อย่ามองข้าม‘ฉลาก’…ตัวช่วยยุค 4.0 เพื่อสุขภาพห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309994

อย่ามองข้าม‘ฉลาก’...ตัวช่วยยุค 4.0  เพื่อสุขภาพห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

อย่ามองข้าม‘ฉลาก’…ตัวช่วยยุค 4.0 เพื่อสุขภาพห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักอาหารและยา

การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคประเทศไทย 4.0 เป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ โดยเฉพาะการฉลาดเลือกอาหารการกินให้กับตนเองและสมาชิกในครอบครัว ความเร่งรีบในแต่ละวันอาจนำมาซึ่งปัญหาโภชนาการที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไม่ควรมองข้าม เพราะจากผลสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข* พบว่า อัตราการป่วยจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (non-communicable diseases) เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูงภาวะไตวายเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด ฯลฯ เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยกว่า 70% ของคนไทยเสียชีวิตเนื่องจากกลุ่มโรคเหล่านี้ ผู้คนในยุคนี้จึงควรทำการบ้านก่อนซื้อ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพโดยสังเกตมาตรฐานโภชนาการจากผู้ผลิตได้ง่ายๆ จาก 2 จุด บนฉลากผลิตภัณฑ์ดังนี้

1.สัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นล่าสุดบนฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อแสดงว่าอาหารหรือเครื่องดื่มนั้นๆ ได้ผ่านเกณฑ์พิจารณาโภชนาการอันเข้มงวดแล้วว่า มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และเกลือ (โซเดียม) ที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ที่ได้สัญลักษณ์นี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคเลือกและปรับพฤติกรรมการบริโภคหวานมันเค็มให้เหมาะสมมากขึ้น

2.ฉลากโภชนาการ หวาน มัน เค็ม ที่แสดง 4 ข้อมูลสำคัญอันส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ได้แก่ พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่ด้านหน้าของฉลากผลิตภัณฑ์ เป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคสามารถอ่านหรือเปรียบเทียบโภชนาการในผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น เพื่อเลือกซื้อให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย และปรับการบริโภคอาหารที่สมดุลให้ทั้งตนเองและสมาชิกในครอบครัว

ดร.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักอาหารและยา กล่าวว่า “การลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ รู้จักใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงควบคู่กับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ประเทศไทยตอนนี้ถ้าเทียบกับในเอเชีย ถือว่ามีเด็กเป็นโรคอ้วนอันดับต้นๆ รวมทั้งคนที่ป่วยเป็นเบาหวานและความดัน มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวงสาธารณสุข จึงมุ่งรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยลดหวาน มัน เค็ม ที่ผ่านมาเราพยายามให้ข้อมูลผ่านทางฉลากโภชนาการด้านหลังบรรจุภัณฑ์ แต่ปรากฏว่า อ่านยาก อย. จึงได้ร่วมมือกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแบบ สัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” เพื่อให้ข้อมูลโภชนาการ ช่วยให้ผู้บริโภคและคุณแม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีโภชนาการเหมาะสมได้สะดวกรวดเร็วขึ้น และอยากให้คนไทยหันมาใส่ใจตนเองและครอบครัว ด้วยการใส่ใจข้อมูลบนผลิตภัณฑ์ เมื่อเห็นเครื่องหมาย “ทางเลือกสุขภาพ” ซึ่งหมายถึงว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความหวาน มัน เค็มที่เหมาะสม และนับได้ว่าเป็นอีกทางเลือกเพื่อสุขภาพได้”

ส่วน กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและสื่อสารโภชนาการเพื่อสุขภาพ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แนะนำว่า “ข้อมูลเข็มทิศโภชนาการที่ด้านหลังฉลากของผลิตภัณฑ์จากเนสท์เล่ นอกเหนือจากตารางโภชนาการที่แสดงรายละเอียดของชนิด และปริมาณสารอาหารที่มีในผลิตภัณฑ์ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคอย่างชัดเจนแล้ว ยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ แก่ผู้บริโภค อาทิ 1) ชวนให้รู้ (Good to Know) แสดงคุณค่าทางโภชนาการสำคัญๆ ในผลิตภัณฑ์ 2) ชวนให้จำ (Good to Remember) ให้คำแนะนำในการบริโภค และเคล็ดลับการรักษาสุขภาพ 3) ชวนให้คุยกับเรา (Good to Talk) แสดงหลากหลายช่องทางที่ผู้บริโภคสามารถติดต่อบริษัทได้”

นอกจากนั้นเรายังได้เคล็ดลับจากคุณแม่ยุค 4.0 อย่าง เตย-วินรัตน์ สกาว-รัตนานนท์ ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มให้ลูกๆ และทุกคนในครอบครัว ให้สุขภาพดีห่างไกลโรคอีกด้วย “เมื่อก่อนเวลาเตยเลือกซื้อของอะไรก็จะพิถีพิถันเลือกสิ่งดีๆ ให้ตัวเอง พอมีครอบครัว มีลูก เราก็มักจะนึกถึงลูกก่อน รวมทั้งสอนเค้าให้เลือกซื้อของเป็นด้วย อย่างสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” เตยมองว่าเป็นตัวช่วยที่ดี ให้ผู้บริโภคมีจุดสังเกตง่ายๆ ในการเลือก อยากมีสุขภาพดีเราก็ต้องเลือกเองอย่างที่บ้านเตยจะไม่ทานหวานจัด พอมีไมโลสูตรน้ำตาลน้อยที่ผ่านเกณฑ์ทางเลือกสุขภาพ ก็ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าลูกเราได้ทานของมีประโยชน์ รสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพ ส่วนเตยเอง เช้าๆ จะอุ่นท้องด้วยเนสวิต้า หรือพวกซีเรียลโฮลเกรน เตยเน้นอาหารเช้าที่ให้ความสะดวกรวดเร็ว อร่อย แต่ก็ต้องมีสารอาหารที่หลากหลาย บางครั้งก็เพิ่มผลไม้เข้าไปด้วย สุขภาพจะดีหรือไม่ก็อยู่ที่การเลือกซื้อเลือกบริโภคของเรา ต่อให้มีคนแนะนำเราขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเอง”

4 เคล็ดลับช็อปผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพง่ายๆ

1.สังเกตสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice Logo)บนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม

2.อ่านฉลากโภชนาการ หวาน มัน เค็ม เพื่อควบคุมการบริโภคในแต่ละวันให้มีโภชนาการที่สมดุลขึ้น

3.ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ รวมถึงผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

4. ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง หากไม่แน่ใจในสินค้า ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนซื้อทุกครั้ง หรือสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

เมื่อรู้จักข้อมูลดีๆ ด้านโภชนาการแล้วผู้บริโภคควรหมั่นทำการบ้านก่อนซื้อทุกครั้ง อ่านฉลากก่อนตัดสินใจซื้อ โดยสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) ได้ที่ http://healthierlogo.com/

กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์

กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์
เตย-วินรัตน์ และ สกาว-รัตนานนท์

