เกาหลีใต้ขาดดุล “กิมจิ” สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309735

เกาหลีใต้ขาดดุล “กิมจิ” สูงสุดเป็นประวัติการณ์

อาหาร, เครื่องเคียง, ภูมิใจ, ตระกูล, สำคัญ, มรดกตกทอด, สถิติ, ใหม่, ขาดดุลกิมจิ, ส่งออก, นำเข้า, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้,  ข่าวต่างประเทศ, กิมจิ

สู้ราคากิมจิจีนไม่ไหว เกาหลีใต้ขาดดุลย่อยยับ ส่งออกเทียบไม่ติดกับนำเข้า

 

“กิมจิ” อาหารเครื่องเคียงประจำชาติที่เกาหลีใต้ภาคภูมิใจ แต่ในทางการค้า พ่ายแพ้กิมจินำเข้าจากจีนอย่างหมดรูปตลอดหลายปีมานี้ จนมีคำเรียกขานว่า “ขาดดุลกิมจิ” และตัวเลขล่าสุดในปีที่ผ่านมาปรากฏว่า ยอดขาดดุลกิมจิ พุ่งสูงทำสถิติใหม่

สำนักงานศุลกากรเกาหลีใต้ (เคซีเอส) เผยว่า เกาหลีใต้นำเข้ากิมจิกว่า 2.75 แสนตันเมื่อปีที่แล้ว โดย 99% นำเข้าจากจีน ขณะส่งออกเพียง 2.4 หมื่นตัน การขาดดุลคิดเป็นมูลค่า 47.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11% และมากที่สุดนับจากเคซีเอสเริ่มเก็บสถิติในปี 2543

บรรษัทการค้าอาหารและเกษตร-ประมงเกาหลี ระบุว่า ราคาคือปัจจัยสำคัญ ตัวเลขปี 2559 พบว่า กิมจินำเข้าตกกิโลกรัมละ 0.5 ดอลลาร์ ขณะกิมจิที่ส่งออก โดยมากเป็นตลาดญี่ปุ่น ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.36 ดอลลาร์

สถาบันกิมจิโลกของเกาหลีใต้ ระบุว่า กิมจิที่ร้านอาหารเกาหลีใต้ซื้อไปใช้เมื่อปี 2559 นั้น 89.9% นำเข้าจากจีน

การขาดดุลการค้ากิมจิครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2549 กลายเป็นข่าวใหญ่ในเกาหลีใต้ที่พยายามค้นหาคำตอบ

องค์การยูเนสโก ขึ้นทะเบียนการทำกิมจิของเกาหลีใต้ เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อปี 2556 โดยระบุว่า กระบวนการทำผักดองกิมจิ ตอกย้ำอัตลักษณ์ของชาวเกาหลี เป็นโอกาสอันวิเศษสำหรับการกระชับความสัมพันธ์ครอบครัว เป็นเครื่องเตือนใจว่าชุมชนมนุษย์ต้องการการดำรงชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ กิมจิแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันไป ส่วนประกอบและกรรมวิธีถือเป็นมรดกตกทอดสำคัญของตระกูล และมักส่งต่อจากแม่สามีถึงลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งงาน

หญิงพิการใช้ลิ้นบังคับสมาร์ทโฟนช่วยธุรกิจที่บ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309731

หญิงพิการใช้ลิ้นบังคับสมาร์ทโฟนช่วยธุรกิจที่บ้าน

 

นูร์ซามาวตี มาห์มุด สตรีมาเลเซีย วัย 33 ปี ผู้พิการมือและเท้า แต่ทำในสิ่งที่หลายคนนึกไม่ถึงว่าเธอจะทำได้เพื่อช่วยครอบครัว นั่นคือการใช้สมาร์ทโฟนด้วยลิ้น

 

