กยท.เปิดรับมือดีฝ่ายกฎหมาย ขีดเส้นยื่นใบสมัครได้ถึง15พย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/300374

x

กยท.เปิดรับมือดีฝ่ายกฎหมาย ขีดเส้นยื่นใบสมัครได้ถึง15พย.

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท. กำลังเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย โดยเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ความเข้าใจ และมีทักษะความชำนาญและประสบการณ์ด้านกฎหมายหรือที่ปรึกษาด้านกฎหมาย การปรับใช้กฎหมายและการตีความกฎหมาย ตลอดจนการมีความชำนาญสูงมากในด้านการดำเนินคดี เอกสารทางกฎหมาย นิติกรรมสัญญา ยกร่างสัญญา ร่างประกาศ ที่สำคัญต้องมีประสบการณ์ในการบริหารงานระดับสูง เคยดำรงตำแหน่งทางการบริหารมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นจากภาครัฐหรือเอกชนและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน ทั้งนี้ การจ้างจะเป็นแบบสัญญาจ้างคราวละ 3 ปี

“การคัดเลือกผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรสามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกได้ เนื่องจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายเป็นตำแหน่งสำคัญที่ต้องการผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เรื่องกฎหมายที่หลากหลายด้านพร้อมรับกับภารกิจขององค์กรที่มีความหลากหลาย สามารถปฏิบัติงานหรือแก้ปัญหาที่ท้าทาย นำวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ มาใช้กำหนดทิศทาง และเป้าหมายในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนา กยท.ต่อไป”

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารใบสมัครได้ที่ http://www.raot.co.th และยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบด้วยตนเองที่การยางแห่งประเทศไทย ถ.บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
ในเวลา 08.30 – 16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน

รักษ์เกษตร : ถั่ว อาหารสัตว์ที่ทรงคุณค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/300185

x

รักษ์เกษตร : ถั่ว อาหารสัตว์ที่ทรงคุณค่า

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คำถาม ผมอยากทราบว่า การปลูกถั่วอาหารสัตว์ประเภทต่างๆ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

สาคร บุญถวิล

อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

คำตอบ ปัจจุบันอาหารสัตว์ประเภทถั่วได้รับความนิยมจากเกษตรกรสูงขึ้นๆ หากจะคิดเลี้ยงโคให้ประสบความสำเร็จด้วยดี ก็ควรที่จะต้องเตรียมพืชอาหารสัตว์ที่ดี มีคุณภาพดี ให้พร้อมใช้ไว้ก่อน และให้มีปริมาณเพียงพอที่จะใช้ได้ตลอดไป

ถั่วเวอราโนสไตโล หรือถั่วฮามาต้ามีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่เกาะอินเดียตะวันตก และแถบชายฝั่งของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขัง ทนทานต่อความแห้งแล้ง ขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติจากเมล็ดที่ตกลงดิน ทนต่อการแทะเล็มของสัตว์ เจริญเติบโตได้ในดินหลายชนิด เป็นพืชตระกูลถั่วที่กรมปศุสัตว์ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์แพร่หลายกันทั่วไป ปลูกง่าย เจริญเติบโตดี และต้านทานต่อโรคแมลง ควรปลูกต้นฤดูฝนระหว่างพฤษภาคม-กรกฎาคม การเพาะเมล็ดพันธุ์ ต้องเร่งความงอกด้วยการแช่น้ำร้อน 80 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที ในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสอัตรา 6-16 กิโลกรัม และยิปซัม อัตรา 1.6-3.2 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นปุ๋ยรองพื้น ทำการปลูกโดยหว่านเมล็ดให้สม่ำเสมอ ใช้เมล็ดพันธุ์อัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปลูกเป็นแถว ระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร ควรตัดหญ้าเลี้ยงสัตว์สูงจากพื้นดิน 10 เซนติเมตร ครั้งแรก 70-90 วัน หลังปลูก และตัดครั้งต่อไปทุก 45 วัน