เตย-วินรัตน์ และ สกาว-รัตนานนท์

ลดปวดหลังเรื้อรัง-ออฟฟิตซินโดรมด้วย Shock Wave

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309989

ลดปวดหลังเรื้อรัง-ออฟฟิตซินโดรมด้วย Shock Wave

ลดปวดหลังเรื้อรัง-ออฟฟิตซินโดรมด้วย Shock Wave

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ 

อาการยอดฮิตที่มักพบในมนุษย์เงินเดือนอย่าง “ออฟฟิตซินโดรม” หรืออาการปวดตามส่วนต่างๆ อาทิ คอ บ่า ไหล่ หลัง ฯลฯ ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ สำหรับวิธีการรักษา ในปัจจุบัน นอกจากการรับประทานยา ยังมีการทำกายภาพบำบัด นวด ฯลฯ ล่าสุดมีการรักษาด้วยทางเลือกใหม่ที่กำลังอยู่ในกระแส และให้ผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่น่าพึงพอใจ นั่นคือ “Shock Wave” โดย อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยในคอลัมน์ “บอกเล่าก้าวทันหมอ” หนังสือ ฬ.จุฬา ถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการรักษา

อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ อธิบายว่า “Shock Wave หรือ คลื่นกระแทก” เป็นเครื่องมือรักษาทางกายภาพบำบัดชนิดหนึ่ง อาศัยหลักการของคลื่นกระแทก หรือ Shock Wave ที่มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ที่จำเพาะ ซึ่งเมื่อใช้คลื่นพลังงานดังกล่าวกับพยาธิสภาพความผิดปกติที่เหมาะสม พบว่าสามารถให้ผลการรักษาที่ดีได้ด้วย Shock Wave มีผลการรักษาทางด้านการลดปวดและการเพิ่มปัจจัยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งกลุ่มโรคที่เหมาะจะรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้ก็คือ กลุ่มความผิดปกติของกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นหรืออาการที่รู้จักกันทั่วไป ได้แก่ โรครองช้ำ หรือภาวะเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง และโรคออฟฟิตซินโดรม การรักษาทางกายภาพบำบัดด้วย Shock Wave มีชื่อว่า Extracorporeal Shock Wave Therapy หรือย่อว่า “ESWT” นั่นเอง

อ.นพ.ภัทรพล กล่าวว่า ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาถึงประสิทธิภาพของการรักษาอาการปวดเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อสะบักด้วย ESWT ชนิด Radial พบว่า ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังลดลงภายหลังการรักษาตั้งแต่ครั้งแรก และหายปวดภายหลังการรักษาอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 3-4 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยความร้อนลึกที่มาจากคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง หรือ Therapeutic Ultrasound ผลการศึกษาพบว่าทั้งสองวิธีการรักษามีผลลัพธ์การรักษาไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shock Wave) มีความพึงพอใจในแง่การลดอาการปวด ความสะดวกในการมารับการรักษา เนื่องจากการรักษาด้วย Therapeutic Ultrasound นั้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาโรงพยาบาลสัปดาห์ละ2 ถึง 3 ครั้ง แต่ในกรณีของการรักษาด้วย Shock Wave ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เท่านั้น

ถึงแม้ว่า Shock Wave จะเป็นเครื่องมือช่วยลดอาการปวดล่าสุดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคปวดเรื้อรัง และโรคออฟฟิตซินโดรมได้เป็นอย่างดี อ.นพ.ภัทรพล อธิบายเพิ่มอีกว่า อย่างไรก็ตาม Shock Wave ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา นอกเหนือไปจากการปรับอิริยาบถ และกิจวัตรประจำวัน การกินหรือทายาตามอาการ การทำกายภาพบำบัด ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้การรักษามากกว่า 1 วิธี สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วย Shock Wave นั้น จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเห็นผลในการรักษาอย่างยั่งยืน จุดเด่นของการรักษาด้วย Shock Wave เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมือทางกายภาพบำบัดอื่นๆ คือจำนวนครั้งในการรักษาต่อสัปดาห์น้อยกว่า และให้ผลการรักษาที่เร็วกว่า

อ.นพ.ภัทรพล ยังกล่าวถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกใช้วิธีการรักษาด้วย Shock Wave ในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง เป็นผลจากการกระแทก หากระหว่างการรักษาใช้ความแรงของการกระแทกมากเกินไป อาจทำให้มีอาการระบมหรือเจ็บขณะรักษา หรือในผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกง่าย ก็อาจเกิดรอยช้ำขึ้นได้ในบริเวณที่รับคลื่นกระแทกนั่นเอง

ปัจจัยสำคัญในการรักษาโรคปวดเมื่อยเรื้อรังให้ได้ผลนั้นจริงๆแล้ว ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยมากกว่าแพทย์ จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ โดยอยู่กับแพทย์หรือนักายภาพบำบัดด้วยระยะเวลาสั้นๆ มักจะใช้เวลาไม่เกิน1ชั่วโมงต่อการรักษา 1ครั้ง แต่อีกมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ป่วยต้องอยู่กับร่างกายของตัวเอง ดังนั้นหากผู้ป่วยใส่ใจในการปรับอิริยาบถ การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการออกกำลังกาย หรือการบริหารร่างกายได้อย่าวถูกต้องด้วยตนเอง ตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัด ก็จะช่วยให้อาการปวดเรื้อรังต่างๆหายได้เร็วขึ้น ได้ผลที่ยั่งยืน และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309955

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

‘ต้นคริสต์มาสลายกระจัง’ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สร้างสรรค์ศิลปะไทยร่วมสมัยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เดือนธันวาคมอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขของผู้คนที่ออกมาชื่นชมความงดงามตระการตาของแสงไฟต้นคริสต์มาสเตรียมเคานท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้าย
ปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมาถึง เช่นเดียวกับบริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ในช่วงนี้ที่คึกคักไปด้วยชาวไทยและต่างชาติที่ให้ความสนใจเข้ามาเช็คอิน แชะภาพเก๋ๆ คู่กับต้นคริสต์มาสที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยลายกระจังซึ่งเป็นพื้นฐานลวดลายแบบไทยขนาดสูง 18 เมตร และยังมีคาราวานความสุขสุดอะเมซซิ่งที่นำโดยประติมากรรมน้องมังคุด เด็กผู้หญิงลำตัวสีม่วงนั่งถือลูกบอลขนาดเล็กที่เรียกว่าลูกประหลาด รายล้อมด้วยรถละครสัตว์จากต่างดาว ที่มีประติมากรรมผู้หญิงรูปร่างบอบบางนามว่ามิงกี้เป็นผู้ควบคุมเหล่าสัตว์รูปร่างแปลกตา อาทิ เจ้าหมอกซึ่งเป็นน้องหมาที่มีหน้าเป็นดอกไม้ ช้างที่มีลำตัวเป็นกล้วย เรียกกันว่าชล้วย พาเหรดทหารแอปเปิ้ลที่มี 3 แขน ขณะที่ประติมากรรมน้องมาครับและมาจ๊ะ ก็มีแผงคอตกแต่งสวยงามตามธีม “ดิ อะเมซิ่ง คาร์นิวัล” (The Amazing Carnival)

ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปลายปีเป็นช่วงที่ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยและนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมากเทศกาลแห่งความสุขปลายปีนี้ เอ็ม บี เค จึงทุ่มงบการตลาดตกแต่งทั้งภายในและภายนอก ภายใต้ธีม ดิ อะเมซิ่ง คาร์นิวัล ผ่านรูปแบบของแฟนตาซีละครสัตว์ที่มีการผสมผสานความเป็นไทยและสากลเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ถือเป็นสเปเชียล โปรเจกท์ที่คาดหวังว่าจะมอบประสบการณ์น่าตื่นตาแปลกใจ สร้างความสุขและรอยยิ้มให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมถึงกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายและเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯในการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่”

