‘บ้านและสวนแฟร์ Midyear’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282630

‘บ้านและสวนแฟร์ Midyear’

‘บ้านและสวนแฟร์ Midyear’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอาใจคนรักบ้าน บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เดินหน้าความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับ งานแฟร์บ้านกลางปี “บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2017” ตั้งแต่วันนี้-30 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “นี่เป็นอีกครั้งของงานแฟร์บ้านที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับคนรักบ้านและการตกแต่งได้อย่างสมบูรณ์ มีครบทั้งไอเดียและดีไซน์ โดย ปีนี้เราจัดงานบ้านและสวนแฟร์ 2 ครั้งเช่นเดิม กลางปีจัดที่ไบเทค บางนา ขยายพื้นที่ จัดเต็ม 9 วัน ตั้งแต่ Hall 100 – 106 เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมงาน เพื่อเตรียมรองรับผู้เข้าชมงานอย่างเต็มที่ ซึ่งความต่างของงานบ้านและสวนแฟร์ Midyear คืองานครั้งนี้มีผู้ออกบูธรายใหม่ 45% ซึ่งสินค้าใหม่หมวดเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ของแต่งสวน และต้นไม้มีมากขึ้นกว่าทุกปี คาดว่าจะตรงกับความต้องการของผู้ชมงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งในครั้งนี้มีผู้มาออกบูธกว่า 2,000 บูธ รวมทั้งหมดกว่า 700 บริษัท”

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “บ้านและสวนแฟร์ Midyear ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “Living with Passion” ความหลงใหลสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง หรือลงลึกกับสิ่งที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นงานช่าง งานฝีมือ หรือการปรุงอาหาร ที่ทำขึ้นด้วยอารมณ์แห่งความรักและความใส่ใจ งานบ้านและสวนแฟร์มิดเยียร์ในปีนี้จะแสดงให้เห็นว่าชีวิตที่ดำเนินไปด้วยแรงขับดันแห่ง Passion นั้นสวยงามเพียงใด และเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนรักบ้านได้มีโอกาสมาเดินชมงานได้มากขึ้น จึงขยายเวลาจัดงานจากเดิม 5 วัน เป็น 9 วัน และขยายพื้นที่จัดงานออกไปอีกทั้งสองด้าน เพื่อให้สามารถเดินชมงานกันแบบสบายๆ ไม่ต้องแออัดมาก และให้มีความครบครันในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ในงานได้ทั้งวัน เพราะมีโซนอาหารที่สามารถเดินต่อไปจากโซนต้นไม้และของแต่งสวน ส่วนอีกด้านก็จะเป็นการขยายเข้าไปใช้พื้นที่ภายในฮอลล์ใหม่ของ BITEC เป็นครั้งแรก เลยไปอีกนิดเดียวก็จะมีงาน Amarin Baby & Kids ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 ก.ค. 2560 นอกจากจะมีสินค้าหลากหลายและครบถ้วนสำหรับคนที่รักบ้านรักสวนแล้ว ในงานนี้จะมีการเปิดตัวหนังสือใหม่หลายเล่ม เพราะเราก็เชื่อว่าถึงแม้จะหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตได้ หรืออ่านเรื่องของเราผ่านจอต่างๆ ได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรเหมือนการได้สัมผัสถึงน้ำหนักของกระดาษ การพลิกเปิดอ่านทีละหน้า พิจารณาแต่ละรูปและตัวอักษรที่สำคัญที่สุดคือการได้ครอบครองสื่อคุณภาพที่ผลิตขึ้นจากความทุ่มเทของมืออาชีพที่รู้จริงในเรื่องเฉพาะทาง งานนี้คืองานแฟร์ที่จัดขึ้นโดยคนทำหนังสือ

นอกจากจะเดินซื้อของแต่งบ้าน ซื้ออาหาร และหนังสือแล้ว เดินงานนี้ก็อิ่มตา เพราะทีมงานได้เตรียมกิจกรรม นิทรรศการ และมุมพักผ่อนไว้มากมาย สนใจแวะมาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กรกฎาคม เวลา 09.30-21.00 น.

ซีพี ออลล์ ผุดโครงการ ‘STEM ROBOTICS’ เปิดโลกเยาวชนเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282632

ซีพี ออลล์ ผุดโครงการ ‘STEM ROBOTICS’ เปิดโลกเยาวชนเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง

ซีพี ออลล์ ผุดโครงการ ‘STEM ROBOTICS’ เปิดโลกเยาวชนเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เยาวชนจากโรงเรียนวัดทด

เพื่อเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้เยาวชน จากห้องเรียนสู่การลงมือปฏิบัติจริงนำไปสู่การต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานหรือนวัตกรรมถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องปลูกฝัง สนับสนุนให้เยาวชนมีความพร้อมด้านทักษะการทำงานสอดรับกับความต้องการตลาดในศตวรรษที่ 21 ที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

โรงเรียนวัดทด จังหวัดฉะเชิงเทรา หนึ่งในโรงเรียนประชารัฐ ตามนโยบายขับเคลื่อนโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ CONNEXT ED ที่ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ให้การสนับสนุนเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาโรงเรียน โดยส่งตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ของซีพี ออลล์ เข้าไปศึกษาปัญหาความต้องการของโรงเรียน และจัดทำแผนพัฒนาร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ล่าสุดได้จัดโครงการ “STEM ROBOTICS” เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดและฝึกวางแผนออกแบบหุ่นยนต์สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยตนเอง สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่เวทีการแข่งขันในอนาคต


ธานินทร์ บูรณมานิต

นิพนธ์ น้อยจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทด กล่าวถึงการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการโรงเรียนประชารัฐว่า ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อการเรียน รูปแบบการสอนของครู ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ยกตัวอย่างโครงการ “STEM ROBOTICS” ที่จัดขึ้นครั้งนี้เป็นการลงมือสร้างหุ่นยนต์ม้าวิ่งเร็ว เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกออกแบบ ประกอบหุ่นยนต์ และหุ่นยนต์เดินตามเส้นตรง ฝึกวางระบบ ลงโปรแกรม เป็นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของเด็กๆ ที่อยากจะเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ซีพี ออลล์ ในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้นอกกรอบเข้าถึงการแข่งขันเวทีต่างๆ ในอนาคต

