‘ก้าวคนละก้าว’ ตรวจวัดสายตาฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309750

‘ก้าวคนละก้าว’ ตรวจวัดสายตาฟรี

‘ก้าวคนละก้าว’ ตรวจวัดสายตาฟรี

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้างแว่นท็อปเจริญ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ก้าวคนละก้าว” ด้วยการบริการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นฟรี ให้เด็กและเยาวชน ณ โรงเรียนวัดอัมพวนาราม จังหวัดราชบุรี รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

ห้างแว่นท็อปเจริญ นำโดย นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ กรรมการบริหาร ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรมกับ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ด้วยการยกขบวนทีมผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมืออันทันสมัยจากห้างแว่นท็อปเจริญ ให้บริการตรวจวัดสายตา ตรวจรักษาสุขภาพดวงตาและประกอบแว่นตาใหม่ที่ถูกต้องตรงตามค่าสายตาฟรี มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ให้แก่เด็กนักเรียนและเยาวชนในโรงเรียนวัดอัมพวนาราม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กๆ มีสุขภาพตาที่ดีขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังเพื่อเป็นการพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยจากการมองเห็นที่ชัดเจนอีกด้วย โดยมี นายเทียนชัย แสนสม ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้เกียรติรับมอบการช่วยเหลือด้านสายตาในครั้งนี้

3 เทรนด์ซ่อมร่างมนุษย์เงินเดือน รับปี 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309752

3 เทรนด์ซ่อมร่างมนุษย์เงินเดือน รับปี 2018

3 เทรนด์ซ่อมร่างมนุษย์เงินเดือน รับปี 2018

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ 

ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “ปีจอ” ที่กำลังจะมาถึง หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าหนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก แถมรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นอีกด้วย มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายต่างต้องเผชิญความเครียดจากการทำงาน มลพิษจากการเดินทาง และอาหารที่ปนเปื้อน สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการทำให้ร่างกายของคนวัยทำงานทรุดโทรมตั้งแต่ระบบภายในจนส่งผลถึงภายนอก

แล้วอะไรจะเป็นตัวช่วยป้องกันความเสื่อมและสร้างสุขภาพดีรับปีใหม่ได้บ้าง นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก และเวชศาสตร์ชะลอวัยมี 3 เทรนด์คืนสุขภาพดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนมาฝาก ดังนี้

เทรนด์ เลือกความสดใหม่ ไม่ปรุงแต่ง มีผลการสำรวจพบว่า 89% ของผู้บริโภค ต้องการซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ และ 84% ต้องการอาหารที่ไม่มีสารเคมี แสดงให้เห็นว่าเทรนด์ในการเลือกสินค้าและอาหารที่มีความสดใหม่และมาจากธรรมชาติกำลังเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะคนเมืองที่ทำงานจนดึกควรเลือกซื้ออาหารที่มีสารกาบา (GABA) เป็นสารช่วยสื่อประสาทสมองทำให้ความจำดี คิดอ่านได้ว่องไว มีมากในข้าวกล้องงอก มอลต์ ข้าวบาร์เลย์ ถั่วแดง ถั่วดำ ลูกเดือย และธัญพืชอื่นๆ

เทรนด์ เลือกสารต้านอนุมูลอิสระ ทานอาหารให้ตรงเวลาครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญอย่าลืมเด็ดขาด อีกทั้งต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระได้ดี เช่น อาหารที่ให้วิตามินบี ที่ช่วยกระตุ้นประสาทและสมองให้ตื่นตัวได้แม้ในยามอดนอน ลดอาการง่วงซึม ส่วนวิตามินเอและแคโรทีนอยด์ มีมากในพืชผักที่มีสีเขียวเข้ม และผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม นอกจากนี้ ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการสกัดเอ็นไซม์ “เอสโอดี” (SOD) จากพืชผักผลไม้ 5 สี กว่า 120 ชนิด ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเป็นอีกตัวช่วยในการย้อนวัยเซลล์ คืนสุขภาพที่แข็งแรงให้คนวัยทำงาน

เทรนด์ เลือก ป้องกันโรคก่อนเกิดโรค คนทำงานที่โหมงานหนักมักลืมดูแลสุขภาพจนเกิดอาการเจ็บป่วย ซึ่งนอกจากจะทำให้เสียเงินแล้ว ยังเสียเวลาในการรักษามากอีกด้วย เทรนด์ในการเลือกป้องกันโรคก่อนเกิดโรคจึงเป็นเทรนด์ของ

คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ วิธีหนึ่งในการป้องกันโรคก่อนเกิดโรคคือ การออกกำลังกายซึ่งจะส่งผลในการกระตุ้นการทำงาน ของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้ อย่างเต็มที่ ทั้งนี้มีผมการศึกษาจาก medicine & science in sports & exercise พบว่าผู้หญิงที่มีเวลาออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ มีความ เหนื่อยล้าน้อยกว่าและมีพลังงานเยอะกว่าคนที่ออกกำลังกายน้อย

ทั้งนี้ การขยันทำงานเป็นเรื่องดี แต่ไม่ควรทำงานหักโหม จนสุขภาพเสื่อมโทรม เพราะการมีสุขภาพที่ดีนั้นมีคุณค่ามหาศาล แค่เราอาจจะไม่รู้คุณค่าของมันจนกว่าเราจะสูญเสียมันไป

ชวนเลือกของขวัญปีใหม่โดนใจทุกไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309759

ชวนเลือกของขวัญปีใหม่โดนใจทุกไลฟ์สไตล์

ชวนเลือกของขวัญปีใหม่โดนใจทุกไลฟ์สไตล์

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขาร่วมฉลองรับปีใหม่ จัดแคมเปญ “The Mall Gift Is You เพราะคุณคือของขวัญ”คัดสรรของขวัญสุดพิเศษโดนใจครบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษ ตั้งแต่วันนี้-7 มกราคม 2561

เทศกาลปีใหม่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษของทุกๆ คน และที่สำคัญยังเป็นช่วงเวลาของการมอบ “ของขวัญ” ให้กับตัวเองหรือคนพิเศษ ในโอกาสนี้ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ได้คัดสรรสินค้าคอลเลคชั่น
พิเศษแบรนด์ชั้นนำมากมาย จากแผนกต่างๆ อาทิ เครื่องสำอาง จากแผนก Beauty Hall, นาฬิกา จากแผนก Watch Galleria, อุปกรณ์เครื่องเขียน และ
แก๊ดเจ็ตสุดล้ำ จากแผนก Betrend, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย จากแผนก Men Intrend, Ladies’ Boutique, Shoes & Bags Salon, เครื่องประดับ จาก Accessories Bazaar, สินค้าตกแต่งบ้าน จากแผนก The Living และอีกมากมาย ที่ครบทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการเลือกช็อปไอเทมโดนใจ ได้ ตั้งแต่วันนี้-7 มกราคม 2561

ทีพีไอ โพลีน จัดประกวด ‘ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309777

ทีพีไอ โพลีน จัดประกวด ‘ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น’

ทีพีไอ โพลีน จัดประกวด ‘ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น’

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประทีป เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดการแข่งขันฯ

ทีพีไอ โพลีน จัดงานประกวด “ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น”โดยความพิเศษสุดของการประกวดในครั้งนี้ คือในช่วงเช้าช่างจะทำการฉาบปูน ด้วยปูนฉาบสำเร็จรูป ซูเปอร์ สกิมโค้ททีพีไอที่ใช้งานง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ผนังที่เรียบเนียน หลังจากนั้นในช่วงบ่าย จะเป็นการแข่งขันทาสีในทันที ด้วยสีทารองพื้นทีพีไอ NP100SW ที่มีเนื้อซีเมนต์เป็นส่วนประกอบหลัก ช่วยให้สมานกับผนังที่เพิ่งฉาบแห้งได้ในทันที จากนั้นจึงทาทับด้วยสี np101s ก็เป็นอันจบงาน สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า ฉาบเช้า บ่ายทา เข้าอยู่เย็น ผลิตภัณฑ์ทีพีไอ ทำได้จริง งานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณประทีปเลี่ยวไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) มาเป็นประธานเปิดการแข่งขันในครั้งนี้ มีช่างฝีมือทั่วประเทศมาเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 115 ทีม ณ โรงงานปูนซีเมนต์ทีพีไอ จังหวัดสระบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ผลการตัดสิน ได้ผู้ชนะในแข่งขัน “ฉาบเช้า ทาบ่ายเข้าอยู่เย็น” ครั้งนี้ รางวัลชนะเลิศ งานฉาบ (สกิมโค้ททีพีไอ)ได้แก่ วิเชียร ไทยหอม และ ไพรวรรณ รับเงินรางวัลจำนวน10,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 7,000 บาทได้แก่ MR.SAI SAI MINE และ MR.SAI BA SEIN, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัล 5,000 บาท ได้แก่ MR.MAUNG THI และ MR.PANMAUNG, รางวัลชมเชยจำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 1,000 บาท) ส่วน รางวัลชนะเลิศ-ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ รางวัลชนะเลิศ คือMR.MAUNG THI  รับเงินรางวัล 10,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 จันชัย ไกรหอม รับเงินรางวัล 7,000 บาท, รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 สลาย เมา เซ็ง รับเงินรางวัล 5,000 บาท และรางวัลชมเชยจำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 1,000 บาท) รวมมูลค่า 54,000 บาท

สุดยอดช่างฝีมือไทย ผู้ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ ถ่ายภาพร่วมกันบนเวทีเป็นที่ระลึก

สุดยอดช่างฝีมือไทย ผู้ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ ถ่ายภาพร่วมกันบนเวทีเป็นที่ระลึก
แผงทาสีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ

แผงทาสีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ
บรรยากาศในการแข่งขันประกวดฝีมือ “ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น” จากช่างฝืมือทั่วประเทศ โชว์ความสามารถในงานฉาบ (สกิมโค้ททีพีไอ) และ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ

บรรยากาศในการแข่งขันประกวดฝีมือ “ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น” จากช่างฝืมือทั่วประเทศ โชว์ความสามารถในงานฉาบ (สกิมโค้ททีพีไอ) และ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ
บรรยากาศในการแข่งขันประกวดฝีมือ “ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น” จากช่างฝืมือทั่วประเทศ โชว์ความสามารถในงานฉาบ (สกิมโค้ททีพีไอ) และ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ

บรรยากาศในการแข่งขันประกวดฝีมือ “ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น” จากช่างฝืมือทั่วประเทศ โชว์ความสามารถในงานฉาบ (สกิมโค้ททีพีไอ) และ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ
บรรยากาศในการแข่งขันประกวดฝีมือ “ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น” จากช่างฝืมือทั่วประเทศ โชว์ความสามารถในงานฉาบ (สกิมโค้ททีพีไอ) และ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ

บรรยากาศในการแข่งขันประกวดฝีมือ “ฉาบเช้า ทาบ่าย เข้าอยู่เย็น” จากช่างฝืมือทั่วประเทศ โชว์ความสามารถในงานฉาบ (สกิมโค้ททีพีไอ) และ ทาสีผนังด้วยสีนาโนซูเปอร์อาร์เมอร์ทีพีไอ
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างทา”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”
รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”

รางวัลชมเชย “ประเภทช่างฉาบ”
รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 “ทาสีผนัง” สลาย เมา เซ็ง

รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 “ทาสีผนัง” สลาย เมา เซ็ง
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “ทาสีผนัง” จันชัย ไกรหอม

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “ทาสีผนัง” จันชัย ไกรหอม
ผู้รับรางวัลชนะเลิศ “ทาสีผนัง” MR.MAUNG THI

ผู้รับรางวัลชนะเลิศ “ทาสีผนัง” MR.MAUNG THI
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล “ประเภทช่างฉาบ” MR.MAUNG THI และ MR.PANMAUNG

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล “ประเภทช่างฉาบ” MR.MAUNG THI และ MR.PANMAUNG
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1“ประเภทช่างฉาบ” เงินรางวัล 7,000 บาท MR.SAI SAI MINE และ MR.SAI BA SEIN

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1“ประเภทช่างฉาบ” เงินรางวัล 7,000 บาท MR.SAI SAI MINE และ MR.SAI BA SEIN
ผู้รับรางวัลชนะเลิศ “ประเภทช่างฉาบ” วิเชียร ไทยหอม และ ไพรวรรณ

ผู้รับรางวัลชนะเลิศ “ประเภทช่างฉาบ” วิเชียร ไทยหอม และ ไพรวรรณ

ศิริราชพร้อม70โรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตครั้งที่ 3เฉลิมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309755

ศิริราชพร้อม70โรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตครั้งที่ 3เฉลิมพระเกียรติ

ศิริราชพร้อม70โรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตครั้งที่ 3เฉลิมพระเกียรติ

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักวิ่งที่ชนะเลิศรับถ้วยรางวัลพระราชทาน

“เพราะหน้าที่ที่สำคัญของการเป็นโรงเรียนแพทย์ คือการได้เข้าไปช่วยเหลือโรงพยาบาลทุกระดับ รวมถึงการให้ความรู้อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ” คือ
คำกล่าวของ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยภารกิจอันสำคัญนี้จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรม “แสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 3 เฉลิมพระเกียรติ” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ไปเมื่อเร็วๆ นี้

กิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตฯ เป็นกิจกรรมที่ทางโรงพยาบาลจัดมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้เป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นวาระพิเศษที่ โรงพยาบาลศิริราช และ มูลนิธิไทยคม ร่วมจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา งานนี้เป็นการรวมพลังขององค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศจำนวนมากกว่า 90,000 ราย โดยจัดขึ้นพร้อมกันใน 65 จังหวัด มีโรงพยาบาลที่ร่วมจัด 70 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อรวมพลังแสดงความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งทรงเป็นดั่งแสงนำใจของคนไทยทั้งชาติ ในการเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนในเรื่องการรักษาสุขภาพและการออกกำลังกายพร้อมทั้งรณรงค์ให้คนไทยหันมาออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

กิจกรรมในงานแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.กิจกรรมเดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 4.7 กิโลเมตร 2.กิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร และ 3.กิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 30 กิโลเมตร โดยเส้นทางกิจกรรมเริ่มต้นที่แยก จปร. มุ่งหน้าไปยังเส้นชัย ณ บริเวณลานหน้าโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ บรรยากาศการจัดงานเฉพาะในกรุงเทพเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทุกเพศทุกวัย รวมกันมากถึง 10,000 ราย เนื่องจากมีการกำหนดประเภทกิจกรรมให้เลือกได้ถึง 3 แบบ และทุกกิจกรรมยังอยู่ในระยะทางที่ไม่ไกลจนเกินไป ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงเส้นชัยได้ไม่ยากจนเกินไป ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานที่ต้องการให้งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ประชาชาชนทั่วไปหันมาออกกำลังกายเพื่อให้ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมอง

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า “ด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิไทยคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทุกระดับ ที่มาร่วมจัดงานพร้อมกับเรา ทำให้การจัดงานในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เป็นนิมิตหมายอันดีที่เรามีเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงถือว่าการจัดงานในปีนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีเกินกว่าที่คาดไว้ ผมขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้ทำหน้าที่ที่สำคัญของการเป็นโรงเรียนแพทย์ นั่นก็คือการได้เข้าไปช่วยเหลือโรงพยาบาล ทุกระดับ รวมถึงการให้ความรู้อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ”

รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช กล่าวว่า “ในฐานะที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นสถาบันการแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาโรคหลอดเลือดสมอง จึงได้จัดตั้งศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรักษาผู้ป่วยอย่างทันการณ์ รวมทั้งพัฒนา ค้นคว้า วิจัย และรักษาโรคหลอดเลือดสมองอย่างครบวงจร ส่งผลให้การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และทัดเทียมนานาชาติ ดังนั้น การรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันได้ถึงร้อยละ 90 หากทุกท่านมีความรู้และปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง”

ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงาน จะนำไปสมทบทุนศิริราชมูลนิธิ กองทุน เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เพื่อนำไปใช้ในการ รณรงค์ จัดกิจกรรมให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนและผู้ป่วยต่อไป สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคสมทบกองทุนเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต (D.3806) ได้ทุกวันที่ศิริราชมูลนิธิโทร.02-4197658-60

เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมวิ่งกับเหล่านักวิ่ง

เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมวิ่งกับเหล่านักวิ่ง
นักวิ่งตัวน้อยร่วมกิจกรรม

นักวิ่งตัวน้อยร่วมกิจกรรม
บรรยากาศการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ที่ รพ.ศิริราช

บรรยากาศการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ที่ รพ.ศิริราช
นางฟ้านักปั่นเข้าร่วมกิจกรรม

นางฟ้านักปั่นเข้าร่วมกิจกรรม

ANOTHER STORY เนรมิตรันเวย์ เปิดตัวแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าเด็ก LittleFox

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309772

ANOTHER STORY เนรมิตรันเวย์ เปิดตัวแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าเด็ก LittleFox

ANOTHER STORY เนรมิตรันเวย์ เปิดตัวแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าเด็ก LittleFox

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วิภา อัมพุช ผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ สิตมน ผลดี ดีไซเนอร์

ANOTHER STORY (อนาเธอร์ สตอรี่)ไลฟ์สไตล์คอนเซ็ปต์สโตร์ของคนมีสไตล์ เปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก LittleFox (ลิตเติ้ลฟ็อกซ์) แบรนด์แฟชั่นสำหรับเด็กสุดน่ารักฝีมือคนไทย เอาใจน้องๆ หนูๆ และคุณพ่อ-คุณแม่ที่รักแฟชั่นและชื่นชอบการแต่งตัวให้กับเด็กๆ ได้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในโลกของแฟชั่นที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด พร้อมแฟชั่นโชว์จากเหล่าจูเนียร์โมเดลที่มาร่วมอวดโฉมคอลเลคชั่นล่าสุด LittleFox AW17 MoonageDaydream โดยมี วิภา อัมพุช ผู้บริหารคนเก่งแห่งเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ สิตมน ผลดี ดีไซเนอร์ไทยเจ้าของแบรนด์ LittleFox ร่วมเปิดงาน ท่ามกลางเหล่าคุณแม่ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่ ANOTHER STORY ชั้น 4 ตึกเฮลิกส์ควอเทียร์ ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อเร็วๆ นี้

ANOTHER STORY ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเฟ้นหาผลงานดีไซน์สุดเก๋หลากหลายสไตล์จากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับแบรนด์ไทยคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดตัวLittleFox แบรนด์เสื้อผ้าเด็กสุดเก๋ โดยดีไซเนอร์ไทย พีช-สิตมน ผลดี ที่กลายมาเป็นแบรนด์แฟชั่นสำหรับเด็กแบรนด์แรกในสโตร์แห่งนี้ โดย LittleFox เกิดขึ้นจากความเชื่อว่าเด็กๆ ก็ควรมีเสื้อผ้าที่บ่งบอกตัวตนที่แท้จริง มีความสนุกสนานและจินตนาการด้วยกลิ่นอายความเป็นนิทานและแรงบันดาลใจจากแฟชั่นผู้ใหญ่ที่เข้ามาเติมความสนุกสนานให้กับเสื้อผ้าของเด็กๆ ความพิเศษของ LittleFox จึงเป็นดีไซน์สุดพิเศษที่มาจากลุคแฟชั่นในแบบผู้ใหญ่ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความเป็นเทพนิยายที่ใส่ใจทุกรายละเอียดและเต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด สามารถสวมใส่ได้ทุกวันและยังเป็นแฟชั่นที่เข้ามาแต่งแต้มสีสันในชีวิตประจำวันของเด็กๆ ให้สนุกไปกับคาแร็กเตอร์ที่หลากหลายของเสื้อผ้าที่มีการตัดเย็บอย่างประณีตและสวมใส่ได้อย่างปลอดภัย

บรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยความสนุกสนานของเหล่าแฟชั่นนิสต้ารุ่นจิ๋วที่ยกขบวนมาสร้างสีสันให้กับแคตวอล์กของ ANOTHER STORY โดยได้เนรมิตโซนนั่งเล่นของร้านให้กลายเป็นรันเวย์สุดชิคสำหรับจูเนียร์โมเดลที่มาร่วมอวดลุคแสนน่ารักในคอลเลคชั่น LittleFox AW17 “Moonage Daydream” ด้วยลีลาน่ารักสดใส โดยเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้ได้มีการออกแบบมาเป็นพิเศษจากจินตนาการเกี่ยวกับคาวบอย ความเท่ และการผจญภัยในจักรวาลคู่ขนาน รายละเอียดที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันนี้ได้ถูกนำมารวมกันไว้อย่างลงตัวออกมาเป็นคอลเลคชั่นที่ผสมผสานความเป็นคาวบอยแบบวินเทจ และสิ่งที่อยู่ในอวกาศเข้าด้วยกัน ความโดดเด่นของคอลเลคชั่นจึงเป็นลวดลายกราฟิกที่ใช้เทคนิคการสกรีนแบบใหม่และการปักเพื่อให้เกิดมิติ มีการใช้เนื้อผ้าที่หลากหลาย ทั้งกำมะหยี่ หนังกลับ และผ้าเมทัลลิก มาผนวกกับเทคนิคและดีไซน์จากแฟชั่นของเสื้อผ้าผู้ใหญ่ซึ่งมาเพิ่มเติมรายละเอียดให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

พบกับแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าเด็กสุดเก๋ LittleFox และ Kids Corner สำหรับเด็กๆ และครอบครัวได้ตั้งแต่วันนี้ที่ได้ที่ร้าน ANOTHER STORY ชั้น 4ตึกเฮลิกส์ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์

Mizuno สนับสนุนนักวิ่งจากไทย สู่ ‘Osaka Marathon 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309757

Mizuno สนับสนุนนักวิ่งจากไทย  สู่ ‘Osaka Marathon 2017’

Mizuno สนับสนุนนักวิ่งจากไทย สู่ ‘Osaka Marathon 2017’

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ Mizuno (มิซูโน่) นำทีมนักวิ่งจากประเทศไทย ร่วมงานวิ่งครั้งใหญ่ประจำปีของเมืองโอซากา “Osaka Marathon 2017” โดยมีสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม,อาจารี-ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ร่วมวิ่งตลอด 42.195 กม.

ทั้งนี้ ยังได้พาสื่อมวลชนจากประเทศไทยและนักวิ่งเข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ผลิตภัณฑ์กีฬา Mizno เพื่อรับชมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรองเท้า พร้อมเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นลิมิเต็ด Wave Rider 21 (เวฟ ไรเดอร์ 21) รุ่น Osaka (โอซากา) เพื่อเฉลิมฉลองงานวิ่งครั้งใหญ่ประจำปี Osaka Marathon 2017 (โอซากามาราธอน 2017) โดยมี มาร์ค ไคเวย์ รองผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย กลุ่มสินค้ารองเท้ากีฬา ผลิตภัณฑ์กีฬา Mizuno (มิซูโน่) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมต้อนรับ ณ เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

เชฟพลร่วมเสิร์ฟความอร่อย กับเมนู 4 เครื่องดื่มนำเทรนด์รับปี 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309761

เชฟพลร่วมเสิร์ฟความอร่อย กับเมนู 4 เครื่องดื่มนำเทรนด์รับปี 2018

เชฟพลร่วมเสิร์ฟความอร่อย กับเมนู 4 เครื่องดื่มนำเทรนด์รับปี 2018

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล ตัณฑเสถียร, ยชญ์วัลย์ ติรกนกสถิตย์ และ ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร

ใกล้ช่วงสิ้นปีแบบนี้ หลายๆ อุตสาหกรรมต่างก็เริ่มมาอัพเดตเทรนด์ของปีใหม่ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์แฟชั่น การแต่งหน้า ทำผม การแต่งบ้าน ไม่เว้นแต่ “เครื่องดื่ม”ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวัน แต่เทรนด์จะหวือหวาเว่อร์วังแค่ไหนนั้น วันนี้ผลิตภัณฑ์ “ฟอลคอน”แท็กทีมกับมืออาชีพด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ชื่อดังระดับประเทศอย่าง “พล ตัณฑเสถียร” มาร่วมเผยเทรนด์เครื่องดื่มสุดล้ำก่อนใคร พร้อมชวนทุกคนมาร่วมเติมเต็มความสุขสุดสนุกไปกับเมนูคูลๆ ต้อนรับปี 2018 กัน ชนิดที่ว่าอร่อยฟิน ยิ่งกิน ยิ่งอิน ไม่มีเอ้าท์

ยชญ์วัลย์ ติรกนกสถิตย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อเป็นการต้อนรับปี 2018 ที่กำลังจะถึงนี้“ฟอลคอน” จึงถือโอกาสมอบความพิเศษให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มด้วยการเปิดตัวแคมแปญ “ฟอลคอน อร่อยทันที แฮปปี้ทุกเมนู” เพื่อฉีกกฎความจำเจ และเพิ่มสีสันให้กับวงการเครื่องดื่มของไทย โดยหนึ่งในความพิเศษอยู่ที่การจับมือกับมืออาชีพชื่อดังทางด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่อย่าง พล ตัณฑเสถียร ในการรังสรรค์หลากเมนูเครื่องดื่มสุดฮิปที่แสนง่ายแต่ไม่ธรรมดา ชูรสชาติความหวานมันกลมกล่อมในแบบฉบับ “ฟอลคอน” ที่นอกจากผู้บริโภคจะสามารถทำและดื่มเองในบ้านตามโอกาสพิเศษต่างๆ แล้ว ยังเป็นไอเดียดีๆ สำหรับผู้ประกอบการในการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงอีกด้วย”

พล ตัณฑเสถียร กล่าวว่า “ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ผู้บริโภคยุคใหม่มีความอยากรู้อยากลองของใหม่ๆ อยู่เสมอ สำหรับเทรนด์ของเครื่องดื่มที่น่าจับตามองในปี 2018 จะประกอบด้วย 3 เทรนด์หลักๆ ได้แก่ Localization โดยเทรนด์นี้จะพูดถึงการนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาเป็นส่วนผสมสำคัญในการครีเอทเมนู ซึ่งจะชูจุดขายในเรื่องของความสดใหม่ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว Drinkable Dessert & Hybrid Drink เราเดินทางมาถึงยุคที่เครื่องดื่มและเบเกอรี่ไม่มีเส้นแบ่งต่อกัน ลูกค้าสามารถดื่มด่ำไปกับความสดชื่นของเครื่องดื่มแสนอร่อย ในขณะเดียวกันก็สามารถเพลิดเพลินไปกับรสสัมผัสในแบบฉบับของเบเกอรี่ในหนึ่งเมนู เรียกได้ว่า “เครื่องดื่มลูกผสม” และ StrikingColor ชูจุดเด่นในเรื่องของสีสันที่สดใส

ในกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ “ฟอลคอนอร่อยทันที แฮปปี้ทุกเมนู” ในวันนี้ เชฟพลได้มาร่วมวาดลวดลายรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มสุดฮิป 4 ความอร่อยสำหรับปี 2018 ที่กำลังจะมาถึง ไม่ว่าจะเป็น “ช็อกโกแลต มาเบิ้ล” เข้มข้น หวานมัน กลมกล่อม โดนใจสุดๆ“กาโก้เย็น” 2 ความเข้มข้นแบบสุดขั้ว จากกาแฟ และโกโก้ แต่ลงตัวอย่าบอกใคร “ดับเบิ้ล ที” เอาใจคอคนรักชา ด้วยการฟิวชั่นชานมและชาเขียวไว้ในหนึ่งเดียวกัน และ“ยูนิคอร์น มิลค์เชค” เครื่องดื่มสีพาสเทลแสนสดใสที่เข้ากับช่วงเฟสทีฟสุดๆ ที่มาเสิร์ฟความหวานอมเปรี้ยวกำลังดีจากบลูเบอรี่ และ บลูฮาวาย เรียกได้ว่าเป็น 4 เมนูความอร่อยสุดครีเอทที่ทำได้ไม่ยากเลย พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจากดีเจสายฮาอารมณ์ดีอย่าง“ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร” มาร่วมเพิ่มรสชาติความสนุกภายในงานอีกด้วย

พบกับกว่า 10 สูตรเครื่องดื่มแบบคูลๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.facebook.com/Falconforprofessional พร้อมเตรียมพบกับคาราวานฟอลคอน ดริ้งทรัคส์ เสิร์ฟความอร่อยทั่วไทย เร็วๆ นี้ และสำหรับใครที่อยากจะงัดไอเดียเจ๋งๆ มาร่วมโชว์เมนูความอร่อยง่ายๆ แต่ปังสุดๆ ไปกับ ฟอลคอน ก็สามารถถ่ายภาพเมนูพร้อมอัพรูปลงใน Facebook หรือ Instagramโดยใส่ #ฟอลคอนชงชิมแชร์ และเปิดเป็น Public เพียงเท่านี้คุณก็มีสิทธิ์ลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัล แก้วทัมเบลอร์ลิมิเต็มเอดิชั่น มูลค่า 990 บาท จากฟอลคอน

‘ระวังภัยเงียบของการใช้ยา…ยาตีกัน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309749

‘ระวังภัยเงียบของการใช้ยา...ยาตีกัน’

‘ระวังภัยเงียบของการใช้ยา…ยาตีกัน’

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักมีโรคประจำตัวไม่โรคใดก็โรคหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง มักจะมีหลายโรคร่วม การรักษาหลักก็คือ รับประทานยา ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันและใช้ติดต่อกันอย่างต่อเนื่องและผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาจากสถานพยาบาลหลายแห่ง ช่วงเวลาการนัดผู้ป่วยเพื่อมาติดตามผลการรักษามีความถี่ต่ำ อาจจะเป็น 3-6 เดือน ซึ่งในระหว่างที่ผู้ป่วยอยู่บ้านและรับประทานยาหลายชนิด ใช้ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทั้งจากยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัว จากการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยอื่นๆ จากการใช้ยาซ้ำซ้อนและจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจทำให้ผู้ป่วยหยุดยาเองโดยไม่บอกแพทย์ ทำให้โรคยิ่งเป็นมากขึ้น หรือยาที่ใช้รักษาได้ผลลดลงหรือเพิ่มมากขึ้นจนเป็นอันตรายได้ เป็นต้น

ข้อมูลจาก รศ.ภญ.ธิดา นิงสานนท์ อดีตนายกสภาเภสัชกรรม แนะนำว่า การที่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับยาหลายชนิดร่วมกัน การรับประทานยาไม่ถูกต้อง หรือพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยเอง เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ามานอนรักษาตัวในโรงพยาบาล มีงานวิจัยพบว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ามานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมีสาเหตุมาจากเรื่องของยา โดยที่ 40% มีสาเหตุมาจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง และอีก 60% มาจากอาการไม่พึงประสงค์จากยา

อันตรายยาตีกัน…ภัยเงียบผู้ใช้ยา

ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเหล่านี้ มักได้รับยามาจากสถานพยาบาลหลายแห่ง โดยแต่ละแห่งไม่ทราบข้อมูลว่าผู้ป่วยรับประทานยาอะไรอยู่บ้างเป็นประจำ หรือการที่ผู้ป่วยไปหาซื้อยา อาหารเสริม หรือแม้แต่สมุนไพรมารับประทานเอง นอกจากเกิดปัญหาการได้รับยาซ้ำซ้อนแล้ว ยังอาจเกิด “ยาตีกัน” ได้

“ยาตีกัน” หมายถึงการที่ฤทธิ์ของยาตัวหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเมื่อได้รับยาอีกตัวหนึ่งร่วมด้วย โดยผลที่เกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดผลการรักษาที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ตั้งใจ หรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์ หรืออาจทำให้ผลการรักษาลดลงก็ได้ หรือบางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยาตีกันจะเกิดผลมากน้อยขึ้นกับสภาวะของผู้ป่วย ระยะเวลาที่ใช้ยาร่วมกัน และขนาดยาที่ใช้ด้วย เช่น

-ยาปฏิชีวนะบางชนิดจะตีกันกับยาที่ผู้ป่วยได้รับอยู่แล้ว เช่น ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น ทำให้ระดับยาในเลือดของยาเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น ในผู้ป่วยบางคนอาจเป็นอันตรายได้

-ผู้ป่วยที่ได้รับยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ต้องระมัดระวังในการซื้อยาหรืออาหารเสริมมารับประทานร่วมด้วย เพราะอาจเกิดปฏิกิริยากัน ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้

-การรับประทานยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อบางกลุ่ม ร่วมกับยาลดกรด หรือแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินบางชนิด จะทำให้การดูดซึมของยาฆ่าเชื้อลดลงกว่าครึ่ง ผลการฆ่าเชื้อก็ลดลงด้วย

– ยาตีกับอาหารเสริม หรือสมุนไพรบางชนิด นอกจากยาตีกันเองแล้ว อาหารเสริมที่ไม่ได้จัดเป็นยาหรือสมุนไพรบางชนิดก็สามารถ “ตีกับยา” ได้ เช่น น้ำผลไม้บางชนิด กระเทียม หรือแป๊ะก๊วย อาจเพิ่มฤทธิ์ของยาที่ต้านการเกาะกันของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาที่ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin ได้

นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้ป่วย ในเรื่องการรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า ล้วนมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาทั้งสิ้น การสูบบุหรี่จะทำให้ยาทั้งหลายออกฤทธิ์ลดลง ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ต้องการขนาดยาที่จะได้ผลการรักษาที่สูงกว่าคนอื่นทั่วไป เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์จะทำให้ผลการรักษาของยาเปลี่ยนแปลงไป ยาบางอย่าง เช่น ยาเบาหวาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือเกิดอาการที่เรียกว่า disulfiram-like effect น้ำผลไม้บางชนิดโดยเฉพาะน้ำเกรฟฟรุต (ขนาด 250 ซีซี) จะทำให้ระดับยาในเลือดของยาที่รับประทานร่วมด้วยสูงขึ้น เช่น ยาลดไขมัน ยากดระบบประสาท เป็นต้น

ดังนั้นผู้ป่วยโรคเรื้อรังจึงควรมีสมุดบันทึกยาประจำตัว และใช้บันทึกประวัติการใช้ยาประจำตัวผู้ป่วย ที่ผู้ป่วยต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยาที่ได้รับจากสถานพยาบาลใด เป็นการส่งต่อข้อมูลสื่อสารกันในระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพ ทำให้เกิดการต่อเนื่องของการดูแลรักษา โดยสมุดบันทึกยานี้จะช่วยให้ตรวจสอบ ดูแล ปัญหาการใช้ยาของผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษา ช่วยให้แพทย์หรือเภสัชกรไม่จ่ายยาที่ซ้ำซ้อนกับยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ หรือเลือกจ่ายยาที่ไม่ “ตี” กับยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ เป็นต้น โดยผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องสามารถขอคำปรึกษาจากเภสัชกรที่อยู่ประจำหน่วยบริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือร้านยา โดยเฉพาะ “ร้านยาคุณภาพ” ซึ่งจะช่วยดูแลการใช้ยาอย่างต่อเนื่องเสมือนเป็นเภสัชกรประจำครอบครัว เพื่อป้องกันอันตรายจากยาและช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาต่างๆ มีปัญหาเรื่องยา…ปรึกษาเภสัชกร

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

เลขาธิการ สภาเภสัชกรรม

‘ออมศิลป์ ใต้ร่มพระบารมี’ น้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309773

‘ออมศิลป์ ใต้ร่มพระบารมี’ น้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9

‘ออมศิลป์ ใต้ร่มพระบารมี’ น้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะกรรมการตัดสิน อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ และวิภาภรณ์ ชัยรัตน์ รองผอ.ธนาคารออมสิน และเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยม

ธนาคารออมสิน จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดวาดภาพ “ออมศิลป์ ใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สอง ในปีนี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเวทีในการร้อยใจภักดิ์ของปวงชนชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สืบสานพระมหากรุณาธิคุณผ่านงานศิลปะ พร้อมให้คำมั่นเดินหน้าส่งเสริมงานศิลปะของชาติและพัฒนาสังคมไทยในทุกมิติ

วิภาภรณ์ ชัยรัตน์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มบริหารความเสี่ยง ประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดวาดภาพ “ออมศิลป์ใต้ร่มพระบารมี” กล่าวว่าการจัดงานในปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ และศิลปินชั้นนำของประเทศอันได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก,ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี,อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร, ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร, ศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์, อาจารย์สังคมทองมี และอาจารย์วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยา ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงาน โดยปีนี้ มีศิลปินทั่วประเทศร่วมส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 655 ผลงานและมีผลงานคุณภาพที่ผ่านการคัดเลือกและตัดสินให้ได้รับรางวัลทั้งสามประเภท คือ บุคคลทั่วไป เยาวชนอายุ 14-18 ปี และเยาวชนอายุ 7-13 ปี รวม 25 ชิ้นงาน

สำหรับผู้คว้ารางวัลยอดเยี่ยมประเภทบุคคลทั่วไป ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมกับเกียรติบัตรและถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือ เทพพงษ์ หงษ์ศรีเมือง ปัจจุบันเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท ภาควิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขากล่าวว่า ตัดสินใจส่งผลงาน ในชื่อ “ภายใต้
ร่มเงาที่พ่อสร้าง” ซึ่งสร้างสรรค์ด้วยเทคนิค “จิตรกรรมแกะไม้” จากแนวคิดว่า “ร่มไม้ของพ่อที่คอยบังแดด บังฝน บังลมหนาว ให้กับปวงชน ชาวไทยได้อาศัยค้ำยันกิ่งก้านสาขาให้แผ่ร่มเงาออกไป เสมือนการสืบทอดการเดินตามรอยพระราชกรณียกิจของพ่อหลวงที่ทรงสร้างไว้ ให้ปวงประชาอยู่บนพื้นฐานของความสุขที่พอเพียง ภายใต้ร่มเงาของธรรมชาติและความโอบอ้อมของวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน”

ส่วนรางวัลยอดเยี่ยมประเภทเยาวชนอายุ 14-18 ปี เป็นของ ปิยาภรณ์ จันทร์ไทรรอด นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนกศิลป์ โรงเรียนศรีสงครามวิทยา จ.เลย ได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท
พร้อมกับเกียรติบัตรและถ้วยรางวัลพระราชทานซึ่งสร้างสรรค์ผลงานชื่อ “บารมีของพ่อ” ด้วยเทคนิค “ภาพพิมพ์ แกะไม้ (วู้ดคัด) ผสมการดีดสีอะคริลิก” จากแนวคิด สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงสอนให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้รู้จักการออมและพระองค์ได้สานต่อการออมของสมเด็จย่า ให้ประชาชนได้รู้ในการบริหารเงิน การเก็บเงินไว้ใช้ในวันข้างหน้า ดั่งพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9“…การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้นจะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัว ช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ที่ประหยัดเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย”

สำหรับประเภทเยาวชนอายุ 7-13 ปีในปีนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม คือ เด็กชายรพีวิชญ์ จิรมิตรมงคล หรือ น้องภูผา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนดรุณาราชบุรี จ.ราชบุรี ศิลปินน้อย
ที่เคยส่งผลงานเข้าประกวดกับธนาคารออมสินเมื่อปีที่แล้ว โดยในปีนี้ส่งผลงานภายใต้ชื่อ “สมมติโพธิสัตว์ราชา” ใช้เทคนิคการวาดภาพด้วย สีน้ำ สีอะคริลิก สีโปสเตอร์ ปากกาดำ พู่กันตัดเส้น และปากกากากเพชร ชูแนวคิดว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นเหมือนพระโพธิสัตว์เดินดินที่ช่วยเหลือประชาชนทั่วแผ่นดินไทย เปรียบเสมือนเมื่อรอยพระบาทได้ปรากฏ ณ ที่แห่งใด ที่แห่งนั้นจะกลายเป็นแผ่นดินทองที่อุดมสมบูรณ์ในทันที”

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินมีนโนบายจะจัดการประกวดวาดอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าหรือกิจกรรมอื่นๆ ของธนาคารได้ทางเว็บไซต์ http://www.gsb.or.th และ http://www.gsbgen.com

 

เทพพงษ์ หงษ์ศรีเมือง รางวัลยอดเยี่ยมประเภทบุคคลทั่วไป

เทพพงษ์ หงษ์ศรีเมือง รางวัลยอดเยี่ยมประเภทบุคคลทั่วไป
ผลงานส่วนหนึ่งที่ได้นำมาจัดแสดง

ผลงานส่วนหนึ่งที่ได้นำมาจัดแสดง
รางวัลยอดเยี่ยมประเภทเยาวชนอายุ 7-13 ปี ของเด็กชายรพีวิชญ์ จิรมิตรมงคล

รางวัลยอดเยี่ยมประเภทเยาวชนอายุ 7-13 ปี ของเด็กชายรพีวิชญ์ จิรมิตรมงคล
ปิยาภรณ์ จันทร์ไทรรอด รางวัลยอดเยี่ยมประเภทเยาวชนอายุ 14-18 ปี

ปิยาภรณ์ จันทร์ไทรรอด รางวัลยอดเยี่ยมประเภทเยาวชนอายุ 14-18 ปี