ถั่วแกรมสไตโล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง อายุหลายปี เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด เช่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทนทานต่อดินที่เป็นกรด โดยเฉพาะในดินที่ขาดฟอสฟอรัส และดินเหนียวที่มีการระบายน้ำเลว มีคุณค่าทางอาหารอยู่ระดับปานกลาง สายพันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้าในประเทศไทยคือ สายพันธุ์แกรม ทนแล้งและสามารถทนต่อสภาพน้ำขังในระยะสั้น แต่ไม่ทนต่อการเหยียบย่ำของสัตว์ จึงควรปลูกเพื่อตัดให้สัตว์กิน ไม่ควรปล่อยให้ต้นแก่จะเป็นเสี้ยนแข็ง เมื่อต้นโตเต็มจะออกดอก และงอกเป็นต้นใหม่

ถั่วเซนโตรซีมา ลักษณะลำต้น เป็นเถาเลื้อยขนานกับผิวดิน อาจเลื้อยพันหลักที่อยู่ใกล้เคียง มีอายุหลายปี เป็นถั่วพื้นเมืองในเขตร้อนของอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และหมู่เกาะคาริบเบียน นำมาปลูกคลุมดินในสวนยางพาราภาคใต้ของไทย สามารถเจริญเติบโต ปรับตัวได้ดีภายใต้สภาพที่มีร่มเงา และปรับตัวได้ดีในดินค่อนข้างเป็นกรด ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี แต่ก็ทนต่อสภาพน้ำขังได้ ถั่วชนิดนี้ สร้างปมที่รากได้โดยเชื้อไรโซเบียม ซึ่งจะช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ เป็นถั่วอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ทนต่อการแทะเล็มของสัตว์

ถั่วไมยรา ถั่วเดสแมนธัส หรือถั่วเฮดจ์ลูเซอร์น เป็นพืชพื้นเมืองที่ปลูกในเขตร้อน พบในไทยจำนวนมาก เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนเหนียว ที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง สามารถปรับตัว และเจริญเติบโตได้ในดินเหนียว นิยมปลูกด้วยเมล็ด เมล็ดถั่วไมยรามีระยะพักตัว ก่อนปลูก จึงต้องนำเมล็ดแช่ในกรดกำมะถันเข้มข้นนาน 8 นาที ใช้เมล็ดอัตราประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใช้ระยะปลูก 10 x 50 หรือ 10 x 75 ซม. ควรจะตัดต้นถั่วไมยราสูงจากพื้นดินประมาณ 35 ซม. โดยตัดครั้งแรกเมื่ออายุ 60 วัน และต่อมาตัดทุก 30-45 วัน ได้ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 2,200-3,150 กิโลกรัมต่อไร่ มีปริมาณโปรตีนประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นพืชอาหารสัตว์ที่ให้ผลผลิต
มีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์

เกษตรกร ที่มีอาชีพเลี้ยงสัตว์ คงจะไม่ประสบกับปัญหาการขาดแคลนหญ้า หรือพืชอาหารสัตว์คุณภาพดีอีกต่อไป ถ้าผู้เลี้ยงจะได้สนใจปลูกถั่วอาหารสัตว์ไว้ใช้เอง ในพื้นที่ในบริเวณบ้านหรือที่พักอาศัยเพียงเล็กน้อย ก็สามารถมีอาหารสัตว์ได้ โดยปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องอาหารและพันธุ์หญ้าที่เหมาะสม จากเจ้าหน้าที่ของสถานีพืชอาหารสัตว์ ของกรมปศุสัตว์ ให้คำปรึกษาแนะนำ และยังจัดเมล็ดพันธุ์หญ้าจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาถูกอีกด้วย

นาย รัตวิ

เปิดวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ข้าว-ทุเรียน-ปาล์ม แนะเกษตรกรวางแผนเก็บกักน้ำ-ใช้ให้เหมาะกับพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/300189

เปิดวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ข้าว-ทุเรียน-ปาล์ม แนะเกษตรกรวางแผนเก็บกักน้ำ-ใช้ให้เหมาะกับพื้นที่

เปิดวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ข้าว-ทุเรียน-ปาล์ม แนะเกษตรกรวางแผนเก็บกักน้ำ-ใช้ให้เหมาะกับพื้นที่

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายสุชัย กิตตินันทะศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรส่วนภูมิภาค ได้บูรณาการศึกษาวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของการผลิตข้าวหอมมะลิ การผลิตข้าว กข การผลิตทุเรียน และการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยพบว่า

