ผุดนวัตกรรมเสริมแกร่งสหกรณ์ พัฒนาระบบบัญชีผ่าน4แอพพลิเคชั่นสกัดความเสี่ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/286332

ผุดนวัตกรรมเสริมแกร่งสหกรณ์ พัฒนาระบบบัญชีผ่าน4แอพพลิเคชั่นสกัดความเสี่ยง

ผุดนวัตกรรมเสริมแกร่งสหกรณ์ พัฒนาระบบบัญชีผ่าน4แอพพลิเคชั่นสกัดความเสี่ยง

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นำระบบบัญชีมาใช้บริหารจัดการสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ความโปร่งใส ส่งผลประโยชน์สู่สมาชิก และช่วยสร้างฐานรากเศรษฐกิจชุมชนที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และให้มีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างข้อมูลที่มีคุณค่าให้สหกรณ์ มีเครื่องมือช่วยบริหารจัดการงานสหกรณ์ และผู้บริหารสหกรณ์ สามารถนำข้อมูลสารสนเทศทางการเงินที่มีคุณภาพมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สหกรณ์ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการในการเฝ้าระวังและกำกับดูแล โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการสร้างระบบเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์ แบบ Real Time เพื่อให้สหกรณ์ได้มีข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องทันการสามารถรู้เท่าทันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งยังได้วางกลยุทธ์การสร้างมาตรฐานจริยธรรมด้านการเงินการบัญชีแก่ผู้บริหารสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์มีผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ สามารถรับมือกับภาวะความเสี่ยงในการบริหารการเงิน ความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากระบบสหกรณ์ รวมถึงการให้ความรู้ในการจดบันทึกบัญชี นับเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เกษตรกรมีข้อมูลในการตัดสินใจหรือการวางแผนการผลิต เป็น Smart Farmer มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีฐานะทางสังคมที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น มีหนี้สินลดลง พร้อมก้าวสู่การเป็นเกษตรกรในยุคไทยแลนด์ 4.0

ด้าน นางบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้นำระบบบัญชีมาใช้บริหารจัดการสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ความโปร่งใส โดยได้ดำเนินงานสนองนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยมีแผนกลยุทธ์ พ.ศ.2560 – 2564 ซึ่งกำหนดโมเดลการพัฒนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้วยนวัตกรรม เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ ภายในปี 2564 ที่สหกรณ์และเกษตรกรมีระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างข้อมูลที่มีคุณค่าให้สหกรณ์มีเครื่องมือช่วยบริหารจัดการงานสหกรณ์ และผู้บริหารสหกรณ์ สามารถนำข้อมูลสารสนเทศทางการเงินที่มีคุณภาพมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สหกรณ์

โดยในปี 2560 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้สร้างนวัตกรรมเพื่อข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณค่าสู่การพัฒนาองค์กรและผู้รับบริการให้มีความพร้อมก้าวสู่ยุค Thailand4.0 โดยพัฒนาระบบบัญชีด้วยนวัตกรรม นำสหกรณ์ก้าวหน้าด้วยคุณธรรม (Innovative with Moral) พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม 4M ซึ่งเป็น Mobile Application ที่ช่วยในการบริหารงานสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์ ได้แก่ Smart Me เรารู้-แอพพลิเคชั่นสำหรับใช้ในการบันทึกบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ Smart Memberสมาชิกรู้-แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้สมาชิกสหกรณ์ สามารถตรวจสอบฐานะทางการเงินของตนเองได้ตลอดเวลา Smart Manage กรรมการสหกรณ์รู้ แอพพลิเคชั่นสำหรับกรรมการสหกรณ์ติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อให้รู้ความเคลื่อนไหวทางการเงิน ผลการดำเนินงานและความเสี่ยง มีข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจแบบ Real Time และSmart Monitor ผู้เกี่ยวข้องรู้-แอพพลิเคชั่นสำหรับผู้สอบบัญชี ผู้กำกับดูแลและผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามความเคลื่อนไหว และความผิดปกติทางการเงินของสหกรณ์

โครงการ9101ฯขยับใกล้เป้าหมาย ชุมชนทั่วปท.ตื่นตัวพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/286122

โครงการ9101ฯขยับใกล้เป้าหมาย ชุมชนทั่วปท.ตื่นตัวพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม

โครงการ9101ฯขยับใกล้เป้าหมาย ชุมชนทั่วปท.ตื่นตัวพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายสงกรานต์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้โครงการมีความคืบหน้ากว่า 50% และสามารถเบิกง่ายงบประมาณบางส่วนเข้าสู่ชุมชนไปแล้วกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนค่าแรงคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จได้ภายในเดือนสิงหาคม ส่วนค่าจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็เบิกจ่ายไปแล้วเช่นกันกว่า 80% โดยรวมการดำเนินงานในโครงการ 9101 มีความคืบหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ 75% มีการดำเนินงานครบทั้ง 8 กิจกรรม ซึ่งก็มีหลายโครงการที่แล้วเสร็จบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าการดำเนินงานในโครงการจะสามารถเสร็จสิ้นเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ภายในเดือนกันยายนอย่างแน่นอน

สำหรับสัดส่วนการดำเนินงานในโครงการทั้งสิ้น 24,160 โครงการ ที่มีการดำเนินงาน ประกอบด้วย โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ 35% โครงการปลูกพืช 20% โครงการเกี่ยวกับเลี้ยงสัตว์และประมง 10% อีก 5% เป็นเรื่องของการถนอมอาหารและฟาร์มชุมชน โดยทุกโครงการที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากความสมัครใจและความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเห็นได้ว่าสัดส่วนของโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีตัวเลขความต้องการสูงกว่าโครงการอื่นๆ สืบเนื่องมาจากเกษตรกรไทยต้องการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เพื่อผลิตพืชผลทางการเกษตรให้มีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสม พร้อมกับลดต้นทุนการผลิตด้วยการลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง ซึ่งในระยะยาวก็จะทำให้ภาคการเกษตรของประเทศสามารถพัฒนา พึ่งพาตนเองได้ รวมถึงสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ทำให้การประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่มีความยั่งยืนและมั่นคง

นางวัชรีพร โอฬารกนก ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลดำเนินงานจนถึงขณะนี้ เบื้องต้นสามารถประเมินผลในเชิงบวกได้ว่า เกษตรกรทุกชุมชนมีความตื่นตัวที่จะพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรกรรม มีความรักสามัคคีเกิดขึ้นในชุมชน เกิดการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และสามารถที่จะดำเนินงานต่างๆ ในลักษณะกลุ่มที่มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เกิดการหมุนเวียนและมีสภาพคล่องส่งผลให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ประกาศมาตรฐานGAP ปั้น3สินค้าเศรษฐกิจ จิ้งหรีด-ไหม-ไก่เมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/286118

x

ประกาศมาตรฐานGAP ปั้น3สินค้าเศรษฐกิจ จิ้งหรีด-ไหม-ไก่เมือง

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร มีมติเห็นชอบให้เร่งประกาศใช้มาตรฐานสินค้าเกษตรเพิ่มเติม 7 เรื่อง ได้แก่ 1.GAP ฟาร์มจิ้งหรีด 2.GAP ฟาร์มไก่พื้นเมืองแบบเลี้ยงปล่อย 3.ไหมอินทรีย์ 4.แนวปฏิบัติการผลิตเชื้อเห็ด 5.สารพิษตกค้าง 6.มะนาว และ 7.แตงกวา โดยมี 3 เรื่อง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการผลิตอย่างแพร่หลายในกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและมีโอกาสทางการตลาดสูง ได้แก่ ฟาร์มจิ้งหรีด ฟาร์มไก่พื้นเมืองแบบเลี้ยงปล่อย และไหมอินทรีย์ ซึ่งมาตรฐานสินค้าทั้ง 3 เรื่องดังกล่าวจะถูกใช้เป็นแนวทางในการพัฒนายกระดับการผลิตให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัย ต่อผู้บริโภคภายในประเทศและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออกในต่างประเทศมากขึ้นอีกด้วย

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ยังเห็นชอบให้เก็บค่าบริการตรวจสอบรับรองโรงงานผลิตทุเรียนแช่เยือกแข็ง ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับ รวมทั้งเห็นชอบให้กำหนดมาตรฐาน ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด สำหรับลำไย มะม่วง และมังคุด และจะเสนอให้เกาหลีใต้ใช้เป็นค่ามาตรฐาน เนื่องจากปัจจุบันเกาหลีใต้ไม่ได้กำหนดค่ามาตรฐานดังกล่าวไว้ การกำหนดมาตรฐานดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการขยายการค้าผลไม้ ทั้ง 3 ชนิดของไทย ไปเกาหลีใต้

รักษ์เกษตร : วิธีการเพาะปลูกผักสวนครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/286121

x

รักษ์เกษตร : วิธีการเพาะปลูกผักสวนครัว

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คำถาม การปลูกผักแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ใช่ไหมครับ ขอทราบวิธีการปลูกด้วยครับ

เรืองเดช สายชลธาร

อ.พรหม จ.สิงห์บุรี

คำตอบ ผักสวนครัว หมายถึง พืชที่สามารถนำส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นมาประกอบอาหาร ทั้งผล ดอก ลำต้น ใบ ราก และหัว เป็นทั้งไม้ยืนต้น และไม้ล้มลุก ที่มีถิ่นกำเนิด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถปลูกได้ในทุกครัวเรือน เพื่อรับประทาน หรือปลูกเพื่อการจำหน่าย การปลูกเพื่อจำหน่ายมักมาจากแปลงปลูกขนาดใหญ่ ส่วนมากพบในพื้นที่ทุกภาคของประเทศ ที่มีบริเวณใกล้แหล่งน้ำ แม่น้ำ หรือพื้นที่ที่ชลประทานเข้าถึง

ขั้นตอนการปลูกผักสวนครัว มีดังนี้

1.การเลือกพื้นที่ พื้นที่ที่สามารถปลูกผักได้ดี ต้องเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ มีบ่อน้ำขุด บ่อน้ำธรรมชาติ แม่น้ำ คลอง อ่างเก็บน้ำ คลองชลประทาน หรือแนวส่งน้ำชลประทาน เนื่องจากพืชผักส่วนใหญ่มีความต้องการน้ำสูง จึงจำเป็นต้องมีน้ำเพียงพอ
เพื่อให้ผักสามารถเติบโตจนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวได้

2.การเตรียมแปลง ต้องยกแปลงสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร หรือขุดยกร่องลึก เพราะพืชผักส่วนมากมีระบบรากที่ต้องการชอนไชในดินที่ร่วนซุย หน้าดินลึก ทำการไถพรวนแปลง ตากทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วหว่านปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ร่วมด้วยปุ๋ยเคมี พร้อมไถกลบแปลง

3.การเตรียมเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ผักที่ใช้ ต้องมีลักษณะเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ อายุเมล็ดพันธุ์ไม่ถึง 1 ปี เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ตรงตามชนิดพืชที่ปลูก และไม่มีเมล็ดพันธุ์อื่นปลอมปน ทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ และคัดแยกเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ออก โดยใช้วิธีนำไปแช่น้ำ และนำเมล็ดที่ลอยน้ำออกทิ้งไปนำเมล็ดที่ได้แช่น้ำ ซึ่งระยะเวลาในการแช่ จะแตกต่างกันในแต่ละชนิดของผัก หากเมล็ดพันธุ์ ที่มีเปลือกหนา แข็ง อาจใช้เวลาแช่นาน 2-3 วัน ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักที่มีเปลือกค่อนข้างบาง ไม่หนา แข็ง จะใช้เวลาแช่ประมาณ 12 ชั่วโมง ถึง 1 วัน

4.การปลูก สามารถปลูกได้หลายวิธี ตามความเหมาะสมของแต่ละชนิดพืช ได้แก่

-การหว่านเมล็ด เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งจะหว่านเมล็ดหลังการแช่น้ำแล้ว หรือหว่านเมล็ดแห้งก็ได้ ผักที่นิยมการหว่านเมล็ด มักเป็นพืชที่มีลำต้นขนาดเล็ก ขนาดทรงพุ่มน้อย ได้แก่ ผักชี ผักบุ้ง ทั้งนี้ การหว่านเมล็ด อาจเป็นวิธีการเตรียมกล้าผักก่อนย้ายปลูกในแปลงที่เตรียมไว้

-การปลูกด้วยต้นกล้า เป็นวิธีการปลูกด้วยต้นกล้าผักที่เตรียมได้จากแปลงเพาะกล้าด้วยวิธีการหว่านนี้ เป็นวิธีที่ใช้มากที่สุดสำหรับการปลูกผัก โดยมักใช้กับพืชที่มีลำต้นใหญ่ ทรงพุ่มกว้าง ผักที่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้ ได้แก่ กะหล่ำปลี คะน้า พริก

-การหยอดเมล็ด เป็นวิธีปลูกที่ใช้สำหรับพืชผักที่ต้องการระยะห่างระหว่างต้นมาก มักเป็นพืชที่เป็นเถาหรือเครือ ให้ถอนหรือตัดต้นกล้าที่ไม่มีความแข็งแรง เหี่ยว และตายง่ายออก เช่น ถั่วฝักยาว ฟักทอง มะระ

-การฝังในแปลงปลูก เป็นวิธีปลูกที่ใช้กับพืชผักที่มีการแยกหน่อ แยกเหง้าออกปลูก เพื่อขยายจำนวนต้นหรือกอ โดยฝังลงหลุมหรือแปลงปลูกได้ทันที เช่น กระเทียม ตะไคร้ ขิง ข่า

5.การดูแลรักษา ในระยะ 1 อาทิตย์แรก ทั้งการปลูกด้วยการใช้เมล็ด การปลูกด้วยต้นกล้า และปลูกด้วยการแยกหัวหรือหน่อ จำเป็นต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จนต้นกล้าตั้งตัวได้ ตลอดจนถึงระยะเก็บเกี่ยว แต่อาจให้น้ำในปริมาณที่น้อยลง หรือผักบางชนิดที่อาจเว้นช่วงห่างการให้น้ำ เมื่อถึงระยะก่อนเก็บเกี่ยว

6.การใส่ปุ๋ย ควรใส่ในระยะหลังปลูก 1-2 อาทิตย์ หรือระยะที่ต้นกล้าตั้งต้นได้แล้ว จนถึงระยะก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน รวมถึงพืชบางชนิดที่สิ้นสุดการให้ปุ๋ย ที่ระยะก่อนการติดดอกและผล

7.การเก็บผลผลิต พืชผักมักมีระยะการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 120 วัน ส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 40-60 วัน ขึ้นกับชนิดของผัก โดยผักกินใบจะมีระยะเวลาการเก็บเกี่ยวสั้นกว่าผักกินดอก และผล

การส่งและการขายผัก มักส่งขายในพื้นที่ตัวเมืองของจังหวัด หรืออาจมีพ่อค้ามารับไปจำหน่ายถึงพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแปลงผักขนาดใหญ่ เพื่อส่งขายไปยังตัวเมืองในจังหวัดต่างๆ รวมถึงกรุงเทพฯ และภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่น้อยในการปลูกผัก

นาย รัตวิ 

สุราษฎร์โชว์ผลงานกำจัดหนอนหัวดำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/285958

x

สุราษฎร์โชว์ผลงานกำจัดหนอนหัวดำ

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายโชคชัย บุญยัง หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่าจ.สุราษฎร์ธานีมีการปลูกมะพร้าวใน 19 อำเภอ รวม 164,349.83 ไร่ 14,131 ครัวเรือน เนื้อที่ปลูกมากที่สุดคือ อำเภอเกาะสมุย 66,132 ไร่ รองลงมา อำเภอเกาะพะงัน 63,759 ไร่ และอำเภอเมือง 17,487 ไร่ ซึ่งในปี 2560 พบการระบาดของศัตรูมะพร้าว โดยเฉพาะหนอนหัวดำ จำนวน 3,557 ไร่ คิดเป็นต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำทำลายรวมทั้งสิ้น 88,926 ต้น แบ่งเป็นมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร จำนวน 73,558 ต้น และมะพร้าวที่มีความสูงต่ำกว่า 12 เมตร จำนวน 15,368 ต้น

ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว (หนอนหัวดำ) ด้วยวิธีผสมผสานแบบครอบคลุมพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน ได้แก่ การสร้างการรับรู้และรณรงค์ให้มีการตัดทางใบที่มีหนอนหัวดำทำลายนำมาเผาทิ้ง ส่งเสริมการเลี้ยงแตนเบียนบราคอน ศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมประชากรหนอนหัวดำ และถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการในกรณีที่พบการระบาดที่รุนแรง สำหรับมาตรการใช้สารเคมี ขณะนี้ได้อบรมเตรียมความพร้อมให้กับทีมรับจ้างฉีดสารเคมีเข้าต้นและพ่นทางใบเสร็จเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็นทีมฉีดสารเคมีเข้าต้นกรณีต้นมะพร้าวสูงกว่า 12 เมตร จำนวน 13 ทีม และทีมพ่นทางใบ กรณีต้นมะพร้าวต่ำกว่า 12 เมตร รวมทั้งมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ และมะพร้าวทำน้ำตาลทุกระดับความสูง จำนวน 6 ทีม รวมผู้เข้ารับการอบรม 57 คน

นายโชคชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า หนอนหัวดำมะพร้าวได้เข้ามาระบาดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งแรกเมื่อปี 2551 ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำด้วยวิธีผสมผสานมาโดยตลอด พร้อมทั้งจัดทำแปลงเรียนรู้การจัดการศัตรูมะพร้าว จัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพื่อผลิตแตนเบียนบราคอน ปล่อยในพื้นที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และมีการเฝ้าระวังสำรวจติดตามสถานการณ์ศัตรูมะพร้าวอย่างใกล้ชิดส่งผลให้พื้นที่การระบาดลดลงตามลำดับโดยเฉพาะปี 2560 มีพื้นที่การระบาดลดลงจากปี 2559 จำนวน 445 ไร่ จึงเป็นการยืนยันได้ว่ามาตรการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำด้วยวิธีผสมผสานแบบครอบคลุมพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาหนอนหัวดำมะพร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกษตรบูรณาการ : ตั้ง‘ปลัด’ใหม่ ปรับปรุงอาคารใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/285957

251598

เกษตรบูรณาการ : ตั้ง‘ปลัด’ใหม่ ปรับปรุงอาคารใหม่

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลุ้นกันตัวโก่งมาหลายสัปดาห์ว่า ท่านรัฐมนตรี จะเลือก “ล. ลิง หรือ ส. เสือ” มาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเดินหน้าสานต่องานกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้บนเส้นทางสมทาแบบทหาร หลังจากที่มีเสียงเล่าลือเล่าอ้างจากฝั่งทำเนียบรัฐบาลมาว่า “อาจมีการคืนตำแหน่งให้กับใครบางคนกลับมาที่กระทรวงเกษตรฯสุดท้าย รัฐมนตรีที่ชื่อ“พลเอกฉัตรชัย
สาริกัลยะ”ก็เลือก ล.ลิง “เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ” รองปลัดกระทรวงเกษตรฯมานั่ง ตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตามที่คาดการณ์

ว่ากันไปก็ไม่แปลก เพราะเส้นทางการไต่ขึ้นสู่อันดับสูง เท่าที่ตรวจสอบก็เป็นไปตามระดับ แบบไม่ข้ามหัวใครให้คนกระทรวงเกษตรฯปวดใจ แน่นหน้าอกเหมือนที่ผ่านมา จากนี้ไปคงต้องจับตามองว่า “ปลัดเลิศ” คนนี้ จะนำทัพคนกระทรวงเกษตรฯเดินหน้าไปไหนที่ทางใด แต่ที่แน่ๆ มีคนย่องไปถามแนวทางการทำงานและการบริหารงานกับท่านมา งานนี้ท่านบอกสั้นๆว่า
ปัญหาที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากโซ่ข้อกลางการประสานงาน จากข้างบนลงล่างคือ การรับนโยบายจากรัฐมนตรีลงถ่ายทอดสู่ระดับเจ้าหน้าที่พื้นล่างมีปัญหานโยบายเลยขับเคลื่อนลำบาก วันนี้ ต้องเร่งทำความเข้าใจ ให้ถ่องแท้แน่นอน

และที่สำคัญไปกว่านั้น งานที่ว่าเท่าที่ดูเรื่องนโยบายของกระทรวง ตามแนวทางรัฐบาลมันก็ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน หากว่ากันไปแล้ว ทั้งเรื่องแปลงใหญ่  เรื่องการลดต้นทุนการผลิตเพิ่มผลผลิต ให้กับสินค้าเกษตรฯรวมทั้งสร้างมาตรฐานว่ากันไปมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หัวใจคือ ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันมันก็ แค่นั้นเองแต่ที่ผ่านมาเกิดอะไรกันขึ้น อันนั้นไม่วิจารณ์แต่จากนี้ไปคงเริ่มต้นใหม่ ทำความเข้าใจแบบพี่น้องชาวกระทรวงเกษตรฯกันเสียที หากทำได้ดังนี้ งานกระทรวงเกษตรฯมันก็น่าจะเดินหน้าไปได้ แบบจบข่าวกันเสียที

ว่ากันไปมันช่างบังเอิญเสียเนี่ยกระไร ทั้งการ “ลุ้น” การแต่งตั้ง“ปลัดใหม่” ที่ยาวนานมาหลายสัปดาห์จบลง อีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งจบลงเช่นกัน นั้นคือ การปรับปรุงอาคารกระทรวงเกษตรฯ สีดั่งห้างทองแถวเยาวราชงานนี้ ว่ากันว่าทุ่มงบไปกว่า 17 ล้านบาทปรับปรุงอาคาร และมีเสียงเล่าว่า มีไหลไปอีก ส่วนหนึ่งเสียด้วย ส่วนเกินขนาดไหนในงบประมาณจาก 17 ล้านบาทที่ว่าคงต้องติดตามดูกันเองนะเจ้าคะ และอีกไม่นาน ทุกอย่างคงฟ้องให้เห็น เพราะงบที่ทุ่มไปบอกตรง หากคนรู้หลักการทำงาน ปรับปรุงอาคารก็น่าจะพอรู้กันว่า มาก…. ขนาดไหน ส่วนอะไรมาก หวังว่าคงเข้าใจกันนะเจ้าคะ

และที่สำคัญ จากนี้ไป ต้องดูว่าปรับปรุงอาคารแล้ว คนกระทรวงเกษตรฯจะมีการทำงานกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันช่วยกันทำงานจริงจังสมประสงค์ ตามเหตุผลของใครบางคนอ้างเหตุสร้างเรื่องใช้งบว่าพื้นอาคาร“ร้าว” เลยทำให้คนกระทรวงเกษตรฯมีปัญหา หรือไม่งานนี้คงได้รู้กันแจ่มแจ้ง หาไม่ และก็ขอให้มีอันเป็นไป…สาธุ

ราชดำเนิน

เขต5คัดสุดยอดผลิตภัณฑ์7จว.ใต้โชว์ ย้ำประสิทธิภาพการดำเนินงานศพก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/285956

x

เขต5คัดสุดยอดผลิตภัณฑ์7จว.ใต้โชว์ ย้ำประสิทธิภาพการดำเนินงานศพก.

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จ.สงขลา กล่าวว่าตามที่พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรฯจัดงาน “เกษตรไทยก้าวหน้าภายใต้ร่มพระบารมี” ระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม ที่สวนลุมพินี กทม. เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรที่ทรงสืบสานแนวพระราชดำริด้านการเกษตรจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และดำเนินโครงการคลินิกเกษตร เพื่อแก้ปัญหาการเกษตรในพื้นที่ต่างๆครบวงจร ทำให้เกษตรกรไทยได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเกษตรให้ก้าวหน้าเป็นลำดับ โดยมอบให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการจัดงานนั้น

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดกิจกรรมในงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งมีการจัดนิทรรศการมีชีวิตเหมือนจริง เห็นกระบวนการผลิต เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ทางการเกษตรของเกษตรกรในปัจจุบันที่ปรับตัวเตรียมพร้อมเข้าสู่ 4.0 อาทิ 1) นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีต่อการพัฒนาและแก้ปัญหาด้านการเกษตรตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งยังจัดถวายพระพรเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ของรัชกาลที่ 10 อีกด้วย 2) ผลดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) แสดงให้เห็นว่าศูนย์แต่ละแห่งนั้นสร้างมูลค่าให้สินค้าเกษตรอย่างไร โดยถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้อง การทำการเกษตรที่คุ้ม การทำการเกษตรที่มีการพัฒนาและใช้พื้นที่จัดการที่ถูกต้อง 3)ผลผลิตจากงานส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่และ4)ผลงานของ Young Smart Farmer ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีใจรักและมุ่งมั่นทำการเกษตรจริงจัง ประยุกต์ใช้ความรู้ให้เข้ากับสถานการณ์การผลิตได้อย่างมีระบบ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของกลุ่มคนเหล่านี้ไม่เหมือนเกษตรกรทั่วไป

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ได้คัดสรรสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงานดังกล่าว ดังนี้ 1) สินค้าและผลิตภัณฑ์จาก Young Smart Farmer ได้แก่ ไข่ไก่ ไข่เป็ดอารมณ์ดี กล้วยหอมทอง น้ำดอกดาหลา ฝรั่งกิมจูอินทรีย์ ชุดปลูกพืชแนวตั้ง เห็ดหลินจือแดงอบแห้งรวงผึ้งโพรงสด เมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์ข้าวพื้นเมือง ทุเรียนทอดกรอบ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากนมแพะ 2)สินค้าและผลิตภัณฑ์จากแปลงใหญ่ได้แก่ ผึ้งโพรงตำบลอ่าวตง ข้าวตราสองเล ข้าวสังข์หยดหมอนยางพารา ทุเรียนทรายขาว ข้าวหอมชลสิทธิ์ ข้าวบุดี ข้าวหอมกระดังงา และข้าวซีบูกันตัง 3)สินค้าและผลิตภัณฑ์จากตลาดเกษตรกร ได้แก่ ปลาเค็มแดดเดียว ปลาเค็มกางมุ้งแม่จินต์ ข้าวซ้อมมือบ้านเกาะไหล น้ำพริกแม่ปลื้ม ส้มโอปูโก สละอินโด กล้วยหินยะลา และปลาส้มคอกช้าง 4)สินค้าผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ เครื่องแกงผง สดและแห้ง ข้าวแต๋นสังข์หยด และชาขิงดำ เป็นต้น จึงขอเชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมชมและซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพในงานดังกล่าวได้ระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2560 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

รายงานพิเศษ : จัดใหญ่งานเกษตรไทยก้าวหน้าฯ16-20ส.ค. สืบสานพระราชปณิธาน-เปิดอบรมฝึกอาชีพฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/285959

รายงานพิเศษ : จัดใหญ่งานเกษตรไทยก้าวหน้าฯ16-20ส.ค. สืบสานพระราชปณิธาน-เปิดอบรมฝึกอาชีพฟรี

รายงานพิเศษ : จัดใหญ่งานเกษตรไทยก้าวหน้าฯ16-20ส.ค. สืบสานพระราชปณิธาน-เปิดอบรมฝึกอาชีพฟรี

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศจัดงานเกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมียิ่งใหญ่ที่สุดกับมหกรรมสินค้าเกษตรใจกลางเมืองหลวง ณ สวนลุมพินีระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคมนี้ เชิญชมนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน พบกับสุดยอดนวัตกรรมทางการเกษตร เลือกสรรสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพชั้นเลิศ และเข้าร่วมฝึกอบรมเกษตรคนเมือง เรียนรู้ด้านการเกษตร การทำอาหาร ของใช้สร้างสุขลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ฟรี เพียงลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนใคร

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดงาน “เกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2560 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ซึ่งกิจกรรมในงานได้รวมเกษตรกรกว่า 3,000 คน มาแสดงผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพมากมายและหลากหลายชนิดสินค้า นอกจากสินค้ามีราคายุติธรรมแล้ว ยังได้พบกับนิทรรศการสานต่อพระราชปณิธานทางด้านการเกษตร การให้บริการคลินิกทางการเกษตร พร้อมให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญการให้บริการความรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้งและแมลงเศรษฐกิจ รวมทั้งการให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในสังคมเมือง

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรมฝึกอบรมเกษตรคนเมือง เรียนรู้ด้านการเกษตร การทำอาหาร ของใช้สร้างสุข ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้กับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เด่น ดีและมีประโยชน์สำหรับคนในสังคมเมือง โดยหลักสูตรด้านการเกษตร เช่น เทคนิคที่จำเป็นในการปลูกพืชผัก ฝึกทักษะการขยายพันธุ์พืช การเลือกพืชและภาชนะปลูกที่เหมาะสม รวมถึงสามารถแก้ปัญหาพืชผักที่บ้านไม่งามดั่งใจได้ ส่วนหลักสูตรด้านอาหาร อาทิ นวัตกรรมแป้งบัว ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำหรับคนเป็นเบาหวานหรือคนที่แพ้แป้งสาลีก็ทานได้ รวมถึงการแปรรูปผลไม้ราคาถูกให้ดูแพง เป็นต้น ส่วนหลักสูตรเกี่ยวกับของใช้สร้างสุขเช่น การเปลี่ยนของซ้ำๆ มาเป็นของน่าใช้ด้วยเดคูพาจและการเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสมกับผิวคุณและคนที่คุณรัก สร้างสรรค์รูปแบบตามสไตส์ของคุณเองกับการทำของใช้ในบ้าน เช่น สบู่ ลิปบาล์ม เป็นต้น และยังมีหลักสูตรอื่นๆอีกมากมายกว่า 20 หลักสูตร และการสาธิตการแปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งหากท่านใดต้องการสู่การประกอบอาชีพในอนาคตเพียงแค่สมัครจองสิทธิ์การฝึกอบรมผ่านเว็บไซต์ http://kasetsunluam.doae.go.th ได้แล้ววันนี้

“ธนาคารที่ดิน”ทำจริงช่วยจริง ลงพื้นที่โคราชรุดแก้ปัญหาเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/285676

"ธนาคารที่ดิน"ทำจริงช่วยจริง ลงพื้นที่โคราชรุดแก้ปัญหาเกษตรกร

“ธนาคารที่ดิน”ทำจริงช่วยจริง ลงพื้นที่โคราชรุดแก้ปัญหาเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 14.15 น.

นายสถิตพงษ์ สุดชูเกียรติ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ได้มอบหมาย นายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เดินทางไปจ.นครราชสีมา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของโครงการแก้ไขปัญหาเกษตรกรและผู้ยากจนซึ่งมีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนองและขายฝาก และพบปะกับเกษตรกรที่ ธนาคารที่ดินได้ให้ความช่วยเหลือ โดยการให้สินเชื่อภายใต้โครงการดังกล่าว ได้แก่ นางละเอียด ศรีนอก อายุ 53 ปี เกษตรกรต.ดอนใหญ่ อ.คง ขอสินเชื่อเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ตามคำพิพากษา, นางสายฝน ดวนสันเทียะ อายุ 49 ปี เกษตรกรต.ถนนโพธิ์ อ.โนนไทย ขอสินเชื่อเพื่อนำไปไถ่ถอนที่ดินจากการขายฝาก และ นางวันดี ริดสันเทียะ อายุ 53 ปี เกษตรกรต.วังยายทอง อ.เทพารักษ์ ขอสินเชื่อเพื่อนำเงินไปซื้อที่ดินที่หลุดจากการขายฝากไปแล้ว

นายกุลพัชร กล่าวว่า ตนได้มาเยี่ยมเกษตรกรของบจธ. ว่าหลังจากที่ให้สินเชื่อไปแล้วพวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นไหม มีรายได้พอที่จะมาจ่ายค่างวด แต่ถ้าเกษตรกรมีปัญหาอุปสรรคอะไรบจธ.ก็จะได้ให้คำแนะนำ และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เข้ามาดูแลส่งเสริมให้เกษตรกรเข้มแข็ง บจธ.จะให้คำแนะนำ เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

รองผู้อำนวยการบจธ. กล่าวอีกว่า เกษตรกรบอกว่าสามารถคืนเราได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำร้อยละ 3ต่อปีทำให้มีเงินใช้คืนได้ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้โดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีนโยบายให้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีฐานะดีขึ้น สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพานายทุนเพื่อให้ประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

“ตอนนี้บจธ.อยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์การเป็นธนาคารที่ดินในอนาคตและกระแสตอบรับออกมาดีมาก ว่าได้เห็นข่าวของธนาคารที่ดินตามสื่อต่างๆ มากขึ้น โดยเราประชาสัมพันธ์ให้กับส่วนต่าง ๆ ในชุมชน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อให้เข้าถึงชาวบ้านจริงๆ อีกหน่อยลูกค้าเกษตรกรก็จะรู้จักธนาคารที่ดินมากขึ้น รวมถึงเราก็ลงในพื้นที่ด้วย น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายตามแผนงาน เราเดินไปพร้อมเกษตรกรที่เดือดร้อน แก้ปัญหาด้วยกัน โดยจะทำงานแบบควบคู่ไปกับหน่วยงานต่างๆแบบบูรณาการ และทำงานร่วมกับภาคประชาชน “นายกุลพัชร กล่าว

ด้านนางสายฝน ดวนสันเทียะ หนึ่งในเกษตรกรที่ธนาคารที่ดินให้ความช่วยเหลือจากการขายฝากที่ดินก่อนจะหลุดมือ กล่าวว่า ดีใจมาก ที่ธนาคารที่ดินช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่มีที่พึ่ง และเข้าถึงพื้นที่จริงๆ ถึงตัวประชาชนอย่างฉับพลัน ตนติดต่อไปแค่ 15 วัน ธนาคารที่ดินก็มาช่วยแล้ว ไม่ถึง 15 วัน ธนาคารที่ดินจะมาไถ่คืนให้ก่อนกำหนดสัญญาอีกด้วยซ้ำไป เจ้าหน้าที่ทำงานได้เร็วมาก จากตอนแรกที่คิดว่ามืดแปดด้านไม่รู้จะดำเนินชีวิตไปอย่างไรแล้ว แต่ตอนนี้ก็กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

เลาะรั้วเกษตร : ‘ขี้ตู่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/285529

281225166

เลาะรั้วเกษตร : ‘ขี้ตู่’

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านใหม่ป้ายแดง เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ได้รับเอกสารจากอดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ผ่านทางโซเชียลมีเดียที่แชร์ต่อๆ กันมา

เอกสารที่ว่านี้ มี 5 หน้ากระดาษ A4 เต็มๆ ชื่อหัวเรื่องว่า “2 ปีที่ผ่านมากับการพัฒนาการเกษตรไปสู่ความยั่งยืน”เอกสารดังกล่าว เขียนถึง “ท่านผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุกท่าน เพื่อนข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกท่าน” จากนั้นท่านชี้แจงเป็นข้อๆรวมทั้งหมด 6 ข้อใหญ่ 18 ข้อย่อย โดยสรุปคือ

ท่านได้รับมอบหมายจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ มาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2558 เพื่อมาทำงานขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านการเกษตรฯ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืน

ปลัดฯ ธีรภัทร มีความภูมิใจที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ทำหน้าที่พระยาแรกนาขวัญ 2 ครั้ง

ท่านทำงานและมีความตั้งใจวางแผนการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นไปตามระบบราชการในโลกแห่งความเป็นจริง โดยบริหารงานผ่านผู้บริหารหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนต่างๆ ตามลำดับชั้น ตามระบบราชการ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ ระบบ single command การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี 5 ปี และ 1 ปี

ได้เป็นผู้ชี้แจงงบประมาณต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณ 2 ปีซ้อน ทำให้มีการตัดลดงบประมาณของทุกหน่วยงานน้อยมาก พร้อมกันนี้ได้กำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการในช่วงปี 2558-2560 สามารถประหยัดงบประมาณได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเกษตรมากขึ้น โดยเฉพาะนำไปใช้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ

นอกจากนี้ ยังมีผลงานด้านการพัฒนาบุคลากร โดยวางระบบคัดเลือกผู้บริหารในทุกระดับด้วยการมีคณะกรรมการคัดเลือกอย่างโปร่งใส มีการวางหลักสูตรฝึกอบรม smart officer เร่งรัดการลงโทษผู้กระทำผิดจากการบริหารงานไม่โปร่งใสในอดีตได้เป็นจำนวนมาก

มีการแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) การยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.เกือบ 3 แสนไร่ นำสารวัตรเกษตรประมง ปศุสัตว์ ออกทำหน้าที่ปราบปราม จับกุมผู้กระทำผิด พัฒนาการทำงานขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรืออ.ต.ก. จนสามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 5 พันล้านบาท และถูกจัดอันดับให้เป็นตลาดสดที่น่ามาเยือน 1 ใน 10 ของโลก ปรับปรุงการบริหารองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย จัดระบบโครงการนมโรงเรียนให้โปร่งใส ปิดโรงงานผลิตนมโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 20 แห่ง โดยไม่เคยมีใครกล้าปิดมาก่อน

ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย เร่งรัดจ่ายเงินได้อย่างรวดเร็วภายใน 5 เดือน ในขณะที่ในอดีตใช้เวลา 2-3 ปี วางแผนลดการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ป่าจังหวัดน่าน ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกร พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้มากกว่าที่เคยทำมาเมื่อ 5 ปีก่อน ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

เร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ศพก. จนนำมาสู่โครงการ 9101 การทำการเกษตรแปลงใหญ่ Agri Map ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ฝึกอบรมเกษตรกรเป็น Smart Farmer/Young Smart Farmer โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลัดฯธีรภัทรยังทิ้งท้ายด้วยว่า ปี 2561 เป็นต้นไป คาดว่างานต่างๆ จะเห็นผลชัดเจน ขอให้ทุกคนภูมิใจร่วมกัน……..

เชื่อว่า อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯหลายท่าน อดีตอธิบดีและอธิบดีปัจจุบัน รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวง
เกษตรฯ ทุกหน่วย หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทั้งอดีตและปัจจุบันคงจะอ่านไปน้ำตาซึมไป…..พร้อมกับหัวเราะหึ..หึ…หึ..กัดฟันกรอดๆมองบน..และคำรามว่า…… “งั้น…เหรอ…”

แว่นขยาย