สำหรับศิลปินไทยผู้อยู่เบื้องหลังความตื่นตาตื่นใจครั้งนี้เป็นศิลปินสตรีทอาร์ทคลื่นลูกใหม่ที่มีสไตล์ของตัวเองอย่างเด่นชัด “ฟ้าวลัย ศิริสมพล” หรือรู้จักกันดีในชื่อ “Mamablues”กล่าวถึงการร่วมงานกับ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ค่อนข้างเปิดกว้างและให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถนำเสนอไอเดียเต็มที่ ได้รับโจทย์ให้ตี ความหมายของคอนเซ็ปต์ The
Amazing Carnival จึงจำลอง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นสถานที่นัดพบของศูนย์กลางจักรวาล โดยมีประติมากรรมน้องมาครับ เป็นทูตเชิญแต่ละดาวเพื่อนบ้านที่มีความแตกต่าง แต่ก็อยู่ร่วมกับชาวโลกได้ เหมือนกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติจากหลายประเทศทั่วโลกให้มาพบปะกันและช็อปปิ้งอย่างสนุกสนาน ไฮไลท์สำคัญ คือ ต้นคริสต์มาสลายกระจังที่สะท้อนถึงความเป็นศูนย์การค้าของคนไทย นับเป็นครั้งแรกของการทำต้นคริสต์มาสที่มีการสร้างแพทเทิร์นขึ้นมาก่อนติดลงบนต้น รวมถึงวางโครงสร้างแต่ละชั้นเพื่อยึดเกาะลูกวาวสีสันสดใส”

“น้องมังคุด” ประติมากรรมชิ้นใหญ่ที่สุด เป็นเด็กผู้หญิงลำตัวสีม่วงอายุประมาณ 14 ปี ถือลูกประหลาดใจไว้ในมือ เป็นหัวหน้าขบวนคาร์นิวัล ทั้งยังเป็นตัวแทนของวัยระหว่างเด็กและผู้ใหญ่อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมี “เจ้าหมอก” ที่มีลำตัวเป็นสุนัขแต่มีหน้าเป็นดอกไม้ “จมือ” คือ จมูกที่สามารถวิ่งไปทั่วงานโดยมีจุดเด่นอยู่ที่แขนยื่นยาวออกมาและฝ่ามือที่มีนิ้วสั้น “โจ้วว” หรือจิงโจ้ ที่มีหางอยู่บนหน้าทหารแอปเปิ้ลสามแขนเป็นหุ่นที่มีลำตัวเป็นแอปเปิ้ลถูกกัดแหว่งสื่อถึงมิตรภาพที่มีความสนิทใกล้ชิดกัน เป็นต้น จึงเป็นการเสิร์ฟความแปลกใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างจากธีมคริสต์มาสที่อื่นๆ ดึงดูดให้คนสนใจเข้ามาค้นหาคำตอบและสร้างการจดจำ ทั้งยังต่อยอดให้เกิดจินตนาการและความสนุกสนาน”

“ที่ผ่านมาเอ็ม บี เค ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการใช้ศิลปะเข้ามาตกแต่งโดยรอบศูนย์ฯในแนวสตรีทอาร์ท และประติมากรรม “มาครับ” และ “มาจ๊ะ” ที่สร้างสรรค์โดย “โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี’ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์คที่คนไทยและนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายรูป นี่คือการปรับตัวให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และมีภาพลักษณ์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งการนำศิลปะไปเสิร์ฟผู้บริโภค ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าเอ็ม บี เค มีความเป็นมิตรและเข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ รวมถึงเป็นอีกแลนด์มาร์คท่องเที่ยวสำคัญที่มีผู้คนจากทั่วโลกต้องเดินทางมาถ่ายรูปเมื่อมาเยือนเมืองไทย” ศิรฐา กล่าวเพิ่มเติม

เข้าร่วมรับประสบการณ์แปลกใหม่ที่“เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” และหากหลงใหลในเสน่ห์ของคาแร็กเตอร์ที่ Mamablues สร้างขึ้น นอกจากเก็บภาพประทับใจที่ลานสกายวอล์กแล้ว ยังสามารถเก็บสะสมของพรีเมียม อาทิ แก้ว MUG สกรีนลายตัวตลกพร้อมแผงคอที่ทำเป็นที่รองแก้ว กระเป๋า Tote bag และผ้าพันคอลวดลายสัตว์พิเศษต่างๆ ได้ตามเงื่อนไขของศูนย์ฯ โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mbk-center.co.th หรือ เฟซบุ๊ค mbkcenterth

เอ็มบีเคเซ็นเตอร์จัดยิ่งใหญ่เทศกาลส่งท้ายปี

เอ็มบีเคเซ็นเตอร์จัดยิ่งใหญ่เทศกาลส่งท้ายปี
มาจ๊ะ สวมแผงคอร่วมขบวนความสุข

มาจ๊ะ สวมแผงคอร่วมขบวนความสุข
ทหารแอปเปิ้ล

ทหารแอปเปิ้ล
มิงกี้ ผู้คุมสัตว์พิเศษยืนประกบจิงโจ้รูปร่างแปลกตาที่มีชื่อว่าโจ้วว

มิงกี้ ผู้คุมสัตว์พิเศษยืนประกบจิงโจ้รูปร่างแปลกตาที่มีชื่อว่าโจ้วว
The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง
The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

The Amazing Carnival คาราวานความสนุก สุดอะเมซิ่ง

เช็คอินร้านกินดื่ม ชมวิวไฟล้านดวง ย่านราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310008

เช็คอินร้านกินดื่ม ชมวิวไฟล้านดวง   ย่านราชประสงค์

เช็คอินร้านกินดื่ม ชมวิวไฟล้านดวง ย่านราชประสงค์

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้องลับของโจรสลัด Pirate Chambre

ย่านราชประสงค์ ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลายเป็นจุดเช็คอินยอดฮิต โดยเฉพาะปลายปีที่มีทั้งเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องปีใหม่ ที่ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ต่างพร้อมใจกันตกแต่งประดับประดาสถานที่ด้วยไฟหลากสีสัน พร้อมด้วยประติมากรรมต่างๆ ให้คนชอบแชะแชร์ได้มาถ่ายรูปโพสต์ลงสื่อโซเชียลในบรรยากาศลมหนาวยามค่ำกันอย่างมีความสุข

ปีนี้ย่านราชประสงค์ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่“แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ที่มาพร้อมกิจกรรมการจัดแสดงแสงสีเสียงในรูปแบบ 3 มิติหรือ 3D Mapping Projection บนอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ที่มีความสูงกว่า 60 ชั้น เทศกาลประดับไฟย่านราชประสงค์ปีนี้จึงพิเศษมากกว่าที่เคยจัดมาในรอบเกือบ 20 ปี ที่ใครไม่ได้มาเช็คอินถือว่าพลาดอย่างแรง และเพื่อเป็นไกด์ให้ไปเช็คอินกันถูกจุดขอแนะนำมุมกินดื่ม มุมไหนบ้างที่จะทำให้คุณได้ชมวิวไฟล้านดวงได้ฟินที่สุด

ห้องลับของโจรสลัด Pirate Chambreชั้น 3 ของอาคารมณียา เซ็นเตอร์ เป็นจุดชมไฟมุมสูงที่เห็นสีสันของย่านราชประสงค์ได้อย่างกว้างขวางและชัดเจน ตั้งแต่ไฟประดับอาคารมณียา อัมรินทร์พลาซ่าไปจนถึงเกษรวิลเลจเมนูแนะนำ Watermelon Nigiri and Foie Gras Rolled ซูชิแตงโมหวานฉ่ำและตับห่านโดยท็อปด้วยปลาไท่เนื้อหวาน ไข่แซลมอนและคาร์เวียร์, Rigatoni Lobster Bouillabaisseริกาโตนีกับเนื้อล็อพสเตอร์แน่นๆ ผัดในซอสซุปบุยยาเบสสไตล์ฝรั่งเศสได้รสชาติหวาน มัน กลมกล่อม และ Australian Chilled “A” Grade Striploin Steak poached egg และ
Truffle Hollandaise สเต็กเนื้อออสเตรเลียเกรด A เสิร์ฟกับ Poached egg และซอสHollandaise ที่ได้รสกลมกล่อมจากเนยและกลิ่นหอมจากเห็ดทรัฟเฟิล

Beer Republic โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ ร้านน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่ถึงเดือนร้านสวยมากตกแต่งเรียบหรู แฝงไปด้วยกลิ่นอายบรรยากาศย้อนยุคจากแรงบันดาลใจบรรยากาศจากโรงงานในยุคอุตสาหกรรมที่ยุโรป เพดานสูง ตกแต่งเน้นสีขาวดำ ทำให้รู้สึกโอ่อ่าและเท่ที่สุดเปิดประสบการณ์แปลกใหม่กับเครื่องดื่มชั้นเยี่ยมที่มีให้เลือกมากมายจากทุกมุมโลกกว่า 70 ชนิด พร้อมอาหารจานใหญ่ ทั้งอาหารไทยรสดั้งเดิม และอาหารยุโรปในราคาสมเหตุสมผล Beer Republic ตั้งอยู่ติดริมถนน ตรงข้ามอาคารมณียาเซ็นเตอร์ ทำให้เห็นแสงไฟประดับที่อัมรินทร์พลาซ่าที่ตกแต่งด้วยบอลลูนยักษ์อย่างชัดเจน

Beer Republic โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์

สัมผัสบรรยากาศชมไฟระดับห้าดาวต้องที่ Theo Mio โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลกรุงเทพฯ เป็นที่สุดของโลเกชั่นชมไฟประดับแบบเอ็กซ์คลูซีฟประชิดติดขอบ ตกแต่งในโทนสีน้ำเงินและสีฟ้าเทอร์ควอยส์ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมุมเด็ดที่ห้ามพลาดคือโซนเอาท์ดอร์ ด้านนอกร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในแคว้นซิซิลี อิตาลี ที่มีไฟประดับระยิบระยับสุดตระการตาเหมือนอยู่ในเมืองเทพนิยาย เมนูแนะนำ Selezione di Antipasti Theo Mio ซีเล็คชั่น แอนทิพาสตี้ ของว่างเรียกน้ำย่อยซึ่งประกอบด้วย ชีสบูราต้า พาร์ม่าแฮม ผักรวมย่างข้าวรีซอตโต้ทอดซอสมะเขือเทศไส้ชีส และขนมปังอบหน้าพริกหวานมะเขือเทศ

หรือเลือกสัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟระดับโลกกับ GaysornUrban Resortบนชั้น 19 ของอาคาร GaysornTower ใจกลางย่านราชประสงค์ เป็น Best of the Best View ในการชมไฟประดับปีใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์สวนลอยฟ้ากลางแจ้งขนาดใหญ่ Outdoor Greenery Sky Garden สามารถเห็นวิว การตกแต่งไฟประดับทั่วทั้งย่านราชประสงค์ สัมผัสความมีชีวิตชีวาและความสนุกของสีสันยามค่ำคืนในทุกมุมมองเปิดมิติใหม่ในการสังสรรค์ชมไฟ ชมเมืองที่สวยงามสุดตระการตา

นอกจากนี้ ยังมีอีกจุดกินดื่มที่จะทำให้คุณได้ชมวิวไฟล้านดวงย่านราชประสงค์ ได้อย่างเพลิดเพลิน ได้แก่ Burger & Lobster ที่เกษรวิลเลจ ชั้น G ซึ่งคุณสามารถชมไฟประดับที่สวยงามตลอดทางเดินในย่านราชประสงค์ Riedel Wine Bar & Cellar ชั้น 2 เกษรวิลเลจ การันตีความฟิน ทั้งวิวชมไฟแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดโรแมนติกและเป็นวิวที่เห็น 3D Mapping Projectionบนอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ดและเซ็นทรัลเวิลด์ได้อย่างถนัดชัดเจน จุดต่อไปเอาใจทีเลิฟเวอร์โดยเฉพาะ จิบชาชมไฟล้านดวงที่1823 Tea Lounge by Ronnefeldt แบรนด์ชาระดับโลกสุดพรีเมียมที่เกษรวิลเลจ ชั้น 1 จิบชาชั้นเลิศ และเครื่องดื่มอร่อยๆ มากมาย พร้อมชมไฟประดับที่เห็นไปไกลตั้งแต่เกษรวิลเลจ อัมรินทร์พลาซ่า ไปจนถึงไฟประดับพระพรหมเมนู

นอกจากนี้ ย่านราชประสงค์ยังให้คุณมีส่วนร่วมถ่ายทอดความภูมิใจของประเทศให้ก้องโลก กับแคมเปญประกวดภาพถ่าย BEAUTIFUL BANGKOK เชิญชวนร่วมกดชัตเตอร์ ถ่ายทอดมุมมองใหม่ ภาพไฟสวย แปลก แหวกแนวในสไตล์ของตัวเอง จะถ่ายวิวหรือเซลฟี่ได้ทั้งนั้น ภายใต้โจทย์คือ “Beautiful Ratchaprasong หรือ Beautiful Magnolias” พร้อมติดแฮชแท็ก #beautifulbangkok #beautifulratchaprasong #beautifulmagnolias #bangkokiconiclandmark ในแคปชั่นบรรยายภาพ แล้วอัพโหลดไฟล์ภาพบนเว็บไซต์สำหรับฝากไฟล์ เช่น WeTransfer, Dropbox, GoogleDrive ฯลฯ พร้อมระบุชื่อ ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ ส่งลิ้งค์ดาวน์โหลดภาพที่อีเมล์: beautifulbangkokbymagnolias@gmail.comชิงเงินรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท ร่วมส่งภาพร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2561 ประกาศผลวันที่ 30 มกราคม 2561 ติดตามรอบจัดแสดงและตารางกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/MagnoliasRatchadamriBoulevard

4 ผู้บริหารแถวหน้าแชร์ประสบการณ์ เติมอาหารสมองพร้อมสร้างคอนเนคชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309998

4 ผู้บริหารแถวหน้าแชร์ประสบการณ์ เติมอาหารสมองพร้อมสร้างคอนเนคชั่น

4 ผู้บริหารแถวหน้าแชร์ประสบการณ์ เติมอาหารสมองพร้อมสร้างคอนเนคชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อมรพิมล วีรวรรณ

แม้จะเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ แต่การเรียนรู้และเปิดมุมใหม่ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับ 4 ผู้บริหารระดับท็อปของประเทศที่ร่วมแชร์ประสบการณ์การเข้าร่วมหลักสูตรอบรมการลงทุน Ultra Wealth Group (อัลตร้า เวลท์ กรุ๊ป) เพื่อเติมอาหารสมอง พร้อมสร้างคอนเนคชั่นในเวลาเดียวกัน

เริ่มจาก อมรพิมล วีรวรรณ เผยว่า“เพราะเป็นคนที่ชอบในเรื่องของการลงทุน พอได้มาเรียนจึงรู้ว่า การลงทุนจริงๆ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องหุ้นเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนในด้านอื่นๆ เช่นกันอย่างการลงทุนในเรื่องของงานศิลปะที่ตัวเองชอบเก็บสะสมและยังทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนๆ ที่มีความชอบในเรื่องของการลงทุนเกี่ยวกับงานศิลปะเช่นเดียวกัน จึงได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็นว่า สิ่งที่เราคิดวิเคราะห์เขาคิดเหมือนเรารึเปล่า การมาอบรมในหลักสูตรนี้ ไม่เพียงได้ความรู้แต่ยังได้มิตรภาพที่ดีจากเพื่อนๆ ที่อยู่เหนือกว่าคำว่า คอนเนคชั่น ที่สามารถช่วยเหลือและเกื้อกูลกัน”

ส่วน ชาญ ศรีวิกรม์ เผยว่า “คุ้มค่ากับการเสียเวลา ได้รู้จักกับกลุ่มผู้นำผู้ประกอบการต่างๆ ในแต่ละวงการ เป็นการรวมตัวกัน เพื่อครีเอทโอกาส สร้างความมั่งคั่งทางสังคม สร้างไอเดียใหม่ เปิดโอกาสธุรกิจ หลักสูตรนี้เป็นเหมือนการเดินทางที่ทำให้ทุกคนสามารถเติบโตได้ในอนาคต ทั้งในเรื่องธุรกิจและสังคมจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรที่รวมกลุ่มคนที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน ทำให้ได้เพื่อนที่ดี รวมถึงได้ประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ ซึ่งหากเรายังติดอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เราก็อาจจะไม่ได้ประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้”

ด้าน หลุยส์ เตชะอุบล เผยว่า “สิ่งที่สัมผัสได้ คือ มิตรภาพที่ดีจากเพื่อนๆหลากหลายสังคมธุรกิจที่มา อบรมด้วยกันค่ะ ทำให้เรามีความคิดที่กว้างมากขึ้นจากการได้พูดคุย แชร์แนวทางในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการคิดวิเคราะห์ในเรื่องของการลงทุนจากนักลงทุนเก่งๆ ที่ได้รับเชิญเป็นวิทยากร รวมถึงเพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลในเชิงลึกที่ค่อนข้างอินไซด์ ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ค่ะ”

ปิดท้ายด้วย เกรียงไกร กาญจนะ โภคิน เผยว่า “ได้เพื่อนใหม่ มิตรภาพใหม่ผมมองว่า การได้เพื่อนใหม่นี่ล่ะ เป็นการลงทุนที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะทุกคนจะมีแนวคิด วิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งเอาประสบการณ์ ของแต่ละคนมาแชร์กัน ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ในธุรกิจของเราได้ ผมคิดว่า หลักสูตรนี้เป็นการรวมตัวกันของ X–Men ขนานแท้จากหลากหลายวงการธุรกิจที่ทุกคนมีความเก่งในแต่ละด้านที่ตัวเองถนัด เวลามารวมกลุ่มกันย่อมสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ที่แปลกและแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ครับ”

ทั้งนี้ หลักสูตรอบรมการลงทุนUltra Wealth Group (อัลตร้า เวลท์ กรุ๊ป) ได้รวบรวมนักธุรกิจระดับท็อปของประเทศจากหลายวงการอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เม็ดเงินที่หามาได้จากธุรกิจปัจจุบันที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว สามารถนำไปบริหารจัดการให้งอกเงยเพิ่มพูนขึ้นอีก พร้อมทั้งยังเปิดกว้างด้านวิสัยทัศน์ มุมมองความคิดและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ  ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันซึ่งอยู่เหนือคำว่าคู่แข่งขัน ทำให้ที่ Ultra Wealth Group แห่งนี้ เต็มไปด้วยความมั่งคั่ง ทั้งมิตรภาพ ความรู้และเงินทองโดยมีผู้อบรมผ่านไปแล้ว 3 รุ่น กว่า 300 คนและขณะนี้กำลังคัดเลือกรับรุ่นที่ 4 ซึ่งพร้อมเปิดอบรมกลางเดือนมกราคม 2561

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ Ultra Wealth Group ได้ที่ http://www.ultrawealthgroup.com หรือ Facebook :UltraWealthGroup

ชาญ ศรีวิกรม์

ชาญ ศรีวิกรม์
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน
หลุยส์ เตชะอุบล

หลุยส์ เตชะอุบล

เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้ นิทรรศการกลิ่นหอมสุดคลาสสิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310002

เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้ นิทรรศการกลิ่นหอมสุดคลาสสิก

เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้ นิทรรศการกลิ่นหอมสุดคลาสสิก

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

CHANEL NO.5 (1912) น้ำหอมกลิ่นแรกจากชาแนล

เพราะ “น้ำหอม” เป็นมากกว่าเครื่องสำอางที่ให้กลิ่นหอม แต่ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ สร้างเสริมความมั่นใจ และบ่งบอกความเป็นตัวตน ที่ไม่ซ้ำแบบใคร “น้ำหอม” จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งคู่กายของหนุ่มๆ สาวๆ ที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบัน เซ็นทรัล เอาใจเหล่าคนรักความหอม จัดแคมเปญ “Beauty Galerie Presents All About Beauty Sense of Scent” (บิวตี้ แกเลอรีพรีเซ็นต์ ออล อะเบ้าท์ บิวตี้ เซ้นส์ ออฟ เซ้นต์) เนรมิตความหอมให้อบอวลไปทั่วทั้งห้าง ด้วยนิทรรศการ “Scents of Rarity” (เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้) รวบรวมกลิ่นหอมสุดคลาสสิกจากน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกที่หายาก และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มาให้ได้สัมผัสกลิ่นหอมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมเกร็ดความรู้บอกเล่าเรื่องราว ความเป็นมาของน้ำหอมรุ่นต่างๆ จากนักสะสมน้ำหอมชื่อดังณ แผนกบิวตี้ แกลเลอรี ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม

ณัฐธีรา บุญศรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสินค้า บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และกรรมการผู้จัดการ ห้างสรรพสินค้าเซน เผยว่า “ในแคมเปญ บิวตี้ แกลเลอรี พรีเซ็นต์ ออล อะเบ้าท์ บิวตี้ เซ้นส์ ออฟ เซ้นต์ เราได้นำเสนอเรื่องของกลิ่นหอมอมตะผ่านนิทรรศการ เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้ โดยรวบรวมน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก ที่ปัจจุบันหาไม่ได้ง่ายๆ มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์สัมผัสกลิ่นหอมหายาก และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์น้ำหอมชนิดต่างๆ ทั้งยังจัดกิจกรรม Making Scents (เมคกิ้ง เซ้นต์) แนะนำการเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับราศี และเช็คพื้นฐานดวงชะตากับนักพยากรณ์ชื่อดัง รวมถึงเวิร์กช็อปทำน้ำหอมกลิ่นพิเศษ ในแบบฉบับเฉพาะตัว ที่มีเพียงกลิ่นเดียวในโลก เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์พิเศษและประทับใจกับกิจกรรมที่เราตั้งใจจัดขึ้นค่ะ”

ด้าน อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้รักการสะสมน้ำหอมวินเทจ (Vintage) มากว่า 10 ปี เล่าว่า “ส่วนตัวเริ่มจากการชอบผสมกลิ่นน้ำหอมให้เป็นสไตล์ของตัวเอง ก่อนจะมารู้จักกับน้ำหอมวินเทจ รู้สึกว่าเป็นศาสตร์ที่น่าหลงใหลและลึกลับ เพราะศาสตร์อื่นสามารถสัมผัสได้ด้วยการมอง หรือการจับต้อง แต่เสน่ห์ของน้ำหอมอยู่ที่การดม ที่ต้องแยกแยะให้ออกว่ามีส่วนผสมของกลิ่นอะไรบ้าง โดยที่ชอบที่สุดเป็นกลิ่นฟลอรัล เพอร์ฟูม (Floral Perfume) หรือสารสกัดจากดอกไม้ สำหรับในงานนิทรรศการ เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้ จะได้พบกับน้ำหอมอมตะ ที่ไม่ได้หาดมได้ง่ายๆ ในปัจจุบัน อาจจะมีเก็บสะสมไว้ตามพิพิธภัณฑ์บ้าง แต่ก็ต้องเสียค่าดมแพงมาก และบางครั้งก็จะได้ดมกลิ่นที่สร้างขึ้นมาเลียนแบบ แต่ถ้ามางานนี้ ก็จะได้ดมกลิ่นน้ำหอมจริงๆ ที่มีเรื่องราวผ่านกาลเวลาจากขวดน้ำหอมเลยจึงไม่อยากคนรักกลิ่นหอม หรือผู้สนใจพลาดชมงานนี้”

นิทรรศการ “Scents of Rarity”(เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้) ได้รวบรวมกลิ่นหอมสุดคลาสสิกจากน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกที่หายาก และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มาให้ได้สัมผัสกลิ่นหอมกันอย่างใกล้ชิด อาทิ CHANEL NO.5 (1912) (ชาเนล นัมเบอร์ 5 ปี 1912) น้ำหอมกลิ่นแรกจากชาแนล ซึ่งถือเป็นผู้นำเทรนด์ในยุคแรกๆ ที่แฟชั่นดีไซเนอร์หันมาทำน้ำหอมแบรนด์ของตัวเอง โดยถือเป็นต้นแบบของน้ำหอมประเภทAldehydic Floral (อัลเดลิก ฟลอรัล) ซึ่งเป็นนิยามของความเป็นเฟมินินมาจนถึงยุคปัจจุบัน MISS DIOR (1947) (มิส ดิออร์ปี 1947) น้ำหอมต้นแบบในยุค 50 กลิ่นแรกจากแบรนด์ Christian Dior (คริสเตียนดิออร์) ที่เป็นนิยามของเอลิแกนท์ (Elegant)ของผู้หญิงในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2OPIUM (1977) (โอเปียม ปี 1977) น้ำหอมไอคอนยุค 80 จาก Yves Saint Laurent
(อีฟส์ แซงต์ โลรองต์) ซึ่งมีคนกล่าวไว้ว่า แสดงพลังอำนาจของผู้หญิง ที่ผู้ชายต้องยอมสยบ และ SHOCKING (1937) (ช็อกกิ้งปี 1937) เป็นน้ำหอมที่ดังที่สุดของ Elsa Schiaparelli (เอลซา เซียปาเรลลี) แฟชั่นดีไซเนอร์ผู้คิดค้นสี Shocking Pink (ช็อกกิ้งพิ้งค์) สร้างสรรค์ขึ้น และด้วยสีชมพูสดของน้ำหอม SHOCKING จึงแสดงถึงความเปรี้ยวซ่าของสาวๆ ในยุคนั้น

พิสูจน์ความหอมอบอวลของน้ำหอมสุดคลาสสิก ได้ใน นิทรรศการ Scents of Rarity (เซ้นต์ ออฟ แรร์ริตี้) ได้ตั้งแต่วันนี้-24 ธันวาคม 2560 เวลา 10.00-22.00 น. ณ แผนกบิวตี้ แกลเลอรี ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/centralbeautyclub

ณัฐธีรา บุญศรี

ณัฐธีรา บุญศรี
อนุชา บุญยวรรธนะ

อนุชา บุญยวรรธนะ
SHOCKING (1937) น้ำหอมที่มีสีชมพูสด

SHOCKING (1937) น้ำหอมที่มีสีชมพูสด
MISS DIOR (1947) น้ำหอมต้นแบบในยุค 50

MISS DIOR (1947) น้ำหอมต้นแบบในยุค 50

คุณแหน : 21 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310010

คุณแหน : 21 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 21 ธันวาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงพระกรุณาเสด็จเป็นประธานงานเลี้ยงรับรองพิธีมงคลสมรส ระหว่างวรมาศ ศรีวัฒนประภา ลูกสาวคนโตของ วิชัย-เอมอร แห่งอาณาจักรคิง เพาเวอร์ กับ รวิ อิทธิระวิวงศ์24 ธ.ค. ที่ Fountain Square คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำ…

ll พล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช ประธานมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชประจำปี 24 ธ.ค. 07.00-09.00 น. และเนื่องในปีนี้ครบรอบ 250 ปีกรุงธนบุรีทางมูลนิธิฯเปิดให้ประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมโบราณสถานในพระราชวังเดิมได้ในระหว่างวันที่15-28 ธ.ค. เวลา 09.00-15.30 น. สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-4754117และ 02-4727291…

ll ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ ผอ.สํานักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มฯ กระทรวงพาณิชย์รับเชิญเป็นหนึ่งในกรรมการช่วยตัดสินรางวัลผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากข้าวไทย RICE PLUSAWARD 2018 ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ก้าวไกลกว่าเดิม ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ถึง28 ก.พ. 61 www.riceplusaward.com…

llหลังจัดงานฉลองครบ 30 ปี รร.แลนด์มาร์ค กรุงเทพฯจตุพร สิหนาท กถากุล บิ๊กบอสใหญ่ ยิ้มแก้ปริเอาฤกษ์เอาชัยเปิด รร.แลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯน้องใหม่ล่าสุดในเครืออวดโฉมบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่..โดยมี ทศพร สิหนาทกถากุล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ลงพื้นที่ตรวจงานเองทุกจุด…

ll หลังจากอพยพย้ายออกจากบ้านอย่างเร่งด่วนไปเช็คอินที่โรงแรม Waldorf Astoria เพราะไฟป่าแถบเบเวอร์ลี่ฮิลส์ ตอนนี้บ้านปลอดภัย นพ.วิบูลย์-รัศมีวิจิตรวาทการ เดินทางมาเมืองไทยสัปดาห์นี้โดยมีลูกๆ ทั้งสองพร้อมครอบครัวติดตามมาเป็นขบวนใหญ่…

ll ฉลองสมรส ธนบัตร มีศิลป์ บุตร ไพบูลย์ มีศิลป์-ศิริวรรณ ภุมมาจันทร์กับ ศศิประภา คำไชย บุตรี ทองคำ-ศรีจินคำไชย 24 ธ.ค. 16.30 น. ร้านอาหารริมทะเลModish Club สโมสรกีฬาทางน้ำ พัน สอ.12บางพระ…

ll สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค จัดงานเพนนิน มาร์เก็ต กับอาหาร ขนม เครื่องดื่ม สินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ น้ำหอม สกินแคร์ และยังให้ร่วมลุ้นเวิร์กช็อปวาดภาพกับ Painterbell และประมูลของรักของหวงจากดารา 23-24 ธ.ค.เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การค้า เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถ.ราชดำริ…

ll ประวรา เอครพานิช ไฟเขียว แคมเปญ “New Year New You 20-70%” ให้สาวๆ สวยข้ามปีกับแบรนด์ในเครือบูติคนิวซิตี้ฯ ทั้ง กี ลาโรช ลอฟฟิเซีย ซีแอนด์ดี จีเอสพี จู๊สส์ มาช็อปหาเสื้อชุดใหม่ใส่รับศักราชใหม่ได้แล้ววันนี้ ทุกสาขา หรือช็อปปิ้งออนไลน์ 24 ชั่วโมงได้ที่เฟซสบุ๊ค…ll

น้อง

‘กรมการข้าว’เตรียมมอบ9ตราสินค้าข้าวให้กลุ่มเกษตรกรชั้นนำต่อยอดสู่ธุรกิจมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309927

'กรมการข้าว'เตรียมมอบ9ตราสินค้าข้าวให้กลุ่มเกษตรกรชั้นนำต่อยอดสู่ธุรกิจมืออาชีพ

‘กรมการข้าว’เตรียมมอบ9ตราสินค้าข้าวให้กลุ่มเกษตรกรชั้นนำต่อยอดสู่ธุรกิจมืออาชีพ

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

กรมการข้าว โดยกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมจัด “พิธีมอบตราสินค้าข้าวสำหรับตลาดเฉพาะ 2560” เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์ในการเพิ่มมูลค่า และยกระดับราคาข้าวไทย ในโครงการ ส่งเสริมและพัฒนาตราสินค้าข้าวสำหรับตลาดเฉพาะ (Niche Market) ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวตลาดเฉพาะ โดยการจัดทำตราสินค้าของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวคุณภาพ ให้มีความโดดเด่น น่าเชื่อถือ และสามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจค่าปลีกสมัยใหม่ได้ โดยในงานได้รับเกียรติจาก นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานในการเปิดงาน พร้อมมอบตราสินค้าให้เกษตรกร จำนวน 9 ตราสินค้า ในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560 ณ ห้อง รัชดาแกรนด์บอลรูม โรงแรมรัชดาซิตี้ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงตราสินค้าข้าวจากเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 ตราสินค้า ให้ผู้สนใจได้เข้าชมสินค้าและผลิตภัณฑ์ต้นแบบเหล่านี้ ที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์: 02-5612370 , แฟกซ์ 0-2561-3236 หรือ http://www.ricethailand.go.th

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309770

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2560

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ยินดีกับชาวกทม.ด้วย สำหรับอุณหภูมิที่ลดลงหลายคนได้โอกาสหยิบเสื้อกันหนาวที่นานๆ จะได้มีโอกาสใส่เสียที ก็ได้ใส่ใน 3-4 วันนี้แหละ แต่คงปลาบปลื้มไม่ได้นาน ให้เราพอใจในสิ่งที่เราได้รับ แค่ไหนแค่นั้นก็แล้วกัน…

ll “คุณหญิงนาว”ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนี ต้องเจอเรื่องระทึกใจเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เมื่อขับรถไปชนรถคันหน้าอย่างแรง เนื่องจากเหยียบเบรกไม่ทันใครมาเห็นสภาพรถเข้าก็พากันลงความเห็นว่าเจ้าของรถต้องเสียชีวิตแน่ๆ เพราะยับเยินจริงๆ แต่เจ้าตัวยังมีแก่ใจโทรศัพท์ตามคนขับรถให้ซิ่งมอเตอร์ไซค์มารับไปประชุมที่วังวิทยุ ให้เธอซ้อนท้ายผมกระเซิงปราศจากหมวกกันน็อก แถมยังโดนยามที่หน้าวังไม่รู้จักไม่ยอมให้เข้า ต้องใช้วิธีข่มขู่กลายๆถึงได้เข้าไปในวังได้…

ll สุรภาพ ถิระวัฒน์ อดรนทนไม่ไหวจริงๆ ที่จวนจะจบทริปเมืองเหนือแล้วยังไม่มีวี่แววแม้แต่น้อยเลยว่าอากาศกลางเวียงเจียงใหม่จะเย็นพอที่จะหยิบเสื้อหนาวที่ยัดมาในกระเป๋าเดินทางขึ้นมาสวม ในเมื่อเวลาใกล้จะหมดอยู่รอมร่อจึงขอห้อขึ้นไปสัมผัสความเย็น 15 องศาเสียเองที่ดอยอินทนนท์…

llพรพิมล ศรินทุ บินกลับไปเลี้ยงหลานๆ ที่แอตแลนต้าแล้ว ทันได้ฉลองวันคริสต์มาสพอดี แต่ก่อนกลับก็ต้องมีเรื่องตื่นเต้นสักหน่อย เมื่อเสร็จธุระจากการพบปะเพื่อนฝูงรอบสุดท้าย เจอรถติดมหากาฬ ภัสสน ลูกชาย ต้องจอดรถไว้ที่ศูนย์การค้าและซิ่งมอเตอร์ไซค์กลับไปจัดกระเป๋าทันเวลาเดินทางอย่างฉิวเฉียด…

llเนตรนฤมล ศิริมณฑล นั่งรถลงมาจากเชียงรายจะไปกรุงเทพฯ สวนทางกับคณะ“ก้าวคนละก้าว”ของ“พี่ตูน”แถวเขื่อนภูมิพล รายการนี้ไม่ยอมพลาดอย่างเด็ดขาดจอดรถข้างทางเป็นแถวยาว ข้ามถนนไปรอสักครู่เดียว“พี่ตูน”ก็วิ่งนำออกมาจากจุดพักให้ชื่นใจอาศัยแขนยาวคุณป้าเลยถ่ายรูปเสียหลายแชะ…

ll จินตนา รัชไชยบุญ ไปเที่ยวตลาดสามชุก ตลาด 100 ปี สุพรรณบุรี เหมาของเกือบหมดตลาดโดยเฉพาะปิ่นโตเคลือบหลากสี และสีธงชาติ ตั้งใจว่า ถ้ามีรอบหน้าจะใช้ปิ่นโตสีธงชาตินี้หิ้วไปในที่ชุมนุม…

ll ยินดีกับ อารุณี พิศาลบุตร “แม่นางดำริ”จอมโปรเจกท์ของเพื่อนๆ ที่ได้รับเลือกจากเพื่อนรุ่น ตอ.28 ให้เป็นประธานรุ่นคนต่อไป สืบแทน สุธาทิพ ธัชยพงศ์ ที่เป็นประธานฯรุ่นมา 7 ปีแล้ว ขอลาไปดูแลหลาน…

llวันนี้เป็นวันที่ 49 เหลืออีก 7 วัน ที่ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ออกวิ่งจากเบตงมุ่งสู่แม่สาย ระยะทางทั้งสิ้นกว่า 2,191 กิโลเมตร ยอดบริจาคกว่า 800 ล้านบาทแล้ว ขอส่งกำลังใจให้“ตูน”ผู้ชายหัวใจเพชรและคณะที่วิ่งร่วมไปกับตูนด้วย ให้ถึงที่หมายอย่างสวยงาม…ll

หนูภาฯ

ดินเนอร์สไตล์ปิกนิกสุดหรู Le Dîner en Blanc นำรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือ ‘พม.’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309766

ดินเนอร์สไตล์ปิกนิกสุดหรู Le Dîner en Blanc นำรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือ ‘พม.’

ดินเนอร์สไตล์ปิกนิกสุดหรู Le Dîner en Blanc นำรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือ ‘พม.’

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธิตินันท์ ชุ่มภาณี ผจก.ฝ่ายการตลาดแบรนด์เบียร์สิงห์

ผ่านไปแล้วสำหรับคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ดื่มด่ำกับมื้อค่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยากับงาน Secret Event งานที่โดดเด่นและได้สร้างปรากฏการณ์และสร้างความประทับใจให้กับฟู้ดดี้ทั่วโลก กว่า 100,000 คนมาแล้วอย่าง Le Dîner en Blanc งานดินเนอร์ระดับโลกครั้งแรกของประเทศไทย โดยสิงห์ ชวนสาวกสายชิลล์มาร่วมกิจกรรมปิกนิกสไตล์สุดชิคด้วยบรรยากาศสบายๆที่จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษในธีมการแต่งกายสีขาว ท่ามกลางแสงจันทร์และความตระการตาด้วยแสง สี เสียงที่จัดเต็มมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ณ หอประชุมกองทัพเรือราชนาวี สโมสร เมื่อเร็วๆ นี้

Le Dîner en Blanc เป็นงานอีเวนท์ที่ได้รับการกล่าวขานในนิวยอร์กไทม์ว่า “เป็นงานปิกนิกที่เปรียบเสมือนกับการท่องเที่ยวค้นหาเข้าไปในดินแดนลึกลับ ที่มีเซอร์ไพรส์และสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่ให้เห็นอยู่ตลอดเวลา” ซึ่งได้เปิดตัวมาแล้วเกือบ 30 ปี โดย François Pasquier และกลุ่มเพื่อนๆ Le Dîner en Blanc ในปารีส ปัจจุบันมีการเติบโตและได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วไปกว่า 10,000 คนในแต่ละปี โดยการเริ่มต้นแค่เพียงการบอกต่อๆ กันของกลุ่มเพื่อนๆ เท่านั้น “Friends and word-of-mouth only” ในขณะเดียวกัน อีเวนท์นี้ก็ได้ขยายตัวไปยังกลุ่มคนรักการกินและแสวงหาอาหารแปลกใหม่ทั่วโลก กว่า 80 เมืองใน 30 ประเทศทั่วโลกมาแล้ว และมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสร้างงาน อีเวนท์ให้น่าสนใจเพิ่มขึ้นมากมายในแต่ละปี ทำให้ผู้คนต่างยินดีมาร่วมกันค้นหาสถานที่สวยงามใหม่ๆ ในเมืองต่างๆ พร้อมกับการแบ่งปันมื้ออาหารรสเลิศสุดหรูกันกับเพื่อนๆ ทำให้เป็นค่ำคืนที่น่าประทับใจ

นอกจากนั้นแล้ว Le Dîner enBlanc เองยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเป็นการสร้างประสบการณ์ระหว่างมื้ออาหารและเติมเต็มค่ำคืนที่สวยงามหรูหราและรู้สึกประทับใจและเห็นคุณค่าของสถานที่สาธารณะในเมืองของตนอย่างคาดไม่ถึง และเพื่อที่จะทำให้งาน Le Dîner en Blanc มีความโดดเด่นอยู่ตลอดกาล

ภายในงาน มีกลุ่มเชฟอาสา ได้แก่ เชฟชุมพล แจ้งไพร หัวหน้ากลุ่มเชฟอาสา, เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย, เชฟเรณู หอมสมบัติ จากโรงแรมบันยันทรี, เชฟอาร์ต-ศุภมงคลศุภพิพัฒน์, เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว และ เชฟแนตตี้-นภาวดี พยัคฆโส ร่วมกันทำเมนู Gourmet Basket เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ (พม.) แบ่งปันความสุขให้คนในสังคม และช่วยเหลือเด็ก สตรีที่โดนกระทำความรุนแรง นอกจากนี้ยังได้พบกับ นาตาลี เกลโบวา มิสยูนิเวิร์สปี 2005 แขกพิเศษที่มาเป็นดีเจรับเชิญเป็นครั้งแรก ส่วนไฮไลท์สำคัญของงานคือการร่วมจุดไฟเย็น 1,000 เล่มซึ่งเป็นการฉลองการมารวมตัวกันของสาวกชุดขาว หลังจากนั้นจึงไปต่อกันที่อาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดมันส์จากสิงห์ โดยมี ดีเจขันเงิน ไทยเทเนียม และดีเจบอทแคส มาสปินกันให้สนุกสนานกันตลอดทั้งคืน โดยมีเซเลบริตี้คนดังร่วมงาน อาทิ ปิยวดี มาลีนนท์, ชุติมา ดุรงค์เดช,เจสสิก้า อมรกุลดิลก, โจ เปาอินทร์, ฐานทรัพย์กันทสัย และเพ็ญพิชญ์ บุญห่อ

เชฟชุมพล แจ้งไพร เผยถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนู Gourmet Basket ว่า “กลุ่มเชฟอาสาได้มีโอกาสเข้าร่วมกับกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมาร่วมครีเอทอาหารและดีไซน์เมนูรวมถึงควบคุมการทำอาหาร โดยใช้กลิ่นอายฝรั่งเศสผสมผสานกับความเป็นไทยร่วมไว้ด้วยกันอย่างลงตัวมาเป็นแรงบันดาลใจ อย่างบาแก็ต (Baguette) ขนมปังฝรั่งเศสที่ผสมแป้งและข้าวไทยทำให้ได้รสชาติกรอบนอกนุ่มใน และ กุ้งแม่น้ำผัดพริกขี้หนู เสิร์ฟกับข้าวสมุนไพรใบเตย ซึ่งเป็นเมนูหลักของงานนี้เลยครับ”

ด้าน ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส กล่าวว่า “งานวันนี้เป็นอะไรที่อันซีนและเอ็กซ์คลูซีฟมากค่ะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเมืองไทย ชอบสไตล์ปิคนิคที่มีเชฟมาทำอาหารให้ อาหารอร่อยมากชอบทุกเมนูเลย โดยเฉพาะบรรยากาศชิลล์มาก ตื่นตาตื่นใจและประทับใจกับการเห็นพลุและจุดไฟเย็นที่เหมือนเป็นการรวมตัวของคนกลุ่มนึงเพื่อมาฉลองกัน ส่วนอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็สนุกมากๆ คุ้มค่ามากค่ะ ”

เชฟแนตตี้-นภาวดี พยัคฆโส, วิพิทธิจักษ์ พิธยานนท์ (ฟู้ดสไตลิสต์), เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว และเชฟชุมพล แจ้งไพร

เชฟแนตตี้-นภาวดี พยัคฆโส, วิพิทธิจักษ์ พิธยานนท์ (ฟู้ดสไตลิสต์), เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว และเชฟชุมพล แจ้งไพร
นาตาลี เกลโบวา

นาตาลี เกลโบวา
ทิพย์ระวี ภู่ไชย, บุศรินทร์ กรไพศาล, เจสสิก้า อมรกุลดิลก และ ชุติมา ดุรงค์เดช

ทิพย์ระวี ภู่ไชย, บุศรินทร์ กรไพศาล, เจสสิก้า อมรกุลดิลก และ ชุติมา ดุรงค์เดช