ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/284060

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/284060

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/284094

คำพังเพยที่ว่า “ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้าผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง” ดูจะใช้ไม่ได้ในยุคสมัยนี้เสียแล้ว เพราะด้วยสังคมที่เปิดกว้าง ทำให้ผู้หญิงสมัยใหม่มีเวทีในการแสดงออกมากขึ้นอีกทั้ง มีความสามารถที่เก่งกาจไม่แพ้ผู้ชายจึงทำให้เราได้ยินเรื่องราวของพวกเธอที่ประสบความสำเร็จมากมายอยู่ทั่วทุกมุมโลก
แต่ทว่าเส้นทางแห่งความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะประสบความสำเร็จได้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งข้อจำกัดของเพศสภาพที่สังคมตั้งค่าให้ ทั้งการถูกดูแคลนนานาเพียงเพราะว่าพวกเธอเป็น “ผู้หญิง” เช่นเดียวกับที่ เอเลนา ฟาวิลลี และ ฟรานเชสกา คาวัลโล สองนักเขียนชาวอิตาลี ที่เมื่อครั้งทั้งคู่ทำงานในซิลิคอนแวลลีย์สหรัฐอเมริกา ต้องพบอุปสรรค เจอคนดูถูกและไม่เชื่อใจ และพบกับเหตุผลเดียวกันว่าทั้งคู่เป็น “ผู้หญิง” จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งสองลุกขึ้นมาเขียนหนังสือ “Good Night Stories for Rebel Girls” ในรูปแบบเรื่องเล่าแบบนิทานก่อนนอนเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กหญิงรับรู้ถึงบทบาทสำคัญของผู้หญิงในประวัติศาสตร์โลก จำนวน 100 คน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งอายุมากและอายุน้อย หลากหลายอาชีพจากทั่วโลก

“Good Night Stories for Rebel Girls” เป็นหนังสือที่ร้อยเรียงเรื่องจริงของ 100 ผู้หญิงธรรมดาแต่กล้าคิดนอกกรอบ กล้าคิดต่าง เปี่ยมไปด้วยไฟฝันและแรงบันดาลใจ โดยเขียนตามขนบของนิทานที่เริ่มต้นด้วยประโยค “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความฝัน การต่อสู้ จนสู่ความสำเร็จของพวกเธอ เช่น เจน ออสเตน(นักเขียน), เซเรนา และ วีนัส วิลเลียมส์ (นักเทนนิส),ฟรีดา คาห์โล (จิตรกร), มาลาลา ยูซัฟไซ(นักเคลื่อนไหว), โคโค ชาแนล (แฟชั่นดีไซเนอร์), มาร์กาเรต แธตเชอร์ (นายกรัฐมนตรี),ออง ซาน ซู จี (นักการเมือง) และ ฮิลลารี คลินตัน(ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี) เป็นต้นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงทั่วโลกมีความมั่นใจ กล้าคิดต่าง กล้าคิดนอกกรอบกล้าทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ กล้าเป็นตัวของตัวเองกล้าฝ่าฟันกับอุปสรรค และคำหมิ่นหยามนานา ภายใต้ความเชื่อที่ว่า ทุกความสำเร็จเป็นไปได้ แค่ไม่กลัวล้มเหลว เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองและสังคมให้ดีขึ้น

พลอยแสง เอกญาติ
ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักอ่านและเด็กหญิงชาวไทย เพราะ Good Night Stories for RebelGirls ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดย 3 นักแปลและคุณแม่มากความสามารถ คือ สิริยากรพุกกะเวส มาร์ควอร์ท, ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์ และ พลอยแสง เอกญาติ ภายใต้การจัดพิมพ์และจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ในชื่อไทยว่า “100 เรื่องจริง ของ
(เด็ก) หญิงกล้าเปลี่ยนโลก”
สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ทเปิดเผยว่า “พอได้อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือก็รีบตอบกลับไปทันทีว่าอยากทำ เพราะเป็นหนังสือที่ดีมากๆ อุ้มอ่านให้ลูกสาว (น้องเมตตา อายุ 4 ขวบ) ฟังด้วย น้องชอบมากๆ จดจำเรื่องของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี อุ้มชอบที่หนังสือมีทั้งเรื่องของบุคคลในประวัติศาสตร์ คนที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งอายุมากและอายุน้อย หลากหลายอาชีพจากทั่วโลก รู้สึกทึ่งกับเรื่องราวเหล่านั้น ถือเป็นหนังสือที่เหมาะมากกับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกสาว และสำหรับเด็กผู้หญิงทุกคนค่ะ เนื่องจากเป็นนิทานก่อนนอน ภาษาที่ใช้จึงง่ายๆ แต่กินใจเล่าเหมือนนิทาน แต่แทนที่จะเป็นเรื่องของเจ้าหญิงที่รอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย เจ้าหญิงในหนังสือเล่มนี้ต่างลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงตัวเองและสร้างสิ่งที่มีค่าให้กับโลก อุ้มว่านี่ละค่ะคือหัวใจของผู้หญิงยุคใหม่ และเป็นสิ่งที่เราอยากสอนลูกสาวเราว่าผู้หญิงสามารถเป็นผู้นำได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชีวิตของตนเองหรือผู้นำสังคม และผู้หญิงสามารถลุกขึ้นต่อสู้ได้ถ้าเผชิญกับเรื่องไม่ยุติธรรม อุ้มรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแปลหนังสือเล่มนี้ อุ้มและลูกชอบมาก อุ้มเลยอยากให้คนไทยได้มีประสบการณ์การอ่านหนังสือดีๆ แบบนี้เป็นภาษาไทยด้วย จะตั้งใจแปลสุดฝีมือเลยค่ะ”
ด้าน ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์ กล่าวว่า “ปฏิเสธไม่ได้แน่นอนว่านี่คือ หนึ่งในนิทานที่ยอดเยี่ยมมากๆ ก่อนแปลคิดว่าคงเป็นเรื่องราวของผู้หญิงที่เก่ง ฉลาด มหัศจรรย์ แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย นิทานเรื่องนี้เลือกผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ความคิดต่างของเขาสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อคนรอบข้างและสังคมได้เด็กผู้หญิงที่ได้อ่านจะเกิดแรงบันดาลใจดีๆ ที่จะทำหรือสร้างสิ่งที่มีคุณค่าต่อจิตใจเขา เพียงแค่เขามุ่งมั่นในสิ่งที่เขาเชื่อและลงมือทำอย่างตั้งใจ เขาก็ไม่ต่างจากผู้หญิง 100 คนนี้เลย

เมื่อเด็กผู้ชายอ่านจะสัมผัสได้ถึงศักยภาพของผู้หญิงและให้เกียรติผู้หญิงว่าเป็นมนุษย์ที่มีความสามารถ ความแข็งแกร่ง ความมุ่งมั่นไม่ต่างจากผู้ชาย ในขณะที่เมื่อพ่อแม่อ่านก็จะรักลูกในแบบที่เขาเป็นและพร้อมจะสนับสนุนในสิ่งที่ลูกทำ เพราะสิ่งเล็กๆ แค่นี้อาจสร้างที่ยิ่งใหญ่ได้ และนี่คือในหนังสือที่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกควรมี ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกผู้หญิงเท่านั้น เพราะการเรียนรู้ชีวิตจริงของคน ทำให้ได้ข้อคิด และแรงบันดาลใจที่ลึกซึ้งกว่า ในโลกนี้ยังมีใครๆ อีกหลายคน ที่ต่อสู้ ฝ่าฟันอุปสรรค เพื่อให้คนอื่นเข้าใจในความเชื่อ และความคิดของพวกเขา ใครที่กำลังเผชิญการต่อสู้นี้อยู่ จะได้รับพลังและกำลังใจที่จะสู้ต่อแน่นอนค่ะ”
ส่วนนักแปลมืออาชีพ อย่าง พลอย โจนส์ หรือ พลอยแสง เอกญาติ เผยว่า “รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะนี่คือหนังสือสำหรับผู้หญิงเพื่อผู้หญิงโดยแท้ เนื้อหาดี น่าจะเหมาะกับคนอ่านทุกเพศทุกวัยด้วยซ้ำ ภาพประกอบสวย รูปเล่มดีองค์ประกอบหลายอย่างดีกว่าที่คิดไว้มาก และด้วยความที่เป็นหนังสือเด็ก ความยากจึงอยู่ที่ระดับภาษา ศัพท์ต้องไม่ยากเกินไปและรักษาน้ำเสียงที่เป็นกันเองกับผู้อ่านเอาไว้ให้ได้ จะตั้งใจแปลให้ดีที่สุด ถือเป็นอีกผลงานชิ้นเอกของชีวิตเลย จึงอยากฝากถึงผู้อ่านว่าอย่าลังเลที่จะลงทุนซื้อหนังสือเล่มนี้เลยค่ะ มันมีอะไรดีๆ มากกว่าที่คิดกำลังใจและความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ผู้อ่านทุกคนจะได้รับ เป็นหนังสือที่คู่ควรมีไว้ติดบ้านสักเล่ม”
จะเป็นอย่างไรหากเด็กๆ ได้อ่านเรื่องราวของผู้หญิงเหล่านี้ในรูปแบบนิทานก่อนนอนทุกคืนไม่แน่ว่าการได้เรียนรู้ผ่านเรื่องราวของผู้หญิงที่กล้าคิด กล้าทำ นอกกรอบ และคิดต่าง วันหนึ่งแรงบันดาลใจเหล่านี้อาจผลักดันให้เหล่าเด็กหญิงทั้งหลาย กลายเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลกในอนาคตก็เป็นได้

หนังสือ “100 เรื่องจริง ของ (เด็ก) หญิงกล้าเปลี่ยนโลก (Good Night Stories for Rebel Girls)” มีแผนวางจำหน่ายช่วง
เดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นไป แฟนๆ ที่รอคอยสามารถ Pre–order ได้ตั้งแต่วันนี้-15 กันยายน2560 ผ่านทาง http://www.nanmeebooks.com พิเศษทุกคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้รับไปเลยที่คั่นหนังสือสุดสวย 6 ใบ และพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับส่วนลดจาก 695 บาทเหลือเพียง 595 เท่านั้น สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-662-3000 กด 0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283847

สัมผัสบรรยากาศ งาน “นครศรีดี๊ดี…นครศรีดีกว่าเดิมสู่เมืองกรุง” โชว์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย คัดสรรคุณภาพ โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมหน่วยงานเครือข่าย ร่วมจัดงานขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ที่สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยวเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์
จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ภายในงานเสมือนยกของเด่น ของดี และสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดมาจัดแสดงไว้ในที่เดียว อาทิ นครแห่งอารยธรรมดี ที่นำเสนอความโดดเด่นด้านอารยธรรมเก่าแก่ พร้อมสิ่งที่เป็นสิริมงคลของจังหวัด นครหัตถศิลป์ สื่อถึงเมืองหัตถศิลป์ชั้นสูงที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นคร…ธรรมชาติดี๊ดี สื่อถึงความสวยงามและสมบูรณ์พร้อมด้วยทัศนียภาพและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม นคร…แห่งวิถีชีวิต สื่อถึงความงดงามของวิถีชีวิตของผู้คนที่มีความสงบเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์งานฝีมือ และอาชีพต่างๆ ที่น่าสนใจ นคร…แห่งการเรียนรู้ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำปากพนัง เยี่ยมชมโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ น้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 นคร…ของฝาก นำเสนออาหารเด่น รสชาติดีของท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์จากมังคุด มังคุดแปรรูป, มังคุดสด, มังคุดคัด, ส้มโอทับทิมสยาม, ข้าว, ผลิตภัณฑ์จากลิเภา, สบู่โคลน, ผลิตภัณฑ์อาหารจากทะเล, ผลิตภัณฑ์หนังตะลุง, เครื่องถม, ผ้ามัดย้อมคีรีวง, ผ้ายก, ผ้าบาติก เป็นต้น สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เข้าชมงานได้เป็นอย่างดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283803

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ พร้อมด้วย ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม, รศ.นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์,
ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ และ พรทิพย์ ควรคิด
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมเปิดให้บริการ “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” อาคารรักษาพยาบาลรวมอาคารใหม่ขนาด 29 ชั้นที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ที่มีความเพียบพร้อมด้วยบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัยและครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ ด้วยการบริการรักษาพยาบาลที่สะดวกรวดเร็ว และเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ดียิ่งขึ้น โดยจัดงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม โซนบีชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปเมื่อเร็วๆ นี้
ศ.นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาทางกายภาพของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในด้านความไม่เป็นหมวดหมู่และปัญหาอาคารรักษาพยาบาลที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้องพักสำหรับผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้รับบริการ รวมทั้งข้อจำกัดในการรองรับผู้ป่วยสาธารณภัยพิบัติ อุบัติภัยต่างๆ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงได้สร้างอาคารที่มีขนาดใหญ่สองหลังเชื่อมต่อกันซึ่งเป็นอาคารรักษาพยาบาลรวม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ใช้ชื่ออาคารว่า “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ซึ่งมีความหมายว่า “อนุสรณ์ที่เป็นมงคลของสองพระองค์”

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ
สำหรับอาคาร “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ได้เปิดให้บริการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้ว 6 ศูนย์ ได้แก่ 1.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร2.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร 3.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤติ 4.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคลมชักครบวงจร 5.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ และ 6.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด และจะเริ่มทยอยเปิดบริการด้านอื่นๆ ในลำดับต่อๆ ไป ซึ่งศูนย์ความเป็นเลิศด้านต่างๆ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เปิดให้บริการแล้วรวมทั้งหมด 21 ศูนย์
นอกจากนี้ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ยังรวมบริการต่างๆ ที่กระจายอยู่ตามอาคารต่างๆ มาไว้ในอาคารเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปหลายอาคารเหมือนเมื่อก่อน เช่น การย้ายผู้ป่วยที่กระจัดกระจายตามตึกต่างๆ เข้ามาพักที่หอผู้ป่วยในอาคารนี้ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 1,250 เตียง มีส่วนสนับสนุนการให้บริการผู้ป่วยใน แบบครบวงจร ตั้งแต่ ชั้น 5-28 มีห้องผ่าตัดรวม62 ห้อง สำหรับทุกสาขาวิชา, ชั้น 2 ห้องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) ห้องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

ศูนย์การวินิจฉัยด้วยภาพ (Imaging center), MRI-เวชศาสตร์นิวเคลียร์
รวมถึงการปรับห้องผ่าตัดระบบประสาทสมอง ให้มีเครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็กพร้อมขณะผ่าตัด เพื่อตรวจดูรอยโรคที่อยู่ในเนื้อสมองว่าผ่าออกได้หมดและไม่มากเกินไปห้องผ่าตัด Integrated ที่มีอุปกรณ์ควบคุมเทคโนโลยีต่างๆ ในห้องสามารถถ่ายทอดและสอนไปยังห้องประชุมในโรงพยาบาลและต่างประเทศได้ ห้องผ่าตัด Hybrid ที่สามารถผ่าตัดหลอดเลือดใหญ่หรือผ่าตัดสอดสายเพื่อการรักษา ห้องผ่าตัด Robotic เป็นการผ่าตัดที่ใช้แขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทำให้มีความเที่ยงตรงแม่นยำและสงวนเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นต้องตัดหรือตัดแล้วเกิดผลเสียกับผู้ป่วย

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร
ด้าน ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรมรองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายบริการกล่าวว่า มิติใหม่ของการให้ด้านบริการ ของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์หมายถึงการให้บริการ แบบครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ เป็นการปรับการให้บริการผู้ป่วยในจากเดิมอยู่ในพื้นราบ ซึ่งจะมีอาคารต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมาก เมื่อสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์แล้วงานบริการได้เปลี่ยนไปเป็นแบบแนวดิ่ง ก็จะรวมงานบริการต่างๆ มาไว้ในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ได้แก่ห้องพักผู้ป่วยจำนวน 1,250 เตียง ห้องไอซียู จำนวน 58 เตียงห้องผ่าตัดจำนวน 62 ห้อง ฝ่ายรังสีวิทยาที่มีเครื่องมือทางรังสีรักษามากที่สุดในประเทศไทย เฉพาะในอาคารภูมิสิริฯ เครื่องวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) จำนวน 4 เครื่อง เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scanner) จำนวน 4 เครื่อง ห้องเอกซเรย์ ห้องเจาะเลือด ธนาคารเลือด มารวมไว้ที่อาคารแห่งนี้ ซึ่งจะสะดวกต่อการดูแลรักษาพยาบาลและติดตามผลของผู้ป่วยแบบเบ็ดเสร็จจบภายในอาคารเดียว การดำเนินการด้านการบริการจะดำเนินงานภายใต้นโยบาย 4 ด้านเป็นสำคัญ คือ ความปลอดภัย ความสะอาด ความรวดเร็ว และความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ที่ชั้น 14 ของอาคารยังได้จัด พื้นที่สำหรับผู้ป่วยที่สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของตนถึง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์

หอผู้ป่วย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283836

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร
รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบรางวัล
ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ พร้อมด้วย เหล่านักแสดงดารา ร่วมการแสดงสุดพิเศษขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” เพื่อ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ในพิธีปิดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 5 จัดโดย กรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดขึ้น ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมงาน พร้อมมอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย ที่ สยามภาวลัยเธียเตอร์ สยามพารากอน
วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า “การจัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย หรือ Thailand International Film Destination Festival มีเป้าหมายสำคัญ คือ การประกาศศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการรับรู้ให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยในฐานะ Thailand – World’s Best Film Location โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “FASCINATING DESTINATION”เน้นการนำเสนอเสน่ห์อันน่าหลงใหลของโลเกชั่นมากมายในประเทศไทย และเสน่ห์ของคนไทยที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศด้วยความเป็นมิตรและมืออาชีพ”

เหล่าผู้กำกับ ดารา โปรดิวเซอร์จากต่างประเทศ
สำหรับปีนี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เริ่มที่กิจกรรมการประกวดภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทำในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 157 ทีม และผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 24 ทีม จาก33 ประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา อิตาลี สเปน อังกฤษ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก โคลัมเบีย โครเอเชีย เป็นต้น โดยทั้ง 24 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้เดินทางมาเมืองไทยและลงพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทยด้วยตัวเอง และในแต่ละทีมจะมีผู้ประสานงานซึ่งเป็นนักศึกษาชาวไทย เพื่อทำหน้าที่เป็น Production Assistant หรือผู้ช่วยการผลิต ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและเรียนรู้งานด้านภาพยนตร์ร่วมกัน
และในปีนี้ กรมการท่องเที่ยวได้สร้างสรรค์กิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้นสำหรับนักศึกษาด้านภาพยนตร์ ชาวไทยโดยเฉพาะ กับโจทย์การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช

การแสดงดนตรีจาก เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ
โดยผลการตัดสินการแข่งขันภาพยนตร์สั้นประจำเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ประจำปี 2560 สำหรับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Grand Prize) ของทีมนักศึกษาต่างชาติ ได้แก่ ทีมจากประเทศเม็กซิโก จากภาพยนตร์เรื่อง IF I WERE BRAVE และรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม “การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ” (Grand Prize) ของทีมนักศึกษาไทย ได้แก่ ทีมจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จากภาพยนตร์เรื่อง เดินตามเสียง
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงพิเศษจากดร.ภาธร ศรีกรานนท์ พร้อมด้วยเหล่านักแสดงชั้นนำ อาทิ หนูนา-หนึ่งธิดา, อ๋อม-อรรคพันธ์, อเล็กซ์ เรนเดลล์, เก้า-จิรายุ, นัท ทิวไผ่งาม, ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น และสาวๆ จาก The Face Thailand ที่มาร่วมการแสดงสุดพิเศษขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยการแสดงดนตรีจากศิลปินไทยชื่อดัง เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคน

การแสดงเปิดงานโดย ดร.ภาธร
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283802

ณชา จึงกานต์กุล, ปุณณภา เตชะโรจน์กุล, และ ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์
ปิดตำนานค่านิยมหุ่นดี “ต้องผอม” ไปเลย เพราะนาทีนี้ผู้หญิงหุ่นดี ต้องมาคู่กับ “สุขภาพที่ดี” เท่านั้น ล่าสุดเหล่าเซเลบริตี้สาวคนดัง อย่าง จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ณชา จึงกานต์กุล, ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์และพริดา ลิมปานนท์ จึงได้ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับแบบไม่ลับฉบับสาวหุ่นสวย ที่เข้าใจดีว่ารูปร่างเป็นสิ่งสำคัญของผู้หญิงเราในงานแถลงข่าวเปิดแฟรนไชส์ สลิม คอนเซ็ป (ประเทศไทย) สถาบันลดน้ำหนักระดับเวิลด์คลาสครั้งแรก “Moving Forward with Slim Concept” ที่จัดโดย ปุณณภาเตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท สลิม คอนเซ็ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้สโลแกน Health & wellness สถาบันสุขภาพดี ท่ามกลางเหล่าคนดังจากหลากหลายแวดวงร่วมงาน ณ ลานกิจกรรม Cascata Zoneศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
ปุณณภา เตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สลิม คอนเซ็ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “สลิมคอนเซ็ปเป็นสถาบันดูแลรูปร่างที่ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยาวนานต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยความผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง จึงได้รับความไว้วางใจผู้ใช้บริการ ปัจจุบันได้เปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 และอนาคตเรามีแผนที่เปิดแฟรนไชน์ทั้งในไทยและตลาดให้ครบ 30 สาขา AEC ภายใน 1 ปี
ทั้งนี้ เราเชื่อเสมอมาไม่ว่าอย่างไร ยุคไหน ชาติไหนใครๆ ก็รักสุขภาพ โดยเฉพาะผู้หญิงเรานอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมถึงการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และควบคุมในปริมาณที่เหมาะสม ตลอดจนหมั่นออกกำลังกายเพื่อร่างกายที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว สาวๆ ก็ต้องมีตัวช่วยเพื่อให้การดูแลรูปร่างได้ผลลัพธ์ที่ดีและยาวนาน ซึ่งการเข้ารับการปรึกษาหรือรับบริการด้านรูปร่างความงามจากสถาบันต่างๆ ก็สามารถทำให้เราเป็นเจ้าของรูปร่างที่ดีและมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยเช่นกัน”

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เผยเคล็ดลับหุ่นเป๊ะว่า ต้องดูแลจากภายในสู่ภายนอก “จุ๋ยว่าทุกอย่างต้องเริ่มจากภายในก่อน ถ้าระบบข้างในเราดี ทุกอย่างก็จะดีไปด้วยค่ะ จากที่เมื่อก่อนจุ๋ยไม่ชอบออกกำลังกายเลยแต่ตอนนี้ก็หันมาออกกำลังกาย หันมาทานอาหารคลีนไม่ทานเค็มไป ไม่ทานผงชูรส ไม่ทานอาหารที่ปรุงแต่งมากทำให้รูปร่างเราดีขึ้นส่งผลไปยังสภาพจิตใจคะ รูปร่างดีอารมณ์ดีค่ะ”
ด้าน เก๋-ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์ สาวร่างเพรียวเจ้าของดวงตาสุดเฉี่ยว เล่าถึงการดูแลรูปร่างของตนเองว่า “วิธีการดูแลตัวเองของเก๋ จะยึดหลักเอาออกมากกว่าเอาเข้าสำคัญต้องออกกำลังกายให้ถูกวิธี เน้นการทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ให้คุณค่าทางโภชนาการ และก็ดูว่าเราอยากจะเน้นส่วนไหนก็หาวิธีเอาส่วนนั้นออก เพราะรูปร่างแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งช่วงนี้เก๋จะติดการออกกำลังกายมาก เพราะถ้าหุ่นดีบุคลิกภาพเราก็จะดีตามไปด้วย เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงเรา”

ทัชชารตี ณ ระนอง และ พริดา ลิมปานนท์
ขณะที่สาวรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพอย่าง โบว์-ณชาจึงกานต์กุล เผยเคล็ดลับในการรักษาหุ่นสวยว่า “ชีวิตคนเราทุกวันนี้จะดีที่สุดคือถ้าสามารถทำทุกอย่างให้ควบคู่ไปพร้อมๆ กันแล้วลงตัว อันดับแรกคือการพักผ่อน เพราะถ้าระบบข้างในสมบูรณ์เราก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ ต่อมาก็ออกกำลังกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และสิ่งสำคัญคือเรื่องของจิตใจค่ะ ถ้าเราบาลานซ์ทุกอย่างได้ก็จะเกิดพลังงานเชิงบวก อยากทำนู้นทำนี่ อยากออกกำลังกาย ทุกอย่างที่บอกมาล้วนส่งผลดีต่อร่างกายรวมถึงระบบเผาผลาญอาหารและพลังงานของเรา”
ปิดท้าย ปิ๋ม-พริดา ลิมปานนท์ สาวสวยสุดแอ๊กทีฟเผยถึงไอเดียในการดูแลรูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอว่า “การดูแลรูปร่างเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราสามารถทำได้ง่ายๆ และควรทำเป็นประจำ ซึ่งปิ๋มเองเลือกที่จะรับประทานอาหารคลีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แต่ช่วงไหนที่เผลอทานมากเกินไป ก็จะรีบบอกตัวเองและรีบกลับมาดูแลตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะรูปร่างเป็นสิ่งสำคัญกับผู้หญิงอย่างเรามาก การมีรูปร่างที่ดี หุ่นที่ดี ก็ทำให้เรามีความมั่นใจไม่ว่าจะทำอะไร แต่งตัวอย่างไร หรือไปพบปะใคร แน่นอนว่านั่นทำให้เรามีความสุขมาก”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283841

ll พิธีมอบ เปียโน ให้ ศาลาโคล รร.วัฒนาวิทยาลัย โดย ประจิตรา เธียรประสิทธิ์ และบุตรสาว ปภัชญา สิริวัฒนภักดี มี อาจารย์วรรณดี คันธวงศ์, ครูสาลินี วีรเธียร, ชลลกา เก่งระดมยิง นายกสมาคมศิษย์เก่า ว.ว.และคณะกรรมการพร้อมด้วยศิษย์เก่าและปัจจุบัน มาร่วมงาน สนุกสนานเฮฮา ตามแบบศิษย์วัฒนาฯ…
ll วันเกิด ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีโอกาสต้อนรับแฟนขนานแท้และดั้งเดิม คือ ม.ล.ปฤถา ศิลปิกุล วัยย่าง 96 ปี ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่แรกเริ่ม เลือกพรรคนี้ตั้งแต่สมัย ควง อภัยวงศ์ ตลอดจน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ…
ll พ.ต.อ.(พิเศษ) ศรศักดิ์ แก้วรักษา (บัญชีจุฬาฯ เรียนรุ่น 2510) ผู้ถูกรางวันที่หนึ่ง 180 ล้าน งวดที่ผ่านมา ได้นำเงินมามอบให้สมาคมนิสิตเก่าบัญชีจุฬาฯ 200,000.-บาท พร้อมนำลอตเตอรี่วันที่ 1 ส.ค. 60 มาให้ 2 ปึกใหญ่ ให้สมาคมฯ 1 ปึกและให้แจกทุกคนในที่ประชุม 1 ปึก เลยได้รับคนละ 4 คู่ (8ใบ) โดยทั่วหน้า…
ll ขอเป็นกำลังใจให้ชาวสกลนคร ชาวเพชรบูรณ์ และเพื่อนร่วมชาติที่ประสบชะตากรรมน้ำท่วม ขอให้ผ่านพ้นไปอย่างรอดปลอดภัยทุกประการ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานความช่วยเหลือแก่พสกนิกรผู้ทุกข์ยาก และขอบคุณ (พี่ทหาร)และคนไทยหลายองค์กร ที่ได้เข้าไปช่วยเหลืออย่างทันทีทันควัน…
ll เมื่อวันศุกร์ก่อนโน้น ศิวะพร ทรรทรานนท์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงชวนลูกน้องเก่าๆชาวทิสโก้ 30 ชีวิต ไป (สุดสวิงริงโก้) กันที่ Bubbles Discoteque ที่หวนกลับมาเปิดใหม่เดือนละครั้งในช่วงศุกร์สุดท้ายของเดือน ที่โรงแรมดุสิตธานี รุ่นปู่ย่าตายาย ปล่อยแก่สนุกกันสุดเหวี่ยง อย่างเช่น อัญชลี บุนนาค, นรเชษฐ์ แสงรุจิ, ปุรณี จัยวัฒน์, วิเชษฐ์ ตันติวานิช…
ll สุดจิต ทิวารี พร้อมเพื่อนสาวนักกอล์ฟ พากันบินไปบอร์เนียวเพื่อเล่นกอล์ฟที่เมือง Kota Kinabalu ตีกันช่ำปอดถึง 4 วัน…
ll ยินดีกับ พรทิพย์ เทียนทรัพย์ที่ได้รับโล่เกียรติคุณจากกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นบุคคลที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแล และการสนับสนุนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมในการสืบสานตำนานต้นไม้ จาก (ภูมิใจการ์เด้น) ของเธอ…
ll ณิยะดา จ่างตระกูล เป็นอีก 1 ในหลายๆ คนที่กำลังเดือดร้อนที่ถูกคุกคามโดยโจรไอที ใช้ชื่อเธอเข้าไปในอีเมล์เพื่อนๆ ขอเงิน และขอ add friend ในเฟซบุ๊ค ไม่ใช่เธอนะคะบอกก่อน…ll
หนูภาฯ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283797

ผู้หญิงเราเมื่ออายุขึ้นเลข 4 ร่างกายก็เริ่มจะไม่เหมือนเดิม อีกไม่กี่ปีก็จะย่างเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน แต่ช่วงรอยต่อก่อนที่จะถึง “วัยทอง” หรือวัยหมดประจำเดือนนี้ จะมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เรียกว่าวัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause) ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผู้หญิงยังมีประจำเดือนหรือประจำเดือนเริ่มขาดๆ หายๆหรือหายไปแต่ยังไม่ครบ 1 ปี และมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น ร้อนๆ หนาวๆ ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับหงุดหงิดง่าย
แพทย์หญิงเนตรนิภา พรหมนารทสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลหัวเฉียวให้คำแนะนำว่า คุณผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไปควรเตรียมพร้อมรับปัญหา โดยการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไขมันต่ำ เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมไขมันต่ำ โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ หรือรับประทานแคลเซียมเสริม ร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น เดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง เล่นเวท เพื่อกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรงป้องกันกระดูกบาง กระดูกพรุนในอนาคต

ส่วนอาการร้อนๆ หนาวๆ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย อาการเหล่านี้เป็นไม่มากจนถึงขั้นดำเนินชีวิตประจำวันไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นต้องกินยารักษาแต่อย่างใด อาศัยการปรับตัว การออกกำลังกายการฝึกสมาธิ ส่วนใหญ่จะดีขึ้นใน 1-2 ปี แต่ถ้าอาการเป็นมากจนทำงานไม่ไหว นอนไม่หลับจนอ่อนเพลีย มีปัญหากับคนรอบข้าง อาจจำเป็นต้องใช้ยาฮอร์โมนเพื่อบรรเทาอาการ เป็นเวลา 1-2 ปี โดยยากลุ่มนี้ห้ามไปซื้อกินเองเด็ดขาด ต้องได้รับการตรวจประเมินจากสูติแพทย์ก่อนว่าไม่มีข้อห้าม โดยเฉพาะพวกยากลุ่มสมุนไพรต่างๆ เช่นว่านชักมดลูก กราวเครือ เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งเต้านมได้
ทั้งนี้ คุณหมอแนะนำว่า หากมีอาการมีเลือดออกกะปริบกะปรอยเกิน 7 วัน หรือเลือดมาไม่เป็นรอบ เช่น หายไป 2-3 วันมาใหม่อีกแล้วหายอีก และหลังจากประจำเดือนหายไปเกิน 1 ปีมีเลือดออกมาอีกครั้งไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม ควรจะต้องมาพบสูตินรีแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพในช่วงวัยดังกล่าว
การเข้าสู่วัยทองไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเรารู้จักการเตรียมตัวที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้หญิงเรามีชีวิตที่ยืนยาวได้อย่างมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283838

ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ขอเชิญร่วมรับเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรืองในกิจกรรม “ปลูกดาวเรืองด้วยใจ …ถวายพ่อ” โดยสามารถรับได้ที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 4-6 สิงหาคมนี้
กิจกรรม ปลูกดาวเรืองด้วยใจ…ถวายพ่อ เป็นกิจกรรมที่ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพหานคร จัดขึ้น เพื่อรณรงค์ประชาชนร่วมกันปลูกดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคมนี้ โดยหากประชาชนรับดอกดาวเรือง ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ และนำไปปลูก ดอกดาวเรืองจะออกดอกตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ทั้งนี้ ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้สีเหลือง ตรงกับสีวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมปลูก และประดับดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่งในอาคาร บ้านเรือน ให้เหลืองอร่ามพร้อมกันทั่วประเทศ ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ
โดยประชาชนสามารถรับเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรือง บรรจุในซองละ9 เมล็ด ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 4-6 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นเครือข่ายรับแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ ดอกดาวเรืองจำนวน 1 ล้านเมล็ด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-3101537
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283832

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ขอเชิญร่วมส่งความรัก เพื่อตอบแทนพระคุณแม่ด้วยกระเช้าหัตถศิลป์ไทย ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจาก SACICT มีทั้งของใช้ของตกแต่งบ้านประเภทงานผ้าทอมือ เครื่องจักสาน เครื่องเซรามิก และเครื่องเงินซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ เป็นผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และกลุ่มสมาชิก SACICT หรือจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อนำมาจัดเป็นกระเช้าสุดพิเศษในรูปแบบของตนเองได้เช่นกัน

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ SACICT
ผู้สนใจที่กำลังมองหาของขวัญหรือกระเช้าสำหรับมอบในช่วงเทศกาลวันแม่ สามารถมาเยี่ยมชม และเลือกซื้อได้ทุกวันที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือสอบถามโทร.1289
