‘ดาว-มยุรีย์’ ส่งความสุขแฟนๆ ชลบุรี-ระยอง รถให้ความรู้เคลื่อนที่ ‘ชื่นใจ..คนไทยรู้กฎหมาย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327369

‘ดาว-มยุรีย์’ ส่งความสุขแฟนๆ ชลบุรี-ระยอง  รถให้ความรู้เคลื่อนที่ ‘ชื่นใจ..คนไทยรู้กฎหมาย’

‘ดาว-มยุรีย์’ ส่งความสุขแฟนๆ ชลบุรี-ระยอง รถให้ความรู้เคลื่อนที่ ‘ชื่นใจ..คนไทยรู้กฎหมาย’

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นับเป็นครั้งที่ 4 และ 5 แล้ว สำหรับ สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด, สำนักงานบังคับคดี, สำนักงานคุมประพฤติ, สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนนำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ เข้าให้ความรู้ทางกฎหมายกับประชาชนโดยตรงถึงในชุมชน เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบด้านกฎหมาย ณ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง โดยมี ศิลปินลูกทุ่งสาวดาว-มยุรีย์ มาร่วมให้ความบันเทิงเหมือนเช่นเคย

รถให้ความรู้เคลื่อนที่ (Transit Advertising) สร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธร รม ได้ออกเดินทางไป ณ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง โดย สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ
สำนักงานยุติธรรมจังหวัด, สำนักงานบังคับคดี,สำนักงานคุมประพฤติ, สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์หัวข้อ “ชื่นใจคนไทยรู้กฎหมาย” ในรูปแบบรถเคลื่อนที่(Transit Advertising) โดยเน้นปฏิสัมพันธ์ (Interactive Exhibition) ให้นักเรียนที่เข้าชมนิทรรศการมีส่วนร่วม แล้วนั้นยังให้ความสนใจเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม เช่น ตำรวจ ทนาย นิติกร อัยการ ผู้พิพากษา นักนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้นโดยได้ลงพื้นที่ที่สำคัญใน จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนตลาดถนนคนเดินบางเสร่ งานย้อนรอยวันวานบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี, ม.ศรีปทุม ชลบุรี, ชุมชนวัดมโนรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี, ชุมชนบ้านซากกระบอก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี, สนง.เทศบาลตำบลซากบกอ.บ้านค่าย จ.ระยอง, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 1 จ.ระยอง, ตลาดนัดกังหันลม(กังหันลม มาร์เก็ต) จ.ระยอง, ตลาดลานปูน มาบตาพุด จ.ระยอง ฯลฯ โดยมีศิลปินลูกทุ่งสาวดาว-มยุรีย์ มาร่วมสร้างความบันเทิงให้กับแฟนๆ อีกด้วย ซึ่งกิจกรรมครั้งต่อไป จะมีขึ้นในระหว่าง 22-24 มี.ค. 61 ณ จ.เชียงใหม่สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกิจการยุติธรรม โทร.02-141-3768 มือถือ 081-8456758 หรือ fan page Facebook :สำนักงานกิจการยุติธรรม https://www.facebook.com/weareoja/

‘สน-วิว’ ส่องสัตว์เลี้ยงหาชมยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327380

‘สน-วิว’  ส่องสัตว์เลี้ยงหาชมยาก

‘สน-วิว’ ส่องสัตว์เลี้ยงหาชมยาก

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเอกหนุ่ม สน-ยุกต์ ส่งไพศาล ควงนางเอกคู่ขวัญ วิว-วรรณรทสนธิไชย ไปร่วมสร้างสีสันภายในงาน “เดอะมอลล์ เพ็ท โชว์ ครั้งที่ 3” (3rd The Mall Pet Show) ที่ทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ กรมป่าไม้, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และไทยน้ำทิพย์คอมเมอร์เชียล ร่วมกันจัดงานแสดงสัตว์เลี้ยงครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The City of Magic” ในบรรยากาศแฟนตาซีของดินแดนเวทมนตร์สุดยิ่งใหญ่ เพลิดเพลินไปกับเหล่าสัตว์เลี้ยงหาชมยากจากทั่วทุกมุมโลก

ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ เที่ยวแคมป์ยกครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327381

ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ เที่ยวแคมป์ยกครัว

ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ เที่ยวแคมป์ยกครัว

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี แบรนด์แอมบาสซาเดอร์เบตาดีน TM เนเชอรัลดีเฟนส์ ร่วมกิจกรรมพร้อมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับป่าไม้และแนวทางการอนุรักษ์ ในกิจกรรม “แคมป์ยกครัวทัวร์ธรรมชาติกับพี่ติ๊ก” ที่ทางมุนดิฟาร์มา (ประเทศไทย) นำโดย วราวรรณ จันทรสมบูรณ์ ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส จัดพา15 ครอบครัว ผู้โชคดีร่วมผจญภัย 3 วัน 2 คืน พร้อมด้วย กิก-ดนัย จารุจินดา และแอม-พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ ร่วมชมช้างป่า และกระทิง ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

‘เวียร์’ พิสูจน์ความอร่อย ข้าวมันไก่สิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327382

‘เวียร์’ พิสูจน์ความอร่อย ข้าวมันไก่สิงคโปร์

‘เวียร์’ พิสูจน์ความอร่อย ข้าวมันไก่สิงคโปร์

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เวียร์-ศุกลวัฒน์ร่วมลองความอร่อยที่ลงตัว ได้ชิมแล้วจะติดใจ ของข้าวมันไก่สิงคโปร์ระดับพรีเมียมSergeant Kitchen(เซอร์เจนท์ คิทเช่น) ที่มาเปิดตัวในเมืองไทย ณ ห้างเซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 6 โซนลิฟต์แก้ว โดยมีฯพณฯ ฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย, แพร-พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ฯลฯ ร่วมลิ้มลอง

‘Klaybanmai’ ปล่อยทีเด็ดชิมลาง ส่ง‘น้องแพนเค้ก’ Cover เพลง ‘ที่กลับมาอยากให้เป็นเหมือนเดิม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327371

‘Klaybanmai’ ปล่อยทีเด็ดชิมลาง ส่ง‘น้องแพนเค้ก’  Cover เพลง ‘ที่กลับมาอยากให้เป็นเหมือนเดิม’

‘Klaybanmai’ ปล่อยทีเด็ดชิมลาง ส่ง‘น้องแพนเค้ก’ Cover เพลง ‘ที่กลับมาอยากให้เป็นเหมือนเดิม’

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เล็กพริกขี้หนู ฉายานี้คงต้องยกให้เด็กหญิง รุจิรัตน์ จรูญยิ่งยง หรือ น้องแพนเค้ก วัย 9 ปี นักเรียนในสังกัด Klaybanmai ที่เก่งกล้าสามารถจนเข้าตา ครูนัท ศุภกร งานนี้เลยต้องให้โอกาสโชว์ความสามารถ นำเพลง “ที่กลับมาอยากให้เป็นเหมือนเดิม” ของนักร้องหนุ่มดุษฎี Dudsadee มา Cover เพื่อชิมลางก่อนที่จะมีซิงเกิ้ลเป็นของตนเอง วันก่อนน้องแพนเค้ก พร้อมด้วย ครูเคี้ยง ลิ้มเคียง และครูนัท ศุภกร เดินทางเข้าเยี่ยมแนวหน้าพร้อมทั้งโชว์ร้องเพลงให้ได้ฟังกันอีกด้วย

‘ปอ-อรรณพ TCM’ แทบลมจับ เด้งยาว เด้งดี สี่โมงเช้ายันสี่ทุ่ม ในMV ‘ไม่เล็กนะครับ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327370

‘ปอ-อรรณพ TCM’ แทบลมจับ  เด้งยาว เด้งดี สี่โมงเช้ายันสี่ทุ่ม  ในMV ‘ไม่เล็กนะครับ’

‘ปอ-อรรณพ TCM’ แทบลมจับ เด้งยาว เด้งดี สี่โมงเช้ายันสี่ทุ่ม ในMV ‘ไม่เล็กนะครับ’

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ปอ-อรรณพ TCM” เจ้าพ่อสายเด้งคนเดิมเพิ่มเติมคือนามสกุลใหม่มาพร้อม Single แรกในรอบ 3 ปีกับค่าย “SRP TCM” เปิดตัวเพลง “ไม่เล็กนะครับ” เพลงจังหวะโจ๊ะที่หนักแน่น และท่าเต้นที่มันส์ขึ้น และ MVก็ถ่ายทำแบบ Long Shot ทำให้มีความแปลกตาและได้เห็นลีลาเด้งของหนุมปอกันแบบจุใจ

โดย MV ไม่เล็กนะครับ ได้ผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมืออย่าง “พี่นิว-อิทธิศักดิ์ เอื้อสุนทรวัฒนา” และได้นางเอกสาวลูกครึ่งสุดมั่นอย่าง “มารี เบิร์นเนอร์”มารับบทนางเอกในเอ็มวีเพลงนี้ด้วย สถานที่ถ่ายทำเป็นโรงแรมหรูย่านทองหล่อทางกองถ่ายนัดนักแสดงและทีมงานเช้าตรู่เพื่อมาเตรียมพร้อมทั้งเสื้อผ้าหน้าผม รวมถึงการซ้อมถ่ายเพราะว่าครั้งนี้พี่นิว ผู้กำกับจะถ่ายงานแบบลอง ช็อต เป็นการถ่ายกันยาวๆ ต่อหนึ่งซีน ซึ่งก็ต้องเตรียมทุกอย่างให้เป๊ะ เพราะเสี่ยงต่อการเทคบ่อยมากยิ่งและจะทำให้เสียเวลาในการถ่ายทำ แต่ด้วยความที่ ปอ-อรรณพ TCM ตั้งใจร้อง เล่น และเต้นสุดพลัง ประหนึ่งกินแบตเตอร์รี่อยู่ตลอดเวลา

“วันนี้ถ่ายMVไม่เล็กนะครับ เรื่องราวประมาณว่า ผมตามจีบตามแอ๊วมารี ที่รับบทนางเอกในเรื่องซึ่งจะเป็นรุ่นใหญ่ ก็จะไม่ค่อยสนใจผมเท่าไหร แต่ตอนจบมันจะเฉลยว่าทำไม อันนี้ต้องดูครับพูดเลย นี่นัดกองตั้งแต่เช้าเรียกว่าเช้ามืดก็ได้ ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งทางแล้ว รู้สึกขาสั่น มีบางช่วงยอมรับเลยครับว่าเหมือนจะเป็นลม ยิ่งพี่นิว ผู้กำกับถ่ายแบบลอง ช็อตด้วย คือมันต้องเล่นยาว เต้นยาว แล้วก็หลายเทคเพื่อความสมบูรณ์ ไหนๆ ก็ไหนไหน แล้วผมก็ใส่ยับเลยครับ ตอนถ่ายก็สนุก ก็มัน ยิ่งดูมอนิเตอร์ก็ยิ่งคึกอยากให้มันออกมาดีที่สุด เต็มที่จนแทบจะลมใส่แล้ว (หัวเราะ) พี่ทีมงานแซวว่ากินแบตยี่ห้ออะไรมาพลังเยอะเกิ๊น (ยิ้ม) พี่คิดดูผมนี่เต้นตั้งแต่ เช้ายัน4 ทุ่ม จะไม่ให้หวิวๆ ได้ไงครับ แต่บอกเลยว่าสนุกมากถ่ายแบบลอง ช็อตนี่ต้องวิ่งกันสนุกสนาน ลองดูใน MV ไม่เล็กนะครับ ได้เลยครับ ฝากติดตามได้ในยูทูบ ชาแนล SRP TCM และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ iTunes และ JOOX ขอบคุณครับ”

‘มิ้ม-รัตนภรณ์’ ชวนปั่นจักรยานลดโลกร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327379

‘มิ้ม-รัตนภรณ์’  ชวนปั่นจักรยานลดโลกร้อน

‘มิ้ม-รัตนภรณ์’ ชวนปั่นจักรยานลดโลกร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แทบไม่น่าเชื่อว่านางเอกสาวสวยอย่าง มิ้ม-รัตนภรณ์กลิ่นกุหลาบหิรัญ นักแสดงจากละครเรื่อง พ่อปลาไหลและ ซิ่นลายหงส์ ทางช่อง 8 จะชื่นชอบกีฬากลางแจ้งอย่างวิ่งมาราธอนและปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ ถึงขั้นลงแข่งขันอยู่เรื่อยๆ และมีแก๊งปั่นน่องเหล็กเป็นจริงเป็นจังอีกด้วย เรียกว่าสุดสตองของแท้เลยจ้า “ปกติมิ้มไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลยค่ะ แต่เริ่มหันมาวิ่งเมื่อปีที่แล้ว รู้สึกสนุกดีค่ะ แต่ว่าจะเจ็บเข่า จนมีรุ่นพี่แนะนำว่าให้หันมาปั่นจักรยานเพราะมันจะช่วยเซฟเรื่องกระแทก และเป็นกีฬาที่ท้าทาย ตอนนี้มิ้มปั่นจักรยานมาได้ 6 เดือนแล้วค่ะ เรื่องเข่าที่เจ็บๆ ก็หายไปเลย สำหรับมิ้มคิดว่าการปั่นจักรยานนอกจากช่วยเรื่องสุขภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยลดโลกร้อน ลดมลภาวะเสียๆ ทางอากาศ ใครที่เดินทางใกล้ๆ ก็หันมาปั่นจักรยานลดโลกร้อน แทนการใช้รถยนต์ เพื่อร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่กับเราไปนานๆ ที่สำคัญการปั่นจักรยานยังทำให้มิ้มมีสมาธิมากขึ้น เพราะต้องโฟกัสไปกับทางที่เราปั่น ซึ่งจะมีทั้งทางชัน และทางราบ แต่ส่วนตัวมิ้มชอบทางชัน ปั่นขึ้นเขามากกว่า เพราะว่าอากาศดีมากค่ะ อย่าง ล่าสุดมิ้มไปปั่นจักรยานขึ้นเขามา ไต่ระดับที่ประมาณ 2,600 เมตร มันยากสำหรับคนที่เพิ่งหัดได้แค่5 เดือน แล้วก็ทำได้จริงๆ ค่ะ ขาไม่แตะพื้นในเวลา 4.47 ชม. รู้สึกดีใจที่เราได้ทำตามเป้าหมายที่วางไว้ สำเร็จปีนี้มิ้มทำเป้าหมายสำเร็จแล้ว ยังไงรอดูเป้าหมายต่อไปของมิ้มด้วยนะคะ”

ดาราพาเที่ยว : ทริป‘โตเกียว’สุดโรแมนติก ของ‘บัว-นลินทิพย์’ และความพีคที่จำไม่ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327384

ดาราพาเที่ยว : ทริป‘โตเกียว’สุดโรแมนติก  ของ‘บัว-นลินทิพย์’  และความพีคที่จำไม่ลืม

ดาราพาเที่ยว : ทริป‘โตเกียว’สุดโรแมนติก ของ‘บัว-นลินทิพย์’ และความพีคที่จำไม่ลืม

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทุ่มเทรับงานมาตลอดทั้งปี เมื่อมีโอกาสได้พัก “บัว-นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ” นางเอกสาวจากละครเรื่อง “คุณแม่สวมรอย” ทางช่อง 3 ขอเลือกไปรับลมหนาวที่โตเกียว ซึ่งการไปเที่ยวครั้งนั้น เธอจะประทับใจและตื่นเต้นแค่ไหนไปฟังเธอเล่ากันค่ะ

พูดถึงการท่องเที่ยว : บัวเป็นคนที่ชอบเที่ยวมากคือเวลาที่รู้สึกว่าจะได้ไปเที่ยว จะตื่นเต้น แล้วใจเต้นแรงมาก (ยิ้ม) แค่พูดถึงก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว เหมือนเรารู้สึกว่าการไปเที่ยว คือการได้ไปพักผ่อน เหมือนไปต่อชีวิตให้กับเรา บางทีเราทำงานหนักมา แล้วไม่ได้พักเลย พอไปเที่ยวแล้วเราไม่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรเลย หัวสมองเราแค่ดูแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ดูความสวยงาม ได้พักสมองได้พักร่างกาย

สถานที่นี้ชอบมาก : บัวจะชอบไปที่ที่เป็นธรรมชาติ เพราะรู้สึกว่าอากาศดี และไม่ชอบอะไรที่เร่งรีบ คือเราทำงานมาเราต้องเร่งรีบทุกวันอยู่แล้ว เพราะว่าเราอยู่ในเมืองแล้วพอเราได้ไปเที่ยวในที่ธรรมชาติ เราก็จะรู้สึกว่าเราขอทิ้งวันทั้งวันไปกับที่ตรงนี้เลย อยากจะไปเมื่อไหร่ อยากจะทำอะไรก็ได้ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์

วางแผนในแต่ละทริป : อยู่ที่ว่าเป็นที่ไหน ถ้าเป็นในประเทศไทยเราก็จะคิดแค่ว่าไปที่นี่ ไปกี่วันดี มีร้านที่อยากไปไหม คือหนูเป็นพวกที่ชอบตระเวนคาเฟ่ถ่ายรูปสวยๆ หาที่กินอร่อยๆ ที่ไหนสวยถ่ายรูปสวยก็จะไปเช็คอิน อย่างล่าสุดไปญี่ปุ่นก็ทำการบ้านเยอะมากหนูซื้อหนังสือมาเป็น 10 เล่มเลย คือไปโตเกียวก็ซื้อหนังสือเกี่ยวกับโตเกียวมาเลย ดูว่ามีของกินอะไรอร่อยที่เขาแนะนำ ควรจะไปถ่ายรูปตรงไหน ที่ไหนเป็นแลนด์มาร์ก ไปเช็คอิน กับทริปนี้เตรียมตัวเป็นเดือนเลยค่ะแล้วก็ตื่นเต้นมาก แต่ว่าจริงๆพอจะเริ่มมีเวลาทำการบ้าน ก็แค่อาทิตย์เดียวก่อนเดินทาง เราก็อ่านหนังสือแล้วก็จด เขาบอกว่าที่กินที่นี่ขนมปังร้านนี้อร่อยต้องไป กินราเมงร้านนี้ดี วันนี้เราจะไปแถวนี้ มีที่ไหนบ้าง หนูเคยไปแบบไม่มีแพลนอะไรเลยแล้วมันรู้สึกเสียดาย ที่เราพลาดไปที่ที่น่าจะไป

เลือกที่จะไปโตเกียว : ทริปโตเกียวนี้ไป-มาเมื่อวันที่ 3 ธันวาปีที่แล้ว ไปกับเพื่อนแล้วก็พี่สาว คือเคยไปญี่ปุ่นตอนปีใหม่แล้วก็เลยอยากจะเปลี่ยนช่วงเวลาบ้างที่ญี่ปุ่นหน้าเทศกาลเขาจะไม่รื่นเริง ไม่ค่อยจัดงานเหมือนบ้านเรา ปีใหม่เหมือนเป็นวันหยุดพักผ่อนของเขา เคยประสบการณ์เคานท์ดาวน์ที่ฮอกไกโดแล้ว ก็เลยคิดว่าเราอยากได้บรรยากาศแบบรื่นเริงมากกว่า เลยไม่ไปช่วงปีใหม่ แต่ที่ไปล่าสุดนี้มันลงตัวทุกอย่าง คือปิดกล้องละครพอดี ก็เลยได้ไปพักผ่อน เราทำงานมาทั้งปีแล้ว ปีที่แล้วทำงานถ่ายละคร 2 เรื่อง 7 วัน ไม่ได้พักเลย อาจจะมีบ้างเดือนหนึ่งได้พักวันสองวัน พอได้ไปเที่ยวแล้วดีใจมาก

กับบรรยากาศที่โรแมนติกอาหารอร่อย : จริงๆ ก็ไปไม่หมดตามที่แพลนไว้นะคะ คือถ้าไปครบคงต้องอยู่เป็นเดือน (ยิ้ม) เพราะว่าเยอะมาก ได้ไปโตเกียวดิสนีย์ซีชอบนะคะคือเป็นที่โรแมนติก สวย เป็นทะเล เขาทำดีอากาศกำลังดี ได้เจอใบไม้เปลี่ยนสีด้วย ทั้งเมืองดูเป็นสีเหลืองทอง อากาศไม่หนาวมาก 14-15 องศา แล้วก็ได้ไปกินแพนเค้กร้านที่อยากไป ได้ไปกินราเมง และหนูชอบกินซูชิ ที่ญี่ปุ่นเขาจะมีโอมากาเสะก็คิดว่าอยากจะไปลองสักครั้งหนึ่ง คือบัวมีเพื่อนอยู่ที่ญี่ปุ่นเขารู้จักร้านที่ดังๆ ก็เลยจองที่นี่ให้ เป็นที่ที่แบบโรแมนติกมาก คืออยู่บนตึกชั้น 42 นั่งมองไปเห็นโตเกียวทาวเวอร์ เป็นการกินโอมากาเสะที่มีความสุขมาก เรานั่งรอเชฟเขาปรุงให้กิน โรแมนติกดีจัง และสวยดี เหมือนเป็นประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งเราอยากไปลองกินปลาดิบบ้านเขาที่มันพิเศษหน่อย

ความพีคสุดของทริป : ขากลับนี่ร้องไห้เลย คือตกเครื่อง (หัวเราะ) ปกติทุกครั้งบัวเป็นคนละเอียดมากเลยนะ ดูตั๋วแล้วดูอีก วันที่ตรงไหม เวลานี้ถูกไหม แต่ว่าคราวนี้เป็นครั้งเดียวที่ไม่ได้เอะใจอะไรเลย เราก็คิดว่ากลับพร้อมกันอยู่แล้ว ก็คงวันเดียวกัน พอไปถึงสนามบินยื่นพาสปอร์ตให้ทุกคนเช็คเรียบร้อยแล้ว และเขาก็ขอดูบุ๊คกิ้งนัมเบอร์หน่อย เราก็เอ๊ะ! ทำไมคนอื่นรอด เราไม่รอด เราก็หาๆ เปิดอี-เมล์ให้เขาดู แล้วเขาก็บอกว่าบุ๊คกิ้งอันนี้มันของเมื่อวาน เราก็เอ้ย…คือหนูจำวันผิด พอมันเป็นเที่ยงคืนของอีกวันหนึ่ง ก็จะนับเป็นวันใหม่ หนูต้องกลับวันที่ 10 พอเป็นวันใหม่มันต้องวันที่ 11 แต่หนูดันไปจองวันที่ 10 ก็เท่ากับว่าหนูต้องไปสนามบินวันที่ 9 ก็เลยต้องซื้อตั๋วใหม่ ณ ตรงนั้น เพื่อที่จะได้กลับพร้อมคนอื่นๆ ตอนแรกจะร้องไห้เลย เพราะว่าค่าตั๋ว 40,000 ขาเดียว คนอื่นเขาก็จองวันถูก คือเราไปจองทีหลังเขา เพราะว่ากว่าจะเคลียร์คิวงานลงตัว ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่า 40,000 แพงมากเลย เราอยู่ต่ออีกดีไหม เพราะว่าไปเที่ยวแค่ 7 วันถือว่าน้อยมากสำหรับบัว อยากอยู่ต่อคนเดียว เพื่อนก็บอกว่าจะได้ยังไง เพราะว่าต้องนั่งรถกลับไปอีก แล้วโรงแรมก็ต้องไปจองใหม่ มันหลายอย่าง แล้วเราคนเดียวด้วย พอต้องจ่ายตังค์สมองก็เบลอไปแล้ว ก็เลยยังไงก็ได้ ถือเป็นประสบการณ์ที่จำไม่ลืมเลยค่ะ หนูถ่ายรูปตั๋วเอาไว้เลยว่านี่จะจำไปจนวันตาย ว่าจ่ายตังค์ค่าตั๋วแพงมาก แล้วก็ตกเครื่องอีกต่างหาก

เคล็ดลับการท่องเที่ยว : อย่างแรกเลยเราต้องเตรียมใจให้พร้อมว่าเราจะได้ไปเที่ยว (หัวเราะ) ตรวจดูพาสปอร์ตเรื่องเงินการแลกเงินแล้วก็เรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหลาย เพราะว่าปลั๊กไฟบ้านเขาจะไม่เหมือนของเรา อย่างสาวๆ เครื่องม้วนผมทำผมก็จะใช้ไม่ได้ หนูก็ไปซื้อที่นู่น ส่วนใหญ่สาวๆ จะเจอปัญหาว่าฉันเอาที่ม้วนผมไป ฉันทำผมไม่ได้ ผมฉันทั้งทริปจะเป็นยังไง ซึ่งตรงนี้บัวก็มีประสบการณ์มาแล้ว การติดต่อสื่อสารเดี๋ยวนี้ก็ง่ายแล้วค่ะเพราะว่ามีซิม เราก็วางแผนทำการบ้านดีๆ เรื่องรถไฟที่ญี่ปุ่นก็จะมีความงงนิดหนึ่ง เพราะว่ามันจะมีหลายสายหลายสี แต่ว่าถ้าเราดูดีๆจะง่ายมาก เขาบอกหมด ทุกอย่างจะเป๊ะอยู่แล้ว ญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีอะไรที่น่าเป็นห่วงมาก บ้านเมืองเขาไม่ได้น่ากลัว สุดท้ายก็ดูตั๋วดีๆ (ยิ้ม) เอาประสบการณ์ของบัวไปเป็นตัวอย่างนะคะ ไม่งั้นเราจะต้องมาเสียตังค์แพงมากเลย

ได้กูรูด้านการตกเครื่อง เอ๊ย…กูรูด้านการท่องเที่ยวมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ใครที่กำลังคิดหาสถานที่เพื่อไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ก็สามารถเอาทริปโตเกียวของสาวบัวไปเป็นไกด์ได้นะจ๊ะ

หยินหยาง

Star Retro : ‘ปอย-ณภัทร’ จากหน้าจอผันสู่เบื้องหลัง ควบบทบาทคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327391

Star Retro : ‘ปอย-ณภัทร’ จากหน้าจอผันสู่เบื้องหลัง ควบบทบาทคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

Star Retro : ‘ปอย-ณภัทร’ จากหน้าจอผันสู่เบื้องหลัง ควบบทบาทคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

วันเสาร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561, 14.50 น.

อีกหนึ่งบุคคลเบื้องหน้าที่ผันตัวสู่งานเบื้องหลัง สำหรับ “ปอย-ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” กับประสบการณ์ที่ค่อยๆ เก็บเกี่ยวจนวันนี้เขากลายเป็นผู้กำกับการแสดงที่น่าจับตามอง “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” มีโอกาสพบเขาในงานเปิดตัวซีรี่ส์ “I Sea youฉันรักทะเล…ที่มีเธอ” ซึ่งเป็นผลงานการกำกับล่าสุดของหนุ่มปอย จึงถือโอกาสพูดคุยย้อนเรื่องราวชีวิต และที่มาที่ไปของการเบนเข็มมารับงานเบื้องหลัง

งานประจำในวันนี้

ที่ผมกำกับละครเสร็จไปแล้ว และกำลังออกอากาศอยู่ทางช่อง True4U ก็คือเรื่อง “I Sea you ฉันรักทะเล…ที่มีเธอ” แล้วก็มีไปช่วย “แดน” (วรเวช ดานุวงศ์) เรื่อง “30 กำลังแจ๋ว เดอะซีรี่ส์” และเล่นด้วย แล้วก็มีไปช่วย “พี่ผิน” (ผิน เกรียงไกรสกุล) ในตำแหน่งผู้ช่วย บางทีผมก็รู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้กำกับ เราก็ไปหาคนที่เขามีวิธีการเล่าเรื่องเก่งๆ ไปฝึกฝีมือซึ่งผมยอมอยู่แล้ว เพราะว่าผมไม่ได้มีอีโก้ว่าเราต้องกำกับทุกเรื่อง คือผมเลือกที่จะไปทำงานร่วมกับใคร อย่างพี่ผินเขาเป็นคนที่อธิบายซีนได้เก่งผมก็จะไปเอามาบางส่วนที่เราต้องเพิ่มในการกำกับของเรา เรามีข้อด้อยข้อเสียของเรา เรารู้ตัวอยู่แล้ว เราก็จะไปเพิ่มตรงนั้น เหมือนไปเปิดโลกทัศน์เพิ่มเพื่อที่จะได้เอามาเสริมใส่ในงานของเรา พี่ผินก็บอกว่ารู้เลยว่าเรามาเอาวิชา (หัวเราะ) แดนก็เหมือนกันไปทำกับเขา บางทีแดนติดธุระผมก็ทำแทนบ้าง อย่าง 30 ยังแจ๋วผมก็สลับไป-มา เหมือนเป็นบัดดี้กัน เพราะว่าผมก็จะเข้าใจบทที่เขียนกันมา เราอ่านด้วยกันและบางทีเขาก็ปล่อยให้ผมบรีฟไปเลย เรียกว่าค่อนข้างรู้ทางกันกับแดน สิ่งไหนที่บกพร่องเราก็จะมาแก้ไขกัน เพราะว่าระยะเวลาการทำงานของผมกับแดนเราต้องนับไปตั้งแต่สมัยวัยรุ่นเลยนะ

จุดเริ่มต้นการเป็นผู้กำกับการแสดง

“I Sea you ฉันรักทะเล…ที่มีเธอ” ถือเป็นงานกำกับเรื่องที่ 3 ของผมครับ ก่อนหน้านี้คือผมกำกับหนังเรื่อง “The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ”และมี “ซิ่งรักทะลุมิติ” ทางTrue4U ที่ผมมาทำงานเบื้องหลังเนี่ย เหตุผลเลยคือผมนั่งอยู่ในกองละครกับแดน เราก็คุยกันเรื่องบทว่าถ้าเป็นแบบนี้น่าจะสนุกนะ ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบดูซีรี่ส์ดูหนังอยู่แล้ว เราก็คุยกันแล้วแดนก็ถามว่าเขาจะไปทำเบื้องหลัง เราจะไปทำด้วยไหม ผมก็บอกว่าเราคิดเหมือนกันเลย โดยที่เราก็เริ่มจากการคิดอะไรที่มันฟุ้งๆ เราทำหนังสั้นไหม คนในกองเขาก็มองว่า 2 คนนี้มันก็คงคุยกันไปงั้นแหละ แต่เราก็เริ่มกันเลยครับ และผมก็อยากจะเป็นผู้กำกับ แต่การที่เราจะเป็นผู้กำกับเลยมันก็กระไรอยู่ อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงก็เลยเริ่มไปทำผู้ช่วยก่อน บางคนเขาเป็นนักแสดงแล้วกำกับเลยก็ได้ แต่ผมแค่อยากรู้ว่ามันมีอะไรมากกว่าที่ผมเห็นทั้งที่ผมออกกองนะ คือผมอยากเห็นอีกมุมมองหนึ่ง ที่เราว่าน่าจะไม่ยาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วโอ้โห! เหนื่อยมาก วันแรกหยิบจับอะไรมั่วไปหมด ต้องกลับมาตั้งสติใหม่ เหมือนเราเล่นละคร มันจะมีสเต็ปของมัน ก็ค่อยๆ ทำไป หลังจากนั้นก็เริ่มมาพัฒนา คุยกันเรื่องบท ไปศึกษาเรื่องบทเรียนรู้กันหาหนังสือมาอ่านศึกษากันเอง แดนเขาจะมีสไตล์หนังของแดน ผมก็จะมีสไตล์หนังของผม แล้วก็เปิดหนังดูว่าประมาณนี้มันจะมีกี่องค์ เมื่อก่อนไม่รู้จักคำนี้ เราก็ศึกษาและเอามาเทียบกับสิ่งที่เราทำ ข้อดีก็คือเราได้ลงมือทำก่อนแล้วกลับมาศึกษามัน เลยเก็ตเร็ว ซึ่งตอนแรกที่ทำเอ็มวีไป มันเหมือนฟลุก คือเราดันไปทำในสิ่งที่ตรงกับคอนเซ็ปต์ และเอาพวกนี้มาเสริมในสิ่งที่เรามีอยู่ เลยทำให้รู้ว่าถ้าเราเริ่มต้นจริงๆ แล้วเรามาผิดทางเลย เพราะว่าเราต้องเริ่มต้นจากบทก่อน เพราะว่าบทมันคือหัวใจของเรื่อง

ลุยงานเบื้องหลังอย่างเต็มตัว

งานแรกที่ทำคือไปเป็นผู้ช่วย 3 ให้กองคนนู้นคนนี้นอกจากพี่ผินแล้วก็ยังมี “ พี่กบ” ซึ่งเราจะสลับกันตอนผมกำกับ ผมก็เรียกพี่กบมาช่วย แล้วก็มี “พี่อ๊อด-บัณฑิต” และแดน ก็ศึกษาของทั้ง 4 คนนี้ว่าสไตล์ของแต่ละคนเป็นแบบไหน แล้วเวลาออกกอง ตอนเป็นนักแสดง เราก็จะเจอผู้กำกับหลายแบบ เราก็จะมาดูว่าอันนี้ดี อันนี้เหมาะกับเรา หรืออันนี้อาจจะไม่เหมาะกับเราแต่มันดีมากเลย เราก็ปรับๆ ไปให้มันเข้าไปในทางนั้น โดยรวมแล้วคือผมทำเบื้องหลังทั้งหนัง ละคร โฆษณา เอ็มวี ก็ทำมาร่วมๆ 6 ปีแล้วครับ เฟสตัวเองจากงานเบื้องหน้าไปทำเบื้องหลัง ซึ่งก็ไม่ได้หายไปไหนเลยครับ แล้วหลังๆ จะมีแจมเบื้องหน้ามาแสดงบ้าง คือมันเหมือนช่วงแรกเรากำกับเขา เราก็จะไม่ไปเล่น แต่ตอนหลังผมก็อยากลิ้มรสจังหวะของการเล่น เผื่อเราจะเอาไปเพิ่มในการกำกับได้ด้วย ถ้าเราลองกลับไปเป็นนักแสดงในจังหวะแบบนี้ ตัวละครคิดแบบนี้จะเป็นยังไง เพิ่มสกิล ผมบอกเลยว่าเรียนรู้ไม่จบหรอกครับ ถ้าราเหยุดมันก็เหมือนเราจบ เหมือนดูซีรี่ส์ผมดูหมด รวมทั้งข่าวต่างๆ ถ้าเราไม่ได้ดูมันก็เหมือนเราล้าไปพวกหนังซีรี่ส์มันมีไอเดียแล้วก็มีสไตล์

สไตล์การกำกับในแบบของ “ปอย-ณภัทร”

ผมเป็นคนที่มี Energies สูงมาก มากๆ ด้วยเคยไม่พักกินข้าวเที่ยงเลยก็มี คือพอเราทำงานแล้วเห็นซีนที่มันสนุกจะรู้สึกเอ็นจอย ไม่อยากจะหยุด อยากถ่ายตรงนี้ต่อ เหนื่อยนิดหน่อยแต่ผมก็จะมีแซวคนนั้นคนนี้ไม่ได้โหดครับ เมื่อก่อนผมเคยโหด เรื่องแรกๆ คือไม่ใช่โหดเพราะว่าไปโวยวาย แต่ว่าผมอยากได้อะไร ผมก็ต้องเอาพอหันไปมองข้างหลังผมไม่มีคนเลย เพื่อนกันด้วยซึ่งเขาก็ไม่อยากจะบอก ไม่อยากจะเตือน ผมก็ไม่รู้ตัวนะจนหลายคนเขามาบอกว่าเนี่ยเราเป็นแบบนั้นแบบนี้นะ เราก็ตกใจว่าจริงเหรอ เราไม่รู้ตัวเลย ผมไม่ได้โกรธเขานะ คือผมแค่โฟกัสเรื่องงาน แล้วหน้าผมเวลาดุมันก็เครียด ผมก็เลยค่อยๆ ปล่อย ลองสบายๆ สิ แต่พอสบายไปก็จะเกิดเหตุการณ์ชิลไป ถ้างั้นเรามาครึ่งหนึ่ง พอเริ่มหาจุดที่มันโอเค ก็รู้สึกว่ามันเวิร์ก กองไม่เครียดทุกคนเต็มที่ นักแสดงพร้อมที่จะมาเล่น ทีมงานแฮปปี้ เราแฟร์กับเขา เขาก็ยิ่งให้อะไรมากกว่าที่ผมคิด ตากล้องที่ผมถ่ายด้วยเราสนิทกันมาก อย่างเวลาผมไปกำกับเอ็มวี “พี่ยอ” ตากล้องเขาก็ไปช่วย โดยที่ไม่คิดตังค์ แต่ก็ไม่บ่อยนะ คือนานๆ เรามาจอยกัน มันก็รู้สึกสนุก เราหาวิธีการถ่ายทำจนเรามาเจอมูจิสไตล์ที่มันทิ้งสเปชเฟรมอย่างที่เราใช้ในเรื่องนี้

สิ่งที่คิดฝันไว้ก่อนจะมาถึงจุดนี้

ต้องพูดจากใจจริงแบบไม่อ้อมค้อมเลยว่าตอนแรกไม่อยากเป็นดารา แค่มาทำแล้วได้ตังค์เยอะ แต่เราก็เริ่มซึมซับว่าเราได้ตังค์แล้วเราสนุก มันได้เล่นนะไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง เหมือนเราเล่นเกมซึ่งมันสนุก ก็เล่นร้ายบ้างคอเมดี้บ้างเป็นเด็กวัยรุ่นขำๆ หลังๆ ก็เริ่มศึกษา เริ่มรู้สึกว่าอาชีพนี้เรารักมันเลยล่ะ และผมเริ่มเห็นทีมงาน เห็นเบื้องหลังที่เขาทำงานผลิตในสิ่งที่ผมทำอยู่ เหมือนเรานั่งดูหนังที่เราชอบ แล้วเรารู้สึกว่าการทำงานมันยากนะ เพราะเราดันรู้เบื้องหลังของไทยด้วยว่ามันยากนะ กับซีนหนึ่งที่จะต้องเดินโผล่ออกมา เราถ่ายทั้งวัน แต่โผล่มาแป๊บเดียว แต่โมเม้นท์นั้นที่คุณถ่ายนานแต่คนยิ้ม ผมพอใจมาก ผมก็เลยรู้สึกว่าอยากลองมาทำเบื้องหลังอยากกำกับ ก็ตั้งเป้าไว้ว่า 5 ปี จะทำให้ได้แล้วก็ทำได้ก่อนด้วย

ย้อนวันวานก้าวแรกในวงการบันเทิง

โอ้โห! ลืม (ยิ้ม) คือจริงๆ ก็ประมาณ อายุ 19-20 ตอนนี้ผมอายุ 38 แล้ว ตอนแรกกะทำงานแค่ 2 ปี จุดเริ่มต้นของผมต้องบอกว่าตลกมาก คือเขาให้ไปแคสโฆษณา แล้วก็มีโมเดลลิ่งนะ นึกไปสมัยนู้นยุค 90 ของเรา (หัวเราะ) เขาก็ให้ไปถ่ายรูปเก็บไว้ ซึ่งผมก็ไม่ไป ไม่ได้กลัวแต่คือผมก็เตะบอล เป็นเด็กช่าง เรียนวาดรูปเรียนศิลปะของผมไป ก็มีคนมาขอเบอร์ คือเป็นโมเดลลิ่ง แล้วเขาก็โทร.เรียกให้ไปถ่ายรูปเก็บไว้ เราก็ขี้เกียจ รู้สึกไม่โอเคจนวันหนึ่งก็มีอีกงาน เขาก็บอกว่าลองไปแคสหน่อย ผมก็ยังเข้าใจว่าการไปแคสคือโมเดลลิ่งไปถ่ายรูป แต่พอเข้าไปคือคนเต็มเลย พ่อก็ขับรถไปส่งด้วย เขาให้ไปถ่ายรูปเราก็ไป และเขาก็ให้ทำท่าทางเวลาดื่มโค้ก คือน้ำอัดลมครับ ผมก็โอเคทำไปเต็มที่ให้จบๆ ก็แคสคนสุดท้ายเลย พอจบเสร็จก็กลับบ้าน หลังจากนั้นเขาก็โทร.มาบอกว่าเราได้นะ ให้ไปถ่ายที่กาญจนบุรี คืออะไรเนี่ย งง..แต่ก็ไปนะไปถึงก็มีคนมาแต่งหน้าเรา แล้วทำไมเราไม่ได้ไปนั่งอยู่กับคนอื่นที่เป็นเอ็กตร้า ก็ถ่ายไปเสร็จจบ ได้ตังค์กลับบ้านก็ยัง งงๆ หลังจากนั้นเขาก็บอกว่ามีงานอีก ไม่ต้องแคส เขาชอบ ก็เลยเริ่มเข้าใจว่ามันคือการแคสติ้งเพื่อไปถ่ายโฆษณา ก็ต้องเข้าใจว่าเราไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ ไม่ได้สนใจงานบันเทิงเลย ทำมาปีหนึ่งก็ว่าจะพอแล้ว แต่ก็ดันมีละครเข้ามา เรื่องแรกคือ “น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์” ก็กลัวเหมือนกันว่าจะทำได้ไหม เพราะว่าบทพูดเยอะด้วย แต่ก็อ่ะ ทำไป จะได้จบๆ แต่เต็มที่นะ เล่นไปตามความเข้าใจของเราไม่เคยไปเรียนการแสดงที่ไหน แต่เขาก็ชอบกัน หลังจากนั้นก็คิดว่าจะต้องเลิกแล้วน้องใหม่ฯ เพราะว่ามันเล่นยาวจังเลย แล้วพี่ที่ธันเดอร์ “พี่ตุ๊ก” ก็เรียกมาว่ามีละครเรื่อง “วิมานกุหลาบ” เราก็ได้ไปเวิร์กช็อป ซึ่งอันนี้ทำให้เราเข้าใจว่าบทละครมันคืออะไร มาเข้าใจเรื่องที่ 2 แล้วก็เล่นเต็มที่ หลังจากนั้นก็ได้เล่นของธันเดอร์เรื่อยๆ และได้มาเล่นอาร์เอส จนได้มาเจอกับแดน ซึ่งจริงๆ เขาเป็นเพื่อนกับน้องชายผมนะ คือน้องชายผมเป็นคนเขียนบทเรื่อง“I Sea you ฉันรักทะเล…ที่มีเธอ” พอเราได้มาเล่นด้วยกันถ้าเราไม่ทักไม่คุยกัน มันก็จะยังไงอยู่ ก็เลยกลายเป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปี (หัวเราะ)

สิ่งที่ได้จากวงการบันเทิง

อย่างแรกเลยให้ตังค์ (ยิ้ม) ชัดเจนเลย ผมเป็นคนชัดเจนอยู่แล้ว ให้อาชีพให้มิตรภาพ อันนี้เรื่องจริงผมกับแดน แล้วก็น้องชายผมด้วย แล้วก็ทีมงานหลายคนที่ผมร่วมงาน แล้วยังร่วมกันต่อ หรือแม้แต่พี่ๆ หลายคนที่มาร่วมแสดงให้ ทุกคนมาเต็มที่ วันหนึ่งเราทำงานแล้วเราเหนื่อยแต่เราหันกลับไปมอง อ้าวนี่ก็เพื่อนเรา พี่เราน้องเราซึ่งมันแฮปปี้มาก ในความรู้สึกผมแล้วเราพร้อมที่จะช่วยกันอีกอย่างก็คือทำให้เรามีฐานะขึ้น นี่แหละคือสิ่งที่ผมได้ แล้วมันทำให้ผมได้เรียนรู้ในวงการว่ามันเป็นวิชาหนึ่งเลย การกำกับการแสดง เราอย่าไปมองแค่การกำกับ ซึ่งมันมีตำรานะที่เขาทำกันมา เราก็เหมือนเป็นนักศึกษาคนหนึ่งและได้สนองความต้องการ การวาดรูปของผมโดยการมาถ่ายทอดออกมาเป็นละคร

มองว่าน่าจะยึดเป็นอาชีพตั้งแต่เมื่อไหร่

ตอนเป็นดาราไม่ได้คิดนะ เราก็สนุกๆ คิดว่าสักวันก็เลิกแล้ว ไปทำอย่างอื่น เริ่มมาคิดตอนที่อยากมาทำเบื้องหลังนี่แหละ ตั้งเป้าไว้เลยว่าทำไมจะทำไม่ได้ เราต้องทำให้มันเป็นอาชีพอยากเป็นผู้กำกับให้ได้ แล้วพอได้ปุ๊บเราจะทำยังไงให้มันอยู่ยาว จริงๆ ตอนเด็กผมฝันว่าอยากจะเป็นศิลปินวาดรูปการ์ตูนนะ อยากเป็นนักเขียน ซึ่งผมก็ยังฝันอยู่

มุมมองของคนในครอบครัว

แม่ก็บอกว่าโอ้ย..ทำได้ด้วยเหรอ แล้วเขาก็จะคุยเรื่องอื่นไป เขาจะเฉยๆ ส่วนพ่อก็เออ..ทำไปดีๆ แล้วก็คุยเรื่องอื่น เขาจะถามดาราคนนั้นเป็นยังไง จริงๆ เขาก็บอกว่าให้เราทำอะไรเต็มที่อย่ายอมแพ้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แล้วผมมีลูกสาวแล้วไง (ไปมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่?) นานแล้วครับ แต่ว่าผมมีแต่ลูกนะ ส่วนแม่เขาเราก็เลิกรากันไป ก็เลยเอาลูกสาวมาเป็นแรงบันดาลใจผมเลี้ยงลูกคนเดียว หนังเรื่องแรกก็เลยอยากทำหนังที่เกี่ยวกับพ่อลูก แต่มันมีวิธีไหนที่จะทำให้สนุกบ้างนะ ก็คิดๆ วันหนึ่งผมเดินกลับบ้านก็เห็นรายการหนึ่ง ก็ได้แรงบันดาลใจว่าถ้ามีพ่อห่วยคนหนึ่งที่เอาตังค์ที่ลูกเก็บไปซื้ออย่างอื่นที่มันงี่เง่า แล้วลูกก็อยากไปดูศิลปิน เรื่องมันก็คงวุ่นวายดีนะแทนที่จะเป็นหนังพ่อลูกทั่วไปก็เลยเกิดเป็นไอเดียนี้ทำเรื่อง “The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ” ส่วนลูกผม เวลาที่ผมทำงานเขาก็จะถามนะว่าพ่อปอยรู้จักคนนั้นคนนี้ไหม คือเขามีเพื่อนกลุ่มยูทูบของเขาที่จะตามดูเขาจะมีเวลาของเขาดูเสร็จผมก็พาไปเล่นดินปลูกต้นไม้เล่นบาส แล้วก็จับลูกสาวตัวเองมาแสดงด้วย (หัวเราะ)

บทบาทการเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

ผมว่าไม่เกี่ยวนะ เขาคือลูกเราก็เลี้ยงมาก็จบ อย่าไปคิดเยอะ รู้ว่ามันเหนื่อย แต่ก็ไม่เห็นเป็นไร เรายังเลี้ยงเพื่อนได้เลย แล้วนี่เลี้ยงลูกคนเดียวทำไมจะเลี้ยงไม่ได้ แต่ว่าก็จะมีคุณพ่อคุณแม่ผมช่วยเลี้ยงอยู่แล้ว ถ้าผมมีงานก็ไปทำงาน กลับบ้านมาก็จะพาเขาเล่นแล้วเขาจะชอบ “พี่ไอซ์-ปรีชญา” ผมก็จะพาเข้าไปกองด้วย เขาจะไม่ค่อยพูดชื่อว่าชอบดาราคนไหน พอเขาพูดเราก็เลยพาเขาไป แล้วก็จะมีพาไปกองนู้นกองนี้ ซึ่งผมก็ไม่รู้สึกลำบาก รู้สึกมันหายเหนื่อย มาถึงกระโดดขี่คอพ่อ เออก็ยังดี 8 ขวบยังกอดเราอยู่ แล้วก็นั่งคุยกันผมจะถามเขาว่าไปโรงเรียนมีอะไรไหม เล่นอะไรกัน ถามเขาเหมือนให้เขานั่งเล่ามา ผมเป็นคนเลี้ยงลูกแบบสบายๆ เขาอยากเป็นอะไรก็แล้วแต่เขา ถ้าอยากจะเป็นนักแสดงก็เป็น ในเรื่องนี้เขาก็เล่นนะ พาคุณปู่คุณย่ามาเล่นด้วย เหมือนเป็นเอ็กตร้าผมเห็นว่าถ่ายใกล้บ้านก็เลยเรียกมา

ไม่ได้รู้สึกว่าความเป็นวัยรุ่นหายไป

ตอนนั้นผมก็ 30 แล้วนะ ก็ถือว่าโตแล้ว ไม่ได้เครียดอะไร เราก็ได้เริ่มวางแผนชีวิตตัวเองว่าจะทำอะไร มีลูกเราก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมก็อยากมีด้วย โอเคไม่มีแม่ เราก็ต้องพูดให้เขาเข้าใจ เขาก็โอเค นานๆ ไปเจอกันได้ เราก็ให้แต่ว่าก็ไม่ได้สปอย หมายถึงว่าให้ในสิ่งที่เขาขาด วันแม่ที่โรงเรียนเขา บางทีผมก็ไปบ้าง แม่ผมก็ไปด้วยอะไรแบบนี้หรือบางทีกีฬาสีก็จะไปเชียร์ ชีวิตผมแฮปปี้ดี เลี้ยงลูกไปทำงานที่เรารักไป ก็แค่นี้แหละ ทำงานเสร็จกลับบ้าน มาเจอลูกเจอครอบครัวก็มีแค่นี้ เพราะว่าตอนวัยรุ่นสีสันผมเยอะมากแล้ว (ยิ้ม) พอมันถึงจุดหนึ่ง มันก็จะห่างๆ คือก็มีกินเที่ยวบ้าง แต่ว่ากินก็กินบ้าน เพื่อนนั่งกันเงียบๆ คุยกันเรื่องงาน เป็นไปตามอายุครับ

อนาคตที่เป็นไป

ผมก็จะลองทำโปรเจกท์อะไรใหม่ๆ อาจจะลองอะไรที่พิสดารขึ้นนอกจากกำกับอย่างเดียว เดี๋ยวไปคิด กำลังเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างอยู่ แล้วก็อาจจะมีไปทำไวรอลของน้องสาว แล้วก็ยังคงทำกำกับนี่แหละต่อไปเพียงแต่ว่าเราจะเพิ่มเติมอะไรขึ้นมากกว่าเดิม เพราะรู้สึกว่าตอนนี้ยังไม่พอ หมายถึงตังค์นะ (หัวเราะ) ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเรียน ค่านมลูก ก็ฝากแฟนๆถ้าเจอกันก็ทักทายกันได้ว่าเป็นยังไง เหมือนได้เจอเพื่อนเก่ารำลึก เอ๊ะ! เคยเล่นเรื่องนี้นี่นา แต่ตอนนั้นผอมกว่านี้นิ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนี้ (ยิ้ม) ก็เข้ามาคุยกันได้ทักทายกันได้หรือว่าชอบในทิศทางของผู้กำกับ ชอบเรื่องนี้ไม่ชอบเรื่องไหน ก็เข้ามาคอมเมนท์ได้ครับคือผมก็ยากรู้เหมือนกันว่าเขารู้สึกยังไง เม้นท์มาเถอะ บางทีคอมเม้นบางอย่างมันฮานะ ผมก็เอามาใช้ในบทด้วย ซึ่งเราก็ได้ไอเดียจากตรงนี้แหละ

เรียกว่าไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์และพร้อมที่จะพัฒนาผลงานอยู่เสมอ เพราะนี่คือสิ่งที่เขารักและยึดเป็นอาชีพ ควบคู่กับอีกหนึ่งหน้าที่ของการเป็นคุณพ่อที่ “ปอย-ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” ไม่ได้ขาดตกบกพร่องเลย

กุหลาบสีเงิน

นางเอกดัง ‘ศรีริต้า’ เผยไลฟ์สไตล์ การนอนแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่แรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/327231

นางเอกดัง ‘ศรีริต้า’ เผยไลฟ์สไตล์  การนอนแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่แรก

นางเอกดัง ‘ศรีริต้า’ เผยไลฟ์สไตล์ การนอนแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่แรก

วันเสาร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท ซินด้า (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายที่นอนเครื่องนอนชั้นนำของไทย ภายใต้แบรนด์ ซินด้า (SYNDA) แถลงข่าวครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ตั้งเป้าดันยอดขายเพิ่ม

15% ภายในสิ้นปีนี้ แตะ 650 ล้านบาท พร้อมส่งสองผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะตลาดซุปเปอร์พรีเมียม SYNDA HYGIENATICที่นอนไร้ไรฝุ่น 100% และซักได้ด้วยน้ำเปล่าเจ้าแรกในประเทศไทยและ HERVA ที่นอนผสานนวัตกรรม C Curve Cooling Gel เจ้าแรกที่ปรับอุณหภูมิของร่างกายขณะนอนหลับ

สำหรับกิจกรรมภายในบูธซินด้า หมายเลข 04 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ ในงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ Thailand International Furniture Expo 2018 (TIF EXPO 2018) ที่จัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดแสดงสินค้าใหม่ พร้อมกิจกรรม และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย พิเศษ! สำหรับวันเปิดงาน พบกับนางเอกดัง ศรีริต้า เจนเซ่น ที่มาเปิดเผยเคล็ดลับการพักผ่อนให้มีคุณภาพ และไลฟ์สไตล์การนอนแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่แรก!