กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยตอบข้อโต้แย้งนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317779

 กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยตอบข้อโต้แย้งนายกฯ

  กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยตอบข้อโต้แย้งนายกฯ

             จากการที่กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group – DRG ๆได้ออกมาเรียกร้องให้กองทัพเลิกสนับสนุน คสช. เพื่อนำไปสู่การยุบ คสช. และเตรียมจัดการเลือกตั้งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 นั้น

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษก คสช. ได้อ้างว่า “คสช.กับกองทัพเป็นเนื้อเดียวกัน กองทัพกับประชาชนเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นจะแยกจากกันไม่ได้ เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน จะมาแยกว่ากองทัพต้องแยกออกจากประชาชนหรือ คสช. เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ กองทัพเป็นลูกหลานประชาชน สนับสนุนงาน คสช. คสช. สนับสนุนรัฐบาลทุกสิ่งเป็นเนื้อเดียวกันคงแยกไม่ได้”

เมื่อวันที่ 25มี.ค. กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group – DRG ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คตอบข้อโต้แย้ง พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ โดยเนื้อหาระบุว่า

กองทัพไม่จำเป็นต้องเป็นเนื้อเดียวกันกับเผด็จการ และกองทัพในเวลานี้ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันกับประชาชน เพราะกองทัพได้แยกตัวออกจากประชาชนไปเข้าร่วมกับเผด็จการตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศภาคม 2557

กองทัพคือหน่วยงานหนึ่งของประเทศ ส่วน คสช. คือคนกลุ่มหนึ่งที่มีจิตฝักใฝ่เผด็จการ สองสิ่งนี้จึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน ประเทศประชาธิปไตยหลายประเทศยังคงมีกองทัพ โดยที่กองทัพของประเทศเหล่านั้นต่างรู้ขอบเขตหน้าที่ของตน เคารพกติกาประชาธิปไตย เคารพเสียงประชาชนจริงๆ ในกองทัพของประเทศไทยเองก็ไม่ใช่ว่าทหารทุกนายจะเห็นด้วยกับการกระทำของ คสช. ทั้งหมด การอ้างว่ากองทัพกับ คสช. เป็นเนื้อเดียวกันจึงเป็นการอ้างที่ผู้อ้างก็รู้ว่าผิด แต่ก็ยังพยายามอ้างต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อที่ผิดๆ แก่บรรดานายทหารว่ามีหน้าที่ต้องรับใช้เผด็จการ

ส่วนที่อ้างว่ากองทัพกับประชาชนเป็นเนื้อเดียวกันนั้นยิ่งผิดเข้าไปใหญ่ กองทัพเคยอยู่ข้างประชาชน แต่ก็เป็นกองทัพเองที่แยกตัวจากประชาชนไปเข้าร่วมกับเผด็จการเมื่อเย็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยฝีมือของนายพลกลุ่มหนึ่งที่ลากเอาทั้งกองทัพไปสนับสนุนการขึ้นสู่อำนาจโดยมิชอบของตนเอง

และแน่นอนที่สุดว่า คสช. กับประชาชนก็ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน เพราะ คสช. คือเผด็จการ เมื่อได้ก่อตั้งขึ้นมาก็กลายเป็นนายเหนือหัวของประชาชนคนอื่นๆ เสียแล้ว

ทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน แต่ในวันนี้มีคนไทยกลุ่มหนึ่งที่สังกัด คสช. ปล้นอำนาจของคนไทยคนอื่นมาเป็นของตนเองผู้เดียว บังคับกะเกณฑ์เอาลูกหลานของประชาชนไปเป็นเครื่องมือตอบสนองความกระหายอำนาจของตัวเอง สั่งให้ลูกหลานกระทำย่ำยีบรรพบุรุษของพวกเขาอย่างไร้ความปราณี

ดังนั้นที่โจมตีพวกเราว่าแยกกองทัพออกจากประชาชน แท้จริงแล้วเป็นกองทัพเองต่างหากที่แยกจากประชาชนไปเข้ากับเผด็จการ และด้วยเหตุนี้พวกเราจึงต้องเรียกร้องให้กองทัพเลิกสนับสนุน คสช. เพื่อนำกองทัพกลับมาอยู่ด้วยกันกับประชาชนอีกครั้ง

ในการจัดกิจกรรมของ “คนอยากเลือกตั้ง” ทุกครั้งที่ผ่านมา เราได้ให้ความสำคัญและพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ก่อให้เกิด “ความวุ่นวาย” ที่ส่งผลต่อประชาชน เพราะประชาชนไม่ใช่ศัตรูของเรา ศัตรูของเราคือ คสช.

ข้อเท็จจริงหนึ่งที่ยืนยันในเรื่องนี้ได้ คือพวกเราได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยดูแลการจราจรและความปลอดภัยอยู่เสมอ

แน่นอนว่ามันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ที่ยืนยันได้อย่างแน่นอน คือการจัดกิจกรรมของพวกเรายังไม่เคยทำให้การจราจรเป็นอัมพาต ยังไม่เคยทำให้หน่วยงานราชการต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด พวกเราไม่เคยจัดกิจกรรมโดยมุ่งหมายที่จะทำร้ายร่างกายหรือทำลายทรัพย์สินของใคร (และขอให้คิดในทางกลับกันด้วยว่าการที่ คสช. อยู่ต่อจะสร้างความเดือดร้อนแก่คนมากเท่าไหร่ ยาวนานแค่ไหน)

ความวุ่นวายที่พวกเราได้ก่อเอาไว้อย่างใหญ่หลวงจริงๆ เห็นจะมีแต่ความวุ่นวายในจิตใจของ พล.อ.ประยุทธ์ และพลพรรค คสช. เท่านั้น เพราะข้อเรียกร้องของพวกเรามันพุ่งเป้าไปยังความต้องการขั้นสูงสุดในก้นบึ้งหัวใจของ คสช. นั่นคือการสืบทอดอำนาจ

และพวกเราเองก็ไม่ได้ต้องการยกระดับการเคลื่อนไหวไปให้มากกว่านี้ เพราะเรารู้ดีว่า คสช. จ้องจะเอาผลกระทบที่เกิดขึ้นมาป้ายสีพวกเราว่าเป็น “ตัวป่วน” และสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองได้อยู่ต่อไป ดังนั้นหาก คสช. ทำตามข้อเรียกร้องของพวกเรา การยกระดับการเคลื่อนไหวก็จะไม่เกิดขึ้น

แล้วทำไมพวกเราต้องพยายามผลักดันข้อเรียกร้องของตัวเองขนาดนั้น? ก็เพราะเราเห็นมาตลอดว่า คสช. บอกว่าจะจัดการเลือกตั้งตามโรดแมป จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เหมือนที่อ้างในครั้งนี้ด้วย แต่เราก็เห็นมาตลอดเช่นกันว่าโรดแมปถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะที่ คสช. พยายามหาทางสืบทอดระบอบเผด็จการต่อไป

ดังนั้นเราจึงเชื่อคำพูดของ คสช. ไม่ได้อีกแล้ว คสช. จะต้องพิสูจน์โดยการกระทำเท่านั้น นั่นคือต้องยุบ คสช. เปลี่ยนสถานะรัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการ ยกเลิกคำสั่งจำกัดสิทธิเสรีภาพในทางการเมือง และให้ทหารกลับเข้ากรมกองเสีย

การถามหาหลักประกันว่าการเลือกตั้งจะต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นอีกหนึ่งตลกร้ายที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดออกมา เพราะในประเทศนี้วันนี้ ผู้ที่มีแรงจูงใจและศักยภาพในการทำลายหลักประกันนี้มากที่สุดก็คือ คสช. และกองทัพนั่นเอง เนื่องจากการเลือกตั้งนั้นทำให้ คสช. เสียอำนาจและผลประโยชน์โดยตรง ดังนั้นหากสังคมต้องการหลักประกันนี้จริงๆ ผู้ที่ต้องถูกจับตามองจึงไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นฝ่าย คสช. มากกว่า และถ้า คสช. ยังอยู่ต่อไปได้ อย่าว่าแต่หลักประกันว่าการเลือกตั้งจะสงบเรียบร้อยเลย หลักประกันว่าจะเกิดการเลือกตั้งยังไม่มีด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังพยายามขุด “ภาพเก่าๆ” (ที่คงเน้นที่การชุมนุมประท้วงต่างๆ) มาหากินอีกครั้ง พวกเราก็อยากจะบอกเช่นกันว่าสิ่งที่พวกเราทำไปก็เพื่อไม่ให้สังคมไทยต้องไปเจอกับ “ภาพเก่าๆ” อีก ภาพที่เราหมายถึงนั้นเก่ากว่ามาก นั่นคือภาพที่เผด็จการเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แม้เป็นภาพเก่าแต่ทว่าชัดเจนอย่างยิ่ง เพราะในวันนี้คนไทยทั้งประเทศถูกยัดเยียดให้ต้องทนเห็นแม้ไม่อยากจะเหลียวมอง เราจึงต้องมีข้อเรียกร้องดังที่กล่าวมา เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการลบภาพเก่าๆ นี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาอีก

สุดท้ายนี้ ถ้า คสช. ไม่อยากให้ประเทศชาติกลับไปสู่วงจรแบบเดิมอีกเด็ดขาดอย่างที่อ้าง ก็ออกไปซะ

“พลภูมิ”โวเพื่อไทยประสานรุ่นใหม่-รุ่นเก่าสู้เลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317618

“พลภูมิ”โวเพื่อไทยประสานรุ่นใหม่-รุ่นเก่าสู้เลือกตั้ง

ธนาธร,พรรคการเมืองใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่ ป,เพื่อไทย,คสช

“พลภูมิ” โว”เพื่อไทย”ประสานรุ่นใหม่-รุ่นเก่า สู่แนวคิดใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

             23 มี.ค.2561 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ประกาศตั้งพรรคคนรุ่นใหม่เป็นทางเลือกในการเลือกตั้งว่า คนรุ่นใหม่มีแนวคิดใหม่ในการพัฒนาประเทศมาก แต่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่จะมีแต่ในพรรคการเมืองตั้งใหม่เท่านั้น เพราะพรรคการเมืองเดิมก็มีคนรุ่นใหม่ อย่างพรรคเพื่อไทยก็มีบุคลากรรุ่นใหม่ และอดีตส.ส.รุ่นใหม่จำนวนมาก ที่มีแนวคิดใหม่ ๆ พร้อมปรับใช้ร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศ และพรรคเพื่อไทยเปิดโอกาสให้นักการเมืองใหม่ ๆ ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ต่อไปเมื่อมีการเลือกตั้ง

ทั้งนี้พรรคการเมืองเดิมจะนำแนวคิดใหม่ ๆ ของคนรุ่นใหม่ประสานกับประสบการของนักการเมืองรุ่นเก่าเพื่อประกาศเป็นนโยบายให้ประชาชนพิจารณาต่อไป เมื่อถึงวันที่คสช.เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรม วันนั้นจะได้เห็นแนวคิดวิธีการทำงานใหม่ ๆ จากพรรคการเมืองเดิม ๆ เมื่อการเลือกตั้งมาถึงประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าแนวคิดใหม่ ๆ เพียงอย่างเดียว กับแนวคิดใหม่ ๆ บวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากนักการเมืองเก่า แนวทางไหนจะเหมาะสมกับการพัฒนาประเทศมากกว่ากัน

“ลุงตู่”ลั่น!! ไม่ทิ้งคนจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317496

“ลุงตู่”ลั่น!! ไม่ทิ้งคนจน

ลุงตู่,นายกฯ,รอยยิ้ม,หนองบัวลำภู,ลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านโพธิ์ศรีสำราญ

“ลุงตู่”เปิดวาล์วน้ำพิธีเปิดศูนย์เรียนรู้กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านโพธิ์ศรีสำราญ เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง เทวาผ้าไทย บอกชื่นใจเห็นรอยยิ้ม ลั่นไม่ทิ้งคนจน

          เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561-ที่บริเวณแปลงปลูกผักของ กลุ่มปลูกผักอินทรีย์บ้านโพธิ์ศรีสำราญ ตำบลหัวนา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รอง นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะได้เดินทางมาตรวจราชการและเยี่ยมชมผลงานการปลูกผักอินทรีย์ของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์บ้านโพธิ์ศรีสำราญ

"ลุงตู่"ลั่น!!  ไม่ทิ้งคนจน

         ซึ่งหลังจากรถจากรถยนต์ได้รับการรายงานตัวจาก นายโชติ เชื้อโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูและประชาชนที่คอยต้อนรับได้ผูกผ้าขาวม้าให้แล้ว ได้เดินไปสวัสดีทักทายกับประชาชนที่มารอคอยต้อนรับ ซึ่งไม่ได้เดินเข้าไปนั่งยังที่นั่งรับรอง ทำให้ชาวบ้านที่มารอยต้อนรับต่างปรบมือด้วยความดีใจ นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่มารอคอยแม้จะรอนานแต่ก็ได้เห็นรอยยิ้มเสียงหัวเราะ ดีใจมาก

"ลุงตู่"ลั่น!!  ไม่ทิ้งคนจน

         จากนั้นจึงได้เข้าพักยังสถานที่รับรองและรับฟังการรายงานจาก นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้กล่าวรายงานถึงสภาพพื้นที่และรายงานสภาพปัจจุบันปัญหาของจังหวัดหนองบัวลำภู แล้วได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ตัวแทนชุมชน 10 ราย และได้พบปะกับประชาชนที่มาคอยต้อนรับ ซึ่งได้เปลี่ยนสถานที่พูดจากที่ทางได้มีการจัดไว้ให้ย้ายมาอยู่ใกล้ชิดประชาชน จะได้เห็นหน้ากัน

        ตลอดเวลาที่มีการพูดถึงก็ได้มีการ พูดหยอกแหย่ประชาชน สร้างบรรยากาศในการรับฟังของประชาชนให้ มีเสียงหัวเราะอยู่เป็นช่วงๆ พร้อมทั้งยังได้มีการพูดกับประชาชนว่า ถ้าจังหวัดไหนยากจนมากก็จะดูแลเป็นพิเศษ ที่ผ่านมา ประเทศมี ส.ส.มาจากหลายพรรคการเมือง หากเป็นฝ่ายค้านก็จะมาดูแลไม่ได้ทั่วถึง แต่นี้รัฐบาลจะมาดูแลทุกพื้นที่ จังหวัดไหนลำบากมาก็จะมาดูแลมากหน่อย เช่นหนองบัวลำภู

"ลุงตู่"ลั่น!!  ไม่ทิ้งคนจน

       โดย นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ประชาชนมีการติดตามข้อมูลข่าวสาร มีการศึกษาเรียนรู้ ตลอดชีวิตให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง อยากให้เรียนรู้ทางด้านอาชีวะศึกษา ตอนนี้ก็มีเรื่องบัตรของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะได้มีการแก้ไขให้มีเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดอีก 20,000 เครื่อง มีการใช้ คิวอาร์โค้ด ส่วนเรื่องที่ดินทำกินก็จะมีการจัดการให้ถูกกฎหมายมีใบอนุญาตถูกต้อง จะทำมาหากินทำอาชีพอะไรก็ต้องดูความต้องการดูตลาด การซื้อขายออนไลน์

       ใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ทำเกษตรอินทรีย์ ประหยัดอดออม ไม่ซื้อหวย ไม่กินเหล้าไม่เล่นการพนัน ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามในเรื่องของการทุจริต

"ลุงตู่"ลั่น!!  ไม่ทิ้งคนจน

        ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่ก็ได้มีการคิดที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนยากจนให้กับประชาชนมาตลอดและพยายามหางบประมาณมาเพื่อพัฒนา โดยโครงการไทยเข้มแข็งก็ยังจะมีการดำเนินการไปเรื่อยๆ 4 ระยะ และโครงการดังกล่าวก็ไม่ใช่โครงการหาเสียง ดำเนินมา 3 ปี แล้ว และก่อนที่จะจบการพบปะประชาชน ก็ได้ขอคำสัญญากับทาง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าเราจะร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ สนับสนุนให้มีรัฐบาลมีธรรมาภิบาลมาเป็นรัฐบาล ท่ามกลางเสียงปรบมือของ กลุ่ม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาร่วมต้อนรับ

         นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบแห่งชาติ(คสช.) ยังได้กล่าวกับประชาชนว่า ในช่วงนี้อีก 10 วัน จะเป็น 10 วันอันตราย อากาศจะร้อนอุณหภูมิอากาศจะอยู่ประมาณ 38-40 องศา ซึ่งจะเริ่มประมาณ วันที่ 22 มีนาคม 2561 ขอให้ระมัดระวังในเรื่องของพายุฝนฟ้าคะนอง ตรวจสอบบ้านเรือนให้ดี และฝากในเรื่องของอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ อย่าให้มีเกิดขึ้น เหมือนที่อุบัติเหตุรถทัวร์ท่องเที่ยวชนกับรถบรรทุกตกเขาวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่มีผู้เสียชีวิต 18 รายและบาดเจ็บหลายรายนั้น ขอให้มีการตรวจสอบรถก่อนใช้ คนขับอย่าให้เมา ถ้าพบเห็นว่าคนขับเมาก็อย่าไปขึ้น ปีนี้สงกรานต์ไม่ได้กำหนดจำนวนผู้เสียชีวิต แต่จะดูว่าทั้งปีมีจังหวัดไหนทำได้ ส่วนมากแต่ละปี ที่ตายมากที่สุด คือ รถมอเตอร์ไซด์ ไม่ใส่หมวกกันน็อกและตายในเส้นทางสายรอง เพราะสายหลักจะมีเจ้าหน้าที่ ถ้ากินเหล้าก็อย่าขับรถ วันนี้มานี่ ขอบคุณในรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

"ลุงตู่"ลั่น!!  ไม่ทิ้งคนจน

         จากนั้น นายกฯ ได้ออกตรวจเยี่ยมการจัดนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ และเปิดวาล์วน้ำเข้าแปลงผักแทนการ ในการเปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับ คณะรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางและนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู โดยในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีได้ถามว่าจะขออะไรไหม ซึ่ง นายแพทย์ศราวุธ สันตินันตรักษ์ นายก อบจ.หนองบัวลำภู ได้ขอรถเจาะน้ำบาดาล 2 คัน ซึ่ง นายกก็ได้หันมาทางสื่อมวลชนว่าจะให้ไหมและได้สั่งให้มีการดำเนินให้รถเจาะน้ำบาดาลกับทางจังหวัดหนองบัวลำภู

         ในช่วงของเส้นทางที่เดินทางกลับได้มีประชาชนมาคอยต้อนรับขบวนรถตามหมู่บ้านต่างๆ ตั้งแต่บ้านหัวนา จนถึงช่วง ตำบลบ้านพร้าว โดย นายกรัฐมนตรีก็ได้มีการหยุดรถทักทายกับประชาชนมาตามเส้นทาง ดังกล่าว ก่อนที่จะเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารกาบแก้ว และ จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชม กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง เทวาผ้าไทย ที่ บ้านนาคำไฮ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทอผ้า ดูขั้นตอนการผลิตของกลุ่ม และพบปะกับประชาชนร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ประมาณ 300 คน

“ลุงตู่”แจงตามงาน”ไทยนิยมยั่งยืน”ไม่ใช่หาเสียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317471

 “ลุงตู่”แจงตามงาน”ไทยนิยมยั่งยืน”ไม่ใช่หาเสียง

ลุงตู่,หนองบัวลำภู,เกษตรอินทรีย์,โมเดล,ไม่ใช่หาเสียง,ไทยนิยมยั่งยืน,พลอประยุทธ์,นายกฯ

ชาวบ้านต้อนรับ”ลุงตู่”อบอุ่น พร้อมแจงลงพื้นที่ตามงานไทยนิยมยั่งยืนไม่ใช่หาเสียง แนะเกษตรท่องโลกออนไลน์หาความรู้ เพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายตลาดออนไลน์

        เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2561 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ หมู่บ้านโพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู พร้อมคณะรัฐมนตรี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และประชาชนชาว รอให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อเดินทางมาถึงพล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นสักขีพยาน ในการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน โครงการจัดสรรที่ดินให้ชุมชน (คทช.)ตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ผู้แทนชุมชน 10 รายจาก 2 ตำบลได้แก่ ต.โนนสะอาด และ ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง พร้อมกันนี้ได้มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย 10 ราย จากนั้นได้เดินทักทายประชาชนที่มารอรับ

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องการให้เกษตรกรเห็นความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีในการหาความรู้เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพของตัวเอง เพราะหน่วยงานต่างๆมีองค์ความรู้ที่นำมาเผยแพร่ผ่านทางโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเปิดใจรับการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เป็นรูปธรรม สร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้เกิดขึ้น สร้างเรื่องราวให้กับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้มีความแปลกใหม่ มีความโดดเด่น เชื่อว่าสามารถลดปัญหาเรื่องการทำการเกษตรของไทยได้

 "ลุงตู่"แจงตามงาน"ไทยนิยมยั่งยืน"ไม่ใช่หาเสียง

          “สำหรับการเดินทางมายัง จ.หนองบัวลำภูครั้งนี้ เพื่อร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพราะโครงการไทยนิยมยั่งยืน เป็นโครงการที่รัฐบาลดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นโครงการที่รัฐบาลใช้ในการหาเสียงแต่อย่างใด”นายกฯ ระบุ

         พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวอีกว่า สำหรับการลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภูนั้น เพราะถือเป็นโมเดลในการทำการเกษตรอินทรีย์ ที่มีการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ที่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาความยากจนด้วยตัวเอง แต่ปัญหาการทำเกษตรบ้านเรา มีปัญหาหลายด้าน ทั้งดิน แหล่งน้ำ เทคโนโลยี การบุกรุกทำลายป่า และการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นต้น”นายกฯ ระบุ

 "ลุงตู่"แจงตามงาน"ไทยนิยมยั่งยืน"ไม่ใช่หาเสียง

        นายกฯ กล่าวต่อว่า อันดับแรกเกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก จากพืชเชิงเดี่ยว เป็นพืชผักผสมผสาน พร้อมกับลด ละเลิก การใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืช เพื่อลดรายจ่ายด้านการผลิต ใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง สร้างเรื่องราวให้สินค้า เพื่อต่อยอดด้านการขาย ลดปัญหาพืชผลทางการเกษตรอย่างข้าว ยางพารา และปาล์ม ล้นตลาด จนทำให้ราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 "ลุงตู่"แจงตามงาน"ไทยนิยมยั่งยืน"ไม่ใช่หาเสียง

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลพยายามดูแลทุกภาคส่วน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมโยงในทุกด้าน ให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ การทำการเกษตรต้องมีการรับรองมาตรฐาน  ทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก เอาจริงเรื่องการลด ละ เลิก การใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง ท้ายที่สุดต้องหาความรู้อย่าหยุดนิ่ง ยอมรับการนำเทคโนโลยีทางการเกษตรมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเองและชุมชน

   "ลุงตู่"แจงตามงาน"ไทยนิยมยั่งยืน"ไม่ใช่หาเสียง

         ด้านนางประดับ สมณะ ผู้ใหญ่บ้านโพธิ์ศรีสำราญและประธานกลุ่มเกษตรวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษ กล่าวว่า การรวมกลุ่มเริ่มมาจากโครงการ หนึ่งบ้าน หนึ่งกระถาง โดยชาวบ้านจะปลูกพืชผักสวนครัวหน้าบ้าน ไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือน จึงมีแนวคิดในการใช้พื้นที่ว่างเปล่า แบ่งให้ชาวบ้านได้เพาะปลูกพืชผักสวนครัวร่วมกัน โดยเน้นให้เกษตรกรปลูกแบบอินทรีย์ ต่อมากระทรวงพลังงานได้มาให้คำแนะนำเรื่องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำ จึงเป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกรได้

 "ลุงตู่"แจงตามงาน"ไทยนิยมยั่งยืน"ไม่ใช่หาเสียง

          “ผักของกลุ่มส่งขายห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ตลาดนัดสีเขียวและประเทศสิงคโปร์ สิ่งที่เราต้องการหาความรู้เพิ่มเติมคือ การทำโรงเรือนเก็บ คัดแยกพืชผล ธนาคารเมล็ดพันธุ์ และแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผสมสารเคมี เพื่อให้แปลงเกษตรที่นี่เป็นโมเดลเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด” นางประดับ กล่าว

“ประชาธิปัตย์”พร้อมลงเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317450

“ประชาธิปัตย์”พร้อมลงเลือกตั้ง

ไอยูยู,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,พรรคการเมือง,คสช,พลอประยุทธ์  จันทร์โอชา

“มาร์ค”ระบุปชป.พร้อมลงสนามเลือกตั้งแต่ติดล็อคที่เป็นปัญหาอยู่ ชี้คนจ้องป่วนถ้าจะทำคงไม่รอปลดล็อคพรรคการเมืองเพื่อดำเนินการ

           22 มี.ค. 2561 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าจะชวนพรรคการเมืองมาพูดคุยและให้เสนอนโยบายว่า ตนก็ฟังท่านอยู่ ตอนนี้ก็ยังสงสัยว่าตกลงจะให้บอกหรือไม่ให้บอก เพราะตนให้นโยบายไปหลายเรื่องแล้ว อย่างการทุจริตคอร์รัปชัน ยุคของตนใครมีปัญหาขอให้ออกก่อน บัตรคนจนทำไมต้องบังคับให้ใช้เพียง 2 ร้าน ให้เป็นเงินสดทำไหม ของผมไม่ต้องมาขอผมให้เลย เงินมันจะได้หมุนในชุมชน จะได้ช่วยเหลือแม่ค้าในตลาดสด ให้เลยไม่ต้องขอ  แล้วแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ไม่ใช่แก้จนประมงพื้นบ้านไม่เหลือ เราต้องทำให้ประมงอยู่ได้ แต่เราต้องสามารถดำเนินการต่างประเทศ เพื่อให้ยุโรปเข้าใจและยอมรับ อย่างนี้ปชป.ให้มาตลอดไม่ต้องขอ แล้วเขาทำหรือเปล่าละ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าดูโรดแม็พแล้วจะมีการเลือกตั้งในเดือนก.พ. 62 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อยู่ประมาณนั้น  แต่ตนไม่ได้ยึดว่าจะต้องเดือนม.ค. เดือน ก.พ. หรือเดือนมี.ค.ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมลงสนามเลือกตั้งหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าพร้อมอยู่แล้ว เพราะเป็นพรรคการเมืองในระบบสภา แต่จะมีปัญหาคือการไม่ปลดล็อคพรรคการเมือง ตนเชื่อว่าทุกพรรคก็พร้อม จึงค่อยเห็นเหตุผลว่าทำไมถึงสร้างปัญหานี้ และมองไม่เห็นเลยว่าจะกระทบความมั่นคงตรงไหน ถ้าพรรคการเมืองจะประชุมทำตามกฎหมาย เพราะพรรคการเมืองที่จะทำให้กระทบความมั่นคงเขาไม่รอปลดล็อค เขาอยากจะทำเขาก็ทำอยู่แล้ว เขาไม่เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมีวาระการประชุมเพื่อจะป่วนเมือง

ต่อข้อถามที่ว่า เมื่อคสช.ปลดล็อคการเมืองแล้วพรรคประชาธิปัตย์ จะดำเนินการอย่างไรต่อบ้าง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สัปดาห์หน้าตนจะบอก เพราะวันที่ 1 เม.ย. จะเริ่มกระบวนการยืนยันสมาชิกพรรค ตนถามกกต.และคสช.ไปแล้วเขาไม่ตอบ ซึ่ง คสช.ให้เหตุผลตอนรีเซ็ตสมาชิกพรรคว่าที่ต้องทำอย่างไรนี้ เนื่องจากสมาชิกต้องรู้ว่าเมื่อมีกฎหมายใหม่ พรรคการเมืองจะมีนโยบายและข้อบังคับอย่างไร แต่เมื่อไม่ให้เราประชุม ก็มีมติอย่างเป็นทางการไม่ได้ เราหารือไปแล้วก็ไม่ตอบ แต่วันที่ 1 เม.ย. ตนคงต้องแถลงเพื่อบอกว่าแนวทางที่ผมตั้งใจไว้ แม้จะไม่เป็นมติพรรค แต่เพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิก ตนจะได้พูดเป็นเรื่องเป็นราว ลำดับให้ขั้นตอนของพรรคปชป.ทั้งหมด

“บิ๊กตู่”มีอำนาจไม่เลื่อนโรดแม็พ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317442

“บิ๊กตู่”มีอำนาจไม่เลื่อนโรดแม็พ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,พรรคประชาธิปัตย์,โรดแม็พ,สมชัย  ศรีสุทธิยากร,กกต,สนช,ศาลรัฐธรรมนูญ

“มาร์ค”ชี้หากส่งก.ม.ลูกให้ศาลรธน.ตีความ”บิ๊กตู่”มีอำนาจไม่เลื่อนโรดแม็พได้อยู่ที่ว่าทำหรือไม่ แนะตัด 90 วันแล้วบังคับใช้กฎหมายทันที

           22 มี.ค.2561 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยื่นให้ศาลฯตีความ กฎหมายลูก ว่าด้วย ส.ส. ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปได้ว่า ตอนนี้แม่น้ำ 5 สายสร้างปัญหาขึ้นมาเอง ออกกฎหมายมาแล้วแต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะขอความชัดเจนจากศาลก็กลัวว่าจะกระทบการเลือกตั้ง ก็เลยกล้า ๆ กลัว ๆ ความจริงทั้งหมดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ไม่ต้องกลัวเลย เพราะมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ขนาดปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ให้พ้นจากตำแหน่งยังทำได้ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มั่นใจว่ากฎหมายมีปัญหาหรือไม่ให้ส่งศาล แต่ถ้าส่งศาลแล้วรู้ว่าเวลามันเคลื่อนออกไป ก็ออกเป็นนโยบายให้ สนช. เอากำหนดเงื่อนเวลา 90 วันออก แล้วให้บังคับใช้กฎหมายทันทีทุกอย่างก็จบ มันก็เลือกตั้งได้ตามเดิม อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า จะบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยุ่งไม่เกี่ยว ก็ไม่ได้ กฎหมายพรรคการเมืองพล.อ.ประยุทธ์ก็แก้แล้ว นายกฯทำได้หมด มันไม่ใช่ว่าถ้าส่งศาลแล้วทุกอย่างจะช้า ถ้าไม่ส่งศาลเกิดความไม่มั่นใจ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ทำได้ทั้ง 2 อย่าง ทำกฎหมายให้มันชัด และเลือกตั้งตามกรอบเวลาเดิม พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจทำได้หมด อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่

“นายกลุงตู่”มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317431

“นายกลุงตู่”มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกิน

“นายกลุงตู่”เป็นประธานมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนจ.หนองบัวลำภู

 

วันนี้ (22 มีนาคม 2561) เวลา 10.00 น. ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ตำบลหัวนา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ผู้แทนประชาชน

โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธี

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบนำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าห้วยส้มและป่าภูผาแดง” ในท้องที่ตำบลนากอก และตำบลโนนสะอาด อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เนื้อที่ประมาณ  1,512 – 0 – 93 ไร่  จำนวน 309 แปลง ให้จังหวัดหนองบัวลำภูไปดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และ คทช. ให้กับราษฎรจำนวน 250 ราย เพื่อเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ ประกอบด้วยการสร้างที่อยู่อาศัย และทำการเกษตร โดยส่วนใหญ่จะปลูกยางพารา มันสำปะหลัง และอ้อย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งในปี พ.ศ. 2561 จังหวัดหนองบัวลำภู เกิดวาตภัยทั้งหมด 12 ครั้ง มีราษฎรที่ประสบภัย จำนวน 491 คน มีพื้นที่ประสบภัยและได้รับความเสียหาย ได้แก่ อาคารสิ่งก่อสร้าง บ้านพักอาศัยเสียหายบางส่วน 251 หลัง และเสียหายหนัก 71 หลัง ยุ้งข้าว 20 หลัง สถานที่ราชการ 3 แห่ง วัด 2 หลัง และพื้นที่และทรัพย์สินทางการเกษตร ยางพารา – ไร่ สวนผลไม้ – ไร่ โรงเรือนเลี้ยง 1 หลัง

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวพบปะกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้มาเห็นรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่มีความสุขจากประชาชน ถึงแม้จะเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเตรียมพื้นที่ของส่วนราชการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อน และสร้างภาระในการเตรียมการต้อนรับ ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน อำเภอไหน ทุกคนล้วนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ต้องรัก สามัคคี จะแบ่งแยกกันไม่ได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ทั้งนี้ ส่วนราชการและประชาชนต้องร่วมมือกับรัฐบาล ลดความหวาดระแวง ไว้เนื้อเชื่อใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต้องร่วมกันทำงานแบบบูรณาการ สร้างความเข้มแข็งในภูมิภาค และกลุ่มจังหวัด พร้อมค้นหาขีดความสามารถ และพัฒนาต่อไปให้เกิดความยั่งยืน มีความเข้มแข็งด้วยตนเอง  โดยรัฐบาลต้องการดูแลประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจากภาษีที่จัดเก็บได้ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยต้องดูแลมากกว่าคนอื่น ๆ

ทั้งนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน อย่ารอให้รัฐบาลช่วยฝ่ายเดียว ต้องเรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน นำนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ คิดใหม่ทำใหม่ให้มีคุณค่า สร้างความแตกต่าง พร้อมกับสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ ให้เชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวเชิงชุมชน ชูนวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นจุดขาย ส่วนเรื่องการผลิตสินค้าเกษตร ต้องส่งเสริมผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ที่คำนึงถึงความต้องการและช่องทางการตลาดเป็นหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ รวมถึงการรวมกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ และปริมาณน้ำ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ขอฝากถึงลูกหลานที่ไปทำงานกรุงเทพมหานคร ให้กลับมาทำการเกษตรในชุมชน อย่าทิ้งให้พ่อแม่ทำการเกษตรอยู่คนเดียว ในช่วงเทศกาลเวลากลับภูมิลำเนา ต้องซื้อของฝากและนำเงินมาให้พ่อแม่ ไม่ใช่กลับมาแล้วขอเงินพ่อแม่กลับไป พร้อมทั้งฝากให้เรียนสายอาชีพ เน้นเรียนจบมามีงานทำ สามารถเลี้ยงดูครอบครัว และรบกวนพ่อแม่ให้น้อยที่สุด

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องการให้จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่ครอบครัวมีความสุข รักกันให้มาก ๆ มีความซื่อสัตย์ต่อกัน อย่าให้การเมืองมาสร้างความแตกแยก ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดที่ผ่านมา ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจ เลิกทะเลาะ เลิกเกลียดกันเป็นของขวัญวันเกิดให้กับตัวเอง  และในโอกาสใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ขอให้ทุกคนระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย เมาไม่ขับ ช่วยดูแลซึ่งกันและกันให้มีความปลอดภัย พร้อมกับขอคำมั่นสัญญาจากผู้นำท้องถิ่น ให้ช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน และจะไม่ทำให้ประเทศกลับไปเหมือนเดิม

สนช.ตั้งกก.สอบประวัติ 14 กสทช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317400

สนช.ตั้งกก.สอบประวัติ 14 กสทช.

สนช,กสทช,ศรีสุวรณ จรรยา

สนช.ตั้งกก.สอบประวัติ 14 กสทช. มีเวลาพิจารณา 30 วัน จับตา 6 คนถูกร้องขาดคุณสมบัติ

             22 มีนาคม 2561 ในการประชุมสนช.วันนี้ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 14 คน  โดยบุคคลที่สนช. แต่งตั้งเป็นกรรมาธิการฯ จำนวน 17 คน อาทิ พล.อ. กิตติ อินทสร, นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ, นายแถมสิน รัตนพันธุ์, พล.อ.อู้ด เบื้องบน, นายสมชาย แสวงการ, นายสาธิต ชาญเชาวน์กุล  ทั้งนี้กระบวนการตรวจสอบฯ ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 27  วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม นายศรีสุวรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้ยื่นหนังสือต่อ สนช. เพื่อขอให้ตรวจสอบผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เข้ารับการคัดเลือกเป็น กรรมการกสทช. ได้แก่ พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการกสทช., นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการกสทช., นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการกสทช. และ นายวรรณชัย สุวรรณกาญจน์ ที่ปรึกษากสทช. เพราะถือว่ามีสถานะเป็นพนักงานกสทช. ที่เป็นลักษณะต้องห้ามของการดำรงตำแหน่ง กสทช. และด้านคุ้มครองผู้บริโภคหรือสิทธิและเสรีภาพของประชาชน คือ นพ.สุริยเดว ทรีปาตึ และนายวรรณชัย สุวรรณกาญจน์  ซึ่งไม่มาแสดงวิสัยทัศน์แต่กลับได้รับเลือก.

“4กกต.”ยังลุยต่อได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317379

“4กกต.”ยังลุยต่อได้

กกต,สมชัย,วิษณุ,คสช,โรดแม็พ

วิษณุ”เผย คสช.เห็นพ้องกันปลด “สมชัย” ระบุในราชกิจจาฯ ชัดเจน อย่าคิดเป็นอื่นให้เสียหายแก่ผู้ใด ยัน กกต.ที่เหลือทำหน้าที่ได้กกต. ขณะที่เจ้าตัวเริ่มเก็บของออกจาก ก

 

ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากการทำหน้าที่กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสร้างความสับสนให้แก่กระบวนการเลือกตั้ง รวมทั้งลงสมัครตำแหน่งเลขาธิการ กกต.โดยที่ไม่ลาออกจากองค์กรซึ่งเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขณะที่เจ้าตัวออกมายืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องแม้จะสุ่มเสี่ยงว่าอาจไปขัดผลประโยชน์ใครบางคนเข้านั้น

ชี้ปลด“สมชัย”อย่าคิดเป็นอื่น
วันที่ 21 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่หัวหน้าคสช. ใช้มาตรา 44 ให้นายสมชัยยุติการปฏิบัติหน้าที่จะมีเหตุผลอื่นอีกหรือไม่ ไม่ทราบ ซึ่งการออกมาตรา 44 ที่ประชุมคสช.ได้มีการหารือกัน ส่วนรายละเอียดนั้นไม่สามารถพูดได้ อีกทั้งเหตุผลในการปลดนายสมชัยก็มีการชี้แจงในการราชกิจจานุเบกษาอยู่แล้ว อย่าพูดเป็นอย่างอื่นให้เสียหายแก่ผู้ใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ระบุว่านายสมชัยพูดทำให้เกิดความสับสนเป็นเพราะมีการแสดงความเห็นไปก้าวล่วงคสช.ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบคำพูดของนายสมชัย และไม่คิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว แต่ก็ไม่ใช่ไม่กลัว เพราะการที่จะมีนายสมชัยหรือไม่มีนั้น ก็ไม่ได้กระทบกับการทำงานของรัฐบาลให้ราบรื่นหรือสะดุดได้ เนื่องจากต่างคนต่างทำงาน รวมถึงการให้นายสมชัยยุติหน้าที่ก็ไม่กระทบโรดแม็พเลือกตั้ง

ส่วนเหตุผลในการปลดระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่ทำให้เกิดความสับสน กับกรณีที่ลงสมัครสรรหาเลขาธิการกกต.โดยยังไม่ได้ลาออกจากกกต. เหตุผลใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะในคำสั่งยกเหตุผลมาทั้งสองเรื่อง เมื่อถามว่า นายสมชัยจะคงสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต.ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ เพราะสมัครไปแล้ว ก็เข้าสู่กระบวนการ

ต่อข้อถามมีการตั้งข้อสังเกตว่า กกต.ชุดปัจจุบันจะไม่เลือกนายสมชัยเป็นเลขาธิการ กกต. เพราะมีความขัดแย้งกับรัฐบาล นายวิษณุ กล่าวว่า ใครจะไปรู้ เพราะ กกต. 4 คนที่เหลืออยู่เป็นคนเลือก

“เรื่องนี้รัฐบาลไม่เกี่ยว สภาก็ไม่เกี่ยว การที่นายสมชัยยุติหน้าที่ กกต. เขาก็ยังมีคุณสมบัติที่จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเลขาธิการ กกต.อยู่ เพราะผลประโยชน์ไม่ขัดกันแล้ว ซึ่งการคัดเลือกเลขาธิการ กกต. คนใหม่ก็ดำเนินต่อไป เพราะมีตารางเวลาชัดเจน” นายวิษณุกล่าว

นายวิษณุยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีนี้นายสมชัยจะไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมได้หรือไม่ว่า “อย่าไปคิดให้ท่าน เพราะท่านเพิ่งออกจากตำแหน่ง คิดแทนให้ไม่พอ ยังให้ผมไปร่วมสมคบคิดอีก”

มั่นใจ4กกต.ที่เหลือทำหน้าที่ได้
ส่วนการที่นายสมชัยได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เป็นเกียรติยิ่ง ที่ได้เปิดหน้าคสช.” นายวิษณุ กล่าวว่า จะทำอะไรก็ทำไป ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่คสช.จะต้องดำเนินการ ทั้งนี้นายสมชัยยังสามารถสมัครตำแหน่งอื่นๆ ได้ เพราะไม่ติดแบล็กลิสต์อะไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสมชัยแสดงความเห็นแล้วมีการใช้มาตรา 44 ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ หมายความว่าหลังจากนี้จะไม่สามารถแสดงความเห็นได้อีก นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ยังมีการแสดงความคิดเห็นกันอยู่ ไม่เห็นเป็นอะไร ขณะนี้กกต.ที่เหลืออยู่ 4 คนสามารถทำงานได้ตามปกติ จนกว่ากกต.ชุดใหม่จะเข้ามา

ส่วนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นหน้าที่ของกกต.ชุดใหม่หรือเก่า นายวิษณุ กล่าวว่า กกต.ชุดเก่าสามารถจัดการเลือกตั้งได้ แต่หากได้ กกต.ชุดใหม่ 7 คน มาก็ให้เขาทำ ย่อมดีกว่า กกต. 4 คนอยู่แล้ว ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น เชื่อว่ากกต.ชุดใหม่เข้ามาทำงานได้แล้ว แต่จำเป็นต้องมี กกต.ชุดเก่า เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง

ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญระบุว่า การจัดการเลือกตั้งจะมี กกต.ไม่น้อยกว่า 4 คน ส่วนที่ในคำสั่ง มีการต่ออายุให้แก่ กกต. เนื่องจาก นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. จะมีอายุครบ 70 ปี ส่วนต้นปี 2562 ยังไม่มีการจัดการเลือกตั้ง ประธาน กกต. ก็มีอายุครบ 70 ปีเช่นกัน จึงต้องเขียนให้อยู่ต่อจะได้หมดเรื่อง เมื่อคืนก็ได้พูดคุยกับนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ในงานศพบิดาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้มีการหารือในเรื่องทั่วๆ ไป เพราะมีหลายเรื่องที่อลเวงอยู่

เผยสมาชิกคสช.เห็นพ้องคำสั่งปลด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันที่โรงแรมดุสิตธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กล่าวถึงกรณีที่หัวหน้าคสช.ใช้มาตรา 44 ปลดนายสมชัยออกจากกกต. ว่า ในมาตรา 44 ก็ได้บอกรายละเอียดไปหมดแล้ว ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของหัวหน้าคสช. ดังนั้นขอให้ไปอ่านในคำสั่ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปลดนายสมชัยออกจากกกต.ครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบตามมา แม้ว่ากกต.จะเป็นองค์กรอิสระ ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีคำสั่งดังกล่าวที่ประชุมคสช.เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการหารือร่วมกันและทุกคนก็เห็นด้วย

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของหัวหน้าคสช. กล่าวว่า กกต.ที่เหลืออีก 4 คน ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และไม่จำเป็นต้องเร่งรัดการสรรหา กกต.ชุดใหม่ คณะกรรมการสรรหายังคงดำเนินการตามกรอบเวลาเดิม

“แม้ว่าคำสั่ง คสช.จะใช้คำว่ายุติการปฏิบัติหน้าที่ แทนคำว่าปลดออก แต่ถือว่านายสมชัยพ้นจากหน้าที่ไปตั้งแต่วันที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.มีผลบังคับใช้ที่กำหนดให้เซตซีโร่ กกต.ชุดปัจจุบัน” ประธาน สนช.กล่าว

          สมชัยซบพีเน็ตจะพูดมากกว่าเดิม
ที่สำนักงาน กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้เดินทางมายังสำนักงาน กกต. เพื่อสะสางงานและเก็บของ หลังมีคำสั่ง คสช. ยุติการทำหน้าที่ กกต. โดยนายสมชัยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เพียงแต่อึดอัด เนื่องจากมีโทรศัพท์เข้ามาประมาณ 30-40 สาย ได้พยายามรับสายแต่รับได้ไม่หมด ส่วนตัวไม่มีอะไร นอนหลับฝันดี ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น โดยเฉพาะการเรียกร้องความยุติธรรม หลังจากนี้ก็ยังมีการทำงานทุกวัน ส่วนบทบาทการตรวจสอบการเลือกตั้งก็ยังจะทำต่อไป อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่าหลังจากพ้นการเป็น กกต. ก็จะไปทำงานที่มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) และหลังจากนี้การแสดงความคิดเห็นก็จะเต็มที่เหมือนเดิม และจะขยายขอบเขตได้มากขึ้น

“ยืนยันว่าพ้นจากตำแหน่งก็ไม่กระทบต่อการทำงานของ กกต. เพราะมี 4 คนก็ทำงานได้ และ กกต.ทุกคนก็มีความรู้ความสามารถ เพราะฉะนั้นโรดแม็พไม่เคลื่อนอยู่แล้วเพราะไม่มี กกต.สมชัย แต่มันขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ส่วนของที่จะมาเก็บมีจำนวนไม่มากเพราะได้ทยอยเก็บไปก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วันในการเก็บของ อย่างไรก็ตามการเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ กกต.ที่ถูกคำสั่งพิเศษปลดออกนั้นถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และไม่กลัวว่าจะถูก คสช.เพ่งเล็งในการแสดงความเห็น เพราะรู้ตัวว่าพูดอะไร ไม่เคยพูดสิ่งที่เป็นเท็จ หยาบคาย ปลุกระดม แต่นำเสนอข้อเท็จจริง” นายสมชัย กล่าว

เมื่อถามว่าคำสั่งที่ออกมาเหมือนเป็นการปรามองค์กรอิสระหรือผู้เห็นต่างกับ คสช.หรือไม่ นายสมชัย กล่าวเพียงว่า น้อมรับคำสั่ง และไม่ขอวิจารณ์ ซึ่งวันนี้มาเก็บของอย่างเดียว  หลังเก็บของเสร็จในวันศุกร์นี้ เวลา 15.00 น. จะเปิดใจอีกครั้ง ขณะนี้ขอเวลาไปเรียบเรียงเรื่องต่างๆ ให้แล้วเสร็จแล้วจะมาบอกให้ฟัง แต่เบื้องต้นภรรยาดีใจมากหลังทราบคำสั่ง เพราะก่อนหน้านี้อยากให้ยุติการทำหน้าที่ กกต.
ปัดยั่วคสช.สั่งปลดแต่ทำเพื่อบ้านเมือง

“ขอยืนยันว่าไม่เคยเดินเกมแสดงความเห็นเพื่อให้ คสช.มีคำสั่งปลด แต่คิดว่าสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อบ้านเมืองก็ทำไป ซึ่งไม่เคยคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ถือว่าเป็นการทำงานตามหน้าที่ ไม่เข้าข้างใคร” นายสมชัยยืนยัน

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนการสมัครตำแหน่งเลขาฯ กกต.นั้น คิดว่าคำสั่ง คสช.ไม่ได้มีผลทำให้ขาดคุณสมบัติในการสมัคร เพราะไม่ได้มีกฎหมายใดที่เขียนว่าการถูกคำสั่งให้ยุติการทำหน้าที่เป็นลักษณะต้องห้ามของการสมัคร รวมทั้งตนก็ไม่ได้ถอนตัว ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะตรวจสอบคุณสมบัติ และหากเห็นว่าตนมีคุณสมบัติครบก็จะประกาศให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อ กกต.ต่อไป แต่คิดว่าเมื่อมีคำสั่ง คสช.ออกมาในลักษณะนี้ ก็น่าจะสร้างความลำบากใจให้แก่ กกต.พอสมควร เพราะการพิจารณาถ้าหากจะเลือกเราก็เพราะมีวิสัยทัศน์มีประสบการณ์

เมื่อถามว่าจะมีโอกาสไปเล่นการเมืองหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า คงต้องประเมินตัวเองว่ามีประสบการณ์ในเรื่องอะไร มีความรู้อะไร และทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองในโอกาสใดบ้าง ซึ่งการทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ คงไม่ใช่อาชีพนักการเมืองเพียงอาชีพเดียวที่จะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้ แต่ยังมีอาชีพอื่นๆ คงต้องดูไป จึงขอดูก่อนว่าจะมีอาชีพอะไรที่จะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้ แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ตอบรับว่าจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ซึ่งตอนนี้เป็นได้ทุกอาชัพยกเว้นกรรมการองค์กรอิสระ เพราะกฎหมายกำหนดเป็นได้แค่ครั้งเดียว

          ปชป.หวั่นองค์กรอิสระอื่นแหยงรัฐ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การกระทำของคสช.ครั้งนี้กระทบต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระของประเทศไทยทุกองค์กร สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรอิสระอื่นๆ ก็มีโอกาสที่จะไม่เป็นองค์กรอิสระเช่นกัน ต่อไปนี้ประเทศไทยคงไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นต่างออกมา แบบนี้หรือไม่ที่เรียกว่าไทยนิยม

“ส่วนตัวยอมรับว่านายสมชัยมีบทบาทหน้าที่ใน กกต.เป็นอย่างมาก ในหลายๆ เรื่องถ้าย้อนกลับไปดู จะเห็นว่านายสมชัยพูดถูกมากกว่าผิด และพูดถูกมากกว่า คสช.ด้วยซ้ำ หลายครั้งผู้คนรู้จักหน้าที่ของ กกต.โดยการให้สัมภาษณ์ของนายสมชัย ที่เขาทำหน้าที่ตามกฎหมาย ฉะนั้น ผู้มีอำนาจต้องยอมรับความหลากหลายทางความคิดเห็น คนในสังคมจะให้ถอดแบบอย่าง เป็นอย่างเดียวกันคงเป็นไปไม่ได้” นายนิพิฏฐ์ กล่าวและย้ำว่า ผู้มีอำนาจต้องมีความเมตตา และอดทนยอมรับในความคิดเห็นที่หลากหลาย ถึงจะเป็นสังคมประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า แม้นายสมชัยจะให้สัมภาษณ์เยอะ แต่ถ้าเทียบมาตรฐานนี้กับบางคนในรัฐบาล เห็นว่าบางคนอาจจะมีปัญหามากกว่าแต่รัฐบาลกลับไม่ทำอะไรเลย จึงมองว่าการใช้มาตรา 44 ครั้งนี้ ขาดเหตุผลที่มีน้ำหนักพอสมควร

บก.ลายจุดชวนร่วมพรรคเกรียน
ที่สำนักงาน กกต. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด พร้อมกลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์ ได้ยื่นจดแจ้งจัดตั้ง “พรรคเกรียน” ถือเป็นพรรคลำดับที่ 68 ที่ยื่นขอจดแจ้ง ซึ่งขณะที่ทางกลุ่มกำลังจัดเตรียมเอกสาร นายสมชัยได้เดินเข้าไปทักทาย ซึ่งนายสมบัติได้ชวนให้เข้าร่วมพรรคเกรียน โดยให้เหตุผลว่า นายสมชัย มีคุณสมบัติเหมาะสมกับพรรคเกรียน ไม่เหมาะที่จะไปอยู่พรรคอื่น นายสมชัยได้ตอบสั้นๆ ว่า ไม่รีบเข้าพรรคการเมืองไหน ขอคิดก่อน

นายสมบัติ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า สัญลักษณ์พรรคเป็นรูปอักษร ก.ไก่ มีความหมายว่าเป็นตัวแรกของอักษรไทย ซึ่งมีหงอน 3 เส้นที่อยู่บนหัวนั้นคือ ความจริง ความดี และความงาม ปาก ก.ไก่เป็นสีเหลือง ส่วนชื่อพรรคเกรียนมีคนบอกว่าอาจจะมีปัญหา แต่ตนมองว่าไม่น่ามีปัญหา ไม่ขัดต่อกฎหมายแน่นอน เพราะเปิดพจนานุกรมแล้วคำว่าเกรียนมีความหมายว่า สั้น สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างไรก็ตามทางพรรคไม่ได้เตรียมชื่อสำรองไว้ ไม่รู้ว่าจะจดไม่ได้เพราะอะไร ถ้าจดไม่ได้ก็จะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง

สำหรับสโลแกนของพรรคคือเป็นผู้นำความบันเทิงสู่การเมืองไทย เพราะคิดว่าการเมืองไทยเครียดเกินไป และจะไม่เน้นหาเสียง แต่เน้นหาเรื่องนโยบาย  ที่ผ่านมาเปิดให้ผู้สนใจสมัครในเว็บไซต์ พบมีผู้สมัครแล้ว 505 คน

          พระราชทานแจกันดอกไม้วันเกิดนายกฯ
ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน พร้อมทั้งแจกันดอกไม้ประทานของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไปมอบแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 21 มีนาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ในช่วงเช้าได้มีตัวแทนข้าราชการ และผู้ปฎิบัติงานภายในทำเนียบรัฐบาล เข้าอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 64 ปี เป็นการภายใน โดยไม่เปิดให้สื่อมวลชนถ่ายภาพแต่อย่างใด

โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณและขอให้ร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติและบ้านเมือง ให้เกิดความสงบสุขต่อไป และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาล ดูแลความปลอดภัย โดยขออย่าให้เกิดเหตุการณ์ดังเช่นที่เคยผ่านมา

พร้อมกันนี้นายกฯ ได้มอบข้าวสารบรรจุถุง 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นพันธุ์ กข 43 มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะมีค่าน้ำตาลต่ำ ให้แก่ทุกคนที่เข้าร่วมอวยพร ขณะที่บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ทยอยเข้าอวยพรในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

แหล่งข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้นำเหล่าทัพอย่างเป็นกันเองว่า ดีใจที่ได้มาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะปกติเจอแต่ ผบ.เหล่าทัพ แต่วันนี้ ได้เจอครบทุกคน พวกเราทำงานกันมาอย่างเต็มที่เพื่อชาติบ้านเมือง และขอให้ทำงานกันต่อไปในฐานะที่เราดูแลความมั่นคง จึงต้องทำให้ประเทศสงบเรียบร้อย เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง

          บิ๊กตู่บอกฝ่ายมั่นคงเคียงข้างรัฐบาล
“วันนี้เป็นวันเกิดของผม มีคณะกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ขอมาอวยพร แต่ผมได้แต่ขอบคุณและบอกไม่ต้องมา แต่สำหรับฝ่ายความมั่นคงและกองทัพแล้ว ผมต้องให้มา เพราะเราทำงานร่วมกันมาอย่างเต็มที่ และขอให้ช่วยกันทำงานเช่นนี้ตลอดไป” แหล่งข่าวอ้างคำพูด พล.อ.ประยุทธ์

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวแสดงความเป็นห่วงการทำงานของตำรวจ เพราะมีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงขอให้ช่วยกันดูแล รวมเน้นในเรื่องการปฏิรูป ซึ่งไม่ได้เจาะจงว่าแค่ปฏิรูปตำรวจเท่านั้น แต่เป็นการปฏิรูปทุกอย่าง โดยต้องช่วยกันทำให้เป็นจริง และการปฏิรูปต้องยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้ส่งไลน์อวยพรนายกฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าว่า ขอให้นายกฯ มีความสุข ซึ่งนายกฯ ก็ได้ตอบกลับ มาว่า ขอบคุณครับ อย่างไรก็ตามปกตินายกฯ ไม่ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิด แม้ในกลุ่มเพื่อนสนิทและปีนี้ก็เช่นกัน ส่วนใหญ่จะอวยพรทางไลน์และส่งการ์ดอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา ได้นำแจกันดอกไม้ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนามาร่วมอวยพรวันเกิดนายกฯ ด้วยเช่นกัน

          “วิษณุ”โยนสนช.ยื่นตีความเอง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ระบุว่า ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ถึงนายกรัฐมนตรี แล้ว จะมีการพิจารณาว่าจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ ว่า นายกฯ ระบุไปแล้วว่าไม่ใช่หน้าที่ แล้วตนจะพูดอะไรได้ และไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)ยังไม่ได้รายงานให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ทราบ และกฎหมายดังกล่าวสนช.สามารถยื่นตีความได้เองซึ่งเขาตัดสินใจแล้วว่าจะยื่นเพียงร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. เพราะเห็นว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หากมีปัญหาขึ้นมา จึงตัดไฟแต่ต้นลม

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า ที่ไม่ยื่นร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เป็นเพราะว่าหากมีคนร้องในวันหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องเดือดร้อนจนต้องตัดไฟก่อน เนื่องจากมีประเด็นที่เป็นปัญหา 2 มาตราคือ เรื่องที่เกี่ยวกับการตัดสิทธิไม่สามารถเป็นข้าราชการการเมืองได้หากไม่ไปเลือกตั้ง แล้วมีการสงสัยกันจนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลระบุว่าขัดก็เลิกมาตรานี้ไป คนที่ถูกตัดสิทธิก็กลับมาเป็นข้าราชการการเมืองได้ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และแทบจะไม่ต้องแก้กฎหมายเลยสักคำ เพราะขัดกันจริงก็เอามาตรานี้ออกก็จบ

ส่วนอีกมาตราคือที่เกี่ยวกับการลงทะเบียนแทนผู้พิการ เมื่อดูแล้วไม่ได้ระบุว่าให้กาบัตรแทนคนพิการแต่ต้องมีมาตรการในการช่วยเหลือ ซึ่งกกต.ชี้แจงแล้วว่ามีวิธีแล้วว่าจะทำอย่างไรให้คนไปช่วยไม่รู้ว่าเลือกใคร ทำให้ความลับยังมีอยู่ แต่สมมุติว่าถ้าศาลตัดสินว่าขัดรัฐธรรมนูญก็เอามาตรานี้ออกก็ไม่ส่งผลกระทบถึงขนาดทำให้คะแนนเสีย เพราะคนมาลงคะแนนเป็นล้านคน แต่มีผู้พิการกาบัตรไม่ได้ไม่กี่คน
เหน็บนายกฯไม่ใช่ไปรษณีย์

เมื่อถามว่าหากสามารถตัดมาตราที่ขัดออกตามที่ศาลให้ตัดได้แล้ว ทำไมสนช.ไม่ยื่นเองแต่กลับมาโยนให้รัฐบาลอีกรอบ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ เพราะไม่ได้เป็นสนช.และวิปสนช. และถ้าใครเห็นว่าควรจะยื่นก่อนที่กฎหมายประกาศใช้ก็ช่วยบอกมาที่รัฐบาล หรือถ้าไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่าเป็นแผนถ่วงเรื่อง ประวิงเวลา สิ่งเหล่านี้รัฐบาลมองอยู่ ถึงบอกว่าถ้ารัฐบาลเฉยไม่ยื่นก็รบเร้าให้ยื่นจะได้ชัดเจน แต่พอจะยื่นก็มาบอกว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดอีก เรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่คนมอง ซึ่งคนที่มองเก่งๆ ก็มี แต่ตนมองไม่ถูก เพราะวิชามารไม่ถนัด

“เมื่อสนช.ส่งมาแล้วเราได้รับก็จะต้องหารือกัน และสอบถามไปที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ว่าจะยืนยันอย่างไร และถามสนช.ว่าเหตุใดจึงไม่ยื่นเองและคุยในรัฐบาลอีกครั้ง ในกฎหมายเขียนไว้แล้วว่าคนที่จะยื่นได้มีเพียงสนช.และนายกฯ แต่นายกฯ ไม่ใช่ไปรษณีย์ เมื่อได้รับมาแล้วยื่นเองแปลว่านายกฯ สงสัย แต่ถ้าสนช.ยื่นแสดงว่าสมาชิกสงสัย ดังนั้นอยู่ที่ว่าใครสงสัย คุณจะเอาความสงสัยของคุณมาฝากให้นายกฯช่วยสงสัยไม่ได้” นายวิษณุระบุ

เมื่อถามว่าในกรณีที่ สนช.ต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ยื่น แต่หากนายกฯ ไม่สงสัยก็เป็นไปได้ที่นายกฯ จะไม่ยื่น นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ถูกแล้ว เมื่อถามย้ำว่าหากไม่ยื่นตีความแล้วเกิดกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับมีปัญหาในอนาคตจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้นายพรเพชร ประธานสนช.แถลงชัดเจนแล้ว

          ชพน.หนุนยื่นตีความพ.ร.ป.ทั้ง2ฉบับ
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับ มีความสำคัญยิ่งต่อการเลือกตั้งและองค์ประกอบทางการเมืองในรัฐสภา ถ้าใช้เวลาในการวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่นานนัก และไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโรดแม็พการเลือกตั้ง ก็น่าที่จะพิจารณานำประเด็นต่างๆ ที่ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายมีความเป็นห่วงว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัยให้ได้ข้อยุติ ก่อนที่ พ.ร.ป.จะมีผลใช้บังคับเพื่อมิให้เกิดความเสียหายในภายภาคหน้าต่อการดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องภายใต้ พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับ

“ยังจะเป็นการสร้างความยอมรับและโปร่งใสในกระบวนการของกฎหมายที่สำคัญยิ่งต่อบ้านเมืองที่จะมีผลใช้บังคับ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าถูกต้องก็เดินหน้าต่อ แต่ถ้าขัดรัฐธรรมนูญประเด็นไหน ก็จะได้มีเวลาเพียงพอที่จะรีบแก้ไขตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่กระทบต่อโรดแม็พเลือกตั้ง ส่วนจะเป็นหน้าที่ของใครในการดำเนินการนั้น ก็ควรจะเป็นไปตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญที่กำหนด” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล่าว
ไม่ยื่นพ.ร.ป.ส.ส.-โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่ 1 กล่าวว่า สาเหตุที่สมาชิกสนช.ไม่เข้าชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เนื่องจากสนช.ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าไม่ได้มีประเด็นปัญหาที่สมควรจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแต่อย่างใด สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายมองควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีด้วยกัน 2 เรื่อง ได้แก่ 1.การช่วยเหลือคนพิการในการออกเสียงลงคะแนน และ 2.การตัดสิทธิไม่ให้ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้สนช.เห็นว่าไม่ใช่ถ้อยคำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เพราะอย่างในกรณีของการช่วยเหลือคนพิการนั้น สนช.มองว่าเป็นแต่เพียงการให้ความช่วยเหลือเท่านั้น ไม่ได้เป็นการลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ที่สำคัญการที่เจ้าหน้าที่จะให้ความช่วยเหลือในลักษณะดังกล่าวได้จะต้องมาจากความสมัครใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย ส่วนการตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งข้าราชการเมืองเป็นการตัดสิทธิเฉพาะบุคคลเท่านั้น ไม่ใช่การตัดสิทธิบุคคลเป็นการทั่วไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการยื่นตีความหลังการเลือกตั้งจะมีปัญหาหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย หากมีบุคคลยื่นเรื่องไปให้ แต่พอสนช.ไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคนไม่เห็นด้วย แต่ถ้าสนช.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญก็ถูกคนมองว่าสมคบคิดเพื่อยื้อเลือกตั้งอีก ยืนยันว่าการที่สนช.ไม่ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญไปนั้นเพราะไม่มีประเด็นที่ควรจะยื่นให้ตีความเท่านั้น สนช.จึงยื่นเฉพาะกฎหมาย ส.ว.

          เต้นติงนายกฯอย่าสร้างเงื่อนไขใหม่
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้ิอ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ถ้านายกฯ จะเชิญพรรคการเมืองพูดคุยช่วงเดือนมิถุนายนก่อนกำหนดวันเลือกตั้งจริงก็ทำได้ ส่วนพรรคการเมืองจะไปหรือไม่ย่อมถือเป็นสิทธิ์ เพราะไม่ใช่วาระที่บัญญัติไว้เป็นกฎหมาย และไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขถึงขั้นถ้าไม่ไปก็กำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้ ตามกรอบเวลาช่วงดังกล่าวกำลังจะปลดล็อกพรรคการเมือง จึงไม่ควรมีบรรยากาศการใช้อำนาจหรือกดดันใดๆ เพื่อให้ทุกพรรคทุกฝ่ายมีอิสระในการเตรียมตัวลงสนามภายใต้กติกาใหม่อย่างเต็มที่

“ถ้าจะมีพรรคไหนเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งก็น่าจะเป็นพรรคเดียวที่ต้องอธิบายแนวคิดทุกแง่มุมให้ พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบเพื่อพิจารณา แต่สำหรับพรรคอื่นไม่แน่ว่า จะต้องเป็นคู่แข่งกันในสนามเลือกตั้ง หรือคู่ชิงตอนตั้งนายกฯ คนในกับคนนอก และการไปพูดเรื่องแนวคิดการทำงานต่างๆ จะมีปัญหาเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากฝ่ายผู้มีอำนาจต้องการหลักประกันว่า ทุกพรรคจะเดินตามแนวทางที่วางไว้ กติกาทั้งหลายที่ร่างมาและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็น่าจะเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเค้นคอให้พูดอะไรอีก แต่เชื่อว่า จะมีหลายพรรคกำหนดยุทธศาสตร์ความสำเร็จในการเลือกตั้งโดยการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ต่างกับรัฐบาลนี้ ซึ่งถ้าแนวทางดังกล่าวได้รับการตอบรับจากคนส่วนใหญ่จริง ทุกฝ่ายก็ไม่ควรฝืนมติประชาชน ยุทธศาสตร์ 20 ปีก็อาจต้องทบทวนด้วย
นายกฯลงพื้นที่ตรวจหนองบัวลำภู

พ.อ.หญิงทักษดา สังข์จันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะมีกำหนดการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ จ.หนองบัวลำภู ในวันที่ 22 มีนาคม เพื่อพบปะประชาชนและติดตามการแก้ไขปัญหาความยากจนในภาคการเกษตรเชิงบูรณาการตามแนวทางศาสตร์พระราชา ได้แก่ การพัฒนาเกษตรปลอดภัย สู่เกษตรอินทรีย์เพื่อลดปัญหาสุขภาพจากสารเคมีตกค้างและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนโดยใช้เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณประโยชน์แบบมีส่วนร่วม การสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมือง และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ่านนวัตกรรมจนได้ผ้าที่มีคุณภาพชั้นเยี่ยม ไม่มีสารเคมีตกค้างได้รับการยอมรับทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ กำหนดการเวลา 07.00 น. ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี และเดินทางต่อไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมือง เพื่อพบปะประชาชนและเป็นสักขีพยานในการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ผู้แทนประชาชน พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย และทำพิธีเปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโพธิ์ศรีสำราญ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ พลังงานทดแทน ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรและแปลงปลูกผักอินทรีย์

ส่วนช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ รับฟังการนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานของเครือข่าย เยี่ยมชมร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีจะร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านตามโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ประมาณ 300 คน ต่อจากนั้นเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ด้านหัตถกรรม และสินค้าโอท็อป เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เวลา 17.00 น.เดินทางกลับกรุงเทพฯ

ร้องสนช.ล้มสรรหากสทช.ขัดก.ม.
ที่รัฐสภา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 เพื่อขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บางรายก่อนที่สนช.จะพิจารณาคัดเลือกต่อไป

เอกสารที่นายศรีสุวรรณได้ยื่นให้นายสุรชัยได้บรรยายถึงความไม่ถูกต้องของการคัดเลือกกรรมการกสทช.ไว้ 2 กรณี กรณีที่ 1 ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกบางรายมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ไม่เป็นไปตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ที่กำหนดว่ากรรมกการกสทช.ต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือนิติบุคคลอื่นใดบรรดาที่ประกอบธุรกิจด้านกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ในระยะเวลา 1 ปีก่อนได้รับการคัดเลือก

จากการตรวจสอบพบว่าสำนักงานกสทช.ได้เป็นผู้ประกอบกิจการสถานีวิทยุ 1 ปณ. ซึ่งเป็นการประกอบกิจการทางธุรกิจ ทำให้ผู้บริหาร ที่ปรึกษา หรือพนักงานของสำนักงานกสทช.มีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการกสทช.ตามมาตรา 7 ข. (12) ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โดยในบรรดาผู้ที่การพิจารณาของกรรมการสรรหากสทช.ปรากฎชื่อบุคคลดังกล่าว ดังนี้ 1.พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการกสทช. 2.นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการกสทช. 3.นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการกสทช. และ4.นายวรรณชัย สุวรรณกาญจน์ ที่ปรึกษากสทช. จึงเห็นสมควรให้มีการแก้ไขกระบวนการและผลการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎหมายก่อนที่สนช.จะพิจารณาในชั้นต่อไป

กรณีที่ 2 มีผู้ได้รับการสรรหาด้านคุ้มครองผู้บริโภคหรือสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จำนวน 2 คน คือ 1.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี และ 2.นายวรรณชัย สุวรรณกาญจน์ โดยทราบว่าใน

เด้ง !! ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317360

เด้ง !! ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย

ข่าวการเมือง,เด้ง,นายกฯ,ผู้ว่าการ,การยางแห่งประเทศไทย,ธีธัช สุขสะอาด

สั่ง ‘ธีธัช สุขสะอาด’ ไปปฏิบัติหน้าที่ จนท.ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์จากการยางแห่งประเทศไทย และยังไม่พ้นจากตำแหน่งเดิม

 

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4 / 2561 เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลและหน้าที่รับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพของงานและแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของการยางแห่งประเทศไทย

 

 

เด้ง !! ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย