ระเบิดความมันส์ต้อนรับปีใหม่ กับ TBC ‘THE BANGKOK COUNTDOWN’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/307715

ระเบิดความมันส์ต้อนรับปีใหม่ กับ TBC ‘THE BANGKOK COUNTDOWN’

ระเบิดความมันส์ต้อนรับปีใหม่ กับ TBC ‘THE BANGKOK COUNTDOWN’

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.00 น.

กลับมาระเบิดความมันส์พร้อมเติมความสุขแบบคูลๆ เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างมีสไตล์กับ TBC ‘THE BANGKOK COUNTDOWN FESTIVAL’ เอาใจชาว EDM เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในค่ำคืนวันที่ 30 และ 31 ธันวาคมนี้ ณ Live Park ถนนพระรามเก้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานที่รวบรวมกองทัพดีเจ EDM ชื่อดังระดับโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมารวมกว่า10 ชีวิต

พบกับ Afrojack ดีเจชื่อดังชาวฮอลแลนด์ ติดอันดับที่ 8 ของโลก จากการจัดอันดับของ DJ Mag Top 100 ในปี 2017 และเคยขึ้นเล่นบนเวทีของงานเฟสติวัลระดับโลกมากมาย อย่าง Ultra, Tomorrowland, EDC, Balaton Sound และ Untold เป็นต้น, Chris Lake หนึ่งในดีเจจาก OWSLA เจ้าพ่อเพลงแนว House จากค่ายเพลงอันดับต้นๆ ของอเมริกา, Lookasดีเจดาวรุ่งติด Top 10 ดีเจที่น่าจับตามองจาก billboard.com,Feelดีเจ Tranceอันดับหนึ่งจากรัสเซีย, Riot Ten ดีเจแนว Trap และ Dubstep และที่ขาดไม่ได้ในคืนเค้าดาวน์ยังมีดีเจชื่อดังอย่าง Knife Party ที่ชาวไทยรอคอยมาร่วมสร้างความมันส์แบบข้ามปี พร้อมกองทัพดีเจที่มาสมทบความมันส์ให้สุดๆ อย่าง KUTSKI , QUENTIN MOSIMANN , WIWEK และ MARK SIXMA อีกด้วยนอกจากจะสนุกไปกับเพลงระดับอินเตอร์แล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับซุ้มร้านอาหารชื่อดังที่มาให้บริการถึงที่กว่าสิบร้าน เรียกได้ว่า เป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับวงการเฟสติวัลเค้าดาวน์ที่ไม่ซ้ำแบบใครอย่างแน่นอน

จำหน่ายบัตรที่ http://www.TheBangkokCountdown.com ในราคาตั้งแต่ 1,500 – 2,500 บาทหรือติดตามข่าวสารของงานได้ที่ Facebook : @TheBangkokCountdown*ผู้ร่วมงาน TBC The Bangkok Countdown ต้องมีอายุขั่นต่ำ 20 ปีบริบูรณ์

สอบวินัยร้ายแรง “2 บิ๊ก พม.” เอี่ยวปล้นคนจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318634

สอบวินัยร้ายแรง “2 บิ๊ก พม.” เอี่ยวปล้นคนจน

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โกงเงินคนจน,2 บิ๊ก พม,2 บิ๊กกระทรวง พม,พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ,พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์

สอบวินัยร้ายแรง “2 บิ๊ก พม.” เอี่ยวปล้นคนจน

          ความคืบหน้ากรณี“โกงเงินคนจน” ซึ่งก็คือการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ กระทรวง พม. ล่าสุดผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นของกระทรวง พม.คลอดออกมาแล้ว พบว่าข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึง “บิ๊กกระทรวง พม. 2 คน” ทั้งปลัดและรองปลัดกระทรวง มีมูล จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงต่อทันที พร้อมขีดเส้นให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

         “2 บิ๊กกระทรวง พม.” ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง คือ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวง และ นายณรงค์ คงคำ รองปลัด ซึ่งเคยเป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการด้วย โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองถูก “นายกฯลุงตู่” สั่งย้ายออกจากตำแหน่ง ให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีมาแล้ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวง พม. กล่าวว่า ผลสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูล จึงต้องสอบวินัยต่อไป โดยรัฐมนตรี พม. พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ จะส่งรายงานการสอบสวนฉบับสมบูรณ์มาให้ในวันที่ 2 เมษายน 2561 คือวันจันทร์หน้าด้าน

ด้านพลเอกอนันตพร กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวง แต่งตั้งคณะกรรมสอบวินัยร้ายแรงไปแล้ว โดยผู้ถูกสอบวินัยมี 26 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้บริหารระดับสูง 2.กลุ่มผู้ปฏิบัติงาน และ 3.ผู้เกี่ยวข้อง สาเหตุที่มีการพาดพิงไปถึงปลัดและรองปลัดกระทรวง เพราะมีพยานยืนยันว่าเป็นผู้นำเงินไปส่งให้ ซึ่งต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไปว่าเป็นเงินสด หรือส่งผ่านบัญชี

สำหรับคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย มี ดอกเตอร์ สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธาน ถือว่าเป็นคนนอกกระทรวง และนโยบายของตนคืออยากสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

โกงเงิน “คนไร้ที่พึ่ง” ซัดทอด ไม่ถึงรัฐมนตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318623

โกงเงิน “คนไร้ที่พึ่ง” ซัดทอด ไม่ถึงรัฐมนตรี

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พม,คนจน,สาวไม่ถึงรมต

“รมว.พม.”เผยโกงเงิน “คนไร้ที่พึ่ง” ซัดทอด ไม่ถึงรัฐมนตรี ย้ำปลัด-รองปลัด พม.ต้องล้างข้อกล่าวหาให้ได้ ระบุสั่งพักราชการ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจ.ขอนแก่น

          30 มี.ค.2561 – พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า วันนี้ได้มารายงานข้อมูลความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวน การทุจริตเงินคนจน กับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยคณะกรรมการได้รายงานผลการสอบสวนตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา และเมื่อวานนี้ ตนเองได้เซนต์ลงนามในคำสั่งและมอบหมายตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และตั้งกรรมการสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีการรายงานในข้อเท็จจริง จำนวน 26 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้บริการระดับสูง ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง

        พล.อ.อนันตพร ระบุว่าหากผู้ใดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นข้อเท็จจริง จะกันไว้เป็นพยานเพื่อให้โทษหนักเป็นเบา แม้ว่าจะมีรายชื่ออยู่ในการสอบสวนก็ตาม จึงอยากให้ทุกคนร่วมมือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และลงโทษตามเหตุแห่งโทษ ซึ่งขั้นตอนต่อไปอยู่ที่กรรมการจะทำหน้าที่สอบต่อว่าใครเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด

        ส่วนปลัดและรองปลัด พม. จะถูกกันไว้เป็นพยานหรือไม่นั้น พล.อ.อนันตพร กล่าวว่าคงกันไว้เป็นพยานยากเพราะเป็นผู้บริหารระดับสูง แต่จะต้องล้างข้อกล่าวหาด้วยตนเองให้ได้ว่าไม่ผิดเพราะอะไร เพราะที่ผ่านมามีการซักทอด และอ้างว่ามีการส่งเงินให้ผู้บริหาร จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องแก้ข้อกล่าวหาว่าไม่ได้รับเงิน หรือสั่งให้ส่งเงิน ส่วนประธานคณะกรรมการสอบสวนนั้นมาจากกระทรวงศึกษาธิการ ระดับเลขาคณะกรรมการอุดมศึกษา ซึ่งได้ลงนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เร่งรัดให้สอบสวนให้เสร็จก่อน 30 วัน

       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกด้วยว่าส่วนจะซัดทอดถึงระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหรือไม่นั้น เบื้องต้นยังไม่มีความเชื่อมโยง เพราะอำนาจจบแค่อธิบดี ไม่ถึงปลัดกระทรวงด้วยซ้ำ แต่ปลัดกระทรวงถือว่ามีอำนาจในการบริหาร เรื่องการกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม การดำเนินการ ถือว่าอยู่ในขั้นของข้าราชการประจำ รัฐมนตรีดูในระดับนโยบาย หากจะให้รัฐมนตรีรับผิดชอบก็พูดได้ เพราะมีส่วนด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่เรื่องจะโยงถึงแค่อธิบดี ซึ่งวันนี้ได้รายงานให้รองนายกรัฐมนตรีทราบ และจากนี้รองนายกรัฐมนตรีจะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีให้รับทราบต่อไป

       ด้าน นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ว่าที่ผ่านมาได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และลงพื้นที่สอบสวนโดยคณะกรรมการฯ พบว่ามีมูลตามข้อกล่าวหา โดยมีการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ไม่เป็นไปตามระเบียบฯ เบิกจ่ายซ้ำซ้อน จัดทำเอกสารเท็จเพื่อเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ ซึ่งเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ มีโทษถึงขั้นไล่ออกหรือปลดออก

       ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมพิจารณาข้อเท็จจริง และคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาเพื่อพิจารณาโทษตามกระบวนการ ซึ่งทางคณะกรรมการฯ จะพิจารณาโทษทางวินัยกรณีดังกล่าวโดยเร็ว หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

‘ฉัตรชัย’ เผยคกก.สอบ ‘ปลัด-รองปลัด’ โกงเงินคนจนตามกระบวนการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318614

‘ฉัตรชัย’ เผยคกก.สอบ ‘ปลัด-รองปลัด’ โกงเงินคนจนตามกระบวนการ

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พลอฉัตรชัย กล่าว,โกงเงินคนจน,2เมษา รับข้อมูล,ไม่ใช่เชือดไก่ให้ลิงดู,รมตพม

“พล.อ.ฉัตรชัย” เผยคกก. สอบปลัด-รองปลัด โกงเงินคนจน ยันตรวจสอบตามกระบวนการ ไม่ใช่เชือดไก่ให้ลิงดู คาดได้รับข้อมูลทั้งหมด 2 เม.ย.นี้

 

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2561- ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตเงินคนจน ว่า ทางพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะสรุปและรวบรวมข้อมูลส่งเป็นเอกสารให้ตนทราบในวันจันทร์ที่ 2 เม.ย.นี้

 

โดยเบื้องต้นทราบจากการรายงานเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า จะตั้งกรรมการสอบวินัย นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดและ นายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม.เนื่องจากการสอบในเบื้องต้นพบว่ามีมูล จึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อถามว่า ว่าการตรวจสอบเป็นไปตามกรอบที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดไว้ว่าต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วันหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า เป็นไปตามนั้น ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค. นี้

 

เมื่อถามต่อไปว่าคณะกรรมการที่จะสอบสวนต้องเป็นบุคคลที่มีระดับสูงกว่าบุคคลที่ถูกตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ชัยกล่าวว่า ปกติก็ปฏิบัติเช่นนั้นอยู่แล้ว คือ บุคคลที่ตรวจสอบต้องมีระดับที่สูงกว่า อาจจะมีจากสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานอื่นเข้าไปร่วมดำเนินการ ทั้งนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน ต้องรอรายงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากรมว.พม. คาดว่าในวันจันทร์ที่ 2 เม.ย.นี้จะเห็นรายละเอียดดังกล่าวที่มีการเชื่อมโยงไปถึงบุคคลต่างๆ

 

เมื่อถามอีกว่า จะมีการออกคำสั่งอะไรเป็นพิเศษเพื่อดำเนินการกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องนั้นคงไม่ต้อง เพราะมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว โดยการดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาเป็นรอบๆไป ผ่านกระบวนการตรวจสอบในแต่ละขั้น ต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ คิดว่าจะมีการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเป็นระยะ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีผู้อำนวยการโรงเรียนอีกหลายแห่งเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ต้องรอให้รมว.พม.รายงานมา และการดำเนินการตรวจสอบไม่ใช่การเชือดไก่ให้ลิงดู แต่เป็นไปตามขั้นตอน เมื่อพบว่ามีมูลก็ต้องตรวจสอบหาผู้กระทำผิด

 

“อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่ได้รายงานเรื่องนี้ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รับทราบ เนื่องจาก ควรจะให้ครบกำหนดเวลาการตรวจสอบและมีการรายงานจากรมว.พม.ก่อน จากนั้นจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป “พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

“ภูมิใจไทย” ชู “อนุทิน” นั่งนายกฯ ยัน ไม่เอานายกฯคนนอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318134

“ภูมิใจไทย” ชู “อนุทิน” นั่งนายกฯ ยัน ไม่เอานายกฯคนนอก

ศุภชัย ใจสมุทร,ภูมิใจไทย,อนุทิน,นายกฯ

“ภูมิใจไทย” ชู “อนุทิน” นั่งนายกฯ ยัน ไม่เอานายกฯคนนอก ชี้ พรรคการเมือง พร้อมเลือกตั้ง

 

28 มี.ค.61 ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองว่า วันนี้จะมารับฟังการชี้แจงจาก กกต. ในประเด็นต่างๆ ที่พรรคการเมืองจะปฏิบัติต่อไป โดยเชื่อว่า ในหลายๆ ข้อสงสัยทาง กกต.จะมีการชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ เช่น เรื่องสมาชิกพรรค การชำระเงิน หรือเรื่องการสมัครสมาชิกผ่านทางออนไลน์

ทั้งนี้มองว่า บรรยากาศที่พรรคการเมืองมาร่วมการประชุมวันนี้ ถือว่าแต่ละพรรคมีความพร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 10 จะมีการทำบุญพรรคในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งในนามพรรคยังเชื่อมั่นว่า จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ เพราะเชื่อมั่นในการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะเดินหน้าประเทศไปสู่การเลือกตั้ง และเชื่อว่าทุกฝ่ายจะช่วยกันไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมพที่วางไว้

นอกจากนี้พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง และยืนยันจะเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยไม่มีแนวคิดจะเสนอนายกรัฐมนตรีคนนอก อย่างเช่น พล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด และเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง และคงเห็นบรรยากาศจะรวมกลุ่มพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนจะมีการเสนอนายกฯคนในหรือคนนอกนั้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้แล้ว จึงฝากให้ทุกฝ่ายร่วมด้วยช่วยกันในการสร้างบ้านเมืองและทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ด้วยการกลับสู่การเลือกตั้งต่อไป

หารือนอกรอบเคลียร์ปมสมาชิกพรรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318131

หารือนอกรอบเคลียร์ปมสมาชิกพรรค

ข่าวการเมือง,พรรคการเมือง,การดำเนินกิจการ,เพื่อไทย,ประชาธิปัตย์,ชาติไทยพัฒนา

ตัวแทนพรรคการเมือง หารือ กกต. นอกรอบ เคลียร์ปมสมาชิกพรรค

               ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยตัวแทนจากพรรคดังกล่าวเข้าหารือนอกรอบกับ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อทำความเข้าใจต่อข้อกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 140 และ มาตรา 141 ว่าด้วยการยืนยันสมาชิกพรรคการเมือง ภายใน 30 วัน และการสิ้นสมาชิกภาพสมาชิกเมื่อพ้น 30 วัน

ทั้งนี้ นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เข้าฟังการหารือ ระบุว่า นายศุภชัยไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ เพราะเขายืนยันในประเด็นที่ได้รับการยืนยันจาก คสช. ว่า สมาชิกภาพจะต้องยืนยันให้เสร็จภายใน 30 วัน หากพ้นไปถือว่าสิ้นสมาชิกภาพ และต้องหาสมาชิกใหม่ ทั้งนี้ มาตราทั้ง 2 ถือว่าเป็นข้อกฎหมายที่ขัดแย้งกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมดังกล่าวมีตัวแทนจากพรรคการเมือง ทั้งสิ้น 55 พรรค โดยในภาคเช้าจะเป็นการทำความเข้าใจทั่วไปของหลักการของกฎหมายจาก กกต. ขณะที่พรรคการเมืองเตรียมซักถามประเด็นข้อกฎหมาย และการผ่อนผันให้ใช้ระบบยืนยันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

หารือนอกรอบเคลียร์ปมสมาชิกพรรค

หารือนอกรอบเคลียร์ปมสมาชิกพรรค

หารือนอกรอบเคลียร์ปมสมาชิกพรรค

หารือนอกรอบเคลียร์ปมสมาชิกพรรค

หารือนอกรอบเคลียร์ปมสมาชิกพรรค

 

‘พรเพชร’ หารือ ‘ประยุทธ์’ ปมส่ง ก.ม.ลูก ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317977

‘พรเพชร’ หารือ ‘ประยุทธ์’ ปมส่ง ก.ม.ลูก ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญ

ข่าวการเมือง,พรเพชร,บิ๊กตู่,ประยุทธ์,คสช,ม44,ศาลรัฐธรรมนูญ,พรป,สส

“พรเพชร” เข้าทำเนียบ คาดหารือ “บิ๊กตู่” ส่ง ก.ม.ลูก ส.ส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

 

27 มี.ค. 61 – เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  วันนี้มีการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ซึ่งมีวาระพิจารณาการใช้ ม.44 เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยการพักชำระหนี้ 3 ปี และมาตรการอื่นๆ

มีรายงานอีกว่า ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เดินทางมายังตึกบัญชาการ 1 ด้วย ซึ่งคาดว่ามาหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ และฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล หลังจากที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงท่าทีว่าต้องการให้ทาง สนช.ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง

'พรเพชร' หารือ 'ประยุทธ์' ปมส่ง ก.ม.ลูก ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญ

'พรเพชร' หารือ 'ประยุทธ์' ปมส่ง ก.ม.ลูก ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญ

 

“ปิยะบุตร” ซัด “สนธิญา” จินตนาการเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317980

“ปิยะบุตร” ซัด “สนธิญา” จินตนาการเอง

ปิยบุตร แสงกนกกุล,พรรคอนาคตใหม่,แก้ไข,ม112,จินตนาการ,สนธิญา,นโยบาย,ข้อบังคับ,แตกแยก,ร่วมรณรงค์

“ปิยบุตร” ยันการร่วมรณรงค์แก้ไข ม.112 เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรคอนาคตใหม่ ซัด “สนธิญา” จินตนาการเองกล่าวหา อนาคตใหม่ มีข้อบังคับต้องห้ามตาม ม.14

27 มี.ค. 61 – นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมยื่นคำขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Piyabutr Saengkanokkul โดยได้ระบุถึงคำชี้แจง นายสนธิญา สวัสดี สมาพันธ์ประชาชนตรวจสอบรัฐไทย (สปท.) ยื่นเรื่องให้ประธานกรรมการการเลือกตั้ง หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาการขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ว่า

จากกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ยื่นเรื่องให้ประธานกกต.หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาว่าการขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่นั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยกล่าวอ้างถึงผมและกรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผมขอเรียนชี้แจง ดังนี้

1.ในการขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้ถามผมเกี่ยวกับกรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และผมได้ตอบว่า ผมได้ร่วมกับเพื่อนนักวิชาการและประชาชนในชื่อ “คณะรณรงค์แก้ไข ม.112” ผลักดันให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อต้นปี 2555 โดยผมเห็นว่า การแก้ไขในกรณีนี้จะทำให้บุคคลไม่อาจนำมาตรา 112 มาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกัน ป้องกันมิให้บุคคลใดแอบอ้างนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ทำลายล้างกัน แก้ไขอัตราโทษให้ได้สัดส่วนกับการกระทำความผิด ทั้งนี้ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่อย่างมั่นคง อย่างทรงพระเกียรติยศ ทันสมัย และสอดคล้องกับประชาธิปไตย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีเพียงคณะรณรงค์แก้ไข ม.112 เท่านั้นที่เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายนี้ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งมี ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธาน ก็ได้เสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นอกจากนี้ยังมีปัญญาชนสาธารณะ บุคคลผู้มีชื่อเสียงทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายก้าวหน้า ได้แสดงความเห็นให้มีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอีกหลายครั้งด้วย ในปัจจุบัน เราเห็นการปรับตัวของหน่วยงานของรัฐต่างๆเกี่ยวกับการนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ เช่น การกำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่งฟ้องคดีความผิดตามมาตรา 112 การปล่อยตัวชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยในความผิดตามมาตรา 112 การยกฟ้องคดีความผิดตามมาตรา 112 ในบางกรณี ฯลฯ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่มีแต่ผมและคณะรณรงค์แก้ไข ม.112 เท่านั้น แม้แต่หน่วยงานของรัฐเองก็ยังเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไข มาตรา 112 หรือปรับปรุงการบังคับใช้มาตรา 112 ให้ยุติธรรมมากขึ้น

2.การร่วมรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของผม เป็นการกระทำและความเห็นส่วนตนของผมซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้า ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่แต่อย่างใด ความเห็นส่วนตนของผมจึงไม่ใช่นโยบายของพรรค และไม่ใช่คำประกาศอุดมการณ์ของพรรค ในอนาคต เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งรับจดทะเบียนให้พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองแล้ว พรรคอนาคตใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องผูกพันกับความคิดของผม พรรคการเมืองมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกออกต่างหากจากสมาชิกพรรค ความคิดเห็นส่วนตนของผม จึงต้องแยกออกจากความคิด วัตถุประสงค์ และนโยบายของพรรค การนำความเห็นส่วนตนของผมไปตีขลุมเอาเองว่าเป็นความคิดของพรรคอนาคตใหม่ ย่อมไม่เป็นธรรมต่อพรรคอนาคตใหม่ สมาชิกพรรค และประชาชนผู้สนับสนุนพรรค

ณ เวลานี้ การดำเนินการเพื่อจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ยังอยู่ในขั้นตอนยื่นคำขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 18 เท่านั้น ยังไม่มีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นตามระบบกฎหมาย เมื่อพรรคอนาคตใหม่ยังไม่เกิดขึ้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการประชุมพรรค และจัดทำข้อบังคับพรรค กำหนดคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค และนโยบายของพรรคได้ ดังนั้นที่นายสนธิญา กล่าวอ้างว่า พรรคอนาคตใหม่มีข้อบังคับที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ต้องห้ามตามมาตรา 14 นั้น จึงเป็นกรณีที่นายสนธิญา จินตนาการไปเอง

ตามขั้นตอนแล้ว หลังจาก คสช.อนุญาตให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ ผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองก็จะประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค จัดทำข้อบังคับพรรค คำประกาศอุดมการณ์ นโยบาย และดำเนินการในเรื่องอื่นๆตามที่กฎหมายกำหนด จากนั้นก็จะดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ซึ่งในขั้นตอนนี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองก็จะต้องตรวจสอบอยู่แล้วว่าข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 14 หรือไม่ หากมี นายทะเบียนพรรคการเมืองก็จะสั่งให้แก้ไขข้อบังคับพรรคนั้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจตรงกัน และเพื่อป้องกันมิให้กลุ่มบุคคลผู้ไม่ต้องการให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยได้ฉวยโอกาสนำเรื่องเหล่านี้มาปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อเพื่อขัดขวางการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ได้ ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่นำเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาเกี่ยวข้องกับพรรค และไม่นำไปผลักดันในพรรค

3.ผมและผู้ร่วมยื่นคำขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 เห็นร่วมกันถึงความจำเป็นในการก่อตั้งพรรคการเมืองแบบใหม่ เพื่อมุ่งเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยเสียใหม่ให้การเมืองไทยดีขึ้น การดำเนินการของพวกเราทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง อยากให้สังคมไทยออกจากวิกฤติความขัดแย้งและวงจรรัฐประหาร นำการเมืองแบบประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์กลับมา เพื่อให้ประเทศไทยก้าวต่อไปข้างหน้า

เราอยู่ในวังวนของการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์ มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู เสียเวลาและพละกำลังไปกับการทำลายล้างกันทางการเมือง ประเทศไทยสูญเสียเวลาและโอกาสไปมากพอแล้วกับเรื่องเหล่านี้ เราควรช่วยกันยุติการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์แบบนี้

ผมขอความกรุณาจากบุคคลที่มีความคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ได้ใช้สติปัญญาตรึกตรองอย่างมีเหตุมีผล เปิดใจรับฟังในสิ่งที่พวกเราทำ หากยังมีข้อขัดข้องหรือไม่เห็นด้วยในเรื่องใด ผมพร้อมที่จะอภิปรายถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ในทุกเรื่อง ในทุกเวที

ผมขอความกรุณาจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เปิดโอกาสให้พวกเราได้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เพื่อนำพาประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์และเข้มแข็งกลับมา ให้พวกเราได้ร่วมกันกับประชาชนในการกำหนดอนาคตใหม่

ผมขอเรียนไปยังบุคคลที่ไม่อยากเห็นการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ ขอเถิดครับ ขออย่าขัดขวางการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่เลย ต่อให้วันนี้ พวกท่านขัดขวางไม่ให้พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นได้ แต่ก็จะมีประชาชนอีกจำนวนมากที่อยากให้มีพรรคการเมืองแบบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นอยู่ดี ในวันหน้า พวกเขาก็จะหาทางก่อตั้งมันขึ้นมาจนได้

โปรดอย่าขัดขวางพรรคอนาคตใหม่เลยครับ การขัดขวางการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ มิใช่ขัดขวางผมและเพื่อนเท่านั้น แต่มันคือการทำลายความหวังของประชาชนผู้ใฝ่ฝันถึงอนาคตใหม่ด้วย.

“นายกฯ” ท้วงให้ สนช. ส่งตีความร่าง พ.ร.ป.ส.ส. !?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317969

“นายกฯ” ท้วงให้ สนช. ส่งตีความร่าง พ.ร.ป.ส.ส. !?

ข่าวการเมือง,ประยุทธ์​ จันทร์โอชา,นายกฯ,สมชาย แสวงการ,สนช,พรป,สส

‘สมชาย แสวงการ’ ยืนยัน ตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของผู้ไม่แจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้งหรือกาบัตรแทนคนพิการนั้น ไม่ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

27 มี.ค. 61  เมื่อเวลา 08.30 น.  นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ปฏิเสธ ไม่ทราบเรื่องกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความกังวลต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

ว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ และเสนอให้ สนช. เป็นผู้รวบรวมชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตนต้องขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการยื่นตีความ หากยังอยู่ในระหว่าง 25 วัน ที่ร่าง พ.ร.ป. ฉบับดังกล่าว อยู่ในกระบวนการของนายกฯ ​ทำเรื่อง สามารถทำได้ แต่ในส่วน สนช. ตนยังไม่ทราบว่าจะมีผู้ใดเข้าชื่อเพื่อดำเนินการหรือไม่ และหากเกิดขึ้นเชื่อว่า สนช. ​สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องประสานกับวิป สนช.
“ขณะนี้ผมไม่ทราบว่าข่าวที่ออกมาเป็นจริงหรือไม่ แต่ตั้งแต่ที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ให้สัมภาษณ์ก่อนการยื่นร่างกฎหมายให้นายกฯ เมื่อช่วงวันที่ 19 มีนาคม ว่า ไม่มี สนช. คนใดติดใจยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นไปตามนั้น แต่ขณะนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ตนไม่ทราบ และต้องขอตรวจสอบอีกครั้ง แต่ในความเห็นผมยืนยันว่า ทั้งการตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของผู้ไม่แจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้งหรือกาบัตรแทนคนพิการนั้น ไม่ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะกระบวนการลงคะแนนแทนนั้นมีระเบียบและข้อกำหนดที่ป้องกันปัญหาได้อยู่แล้ว”

"นายกฯ" ท้วงให้ สนช. ส่งตีความร่าง พ.ร.ป.ส.ส. !?

สมชาย แสวงการ

“วิษณุ”ยันรัฐบาลไม่ทบทวนร่างพรบ.งบประมาณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/317846

“วิษณุ”ยันรัฐบาลไม่ทบทวนร่างพรบ.งบประมาณ

งบประมาณ,เรืองไกร ลักิจวัฒนะ,วิษณุ เครืองาม,ครม,ครม

“วิษณุ”ยันรัฐบาลไม่ทบทวนร่างพรบ.งบประมาณตาม”เรืองไกร”เสนอชี้ถ้าสงสัยไปยื่นผู้ตรวจการฯเอง

           26 มี.ค. 2561 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลิกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 61 วงเงิน 1.5 แสนบาท โดยระยุว่าขัดรัฐธรรมนูญ ว่า กรณีนี้ก็เช่นกัน คนนี้ก็สงสัย คนนั้นก็สงสัย หลายร้อยหลายพันเรื่อง ใครสงสัยก็ช่วยหาวิธีการทำให้เขาหายสงสัย อย่าโยนมาที่รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้สงสัย

ส่วนที่มีการเทียบเคียงกับร่างพรบ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ สมัยปี 47 ที่ยังไม่มีการตรากฎหมาย แต่มีการของบประมาณไว้ล่วงหน้า นายวิษณุ กล่าวว่า มันไม่เหมือนกัน เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญและบังเอิญตนก็ไม่สงสัย ใครที่สงสัยก็ช่วยคิดให้จบกระบวนการ ช่วยนึกต่อไปว่า เมื่อสงสัยแล้วจะทำอย่างไรให้ข้อสงสัยนั้นสิ้นสุด ไม่ใช่สงสัยแล้วให้คนอื่นมาแก้ข้อสงสัยให้ตัวเอง เรื่องนี้คงไม่มีการทบทวนอะไร

นอกจากนี้ นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ทุกคนสามารถสงสัยได้ แต่อำนาจการยื่นตีความก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือถ้ารัฐบาลหรือสนช.สงสัยก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ถ้าประชาชนสงสัยก็ไปยื่นที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน