“มาเลเซีย”คาดยอดขายรถยนต์ ปีนี้โต 2%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309938

“มาเลเซีย”คาดยอดขายรถยนต์ ปีนี้โต 2%

ข่าวจ่างประเทศ, ขายรถ, โต, มาเลเซียคาดยอดขายรถยนต์ ปีนี้โต 2, มาเลเซีย

สำหรับปริมาณการผลิตรถยนต์ในปีนี้คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 4% เทียบรายปี แตะที่ระดับ 530,000 – 535,000 คัน

          นายมุสตาปา โมฮัมหมัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (มิติ) ของมาเลเซีย คาดการณ์ยอดจำหน่ายรถยนต์ในมาเลเซียปีนี้ว่า จะขยายตัวขึ้น 2% เทียบรายปี แตะ 586,000 – 591,000 คัน

ปีที่แล้วมิติ คาดการณ์ปริมาณการผลิต และจำหน่ายรถยนต์ไว้ที่ 510,000 – 515,000 คัน และ 575,000 – 580,000 คัน ตามลำดับ

นายมุสตาปาระบุว่า ในยามที่มาเลเซียกำลังเผชิญกับการแข่งขันซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นนี้ การเพิ่มความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัทท้องถิ่นและผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติจะเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายยานยนต์แห่งชาติ

“มาเลเซียเป็นประเทศขนาดเล็ก จึงจำเป็นต้องหาช่องทางอยู่รอดในตลาดโลก” เขากล่าว

 

"มาเลเซีย"คาดยอดขายรถยนต์ ปีนี้โต 2%

นอกจากนี้ รมว.ยังอ้างถึงความเชื่อมั่นในการจับมือกันระหว่างบริษัทผุ้ผลิตรถอย่างโปรตอนของมาเลเซียกับแบรนด์จีลี่แห่งมณฑลเจ้อเจียงของจีนด้วยว่า การเป็นพันธมิตรดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศด้วย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ด้วยยอดขายโดยเฉลี่ย 600,000 คันนั้น ถือว่าปริมาณการผลิตรถยนต์โดยรวมของประเทศมาเลเซียค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อื่น ๆ อาทิ ประเทศไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งมียอดขาย 1.9 ล้านคัน และ 1.2 ล้านคัน ตามลำดับ

“รัฐบาลดูเตอร์เต”คะแนนนิยมสูงเป็นประวัติการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309935

“รัฐบาลดูเตอร์เต”คะแนนนิยมสูงเป็นประวัติการณ์

ข่าวต่างประเทศ, ตูเตอร์เต, คะแนนนิยมสูงที่สุด, ระดับดีเยี่ยม, รัฐบาลดูเตอร์เต

ผลสำรวจชาวฟิลิปปินส์พบว่า เดือนที่ผ่านมา”รัฐบาลประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต”ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยมีคะแนนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจในทศวรรษที่ 80

          สำนักสำรวจความคิดเห็นเอสดับเบิลยูเอสของฟิลิปปินส์ เผยแพร่ผลสำรวจล่าสุดวัันนี้ (18 ม.ค.)ซึ่งสอบถามผู้ใหญ่ชาวฟิลิปปินส์ระหว่างวันที่ 8-16 ธ.ค. ที่ผ่านมาพบว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เตได้คะแนนความพอใจสุทธิในระดับดีเยี่ยม เทียบกับการสำรวจในเดือนกันยายนที่ได้คะแนนความพอใจสุทธิในระดับดีมาก

ผู้ตอบ79% พอใจผลงานของรัฐบาลนายดูเตอร์เต ส่วน9% ไม่พอใจ และ12% รู้สึกเฉย ๆ เท่ากับได้คะแนนความพอใจสุทธิที่บวก 70 คะแนน ลบสถิติรัฐบาลนายเบนิโญ อาคิโน ที่ได้บวก 66 คะแนนในการสำรวจเดือนมิ.ย.2556 ตัวเลขนี้สอดคล้องกับผลสำรวจความไว้วางใจประธานาธิบดีดูเตอร์เตที่เพิ่มขึ้นจากสูงมากในเดือนกันยายนเป็นยอดเยี่ยมในเดือนธ.ค.

 

"รัฐบาลดูเตอร์เต"คะแนนนิยมสูงเป็นประวัติการณ์

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า ชาวฟิลิปปินส์ยังคงไม่เสื่อมความนิยมในตัวประธานาธิบดีดูเตอร์เต แม้นานาชาติวิจารณ์เขาเรื่องทำสงครามปราบปรามยาเสพติดและละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะทำตามที่ได้หาเสียงไว้ เริ่มจากการทำสงครามปราบปรามยาเสพติด ตามด้วยโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การปราบปรามการทุจริต

นอกจากนั้น ขณะนี้รัฐบาลยังอยู่ระหว่างเดินเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสาธารณรัฐเป็นระบอบสหพันธรัฐ ทำให้ภูมิภาคต่าง ๆ มีอำนาจการปกครองมากขึ้น

ทั่วโลกจับตา“ทรัมป์”แถลงนโยบายประจำปี 31 ม.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309929

ทั่วโลกจับตา“ทรัมป์”แถลงนโยบายประจำปี 31 ม.ค.นี้

่ ทรัมป์, แถลงนโยบาย31ม.ค.นี้, ข่าวต่างประเทศ, ทรัมป์

ทั่วโลกจับตา“ทรัมป์”แถลงนโยบายประจำปี 31 ม.ค.นี้

         เวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย คาดการณ์ผู้นำสหรัฐเผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศครั้งใหญ่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 30 ม.ค.เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันที่ 31 ม.ค.เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย

         การแถลงนโยบายประจำปีดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกของปธน.ทรัมป์ หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งในปีที่แล้ว โดยการแถลงดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ต่อชาวสหรัฐทั่วประเทศ ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

         ทั้งนี้ คาดกันว่าปธน.ทรัมป์จะเปิดเผยโครงการลงทุนในสาธารณูปโภคครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐตามที่เขาได้เคยรณรงค์หาเสียงในปี 2559

ทั่วโลกจับตา“ทรัมป์”แถลงนโยบายประจำปี 31 ม.ค.นี้

         แหล่งข่าวระบุว่า โครงการลงทุนในสาธารณูปโภคจะมีวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 กองทุนในช่วงเวลา 10 ปี

        นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐกำลังจัดทำแผนการลงทุนวงเงิน 1.35 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะให้รัฐบาลของมลรัฐ และภาคเอกชนเข้าสนับสนุนเงินทุนในการสร้างและซ่อมสะพาน, ทางหลวง และสาธารณูปโภคทั่วประเทศ

        ด้านสภาหอการค้าสหรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เรียกร้องให้รัฐบาลให้การสนับสนุนด้านเงินทุนต่อโครงการสาธารณูปโภค รวมทั้งให้ขึ้นภาษี 25 เซนต์สำหรับน้ำมันเบนซิน เพื่อให้รัฐบาลมีเงินทุนสนับสนุนโครงการดังกล่าว

“ยุโรป”ป่วนหนัก! พายุฤดูหนาวพัดกระหน่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309926

“ยุโรป”ป่วนหนัก! พายุฤดูหนาวพัดกระหน่ำ

หนาวกระหน่ำ, ข่าวต่างประเทศ, งดเที่ยวบิน, อังกฤษ, ยุโรป

ยุโรปได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุฤดูหนาวเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบิน และการเดินทางด้วยรถไฟ ขณะที่เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน

 

สายการบินเคแอลเอ็ม ประกาศยกเลิกเที่ยวบินกว่า 200 เที่ยว ขณะที่ท่าอากาศยานชิโพล ในกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ประกาศยกเลิก และเลื่อนเวลาเที่ยวบินจำนวนมาก หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีลมกรรโชกแรงถึง 140 กม./ชม.

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากสภาพอากาศดังกล่าว

ส่วนเบลเยียม มีการแจ้งเตือนภัยจากพายุในระดับสีส้ม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 ขณะที่มีการปิดท่าเรือที่เมืองเกนท์ เนื่องจากมีลมแรง ด้านทางด้านเยอรมนี สั่งปิดโรงเรียนจำนวนมาก ขณะที่มีการคาดว่าพายุดังกล่าวจะทำให้เกิดหิมะตกหนัก รวมทั้งลมกรรโชกแรงด้านการรถไฟเยอรมนี ระบุว่า รถไฟจำนวนมากจะลดความเร็วลง อันเนื่องจากพายุดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทาง

 

"ยุโรป"ป่วนหนัก! พายุฤดูหนาวพัดกระหน่ำ

เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือ และทางตะวันตก

ส่วนในอังกฤษ ประชาชนหลายพันครัวเรือนทางตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่พายุลมแรง 70 ไมล์/ชม.ได้สร้างความเสียหายต่อสายไฟฟ้า ขณะที่การเดินทางด้วยรถไฟที่สถานีคิงครอสส์ ของกรุงลอนดอนประสบความล่าช้า และส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารหลายพันคน

ขณะที่ในสก็อตแลนด์ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการขับรถ เนื่องจากมีลมแรง และหิมะตกหนัก

ซุกโคเคน 745 กก.ในสับปะรด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309881

ซุกโคเคน 745 กก.ในสับปะรด

สเปนจับแก๊งลอบขนโคเคนซุกสับปะรดกว่า 700 กก.

               กระทรวงมหาดไทยสเปน แถลงปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องสงสัย 9 คน ที่ลักลอบขนยาเสพติดมาจากอเมริกาใต้ และยึดของกลางเป็นโคเคนมากถึง 745 กก. ที่คนร้ายแอบสอดไส้ไว้ในผลสับปะรด โดยบรรจุไว้ในภาชนะรูปทรงกระบอกก่อนเคลือบขี้ผึ้งสีเหลือง ให้ดูเหมือนเป็นเนื้อผลไม้จริง ก่อนใส่เข้าไปในเปลือกสับปะรดที่คว้านเนื้อออกแล้ว

ผู้ต้องสงสัย 9 คนนี้ มีสองพี่น้องชาวโคลอมเบียเป็นหัวหน้า และมีห้องปฏิบัติการแพ็กโคเคนอยู่ในเขตปินโต และนวยโบบัสตัน ใกล้กับกรุงมาดริด ตำรวจบุกยึดอุปกรณ์ในการแพ็ก และเงินสดกว่า 4 แสนยูโร ส่วนโคเคนเหล่านี้เชื่อว่าขนทางเรือมาจากปานามา ขึ้นท่าเรือในกรุงลิสบอนประเทศโปรตุเกส จากนั้น นำไปเก็บไว้ที่บาร์เซโลนา ก่อนขนย้ายไปที่มาดริดทุก 15 – 20 วัน

ทั้งนี้ คาบสมุทรไอบีเรีย ถือเป็นจุดขนถ่ายหลักสำหรับโคเคนและยาเสพติดอื่นๆ เข้ายุโรป ทั้งมาจากละตินอเมริกาโดยตรง หรือผ่านมาทางแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกาเหนือ 

——————–

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : The Star OnlinePortuguese, Spanish police bust huge ‘pineapple’ cocaine ring)

ลาวยึด “แพนด้าแดง” ครั้งใหญ่ลอบขนจากจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309880

ลาวยึด “แพนด้าแดง” ครั้งใหญ่ลอบขนจากจีน

สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แพนด้าแดง ถูกสกัดช่วยไว้ได้ที่ชายแดนลาว

เจ้าหน้าที่ทางภาคเหนือของลาวสุ่มตรวจรถตู้คันหนึ่งที่ิวิ่งข้ามจากชายแดนจีน และพบ แพนด้าแดง สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ 6 ตัว จึงได้ยึดไว้และมอบให้แก่กลุ่มช่วยเหลือสัตว์ป่าออสเตรเลีย “ฟรี เดอะ แบร์ส” ที่เข้าไปทำงานในลาวมาตั้งแต่ปี 2546 ก่อนส่งต่อไปยังแหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่าหลวงพระบางเพื่อทำการรักษา แต่น่าเศร้าที่แพนด้าแดง 3 จาก 6 ตัว อาการย่ำแย่และตายลงในเวลาต่อมา แม้ทีมสัตวแพทย์พยายามช่วยกันเต็มที่แล้ว คาดว่าสาเหตุเป็นเพราะโรคติดเชื้อกับความเครียด ส่วนอีก 3 ตัวที่เหลือ สุขภาพดี ขณะที่คนขับรถถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎหมายห้ามลักลอบขนสัตว์ป่า

 

ลาวยึด “แพนด้าแดง” ครั้งใหญ่ลอบขนจากจีน

ภาพ : Free the Bears Fund

 

ลาวยึด “แพนด้าแดง” ครั้งใหญ่ลอบขนจากจีน

ภาพ : Free the Bears Fund

 

แพนด้าแดง เป็นสัตว์พื้นถิ่นแนวเทือกเขาหิมาลัย และเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ภาคเหนือของพม่าและลาวด้านที่ติดกับจีน คาดว่ายังมีหลงเหลือในป่าเพียง 1 หมื่นตัว ภัยคุกคามหลักต่อความอยู่รอดของพวกมันรวมถึงการสูญเสียแหล่งอาศัย การตัดแยกผืนป่า ตลอดจนการล่าผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยิ่งคนรุกล้ำแหล่งอาศัย โรคภัยไข้เจ็บก็เป็นภัยคุกคามอีกอย่าง โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หัดสุนัข

 

ลาวยึด “แพนด้าแดง” ครั้งใหญ่ลอบขนจากจีน

ภาพ : Free the Bears Fund

 

ลาวยึด “แพนด้าแดง” ครั้งใหญ่ลอบขนจากจีน

ภาพ : Free the Bears Fund

 

กลุ่มฟรีเดอะแบร์ส ระบุว่า ครั้งนี้เป็นการยึดแพนด้าแดงมีชีวิตครั้งใหญ่สุดในโลก ซึ่งด้านหนึ่งเป็นข่าวดีสำหรับแพนด้าแดง 3 ตัวที่รอด แต่ก็จุดความวิตกการค้าสัตว์ผิดกฎหมายเพื่อเปิบพิสดาร เพื่อส่งขายให้สวนสัตว์เอกชนและทำยาแผนโบราณ สำหรับแพนด้าแดงที่ช่วยได้เหล่านี้เชื่อว่ากำลังถูกส่งไปเป็นสัตว์เลี้ยงแปลก ที่โดยมากติดต่อซื้อขายกันทางออนไลน์เพื่อเลี่ยงการตรวจจับ

 

 

 

 

มือดีโจมตีรถรับส่ง พนง.แอปเปิล-กูเกิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309877

มือดีโจมตีรถรับส่ง พนง.แอปเปิล-กูเกิล

โจมตี, พนักงาน, ส่ง, รับ, บัส, กูเกิล, แอปเปิล, ข่าวต่างประเทศ

แอปเปิลต้องเปลี่ยนเส้นทางรถบัสรับส่งพนักงาน หลังมือดีปาอะไรบางอย่างใส่รถกระจกแตก 4 คันรวด

 

ซานฟรานซิสโก โครนิเคิล รายงานโดยอ้างการยืนยันจากตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนีย ว่า รถบัสรับส่งพนักงานของแอปเปิลกับกูเกิล ถูกเล่นงานด้วยวัตถุยังไม่ทราบแน่ชัด เบื้องต้น สันนิษฐานว่าอาจเป็นกระสุนปืนอัดลม ปืนบีบี หรือ ก้อนหิน ขณะแล่นบนถนนระหว่างรัฐ 280 ในย่านซานฟรานซิสโก เบย์ ในแคลิฟอร์เนียเหนือ ทั้งขาไปขากลับในตอนเช้าและค่ำวันอังคาร ทำให้กระจกหน้าต่างรถได้รับความเสียหายหลายบาน

รายงานระบุว่า มีรถบัสรับส่งที่เช่าโดยแอปเปิล ซึ่งมีสำนักงานในเมืองคูเปอร์ติโน ได้รับความเสียหายอย่างน้อย 4 คัน ส่วนคันที่ 5 เป็นของกูเกิล ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเมืองเมาเทนวิว ห่างจากคูเพอร์ติโน 8 กิโลเมตร

หลังเกิดเหตุค่ำวันอังคาร แอปเปิลส่งอีเมลแจ้งพนักงานว่า รถบัสรับส่งต้องเปลี่ยนเส้นทางชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลให้ต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มอีก 35 – 40 นาที และกำลังให้ความร่วมมือสอบสวนกับตำรวจ

ยักษ์ไฮเทคทั้งสองแห่ง จัดรถรับส่งพนักงานระหว่างซานฟรานซิสโกกับที่ตั้งสำนักงานในซิลลิคอนวัลเลย์ ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง แต่รถบัสทั้ง 5 คันนี้ไม่ได้ติดเครื่องหมายใด จึงไม่แน่ชัดว่าเป็นการโจมตีที่พุ่งเป้าแอปเปิลหรือกูเกิลหรือไม่ แต่ตำรวจกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะหากทำให้คนขับรถเสียสมาธิ รถอาจพุ่งชนกันหรือชนซ้อนหลายคันในเวลาเดียวกัน อาจเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

Multiple charter buses carrying Apple employees targeted on Highway 280 http://bit.ly/2ERZZHt 

Multiple charter buses carrying Apple employees targeted on Highway 280

Multiple charter buses have been targeted on Highway 280, according to Officer Art with CHP Redwood City. There were five reports of  charter buses hit by unknown objects between Woodside Road and…

ktvu.com

 

สยองบัสไฟไหม้คลอกดับครึ่งร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309875

สยองบัสไฟไหม้คลอกดับครึ่งร้อย

ไฟไหม้รถบัสคาซัคสถานไม่ทราบสาเหตุ คร่าผู้เคราะห์ร้าย 52 ศพ

 

กระทรวงบรรเทาภัยพิบัติคาซัคสถานแจ้งว่า รถบัสที่มีผู้โดยสาร 55 คน กับคนขับ 2 คน ประสบเหตุเพลิงไหม้ขณะแล่นอยู่บนถนน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 52 คน มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่หลบหนีออกมาได้

คนขับรถซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต กล่าวว่า ผู้โดยสารเป็นชาวอุซเบค ส่วนรถบัสจดทะเบียนในคาซัคสถาน และกล่าวด้วยว่า ไฟไหม้ลามทั้งรถอย่างรวดเร็ว

ทีวีรัสเซียและคาซัคสถาน เผยแพร่คลิปรถบัสในกองเพลิง ส่งควันสีดำพวยพุ่ง จากนั้น มีผู้ถ่ายภาพซากรถที่ไหม้ดำเหลือแต่โครง

ทางการไม่ได้ระบุสาเหตุของเพลิงไหม้ แต่ให้รายละเอียดว่ารถบัสมรณะ เป็นรุ่นอิคารุส ผลิตในฮังการี เป็นรถบัสที่ยังใช้กันอยู่แพร่หลายในประเทศอดีตสหภาพโซเวียต แม้โดยมากมีอายุใช้งานหลายสิบปี

 

สยองบัสไฟไหม้คลอกดับครึ่งร้อย

ภาพ : เอเอฟพี

 

ขณะประสบเหตุ รถบัสคันนี้กำลังเดินทางจากเมืองซามารา ริมแม่น้ำโวลกาของรัสเซีย ไปยังเมืองทางใต้ของคาซัคสถาน แต่เกิดเหตุร้ายเสียก่อนขณะเดินทางใกล้กับเมืองอัคโทเบ

โศกนาฏกรรมรถบัสไฟไหม้ในคาซัคสถาน นับเป็นอุบัติเหตุรถบัสที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

ในเดือนเดียวกันนี้ ที่เปรู เพิ่งเกิดเหตุรถบัสชนรถบรรทุกที่โค้งมรณะ ตกหน้าผาริมทะเลสูง 100 เมตร มีผู้เสียชีวิต 52 คน ส่วนเมื่อปีที่แล้ว ในประเทศกานา รถบัสโดยสารของรัฐบาลชนกับรถขนมะเขือเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้าย 61 ศพ และบาดเจ็บสาหัส 25 คน และที่อัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 73 คน จากเหตุรถโดยสารสองคันชนกับรถบรรทุกน้ำมันระเบิดไฟลุกท่วม เหยื่อจำนวนมากเป็นเด็กและผู้หญิง

 

 

 

แพทย์ยืนยัน“ทรัมป์”สุขภาพดีเยี่ยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309801

แพทย์ยืนยัน“ทรัมป์”สุขภาพดีเยี่ยม

รองประธานาธิบดีสหรัฐ, สุขภาพดี, โดนัลด์ ทรัมป์, ่ ทรัมป์, ทรัมป์

แพทย์ประจำทำเนียบขาวเผย สุขภาพ”โดนัลด์ ทรัมป์” อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และผลการทดสอบศักยภาพโดยทั่วไปของทรัมป์ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นกัน

          ดร.รอนนี แจ็คสัน แพทย์ประจำทำเนียบขาวและกองทัพเรือสหรัฐ แถลงหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ารับการตรวจร่างกายเมื่อวันศุกร์ที่โรงพยาบาลทหารวอลเตอร์ รีด ว่า ปธน.ทรัมป์มีสุขภาพที่แข็งแรงมาก และไม่มีปัญหาใดๆด้านสุขภาพ

         ทั้งนี้ ทรัมป์ในวัย 71 ปี ถือเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดของสหรัฐ ซึ่งมักทำให้เขาถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพอยู่เสมอ

     สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ทรัมป์มีอาการริมฝีปากแห้งและพูดติดขัด อย่างไรก็ตาม นางซารา แซนเดอร์ โฆษกทำเนียบขาว ได้ออกมาชี้แจงว่า ทรัมป์แค่มีอาการคอแห้งเท่านั้น

      เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์ได้เปิดเผยผลการรับรองด้านสุขภาพซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่คนบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่า ผลการตรวจดังกล่าวขาดรายละเอียดที่ชัดเจน

เผยพ่อแม่ขังลูก 13 คนในสหรัฐอยู่ในสภาพล้มละลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/309773

เผยพ่อแม่ขังลูก 13 คนในสหรัฐอยู่ในสภาพล้มละลาย

เผยพ่อแม่ขังลูก 13 คนในสหรัฐอยู่ในสภาพล้มละลาย, ข่าวต่างประเทศ, คดีกักขังลูก 13 คน, ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ

ตำรวจบอกว่า เหยื่อทั้ง 13 คน เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของสามีภรรยาคู่นี้ ส่วนญาติของเดวิดบอกว่า พวกเขามีปัญหาหนี้สินรุมเร้า เคยถูกฟ้องล้มละลาย 2 ครั้ง

 

ความคืบหน้าคดีกักขังลูก 13 คน ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ พบว่า พ่อแม่อยู่ในสภาพล้มละลาย คลั่งไคล้ดิสนีย์ เชื่อว่าการมีลูกมากเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ขณะที่เพื่อนบ้านบรรยายสภาพเด็กๆ ว่า เหมือนแวมไพร์ในหนังทไวไลท์( Twilight)

หลังเกิดคดีสามีภรรยาชาวอเมริกัน กักขังและล่ามโซ่ลูก 13 คน ที่เป็นเด็ก 6 คน และผู้ใหญ่ 7 คน ไว้ในบ้านในเมืองเพอร์ริส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสภาพอดโซ และกลายเป็นข่าวดัง หลังจากเด็กสาววัย 17 ปี ที่อยู่ในสภาพอดโซจนดูเหมือนเด็ก 10 ขวบ สามารถหนีออกมาได้และแจ้งตำรวจให้ไปช่วยพี่น้องที่เหลือ ล่าสุดตำรวจได้ยกย่องความกล้าหาญของเธอ ที่่ปีนหนีออกทางหน้าต่าง โทรแจ้ง 911 ด้วยโทรศัพท์มือถือที่พบในบ้าน และเอารูปถ่ายความเป็นอยู่ที่เลวร้ายและน่ากลัวที่เธอกับพี่น้องเผชิญให้ตำรวจดู

พี่น้องคนอื่นๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 2-29 ปี ถูกขังภายในห้องมืดที่มีกลิ่นเหม็นตลบอบอวลบางคนถูกล่ามโซ่ติดกับเตียงและร้องขออาหารตอนที่ตำรวจเข้าไปช่วย ซึ่งตอนแรกทางการไม่สามารถระบุอายุพวกเขา เพราะความอดอยากทำให้ไม่เติบโตสมวัย ส่วนพ่อแม่พวกเขาคือ เดวิด อัลเลน เทอร์พิน วัย 57 ปี และหลุยส์ อันนา เทอร์พิน วัย 49 ปี ถูกตั้งข้อหาทรมาน 9 กระทง และทำให้เด็กตกอยู่ในอันตราย 10 กระทง และศาลตั้งวงเงินประกันตัวไว้สูงถึง 9 ล้านดอลลาร์

ขณะที่เดวิด ซึ่งเป็นวิศวกรของบริษัทนอร์ทธรอป กรัมแมน มีรายได้ปีละ 140,000 ดอลลาร์ ส่วนหลุยส์ อันนา เป็นแม่บ้าน เพื่อนบ้านคนหนึ่ง บอกว่า ไม่เคยรู้ว่าบ้านนี้มีเด็ก ส่วนคนที่เคยเห็น เปรียบเทียบเด็กๆ ว่าเหมือนพวกแวมไพร์ในหนังเรื่องทไวไลท์ เพราะตัวขาวซีดและดูขี้โรค

นอกจากนี้ พวกเขายังสวมชุดนอนตอนที่ตำรวจบุกเข้าช่วย และการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือพ่อแม่มีอาการป่วยทางจิต และยังไม่ทราบด้วยว่า ลูกของพวกเขาตกอยู่ในสภาพนี้มานานเพียงใด

ล่าสุด สภาพของบ้านถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรก ที่แสดงถึงความคลั่งไคล้การ์ตูนดิสนีย์ ที่ครอบครัวนี้เคยไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ก่อนเกิดเรื่อง