ตี๋น้อยติดในลิฟต์หลังอุตริฉี่ใส่ปุ่ม (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314648

ตี๋น้อยติดในลิฟต์หลังอุตริฉี่ใส่ปุ่ม (ชมคลิป)

ซนไม่เข้าเรื่อง! เด็กชายชาวจีนฉี่ใส่แผงควบคุมในลิฟต์

 

คลิปจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นเด็กชายคนหนึ่งในเมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กลายเป็นเหยื่อพฤติกรรมแผลงๆของตัวเอง หลังจากจงใจยืนปัสสาวะให้พุ่งใส่แผงควบคุมภายในลิฟต์

จากนั้น เด็กรูดซิปปิดกางเกงและเตรียมตัวออก แต่เมื่อลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นของเขา ประตูลิฟต์แง้มออกเล็กน้อยก่อนปิดใหม่ทันที ผู้โดยสารตัวน้อยเพียงคนเดียวเกิดอาการตื่นตระหนก และพยายามกดปุ่มซ้ำๆ ไฟบนแผงควบคุมเริ่มกระพริบ ขณะไฟในลิฟต์ติดๆดับๆ และมืดลงในที่สุด

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ทีมซ่อมบำรุงอาคารเข้าไปช่วยเด็กในเวลาต่อมา โดยเด็กไม่ได้รับอันตรายใดๆ และหลังจากดูคลิปจากกล้องวงจรปิดก็รู้ว่าเหตุลิฟต์ขัดข้องเป็นเพราะการเล่นพิเรนทร์ของเด็ก

ชาวเน็ตจำนวนมาก แสดงความเห็นว่าควรให้พ่อแม่ของเด็กจ่ายค่าซ่อม บ้างก็ว่าสมควรแล้วที่จะติดในลิฟต์แบบนั้น

“มิเชล โอบามา”จะเปิดตัวหนังสือชีวิตส่วนต้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314627

“มิเชล โอบามา”จะเปิดตัวหนังสือชีวิตส่วนต้ว

มิเชล,โอบามา,เปิดตัวหนังสือ

“มิเชล โอบามา” อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐจะเปิดตัวหนังสือบันทึกความทรงจำในเดือน พ.ย. ที่จะบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวอย่างเจาะลึก

 

มิเชล ภรรยาของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา โพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวานประกาศว่า หนังสือบันทึกความทรงจำเล่มแรกของเธอภายใต้ชื่อ “Becoming” จะวางจำหน่ายใน 13 พ.ย. และบอกด้วยว่า เป็นบันทึกที่บอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวอย่างเจาะลึก บอกถึงรากเหง้าของเธอ และหนทางที่ทำให้เด็กหญิงจากเซาท์ไซด์ ในนครชิกาโกกล้าแสดงออก และพัฒนาความเข้มแข็งเพื่อส่งต่อให้ผู้อื่น  และหวังว่าการเดินทางของเธอจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านพบความกล้าหาญที่จะเป็นอะไรตามใจปรารถนา

สำนักพิมพ์ เพนกวิน แรนดอม เฮาส์ ผู้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ยกย่องว่า มิเชลเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่โดดเด่นและน่าประทับใจที่สุดแห่งยุค และบอกด้วยว่า หนังสือ Becoming สะท้อนความคิดส่วนตัวอย่างมากจากผู้หญิงที่มีทั้งจิตวิญญาณและแก่นสาร และมักท้าทายความคาดหวังตลอดเวลา

มิเชล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากทั่วโลก ไม่เคยเขียนหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวส่วนตัวยาวๆ ทำให้คาดว่าหนังสือเล่มนี้จะได้รับการตอบรับสูงมาก ส่วนหนังสือเล่มเดียวของเธอที่ออกมาก่อนหน้านี้มีชื่อว่า “American Grown” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำสวน

หนังสือ Becoming จะถูกตีพิมพ์เป็น 24 ภาษา และจะจัดทำแบบหนังสือเสียงที่มิเชลจะอ่านด้วยตัวเอง รวมทั้งเธอมีแผนเดินสายโปรโมทหนังสือทั้งในสหรัฐและต่างประเทศด้วย

มิเชล และโอบามา ทำข้อตกลงกับสำนักพิมพ์ในปีที่แล้วว่าจะเขียนหนังสือคนละเล่ม และคาดว่าได้ค่าลิขสิทธิ์รวมกันกว่า 60 ล้านดอลลาร์ และสำนักพิมพ์จะบริจาคหนังสือใหม่จำนวนหนึ่งล้านเล่มในนามครอบครัวโอบามาให้กับ First Book องค์กรกุศลที่จัดหาหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้เด็กด้อยโอกาส

เกาหลีเหนือพร้อมเจรจาหลังสหรัฐคว่ำบาตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314613

เกาหลีเหนือพร้อมเจาจาหลังสหรัฐคว่ำบาตร

โดนัลด์ ทรัมป์,คว่ำบาตร,เกาหลีเหนือ,คิมจองอึน,คิมโยจอง

รัฐบาลเกาหลีเหนือระบุการที่สหรัฐคว่ำบาตรครั้งรุนแรงรอบนี้มีแต่จะสร้างเมฆหมอกแห่งสงครามให้ปกคลุมไปทั่วคาบสมุทรเกาหลี

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งรุนแรงที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะมีพิธีปิดโอลิมปิคเมื่อวันอาทิตย์

ล่าสุดเกาหลีเหนือออกมาประกาศโดยที่ปรึกษาสูงสุดของรัฐบาล และน้องสาวของคิม จองอึน   ระบุว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้รังแต่จะทำให้เมฆหมอกแห่งสงครามก่อตัวหนาแน่นปกคลุมคาบสมุทรเกาหลี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเกาหลีเหนือก็พร้อมจะเปิดโต๊ะเจรจากับสหรัฐ

ด้านเกาหลีเหนือก็ยังทิ้งท้ายว่า การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยางคือดาบแห่งความยุติธรรมที่จะมีไว้เพื่อป้องกันการรุกรานจากต่างชาติโดยเฉพาะสหรัฐ

ระเบิด!! กลางเมืองเลสเตอร์ใน”อังกฤษ”ไม่เกี่ยวก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314602

ระเบิด!! กลางเมืองเลสเตอร์ใน”อังกฤษ”ไม่เกี่ยวก่อการร้าย

ตำรวจอังกฤษเผยเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าเหตุระเบิดในเมืองเลสเตอร์ที่มีผู้บาดเจ็บ 6 คนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

 

เหตุระเบิดกลางเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษนี้ ทำให้ตำรวจต้องทำงานกันตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา โดยมีพลเมืองดีแจ้งเหตุว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นบนถนนสายฮิงคลีย์ และได้ประกาศเตือนประชาชนให้ออกห่างจากถนนดังกล่าวแล้ว

ทางการได้ส่งชุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถดับเพลิงไปทั้งหมด 6 คัน เพื่อแก้ไขและตรวจสอบสถานการณ์ เตรียมพร้อมรับมือกับการช่วยเหลืออพยพด่วนเมืองเลสเตอร์อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนเมืองหลวงราว 177 กิโลเมตร

ตำรวจระบุในแถลงการณ์ว่า สาเหตุของการระเบิดจะเป็นหัวข้อการสืบสวนร่วมกันระหว่างตำรวจ กับหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยเลสเตอร์เชอร์ โดยเจ้าหน้าที่ขอให้สื่อและสาธารณะชน อย่าด่วนสรุป แต่ขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ตำรวจบอกว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเย็นวันอาทิตย์ บนถนนฮิงคลีย์ โรด ที่มีอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ใกล้กับใจกลางเมือง ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าในอาคารหลายหลังถูกตัด ขณะที่หน่วยฉุกเฉินเข้ารับมือกับเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ปิดถนนบางส่วน และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุ

หน่วยกู้ภัยและดับเพลิง บอกว่า ได้รับโทรศัพท์หลังเวลา 19.00 น. จากประชาชน ที่รายงานเหตุระเบิด และไฟไหม้อาคาร จึงส่งรถดับเพลิงหกคันไปยังที่เกิดเหตุทันที

โฆษกหญิงของหน่วย บอกว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอยู่ระหว่างทาง ตอนที่ตำรวจโทรมาแจ้งว่า อาคาร 2 ชั้นที่เกิดเพลิงไหม้ ได้พังถล่มลงมา

นอกจากนี้ ยังมีการส่งหน่วยค้นหาและกู้ภัยเข้าไปเสริม ซึ่งรวมทั้่งสุนัขค้นหาและกู้ชีพ

โฆษกหญิง บอกอีกว่า ขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงสาเหตุของการระเบิด

ทั้งนี้ มีประชาชน 6 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ โดย 2 คน มีอาการสาหัส ส่วนอีก 4 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ภาพและวีดีโอที่เผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นตัวอาคารถูกไฟลุกท่วม โดยมองเห็นได้จากระยะไกล และยังมีเศษซากปูนกระจายอยู่โดยรอบ

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314600

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

ขุมทรัพย์,เจ้าสัว,ทุ่งข้าวสาลี,ฝรั่งเศส

สัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ให้สัญญาหนักแน่นว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปกวาดซื้อที่ดินในฝรั่งเศสอย่างง่ายๆ ได้อีก

 

“สำหรับผมที่ดินเกษตรกรรมฝรั่งเศสเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่อธิปไตยของเราต้องพึ่งพิง ดังนั้นเราคงยอมไม่ได้ที่จะให้ที่ดินหลายล้านเฮคแตร์ ถูกอำนาจต่างชาติซื้อไปโดยไม่รู้เป้าหมายของการซื้อเหล่านั้นเลย” มาครงกล่าวเรื่องนี้ระหว่างเลี้ยงอาหารกลางวัน เกษตรกรรุ่นใหม่ราว 1,000 คน ที่ทำเนียบฌองเอลีเซ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการซื้อใจ ก่อนงานเกษตรแฟร์เมื่อวันเสาร์ ที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสต้องไปร่วมงานตามธรรมเนียมทุกปี

แต่ไปถึงในงานผู้นำฝรั่งเศสก็เผชิญกับเกษตรกรส่งเสียงโห่ฮาและเป่านกหวีดใส่ เพื่อแสดงความไม่พอใจในหลายเรื่อง พวกเขารู้สึกว่าผู้นำประเทศไม่เหลียวแลชนบท เอาใจแต่เมืองใหญ่และภาคส่วนอื่นที่มีเติบโตคึกคัก แต่โดยหลักคำสัญญานี้มีขึ้นหลังจากมีข่าวว่า มหาเศรษฐีจากแดนมังกร หู เคอชิน เข้าไปซื้อพื้นที่ปลูกข้าวสาลีอันอุดมสมบูรณ์อย่างเงียบๆ 1.68 หมื่นไร่ ในภูมิภาค อาลีเย และแอ็งดร์ ทางภาคกลาง ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และเป็นการซื้อที่จุดกระแสไม่พอใจอย่างมากในหมู่ชาวไร่ชาวนา จนสมาคมตัวแทนเรียกร้องให้รัฐบาลสกัดกั้นการเข้าไปถือครองที่ดินทำกินของนักลงทุน

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

แต่ที่หมู่บ้านทีล ซูร์-อาโคแลง อันเงียบสงบ เกษตรกรวัยเกษียณ มาร์ แบร์กนาร์เดต์ ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะคิดอย่างไรดีที่จะได้มหาเศรษฐีจีนเป็นเพื่อนบ้าน เขาบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่ามรดกฝรั่งเศสส่วนหนึ่งกำลังถูกคนอื่นเอาไป แต่มันก็เป็นกระแสโลกาภิวัตน์ เป็นแนวโน้มในปัจจุบัน หากไม่ใช่จีนก็คงจะเป็นใครสักคนอยู่ดี

หู เคอชิน เป็นประธานรีวอร์ด กรุ๊ป บริษัทที่ก่อตั้งในปี 2538 และกลายเป็นอาณาจักรสินค้ามากมายตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เคมีภัณฑ์ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์และนมผง นิตยสารฟอร์บส์ ประเมินว่า หูและครอบครัว มีทรัพย์สินสุทธิ 1,220 ล้านดอลลาร์

ฝันใหญ่ล่าสุดของมหาเศรษฐีวัย 57 คือสักวัน ที่ดินกว้างใหญ่ที่ซื้อไปจะผลิตแป้งสาลีป้อนร้านขนมปังฝรั่งเศสในจีน 1,500 แห่ง ตอบสนองความต้องการชนชั้นกลางจีนที่กำลังเฟื่องฟู โดยเขาเองก็รู้ดีว่าโครงการของเขาถูกมองด้วยความสงสัยแคลงใจ เกษตรกรที่นั่นคิดว่าที่ดินที่เคยเป็นของครอบครัวตกทอดกันมากำลังถูกคุกคามจากการกว้านซื้อของนักลงทุน แต่เขายืนยันว่าจะดูแลเอาใจใส่ที่ดินอย่างดีเยี่ยม และใช้คนฝรั่งเศสเท่านั้นทำการเพาะปลูก

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

“มีนักลงทุนต่างชาติมากมายที่เข้าไปซื้อที่ดินในฝรั่งเศสแล้วเราต่างจากคนเยอรมัน หรืออังกฤษตรงไหน เราไม่ได้แตกต่าง เราเหมือนรายอื่นที่กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดการพัตนา”

หู ใช้ช่องโหว่กฎหมาย ค่อยๆ ซื้อที่ดินทีละผืนแทนซื้อรวดเดียว เพื่อเลี่ยงกฎหมายที่จะเปิดช่องให้รัฐบาลขัดขวางการซื้อขายที่ดินเกษตรได้ แต่เขายืนยันว่าแผนการต่างๆ ที่เดินมาถึงวันนี้ ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลฝรั่งเศสที่ให้ความสำคัญอันดับแรกกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

ขณะนี้ รีวอร์ด กรุ๊ป กำลังสำรวจลู่ทางร่วมมือกับบริษัทหลายแห่ง โดยหัวใจของแผนการลงทุนคือการครองตลาดบาแก็ตในจีน ด้วยการเป็นหุ้นส่วนกับ Axereal สหกรณ์ธัญพืชใหญ่สุดของฝรั่งเศส เพื่อป้อนแป้งสาลีและองค์ความรู้ผลิตขนมปัง

แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของข้อตกลงธุรกิจในอนาคตอีกหลายรายการของรีวอร์ด กรุ๊ป เช่น การทำความตกลงด้านนำเข้ากับบริษัทผู้ผลิตชีสยี่ห้อ ลาฟฟิง คาว (ฉลากรูปวัวแดงหัวเราะ) และผู้ผลิตเนื้อรายใหญ่สุดของฝรั่งเศส

ในปีที่ผ่านมา รีวอร์ด กรุ๊ป ของหู เคอชิน ยังเข้าไปซื้อกิจการผู้ผลิตสบู่กลิ่นลาเวนเดอร์ “เลอ ชาเตอลาร์ 1802” ทางใต้ของฝรั่งเศส และเดินหน้าเจรจากับเครือข่ายร้านเบเกอรี่ กับบริษัทแปรรูปธัญพืชและถั่วเหลือง

นอกจากฝรั่งเศสแล้ว หู เคอชิน ยังกำลังเล็งที่ดินในโรมาเนีย และซื้อโรงงานผลิตเครื่องสำอางสหรัฐด้วย

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับร้านขนมปัง การได้ส่วนประกอบการผลิตนำเข้าจากฝรั่งเศส คือการรับประกันกับผู้บริโภคชาวจีนที่วิตกเรื่องความไม่ปลอดภัยอาหารได้ทางหนึ่ง

เดิมร้าน Chez Blandine ของหู เปิดบริการเฉพาะในย่านช็อปปิ้งของกรุงปักกิ่งเท่านั้น ตัวร้านออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง ซาฮา ฮาดิด

แม้ขนมปังไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมื้ออาหารประจำวันในประเทศที่กินข้าวเป็นหลัก และร้านเบเกอรี่ท้องถิ่นยังทำขนมปังสอดใส้ปรับรสชาติเข้ากับลิ้นชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่หูมองเห็นโอกาสทอง และจะทำให้ผู้บริโภคในแดนมังกรติดใจบาแก็ตฝรั่งเศสแท้ๆ ในยุคที่ชนชั้นกลางชาวจีนเดินทางไปยุโรปเป็นว่าเล่น “ผมฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ที่เกิดในคริสต์ทศวรรษหลังปี 2523 และ 2533 นักเดินทางและเด็กรวมถึงคนรุ่นก่อนด้วยที่นิสัยการกินกำลังเปลี่ยนไป”

ทุนจีน:นักช็อปที่ดินเกษตรต่างแดนรายใหญ่
การซื้อพื้นที่ปลูกข้าวสาลีกว้างใหญ่ในฝรั่งเศสของมหาเศรษฐีหู เคอชิน เป็นส่วนหนึ่งในกระแสการซื้อที่ดินผลิตอาหารของกลุ่มทุนจีน ตอบสนองความต้องการของประชากรแดนมังกร 1,400 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของประชากรโลก แต่มีที่ดินเพาะปลูกได้ไม่ถึง 10% ของโลก
นอกจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นแล้ว ความวิตกเรื่องความปลอดภัยของอาหารก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความนิยมในสินค้านำเข้า

สถิติจากสถาบันอเมริกันเอนเตอร์ไพรซ์ และมูลนิธิเฮอร์ริเทจ ในสหรัฐ พบว่าการลงทุนด้านเกษตรกรรมของจีนในต่างประเทศ เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 9.4 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย นับจากปี 2553 เป็นต้นมา โดยเกือบครึ่งเป็นการลงทุนในช่วงไม่กี่ปีมานี้

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

การลงทุนของบริษัททางการและเอกชนจีนครอบคลุมพื้นที่ 56.25 ล้านไร่ ในประเทศกำลังพัฒนา แต่ในระยะหลังความสนใจขยับย้ายไปที่ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและยุโรป

ตัวอย่างโครงการลงทุนด้านการเกษตรในต่างแดนของจีนที่มีมูลมากที่สุด เช่น
-ปี 2559 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ซ่างไห่ ซีอาร์อีดี (Shanghai CRED) ร่วมกับกลุ่มบริษัทเหมืองท้องถิ่น ซื้อไร่ปศุสัตว์ใหญ่สุดในโลก เอส คิดแมน แอนด์ โค เจ้าของฝูงปศุสัตว์ 1.85 แสนตัว และครอบครองที่ดินเกษตรในออสเตรเลีย 2.5% ข้อตกลงนี้มีขึ้นหลังจากบริษัทจีนอีกแห่ง เข้าซื้อไร่ฝ้ายใหญ่สุดของออสเตรเลียเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านั้น

-ที่นิวซีแลนด์ แดนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากนม กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่อาหาร “ไบรท์ ฟูด อีลี่ แอนด์ เผิงซิน” ซื้อฟาร์มโคนมนิวซีแลนด์หลายสิบแห่ง ปัจจุบันส่งออกไปขายในจีนและถือเป็นสินค้าที่ได้รับความไว้วางใจ

-กลุ่มผู้ผลิตเนื้อสุกร ดับเบิลยูเอช กรุ๊ป หรือ ซวงฮุ่ย อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ ซื้อสมิทฟีลด์ ฟู้ด มูลค่า 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2556 หากรวมมูลหนี้ด้วย ข้อตกลงซื้อขายครั้งนั้นอยู่ที่ 7,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

– ในปีเดียวกัน มีรายงานว่า ยูเครน ที่ถือเป็นแหล่งอาหารของยุโรปเตรียมตกลงให้กลุ่มบริษัทจีนแห่งหนึ่งเช่าซื้อที่ดิน 18.75 ล้านไร่ จุดประเด็นถกเถียงร้อนแรงในประเทศ แต่รัฐบาลยูเครนออกมาปฏิเสธรายงานในท้ายที่สุด

กลุ่มสื่อมะกันสวนกระแสเพิ่มจ้างนักข่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314344

กลุ่มสื่อมะกันสวนกระแสเพิ่มจ้างนักข่าว

ข่าวต่างประเทศ,สื่อมะกัน,นักข่าว

ดิ แอตแลนติก กลุ่มสื่อในสหรัฐในวอชิงตัน ประกาศจ้างนักข่าวและทีมงานส่วนอื่นเพิ่มจากเดิม 30% หรือราว 100 คนในระยะ 12 เดือนข้างหน้า

โดยครึ่งหนึ่งเป็นทีมข่าวในกองบรรณาธิการ ที่เหลือเสริมทีมวิศวกรรม ออกแบบข้อมูลทีมการตลาดผู้บริโภคและทีมขาย ทั้งยังจะหานักเขียนที่มีความหลากหลาย บางคนอาจร่วมแบบเต็มตัว หรืออาจส่งงานแบบครั้งคราว เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทสวนทางกับภาพรวมสื่อที่อยู่ในช่วงขาลง และมีแต่ข่าวการเลิกจ้าง ลดขนาดหรือปิดตัว

ข่าวนี้มีขึ้นหลังจากองค์กรไม่แสวงผลกำไร เอเมอร์สัน คอลเลคทีฟ ที่ก่อตั้งและบริหารโดย ลอเรน พาวเวลล์ จ็อบส์ ภรรยาม่ายของสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิลผู้ล่วงลับ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เมื่อปีที่แล้ว
การขยับขยายครั้งนี้จะมีผลถึงเว็บไซต์แอตแลนติก นิตยสาร ตลอดจนเว็บไซต์ใหม่แบบบอกรับสมาชิก The Masthead

บ็อบ โคห์น ประธานแอตแลนติก ระบุว่า สามารถทำกำไรได้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความพยายามขยายตลาดดิจิทัล แผนขยายงานครั้งนี้จะเพิ่มการนำเสนอข่าวการเมืองในวอชิงตัน กับเพิ่มรายงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี ฮอลลีวู้ด และครอบครัว ในด้านสื่อดิทิทัล เนื้อหาที่เก็บค่าเข้าอ่านยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับบริษัท และจะต้องเรียนรู้อีกมาก แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วผู้อ่านจะยอมจ่ายเพื่อคุณค่าเนื้อหาที่ดิ แอตแลนติก นำเสนอ นอกจากนี้บริษัทเชื่อว่า การพึ่งพาผู้อ่านกับผู้ลงโฆษณาเพื่อสนับสนุนด้านการเงินอย่างเท่าเทียม เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

แอตแลนติกก่อตั้งในบอสตัน เมื่อปี 1857 ในชื่อแอตแลนติก มันลีย์ เป็นนิตยสารที่นำเสนอเรื่องราวเชิงวัฒนธรรมและวรรณกรรม เคยตีพิมพ์ผลงานของมาร์ก ทเวน และ “จดหมายจากคุกเบอร์มิงแฮม” ว่าด้วยการแก้ต่างการอารยะขัดขืนของมาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ เมื่อปี 1963

สื่อขวากุทฤษฎีคบคิดโจมตีนร.จี้คุมปืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314341

สื่อขวากุทฤษฎีคบคิดโจมตีนร.จี้คุมปืน

นักเรียน,ครู,ปืน,อาวุธ

ผู้ชุมนุมถือป้ายมีข้อความ”ปกป้องเด็ก ไม่ใช่ปกป้องปืนยาวจู่โจม”ขณะร่วมประท้วงกับนักเคลื่อนไหวและนร.โรงเรียนมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส หน้าอาคารสภารัฐฟลอริดา

 

หลังเหตุกราดยิงสังหารหมู่นักเรียนและครู 17 ศพที่โรงเรียนมัธยมปลายเมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นักเรียนที่รอดชีวิตอย่าง เดวิด ฮ็อก ซึ่งเป็นนักกิจกรรมทำสื่ออยู่ในโรงเรียน และ เอมมา กอนซาเลซ ที่โด่งดังจากการขึ้นเวทีถล่มประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างดุเดือดฐานใกล้ชิดสนิทสนมกับสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) กลายเป็นที่รู้จักในฐานะโฉมหน้าของขบวนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องรัฐสภาออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืน เนื่องจากทั้งสองปรากฏตัวทางสื่อบ่อยครั้ง

แต่ในยุคที่บรรยากาศแบ่งขั้วเลือกข้าง ฮ็อกและกอนซาเลซ ยังได้กลายเป็นเป้าของบรรดาเจ้าทฤษฎีคบคิดและสื่อออนไลน์ฝ่ายขวา ที่ผุดทฤษฎีคบคิดมากมาย เพื่อทำให้ภาพนักเรียนทั้งสองคน เป็นหุ่นเชิดของฝ่ายซ้ายการเมือง นำโดยเว็บไซต์ข่าวอย่าง อินโฟวอร์ส และ เกตเวย์ พันดิท เว็บไซต์แฟนพันธุ์แท้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เคยสร้างชื่อจากการนำเสนอทฤษฎีที่ว่า เหตุสังหารหมู่นักเรียนและครู 26 คน ที่โรงเรียนประถมแซนดี ฮุก รัฐคอนเนคติคัต เมื่อปี 2555 เป็นเรื่องลวงโลก

อินโฟวอร์ส ผลิตคลิปวิดีโอพาดหัวว่า “หลักฐานชี้โจมตีฟลอริดาเป็นการจัดฉากมโหฬาร” กล่าวหาว่าทั้งคู่มีซีเอ็นเอ็น สื่อที่ฝ่ายขวาอเมริกันมองว่าลำเอียงเข้าข้างฝ่ายเสรีนิยม คอยเป็นโค้ชให้ สื่อสำนักนี้อ้างว่าเมื่ออยู่หน้ากล้อง เด็กเหล่านี้ดูผ่อนคลาย เป็นหลักฐานหนึ่งว่าทั้งสองเป็นนักแสดงเฉพาะกิจอย่างแท้จริง เพื่อรับใช้ฝ่ายซ้าย อีกหลักฐานคือการโยงว่าบิดาของฮ็อก เป็นอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ หน่วยงานที่กำลังสอบสวนข้อหารัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งประธานาธิบดี

คลิปนำเสนอทฤษฎีคบคิดเหล่านี้กลายเป็นคลิปยอดนิยมที่ถูกแชร์มากที่สุดบนเว็บไซต์ยูทูบเมื่อวันอังคาร ด้วยยอดแชร์กว่า 2 แสน ก่อนถูกถอดออกจากเว็บ

ขณะที่ “เกตเวย์ พันดิท” โจมตีพวกคนชักใยหลอกใช้นักเรียน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายต่อต้านปืน ต่อต้านความเป็นอเมริกันและต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยกเหตุผลประกอบเช่น การที่ “วีเมนส์ มาร์ช” เป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมจัดชุมนุมใหญ่กับนักเรียน เพื่อเรียกร้องควบคุมปืนในวันที่ 24 มีนาคม

นอกจากนี้ บิล โอไรลี อดีตผู้ประกาศข่าวคนดังที่ถูกฟอกซ์นิวส์ไล่ออกเมื่อปีที่แล้ว จากข้อหาคุกคามทางเพศ แต่ยังคงออกอากาศทางเว็บไซต์ของตัวเองและแฟนๆ ที่ติดตามทางทวิตเตอร์ 2.6 ล้านคน ก็ตั้งคำถามเบื้องลึกเบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้เช่นกัน โดยเขาเขียนบนเว็บไซต์ว่า “สื่อหลักมีความเชื่อว่าการทำลายรัฐบาลทรัมป์ทุกวิถีทางเป็นภารกิจของพวกเขา ดังนั้นแล้ว หากสื่อต้องใช้เด็กทำงานนี้ พวกเขาก็จะใช้แน่”

ทรัมป์ อเลิร์ต เว็บไซต์ที่เกาะติดกิจกรรมของครอบครัวหมายเลขหนึ่งบนทวิตเตอร์ เผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ เป็นคนหนึ่ง ที่กดถูกใจทวิตสองทวิตที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาความไม่น่าเชื่อถือของเดวิด ฮ็อกด้วย

อีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบปะพูดคุยกับผู้รอดชีวิตและครูจำนวนหนึ่งที่ทำเนียบขาว ก่อนแนะนำให้ติดปืนให้ครู เพื่อป้องปรามเหตุกราดยิง และสัญญาว่าจะเพิ่มการตรวจสอบประวัติเจ้าของปืนอย่างเข้มข้น

ทุบตึกเก่ายุคสร้างชาติจุดประเด็นถกเถียงในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314340

ทุบตึกเก่ายุคสร้างชาติจุดประเด็นถกเถียงในสิงคโปร์

เพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์

ทุบตึกเก่ายุคสร้างชาติจุดประเด็นถกเถียงในสิงคโปร์

 

แผนการรื้อทุบอาคารแฝดรูปเกือกม้า “เพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์” ที่ถือเป็นสัญลักษณ์การก่อร่างสร้างความรุ่งเรืองจากเมืองท่าเล็กๆ กลายเป็นประเทศมั่งคั่งทุกวันนี้ กำลังเป็นประเด็นถกเถียงว่า สิงคโปร์อนุรักษ์และปกป้องประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของประเทศเพียงพอแล้วหรือไม่

เมื่อตอนสร้างเสร็จในปี 2519 เพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์ ได้ชื่อว่าเป็นอาคารพักอาศัยสูงที่สุดในสิงคโปร์ และกลายเป็นต้นแบบของการพักอาศัยในตึกสูงในประเทศ และหลายเมืองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังถือเป็นการจุดเปลี่ยนสำหรับย่านไชนาทาวน์ เพราะเป็นตึกระฟ้าแห่งแรกในย่านที่มีแต่อาคารเตี้ย แต่ปัจจุบันผู้พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ 280 ห้อง สูง 37 ชั้น ร้องเรียนเรื่องท่อน้ำรั่วและลิฟต์เก่ามาก และล่าสุดถูกขายให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 728 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (1.7 หมื่นล้านบาท) ที่มีแผนจะสร้างใหม่เป็นอาคารพักอาศัยทันสมัยทับของเดิม

สถาปัตยกรรมในคริสต์ทศวรรษที่ 1970 แบบเพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์ถูกมองว่าล้าสมัย ขาดเสน่ห์แบบอาคารโคโลเนียลยุคอังกฤษปกครอง ซึ่งหากเป็นสิ่งปลูกสร้างลักษณะนี้จะได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการ กระนั้นชาวสิงคโปร์จำนวนไม่น้อยมองว่าเพิร์ล แบงก์ และสิ่งปลูกสร้างจากยุคนั้นคือเครื่องเตือนใจถึงอดีตการดิ้นรนพัฒนาประเทศหลังแยกตัวเป็นเอกราชในปี 2508

ดาร์เรน โซห์ ช่างภาพที่ถ่ายทำสารคดีตึกเก่าในยุคเดียวกับเพิร์ลแบงก์ กล่าวว่า สิ่งปลูกสร้างที่ผุดขึ้นหลังจากได้เอกราช คือภาพสะท้อนแรงบันดาลใจและความหวังของประเทศน้องใหม่ “หากเรารื้อตึกพวกนี้จะไม่เหลืออะไรจากยุคนั้นให้นึกถึงอีก” แต่สำหรับคนที่พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์สนับสนุนการขาย เพราะมองว่าการอนุรักษ์ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ด้วยต้นทุนที่สูงมาก มารี ลิม วัย 68 ปี กล่าวว่า คนที่เรียกร้องให้อนุรักษ์ไว้ล้วนเป็นคนนอกที่มองเข้ามา แต่หากได้เข้าไปอยู่เองก็จะเข้าใจถึงความยากลำบาก

เมื่อ”โมบายแบงกิ้ง”คือธนาคารบนรถบรรทุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314229

เมื่อ”โมบายแบงกิ้ง”คือธนาคารบนรถบรรทุก

เจอร์เกน ชาลเลอร์,Sparkasse,ชปาร์คาสเซอ,ธนาคาร,โมบายแบงกิ้ง,รถบรรทุก

เจอร์เกน ชาลเลอร์ ผู้จัดการธนาคาร ไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะต้องขอใบอนุญาตขับขี่รถบรรทุก แถมยังต้องขับเป็นระยะทางร่วม 2 หมื่นกิโลเมตรต่อปี

 

แต่ในยุคที่บรรดาลูกค้าหันไปใช้บริการออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อย ประชากรในชนบทลดลง และอัตราดอกเบี้ยต่ำกำไรหด สาขาธนาคารแบบเป็นตัวตึกอาคารก็อยู่ไม่ได้ สภาพบังคับให้ต้องปิดสาขากันเป็นว่าเล่น

ธนาคารต่างๆ ในเยอรมนี รวมถึงธนาคารออมทรัพย์ของรัฐ “ชปาร์คาสเซอ” (Sparkasse) ที่ชาลเลอร์เป็นผู้จัดการสาขา ในภูมิภาคฟรานโคเนีย รัฐบาวาเรียทางเหนือของเยอรมนี ก็ต้องหันมาคิดรูปแบบทางธุรกิจใหม่ๆ

เฉพาะในเขตโครนาช-คุมบาชของชาลเลอร์ มีการปิดตัวถึง 6 สาขาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก็เป็นแนวโน้มที่เห็นทั่วประเทศ

 

เมื่อ"โมบายแบงกิ้ง"คือธนาคารบนรถบรรทุก
ภาพ : AFP
ธนาคารเพื่อการลงทุน KfW เผยผลศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จำนวนสาขาธนาคาร ลดฮวบ 1 ใน 4 เหลือ 35 แห่งต่อประชากร 1 แสน ส่วนอัตราเฉลี่ยในยุโรป อยู่ที่ 37 ต่อประชากร 1 แสน สเปนมีจำนวนสาขาธนาคารต่อประชากรสูงสุดที่ 67

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลให้ระดับผู้บริหารแต่งกายเนี้ยบอย่างชาลเลอร์ ปรับตัวขึ้นมาอยู่หลังพวงมาลัยสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อนำบริการธนาคารเคลื่อนที่ รวมถึงตู้กดเงินสดฝังอยู่ด้านข้างรถ และบริการให้คำปรึกษา ไปยังหมู่บ้านเล็กๆ แถบชนบท

ชเตฟเฟน อาเบอร์เซทเทิล ผู้อำนวยการฝ่ายขายของธนาคารชปาร์คาสเซอ สาขาโครนาช-คุมบาช กล่าวว่า สาขาเคลื่อนที่แบบนี้เริ่มครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2558 ลูกค้าหลักเป็นธุรกิจท้องถิ่นและผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดธนาคารออนไลน์ แต่ละจุดหยุดแวะ จะมีผู้ใช้บริการ 20 คน เท่ากับการได้ติดต่อกับลูกค้า 1.2 หมื่นคนต่อปี เป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับการล็อกอินเข้าใช้บริการออนไลน์วันละ 8,800 ราย แต่เราก็ลงทุนกับบริการนี้เพื่อลูกค้า แม้รู้ว่ารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย

 

เมื่อ"โมบายแบงกิ้ง"คือธนาคารบนรถบรรทุกภาพ : AFP

นักการเมืองท้องถิ่นที่นั่งอยู่ในคณะกรรมการบริหารของ ชปาร์คาสเซอ ก็ไม่กล้าจะทำให้คนในพื้นที่ของตนไม่มีธนาคารใช้ เนื่องจากจำนวนสาขาปิดตัวเรื่อยๆ ดังนั้น จึงสนับสนุนให้ออกรถธนาคารเคลื่อนที่แทน

มาเรีย นอยเบาเออร์ คุณยายวัย 70 ปี พอใจกับการนั่งรอถึงเวลานัดกับชาลเลอร์ในออฟฟิศเล็กจิ๋วบนรถบรรทุก ระหว่างแวะจอด 90 นาทีฝั่งตรงข้ามโบสถ์ในหมู่บ้านเชิร์น เธอกล่าวว่า รถธนาคารชปาร์คาสเซอเยี่ยมมาก โอนเงินได้และทำธุรกรรมอื่นก็ได้ พวกเราพอใจมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่มีรถเดินทางไปสาขาที่อยู่ไกลออกไป

ชาลเลอร์ จะขับธนาคารเคลื่อนที่ลัดเลาะไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ระหว่างวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี เก็บวันศุกร์ไว้สำหรับงานซ่อมบำรุุง บนรถเทรลเลอร์คันนี้ เขาไม่มีโอกาสจับเงินสด และจนถึงขณะนี้ ยังไม่เคยเผชิญกับเหตุปล้นสักครั้ง

 

เมื่อ"โมบายแบงกิ้ง"คือธนาคารบนรถบรรทุกภาพ : AFP

โทมัส ชนาร์ ผู้เชี่ยวชาญธนาคารจากบริษัทที่ปรึกษาโอลิเวอร์ ไวมาน คาดการณ์ว่า แนวโน้มที่จะเห็นจำนวนสาขาธนาคารลดลง จะดำเนินต่อไป ส่วนจะหายไปเร็วแค่ไหน ยังยากคาดการณ์ จะขึ้นอยู่กับว่าธนาคารจะสามารถรักษาสาขาให้เป็นช่องทางจำเป็นสำหรับลูกค้าได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างคนยังเป็นรากฐานสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีคำถามซับซ้อนจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำแบบส่วนตัวสำหรับลูกค้ารายย่อยและธุรกิจ

เผยน้องสาวคิม จอง อึนล้มแผนพบ”เพนซ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314227

เผยน้องสาวคิม จอง อึนล้มแผนพบ”เพนซ์”

ไมค์ เพนซ์,รองประธานาธิบดี,คิม จอง อึน,คิม ยอง นัม,เกาหลีเหนือ,เกาหลีใต้,โอลิมปิกฤดูหนาว,คิม โย จอง

เผยน้องสาวคิม จอง อึน ตัดสินใจยกเลิกก่อนกำหนดไม่ถึงสองชั่วโมง ที่จะพบ “เพนซ์” รองประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างโอลิมปิกที่เกาหลีใต่

หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า ก่อนออกเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 5 วันเมื่อต้นเดือน รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ตกลงอย่างลับๆ ว่าจะพบปะกับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือที่นำโดย คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และคิม ยอง นัม ผู้นำในเชิงพิธีการของเกาหลีเหนือ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ หรือหลังพิธีเปิดกีฬามหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว “พยองชาง” แต่เกาหลีเหนือตัดสินใจยกเลิกก่อนกำหนดไม่ถึงสองชั่วโมง หลังจากที่เพนซ์ใช้เวลาการเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อประณามการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ทั้งยังประกาศว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรแข็งกร้าวและเด็ดขาดอย่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา

รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวขณะนั้นด้วยว่าเดินทางไปเกาหลีใต้พร้อมกับบิดาของออตโต วอร์มเบียร์ อดีตนักโทษของเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตหลังถูกคุมขังในเปียงยาง เพื่อย้ำเตือนโลกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลฆาตกร

โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า มีแผนจัดประชุมช่วงสั้นๆ กับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือเท่านั้น และรองประธานาธิบดีเพนซ์ก็พร้อมใช้โอกาสนี้ตอกย้ำความจำเป็นที่เกาหลีเหนือจะต้องยกเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ แต่เกาหลีเหนือตัดสินใจไม่เดินหน้านาทีสุดท้าย ซึ่งสหรัฐเสียใจที่เกาหลีเหนือพลาดโอกาสนี้

วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า แผนการพบปะพูดคุยใช้เวลาหารือ 2 สัปดาห์ และเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ได้ตกปากรับคำจากเกาหลีเหนือว่าต้องการจะพบเพนซ์เมื่อเดินทางไปยังคาบสมุทรเกาหลี เจ้าหน้าที่อาวุโสทำเนียบขาวอีกคนกล่าวว่า การริเริ่มให้สองฝ่ายได้พบปะกันมาจากเกาหลีใต้ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง แต่เกาหลีใต้ไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้

แม้ว่าเพนซ์ตกลงรับคำเชิญจากเกาหลีเหนือตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากสหรัฐเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ แต่รายละเอียดต่างๆ เพิ่งสรุปเมื่อรองประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางถึงกรุงโซลแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สองฝ่ายเห็นพ้องจะพบปะกันที่ทำเนียบประธานาธิบดี “บลูเฮาส์” บ่ายวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ไม่เข้าร่วมด้วย

ในพิธีเปิดโอลิมปิก “พยองชาง” เพนซ์ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือ แม้ว่าคิม โย จอง กับ คิม ยอง นาม นั่งอยู่แถวหลังตรงกับเพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐแสดงท่าเพิกเฉยฝ่ายเกาหลีเหนืออย่างแน่วแน่ตลอดงาน และภาพถ่ายของทั้งสองฝ่ายในพิธีเปิดจุดประเด็นถกเถียงว่าใครคือฝ่ายชนะสงครามชวนเชื่อ โดยขณะยกเลิกแผนพบปะกับคณะผู้แทนสหรัฐ คิม จอง อึน ได้ฝากน้องสาวเชิญประธานาธิบดีมุน แจ อิน ไปเยือนเปียงยาง เพื่อเจรจากันในเร็ววัน

เมื่อกลับถึงสหรัฐ รองประธานาธิบดีเพนซ์ กล่าวว่า ได้เลือกที่จะเมินเฉยกับคิม โย จอง ในพิธีเปิดโอลิมปิก เพราะเขาเชื่อว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมสำหรับสหรัฐอเมริกา ที่จะให้ความสนใจบุคคลที่ไม่ได้เป็นแค่น้องสาวของผู้นำเผด็จการแต่ยังเป็นหัวหน้าหน่วยงานด้านโฆษณาชวนเชื่อ