ป้ายคู่รักให้สัญญาณไฟข้ามถนน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313323

ป้ายคู่รักให้สัญญาณไฟข้ามถนน

ข่าวต่างประเทศ,ไต้หวัน,วาเลนไทน์,สัญญาณไฟข้ามถนน,เมืองแห่งความรัก

เมืองผิงตงของไต้หวัน ปรับหน้าตาของสัญญาณไฟข้ามถนน ให้น่าสนใจมากขึ้น เปิดตัวป้ายคู่รักทันฉลองวันวาเลนไทน์พอดี

 

สำนักงานตำรวจจราจรเมืองผิงตงของไต้หวัน ปรับหน้าตาของสัญญาณไฟข้ามถนน ให้น่าสนใจมากขึ้น ด้วยการหาคู่ให้กับสัญลักษณ์ไฟเขียว-ไฟแดงที่เดิมใช้แต่รูปการ์ตูนผู้ชาย โดยเปิดตัวป้ายคู่รักชุดแรกเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ทันฉลองวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรักพอดี

 

ป้ายคู่รักให้สัญญาณไฟข้ามถนน

ภาพ : taiwannews

 

ป้ายใหม่แสดงภาพตัวการ์ตูนผู้ชายสีแดงคุกเข่าขอแต่งงานแฟนสาว กับการ์ตูนผู้ชายสีเขียวจูงมือแฟนสาวข้ามถนนไปด้วยกัน

 

ป้ายคู่รักให้สัญญาณไฟข้ามถนน

ภาพ : taiwannews

 

เฉิง ต้า เหว่ย ผู้ออกแบบกล่าวว่า ป้ายสัญญาณไฟแบบใหม่จะทำให้การข้ามถนนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ส่วน เผิน เหมิน นายกเทศมนตรี บอกไต้หวันนิวส์ ว่า เป็นการตอกย้ำว่าผิงตงเป็นเมืองแห่งความรัก

ทางการจะติดตั้งสัญญาณไฟคู่รักชุดแรก 45 จุดก่อน จากนั้นค่อยขยายไปทั่วเมือง

ห่วงกระเป๋าลงทุนคลานผ่านเครื่องเอกซเรย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313317

ห่วงกระเป๋าลงทุนคลานผ่านเครื่องเอกซเรย์

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  14 ก.พ. 2561

ห่วงของมีค่าในกระเป๋าของตัวเองอย่างมากกระทั่งหมอบตัวผ่านเครื่องเอกซเรย์ไปด้วย

 

พฤติกรรมแปลกประหลาดของผู้โดยสารรถไฟชาวจีนคนหนึ่ง ที่สถานีรถไฟตงกวน มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน กลายเป็นที่กล่าวขานในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่เธอห่วงของมีค่าในกระเป๋าของตัวเองอย่างมากกระทั่งหมอบตัวผ่านเครื่องเอกซเรย์ไปด้วย แทนที่จะยอมปล่อยกระเป๋าให้พ้นสายตา

คลิปแสดงภาพขณะสตรีผู้นี้วางกระเป๋าเดินทางบนสายพานเอกซเรย์ ก่อนเตรียมเดินผ่านเครื่องสแกนตรวจรักษาความปลอดภัยโดยมีกระเป๋าถือใบเล็กอีกใบหนึ่ง แต่เมื่อได้รับแจ้งว่าเธอต้องวางของมีค่าทุกอย่างผ่านเครื่องเช่นกัน เธอหมุนตัวกลับและกระโดดขึ้นไปบนสายพานด้วย ท่ามกลางความตกตะลึงของเจ้าหน้าที่ และบรรดาผู้โดยสารคนอื่นที่กำลังรอรับทรัพย์สินส่วนตัวอยู่อีกฝั่งหนึ่งก็ประหลาดใจไปตามๆ กัน

คลิปยังแสดงให้เห็นนาทีที่เธอลงจากเครื่องเอกซเรย์ ตรวจเช็กกระเป๋าถือและกระเป๋าเดินทางก่อนเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลายเป็นคลิปไวรัลในโลกออนไลน์จีน มียอดเข้าชมกว่า 1 ล้านครั้งแล้ว ภาพเอกซเรย์ที่แสดงภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมรองเท้าส้นสูง หมอบ 4 เท้าอยู่ด้านหลังกระเป๋าของเธอ

 

ห่วงกระเป๋าลงทุนคลานผ่านเครื่องเอกซเรย์

 

ไม่แน่ชัดว่าในกระเป๋าถือของเธอ ใส่อะไรไว้ ขณะหยางเฉิน อีฟนิงส์ นิวส์ รายงานว่า ผู้โดยสารรายนี้กลัวถูกขโมยเงินในกระเป๋าระหว่างการตรวจสอบ

ภาพเอกซเรย์ที่แสดงภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมรองเท้าส้นสูง หมอบ 4 เท้าอยู่ด้านหลังกระเป๋าของเธอ กลายเป็นที่ขบขันและล้อเลียนของชาวเน็ตจีน บางคนบอกว่าเธอเพี้ยน บ้างก็ตำหนิว่าเห็นเงินสำคัญกว่าความปลอดภัยของตัวเอง เพราะรังสีจากเครื่องเอกซเรย์กำลังแรงสูงที่ใช้รักษาความปลอดภัย เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวจีนหลายล้านกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ปีนี้ตรงกับ 16 กุมภาพันธ์

 

เยอรมนีจับตาหลัง”ทรัมป์”ขู่เก็บภาษี ตอบโต้ประเทศคู่ค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313240

เยอรมนีจับตาหลัง”ทรัมป์”ขู่เก็บภาษี ตอบโต้ประเทศคู่ค้า

เยอรมนีจับตาหลัง,ทรัมป์ขู่เก็บภาษี,ตอบโต้ประเทศคู่ค้า,กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี,ปล้นเรา,จีน,ญี่ปุ่น,สหรัฐ,เกาหลีใต้,พันธมิตร,บริษัทฮาร์เลย์-เดวิดสัน อิงค์,โรงงานผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศไทย,นำเข้า,ภาษีนำเข้า 60 ของไทย,นายลีโอ ดับเบิลยู เจอราร์ด

กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีระบุว่า ได้รับทราบการประกาศของปธน.ทรัมป์แล้ว และกำลังจับตาความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

         กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีแถลงว่า ขณะนี้ยังเป็นการเร็วเกินไปที่จะประเมินแนวคิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่ว่าจะจัดเก็บภาษีตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่ไม่เป็นธรรม เพราะยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้จริง

         ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าววานนี้ว่า เขาจะผลักดันให้มีการเก็บภาษีตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจากสหรัฐแต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีตอบโต้ดังกล่าว

        “เราไม่สามารถปล่อยให้ผู้คนจากประเทศอื่นเข้ามาในประเทศของเรา และปล้นเรา และคิดภาษีจากเราจำนวนมาก ขณะที่เราไม่ได้เรียกเก็บภาษีจากพวกเขาที่ผ่านมา สหรัฐได้สูญเสียเงินเป็นจำนวนมากต่อจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และกับอีกหลายๆประเทศ แต่เราจะเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยจะมีการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ประเทศอื่นๆ ซึ่งบางประเทศเรียกว่าเป็นพันธมิตรของเรา แต่พวกเขากลับไม่ได้เป็นพันธมิตรทางการค้า” ปธน.ทรัมป์กล่าว

         นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังระบุถึงกรณีบริษัทฮาร์เลย์-เดวิดสัน อิงค์ ประกาศสร้างโรงงานผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศไทย ว่าเป็นตัวอย่างของการทำการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยฮาร์เลย์-เดวิดสันตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศไทย เนื่องจากมองว่ามีความคุ้มค่ากว่า เมื่อเทียบกับการนำเข้าบิ๊กไบค์จากสหรัฐเข้าประเทศไทย เนื่องจากไทยมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าบิ๊กไบค์จากสหรัฐสูงถึง 60%

          ทั้งนี้ บริษัท ฮาร์เลย์-เดวิดสัน แถลงในเดือนพ.ค.ปี2560ว่า บริษัทจะสร้างโรงงานผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศไทยเพื่อรองรับความต้องการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน

          ด้านนางเคที วิทมอร์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฮาร์เลย์-เดวิดสัน กล่าวว่า โรงงานดังกล่าว ซึ่งจะเปิดในปลายปี 2561 จะช่วยให้บริษัทมีความได้เปรียบจากการผลิตในประเทศไทย โดยจะทำให้บริษัทไม่ต้องเผชิญกับภาษีนำเข้า 60% ของไทย และบริษัทยังได้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางด้านภาษีเมื่อมีการส่งออกบิ๊กไบค์ไปยังประเทศในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ตามข้อตกลงอาเซียน

          นางวิทมอร์ ยังระบุว่า บิ๊กไบค์ที่มีการผลิตในไทยจะมีความเป็นของแท้ และให้ความรู้สึกเหมือนกับที่ผลิตในสหรัฐ และการขยายการผลิตบิ๊กไบค์ในไทย จะไม่ส่งผลให้มีการปรับลดการผลิตในสหรัฐแต่อย่างใด

          อย่างไรก็ดี นายลีโอ ดับเบิลยู. เจอราร์ด ประธานสหภาพแรงงานเหล็กกล้าสหรัฐ (ยูเอสดับเบิลยู) กล่าวว่า การตัดสินใจของฮาร์เลย์-เดวิดสันในการสร้างโรงงานผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศไทย ถือเป็นการตบหน้าแรงงานสหรัฐ และเจ้าของฮาร์เลย์-เดวิดสันจำนวนหลายแสนคนทั่วประเทศ

         นายเจอราร์ด กล่าวว่า การผลิตบิ๊กไบค์นอกสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะบั่นทอนความสำเร็จที่ฮาร์เลย์-เดวิดสันสั่งสมมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“ทรัมป์”ขู่ตอบโต้การค้าจีน-เกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313235

“ทรัมป์”ขู่ตอบโต้การค้าจีน-เกาหลีใต้

เกาหลีใต้,ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์,สินค้าจากจีน,ข้อตกลงเอฟทีเอกับเกาหลีใต้,ตอบโต้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศตอบโต้การทุ่มตลาดเหล็กของจีน และอาจยกเลิกข้อตกลงเอฟทีเอกับเกาหลีใต้

         ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคาร(13 ก.พ.2561) ว่ากำลังพิจารณามาตรการต่างๆที่เป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีและจำกัดโควต้าการนำเข้าอลูมิเนียมและเหล็กกล้าจากจีน เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งใช้นโยบายอุดหนุนราคาและทุ่มตลาดสินค้าทั้งสองชนิด

         ทั้งนี้ สินค้าประเภทเหล็กกล้าจากจีนครองสัดส่วนในตลาดโลกประมาณครึ่งหนึ่ง ขณะที่แม้ผู้ประกอบการของสหรัฐหลายรายเห็นด้วยกับการดำเนินการของทรัมป์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์แต่ก็เตือนว่า การใช้มาตรการตอบโต้อาจยิ่งผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าและอลูมิเนียมมีราคาสูงขึ้น และสินค้าอื่นอาจได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะจีนต้องมีมาตรการตอบโต้ในระดับที่เท่าเทียมกัน

         นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังกล่าวถึงข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาว่าเป็นหายนะ ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องเร่งเจรจาเพื่อทบทวนเนื้อหาของข้อตกลง ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นระยะตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดการยกเลิกความร่วมมือดังกล่าวกับเกาหลีใต้

         อย่างไรก็ตาม จีนและเกาหลีใต้ อยู่ในบัญชีรายชื่อ 16 ประเทศ ที่รัฐบาลทรัมป์ระบุว่าทำการค้าเอาเปรียบ โดยการแก้ไขการขาดดุลการค้าเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติที่ทรัมป์ให้คำมั่นสัญญาไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียง โดยมูลค่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐเมื่อปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 12% เป็น 566,000 ล้านดอลลาร์

” ทรัมป์ ” ทุ่มงบกลาโหมเกือบ 7 แสนล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313109

” ทรัมป์ ” ทุ่มงบกลาโหมเกือบ 7 แสนล้านดอลลาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์,งบกลาโหมเกือบ 7 แสนล้านดอลลาร์,ตัดงบด้านสังคม,งบประมาณปี2562,สหรัฐ

” ทรัมป์ ” จัดสรรงบปี2562 ตัดลดงบโครงการสวัสดิการสังคมและอื่น ๆ แต่เพิ่มงบกระทรวงกลาโหมเป็นเกือบ 7 แสนล้านดอลลาร์

 

แผนงบประมาณมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ถูกยื่นต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ (12 ก.พ.2561) ซึ่งคาดว่าจะเป็นงบประมาณขาดดุลถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ และเสนอตัดงบประมาณจำนวนมากด้านสวัสดิการสังคม เช่น เมดิแคร์ และงบด้านความช่วยเหลือต่างประเทศ และการทูตระหว่างประเทศ

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของบประมาณสูงถึง 6.86 แสนล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้นจาก6.12 แสนล้านดอลลาร์ของปี 2561 และเป็นหนึ่งในแผนงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงกลาโหม ประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุนการเพิ่มงบการทหารเพื่อหวังให้กองทัพสหรัฐแข็งแกร่งที่สุดกว่าที่เคย โดยจะเพิ่มอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังทหาร

เจ้าหน้าที่กองทัพ เปิดเผยว่า งบที่เพิ่มขึ้นจะใช้สำหรับรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซียและจีนในการแข่งขันการเป็นมหาอำนาจ ไม่ใช่การก่อการร้าย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า จีนและรัสเซีย ต้องการกำหนดทิศทางของโลกด้วยค่านิยมเผด็จการของตัวเอง แทนที่ความเสรีและการเปิดกว้างที่ทำให้โลกมั่นคงและรุ่งเรืองนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และหากไม่เตรียมพร้อมรับมือ ความได้เปรียบทางทหารของสหรัฐจะเสื่อมถอยลง ทำให้จีนและรัสเซียสามารถบั่นทอนความสามารถของสหรัฐที่จะยับยั้งการรุกรานและการขู่เข็ญในภูมิภาคสำคัญทางยุทธศาสตร์

ตามข้อเสนอของกระทรวงกลาโหมจะเพิ่มกำลังทหารอีก 25,900 นาย และจะเพิ่มอีก 56,600 นายภายในปี 2566 และเพิ่มการลงทุนด้านเครื่องบิน เรือ และระบบป้องกันขีปนาวุธ

“ผอ.สนง.สิ่งแวดล้อม”มะกันบินเฟิร์สคลาสเป็นว่าเล่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313053

“ผอ.สนง.สิ่งแวดล้อม”มะกันบินเฟิร์สคลาสเป็นว่าเล่น

เดอะวอชิงตันโพสต์,หนัสือพิมพ์,สก็อต พรูอิตต์,ภาษี,เดินทาง,เครื่องบิน

นสพ.เดอะวอชิงตันโพสต์ รายงานว่า สก็อต พรูอิตต์ ผอ.สนง.อีพีเอ มักเดินทางโดยเครื่องบินชั้นบิสิเนสหรือชั้นหนึ่ง สิ้นเปลืองเงินภาษีชาวอเมริกันหลายหมื่นดอลลาร์

 

เช่น เที่ยวบินของพรูอิตต์และทีมงานเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว ใช้งบไปกว่า 9 หมื่นดอลลาร์ (2.88 ล้านบาท) รวมถึงเที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสระหว่างวอชิงตัน ดีซี กับนิวยอร์ก ที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่าเดินทางตก 1,614 ดอลลาร์ (5.1 หมื่นบาท) อ้างอิงจากใบเสร็จของอีพีเอที่โครงการบูรณาการสิ่งแวดล้อม ร้องขอโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายเสรีภาพข่าวสาร

รายงานระบุว่า ที่ปรึกษาของพรูอิตต์มักเดินทางโดยรถโค้ช สำหรับเดินทางไปกลับจากร่วมประชุมและกิจกรรมทางการเมือง แต่พรูอิตต์มักจะเดินทางโดยที่นั่งบิสิเนสหรือชั้นหนึ่ง ซึ่งแหวกธรรมเนียมจากผู้อำนวยการอีพีเอคนก่อน

โฆษกอีพีเอ ยืนยันว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเขาผ่านการอนุมัติตามขั้นตอน

ระเบียบของรัฐบาลกลางสหรัฐ ระบุให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลพิจารณาใช้รูปแบบการเดินทางที่ตอบสนองความจำเป็นและค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แต่มีข้อละเว้นให้ใช้ที่นั่งเฟิร์สคลาสได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยหรือสุขภาพ ซึ่งโพสต์รายงานว่า พรูอิตต์มักจองที่นั่งพิเศษโดยอ้างเหตุผลความปลอดภัยที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องใด แต่อีพีเอมีรายจ่ายด้านรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงให้แก่เขา เกือบ 2 ล้านดอลลาร์ต่อปี ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นรวมถึงค่าเดินทาง นับเป็นการคุ้มครองที่ผิดปกติสำหรับ ผอ.อีพีเอ

ผู้อำนวยการหน่วยงานสิ่งแวดล้อมสหรัฐคนปัจจุบัน ถูกตำหนิอย่างหนักจากนักอนุรักษ์ เพราะมักตั้งคำถามเรื่องการมีอยู่จริงของภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง สัปดาห์ก่อน เขาเพิ่งพูดว่าโลกร้อนเป็นอันตรายต่อคนหรือไม่ ยังไม่มีความชัดเจน

“แก๊สเหลวรั่ว”ทำถนนเป็นทะเลเพลิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313052

“แก๊สเหลวรั่ว”ทำถนนเป็นทะเลเพลิง

ก๊าซธรรมชาติ,แอลเอ็นจี,รั่วไหล,ทะเลเพลิง

รถบรรทุกคว่ำปล่อยก๊าซแอลเอ็นจี รั่วไหลเต็มพื้นถนน เป็นเหตุให้รถยนต์ที่วิ่งผ่านมาระเบิดไปลุกท่วม ทั้งถนนกลายเป็นทะเลเพลิง

กล้องติดหน้ารถยนต์ที่ผ่านไปยังจุดเกิดเหตุ บันทึกนาทีระทึกขวัญขณะรถยนต์สีน้ำเงินคันหนึ่ง ระเบิดเป็นไฟลุกท่วม และทั่วทั้งถนนกลายเป็นทะเลเพลิง ลามไหม้ต้นไม้และพุ่มไม้ข้างทาง หลังจากรถบรรทุกพลิกคว่ำปล่อยก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) รั่วไหลเคลือบพื้นถนน กลายเป็นกับดักมรณะสำหรับผู้ขับขี่ยวดยานที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น

ภาพเผยให้เห็นคนขับรถรีบลงจากรถหนีตาย โดยรวม มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากไฟลวก 2 คน อีก 6 คนบาดเจ็บไม่รุนแรง คนขับรถบรรทุกแอลเอ็นจีไม่ได้รับอันตราย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ บนทางด่วนปักกิ่ง-ฮาร์บิน มณฑลเหอเป่ย ติดกับกรุงปักกิ่ง รถยนต์คันที่บันทึกคลิปไว้ได้รีบกลับลำ และพยายามหลบหนีไฟที่โหมไหม้อย่างรวดเร็ว

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313051

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก

เครื่องบินตก,รัสเซีย,หิมะ,อันโตนอฟ-148,ซาราตอฟ,สายการบิน

ทีมกู้ภัยและอาสาสมัครกว่า 900 คนยังคงค้นหาร่างเหยื่อเคราะห์ร้ายต่อไป โดยใช้โดรนเข้าช่วย เนื่องจากพื้นที่ค้นหากว้างมาก

 

ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารแบบอันโตนอฟ-148 สายการบินซาราตอฟ ประสบเหตุตกที่เขตราเมนสกี ห่างจากกรุงมอสโก ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 70 กิโลเมตร หลังจากทะยานขึ้นจากสนามบินโดโมเดโดโว เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น และหายไปจากจอเรดาร์เพียง 2 นาทีหลังจากนั้น คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ 71 คน เมื่อวันจันทร์ (12 ก.พ.) พนักงานสอบสวนและนักอาชญาวิทยาราว 100 คนลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรวบรวมเบาะแสไขปริศนาหนึ่งในเหตุเครื่องบินตกร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาจจะเกิดจากความผิดพลาดของคน ปัญหาขัดข้องทางเทคนิคและสภาพอากาศเนื่องจากรัสเซียเผชิญหิมะตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีการพูดถึงประเด็นก่อการร้าย

 

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก
ภาพ : AFP

ก่อนหน้านี้มีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนระบุว่า เห็นเครื่องบินไฟไหม้กลางอากาศก่อนตก ซึ่งบ่งว่าเครื่องยนต์อาจมีปัญหาและระเบิด

กระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินระบุว่าพบกล่องดำ 1 ใน 2 กล่องแล้ว ขณะที่พนักงานสอบสวนทราบจุดเครื่องบินตกกระแทกพื้นซึ่งทำให้เกิดหลุมยาว 7 เมตร กว้าง 74 เมตร และลึกราว 1 เมตรครึ่ง

ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีชาวสวิตเซอร์แลนด์ 1 คน อาเซอร์ไบจาน 1 คน และมีเด็กรวมอยู่ด้วย 3 คน เที่ยวบินมรณะกำลังมุ่งหน้าไปยัง เมืองในแถบเทือกเขายูราล แต่กว่า 60 คนบนเครื่องมาจากภูมิภาคโอเรนเบิร์ก ที่เมืองออร์สค์ ปลายทางของเที่ยวบินนี้ตั้งอยู่

เมืองออร์สค์ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองในภูมิภาคโอเรนเบิร์ก มีประชากร 2.37 แสน อยู่ใกล้ชายแดนคาซัคสถาน

 

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก
ภาพ : AFP

 

ทีมกู้ภัยและอาสาสมัครกว่า 900 คนยังคงค้นหาร่างเหยื่อเคราะห์ร้ายต่อไป โดยใช้โดรนเข้าช่วย เนื่องจากพื้นที่ค้นหากว้างมาก เศษชิ้นส่วนเครื่องบินกระจายเกลื่อนครอบคลุมพื้นที่กว่า 187 ไร่ จึงคาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์จึงจะตรวจสอบได้ทั่วถึง

นอกจากนี้พื้นที่เกิดเหตุมีหิมะปกคลุมสูงถึงเอวในบางจุดทำให้การเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบากทีมฉุกเฉินต้องเดินทางเข้าไปและใช้รถสโนว์โมบิล

เครื่องบินลำที่ประสบเหตุผลิตในรัสเซียมีรายงานว่าผ่านการใช้งานมาแล้ว 7 ปี สายการบินซาราตอฟซื้อมาจากสายการบินอีกแห่งเมื่อ 1 ปีก่อน
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ยกเลิกแผนการเดินทางไปยังเมืองตากอากาศโซชิ ริมทะเลดำเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ แต่เปลี่ยนมาจัดประชุมในกรุงมอสโกแทน

ตีตั๋วเที่ยวเดียว!! กลับภูมิลำเนาฉลองตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313046

ตีตั๋วเที่ยวเดียว!! กลับภูมิลำเนาฉลองตรุษจีน

แดนมังก,ตรุษจีน,เทศกาล,เดินทาง,กรุงปักกิ่ง

เทศกาลอพยพประจำปีของมนุษย์ใหญ่สุดในโลกเริ่มแล้ว เมื่อชาวจีนจำนวนมหาศาลเริ่มเดินทางกลับสู่บ้านเกิดหรือไปร่วมงานฉลองในช่วงวันตรุษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 16ก.พ.

 

แต่ที่น่าสนใจสำหรับปีนี้คือ ชาวจีนจำนวนมากที่กลับภูมิลำเนาไม่ได้อยู่ในอารมณ์เฉลิมฉลอง เพราะเมื่อเทศกาลหยุดยาว 15 วันสิ้นสุดลง พวกเขาจะไม่กลับไปยังกรุงปักกิ่งอีก เนื่องจากนครหลวงแดนมังกรกลายเป็นสถานที่ที่ไม่ต้อนรับคนต่างมณฑลที่เคยเข้าไปขายแรงงานและเป็นเครื่องจักรสำคัญของเศรษฐกิจอันรุ่งเรือง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การขนส่งแจ้งว่า จำนวนเที่ยวเดินทางในช่วง 10 วันแรกของเทศกาลหยุดยาวประจำปีนี้ลดลงเล็กน้อย มีผู้โดยสารชาวจีนเดินทางโดยรถไฟ รถยนต์ เรือและเครื่องบินช่วง 1-10 กุมภาพันธ์ 732 ล้านเที่ยว ลดลง 10% จากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเพราะนักศึกษามหาวิทยาลัยและแรงงานต่างจังหวัดกลับบ้านไปตั้งแต่ก่อนหน้าเทศกาล แรงงานเหล่านั้นโบกมือลากรุงปักกิ่งตั้งแต่พฤศจิกายนและธันวาคม ขณะทางการเร่งไล่ที่คนหลายแสน

 

ตีตั๋วเที่ยวเดียว!! กลับภูมิลำเนาฉลองตรุษจีน 
ภาพ : AFP

ในช่วงตรุษจีนปีที่แล้วมีผู้โดยสารชาวจีนเดินทางเกือบ 3 พันล้านเที่ยว

ที่สถานีรถไฟสายตะวันตกในกรุงปักกิ่ง หลี่ เหวิน พนักงานร้านอาหารวัย 47 ปี เป็นหนึ่งในคนที่เคยใช้ชีวิตในปักกิ่งจำนวนมากที่ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว เธอย้ายไปอยู่เมืองหลวงเมื่อ 10 ปีก่อนเพื่อหาเงินส่งเสียลูกสาวจนเข้ามหาวิทยาลัยในนครเฉิงตู แต่เวลานี้เผชิญแรงกดดันจากแผนการควบคุมประชากรในเมืองหลวงให้อยู่ที่ 23 ล้านคนภายในปี 2563 และไล่รื้อสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายบนพื้นที่ 40 ล้านตารางเมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าและที่พักพิงของผู้มีรายได้น้อยอย่างแรงงานต่างถิ่น จนในที่สุดพวกเขาไม่สามารถอาศัยและทำมาหากินได้เหมือนเดิม

หลี่ กล่าวว่า บ้านในชุมชนเล็กๆ ที่เธอเคยอยู่ถูกรื้อทำลายแล้ว เธอคงอยู่ไม่ไหวหากต้องจ่ายค่าเช่าห้องพักใหม่ 3 เท่าจากที่เคยจ่าย

ทางการอ้างว่าจำเป็นต้องไล่รื้อสิ่งปลูกสร้างไม่ได้มาตรฐาน และเร่งความเร็วขึ้นอีกหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารผิดกฎหมายคร่าชีวิตเหยื่อ 19 คนเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว เพื่อทำให้กรุงปักกิ่งเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน แต่การรื้อและไล่ที่อย่างดุดันเมื่อปีที่แล้วจุดกระแสไม่พอใจอย่างมากในสังคม

สำหรับหลี่ยังไม่ตัดสินใจว่าเธอจะลองเสี่ยงดวงไปหางานทำในเมืองใหม่หรือไม่หลังผ่านพ้นตรุษจีนแล้ว แต่เมื่อลูกสาวเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยก็คงไม่สามารถหยุดงานได้และจะต้องหาเงินส่งเสียลูกต่อไป

ปาโบล หวัง จากกลุ่มไชนา เลเบอร์ บูลเลติน กล่าวว่า ทางการปักกิ่งไม่ต้องการให้แรงงานต่างถิ่นอาศัยอยู่อีกต่อไป พวกเขาเรียกว่าการยกระดับทางเศรษฐกิจ นโยบายเหล่านี้ทำให้คนต่างจังหวัดต้องกลับบ้านสถานเดียว และไม่สามารถกลับไปได้อีก

“สีจิ้นผิง”เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312909

 “สีจิ้นผิง”เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา

 “สีจิ้นผิง”เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา

รายงานข่าวจากสำนักข่าวซินหัว(China Xinhua News)ระบุว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ.ผ่านมา ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้เดินทางเยี่ยมเยือนชาวบ้านชนเผ่าอี๋ในหมู่บ้านยากไร้ที่ตั้งอยู่บนภูเขาต้าเหลียง มณฑลเสฉวน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน

 "สีจิ้นผิง"เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา
โดยสีจิ้นผิง ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสูงสุดของพรรค คอมมิวนิสต์พูดคุยกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่นเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจน
มีผู้ยากไร้ชาวจีนมากกว่า 700 ล้านคนที่หลุดพ้นจากความยากจนนับตั้งแต่จีนได้ปฏิรูปและเปิดประเทศในปี 1978 จีนมุ่งมั่นและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในขั้นตอนการต่อสู้กับความยากจน

 "สีจิ้นผิง"เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา
โดยในรายงานของสีจิ้นผิงในการประชุม สมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 ระบุว่าตั้งแต่ปี 2013-2016 มีชาวจีนหลุดพ้นจากความยากจนแล้วราว 60 ล้านคน โดยสัดส่วนของคนที่ยังอยู่ภายใต้ขีดความยากจนนั้นเหลือเพียงแค่ร้อยละ 4 เท่านั้นจากเดิมที่ ร้อยละ 10
ทั้งนี้เกณฑ์ความยากจนของจีนหมายถึงผู้ที่มีรายได้ต่อปีน้อยกว่า 2,600 หยวน (13,000 บาท)
แผนการแก้จนของจีนยังให้ความสำคัญกับหลักการของการบรรเทาความยากจนที่ตรงกับ “กลุ่มเป้าหมาย” ซึ่งหมายความว่า จีนดำเนินมาตรการที่แม่นยำ ตรงเป้าและมีความแตกต่าง เพื่อทำให้เกิดการลดความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ
ตั้งแต่ปี 2013 จีนมีแผนบรรเทาความยากจนและแผนพัฒนาชีวิตคนยากไร้แล้ว 126 แผน เช่น คัดเลือกเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความสามารถและเหมาะสมลงไปให้ความรู้อละช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ในหลายๆ ระดับที่แตกต่างกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ทุ่มงบเพื่อการลงทุนในพื้นที่ยากไร้ไปมาก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านยากจน