นูร์ซามาวตี ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อเข้าดูเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และวีแชท เท่านั้น แต่ยังใช้เพื่อโฆษณาธุรกิจซอสพริกและซอสถั่วเหลืองของครอบครัว ยี่ห้อ มาห์มูดัน อีกด้วย และความพยายามของเธอได้ช่วยเพิ่มยอดสั่งซื้ออย่างเห็นได้ชัด โดยนับจากปี 2558 เป็นต้นมา มียอดขายเดือนละประมาณ 4,000 ขวด

เธอเป็นพี่คนโตมีพี่น้องรวม 5 คน ปัจจุบัน มีเพื่้อนบนเฟซบุ๊กกว่า 1,000 คน

นางเซาดาห์ ชารี มารดา วัย 55 ปี ของนูร์ซามาวตี กล่าวว่า ลูกสาวคนนี้เป็นคนมุ่งมั่นและเข้มแข็งมาก เธอต้องการให้ธุรกิจครอบครัวประสบความสำเร็จ ยอดขายได้รับผลกระทบเล็กน้อยไปในปีนี้เพราะการแข่งขัน แต่ลูกสาวคนนี้ก็ไม่ยอมแพ้ และมักใช้สมาร์ทโฟนช่วยโฆษณาตามวิธีการของเธอเสมอ

 

ส.ส.อังกฤษหลับคาสภาฯ ช่วงดีเบทเบรกซิท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309674

ส.ส.อังกฤษหลับคาสภาฯ ช่วงดีเบทเบรกซิท

 อังกฤษ, ข่าวต่างประเทศ, ส.ส.อังกฤษ, ฝั่งรัฐบาล, เซอร์ เดสมอน สเวย์น

ส.ส.คนดังของฝั่งรัฐบาลอังกฤษหลับคาสภาฯ ในช่วงของการอภิปรายกฎหมาย Brexit ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดัน ให้บรรลุเป้าหมาย

 

กลายเป็นประเด็นร้อนอันน่าอับอาย  สำหรับพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ เมื่อ ส.ส.คนดังอย่าง “เซอร์ เดสมอน สเวย์น” นั่งไขว่ห้างงีบหลับอย่างสบายอารมณ์ ในระหว่างการอภิปรายประเด็น ” Brexit” ในสภาผู้แทนราษฎร

ในขณะที่สมาชิกพรรคฯ อีกคนคือ “เคน คล้าก” กำลังยืนอภิปรายอยู่ข้างหน้าเซอร์เดสมอนด์ อดีตรัฐมนตรีที่เคยทำหน้าที่ “เป็นหูเป็นตา” ให้ เดวิด คาเมรอน อดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นนักการเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสภาฯ ถูกจับภาพในขณะนั่งเอกเขนกหลับบนม้านั่งสีเขียวราว 1 นาที ในขณะที่ ส.ส.คล้าก ที่สนับสนุนการอยู่กับสหภาพยุโรป กำลังอภิปรายเป็นเวลา 10 นาที

 

ส.ส.อังกฤษหลับคาสภาฯ ช่วงดีเบทเบรกซิท

ซึ่งมีเนื้อหาเย้นหยัน  ในเรื่องที่รัฐบาลต้องการให้อังกฤษถอนตัวออกจาก “กฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานของสหภาพยุโรป” ก่อนจะรู้สึกตัวตื่น เอามือเท้าคางแล้วยิ้ม

 

ส.ส.อังกฤษหลับคาสภาฯ ช่วงดีเบทเบรกซิท

ส.ส.อังกฤษ กำลังอยู่ระหว่างการอภิปรายเกี่ยวกับกฎหมายเพื่อผลักดัน Brexit ซึ่งเป็นเรือธงของรัฐบาล ในการทำให้กฎหมายยุโรปทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นกฎหมายสัญชาติอังกฤษ ให้ทันอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ที่กำหนดจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม ปี 2019

เกาหลีใต้เผยยอดส่งออกสินค้าไอซีที ปี 60 พุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309640

เกาหลีใต้เผยยอดส่งออกสินค้าไอซีที ปี 60 พุ่ง

คมชัดลึุก, ข่าวต่างประเทศ, เกาหลีใต้เผยปี60ส่งออกไอทีเพิ่ม, แต้่มือถือร่วง, ขยายฐานการผลิตออกนอกประเทศ

เกาหลีใต้เผยยอดส่งออกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ปี60 ปรับตัวขึ้น 10% แตะที่ 9.64 พันล้านดอลลาร์ แต่ยอดส่งออกโทรศัพท์มือถือร่วงลง 28.8% เหตุขยายฐานการผลิตไปตป.

 

กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ของเกาหลีใต้ในปี 2560 เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.976 แสนล้านดอลลาร์ จากอุปสงค์อันแข็งแกร่งของชิปและจอภาพ

สำหรับยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์ไอซีทีของเกาหลีใต้อยู่ที่ 1.021 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมไอซีทีของเกาหลีใต้เกินดุลการค้า 9.55 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2560 โดยยอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์พุ่งขึ้น 60.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 9.968 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนยอดส่งออกจอภาพเพิ่มขึ้น 7.8% แตะที่ 3.029 หมื่นล้านดอลลาร์

หากแยกเป็นรายประเทศแล้ว เกาหลีใต้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไอซีทีไปยังจีนเพิ่มขึ้น 22.2% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.0439 แสนล้านดอลลาร์ ส่งออกไปยังเวียดนามมากขึ้น 60.2% และส่งออกไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.7% สู่ระดับ 1.816 หมื่นล้านดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวลดลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309634

ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวลดลง

ราคาน้ำมันดิบ, ข่าวต่างประเทศ, ราคาน้ำมัน, ปรับตังลดลง

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาด16ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง แต่ตลาดยังได้แรงหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มใน-นอกโอเปก

           สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 57 เซนต์ หรือ 0.09% ปิดตลาดที่ราคา 63.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 1.11 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดตลาดที่ราคา 69.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รัฐมนตรีพลังงานรัสเซีย กล่าวว่า ตลาดน้ำมันยังไม่ถึงจุดสมดุล แม้ราคาดีดตัวสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกยังคงต้องร่วมมือกันปรับลดกำลังการผลิตต่อไป เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น อาจมีสาเหตุจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

ทั้งนี้ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก นำโดยรัสเซีย เห็นพ้องปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน  จนถึงสิ้นปี2561 แต่จะมีการทบทวนข้อตกลงดังกล่าวในการประชุมโอเปกครั้งต่อไปในเดือนมิ.ย.2561 นี้ เพื่อประเมินผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และปริมาณน้ำมันในตลาดจากการปรับลดกำลังการผลิต

ด้านแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ และมอร์แกน สแตนลีย์ ต่างปรับขึ้นคาดการณ์ราคาน้ำมันในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์บางรายเตือนเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นมากเกินไปของราคาน้ำมัน เนื่องจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่า สหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิต โดยราคาอาจพักฐานในระยะสั้น หลังจากพุ่งขึ้น 13% นับตั้งแต่ต้นปีนี้

การผลิตน้ำมันของสหรัฐชะลอตัวลงในระยะนี้จากสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยร่วงลงสู่ระดับ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังจากดีดตัวแตะ 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งทะลุ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในไม่ช้า

“เมียนมา-บังกลาเทศ” เห็นพ้องส่ง”โรฮิงญา”กลับใน 2 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309631

“เมียนมา-บังกลาเทศ” เห็นพ้องส่ง”โรฮิงญา”กลับใน 2 ปี

ข่าวต่างประเทศ, 2 ปี, บังคลาเทศ, เมียนมา, โรฮิงญา

เมียนมา-บังกลาเทศ เห็นพ้องส่ง โรฮิงญา กลับประเทศใน 2 ปี

          กระทรวงการต่างประเทศของบังกลาเทศ เปิดเผยว่า เมียนมาและบังกลาเทศเห็นพ้องที่จะดำเนินการส่งตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญากลับประเทศให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปีนับตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการส่งกลับประเทศ

          ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อวานนี้ระบุว่า บังกลาเทศจะจัดตั้งค่ายผู้อพยพจำนวน 5 แห่ง เพื่อเตรียมส่งตัวผู้อพยพไปยังศูนย์รับรองจำนวน 2 แห่งทางฝั่งเมียนมาต่อไป แต่ยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่ากระบวนการส่งตัวจะเริ่มขึ้นเมื่อใด

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบให้เมียนมาจัดหาที่พักพิงให้กับผู้อพยพเป็นการชั่วคราว และสร้างบ้านพักอาศัยให้แก่ผู้อพยพในระยะต่อไป

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2560 ทั้งสองประเทศตกลงกันที่จะเริ่มส่งตัวชาวโรฮิงญาหลายแสนคนที่หนีจากรัฐยะไข่ของเมียนมาไปยังบังกลาเทศกลับประเทศภายใน 2 เดือน แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากระบวนการส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศจะสามารถเริ่มต้นได้ตามกำหนดภายในวันที่ 23 ม.ค. 2561 นี้หรือไม่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เมียนมาและบังกลาเทศได้จัดการประชุมร่วมเกี่ยวกับแผนการส่งกลับผู้อพยพตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกหลังบรรลุข้อตกลงในเดือนพ.ย.

จีนลงดาบจนท.รัฐโกงวัด ‘ค่ามลพิษอากาศ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309499

จีนลงดาบจนท.รัฐโกงวัด ‘ค่ามลพิษอากาศ’

ข่าวต่างประเทศ, จีนลงดาบจนท.รัฐโกงวัด ค่ามลพิษอากาศ, รัฐบาลจีนเริ่มทำสงครามขจัดมลพิษมาตั้งแต่ปี 2557, ค่ามลพิษอากาศ

รัฐบาลจีนสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ในมณฑลเจียงซีและมณฑลเหอหนาน โทษฐานกระทำการแทรกแซงอุปกรณ์วัดค่าฝุ่นละอองในอากาศเพื่อให้ดูเหมือนว่าหมอกควันลดลงเกินจริง

          กระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อมจีนแถลงว่า เจ้าหน้าที่เมืองซินอวี๋ในมณฑลเจียงซี และเมืองซินหยางในมณฑลเหอหนาน พยายามโกงค่ามลพิษโดยนำน้ำเปล่าไปฉีดพ่นบริเวณเซนเซอร์ของอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ และรัฐบาลท้องถิ่นของทั้ง 2เมืองยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ถูกไล่ออก หรือถูกลงโทษทางปกครองไปแล้ว

         “ต่อให้พวกเขาปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งใจโกง และไม่ว่าสิ่งที่ทำจะมีผลต่อการอ่านค่ามลพิษหรือไม่ การเอาน้ำไปฉีดใส่อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศถือเป็นการแทรกแซงการทำงานตามปกติของอุปกรณ์”

         ทั้ง 2 เมืองดังกล่าวได้ชื่อว่า เป็นต้นกำเนิดมลพิษรายใหญ่ของจีน และเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตโลหะที่ไม่มีแร่เหล็กเป็นส่วนประกอบเช่น อลูมิเนียมและทองแดง

         รัฐบาลจีนเริ่มทำสงครามขจัดมลพิษมาตั้งแต่ปี 2557เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการเมืองซึ่งเกิดจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างไร้การควบคุมมานานกว่า 30 ปี แต่การบังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษให้ได้ผลก็ยังเป็นปัญหามาตลอด

         กระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อมจีนได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดค่ามลพิษแบบเรียลไทม์ขึ้นตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างทั่วถึงและจริงจัง แต่ก็ยังประสบปัญหาการปลอมแปลงค่ามลพิษอยู่เนืองๆ เพราะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมักจะหลบเลี่ยงความรับผิดชอบด้วยการปิดเครื่อง หรือแกล้งใช้งานไม่ถูกวิธี ขณะที่บางโรงงานจะเปิดเครื่องตรวจวัดเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น

          กระทรวงฯ จึงพยายามลดการแทรกแซงเหล่านี้ด้วยการนำสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 1,436 แห่งเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง และไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นเข้าไปยุ่งเกี่ยว

           คำสั่งลงโทษดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่มณฑลเหอหนานถูกกล่าวโทษว่าล้มเหลวในการควบคุมคุณภาพอากาศ เพราะเมื่อเดือนมี.ค. ปีที่แล้วมีหลายโรงงานในมณฑลนี้แจ้งค่าการปล่อยมลพิษเป็นเท็จ

          ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมรายหนึ่งในเมืองซีอานถูกลงโทษฐานเอา “สำลี” ไปยัดใส่เซนเซอร์เครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง และถอดเทปบันทึกข้อมูลออก

ผู้นำพรรคอังกฤษเลิกแฟนสาวหมิ่นคู่หมั้นเจ้าชายแฮร์รี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309494

ผู้นำพรรคอังกฤษเลิกแฟนสาวหมิ่นคู่หมั้นเจ้าชายแฮร์รี

นายเฮนรี โบลตันวัย 54 ปี, เลิกแฟนสาว, ผู้นำพรรคอังกฤษ, คู่หมั้นเจ้าชายแฮร์รี, ข่าวต่างประเทศ

หัวหน้าพรรคยูเคไอพีของอังกฤษ ประกาศยุติความสัมพันธ์กับแฟนใหม่รุ่นลูก เหตุแสดงความเห็นดูหมิ่นนักแสดงอเมริกันคู่หมั้นเจ้าชายแฮร์รีและคนผิวดำ

          นายเฮนรี โบลตันวัย 54 ปี ซึ่งได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเอกราชสหราชอาณาจักร (ยูเคไอพี)คนที่ 4 ในรอบ 1ปีเมื่อเดือนก.ย.ปีก่อนเผยกับสถานีโทรทัศน์บีบีซีว่า เขาได้เลิกรากับ “โจ มาร์นีย์” นางแบบสาววัย 25 ปีแล้วทั้งที่เพิ่งคบหากันช่วงหลังคริสต์มาสที่ผ่านมา

         การเปิดเผยของหัวหน้าพรรคยูเคไอพีมีขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์เดลีเมลฉบับวันอาทิตย์ (14 ม.ค.) เปิดโปงข้อความสั้นที่เธอส่งไปถึงเพื่อน ๆ ที่มีเนื้อหาดูหมิ่น “เมแกน มาร์เคิล” พระคู่หมั้นเจ้าชายแฮร์รีที่มีบิดาเป็นคนขาว มารดาเป็นคนผิวดำว่า เป็นสามัญชนโง่ ๆ ทำให้ราชวงศ์อังกฤษมัวหมอง และเธอยังดูหมิ่นคนผิวดำว่าน่าเกลียดด้วย

          อย่างไรก็ตามนายโบลตันไม่เชื่อว่า อดีตแฟนสาวจะมีความเห็นน่ารังเกียจและดูหมิ่นผู้อื่นเช่นนั้นจริง ๆ

          ก่อนหน้านี้ พรรคยูเคไอพีได้ตัดความสัมพันธ์กับมาร์นีย์ที่เป็นผู้สนับสนุนพรรค ขณะที่สมาชิกอาวุโสหลายคนเรียกร้องให้นายโบลตันลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบด้วย แต่เขายืนยันว่าจะไม่ลาออก

          เจ้าชายแฮร์รี พระโอรสพระองค์เล็กในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษเคยเผยว่า มาร์เคิลตกเป็นเหยื่อการเหยียดเพศและเหยียดผิวในสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่พระองค์เปิดเผยเรื่องคบหากันตั้งแต่ปี 2559 ทั้งคู่ประกาศข่าวหมั้นเมื่อเดือนพ.ย.และมีกำหนดเสกสมรสในเดือนพ.ค.นี้

“ฟิลิปปินส์” อพยพคน1.5หมื่น หนีภูเขาไฟมายอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309489

 

“ฟิลิปปินส์” อพยพคน1.5หมื่น หนีภูเขาไฟมายอน

นายเรนาโต โซลิดัม หัวหน้าสถาบันภูเขาไฟและแผ่นดินไหว, ฟิลิปปินส์ อพยพคน1.5หมื่น หนีภูเขาไฟมายอน, ภูเขาไฟมายอน, ข่าวต่างประเทศ,  ฟิลิปปินส์

ภูเขาไฟมายอน ในประเทศฟิลิปปินส์ พ่นลาวาออกจากปากปล่อง และอพยพประชาชนเกือบ 15,000 คน หนีออกจากหมู่บ้านรอบภูเขาไฟ

 

          ชาวฟิลิปปินส์เกือบ 15,000 คน ต้องอพยพหนีออกจากหมู่บ้านหลายแห่งรอบภูเขาไฟมายอน ที่ได้ชื่อว่ามีพลังสูงสุดในประเทศ ซึ่งพ่นลาวาจากปากปล่องตั้งแต่วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2561 และยังเกิดปะทุต่อเนื่อง ที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า อาจเกิดระเบิดขึ้นได้

           นายเรนาโต โซลิดัม หัวหน้าสถาบันภูเขาไฟและแผ่นดินไหว เปิดเผยว่า ลาวาได้ไหลลงมาจากปากปล่องภูเขาไฟเป็นระยะทางอย่างน้อยครึ่งกิโลเมตร ซึ่งปรากฎเป็นกลุ่มควันหนาทึลอยอยู่เหนือเส้นทางไหลของลาวาที่ประกอบด้วยหินร้อนและเถ้าภูเขาไฟ

‘แอร์บัส’ แซง ‘โบอิง’ ยอดจองเครื่องบินสูงสุดปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309484

‘แอร์บัส’ แซง ‘โบอิง’ ยอดจองเครื่องบินสูงสุดปี 60

เครื่องบิน, ยอดขายปี2560, ข่าวต่างประเทศ, แอรฺ์บัส,  แอร์บัส, โบอิง

“แอร์บัส” ยักษ์ใหญ่ด้านการบินของยุโรปแซงหน้า “โบอิง” คู่ปรับสำคัญจากสหรัฐ ขึ้นเป็นผู้ผลิตเครื่องบินที่มียอดสั่งจองมากที่สุดในปี 2560

         บริษัทแอร์บัส แถลงว่า เมื่อปีที่แล้ว ทางบริษัทมียอดจองเครื่องบินทั้งหมด 1,109 ลำ และส่งมอบไปรวมทั้งสิ้น 718 ลำขณะที่บริษัทโบอิงมียอดสั่งซื้อเครื่องบิน 912 ลำ และส่งมอบไปแล้ว 763 ลำ

           นายฟาบริซ เบรฌิเยร์ ประธานฝ่ายการผลิตเครื่องบินของแอร์บัส กล่าวว่า การส่งมอบเครื่องบินให้แก่ลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 800 ลำในปีนี้(2561) เมื่อทางบริษัทเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบินรุ่น เอ320 นีโอ

           “เมื่อปีที่แล้ว การส่งมอบ เอ320 นีโอ ล่าช้าเนื่องจากปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ แต่ขณะนี้ เราสามารถแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว โดยมีเครื่องบินที่รอติดตั้งเครื่องยนต์อยู่ราว 30 ลำ ลดลงจาก 60 ลำ ในช่วงต้นปีนี้”

         ด้านนายจอห์น ลีฮีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายของแอร์บัส กล่าวว่า แอร์บัสอาจจำเป็นต้องระงับโครงการผลิตเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เอ380 หากสายการบินเอมิเรตส์ ของดูไบ ซึ่งเป็นลูกค้าหลักที่ซื้อ เอ380 ไม่สั่งเครื่องบินรุ่นนี้เพิ่มเติม

          “สายการบินเอมิเรตส์ อาจจะเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพเพียงรายเดียวที่จะสามารถสั่งเครื่องบินรุ่นนี้ได้ปีละ 6 ลำ เป็นอย่างน้อยในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า หากไม่สามารถขายให้กับเอมิเรตส์ได้ แอร์บัสคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปิดโครงการผลิต เอ380”