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชีวิต

เซเลบฯ สาวสวย พลิ้ว-อรฉัตร เลาหพล เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า “พลิ้ว” (Plew) กล่าวถึง คุณแม่คนเก่ง อารีรัตน์ เลาหพล ว่า “พูดได้เลยว่าที่พลิ้วประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ มาจากคำสอนและการปลูกฝังจากคุณแม่ คุณแม่จะใช้หลักธรรมะ สอนให้เราเดินสายกลาง ไม่ทำอะไรเกินตัว และให้เราเลือกทำในสิ่งที่ชอบ อย่างการทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้า ก็เป็นสิ่งที่พลิ้วชอบ ซึ่งคุณแม่ก็จะเป็นหน่วยที่คอยสนับสนุนและให้คำปรึกษา และถ้าหากเกิดปัญหา อย่างแรกที่คุณแม่พูดเสมอ คือ ให้ใช้สติ เพราะทุกปัญหาจะมีทางออกเสมอ ซึ่งการมีสติจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ดี และคำสอนอีกอย่างที่คุณแม่เน้นมาก นั่นคือความกตัญญู เพราะคนที่กตัญญูมักจะเจริญทุกคนค่ะ วันแม่ปีนี้พลิ้วก็เลยเป็นลูกกตัญญูด้วยการพาคุณแม่มาช็อปปิ้งของขวัญถูกใจทั้งกระเป๋าใบใหม่ และชุดบำรุงผิวพรรณที่คุณแม่ชอบ เห็นคุณแม่มีความสุข พลิ้วก็ดีใจและมีความสุขไปด้วยค่ะ”

ด้านเซเลบฯ สาวเก่ง ออม-ธัญชนก วัชโรทัย เจ้าของธุรกิจให้เช่าเรือยอชต์ บลู โวยาจ (Blue Voyage) เล่าถึงคุณแม่สุดที่รัก อุษา ชิดชนกนารถ ว่า “ออมสนิทกับคุณแม่มาก ไปไหนจะไปด้วยกันตลอด มีห่างกันก็แค่ช่วงที่ออมต้องไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่เด็กจนโตคุณแม่จะคอยสอนและปลูกฝังในเรื่องของความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ ซึ่งออมนำมาใช้กับตัวเองทั้งในเรื่องการเรียน และยิ่งตอนนี้ออมทำธุรกิจให้เช่าเรือยอชต์ เรื่องความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ออมนำมาใช้กับธุรกิจ จนทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งออมต้องขอขอบคุณคำสอนดีๆ ของคุณแม่ รวมทั้งเวลาที่ออมมีปัญหา คุณแม่จะเป็นคนแรกๆ ที่ออมนึกถึง เพราะคุณแม่จะเป็นผู้ฟังที่ดี และจะมีคำแนะนำที่ดีที่ทำให้ออมสามารถผ่านปัญหาไปได้ทุกครั้งค่ะ สำหรับวันแม่ปีนี้ ออมมีแผนอยากให้คุณแม่สวยและมีความสุขที่สุด ก็เลยพามาช็อปเสื้อผ้า และเครื่องประดับ เพื่อไปดินเนอร์ด้วยกันค่ะ”

ขณะที่เซเลบฯ หนุ่มหล่อ พีเจ-จิรวุฒิ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ที่ปัจจุบันเหลืออีกแค่ปีกว่าๆ ก็จะได้เป็นบัณฑิตหนุ่มจากรั้วธรรมศาสตร์ ที่มาร่วมบอกเล่าถึงซุปเปอร์มัม เตือนใจ ประภากร ว่า “คุณแม่เป็นเหมือน “เพื่อน” เวลามีปัญหาอะไร ผมสามารถปรึกษาคุณแม่ได้ทุกเรื่อง คุณแม่จะค่อยๆ อธิบายให้เราเห็นภาพของปัญหา เข้าใจเหตุและผลของมัน เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นเหมือนการฝึกให้คิดอย่างมีระบบ ทำให้ผมติดนิสัยนำมาปรับใช้ในการเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมได้จากคุณแม่ นั่นคือการสอนให้ลงมือทำมากกว่าการพูด เพราะการลงมือทำจะทำให้เราได้ลองผิด ลองถูก เป็นประสบการณ์ของชีวิต ทำให้เราจดจำได้มากกว่าการสอนด้วยคำพูด ซึ่งไม่ว่าจะทำอะไรคุณแม่ก็จะเป็นกำลังใจที่สำคัญในทุกๆ ครั้ง วันแม่ปีนี้ก็เลยตั้งใจที่จะซื้อของขวัญเพื่อแทนความรัก ความห่วงใยที่มีให้คุณแม่ ซึ่งก็คือ นาฬิกา เพราะเป็นของที่ใช้ติดตัว เวลาใช้ก็จะได้นึกถึงหน้าลูกชายคนนี้ และอีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้คุณแม่มากๆ นั่นคือ ชุดและอุปกรณ์เล่นโยคะ เพราะอยากให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่กับพีเจไปอีกนานๆ ครับ”

อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ทิ้งท้ายว่า เทศกาลวันแม่ปีนี้ โรบินสัน ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบความสุขแก่ “คุณแม่” ทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญ ROBINSON Loving Mom (โรบินส์ ออน เลิฟวิ่ง มัม) ด้วยการคัดสรรสินค้าที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ของขวัญวันแม่ทุกสไตล์ ทั้งคุณแม่สไตล์เวิร์กกิ้งวูแมนคนเก่ง คุณแม่ที่เป็นแม่บ้านยุคใหม่ คุณแม่มือใหม่ และคุณแม่รักสุขภาพที่ชื่นชอบการฟิตแอนด์เฟิร์ม เพื่อช่วยรังสรรค์ให้วันแม่ปีนี้เป็นปีที่พิเศษสุดและประทับใจนักช็อปทั้งคุณแม่และคุณลูก

นอกจากนี้ โรบินสัน ยังร่วมกับแบรนด์ชุดชั้นในสตรีวาโก้ เพื่อรณรงค์ให้นักช็อปทั้งคุณแม่และคุณลูก หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการตระหนักรู้ถึงโรคมะเร็งเต้านมในสตรี ในกิจกรรม “วาโก้โบชมพู สู้มะเร็งเต้านม” ด้วยการมอบสิทธิพิเศษ เพียงช็อปผลิตภัณฑ์วาโก้ รับฟรีบัตรตรวจเอกซเรย์เต้านม ที่โรงพยาบาลชั้นนำ 28 แห่ง และสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว รับฟรี Balancing Bra (บาลานซ์ซิ่ง บรา) โดยติดต่อรับได้ที่เคาน์เตอร์ วาโก้ โรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ และศูนย์การค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2560

บุญใหญ่โครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรฝังเพชร พระธาตุท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284067

บุญใหญ่โครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรฝังเพชร พระธาตุท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

บุญใหญ่โครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรฝังเพชร พระธาตุท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วัดพระธาตุท่าอุเทน กองทุนสืบสานธรรม และมูลนิธิธรรมดี เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงิน หรือ ทองคำ 96.5% ในโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรฝังเพชร พระธาตุท่าอุเทน ซึ่ง สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เพื่อรักษายอดฉัตรพระธาตุท่าอุเทนให้คงสภาพสมบูรณ์สง่างาม ถวายเป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนและเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมคู่แผ่นดินไทยสืบไป

พระธาตุท่าอุเทน คือ พระพุทธสารีริกธาตุเจดีย์ที่สำคัญและเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขงทั้งสองแผ่นดิน ไทย-ลาว ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุท่าอุเทน ตำบลท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม นำสร้างโดยพระอาจารย์สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน พระอริยสงฆ์ผู้สำเร็จ 4 ธาตุ นับเป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้ ยอดสูงสุดของพระธาตุหรือยอดฉัตรพระธาตุสื่อถึงพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ อันเป็นการบรรลุเป้าหมายสูงสุดของคำสอนและการปฏิบัติทางพุทธศาสนา

พระธาตุท่าอุเทน ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่า 105 ปี จนทำให้องค์พระธาตุและยอดฉัตรพระธาตุสึกกร่อนเสียหายทรุดโทรมลง ด้วยเหตุนี้ วัดพระธาตุท่าอุเทน กองทุนสืบสานธรรม และมูลนิธิธรรมดี จึงร่วมกันจัดตั้งโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรฝังเพชรพระธาตุท่าอุเทน โดยเปิดรับเงินปัจจัย และ ทองคำ 96.5% เพื่อทำทองคำหุ้มฉัตรและยอดเจดีย์ตามโครงเดิม โดยจะหุ้มทองคำบริเวณฉัตร 5 ชั้น ไปจนถึงยอดฉัตรบนสุดทรงดอกบัว รวมความสูงประมาณ 4 เมตร 50 เซนติเมตร ซึ่งต้องใช้ทองคำน้ำหนักประมาณ 16 กิโลกรัม และฝังเพชรแท้ที่ยอดฉัตร

ทั้งนี้ สมเด็จพระวันรัต ประธานฝ่ายสงฆ์ของโครงการ จะเป็นประธานรับการถวายทองคำ ในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2560 เวลา 14.00 น. ณ ตึก 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร และในวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560 เวลา 13.00 น. ณ วัดพระธาตุท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญโดยบริจาคเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนสืบสานธรรม” ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 111-430611-9 ได้จนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ทุกการบริจาค 5,000 บาท ผู้บริจาคจะได้รับการเขียนชื่อ นามสกุล หรือ ตระกูล (จำนวน 1 ชื่อ) ลงในแผ่นทองคำแท้ที่จะนำไปหล่อเพื่อหุ้มฉัตรและยอดเจดีย์ทองคำ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.098-9454265 หรือ 086-9822915 หรือ มูลนิธิธรรมดี Official Line @dfoundation

พิธีบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ 86 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284075

พิธีบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ 86 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พิธีบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ 86 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นาค ทั้ง 86 รูป บรรพชาเป็นสามเณร ถ่ายรูปหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ณ วัดบวรนิเวศวรวิหาร เป็นที่ระลึกด้วยความปลาบปลื้มและยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ถือเป็นสิริมงคลและมหากุศลอย่างยิ่ง ที่ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ และคณะ ได้มาบรรพชาสามเณร 86 รูป ที่วัดบวรนิเวศวรวิหาร และได้เข้าเฝ้าถวายพระพร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังความปลาบปลื้มปีติ โสมนัส ให้กับเจ้าภาพ แขกผู้มีเกียรติที่มาบรรพชาสามเณรในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

ณ วัดบวรนิเวศวรวิหาร เมื่อวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2560 ดร.ศุลีมาศ  สุทธิสัมพัทน์ ประธานมูลนิธิสถานฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร และประธานโครงการบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติฯ ได้นำเยาวชนผู้เข้ารับการบรรพชา จำนวน 86 คน เข้าถวายตัวเป็นสามเณร ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวรวิหาร ซึ่งพระธรรมมงคลวุฒาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวรวิหาร เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ และเป็นพระอุปัชฌาย์สามเณรเฉลิมพระเกียรติ 86 รูป โดยมี ชัยพรรษ เสริมสุวรรณ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และทูลเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม พุทธสถานตุลาการเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานศาลยุติธรรม ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม-13 สิงหาคม 2560 โดยบรรพชาเป็นเวลา 20 วัน และทำพิธีปลงผม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่ศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยมี ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ เป็นประธานในพิธีกล่าวอาเศียรวาทต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และผู้ปกครองของสามเณร และ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ได้นำผมไปลอยที่แม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดอรุณราชวราราม  มหาราชวรวิหาร ส่วนบรรยากาศภายในงานพิธีบรรพชาสามเณรในวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2560 นั้น เนืองแน่นไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครอง และผู้มีจิตศรัทธา ต่างมาด้วยจิตใจเดียวกัน คือ เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขกันถ้วนหน้า

ชัยพรรษ เสริมสุวรรณ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์

ชัยพรรษ เสริมสุวรรณ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ประธานในพิธี เปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

การบรรพชาครั้งนี้ สามเณรทุกรูปสมัครใจและยินดีที่ขอบวชด้วยตนเอง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อถวายให้ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน และในครั้งนี้สามเณรได้จำวัด ที่ศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม พุทธสถานตุลาการเฉลิมพระเกียรติ ทั้ง 20 วัน
โดย ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ได้มาให้ความรู้กับสามเณรทั้ง 86 รูป พร้อมได้จัดเพื่อนๆ อภิธรรมบัณฑิตและฆราวาสที่มีความรู้ทางด้านธรรมะสูงมาให้ความรู้แก่สามเณรทั้ง 86 รูปในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายทางวัดบวรนิเวศวรวิหาร พระโอ๊ต ได้จัดพระอาจารย์มาให้ความรู้ให้สามเณรเช่นกัน วันละ 1 รูป สามเณรนอกจากการทำวัตรเช้าเย็น แล้ว ยังสวดบทสวดภาวนาต่างๆ ทั้งพระปริตร และปฏิบัติธรรม ปฏิบัติจิต นั่งสมาธิ เดินจงกลมและเรียนรู้ทั้งทางด้านพระพุทธประวัติตามรอยสังเวชนียสถาน 4 และโอวาทปาติโมกข์ มงคลชีวิตและอื่นๆ อีกมากมาย ยังความปลาบปลื้มให้แก่สามเณรทั้ง 86 รูป เป็นอย่างยิ่ง

ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ประธานโครงการบรรพชาสามเณร 86 รูป นำมาลัยถวายสมเด็จ
พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ด้วยความปลื้มปีติยินดี

พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ แนะนำ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ประธานโครงการบรรพชาสามเณร 86 รูป

กับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ประธานในพิธี ชัยพรรษ เสริมสุวรรณ ถวายผ้าไตรแด่ พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

สำหรับกำหนดการในวันที่ 10 สิงหาคม 2560 มีการเลี้ยงฉลองสามเณรใหม่ ที่ศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมพุทธสถานตุลาการ
เฉลิมพระเกียรติ คลองโยง และเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งมี พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ พร้อมคณะพระรวม 9 รูป เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร การตักบาตร 2 ครั้ง ที่หน้าโรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ และได้มีการกล่าวอาเศียรวาท โดย ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานโรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ เป็นประธานในพิธี ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 ช่วงเช้า ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) และในวันที่ 11 สิงหาคม 2560 เวลา 13.00 น. จะมีการเทศมหาชาติ โดย พระมหากิตติศักดิ์ จากวัดโพธิ์ ท่าเตียน ส่วนพิธีลาสิกขาบทจัดขึ้นในวันที่ 13 สิงหาคม 2560 ที่ศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมพุทธสถานตุลาการเฉลิมพระเกียรติ คลองโยง ในวันสุดท้าย สามเณรจะได้รับเกียรติบัตรจาก เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต 1 ใบ และจากอธิบดีศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์ เซ็นร่วมกับ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ประธานโครงการบรรพชาสามเณร 86 รูป อีก 1 ใบ ซึ่งสามเณรทุกรูปตั้งใจเรียนและปฏิบัติอย่างดียิ่ง และรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้สร้างมหากุศลในครั้งนี้

ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ประธานโครงการบรรพชาสามเณร 86 รูป กล่าวถวายตัวนาคให้แด่พระอุปัชฌาย์ พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ เพื่อทำการบรรพชาสามเณรทั้ง 86 รูปต่อไป

ในนามปวงชนชาวไทย ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกโปรดอภิบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญด้วยจตุรภัทรมงคล ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานปราศจากโรคาพยาธิ ทรงพระเกษมสำราญ และสถิตเป็นมิ่งขวัญของชาติและพสกนิกรชาวไทยสืบต่อไป ตราบนิรันดร

ทั้งนี้ ขอบพระคุณและอนุโมทนากับผู้ที่มาร่วมพิธีบรรพชาสามเณร และร่วมช่วยบรรพชาสามเณรในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง อาทิ พล...นพ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ประธานมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯณัฐพัชร์ อินทุภูติ นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯพลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ,ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรมคุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ สมาคมแม่ดีเด่น แห่งชาติ กรุงเทพมหานครสายพิณ พหลโยธินมุกดา เอื้อวัฒนะสกุลศักดา สัจจะมิตรลลิสา จงบารมี และแขกผู้มีเกียรติ คณะทำงาน รวมถึง คณะอภิธรรมบัณฑิตและฆราวาสที่มาให้ความรู้แก่สามเณรทั้ง 86 รูป เช่น ผู้ช่วย ศ.นพ.โรจน์รุ่ง สุวรรณสุทธิรศ.ปัญจางค์ สุขเจริญ เป็นต้น ซึ่งทุกคนล้วนมีใจเดียวกัน คือ เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ประธานในพิธี ประธานโครงการบรรพชา และแขกผู้มีเกียรติถ่ายรูปกับนาคทั้ง 86 รูป เป็นที่ระลึก

ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, สายพิณ พหลโยธิน และ มุกดา เอื้อวัฒนะสกุล มอบผ้าไตรแก่นาคทั้ง 86 รูป

ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ นำ สายพิณ  พหลโยธิน, มุกดา เอื้อวัฒนะสกุล ฯลฯ

ถือผ้าไตรถวายพระพรแสดงความจงรักภักดี

ผู้แทนจากอธิบดีกรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน จากกระทรวงยุติธรรม, ผู้อำนวยการบ้านมุทิตา บ้านอุเบกขา ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร พร้อมด้วยพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และผู้ปกครองนาค

ภญ.อาภรณ์ สายเชื้อ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ และผู้ปกครองนาค

ศักดา สัจจมิตร, ดร.อาทิตย์ ทรัพย์บุญเสรี, หมอพล หิรัณยศิริ

และนักศึกษา ธรรมานามัย จากมูลนิธิชีวิตพัฒนา พร้อมผู้ปกครองนาค

คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์

และบุตรชาย ธีรรัถต์ สุทธิสัมพัทน์ รับเสด็จ สมเด็จพระสังฆราชฯ

ภญ.อาภรณ์ สายเชื้อ, ชัยพรรษ เสริมสุวรรณ ประธานในพิธี

และคณะจากกระทรวงยุติธรรม ศาลยุติธรรม รับเสด็จ สมเด็จพระสังฆราชฯ

เลขาและนักศึกษาจากมูลนิธิชีวิตพัฒนาของ พล.ร.อ.นพ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ รับเสด็จสมเด็จพระสังฆราชฯ

ชวนเที่ยวเดือนสิงหาฯ มหัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284062

ชวนเที่ยวเดือนสิงหาฯ มหัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี

ชวนเที่ยวเดือนสิงหาฯ มหัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักวิเคราะห์และนักวิชาการด้านสุขภาพ กระตุ้นรุ่นใหม่ตื่นตัวกับกระแสการดูแลสุขภาพทางเลือก มาดูแลชีวิต ชื่นชมสมุนไพรไทย พร้อมเชิญชวนท่องเที่ยวเดือนสิงหาคม ชมนานากิจกรรมและการจัดนิทรรศการผ้าไทย แฟชั่นโชว์ผ้าไทยในงาน “มหัศจรรย์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี” ผ่านรายการโทรทัศน์-วิทยุ และอินเตอร์เนต

นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธาน TCN วิทยากรและนักวิเคราะห์ด้านท่องเที่ยว-สุขภาพ ในรายการโทรทัศน์-วิทยุ พร้อมด้วย เภสัชกร ดร.อธิวัฒน์ สินรัชตานันท์ นักวิชาการด้านสุขภาพและผู้ทรงคุณวุฒิด้านสมุนไพรและศาสตร์แพทย์ทางเลือก และ
อ.นิดาวรรณ เพราะสุนทร นักวิชาการ-นักวิจัย และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต และยังเป็นพิธีกรทั้งรายการโทรทัศน์-วิทยุ หลายรายการ ร่วมกันนำเสนอประเด็นสุขภาพกับศาสตร์แห่งแพทย์ทางเลือก รวมทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ผ่านรายการโทรทัศน์-วิทยุ-อินเตอร์เนต ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้สังคมได้ตื่นตัวกับกระแสการดูแลสุขภาพด้วยการใช้ศาสตร์แพทย์ทางเลือก หรือ สุมนไพรที่ผ่านขบวนการค้นคว้าวิจัยมาดูแลสุขภาพ

“ต้องชื่นชมกับผลงานในหลายๆ เรื่องของรัฐบาล ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ผลักดันและสนับสนุนเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพรไทยให้เติบโตก้าวไกล ต้องการให้เกิดรายได้ออกไปยังท้องถิ่น เพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงและยั่งยืน จนกระทั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯ ททท. ได้ร่วมกับหลายหน่วยงานออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อจะได้กระจายรายได้ออกไปสู่ท้องถิ่น ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เน้นย้ำในเรื่องการกระจายรายได้จากภาคการท่องเที่ยวไปสู่ชุมชน สู่รากหญ้ามากยิ่งขึ้น หรือกระทรวงมหาดไทย ได้นำเสนอ 38 จังหวัด อยู่ใน 8 คลัสเตอร์ท่องเที่ยว ที่คัดเลือกไว้ให้เป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว เพื่ออยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวของเมืองรอง

วิทยากรทุกคนในรายการให้ความสนใจด้านนวัตกรรมสุขภาพทางเลือก เพราะได้เห็นประโยชน์และคุณสมบัติจากการที่เราเลือก
ใช้เอง สิ่งที่ได้ก็คือ สุขภาพเราแข็งแรง จากการเดินทางไปงานด้านท่องเที่ยว Healthly&Wellness ในหลายๆ ประเทศ เขาก็ตื่นตัวด้านนี้ เราก็เลยอยากถ่ายทอดความรู้ดังกล่าว ซึ่งวิทยากรของเรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้คนรุ่นใหม่สังคมได้ตื่นตัวกับการดูแลสุขภาพ ประเทศไทยมีนวัตกรรมทางเลือกหลายด้าน เรามีสปาที่มีชื่อได้รับรางวัลติดอันดับโลก รวมทั้งนวัตกรรมทางการแพทย์ ขณะนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวพร้อมเช็คอัพสุขภาพ หรือทำศัลยกรรมความงามไปด้วย กำลังสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล”

ด้าน อ.นิดาวรรณ เพราะสุนทร กล่าวว่า ประเทศไทยเรามีสิ่งดีๆ ในหลายๆ เรื่อง ตนเองแม้เป็นนักกฎหมาย เป็นนักวิจัย แต่ก็สนใจการดูแลสุขภาพค่อนข้างมาก ออกกำลังกายทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เราเป็นนักเดินทาง ท่องเที่ยวและเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์-วิทยุ ควบคู่กับงานประจำ ได้เห็นการพัฒนาการเติบโตทางด้านศาสตร์แพทย์ทางเลือก ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะเป็นผู้นำทางด้านนี้ เพราะประเทศเรามีวัตถุดิบประเภทนี้เยอะ โดยเฉพาะสมุนไพร อย่างในสหรัฐอเมริกา เขาตื่นตัวด้านนี้มาก ใช้สมุนไพรที่ผ่านขบวนการค้นคว้าวิจัยมาใช้รักษาโรค ผู้คนสามารถเลือกรักษาได้ กฎหมายเขาเปิดกว้างด้านนี้

“เราทั้งสามคนได้นำประเด็นนี้ออกมานำเสนอผ่านการวิเคราะห์ ทั้งในรายการ Travel&Health Variety (ทราเวิล&เฮลท์
วาไรตี้) ทางช่องบางกอกแชนแนล และช่องไอเอ็นเอ็น, รายการทอล์กทั่วไทย(Talk ทั่วไทยไปทั่วโลก) ทางช่องTravel channel(ช่องท่องเที่ยว) รายการสนทนาสารพัน และรายการยิ้มกับข่าว ทาง FM 89.5 หรือแม้กระทั่งรายการวิเคราะห์ข่าวการเมือง-สังคม-ท่องเที่ยวทางรายการ “ตรงประเด็น” (ช่องสุวรรณภูมิทีวี) และรายการวิเคราะห์ข่าววาไรตี้ “รายการที่นี่..สุวรรณภูมิ” ซึ่งทั้งหมดดูผ่านช่องทีวี-อินเตอร์เนต-ออนไลน์ ในมือถือทุกเครือข่าย เราหวังให้คนไทยมีสุขภาพดีและอายุยืนด้วยความมั่นคง มั่งคั่งทางสุขภาพ”

สำหรับในเดือนสิงหาคมนี้ จะนำเสนอรายการพิเศษ “ตามรอยศาสตร์พระราชา” และ “งานมหัศจรรย์ผ้าไทย..เทิดไท้องค์ราชินี” และกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม โดย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือนสิงหาคมนี้ เป็นเดือนที่มีความสำคัญสำหรับคนไทย เพราะเป็นเดือนวันแม่แห่งชาติ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนกิจกรรมที่มีจะเริ่มตั้งแต่เทศกาลดนตรีฤดูฝน Raincoat Music Fest 2017 วันที่ 4-5 สิงหาคม ที่ Jolly Land เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิตได้มีสีสันเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ฟังเพลงเพราะๆ กับเหล่าศิลปินในงาน อาทิ อ๊อฟ- ปองศักดิ์, Mild, Instinct Chilling Sunday พร้อมขบวน FoodTruck คาราวานรถบ้านและงานปั่นชมหมอก..กอดดอกไม้ ที่เขาค้อ เช่นกัน ท่ามกลางสายหมอกของขุนเขา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส

แล้วยังมีงานเทศกาลเที่ยวหอยหิน กินลำไย ไหว้หลวงปู่ขาว วันที่ 4-6 ส.ค.ที่ จังหวัดหนองบัวลำภู, งานตามรอยเสด็จประพาสต้น พ่อหลวงเมืองนครสวรรค์ วันที่ 11-12 สิงหาคม ณ วัดพระปรางค์เหลือง ชมนิทรรศการตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง สินค้าโอท็อป และในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ทั่วประเทศ จะมีกิจกรรมการจัดพิธีศาสนสงฆ์ ทำบุญใส่บาตรเพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร และก็มาที่งานใหญ่วันที่ 19-20 สิงหาคม ที่ จังหวัดเชียงใหม่ คือ งานมหัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี ซึ่งเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมผ้าไทย มีการจัดนิทรรศการผ้าไทยในแต่ละภูมิภาคของประเทศ จัดแสดงหมู่บ้านผ้าไทย และการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทยที่ยิ่งใหญ่ เพราะจะมีเหล่าเซเลบริตี้คนดังไปร่วมใส่ผ้าไทยโชว์ในงานด้วย

ทั้งนี้ สามารถติดตามเรื่องราวทั้งนวัตกรรมสุขภาพ กิจกรรมเที่ยวเมืองไทยเดือนสิงหาคม พร้อมสาระที่น่าสนใจได้จากรายการ
ดังกล่าวข้างต้น สด Live พร้อมช่อง-ทางอินแตอร์เนต-ออนไลน์-วิทยุ และทาง Youtube ได้ทางสมาร์ทโฟนทุกรายการ ส่วนแฟนคลับคนรุ่นใหม่กับแฟนคลับวัยเก๋าสูงวัย เตรียมทำกิจกรรมร่วมกันกับโครงการเที่ยวสนุก…สุขภาพดี ได้ในเร็วๆ นี้

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ล่าสุดจากNo7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284045

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ล่าสุดจากNo7

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ล่าสุดจากNo7

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผิวที่แลดูสุขภาพดีคือสุดยอดความปรารถนาแห่งความงามสำหรับผู้หญิงทุกคน No7 จึงได้รังสรรค์สกินแคร์อันทรงคุณค่า “No7 Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence” สุดยอดสกินแคร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยส่วนประกอบจากนวัตกรรมชั้นนำที่ช่วยให้ผิวที่ดูเหนื่อยล้า ไร้ชีวิตชีวากลับมาดูกระจ่างใสและสุขภาพดีขึ้น

โดยผลิตภัณฑ์นี้จะมอบคุณค่าวิตามินซีบริสุทธิ์ 5% ที่นับว่าเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ตามธรรมชาติให้กับผิวทั้งยังถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผิวได้อย่างตรงจุด :

● ลดปัญหาสีผิวที่เข้มขึ้น

● ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว

● คุณสมบัติด้านแอนตี้ออกซิแดนท์

● เพิ่มความเปล่งปลั่งให้กับผิว

นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อทำให้วิตามินซีนั้นสามารถคงเอาไว้ซึ่งประสิทธิภาพก่อนมอบพลังแห่งความกระจ่างใสสู่ผิวของคุณ ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยกักเก็บประสิทธิภาพของวิตามินซีโดยแยกตัววิตามินซีออกจากเนื้อเอสเซนส์เมื่อต้องการใช้งานเพียงแค่นำส่วนผสมทั้งสองมาผสมเข้าด้วยกันแล้วทาทั่วใบหน้าวันละสองครั้งก็จะมอบผลลัพธ์ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส

พบกับ No7 Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence ได้แล้วที่บู๊ทส์ทุกสาขา

แพทย์แนะคนไทยห่างไกลโรคNCDได้ เพียงปรับพฤติกรรมด้วยหลัก 3 อ 2 ส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284054

แพทย์แนะคนไทยห่างไกลโรคNCDได้ เพียงปรับพฤติกรรมด้วยหลัก 3 อ 2 ส

แพทย์แนะคนไทยห่างไกลโรคNCDได้ เพียงปรับพฤติกรรมด้วยหลัก 3 อ 2 ส

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข จัดมหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCD Forum 2017) ประชุมวิชาการเพื่อการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ โดยระดมผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการป้องกันปัญหาโรคไม่ติดต่อในระดับชาติ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บูรณาการโรคไม่ติดต่อยุคไทยแลนด์ 4.0” หลังพบว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตของประชากร 3 ใน 4 มีสาเหตุจากโรคไม่ติดต่อ

นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อม นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดมหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCD Forum 2017) ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการเพื่อการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในการป้องกันปัญหาโรคไม่ติดต่อในระดับชาติ และในปีนี้ใช้ชื่องาน “มหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCD Forum 2017)” ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บูรณาการโรคไม่ติดต่อยุคไทยแลนด์ 4.0”

 

นายแพทย์ธวัช กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบว่า อัตราการเสียชีวิตของประชากร 3 ใน 4 มีสาเหตุมาจากโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งโรคดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อโรค แต่เป็นผลจากการมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารหวาน มัน เค็มมาก พักผ่อนน้อย และมีความเครียด ส่งผลให้ความดันเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงขึ้น น้ำหนักตัวเกิน จนกระทั่งอ้วน ส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อตามมา

สถานการณ์โรคไม่ติตต่อ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความชุกของโรคก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 และ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 ตามลำดับ พบว่า ความชุกของเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 6.9 เป็น 8.9 และความชุกของความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น จาก 21.4 เป็น 24.7 ตามลำดับ ทั้งนี้ การจัดการเพื่อลดการเกิดโรคไม่ติดต่อ ควรเริ่มด้วยการจัดให้มีระบบบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และการผลักดันให้มีนโยบายสาธารณะ เพื่อจัดการลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรค ซึ่งนโยบายสาธารณะและยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการปัญหาโรคไม่ติดต่อ คือยุทธศาสตร์โรคไม่ติดต่อและยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือ ตลอดจนการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งต้องเป็นความร่วมมือของทุกภาคีเครือข่ายและประชาชนทุกภาคส่วน

นายแพทย์ธวัช กล่าวต่อไปว่า ในการดำเนินงานเพื่อจัดการกับโรคไม่ติดต่อดังกล่าว กระทรวงสาธรณสุข โดยกรมควบคุมโรค ในฐานะที่เป็นกรมวิชาการ มีบทบาทหน้าที่ในการนำวิชาการและเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการควบคุมโรคไม่ติดต่อ ให้มีขีดความสามารถ มีโอกาสและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น และกลับไปพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เพื่อควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่ออย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ

“โรคไม่ติดต่อน่ากลัวก็จริง แต่ทุกคนสามารถป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยหลัก 3 อ 2 ส ดังนี้ อ ที่ 1 อาหาร ทานอาหารแต่พอดี งดทานอาหารหวาน มัน เค็ม ควรมีผักหรือผลไม้ในอาหารทุกมื้อ อ ที่ 2 คือ ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ วันละครึ่งชั่วโมง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน อ ที่ 3 คือ อารมณ์ ทำจิตใจให้แจ่มใส พักผ่อนให้เพียงพอ ส ที่ 1 คือ ไม่สูบบุหรี่ ซิการ์ ยามวน ยาเส้น และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่  และ ส ที่ 2 คือ ลดการดื่มสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มมึนเมา ที่สำคัญ ประชาชนควรตรวจเช็คสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะการเจาะเลือด ดูค่าน้ำตาล ค่าไขมัน การทำงานของตับและไต การวัดความดันโลหิต สิ่งที่ควรทำบ่อยๆ เพื่อประเมินสุขภาพ คือ การชั่งน้ำหนัก การวัดรอบเอว ว่าเพิ่มขึ้นหรือยัง ซึ่งการตรวจเช็คเหล่านี้ สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เพียงมีเครื่องชั่งน้ำหนัก และตลับเมตร หรือสายวัดรอบเอว หรือหากไม่มี ก็สามารถไปรับบริการได้ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านท่านทุกแห่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422”

เลือก แฟชั่น ‘บรา’ อย่างไรให้มี ฟังก์ชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284051

เลือก แฟชั่น ‘บรา’ อย่างไรให้มี ฟังก์ชั่น

เลือก แฟชั่น ‘บรา’ อย่างไรให้มี ฟังก์ชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัญหาหนักอกของสาวๆ ที่มักซื้อ “บรา” มาแล้วใส่ไม่พอดี อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่มักเน้นเรื่องของ แฟชั่น มากกว่าความใส่ใจใน ฟังก์ชั่น” ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพปวดหลัง ปวดไหล่ บรากดทับ ฯลฯ ตามมา ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพ และทำให้เสื้อผ้าดูดร็อป มากกว่าโดดเด่น

เทสโก้ โลตัส โดย อิต้า เชอร์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและพาณิชย์ แผนกสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จึงร่วมกับ ชุดชั้นในซาบีน่า โดย วีราภรณ์ เนตรคง Trade Marketing & Retail Boutiques Shop Manager จัดงาน Tesco Lotus Bra Fair with Sabina อกสวยเราช่วยได้” มหกรรมลดราคาชุดชั้นในครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี! พร้อมเชิญ กรรณิการ์ บัวทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบราจากซาบิน่า มาแนะเคล็ดลับการเลือกบราอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้สาวๆ ได้ค้นหา “บราที่ใช่ ไซส์ที่เป๊ะ” ในแบบของคุณ! ณ บริเวณแผนกสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เทสโก้ โลตัส สาขาเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา เมื่อวันก่อน

กรรณิการ์ บัวทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบราจากซาบิน่า เผยว่า “ผู้หญิงเราจะชอบจำไซส์ชุดชั้นในขนาดเดิมๆ ที่เคยวัดเคยซื้อมาแล้ว เช่น A75 B75 ก็จะเลือกซื้ออยู่ไซส์เดียว ซึ่งจริงๆ แล้วต้องวัดทุกครั้งก่อนการเลือกซื้อ เพราะสรีระของผู้หญิงเรามีการเปลี่ยนแปลงทุกเดือน ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วย เช่น การออกกำลังกาย การกินยา หรือคุณแม่หลังคลอดก็เช่นกัน สาเหตุต่างๆ เหล่านี้ อาจทำให้ไซส์หน้าอกหรือรอบตัวเปลี่ยนไป”

“ข้อแรกเลยควรเริ่มจากการใส่ใจ การสังเกตตัวเองในแต่ละวัน ว่าวันนี้เราใส่ชุดชั้นในรู้สึกคับไป หลวมไป สบายตัวมั้ย อย่างตะขอที่เค้ามีไว้ให้ 3 ระดับ ก็ทำมาเพื่อให้ปรับใช้ในแต่ละวัน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวอันเดิมๆ ทุกวัน ส่วนปัญหาที่พบเจอบ่อยที่สุดจะมีอยู่ 6 ปัญหาหลักๆ คือ 1.โครงชุดชั้นในกดทับหน้าอก 2.มีเนื้อหน้าอกเกินออกมา 3.คัพไม่พอดี ทำให้หน้าอกดูหย่อนคล้อย 4.สายชุดชั้นในกดทับไหล่ 5.ใส่บราแล้วเนื้อปลิ้นออกมา เกิดจากการใส่ชุดชั้นในที่แน่นรัดเกินไป และข้อ 6.คือ ตะขอเกี่ยวด้านหลังยกขึ้นสูงเกินไป ไม่ขนานกับพื้น ซึ่งในข้อนี้อาจทำให้หน้าอกดูหย่อนคล้อยมากขึ้นด้วย”

“ฉะนั้น หัวใจสำคัญของการเลือกซื้อชุดชั้นในคือต้องลองใส่ทุกครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วหน้าอกคนเรา ซ้ายขวาจะไม่ได้เท่ากันเป๊ะก็ต้องปรับสายให้มันบาลานซ์กันทั้งสองข้าง และจริงๆ เราควรมีบราหลากหลายแบบ ทั้งมีโครงและแบบ Wireless
Shape (ชุดชั้นในไร้โครง แต่มีทรง) เพื่อเลือกใส่ให้เหมาะกับเสื้อผ้าในแต่ละวัน เพราะเสื้อผ้าต่อให้สวยหรูดูแพง แต่ถ้าเลือกชุดชั้นในไม่เหมาะ จากที่โดดเด่นก็จะทำให้ดร็อปได้เหมือนกัน”

…เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณได้เลือกชุดชั้นในแบบที่ใช่ เพื่อซัพพอร์ตให้การใส่เสื้อผ้าของคุณในแต่ละวันให้ดูโดดเด่นและเพอร์เฟกต์ได้อย่างไร้ปัญหา