ด้าน ธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่าโครงการผู้นำเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXTED เป็นโครงการภายใต้นโยบายสานพลังประชารัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการส่งเสริมการศึกษาพัฒนาเยาวชนของซีพี ออลล์ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 2538

“การร่วมมือผนึกกำลังสนับสนุนโรงเรียนประชารัฐ โดยการส่งเสริมให้พนักงานซีพี ออลล์ ในนามตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ขององค์กรนำความรู้ ความสามารถที่มีไปต่อยอดสร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์กร นำความรู้ไปสร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นภายในชุมชนและสังคม นำพาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน”


น้องเฟรซ-ชญานิษฐ์ สิ่วไธสง

น้องเฟรซ-ชญานิษฐ์ สิ่วไธสง ชั้น ป.5 ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนวัดทด กล่าวด้วยความตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมโครงการ “STEM ROBOTICS” ว่า ทำให้ได้รู้จักวิธีการสร้างหุ่นยนต์ มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ และพี่ๆ ในโรงเรียนมากขึ้น เมื่อก่อนไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำกิจกรรมแบบนี้ ซึ่งสนุกมากๆ อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ไปเรื่อยๆ

“ชอบเรียนแบบมีกิจกรรมเสริมไปด้วย วันนี้ได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์ตัวแรกกับเพื่อนๆ ในอนาคตหากมีโอกาสก็อยากสร้าง “หุ่นยนต์เตือนภัย” เพราะเวลาอยู่บ้านกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับครอบครัว อยากให้หุ่นยนต์ช่วยเตือนภัยและดูแลคนในครอบครัวค่ะ”

โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำถือเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนชั้นนำของประเทศ 12 ราย เพื่อขับเคลื่อนยกระดับมาตรฐานการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำให้สัมฤทธิผล มีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่จะรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

เผยผลวิจัย 94% ของคุณแม่คนไทย ไม่มั่นใจในสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกของตนเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282626

เผยผลวิจัย 94% ของคุณแม่คนไทย  ไม่มั่นใจในสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกของตนเอง

เผยผลวิจัย 94% ของคุณแม่คนไทย ไม่มั่นใจในสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกของตนเอง

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อทารกตั้งแต่แรกเกิด ที่มีพันธกิจในการส่งเสริมให้คุณแม่รุ่นใหม่มั่นใจในการเลี้ยงลูกตามสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่เข้าใจธรรมชาติที่แตกต่างกันของทารกแต่ละคน ได้จัดทำวิจัยในกลุ่มคุณแม่คนไทย พบว่า 94% ของคุณแม่ที่ผ่านการสำรวจรู้สึกไม่มั่นใจในสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกตามธรรมชาติของตนเอง นอกจากนั้น 83% ของคุณแม่ที่ได้รับการสำรวจยังแสดงความวิตกกังวลและมีความเครียดบ่อยครั้งเรื่องการเลี้ยงลูก และมีเพียง 17% ของคุณแม่ที่ได้รับการสำรวจเท่านั้นที่ตอบคำถามอย่างมั่นใจว่าตนเองไม่มีความกังวลเรื่องการเลี้ยงลูก

การสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ จัดทำขึ้นโดยเบบี้มายด์ เป็นการสำรวจออนไลน์ในกลุ่มคุณแม่คนไทยอายุ 25-43 ปีจำนวน 400 คน ที่มีลูกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี โดยบริษัท ทิคเคิลด์ มีเดียจำกัด เป็นผู้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-21 มิถุนายน 2560

ในประเด็นเรื่องความรู้สึกไม่มั่นใจในสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกของตนเองนั้น คุณแม่จำนวนมากถึง 94% ที่บอกว่าตนเองมีความไม่มั่นใจในสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ทั้งในเรื่องการเลือกสรรวิธีการเลี้ยงลูกที่ดีที่สุดสำหรับลูก และการเลี้ยงลูกด้วยวิธีต่างๆ ตามสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ตนเองคิดว่าถูกต้องและใช้ได้ผล บางส่วนเลือกที่จะปรึกษาแพทย์บ้างเป็นบางครั้ง แต่อีกหลายคนมีความกังวลสูงมากจนต้องปรึกษาแพทย์ในทุกๆ เรื่อง มีเพียง 6% ของผู้ได้รับการสำรวจทั้งหมดเท่านั้นที่ยืนยันชัดเจนว่า มีความมั่นใจในสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกของตนเอง และไม่คิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปรึกษาแพทย์

83% ของคุณแม่ทั้งหมดที่ได้รับการสำรวจยังยืนยันอีกว่า ตนมีความวิตกกังวลและรู้สึกเครียดบ่อยครั้งในเรื่องการเลี้ยงลูก และมีเพียง 17% เท่านั้นที่ยืนยันว่าตนเองไม่มีความวิตกกังวลใดๆ เรื่องการเลี้ยงลูก นอกเหนือจากความกังวลที่ตนเองมี 54% ของคุณแม่ทั้งหมดยังยอมรับว่าคนรอบข้างล้วนมีอิทธิพลในการเลี้ยงลูกต่อพวกเธอ โดยเมื่อให้เรียงลำดับกลุ่มบุคคลหรือปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด 3 อันดับแรกที่มีอิทธิพลต่อการลดทอนความกล้าทดลองเลี้ยงลูกตามวิธีหรือสไตล์ที่ตนเองเชื่อลึกๆ ว่าเหมาะสมมากกว่าสำหรับลูก พบว่าได้แก่ พ่อแม่ตนเอง แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ และพ่อแม่สามี

ในเรื่องของการเลี้ยงลูกนั้น สิ่งที่คุณแม่ที่ถูกสำรวจรู้สึกกังวลมากที่สุดมีหลายประการ 43% ของคุณแม่ที่ได้รับการสำรวจตอบว่า ตนมีความกังวลเรื่องพัฒนาการมากที่สุด รองลงมาคือ 41% ที่บอกว่ามีความกังวลเรื่องสุขภาพ ในขณะที่อีก 11% บอกว่า
เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องที่พวกเธอมีความกังวลมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าคุณเป็นคุณแม่แบบไหน 32.25% ของคุณแม่ที่ได้รับการสำรวจตอบว่าตนเองเป็นคุณแม่สายชิล ที่เน้นการเลี้ยงลูกแบบสบายๆ มากกว่า รองลงมาคือ 22% ยอมรับว่าตนเองเป็นคุณแม่สายโซเชียลที่เน้นการหาข้อมูลในการเลี้ยงลูกจากโลกออนไลน์และสื่อโซเชียลมีเดีย ส่วนอีก 16% เป็นคุณแม่สายอนามัยที่เลี้ยงลูกโดยเน้นดูแลเรื่องสุขอนามัยเป็นสำคัญ

สำหรับเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย 51% ยืนยันว่าเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนจากธรรมชาติเป็นสำคัญ รองลงมาคือ 45% เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ ทั้งนี้ 47% ของคุณแม่ทั้งหมดยืนยันว่า เบบี้มายด์เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอันดับ 1 ที่คุณแม่วางใจเลือกใช้

ทั้งนี้ จากผลสำรวจที่สะท้อนถึงความไม่มั่นใจและความกดดันของเหล่าคุณแม่ เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ จะจัดเสวนา “ผิดหรือถูก เลี้ยงลูกแบบไหน เสริมพัฒนาการลูกดีที่สุด?” ขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป โดยเชิญ 4 สุดยอดคุณหมอที่จะมาทลายทุกความกังวลใจไขทุกข้อสงสัยในการเลี้ยงลูกแต่ละสไตล์ อาทิศ.พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ จากเพจปั้นใหม่ โดยอาจารย์หมออุมาพรพญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ จากเพจเลี้ยงลูกเชิงบวก (ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวช ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม) ทพญ.จีรภา ประพาศพงษ์จากเพจหมอภา (ผู้เขียนหนังสือ 30 หลักคิด ติดปีกลูก)นพ.ถิรชัย ตันสันติวงศ์ กุมารแพทย์ระบบประสาท ที่ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าเซเลบริตี้ ร่วมด้วยเหล่าคุณแม่บล็อกเกอร์และเซเลบริตี้คุณแม่คนดัง ที่จะร่วมพูดคุยความกังวลใจของคุณแม่ ทั้งนี้สามารถติดตาม LIVE ถ่ายทอดสดจากงานเสวนา พร้อมทั้งสามารถส่งคำถามและข้อข้องใจเข้ามาถามได้แบบเรียลไทม์ทางเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/BabiMildTH/

กระดาษรองถุงน่อง เพื่อสมุดน้องทำมือ ‘ถุงน่องคุณใช้ กระดาษเราขอ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282401

กระดาษรองถุงน่อง เพื่อสมุดน้องทำมือ ‘ถุงน่องคุณใช้ กระดาษเราขอ’

กระดาษรองถุงน่อง เพื่อสมุดน้องทำมือ ‘ถุงน่องคุณใช้ กระดาษเราขอ’

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทิปโก้วิ่งมาราธอนการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282409

ทิปโก้วิ่งมาราธอนการกุศล

ทิปโก้วิ่งมาราธอนการกุศล

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทิปโก้ ผู้นำตลาดน้ำผลไม้เมืองไทย จัดกิจกรรมวิ่งมาราธอนการกุศล “Prachuap Khiri Run By Tipco” (ประจวบคีรี รัน บาย ทิปโก้) ณ กองบิน 5อ่าวมะนาว อ.เมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประสบความสำเร็จเกินคาด มีนักวิ่งร่วมงานกว่า 2,500 คน จากทั่วประเทศนับเป็นครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายได้จากการจัดงานสมทบทุนพัฒนาโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2 ล้านบาท รวมถึงยังเป็นการสนับสนุนการออกกำลังกายส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนไทยและกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย

น.ส.ลักษณา ทรัพย์สาครประธานคณะกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจทิปโก้ และ นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกสับปะรดกระป๋องและผู้นำตลาดน้ำผลไม้เมืองไทย กล่าวว่า ด้วยความผูกพันระหว่าง ทิปโก้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีมานานกว่า 40 ปี ทิปโก้ได้มองเห็นถึงปัญหาด้านโรงพยาบาลที่ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงต้องการเป็นพลังในการบอกต่อ เพื่อให้ทุกคนหันมาใส่ใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และการจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอนการกุศลในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีนักวิ่งร่วมวิ่งฯกว่า 2,500 คนจากทั่วประเทศ และรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จำนวน 2 ล้านบาท ได้มอบให้แก่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปพัฒนาโรงพยาบาลต่อไป นับเป็นครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกด้วย

งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายทวีนริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผู้ใหญ่ในจังหวัดฯ อาทิ พ.ต.อ.ชยินธร สุคนธร ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และผู้บริหารระดับจังหวัด มาร่วมงานพร้อมเป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่งนอกจากนี้ ยังมีบูธกิจกรรมต่างๆ ของทิปโก้ที่มาให้บริการอีกมากมาย โดยนำผลิตภัณฑ์มาแจกจ่ายสำหรับดื่มให้กับนักวิ่งและผู้มาร่วมงานตลอดทั้งงาน อาทิ ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ทิปโก้ 100% ทิปโก้เวฟ ทิปโก้ม็อกเทล ทิปโก้สับปะรดหอมสุวรรณ ร้านสควีซ บายทิปโก้ น้ำแร่ออรา และอื่นๆ อีกมากมาย

การจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอนการกุศลในครั้งนี้ ทิปโก้ เปรียบเสมือนกระบอกเสียงเล็กๆ ที่กระตุ้นให้คนไทยหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยในการสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดอีกด้วย และคอยติดตามต่อไปว่าครั้งหน้า ทิปโก้ จะมีกิจกรรมอะไรต่อไป

คนดังฉลองเปิดตัว ‘พระยา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282414

คนดังฉลองเปิดตัว ‘พระยา’

คนดังฉลองเปิดตัว ‘พระยา’

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“PHRAYA” (พระยา) ซูเปอร์พรีเมียมรัมของไทยนำโดย สมรวรรณ รัตตกุลผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด พร้อมด้วย ณิกษ์ อนุมานราชธน Mixologist ชื่อดังของเมืองไทย และ รมณียา ไชยวสุ ผู้บริหารเทพฯบาร์ ร่วมนำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สี่พระยา” เพื่อเปิดตัว PHRAYA ซูเปอร์พรีเมียมรัมของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง “World Rum Award 2017” ภายในงานได้มีการรังสรรค์เครื่องดื่ม4 สูตรพิเศษที่ใช้ PHRAYA เป็นส่วนผสมหลัก โดยมีเหล่าคนดังเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ กฤษดา สุโกศลหรือ น้อย วงพรู, ธาดา วาริช และ ลูกเกด-จิรดา โยฮารา

สมรวรรณ รัตตกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประเทศไทย บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่ามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการเปิดตัว PHRAYA ซูเปอร์พรีเมียมรัมของไทย ซึ่งมีความเชื่อเรื่องความพิถีพิถันในการนำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่า โดยมีแรงบันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์จากธาตุทั้งสี่ในการผลิตและการหมักบ่มอย่างพิถีพิถัน ได้แก่ ธาตุดิน ใช้วัตถุดิบจากอ้อยที่มีแหล่งกำเนิดในจังหวัดนครปฐมซึ่งเป็นพื้นที่ที่นับว่ามีดินที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการปลูกอ้อย ธาตุน้ำน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตนำมาจากแม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักของไทย ธาตุไฟถังไม้โอ๊คที่ใช้ในการหมักบ่ม ผ่านการลนไฟอ่อนๆ เพื่อกระตุ้นเนื้อไม้ ให้มอบกลิ่นและรสชาติของถังไม้โอ๊ค ธาตุลม โรงเก็บบ่ม ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบที่มีลมเย็นพัดผ่านตลอดปี โดยใช้เวลาบ่มในโรงเก็บบ่มนี้ยาวนานถึงระหว่าง 7-12 ปี ทำให้มีรสชาติรัมอันนุ่มลึก ซับซ้อน อันเป็นเอกลักษณ์ของ PHRAYA รวมไปถึงรูปทรงลวดลายของขวดที่สะท้อน ดิน น้ำ ไฟ ลม ฉลุลงบนแผ่นสีทองตัดกับรัมสีทองอำพัน ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงความพิถีพิถันตอกย้ำความเป็นซูเปอร์พรีเมียมรัมของไทย มีรางวัลการันตีมากมาย อาทิ สองเหรียญทองจากการแข่งขัน “San Francisco SpiritCompetition” ซึ่งเป็นรายการใหญ่ของการแข่งขันระดับโลก และเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย และล่าสุดได้รับรางวัล WORLD RUM AWARDS 2017 ก็ยิ่งเป็นการการันตีว่า PHRAYA ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพอย่างแท้จริง

ณิกษ์ อนุมานราชธน Mixologistชื่อดังของเมืองไทย ในฐานะผู้รังสรรค์เครื่องดื่ม 4 สูตรพิเศษ กล่าวว่า รู้สึกสนุกมาก ที่ได้ร่วมรังสรรค์เครื่องดื่ม4 สูตรพิเศษร่วมกับ PHRAYA เพราะถือเป็นโอกาสที่ดีในการได้ทำเครื่องดื่มที่มีความเป็นไทยสูง และนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศของเรามีซูเปอร์พรีเมียมรัมของไทยคุณภาพดี ซึ่งโจทย์ที่ได้รับคือการรังสรรค์เครื่องดื่มที่ใช้ PHRAYAเป็นส่วนผสมหลัก จึงเลือกใช้ส่วนผสมที่จะสามารถดึงความเป็นไทยออกมาได้ภายใต้ธีม “สี่พระยา” และออกมาเป็นเครื่องดื่มในชื่อเมนูเหล่านี้ คือ พระยาบรรพต (ดิน) เจ้าพระยา (น้ำ) พระยาอัคคี (ไฟ) พระยาวายุ (ลม)

ด้าน รมณียา ไชยวสุ แห่งเทพฯบาร์ กล่าวว่า เทพฯบาร์ ในฐานะบาร์วัฒนธรรมแห่งแรกของไทย รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมจัดงานเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟขึ้นในครั้งนี้ โดยมองว่าสิ่งที่เทพฯบาร์ และ PHRAYA มีความตั้งใจเหมือนกัน คือความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความเป็นไทยอันทรงคุณค่าให้กับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยผู้ที่สนใจสามารถมาดื่มด่ำสัมผัสรสชาติคอกเทลต่างๆ ในคอนเซ็ปต์ “สี่พระยา” รวมไปถึงมาลิ้มลองรสชาติอาหารไทยและเพลิดเพลินไปกับดนตรีและกลิ่นอายความเป็นไทย ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวได้ที่ เทพฯบาร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงเดือนธันวาคมนี้

‘เจมส์ พาวิลเลี่ยน’ฉลองความงามสง่าหญิงยุคใหม่ ด้วยแหวนสำหรับสวมใส่นิ้วชี้สไตล์โมเดิร์น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282427

‘เจมส์ พาวิลเลี่ยน’ฉลองความงามสง่าหญิงยุคใหม่ ด้วยแหวนสำหรับสวมใส่นิ้วชี้สไตล์โมเดิร์น

‘เจมส์ พาวิลเลี่ยน’ฉลองความงามสง่าหญิงยุคใหม่ ด้วยแหวนสำหรับสวมใส่นิ้วชี้สไตล์โมเดิร์น

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภายใต้ปรัชญา “The Universal Language of Life Celebrations” เราเชื่อว่าความสวยงามของจิวเวลรี่ของ เจมส์พาวิลเลี่ยน นั้นเป็นภาษาสากลที่คนเชื้อชาติไหนและภาษาไหนก็สามารถรับรู้และชื่นชมได้ อีกทั้งทุกคนสามารถฉลองและมีความสุขกับจิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนได้ทุกๆ วัน โดยสำหรับแคมเปญล่าสุด “Index Finger Ring” นี้เราขอฉลองให้กับความงามสง่าโดดเด่นเฉพาะตัวของผู้หญิงยุคใหม่ และฉลองให้กับชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความสำเร็จในด้านต่างๆ ซึ่งนำเสนอผ่านแหวนนิ้วชี้หลากหลายดีไซน์ ตัวแทนแห่งความเป็นผู้นำ ความมั่นใจ สไตล์อันโมเดิร์นเรียบหรูที่เหมาะกับหลากหลายโอกาส

ในประวัติศาสตร์แหวนที่นิ้วชี้พบได้ทั้งที่นิ้วของกษัตริย์ ราชวงศ์ และบุคคลในแวดวงต่างๆ ที่มีอิทธิพลและหน้าที่ความสำคัญ รวมถึงแหวนประจำตระกูล สมาคม และองค์กร เพราะนิ้วชี้โดยเฉพาะที่มือขวาเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของพลัง เป็นตำแหน่งที่สามารถแสดงตัวได้อย่างโดดเด่นชัดเจน

จนมาถึงโลกในยุคปัจจุบัน ในทางสรีรศาสตร์นั้น นิ้วชี้ถือเป็นตำแหน่งที่โดดเด่นสวยงามที่สุด ด้วยระดับสายตาการมองเห็น ลักษณะการใช้งาน ท่วงท่าการเคลื่อนไหว รูปร่างและโครงสร้างของนิ้วตามธรรมชาติของคนส่วนใหญ่ และด้วยความหมายที่ดีการสวมแหวนที่นิ้วชี้จึงเหมาะกับผู้หญิงที่มีความทันสมัย มั่นใจ มีความเป็นผู้นำมีความเป็นตัวของตัวเอง และมีสไตล์ที่ชัดเจนซึ่งไม่ว่าจะชื่นชอบการแต่งตัวแบบไหน การสวมแหวนวงสวยที่นิ้วชี้นั้นก็เข้าได้กับทุกลุคทุกเดรสโค้ต (dresscode) และทุกโอกาส ทั้งลุคสบายในวันหยุดกลางฤดูร้อนกับแหวนตัวเรือนไวท์โกลด์ประดับเพชรแฟนซีเชปรอบวงใส่กับเชิ้ตขาว กางเกงผ้าลินิน ลุควันทำงานอย่างแหวนตัวเรือนไวท์โกลด์ประดับเพชรทรงเหลี่ยมรอบวงใส่กับสูทและกระโปรงทรงดินสอสีเข้ม ลุคสดใสไม่เหมือนใครในงานเลี้ยงสุดพิเศษกับแหวนตัวเรือนพิงค์โกลด์ประดับเพชรดีไซน์สวยใส่ซ้อนๆกันกับแหวนตัวเรือนไวท์โกลด์ ไปจนถึงลุคหรูหรา อย่างแหวนตัวเรือนไวท์โกลด์ประดับเพชรรอบวงหลากหลายเชปใส่ซ้อนๆ กัน ยิ่งทอประกายอันสง่างามเข้ากันกับอิเวนนิ่งเดรส
ตัวยาวในโอกาสสำคัญช่วงปลายปี

การเลือกแหวนเพชรที่นิ้วชี้เป็นการเพิ่มเติมย้ำเน้นถึงความใส่ใจให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดด้วยความพิถีพิถัน และด้วยพื้นที่ว่างรอบนิ้วที่สามารถแสดงให้เห็นถึงวงแหวนเกือบทั้งวงจึงเหมาะกับแหวนเพชรเรียงที่สามารถมองเห็นความงามเป็นประกายไร้ที่สิ้นสุดของเพชรแต่ละเม็ดที่มาประดับตกแต่งอยู่รอบนิ้ว และยังสามารถเลือกสวมใส่ซ้อนๆ กันเพิ่มเลเยอร์ สร้างมิติสวยงามให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยทั้งคุณภาพความใสแวววาวขาวสะอาดของเพชร ดีไซน์โมเดิร์นเรียบหรู และความเนี้ยบสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของงานช่างฝีมือทำให้แหวนเพชรรอบวงหลากหลายรูปแบบและดีไซน์เป็นไอเท็มที่น่าครอบครอง

สถานเสาวภา สภากาชาดไทย รณรงค์ฉีด 5 วัคซีน ป้องกัน 9 โรคร้ายในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282411

สถานเสาวภา สภากาชาดไทย รณรงค์ฉีด 5 วัคซีน ป้องกัน 9 โรคร้ายในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น

สถานเสาวภา สภากาชาดไทย รณรงค์ฉีด 5 วัคซีน ป้องกัน 9 โรคร้ายในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว สถานเสาวภา สภากาชาดไทย จัดโครงการรณรงค์การฉีดวัคซีนในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น หรือ “Vaccines for Teens” แนะนำ 5 วัคซีนสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นเพื่อป้องกัน 9 โรคร้าย ได้แก่ ไข้เลือดออก คอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก เอชพีวี หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม และอีสุกอีใส เพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่คนใกล้ตัว

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์วิศิษฏ์ สิตปรีชา ผู้อำนวยการสถานสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่างให้ความสนใจและสนับสนุนการให้วัคซีนป้องกันโรคแก่บุคคลในกลุ่มอายุต่างๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่าอัตราการให้วัคซีนแก่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น (หรืออายุระหว่าง 9-26 ปี) ยังต่ำอยู่ ทำให้คนในวัยนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิดมากขึ้น ในฐานะผู้ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้กับคนไทยมากว่า 95 ปีสถานเสาวภา สภากาชาดไทย จึงจัดโครงการรณรงค์ให้ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นตระหนักถึงความจำเป็นของการรับวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ตลอดจนลดความรุนแรงของโรค ลดการแพร่เชื้อไปยังคนใกล้ตัว และลดอัตราการเสียชีวิตจาก9 โรคร้ายซึ่งสามารถป้องกันได้ตามคำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคโดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยในปี 2557”

สำหรับวัคซีนที่แนะนำให้ฉีดทั้ง 5 ชนิด ซึ่งป้องกันได้ทั้งหมด 9 โรคสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น ประกอบด้วย 1.วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก 2.วัคซีนป้องกัน คอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก 3.วัคซีนป้องกันเอชพีวี 4.วัคซีนป้องกัน หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม และ 5.วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิชาการ สถานเสาวภา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นควรฉีดวัคซีนทั้ง 5 ชนิดนี้ เนื่องจาก ประการแรก แม้เคยรับวัคซีนแล้วในตอนเด็ก แต่ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนบางชนิดอาจลดลงตามกาลเวลา เนื่องจากวัยรุ่นไม่มีการพบแพทย์ เนื่องจากมักมีสุขภาพดีและไม่มีโปรแกรมการนัดฉีดวัคซีนชัดเจนเหมือนในเด็กเล็ก จึงจำเป็นต้องได้รับการฉีดเข็มกระตุ้น เช่น โรคบาดทะยัก ซึ่งมีแนวโน้มว่าภูมิคุ้มกันเริ่มลดลงในช่วงอายุ 15-30 ปี จากไม่ได้รับการฉีดกระตุ้นในช่วงวัยรุ่น หรือโรคคอตีบ ซึ่งเคยพบมีการระบาดและพบว่าผู้ป่วยเป็นในกลุ่มเด็กอายุ 5-14 ปีและผู้ใหญ่อายุมากกว่า 15 ปี โดยอัตราเสียชีวิตก็สูงขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต รวมถึงโรคไอกรนที่มีรายงานในต่างประเทศว่าพบอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นในทั้งเด็กโตและวัยรุ่น

ประการที่สอง แพทย์อาจเข้าใจว่าผู้ป่วยเคยรับวัคซีนมาแล้วตั้งแต่ในวัยเด็ก ทั้งที่แท้จริงยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนจึงไม่ได้ให้วัคซีน หรือเคยได้รับวัคซีนไปแล้วแต่ไม่ได้ผล เช่น ปรากฏรายงานผู้ป่วยโรคหัดที่เคยมีประวัติฉีดวัคซีนมาก่อน จึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกัน หัด หัดเยอรมัน คางทูม ซ้ำเพื่อให้มีภูมิต้านทาน โรคหัดเยอรมันซึ่งหากหญิงมีครรภ์ได้รับเชื้อ เด็กที่เกิดมาอาจเป็นหัดเยอรมันโดยกำเนิดได้ แม้ว่าภูมิต้านทานที่เกิดจากการฉีด

ประการที่สาม โรคบางชนิดอาจมีโอกาสติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือรุนแรงขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ เช่น การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์และอาจนำไปสู่การป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก และบางโรคอาจรุนแรงหรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนมาก เช่น โรคสุกใส ที่พบว่าผู้ใหญ่และหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้มากกว่าในเด็ก

ประการที่สี่ นวัตกรรมการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้นและทำให้มีการพัฒนาวัคซีนใหม่ๆ ที่ป้องกันโรคติดเชื้อที่มีความสำคัญ เช่น วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2559 เนื่องจากไข้เลือดออกเป็นโรคที่ไม่สามารถคาดเดาความรุนแรงของอาการได้และยังไม่มียารักษาโดยตรง ซึ่งนอกจากเป็นการป้องกันตนเองจากอันตรายของโรคแล้ว ยังเป็นการลดโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ยิ่งกว่านั้นการฉีดวัคซีนบางชนิดในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นยังสามารถป้องกันการแพร่โรคไปยังบุคคลใกล้ชิดโดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำที่จะได้รับอันตรายจากติดเชื้อ เด็กเล็กผู้สูงอายุ และหญิงมีครรภ์”

ทั้งนี้ หากประชากรกลุ่มนี้ไม่มีภูมิคุ้มกัน เมื่อมีการติดเชื้อจากโรคดังกล่าว แม้บางครั้งอาการอาจไม่รุนแรง แต่ความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายตามมาคือ การเป็นพาหะแพร่เชื้อให้คนใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ และผู้สูงอายุ

ผู้สนใจรับการฉีดวัคซีนดังกล่าวและวัคซีนชนิดอื่นๆ สามารถติดต่อรับบริการฉีดวัคซีนในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 ธันวาคม 2560
ที่คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว สถานเสาวภา สภากาชาดไทย กรุงเทพฯ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอีเมล: queensaovabha@hotmail.com หรือโทร.02-2520161-4 ต่อ 125, 132

4 สารตกค้างอันตราย ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282408

4 สารตกค้างอันตราย ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

4 สารตกค้างอันตราย ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การดูแลผิวหนังให้สะอาดและมีสุขภาพดีในทุกๆ วัน เป็นสิ่งจำเป็นแต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบันมีสารเคมีมากมายหลายชนิด ถูกใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่จำหน่ายในเมืองไทยซึ่งบางครั้งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้และมีสารระคายเคืองตกค้าง ทำให้บางครั้งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากความคุ้นเคยราคาและโปรโมชั่น โดยไม่ได้อ่านฉลากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ อาจได้รับสารเคมีบางอย่างแทรกซึมเข้าร่างกาย ผ่านเกราะป้องกันอย่างผิวพรรณไปโดยไม่รู้ตัว

พญ.ฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก โรงพยาบาลผิวหนังอโศก ให้ข้อมูลว่า ผิวหนัง เปรียบเสมือนกำแพงด่านหน้าที่คอยปกป้องร่างกายจากภายนอก รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ ยิ่งใน เด็กทารกการยึดติดกันของเซลล์ยังไม่แข็งแรงมาก ทำให้ผิวหนังเกิดตุ่มน้ำได้ง่าย และมีโอกาสติดเชื้อได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ จนเมื่อโตขึ้นร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยรอบด้าน ในการดูแลป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายตัวเองได้ง่าย อาทิ สร้างสภาวะการเป็นกรดของผิวหนังที่พอดี (pH 5) ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย หรือกระทั่ง แบคทีเรียประจำถิ่นซึ่งคอยยับยั้งแบคทีเรียกลุ่มที่ก่อให้เกิดโรค ฯลฯกระนั้นก็ใช่ว่า “กำแพงผิว” จะแข็งแกร่งเสมอไป ตราบที่เรายังนำพาสารเคมีต่างๆ ให้แทรกซึมเข้าร่างกายในชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปแบบ “ประทินผิว” หรือ “รักษา” ฉะนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือรู้เท่าทันจะได้ป้องกันได้

สำหรับ 4 สารที่ควรเฝ้าระวัง และอาจก่อให้เกิดอันตราย หากใช้ในปริมาณที่เกินกำหนด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดวัตถุกันเสียที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ฉบับที่ 4เล่มที่ 132 หน้า 16 ฉบับปรับปรุงปี 2559)มีดังนี้ 1.Sodium Lauryl Sulfate หรือ SLS โซเดียมลอริลซัลเฟต เป็นสารที่มีคุณสมบัติลดแรงตึงผิวของน้ำ ทำให้เกิดฟอง ช่วยให้สิ่งสกปรกและคราบไขมันหลุดออกได้ง่าย ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหลายชนิด เช่น สบู่ แชมพู ครีมล้างหน้า และยาสีฟัน จากการวิจัยพบว่า หากความเข้มข้นของสารที่ใส่ในผลิตภัณฑ์มีปริมาณมากเกินไป อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนังบริเวณที่สัมผัส โดยการระคายเคืองจะเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นของสารที่เพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ยังมีรายงานในสัตว์ทดลองพบว่าความเข้มข้นของสาร SLS ในปริมาณที่สูง จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดสิว และถ้าล้างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสาร SLS ออกช้าหรือไม่ล้างออก อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตา จากที่มีการแชร์ข่าวทางโซเชียสมีเดีย และอีเมลลูกโซ่ถึงภัยจากสาร SLS ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยใดๆ สรุปชัดเจนเรื่อง สาร SLS และความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในคน ในประเทศไทยยังคงให้ใช้สาร SLS ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ โดยต้องมีความเข้มข้นที่ใช้ได้ปลอดภัยในปริมาณที่กำหนด ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร SLS ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารนี้ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ว่า SLS-Free หรืออาจเลือกใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเป็นSodium Laureth sulfate หรือ SLES ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า SLS และยังไม่มีข้อมูลความเสี่ยงเกี่ยวกับการเป็นสารก่อมะเร็ง

2.Parabens สารกลุ่มพาราเบนเป็นสารกันเสีย (Preservative) มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรีย ป้องกันไม่ให้เครื่องสำอางเสียง่าย นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์อาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมโกนหนวด น้ำยาดัดผมถาวร ยาสีฟัน และยาระงับกลิ่น เนื่องจากเคยมีรายงานผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านม และตรวจพบพาราเบนในเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพาราเบน ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของพาราเบนจะก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมหรือไม่ ในประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุขยังรับรองให้ใช้สารในกลุ่มพาราเบนได้ 4 ชนิด ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากมีข้อถกเถียงกันถึงความปลอดภัยของพาราเบนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารชนิดอื่นที่ผลิตจากธรรมชาติเป็นสารกันเสียแทน โดยไม่มีส่วนผสมของพาราเบน หรือ Paraben-free

3.Methylisothiazolinone หรือMIT เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน เป็นสารกันเสีย (Preservative) มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ ในแชมพู ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ครีมอาบน้ำ เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง และผ้าเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก MIT เป็นสารที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดการแพ้ได้ง่าย สำหรัประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ควบคุมให้ใช้ MIT ในความเข้มข้นที่กำหนด และให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วต้องล้างออกเท่านั้น

4.Triclosan ไตรโคลซาน เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียยาสีฟัน เครื่องสำอาง มีฤทธิ์ช่วยลดหรือป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย มีประสิทธิภาพในการป้องกันเหงือกอักเสบ แต่หากใช้ปริมาณที่เกินกำหนดจะทำให้เกิดพิษ มีรายงานในสัตว์ทดลองว่าทำให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อผิดปกติ มีผลกับการทำงานของหัวใจ และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีไตรโคซานเป็นระยะเวลานานจะมีความเสี่ยงต่อเชื้อแบคทีเรียดื้อยา

อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ควรอ่านฉลากทุกครั้ง เพื่อดูส่วนผสมของสารที่อาจเกิดอันตราย ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรมีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงผิวหนัง มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ และวันเดือนปีที่ผลิต รวมถึงวันหมดอายุที่ชัดเจน หากเป็นผลิตภัณฑ์ของเด็ก ควรผ่านการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับเด็กและทารก ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือสารกันเสีย ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวลูกน้อย

ศิลปินรุ่นใหม่เนรมิตรั้วก่อสร้าง ให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะสุดเท่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282412

ศิลปินรุ่นใหม่เนรมิตรั้วก่อสร้าง ให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะสุดเท่

ศิลปินรุ่นใหม่เนรมิตรั้วก่อสร้าง ให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะสุดเท่

วันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สานต่อความสำเร็จในการสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนรั้วก่อสร้างโครงการ “สามย่านมิตรทาวน์” เป็นพื้นที่โชว์ผลงาน “สตรีทอาร์ตแกลเลอรี่” อย่างสมบูรณ์แบบล่าสุด บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ ผู้พัฒนาโครงการ “สามย่านมิตรทาวน์” สมาร์ทมิกซ์ยูสแห่งแรกบนถนนพระรามสี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “UrbanLife Library-คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้” จับมือ4 ศิลปินนักวาดภาพรุ่นใหม่ ได้แก่ พิชญา ศรีระพงษ์ หรือเบียร์ พิช (Beer Pitch),อัครพล หมุนรอด (Akkarapon Munlod), จี๊ป คงเดชะกุล (Jeep Kongdechakul) และ ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ ปอม ชาน(Pomme Chan) ร่วมกันสร้างสรรค์ “สามย่านมิตรทาวน์ อาร์ทิสท์ คอลลาบอเรชั่น 2” ที่มาสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรให้ชุมชนโดยรอบสามย่าน

สาริษฐ์ ไตรโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ บอกเล่าแนวคิดในการทำรั้วโครงการให้กลายเป็นสามย่านมิตรทาวน์ อาร์ทิสท์คอลลาบอเรชั่น 2 ว่า สามย่านมิตรทาวน์ ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้ใช้งาน (Smart) และเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน (Friendly) โดยใช้คอนเซ็ปต์ “Urban Life Library-คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้”จึงเลือกใช้ 4 ศิลปินร่วมสมัยมาถ่ายทอดตัวตนของสามย่านมิตรทาวน์ โดยแบ่งออกเป็น 1.สมาร์ทมิกซ์ยูส (Smart Mixed-use) 2.คลังแห่งการเรียนรู้ (The LearningLibrary) 3.คลังแห่งอาหาร (The Eating Library)4.คลังแห่งการอยู่อาศัย (The Living Library)

ภัทธิรา เจริญชาศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดัคท์สโตร์ เดอะ ดีไซน์กูรู จำกัดกล่าวว่า นับเป็นปีที่ 2 ที่ทางทีมได้มาสานต่อ สตรีทอาร์ตแกลเลอรี่ ของโครงการสามย่านมิตรทาวน์ จากการรวบรวม 6 ศิลปินนำเสนอผลงานสตรีทอาร์ตผ่านงานศิลปะวาดผนัง (Graffiti Arts) ในปีที่แล้ว และในปีนี้เราได้เพิ่มศิลปินชั้นนำของเมืองไทยเป็นนักวาดภาพประกอบชื่อดังอีก 4 ท่าน โดยนำเสนอผ่านงาน อิลลัสเตรชั่น (Illustration) ที่ศิลปินเเต่ละคนตีความคอนเซ็ปต์ของสามย่านมิตรทาวน์ในเเง่มุมที่เเตกต่างกัน ซึ่งจะช่วยให้สื่อถึงแนวคิดโครงการให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

สำหรับ 4 ศิลปินรุ่นใหม่ ผู้มากด้วยฝีไม้ลายมือ ซึ่งต่างสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดประกอบมามากมายจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มาร่วมออกแบบรั้วโครงการก่อสร้างสามย่านมิตรทาวน์ในรูปแบบอาร์ตแกลเลอรี่ครั้งล่าสุดนี้ ได้แก่ พิชญา ศรีระพงษ์ หรือเบียร์ พิช (Beer Pitch), อัครพล หมุนรอด (AkkaraponMunlod), จี๊ป คงเดชะกุล (Jeep Kongdechakul)และ ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ ปอม ชาน(Pomme Chan) ซึ่งศิลปินแต่ละคนต่างสะท้อนจุดเด่นของโครงการสามย่านมิตรทาวน์ได้อย่างชัดเจน และเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสงหรือที่รู้จักกันในนามของ “ปอม ชาน”เผยว่า ยินดีที่ได้ร่วมงานกับโครงการสามย่านมิตรทาวน์ และเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมสร้างสีสันให้กับผู้คนที่เดินผ่านไป-มาในย่านนี้สามารถชมงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งช่วยให้บ้านเมืองดูสดใสมากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องของงานศิลปะไม่ได้อยู่แค่ในแกลเลอรี่ แต่พื้นที่ภายนอกก็สามารถเป็นนิทรรศการศิลปะได้เหมือนกัน สำหรับโจทย์ที่รับคือ Smart Livingนำเสนอในเชิง Abstact โดยใช้ลูกบอลที่มาหลากหลายขนาด ในภาพเป็นตัวแทนของโมเลกุลและสะท้อนถึงความซับซ้อนที่มีการเชื่อมโยงกันด้วยเส้นสายที่พาดไป-มา แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่อทุกสิ่งเข้าไว้ด้วย และมองว่า Smart Living ในรูปแบบของตัวเอง เป็นการจัดการสิ่งที่ต่างๆ ให้เป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้น

พิชญา ศรีระพงษ์ หรือที่รู้จักกันในนามของ “เบียร์ พิช” เล่าว่าติดตามผลงานสตรีทอาร์ตของโครงการสามย่านมิตรทาวน์มาตั้งแต่เฟสแรก จึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นร่วมงานสร้างสรรค์ผลงานที่มีความท้าทาย น่าสนุก และมีความสุขมากที่ได้ร่วมงานในโปรเจกท์นี้ “ส่วนใหญ่โครงการก่อสร้างทั่วไปจะขึงผ้าใบ หรือเป็นรั้วกั้นธรรมดา แต่สำหรับโครงการนี้มีการนำศิลปะเข้าไปใส่บนผนังรอบๆ โครงการ ทำให้ถนนในย่านนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น

เตอร์-อัครพล หมุนรอด กล่าวว่า ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนสามย่าน และเป็นผลงานชิ้นใหญ่ที่สุดครั้งแรกของตัวเองด้วย ซึ่งโครงการก่อสร้างทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นผนังเขียวที่ดูน่ากลัว แต่สำหรับรั้วโครงการสามย่านฯ เราได้สร้างสรรค์ผลงานและใช้สีสันต่างๆ มากลบความน่ากลัว บวกกับขนาดของงานที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้คนเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายขึ้น

รื่นรมย์กับงานศิลป์รอบรั้วโครงการ “สามย่านมิตรทาวน์” โครงการมิกซ์ยูสที่จะเสร็จสมบูรณ์เป็นแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป