NAHM RESTAURANT เมโทร โพลิแทน กรุงเทพ จ.กรุงเทพมหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306156

NAHM RESTAURANT เมโทร โพลิแทน กรุงเทพ จ.กรุงเทพมหานคร

ZogZag77 > Highlight  :  18 ธ.ค. 2560

Located in Metropolitan by COMO, Bangkok, David Thompson’s nahm emphasizes authentic Thai flavours derived from fresh and rare ingredients from Thailand.
วันนี้เปิดทำการ · 12:00–14:00, 19:00–23:00
สภานที่ : 27 ถนน สาทรใต้ แขวง ทุ่งมหาเมฆ เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120

เบอร์โทร : 02 625 3388,02 625 3333

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map

ร้านเสน่ห์จันทน์ อาคารสินธร จ.กรุงเทพมหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306148

ร้านเสน่ห์จันทน์ อาคารสินธร จ.กรุงเทพมหานคร

ZogZag77 > Highlight  :  18 ธ.ค. 2560

ชื่อร้าน “เสน่ห์จันทน์” มาจากชื่อขนมไทยดั้งเดิมที่ใช้ในงานมงคล โดย คุณชลาลักษณ์ บุนนาค เลือกมาเป็นชื่อร้าน เพื่อคงคุณค่าความเป็นอาหารไทยรสแท้ ตัวร้านให้บรรยากาศแบบไทยร่วมสมัยที่มีความหรูหรา ตั้งแต่ประตูไม้หน้าร้านที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่า เมื่อเข้าไปจะพบการตกแต่งภายในสไตล์ไทยร่วมสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 ผนังประดับตกแต่งด้วยงานศิลป์และรูปภาพสไตล์ไทย ๆ เพิ่มความสุนทรีย์ด้วยบทกวีที่แต่งโดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ทางร้านยังใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ ตั้งแต่เมนูอาหาร ไปจนถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ได้นำเครื่องปรุงไทยๆ อย่าง กระเพรา โหระพา ดอกกระเทียม มะเขือ พริก ผักชี ตำลึง กระเจี๊ยบ มาเรียงร้อยเป็นลวดลายสวยงาม
วันนี้เปิดทำการ · 11:30–14:00, 18:00–22:00
สภานที่ : Saneh Jaan, Glasshouse at Sindhorn, 130-132 Wireless Rd.,, กรุงเทพมหานคร

เบอร์โทร : 02-650-9880

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map

SRA BUA BY KIIN KIIN (สระบัว) โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ จ.กรุงเทพมหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306159

SRA BUA BY KIIN KIIN (สระบัว) โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ จ.กรุงเทพมหานคร

ZogZag77 > Highlight  :  18 ธ.ค. 2560

ร้านอาหาร สระบัว บาย กิน กิน เปิดให้บริการภายในโรงแรม Siam Kempinski ตกแต่งแบบไทย ๆ มีสระบัวโดดเด่นอยู่ภายใน มีคอนเซ็ปต์อาหารไทยโมเดิร์น โดยคงรสชาติหลักแบบไทยแท้เอาไว้ในแต่ละจาน แล้วนำเสนอออกมาด้วยเทคนิคที่แปลกใหม่บวกกับจินตนาการอันล้ำเลิศที่ใส่ลงไปในแต่ละเมนู หน้าตาอาหารจึงดูไม่เหมือนใคร คาดเดาไม่ได้เลยว่าจานนี้คืออะไร จนกว่าจะได้สัมผัสถึงรสชาติที่แท้จริง
สภานที่ : พระรามที่ 1 (ชั้น G โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ (Siam Kempinski Hotel) ตั้งอยู่ด้านหลังห้างสยามพารากอน) ปทุมวัน

เบอร์โทร : 02 162 9000

เว็บไซต์ : www.kempinski.com/bangkok

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map

LE NORMANDIE แมนดารินโอเรียนเต็ล จ.กรุงเทพมหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306146

LE NORMANDIE แมนดารินโอเรียนเต็ล จ.กรุงเทพมหานคร

ZogZag77 > Highlight  :  18 ธ.ค. 2560

Renowned throughout Asia, Le Normandie is acclaimed for its imaginative French cuisine by Chef Arnaud Dunand-Sauthier. Pure and precise flavours, wonderful taste combinations and the subtlety of herbs and seasonings offer a genuine and unique experience of haute cuisine.
Situated in the hotel’s Garden Wing, Le Normandie offers breathtaking views over the Chao Phraya River through floor-to-ceiling windows. The elegant surroundings featuring vintage crystal chandeliers and stunning flower arrangements create a unique air of sophistication. Noted for its splendid menu, impeccable service, elegant ambiance and superb river views, Le Normandie offers our distinguished guests – from Thailand and all over the world – an exceptional fine-dining experience.
When dining at Le Normandie, all guests are kindly asked to dress elegantly at all times. No shorts, T-shirts, Denims, sandals, flip flops and sport shoes are permitted. A jacket is compulsory for gentlemen during dinner and can be provided upon request. Children aged 7 years and above are welcome to dine and the dress code applies accordingly.
สภานที่ : ซอย เจริญกรุง (โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ) บางรัก

เบอร์โทร : 02 659 9000

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map

PASTE GAYSORN จ.กรุงเทพมหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306157

PASTE GAYSORN จ.กรุงเทพมหานคร

ZogZag77 > Highlight  :  18 ธ.ค. 2560

Paste Thai restaurant lies in the heart of Bangkok’s Ratchaprasong district adjacent to the Intercontinental Hotel, and is considered to be one of Bangkok’s best restaurants.
Award winning Chef/Owner Bee Satongun constructs creative dishes based on traditional techniques which carry the breath and soul of Thailand in every bite. Her menu is carefully focused on delivering an inventive interplay of Thai flavors and textures, guiding the diner on a gastronomic exploration of noble and provincial Thai dishes.
The guiding philosophy at Paste is to maintain an ever-changing seasonal menu, showcasing the very best native produce. Whenever possible, we source directly from the oceans, the river beds, local farms and the wild forests of northern Thailand. Motivated to unearth hidden culinary treasures, Chef Bee continually researches, tests and polishes historical recipes and traditions, many of which have been all but forgotten. She travels frequently across the diverse landscapes of rural Thailand to discover, gather and collect diverse ingredients which cause her carefully balanced dishes to shine.
เปิดทำการ · 12:00–14:00, 18:30–22:00
สภานที่ : ถนนเพลินจิต (ชั้น 3 Gaysorn ) ปทุมวัน

เบอร์โทร : 02 656 1003

เว็บไซต์ : 10330

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map

SAVELBERG จ.กรุงเทพมหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306158

SAVELBERG จ.กรุงเทพมหานคร

ZogZag77 > Highlight  :  18 ธ.ค. 2560

ร้านอาหารแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีเชฟมิชลินประจำการอยู่ทุกวัน เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสแบบโมเดิร์นผสมผสานลูกเล่นแบบดัตช์ ที่มีหลักการว่าอาหารที่ดีมีจุดเริ่มต้นมาจากวัตถุดิบที่สดใหม่ เพราะฉะนั้นแล้วเมนูของเชฟจะเปลี่ยนอยู่เสมอเพื่อสะท้อนถึงฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปของยุโรป
สภานที่ : ถนนวิทยุ ลุมพินี (G/F, Oriental Residence, ระหว่างสถานทูตอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งตรงข้ามออลซีซั่นเพลส และใกล้รถไฟฟ้าเพลินจิต) ปทุมวัน

เบอร์โทร : 02 252 8001

เว็บไซต์ : http://www.savelbergth.com/

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map

งดงามทุ่งข้าวสีทองส่อง! เคยไปกันหรือยังสะพานบุญ ‘โขกู้โส่’ จ.แม่ฮองสอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/873162

งดงามทุ่งข้าวสีทองส่อง! เคยไปกันหรือยังสะพานบุญ ‘โขกู้โส่’ จ.แม่ฮองสอน

ไปมาแล้วชอบมาก! คุณเคยไปหรือยัง สะพานบุญ ‘โขกู้โส่’ อ.ปาย จ.แม่ฮองสอน เราได้เดินทางไปเที่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งบอกก่อนว่าช่วงที่เราไปอาจจะไม่ได้เป็นช่วงที่สวยที่สุด แต่ก็งดงามก็ไม่แพ้ช่วงอื่น ด้วยความเป็นทุ่งข้าวสีทองอร่ามตา มีแสงส่องระยิบระยับทำให้เราประทับใจอย่างบอกไม่ถูก…
สะพานบุญ โขกู้โส่

สะพานบุญ

‘โข’ แปลว่า สะพาน, ‘กู้โส่’ แปลว่า บุญ ดังนั้น ‘โขกู้โส่’ จึงหมายถึง สะพานบุญ ผู้รู้บอกแบบนั้น โขกู้โส่ เป็นสะพานไม้ไผ่ โครงสร้างเหล็ก เป็นสะพานที่มีระยะทาง 815 เมตร นายบุญอนันต์ เหล่อโพ ผู้ประสานงานการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแพมบก ได้ทำหน้าที่เป็นไกด์พาเราเดินทัวร์และเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านชาวไทใหญ่ได้ช่วยกันทำสะพานแห่งนี้ขึ้นมา เดิมเป็นทุ่งนาทั้งหมด ข้ามไปจะเป็นวัดห้วยคายคีรี สะพานแห่งนี้ชาวบ้านตั้งใจสร้างถวายให้พระเพื่อเดินบิณฑบาตทุกเช้า ชาวบ้านและพระอาจารย์เลยเอาแนวคิดของสะพานซูตองเป้มาสร้าง เรื่มสร้างสะพานเมษายน เสร็จกรกฎาคม 2559

พระสงฆ์เดินบิณฑบาต

ซึ่งสะพานแห่งนี้สามารถย่นเวลาให้กับชาวบ้านและพระสงฆ์ได้เป็นอย่างดี ในอดีตพระสงฆ์ต้องเดินบิณฑบาต 2 กิโลเมตร ช่วงหน้านาพระสงฆ์จะลำบากเพราะข้ามน้ำ 2 ที่ ทำให้พระไม่สามารถเดินบิณฑบาตได้ แต่เมื่อสะพานสร้างเสร็จก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพระและชาวบ้านได้เป็นอย่างดี โดยใช้เวลาพียง 15 นาทีในการเดิน ทำให้ชาวบ้านใส่บาตรได้ทัน

งดงาม

สร้างสะพานต่ออายุ 

สะพานนี้เชื่อมระหว่างพุทธอุทยานห้วยคาย ชุมชนและวัดแพมบก ชาวบ้านมีความเชื่อว่าการสร้างสะพานคือการต่ออายุ เพราะชาวไทใหญ่เชื่อว่าจะต่ออายุทุกคนในครอบครัว จึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา ที่ปัจจุบันเป็นที่ดินของชาวบ้านที่บริจาคโครงการสร้างทำจากไม้ไผ่ เสาเป็นปูนและเสริมโครงเหล็ก แนวสะพานจะลัดเลาะตามคันนา ขนาดกว้าง 1.50 เมตร

แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ

ปัจจุบันเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นจากการติดตามผ่านเพจของชุมชน นอกจากชุมชนแพมบกจะมีสะพานบุญให้ได้มาเที่ยวชม ถ่ายรูปกันแล้ว ยังมีของดีและแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของชุมชน อาทิ จุดชมวิวดอยเมี้ยง จะมองเห็นวิวเมืองปาย ดอยธง เห็นดอยอินทนนท์และดอยหลวงเชียงดาว ทั้งยังมีของดี น้ำพริกคั่วทราย ถั่วเน่าแผ่น ไม้กวาด การตำข้าว การเรียนรู้เรื่องหนีบอ้อย และเกษตรชุมชน

ส่วนการบริหารจัดการในชุมชน จะให้คนในชุมชนค้าขายเองโดยจะไม่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาทำกิจการเพื่อให้รายได้หมุนเวียนในชุมชน ทั้งนี้จะมีเงินปันผลให้กับคนในชุมชน

ดอกจันตัวโตๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว ต้องรู้ก่อนว่าที่นี่มีข้อห้ามในการมาเที่ยวของนักท่องเที่ยว คือ ห้ามกระโดด ห้ามวิ่ง ห้ามทิ้งขยะและตัองแต่งตัวสุขภาพเรียบร้อย สายเดี่ยวกางเกงขาสั้นไม่ได้นะจ๊ะ

ถ่ายรูปกับทุ่งนาก็เก๋

**ล้อมกรอบ**

การเดินทาง : ขับรถมาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-แม่ฮ่องสอน) ประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านแพมบก (เลยน้ำตกแพมบกประมาณ 2-3 กิโลเมตร) สามารถจอดรถไว้ในหมู่บ้าน หรือที่วัดแพมบก หากเดินทางมาอำเภอปายด้วยรถประจำทาง ใครสนใจแวะไปเที่ยวชมชุมชนแห่งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: การท่องเที่ยวโดยชุมชนแพมบก นายบุญอนันต์ เหล่อโพ (น้องเจ) โทร. 0631239022

    อย่าแค่ผ่าน…ของดีโคราชอยู่ที่นี่

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย แบกกล้องเที่ยว 11 มี.ค. 2560 16:01

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/878371

    ทริปนี้แบกกล้องเที่ยวจะพาทุกท่านไปตะลอนกิน เที่ยว ลุย กันที่ โคราช ก่อนหน้านี้ผ่านเส้นโคราชบ่อยมาก แต่ไม่เคยแวะไปเที่ยวหรือทานข้าวเลยสักครั้ง ทริปนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะเราได้รู้แหล่งเที่ยวใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ เต็มไปหมด ต่อไปนี้โคราชจะไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป ถ้าอย่างนั้นก็ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋าพร้อมเดินทางไปตามหาของดีที่…เมืองย่าโมกันเลย

    ขับรถออกจาก กทม. แต่เช้าแบบไม่พักกันเลยค่ะ ทำให้เราถึงโคราชในช่วงที่ท้องร้องพอดี เช้าแบบนี้ต้องจัดอาหารลงท้องกันก่อน มื้อแรกจะพาไปทานร้านเด็ดเป็นร้านเก่าแก่ขายมา 20 ปีแล้วอย่าง ขนมจีนครูยอด มีชื่อเสียงคนแน่นจนต้องขยายกิจการเปิดร้านใหม่ใหญ่โตกว่าเดิม ขนมจีน เสิร์ฟพร้อมน้ำยาสี่อย่าง ได้แก่ น้ำยาไก่ น้ำพริก น้ำยาป่า น้ำยากะทิ พร้อมผักที่มาทั้งถาด เมนูร้านครูยอดเยอะมาก ทีเด็ดห้ามพลาด ไก่ทอด ส้มตำข้าวโพด ปลาดุกฟู และอีกหลายๆ เมนู

    เสร็จจากทานมื้อเช้าแล้วเราไปหาที่พักกันค่ะ ได้ที่พักใหม่ในตัวเมืองโคราช โรงแรมโครานารี่ คอร์ทยาร์ด โรงแรมสีขาวจะพาย้อนสู่อดีต ในยุคที่ความงดงามของสถาปัตยกรรมไทย ผสมผสานอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมตะวันตก ใครไม่ได้พักที่นี่แวะไปทานอาหารก็ได้ค่ะ เมนูอาหารที่ “เลอ อินถวา” ก็รสชาติดีและทำให้นึกถึงการกินข้าวเวลาคุณย่าคุณยายทำให้เพราะเเลือกใช้วัตถุดิบที่มีมาแต่โบราณ และอาหารทุกจานไม่ใส่ผงชูรสเลย

    ช่วงบ่ายนี้เรามีกิจกรรมแห่งใหม่ในเมืองโคราช ที่หลายคนไม่คิดว่าโคราชภาคอีสานเรามีกิจกรรมกีฬาแบบนี้ด้วยหรอ นั้นก็คือ ศูนย์กีฬาทางน้ำ Korat Water Land สุดสนุกกับเครื่องเล่นทางน้ำ ในโซน Adventure สุดเร้าใจกับ Wake board สุดเท่ ที่สนามนี้ได้มาตรฐานระดับโลก นอกจากนั้นยังมีขับรถ ATV กับเส้นทางสั้นๆ แต่ดีกรีความมันจัดเต็ม หรือถ้าชอบความเงียบใช้สมาธิมากต้องไปยิงธนู

    ตบท้ายด้วยมื้อเย็นเรามาทานข้าวกันที่ 8 DINING ความโดดเด่นของร้านเน้นอาหารไทยแท้ ยกเมนูพิเศษอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อในแต่ละภาคมาไว้ที่นี่โดยเชฟอายุน้อยแต่ฝีมือไม่ธรรมดา เช่น แกงคั่วเนื้อ ห่อหมกใบยอ ปลากะพงย่างใบมะรุม แกงส้มกุ้งลายเสื้อ ผัดหมี่โคราช คั่วกลิ้งเนื้อแกะ ยำส้มโอปลาดุกฟู ผัดหมี่โคราช ยำปลาหมึกย่างพริกย่าง เป็นต้น ร้านนี้มีดนตรีสด นักร้องเสียงดี มาขับกล่อมเราให้เพลิดเพลินกับการทานอาหารค่ำอีกด้วย

    ใครที่ไม่อยากเดินทางไปเที่ยวไกลๆ เราแนะนำที่โคราชบ้านเองนี่เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทางจากกทม. 2-3 ชม. เท่านั้น แต่มีทั้ง ที่กิน ที่เที่ยว พักผ่อน ผ่อนคลายให้เราเลือกใช้เวลาของวันหยุดได้คุ้มค่าแบบไม่เหน็ดเหนื่อย

    ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
    www.baagklong.com
    www.facebook.com/baagklong

    ความฟินระดับ 10!! The Habita โซนใหม่เสน่ห์เร้าใจของ “ศรีพันวา”

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:30

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/880517

    เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสงบเป็นส่วนตัวสูง ในบรรยากาศสุดฮิปมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร สำหรับ “ศรีพันวา” โครงการบ้านพักตากอากาศ และโรงแรมสุดหรูสไตล์พูลวิลล่า ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวปลายสุดของแหลมพันวา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เกาะภูเก็ต โดยเสน่ห์สร้างชื่อของศรีพันวาอยู่ที่การออกแบบสไตล์ทรอปิคอลร่วมสมัย เปิดโล่งให้เห็นท้องทะเลอันดามันและหมู่เกาะล้อมรอบ เพื่อให้ผู้มาเยือนแอบอิงใกล้ชิดธรรมชาติที่สุด

    ตอกย้ำความเป็นรีสอร์ตชั้นนำของไทยที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก ศรีพันวาเปิดที่พักโซนใหม่เก๋ไก๋มีสไตล์กว่าเดิม ภายใต้ชื่อ “เดอะ ฮาบิตา” (The Habita) ตั้งอยู่บน เนินเขาสูงท่ามกลางแมกไม้ธรรมชาติ ในบรรยากาศแสนสงบ มีความเป็นส่วนตัว มองเห็นวิวของท้องทะเลอันดามันแบบ 180 องศา และจะยิ่งงดงามโรแมนติกเมื่อยามอาทิตย์อัสดง

    ภายในประกอบด้วยห้องพูลสวีท และห้องพูลเพนส์ เฮ้าส์ แต่ละห้องมีขนาด 70-140 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกห้อง ตกแต่งอย่างประณีต ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โซนนี้ยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 44 เมตร ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างล้ำลึก

    นอกจากห้องอาหารเดิมที่ฮิตฮอตอยู่แล้ว เช่น ร้านอาหารไทย “Baba Soul Food” ในอาคาร Baba Dining Lounge เสิร์ฟอาหารไทยรสชาติจัดจ้านสไตล์ต้นตำรับพื้นเมือง, ห้องอาหาร “Baba Q” ในอาคาร Baba Poolclub และห้องอาหาร “Baba IKI” ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวร่วมสมัยของศรีพันวา ยังมีน้องใหม่เปิดให้บริการเพิ่มความคึกคัก ถ้าชอบสไตล์ปิ้งย่างในบรรยากาศสบายๆริมสระน้ำ แนะนำให้ลอง “บาบา ฮอต บ๊อกซ์” มีเชฟหุ่นล่ำยืนปิ้ง BBQ สูตรเฉพาะให้ชิมกันสดๆด้วยเตาสุดเจ๋งของ Josper จากสเปน ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถเก็บความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้อย่างดี ยิ่งอร่อยเมื่อทานคู่กับผักและแป้งพิต้า พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด หรือจะลองเมนูเหลาแบบจีนต้นตำรับ ก็เชิญแวะไปที่ “บาบา ชิโน” ร้านอาหารจีนน้องใหม่มาแรงของศรีพันวา

    ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ หรือขนมาเป็นแก๊ง ก็ห้ามพลาด “Baba Nest” พร้อมให้บริการเครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารทานเล่น ที่คัดสรรมาให้ลิ้มลองหลากหลายรสชาติ ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และวิวท้องทะเลแบบพาโนราม่า 360 องศา ถ้าไม่เจ๋งจริงซีเอ็นเอ็นคงไม่ยกให้เป็นหนึ่งในสามบีชบาร์ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2011.

    สโลว์ไลฟ์..ใน ‘โทเบตสึ’

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:01

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/880297

    ใบไม้เปลี่ยนสีในสวนโอโดริ.ระหว่างเดินทางร่วมกิจกรรมในหลักสูตร “การจัดระบบสนับสนุนคนพิการ” ซึ่งจัดโดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency) หรือไจก้า เมื่อเร็วๆนี้ ที่เมืองซัปโปโรของญี่ปุ่น เลยถือโอกาสแวะไปเที่ยวเมืองโทเบตสึที่อยู่ใกล้ๆกันโทเบตสึ เมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโรมากนัก ขับมาทางสะพานซัปโปโร โอฮาชิ ข้ามแม่น้ำอิชิการิ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของฮอกไกโด ไม่ถึงชั่วโมง เราก็มาถึงโทเบตสึ ซึ่งเป็นเมืองที่มีโรงแรมน้ำแข็ง และโรงงานช็อกโกเลตชื่อดัง ROYCE

    โรงแรมน้ำแข็ง.และที่มากไปกว่านั้น คือ โทเบตสึ เป็นเมืองที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศสวีเดน ที่เริ่มต้นมาจากอดีตเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำญี่ปุ่น คนหนึ่งมาเที่ยวที่เมืองนี้ แล้วเกิดติดอกติดใจทั้งวิวที่สวยงามและอากาศที่ค่อนข้างสบาย จึงริเริ่มสร้างชุมชนบนเนินเขา ชื่อว่า “สวีเดน ฮิลล์ส” เมื่อปี 2527 และต่อมาในปี 2530 โทเบตสึก็ได้พัฒนาเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับ เมืองเลกซานด์ ใน ภูมิภาคดอลาร์นา ของสวีเดน และอีก 3 ปีต่อมา กษัตริย์แห่งสวีเดนก็ได้เสด็จเยือนโทเบตสึ…ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดมากขึ้น

    วิวด้านบนอนุสรณ์สถานเลกซานด์.การเดินทางเยือน โทเบตสึ คราวนี้ ได้มีโอกาสพบกับ คุณมาซากิ มิยาจิ นายกเทศมนตรีเมืองโทเบตสึ ด้วย คุณมาซากิไม่ใช่คนเมืองนี้โดยกำเนิดแต่เป็นนักธุรกิจในเมืองฟูกูโอกะ ที่เดินทางไปประเทศต่างๆมาแล้วไม่น้อยกว่า 70 ประเทศ เขาเล่าว่า ในช่วงที่เดินทางไปเรื่อยๆ ก็คิดว่า ตอนเกษียณอายุราชการ น่าจะมีสถานที่สักแห่ง ที่สามารถอยู่ได้อย่างสงบและเป็นสุข แถมภรรยา ยังให้โจทย์มาเพิ่มว่า ควรเป็นเมืองที่หน้าร้อนไม่ต้องเปิดแอร์ พอมาพบโทเบตสึ เลยเหมือนเจอเนื้อคู่ ตอบโจทย์ได้ แถมยังเป็นเมืองเล็กๆที่เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก จึงตัดสินใจย้ายจากฟูกูโอกะมาอยู่ที่นี่ อยู่ไปอยู่มา เลยได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรี ประมาณว่าย้ายไปไหนไม่ได้แล้ว

    ราเม็งหมูนุ่มชามยักษ์ในโทเบตสึ .มาเที่ยวโทเบตสึ มีหลายที่ที่น่าสนใจ เราเริ่มต้นการเดินทางในเมืองที่ ศูนย์วัฒนธรรมสวีเดน หรือ The Swedish Center Foundation (SCF) ที่นี่มีการสาธิตการเป่าขวดแก้วของศิลปินญี่ปุ่นด้วย ดูเพลินดี

    ออกจากศูนย์วัฒนธรรม ไปต่อกันที่ สวนอนุสรณ์สถานเลกซานด์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 20 ปี ของความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างโทเบตสึกับเมืองเลกซานด์ของสวีเดน เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น สวีเดน ฮิลล์ส ที่อยู่ด้านล่างแบบพาโนราม่า สะดุดตากับม้าไม้สีแดง ตัวใหญ่ในคอกไม้ ถามคนที่นี่ ได้ความว่า ม้าสีแดง เป็นสัญลักษณ์ของแคว้นดอลาร์นาของสวีเดน ซึ่งทางเทศมนตรีเมืองเลกซานด์ได้มอบให้กับโทเบตสึ เป็นของขวัญที่ชาวโทเบตสึเชื่อว่าเป็นม้านำโชค

    หน้าศาลเจ้าประจำเมืองโทเบตสึ.ปกติสวนอนุสรณ์เลกซานด์จะเปิดให้ขึ้นไปชมวิวได้ในช่วงเดือน พ.ค.- ต.ค. ของทุกปี ยกเว้นช่วงหน้าหนาวแต่เพราะความสามารถพิเศษของ อีซูโกะ เดกูชิ ไกด์ของเรา ที่ไม่รู้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่แบบไหน ทำให้พวกเราได้ขึ้นไปถ่ายรูปท้าแรงลมบนจุดชมวิวเป็นที่ระลึกได้

    พูดถึงไกด์ เดกูชิ บอกว่า เผื่อใครอยากจะย้ายสำมะโนครัวไปเป็นชาวโทเบตสึ ที่เมืองนี้เขาเปิดกว้าง ให้คนต่างเมืองหรือแม้แต่ต่างชาติย้ายมาอยู่กันได้ มีเว็บไซต์บอกรายละเอียด เข้าไปดูกันได้ที่ www.town.tobetsu.hokkaido.jp

    ปัจจุบัน โทเบตสึ มีคนอาศัยอยู่ราว 16,000 คน ชีวิตของผู้คนที่นี่บอกได้เลยว่า สโลว์ไลฟ์มากๆ ผู้คนอยู่อย่างเรียบง่าย เวลาเดินไปตามถนนจะเห็นคนทุกวัยมารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทั้งเล่นกีฬา เล่นเกม รับประทานอาหารร่วมกัน เราได้มีโอกาสไปร่วมวงกับกลุ่มที่มีอาสาสมัครคนไทยรวมอยู่ด้วย ได้ข้อมูลว่า คนที่นี่อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัย มีการทำกิจกรรมต่างๆทั้งปลูกผักสวนครัว ปรุงอาหาร ร่วมกันอย่างวันที่เราไป มีชาวบ้านนำเนื้อเจงกิสข่านกระทะร้อนมาต้อนรับ อร่อยจนหยุดไม่อยู่

    มาซากิ มิยาจิ นายกเทศมนตรีเมืองโทเบตสึ ฟ้อนรำร่วมกับคนไทย.เสร็จจากอาหารกลางวัน ช่วงบ่าย มาชิโระ กาโตะ ประธานสภาประจำเมืองโทเบตสึ อาสาพาไปสักการะศาลเจ้าประจำเมือง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ คูนินาโอะ ดาเตะ ซามูไรในยุคเอโดะ ที่อพยพครอบครัวมาสร้างบ้านแปงเมืองโทเบตสึ และพัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยในหลายๆ เรื่อง ทำให้ชาวบ้านยอมรับนับถือ และร่วมกันสร้างศาลประจำเมืองขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงท่าน คูนินาโอะ ดาเตะ ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับเมืองนี้

    ศาลเจ้าแห่งนี้เพิ่งจะมีอายุครบ 120 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา โดยทุกๆปีจะมีการจัดเทศกาล 7-5-3 ที่หมายถึงอายุ 7 ขวบ 5 ขวบ และ 3 ขวบ เป็นการเฉลิมฉลองให้กับเด็กผู้หญิงที่มีอายุครบ 3 ขวบ เพื่อเป็นการขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เด็กเติบโตแข็งแรง ฉลองให้กับเด็กผู้ชายที่มีอายุครบ 5 ขวบ ซึ่งเป็นปีแรกที่เด็กผู้ชายจะได้ใส่ชุดกิโมโนของผู้ชาย และฉลองอายุเด็กหญิงครบ 7 ขวบ ซึ่งจะได้เปลี่ยนการผูกเอวชุดกิโมโนจากเชือกเป็นผ้าแถบใหญ่ที่เรียกว่า “โอบิ”

    คุณมาชิโระ กาโตะ บอกว่า ขั้นตอนการไหว้พระตามแบบฉบับโบราณ จะต้องล้างมือในอ่างที่มีมังกรทองคำเป็นหัวก๊อกน้ำก่อน เพื่อเป็นการชำระล้างมลทินต่างๆ เสียก่อน จึงค่อยเข้าไปทำพิธีด้านในออกจากศาลเจ้าประจำเมือง ไกด์ร่างเล็กของเราพาไปต่อที่โมเอะเรนุมะ สวนสาธารณะประจำเมือง ซึ่งสร้างจากบ่อเก็บขยะเก่าของฮอกไกโด ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 23 ปี อิซามุ โนกูชิ คนออกแบบสวนสาธารณะแห่งนี้ ใช้การนำขยะมากกว่าหลายล้านตันถมซ้อนเป็นภูเขา ที่เรียกว่า โมะเอะเระ ที่มีขนาดความสูงถึง 62 เมตร เมื่อปีนขึ้นไปถึงยอดภูเขา จะมองเห็นเมืองซัปโปโรทั้งเมือง เรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยก็ว่าได้

    ชาวบ้านเลี้ยงอาหารท้องถ่ินสไตล์มองโกเลีย.นอกจากนี้ ในสวนยังมีพีระมิดกระจก ที่เรียกว่า ฮิดามาริ ดูสวยงามแปลกตา ก่อนกลับเมืองไทย ชะแว้บ!ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดกับสวนโอโดริ กลางเมืองซัปโปโร สีเหลืองของใบแปะก๊วย สลับสีแดง ส้มของใบเมเปิ้ลที่สะพรั่งไปทั้งต้นช่างยวนยั่วให้ผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวแห่ชื่นชมความจัด จ้านของสีที่มองมุมไหนก็สวย

    สวยจนไม่อยากลบภาพไหนออกจากความทรงจำเลยจริงๆ…