ข้าวหอมมะลิ พื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ มีปริมาณการใช้น้ำต่อไร่ 995.24 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อไร่ หรือเท่ากับปริมาณการใช้น้ำต่อตันข้าว 1,972.14 ลบ.ม. และในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ปริมาณการใช้น้ำต่อไร่ 1,024.80 ลบ.ม. หรือเท่ากับปริมาณการใช้น้ำต่อตันข้าว 2,590.97 ลบ.ม. โดยพื้นที่ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีษะเกษ มีปริมาณการใช้น้ำต่อตันข้าวสูงกว่า อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เนื่องจากพื้นที่ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ มีปริมาณผลผลิตข้าวค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำของพื้นต่อไร่และต่อตันผลผลิตสูงตามไปด้วย

การผลิตข้าว กข พื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ปริมาณการใช้น้ำต่อไร่ 1,075.09 ลบ.ม. หรือเท่ากับปริมาณการใช้น้ำต่อตันข้าว 1,378.32 ลบ.ม. และในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ปริมาณการใช้น้ำต่อไร่ 1,053.23 ลบ.ม. หรือเท่ากับปริมาณการใช้น้ำต่อตันข้าว 1,406.46 ลบ.ม. ส่วน อ.ระโนด จ.สงขลา ปริมาณการใช้น้ำต่อไร่ 1,188.14 ลบ.ม. หรือเท่ากับปริมาณการใช้น้ำต่อตันข้าว 1,721.94 ลบ.ม. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของการผลิตข้าว กข ในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ทั้ง 3 แปลง พบว่า แปลงใหญ่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี มีปริมาณการใช้น้ำต่อตันข้าวน้อยที่สุดเพราะมีปริมาณผลผลิตข้าวในพื้นที่ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ค่อนข้างมาก

การผลิตทุเรียน พื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อ.เขาสมิง จ.ตราด ปริมาณการใช้น้ำต่อไร่ 1,525.86 ลบ.ม. หรือเท่ากับปริมาณการใช้น้ำต่อตันผลผลิต 868.45 ลบ.ม. และการผลิตปาล์มน้ำมัน พื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ปริมาณการใช้น้ำ
ต่อไร่ 2,157.34 ลบ.ม. หรือเท่ากับปริมาณการใช้น้ำต่อตันผลผลิต 831.28 ลบ.ม.

ดังนั้น เกษตรกรควรมีการวางแผนการเก็บกักน้ำ และการใช้น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น การขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนน้ำ และการนำเทคนิคการผลิตสมัยใหม่มาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิการผลิต เช่น การใช้เทคนิคการปลูกแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อใช้น้ำในปริมาณลดลง หรือเลือกวิธีการให้น้ำที่มีประสิทธิภาพและปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้มีประสิทธิภาพการใช้น้ำสูงสุดและคุ้มค่าต่อการลงทุน

เกษตรฯระดมสินค้า เปิดตลาด‘พรีเมียม’ คลองผดุงกรุงเกษม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/300187

x

เกษตรฯระดมสินค้า เปิดตลาด‘พรีเมียม’ คลองผดุงกรุงเกษม

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม : ตลาดเกษตรเกรดพรีเมียม” ระหว่างวันที่ 6-26 พฤศจิกายน บริเวณเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเผยแพร่ แนะนำสินค้าเกษตรคุณภาพ Quality Agriculture Products ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเกษตรที่มีการคัดสรรมาอย่างพิเศษ เพิ่มช่องทางการตลาดและรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐาน

โดยภายในงานจะนำสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากเกษตรกรไทยทั่วประเทศ ที่สามารถซื้อขายผ่านระบบ Internet Bangking, QR CODE และช่องทาง Online โดยจะแบ่งโซนต่างๆ ดังนี้ (1) โซน Young Smart Farmer และแปลงใหญ่ (2) โซน GAP Organic Thailand (3) โซน Q Food Court (4) โซนผักผลไม้ GAP Organic (5) โซนผู้ประกอบการ 4.0 (6) โซน Show Case (7) โซน Innovation (8) โซนแปลงใหญ่ Young Smart Farmer และเครือข่าย (9) โซนหม่อนไหม แปลงใหญ่ และ (10) โซนข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว พร้อมทั้งมีกิจกรรมร่วมสนุกอีกมากมาย

แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์ฯโครงการหลวงถ้ำเวียงแก จำกัด โชว์ผลงานสร้างความยั่งยืนภายใต้เกษตรพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/299571

227832

แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์ฯโครงการหลวงถ้ำเวียงแก จำกัด โชว์ผลงานสร้างความยั่งยืนภายใต้เกษตรพอเพียง

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงถ้ำเวียงแก จำกัด อ.สองแคว (ถ้ำเวียงแก) จ.น่าน เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชนเผ่าม้งใน จ.น่าน มีเป้าหมายสำคัญคือ ต้องการให้ชุมชนเป้าหมายบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีความมั่นคงทางอาหาร มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ลดการบุกรุกทำลายป่าเพื่อทำการเกษตร

มูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาส่งเสริมให้คนในชุมชน โดยใช้องค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ของโครงการหลวง ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9

ทั้งนี้สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงถ้ำเวียงแก จำกัด อ.สองแคว เดิมใช้ชื่อสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านป่าไม้ถ้ำเวียงแก จำกัด ต่อมาเกษตรกรมีความประสงค์อยากเข้าร่วมด้านการเกษตรกับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงถ้ำเวียงแก จึงเปลี่ยนชื่อเป็นสหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงถ้ำเวียงแก จำกัด โดยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวม้ง ปัจจุบันมีสมาชิก 71 รายมีทุนเรือนหุ้น 13,370.00 บาท ทุนดำเนินงาน 1,801,741.99 บาท ผลดำเนินงานปีที่ผ่านมามีกำไร 86,802.01 บาท ซึ่งสหกรณ์ได้เน้นการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย และสินเชื่อในการก่อสร้าง (โรงเรือนพลาสติก) สำหรับปลูกผักส่งให้กับมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งเป็นตลาดหลักของเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งสหกรณ์ถือเป็นหนึ่งในหลายภาคส่วนที่มีบทบาทลดการบุกรุกทำลายป่า และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชนเผ่าบนพื้นที่สูง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นซึ่งแม้ว่าในระยะแรกของการเข้าไปส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มจะเป็นไปได้ยาก แต่ด้วยการทำงานของภาครัฐที่เข้าถึง พร้อมกับได้น้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยชาวเขาให้ช่วยตนเองในการปลูกพืชที่มีประโยชน์ และมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาไปสู่การอยู่ดี กินดี ให้แก่ประชาชนในชนบท โดยเฉพาะสาขาเกษตรกรรม ที่เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน จากการให้ข้อมูลและชี้แจงให้ชนเผ่าม้งทราบถึงปัญหา พร้อมกับแนวทางการส่งเสริมอาชีพอย่างมั่นคง ทำให้ชนเผ่าม้งค่อยๆ เกิดการยอมรับและมีความเชื่อมั่นมากขึ้น กระทั่งเกิดผลสำเร็จก็ทำให้การดำเนินงานของสหกรณ์เป็นไปได้ด้วยดี ภายใต้การดำเนินชีวิตแบบพอเพียงอย่างแท้จริง

เกษตรฯฟุ้งตัดยอดน้ำได้2พันล้าน ลดเสี่ยงท่วมลุ่มเจ้าพระยาได้ผล เดินหน้าคุมเข้มป้องกันภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/299573

x

เกษตรฯฟุ้งตัดยอดน้ำได้2พันล้าน ลดเสี่ยงท่วมลุ่มเจ้าพระยาได้ผล เดินหน้าคุมเข้มป้องกันภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ได้คาดการณ์แนวโน้มปริมาณฝนในภาพรวม ขณะนี้มีแนวโน้มเริ่มลดน้อยลงทั้งตอนเหนือและอีสาน ก็น่าจะเป็นทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาจากในช่วง 3 วันที่ผ่านมาฝนตกมากเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เป็นผลให้ต้องปรับการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาจากระบายน้ำ 2,600 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,700 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 23 ตุลาคม ส่งผลให้ขณะนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,697 ลบ.ม./วินาที ซึ่งหลังจากนี้จะคงปริมาณน้ำให้อยู่ในอัตราไม่เกิน 2,700 ลบ.ม./วินาที ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ พร้อมกับบริหารจัดการน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อน โดยการแบ่งรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมกันประมาณ 768 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมกับรับน้ำเข้าไปเก็บกักไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 1,347 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังคงปิดการระบาย อย่างไรก็ตามการเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาจะส่งผลกระทบพื้นที่ใต้เขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้นประมาณ 20-25 ซม. ในช่วงระยะสั้นๆ หลังจากนั้นจะคงการระบายและลดการระบายให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

“การวางแผนการบริหารจัดการน้ำตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ช่วยลดความเสี่ยงผลกระทบน้ำท่วมได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่เลื่อนระยะเวลาเพาะปลูกให้เร็วขึ้น เช่น ทุ่งบางระกำ และอีก 12 ทุ่งใต้เขื่อนเจ้าพระยา สามารถรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนไม่ให้ไหลลงสู่ด้านล่างได้ถึง 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร”

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ได้สั่งการกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ สร้างการรับรู้ทั้งในและนอกเขตชลประทาน เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนทางภาคใต้มีแนวโน้มสูง จึงขอให้กรมชล ประสานจังหวัดและท้องถิ่น ช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการสำรวจอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก หรืออ่างเก็บน้ำที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะล้นหรือแตกได้ รวมถึงสำรวจเส้นทางน้ำและสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพไว้ในพื้นที่ล่วงหน้าในการลดผลกระทบให้ได้โดยเร็วที่สุด

เลาะรั้วเกษตร : เรื่องของดาวเรือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/299572

281225166

เลาะรั้วเกษตร : เรื่องของดาวเรือง

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช่วงนี้ และช่วงที่ผ่านมาสักประมาณ 1 เดือน ผ่านไปทางไหน ได้เห็นดอกดาวเรืองบานสะพรั่งอวดสีเหลืองสดใสไปทั่วทุกหนแห่ง อันเป็นผลจากการที่กระทรวงมหาดไทยประกาศเชิญชวนคนไทยปลูกดอกดาวเรือง หรือดอกไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้บานพร้อมๆ กันทั่วประเทศ ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 25-29 ตุลาคม 2560

ความจริง ดอกไม้สีเหลือง ยังมีอีกมากมายที่สามารถปลูกเป็นไม้ประดับ หรือตกแต่งสถานที่ เช่น ทานตะวัน เข็ม ดาวกระจาย บานชื่น สร้อยไก่ บานบุรี ทองอุไร ฯลฯ แต่ผู้คนไม่ใคร่สนใจ สนใจแต่ดาวเรือง ส่งผลให้เมล็ดพันธุ์ดาวเรืองขาดตลาด คนขายต้นไม้หันมาเพาะกล้าดาวเรืองขายกันมากขึ้น และมีบางคนฉวยโอกาสโก่งราคาต้นกล้าสูงจนสะใจ แต่ก็คงไม่เท่าต้นดาวเรืองที่ออกดอกแล้วขายในราคาต้นละ 125 บาท… นี่สะใจยิ่งกว่า……กิจการคงเจริญรุ่งเรืองแย่….

ส่วนหนึ่งที่ได้เห็น คือคนที่ไม่เคยปลูกต้นไม้ด้วยตนเองจากเมล็ด ก็หันมาชักชวนสมาชิกในครอบครัวช่วยกันเพาะเมล็ด และเฝ้าดูการเจริญเติบโต ตั้งแต่เมล็ดเริ่มงอก แตกใบ กิ่งก้าน เริ่มมีตุ่มดอก ดอกตูม จนดอกบาน เฝ้าดูทุกวัน ก็ทำให้เพลิดเพลินไปได้ มีเรื่องมาพูดคุยกันได้ ขณะเดียวกันก็ปลูกฝังเด็กๆ ให้รักต้นไม้ รักธรรมชาติได้ทางหนึ่ง

แต่การปลูกดาวเรือง ก็ไม่ใช่ง่ายๆ ยิ่งเจอหน้าฝน ฝนตกทุกวันเช่นนี้ ศัตรูพืชก็มารุมล้อมต้นดาวเรืองทั้งหอยทาก ทั้งหนอน ทั้งเพลี้ย เต็มไปหมดแบบคลาดสายตาไม่ได้เลยทีเดียว

มีข้อมูลระบุว่าดาวเรืองไม่ใช่ดอกไม้ของไทย แต่เป็นดอกไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก เผยแพร่เข้าไปในยุโรป ผู้คนนิยมปลูกอย่างแพร่หลาย ส่วนการนำดาวเรืองเข้ามาปลูกในประเทศไทยเมื่อไรไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่เริ่มอย่างจริงจัง คือ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับทุนจากกระทรวงเกษตร ของสหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการเกษตรที่สูง ทำการวิจัยพืชปลูกและพืชป่าเพื่อใช้เป็นพืชที่ให้สีนำมาทำประโยชน์ได้ ดาวเรือง เป็นพืชหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกมาปลูกทดลองที่สถานีวิจัยเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างปี 2519-2522

หลังงานวิจัยสิ้นสุดไปแล้ว ในปี 2522-2524 ศาสตราจารย์ สมเพียร เกษมทรัพย์ ปรมาจารย์ด้านพืชสวนท่านหนึ่งของไทย และทีมงาน ยังได้ศึกษาต่อเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตดาวเรืองในรูปแบบต่างๆ ทั้งไม่ตัดดอก ไม้กระถาง ไม้ประดับ พร้อมทั้งคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมไว้ นำมาปลูกเป็นแปลงสาธิต โชว์ในงานเกษตรแห่งชาติ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อปี 2526 เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งแจกเอกสารการปลูกดาวเรืองให้กับผู้สนใจ จึงเริ่มมีการปลูกดาวเรืองตัดดอกเป็นการค้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การปลูกดาวเรืองเป็นการค้า ในระยะแรกๆ คือ การตัดดอกขายเพื่อนำไปทำมาลัยบูชาพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือในฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งเราจะได้เห็นพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอนักการเมืองจนท่วมศีรษะ แต่ก็มีดาวเรืองบางส่วนถูกนำไปเป็นวัตถุดิบใช้ในการผสมอาหารไก่ไข่ เพราะกลีบดอกดาวเรืองมีสารสีเหลืองที่สามารถทำให้ไข่ไก่มีสีแดงสวย

ดาวเรือง มีสรรพคุณทางยา มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว วงการแพทย์เคยใช้ดอกดาวเรืองรักษาบาดแผลของทหารในสนามรบ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการสมานแผล ทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว ป้องกันการติดเชื้อ จึงมีการสกัดสารจากดอกดาวเรืองนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ยาใช้ทาภายนอก และเครื่องสำอาง

การปลูกดาวเรืองให้บานสะพรั่งทั่วประเทศ ในช่วงที่มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 นั้น นอกจากเพื่อแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้แล้ว ยังทำให้ผู้คนหันมานิยมปลูกต้นไม้ มีกิจกรรมการปลูกต้นไม้ในครอบครัว ปลูกฝังเด็กๆ ให้รักต้นไม้ด้วย

แว่นขยาย

มั่นใจ‘นาแปลงใหญ่’มาถูกทาง ‘กรมข้าว’ยืนยันผลน่าพอใจ สำเร็จเป็นรูปธรรมกว่า50%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/299574

x

มั่นใจ‘นาแปลงใหญ่’มาถูกทาง ‘กรมข้าว’ยืนยันผลน่าพอใจ สำเร็จเป็นรูปธรรมกว่า50%

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางจุลมณี ไพฑูรย์เจริญลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กรมการข้าว เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งส่งเสริมให้ชาวนารวมกลุ่มกันผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ โดยให้ชาวนาได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ บริหารจัดการผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ ต้นทุนการผลิตลดลงได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งรวมกันขายผลผลิต มีการเชื่อมโยงการตลาดรับซื้อที่แน่นอน สร้างรายได้และความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น โดยที่ผ่านมากรมการข้าวได้บูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนการส่งเสริมระบบนาแปลงใหญ่นำร่องมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน พบว่าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจและเชื่อมั่นว่าเราเดินมาถูกทางและเห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมมากกว่า 50%

ทั้งนี้ เนื่องจากการพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็งได้วางเป้าหมายไว้ 3 ปี ถึงจะทราบผลที่ชัดเจนทั้งด้านต้นทุนที่ลดลง ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น รายได้เฉลี่ยของเกษตรกร รวมทั้งด้านการตลาด ตลอดจนการต่อยอดสู่ความยั่งยืน อย่างเช่นกลุ่มนาแปลงใหญ่นำร่องในปี 2558 จำนวน 11 แปลง ปัจจุบันพบว่าจำนวน 10 แปลง หรือคิดเป็นสัดส่วน 90% มีความเข้มแข็งสามารถดำเนินการต่อยอดพัฒนาไปสู่การผลิต การแปรรูปและเชื่อมโยงการตลาด บางกลุ่มพัฒนาไปไกลถึงขั้นส่งออก เป็นการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐ ส่วนอีก 1 กลุ่มที่ยังไม่สำเร็จนั้นเกิดจากประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องทำให้ผลผลิตตกต่ำ แต่กำลังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูและพัฒนาต่อไป ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เป็นต้นแบบอย่างดีว่าระบบส่งเสริมการทำนาแปลงใหญ่ สามารถทำได้และประสบความสำเร็จได้จริง

“กลุ่มที่ประสบความสำเร็จมักเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง สมาชิกมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริง ยอมรับความรู้ใหม่ๆ ที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุน รวมทั้งมีความเข้าใจที่จะปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ที่สำคัญมีการคิดต่อยอดช่วยกันพัฒนาตนเอง ไม่รอพึ่งพาแต่ภาครัฐอย่างเดียว ภาครัฐเพียงเข้าไปช่วยชี้แนะส่งเสริมในส่วนที่กลุ่มเขาต้องการเท่านั้น ทางกลุ่มก็สามารถมองเห็นช่องทางและก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง ฉะนั้น สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่มีความต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมระบบนาแปลงใหญ่ ที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ปรับลดหลักเกณฑ์ทั้งลดพื้นที่และลดจำนวนเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น รวมถึงสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเชื่อมโยงตลาดให้ เพื่อให้การผลิตข้าวของเกษตรกรมีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต นำมาซึ่งรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตัวเกษตรกรเองก็ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นด้วย” นางจุลมณี กล่าวย้ำ

รายงานพิเศษ : น้อมนำคำพ่อสอนสู่สหกรณ์เข้มแข็ง สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง จำกัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/299575

รายงานพิเศษ : น้อมนำคำพ่อสอนสู่สหกรณ์เข้มแข็ง สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง จำกัด

รายงานพิเศษ : น้อมนำคำพ่อสอนสู่สหกรณ์เข้มแข็ง สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง จำกัด

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงมีแนวทางการพัฒนาครอบคลุมทั้งด้านบริบทของโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งจะใช้พื้นที่ลุ่มน้ำเป็นขอบเขตในการจัดทำแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาที่เน้นความสมดุลในมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมบนฐานข้อมูลการตัดสินใจที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน ตลอดจนการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและการพัฒนาองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกการขับเคลื่อนแผนในอนาคต มีเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อให้ชุมชนบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความมั่นคงทางอาหาร มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน โดยใช้องค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ของโครงการหลวง ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางของโครงการหลวง โดยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในลักษณะโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง

สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง จำกัด อ.นาหมื่น (น้ำแขว่ง) จังหวัดน่าน เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่ต้องเร่งพัฒนาและช่วยเหลือชาวเขาให้สามารถพึ่งพาตนเองในการปลูกพืชที่มีประโยชน์ และมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พออยู่ พอกิน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชประสงค์ของพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายสมเกียรติ ส่วนบุญ ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดน่าน กล่าวว่า สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง จำกัด อ.นาหมื่น (น้ำแขว่ง) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 ปัจจุบันมีสมาชิก 79 ราย ซึ่งก่อนที่จะจัดตั้งเป็นสหกรณ์เราได้เข้าไปให้ความรู้เกี่ยวกับการสหกรณ์แก่เกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกโครงการหลวง และรับแผนการผลิตจากโครงการหลวงมา โดยให้ความรู้ในเรื่องของสหกรณ์ จนเกิดการรวมกลุ่มกัน ซึ่งเริ่มแรกจะเป็นกลุ่มเตรียมสหกรณ์ก่อนประมาณ 1 ปี เมื่อเกษตรกรรู้และเข้าใจเรื่องการสหกรณ์ดีแล้ว จึงจดทะเบียนให้เป็นสหกรณ์ หลังจากนั้นก็ส่งเสริมตามระบบสหกรณ์ คือ แนะนำในเรื่องของการจัดทำบัญชี การตลาด และการบริหารจัดการภายในสหกรณ์ รวมถึงการบริหารธุรกิจในรูปแบบสหกรณ์ อีกทั้งยังส่งเสริมปัจจัยการตลาด เช่น โรงเรือนพลาสติก เพื่อผลิตผักที่ได้รับแผนการผลิตมาจากโครงการหลวง และสนับสนุนอาคารอเนกประสงค์เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงาน เป็นต้น

“สำหรับสหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง จำกัด อ.นาหมื่น (น้ำแขว่ง) ถือเป็นสหกรณ์น้องใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน การบริหารจัดการอาจจะยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ เกษตรกรเห็นความสำคัญของการนำระบบสหกรณ์เข้ามาใช้ ได้เห็นพลังของการรวมกลุ่ม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เมื่อมีการปลูกผักหรือเก็บเกี่ยวผลผลิต สมาชิกก็จะมีการลงแขกช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่ต่างคน ต่างทำ” นายสมเกียรติ กล่าว

ด้าน นายศังวาลย์ คำถา ประธานสหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง จำกัด อ.นาหมื่น (น้ำแขว่ง) กล่าวเพิ่มเติมว่า สหกรณ์มีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจกันของสมาชิก ในการผลิตและจำหน่ายตามแนววิธีทางสหกรณ์ ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก รวมทั้งขายผลผลิตได้ในราคาที่ดีกว่าเดิม มีรายได้ที่แน่นอน มีเงินเก็บ ส่งผลให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น เมื่อเกษตรกรรายอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์ เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก็เริ่มให้ความสนใจมาสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดสรรงบประมาณมาให้ในการสร้างสำนักงานแล้ว สหกรณ์ก็จะเดินหน้าดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

เตือนโรคไหม้ในนาข้าวระบาด ย้ำอากาศแปรปรวนเอื้อเกิดโรคขยายลุกลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/299406

x

เตือนโรคไหม้ในนาข้าวระบาด ย้ำอากาศแปรปรวนเอื้อเกิดโรคขยายลุกลาม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางอ้อมทิพย์ สุทธิพงศ์เกียรติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสภาพภูมิอากาศช่วงนี้ที่กลางวันร้อนอบอ้าวอุณหภูมิสูง กลางคืนอากาศเย็นหรือมีน้ำค้างปริมาณมาก เหมาะที่จะทำให้เกิดโรคไหม้ ดังนั้นเกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นข้าวมีอาการดังต่อไปนี้ คือ ระยะกล้า ใบมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล แผลขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าเป็นระยะรุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ ส่วนระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ ข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้าและระยะออกรวง ถ้าเป็นโรคช่วงรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยวจะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่ส่วนคอรวง ทำให้เปราะหักง่าย เมล็ดข้าวจะเสีย ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร

โรคไหม้เป็นโรคที่พบได้เป็นประจำ ในพื้นที่ที่มีการทำนามากกว่าปีละครั้ง โดยเฉพาะในแหล่งที่มีการปลูกข้าวหนาแน่น อับลมอากาศไม่ถ่ายเท รวมทั้งมีการใส่ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น ประกอบกับมีสภาพอากาศแห้งแล้งตอนกลางวัน อากาศเย็นหรือชื้นจัดในเวลากลางคืน ซึ่งการป้องกันสามารถทำได้โดยการปลูกพันธุ์ข้าวที่ต้านทานต่อโรค เช่น กข7 กข 13 ชัยนาท 1 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก60-2 เป็นต้น และหว่านข้าวในอัตรา 15-20 กิโลกรัมต่อไร่

นายสมคิด เฉลิมเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การป้องกันโรคไหม้ให้ได้ผลดี ควรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าเริ่มตั้งแต่แช่หรือคลุกกับเมล็ดข้าว จนถึงระยะข้าวก่อนออกรวงประมาณ 3-4 ครั้ง ก็สามารถป้องกันโรคได้เป็นที่น่าพอใจ หรือกรณีที่เพิ่งพบการระบาดระยะแรกๆ สามารถใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าผสมสารจับใบฉีดพ่นในช่วงเย็นหรือช่วงแสงแดดอ่อนๆ ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ทุก 5 วัน ก็สามารถลดการระบาดของโรคได้ แต่ถ้าพบการระบาดระยะรุนแรงและจำเป็นต้องใช้สารเคมี ควรฉีดพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล ไอโซไพรไทโอเลน คาซูกาไมซิน อีดิเฟนฟอส คาร์เบนดาซิน ผสมสารจับใบตามอัตราที่ระบุ แต่การใช้สารเคมีต้องปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้สารเคมีที่ถูกต้องและปลอดภัยอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี โทร.0-3544-0926-7 หรือหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศ