พพ.มอบรางวัลบ้านอนุรักษ์พลังงาน เน้นอยู่สบายและประหยัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309764

พพ.มอบรางวัลบ้านอนุรักษ์พลังงาน เน้นอยู่สบายและประหยัด

พพ.มอบรางวัลบ้านอนุรักษ์พลังงาน เน้นอยู่สบายและประหยัด

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดงาน

ให้ความสำคัญในการสร้างบ้านอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้จัดให้มีการมอบโล่รางวัลเกียรติยศให้กับผู้ได้รับรางวัลจำนวน 17 รางวัล จากการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2560 โดย ปลัดกระทรวงพลังงาน ธรรมยศ ศรีช่วย เป็นประธาน ณ ห้อง MAYFAIR BALLROOM A ชั้น 11 THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM

วัตถุประสงค์ของการจัดประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นนั้น ก็เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการบ้านจัดสรรและรับสร้างบ้านให้ความสำคัญในการอนุรักษ์พลังงานในบ้านอยู่อาศัย ซึ่งบ้านในแนวคิดดังกล่าวจำเป็นต้องมีการออกแบบที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงาน สำหรับในปีนี้มีผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร บริษัทรับสร้างบ้าน ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น จำนวน 122 ผลงาน  แบ่งเป็นประเภทบ้าน จำนวน 107 แบบ และประเภทโครงการจัดสรร จำนวน 15 โครงการผลการตัดสินมีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 17 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลประเภทบ้าน15 รางวัล และรางวัลประเภทโครงการจัดสรร 2 รางวัล โดยในการพิจารณาตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งบ้านที่ได้รับรางวัลนั้นสามารถประหยัดพลังงานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

ธรรมยศ  ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในฐานะของกระทรวงพลังงาน การจัดหาและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงานและในการใช้พลังงานในบ้านอยู่อาศัยนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ การปรับสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัย เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ  โดยเฉพาะประเทศไทยที่อยู่ในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น จึงต้องคำนึงถึงวิธีการทำให้บ้านเย็นสบายซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเป็นอันดับแรก ทำให้บ้านต้องใช้พลังงานมาก  โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าและกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วย แต่โดยแท้จริงแล้วการสร้างบ้านให้อยู่สบายสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบปรับอากาศมากเกินไป โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบบ้านที่ถูกต้อง การจัดวางตำแหน่งและทิศทางให้เหมาะสมกับภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม มีการใช้ประโยชน์จากลมและแสงธรรมชาติ การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยประหยัดพลังงาน เช่น ฉนวนกันความร้อนสิ่งเหล่านี้นำไปสู่แนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นบ้านที่มีความน่าอยู่และลดการใช้พลังงานลงด้วย ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้มีการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจสู่ประชาชนให้มีความรู้เรื่องบ้านประหยัดพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง จากผลการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานในบ้านอยู่อาศัยมากขึ้นและผลงานความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลจะได้นำไปเผยแพร่แก่ประชาชนในวงกว้างต่อไป

ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ประกอบการหรือแบบบ้านที่ได้รับรางวัลจากการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการซื้อบ้าน ได้ที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน โทร.02-2230021-9 ต่อ 1036, 1547

เลือกชุดปาร์ตี้ให้ปัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309503

เลือกชุดปาร์ตี้ให้ปัง

เลือกชุดปาร์ตี้ให้ปัง

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ได้เวลาสนุกกับงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันแล้ว แต่หลายคนโดยสาวๆ อาจจะยังไม่มีไอเดียแต่งตัวไปงานปาร์ตี้ Karen Millen แฟชั่นแบรนด์ดังจากประเทศอังกฤษ มีทริคเด็ดที่จะทำให้คุณสาวๆ เป็นที่จับตามองในงานปาร์ตี้ โดยหลักง่ายๆ แค่เพียงรู้จักเลือก “ชุดปาร์ตี้” ให้เหมาะกับตัวเอง และงานปาร์ตี้นั้นๆ ไปดูดีกว่าว่าชุดแบบไหนเหมาะกับปาร์ตี้แบบใด

มินิเดรส ช่วยเพิ่มทะมัดทะแมงสำหรับปาร์ตี้สนุกสนาน โดยเฉพาะสำหรับฟังก์ชั่นค็อกเทล สาวร่างเล็กๆ จะได้โชว์สัดส่วนและรองเท้าส้นสูง โดยเฉพาะ Satin Fold Mini Dress จากผ้าไหมซาตินสีแดง โชว์การจับเดรปขั้นเทพ ที่การันตีว่าใส่แล้วต้องเป็นที่จดจำของค่ำคืนอย่างแน่นอน เดรสทรงดินสอไหล่เบี่ยง ที่โชว์จุดเด่นด้วยโบยักษ์บริเวณหัวไหล่ หรือจะเลือกมินิเดรสเมทัลลิก สายสปาเกตตีกระโปรงจับพลีตที่ล้อแสงไฟได้อย่างมีมิติ กับลีลาการสะบัดวิบวับของผ้าเมทัลลิกขณะเคลื่อนไหว

แม็กซี่เดรส โชว์ความสง่ามีราศีกับเดรสราตรียาว Embroidered Maxi Dress สีเบอร์กันดี้ที่โชว์หัตถศิลป์ ผ่านเทคนิคลายปักลายลูกไม้ เหมือนเลื่อมพรายระยิบระยับ ส่วนตัวกระโปรงย้วยบานด้วยการจับพลีต ที่เติมเซ้นส์แฟชั่นให้แลดูเสมือนเจ้าหญิงกำลังเยื้องกราย หรือจะเลือกแม็กซี่เดรสสีแดงทรงสอบ ที่ช่วยให้เรือนร่างดูสูงโปร่ง เพิ่มลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการโชว์ไหล่เฉียง ฟิตติ้งพอดิบพอดี เหมือนเดรสนี้ถูกสั่งทำเพื่อคุณ

เดรสสีดำ แฟชั่นอมตะที่ไม่มีเอ้าท์ แค่เพิ่มความสนุกกับชั้นเชิง อาทิ เดรสทรงดินสอบาร์โดต์ ที่ผสานความหรูหราด้วยผ้าซีทรูด้านบนหรือจะเลือกเดรสสีดำแต่งระบายพลิ้วไหว ถึงเวลาขาแดนซ์ก็สะบัดได้สนุกกับทุกสเต็ป นอกจากนี้ ยังมีเสื้อสีดำวิ้งๆ ที่จะให้คุณสาวๆ ที่เลิฟลุคทะมัดทะแมงกับกางเกงอีกด้วย

ฉลาดเลือกเดรสเข้ากับธีมและเหมาะกับคุณ แค่นี้คุณก็ดูดีขึ้นทันตา ไม่ว่าจะปาร์ตี้ไหนๆ คุณก็ดาวเด่นได้ไม่ยาก

ฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จ สู่ความเจิดจรัสระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309527

ฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จ สู่ความเจิดจรัสระดับโลก

ฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จ สู่ความเจิดจรัสระดับโลก

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธาน กก.สยามพารากอน พร้อมด้วย คณะ กก.ศุภลักษณ์ อัมพุช, พาสินี ลิ่มอติบูลย์, เกตุวลี นภาศัพท์, สุเวทย์ ธีรวชิรกุล และ ชฎาทิพ จูตระกูล ร่วมด้วยผู้บริหาร มยุรี ชัยพรมประสิทธิ์, นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์

ศูนย์การค้าสยามพารากอน ฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จ สู่ความเจิดจรัสระดับโลก จัดงาน “สยามพารากอน เดอะทเวลธ์กลอเรียสเยียร์ – เดอะไพรด์ออฟสยามกาล่า” เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษแทนคำขอบคุณ ให้แก่แขกผู้มีเกียรติ เหล่าพันธมิตร เซเลบริตี้ และลูกค้าคนสำคัญทุกคน ท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟหรูหราตระการตาแห่งการเฉลิมฉลอง โดยมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม,ศุภลักษณ์ อัมพุช,พาสินี ลิ่มอติบูลย์,เกตุวลี นภาศัพท์,สุเวทย์ ธีรวชิรกุล, ชฎาทิพ จูตระกูล,กฤษณา อัมพุช,วรรณา เพิ่มสุวรรณ คณะกรรมการสยามพารากอน ร่วมต้อนรับแขกคนสำคัญที่มาร่วมงานคับคั่ง ณ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ชั้น M สยามพารากอน

เริ่มต้นเปิดม่านภายในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ แขกผู้มีเกียรติ และลูกค้าคนสำคัญทุกคน ต่างประทับใจไปกับบรรยากาศการตกแต่งสุดวิจิตรของมวลดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งผลงานทั้งหมดได้รับเกียรติจาก สกุล อินทกุล นักออกแบบและศิลปินนักจัดดอกไม้มือหนึ่งของไทย ซึ่งสร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับสู่ระดับโลก เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานออกแบบตกแต่งในรูปแบบไทยร่วมสมัย โดยนำเอาวัฒนธรรมการจัดดอกไม้แบบไทย ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ แสดงออกถึงความอ่อนช้อย ละเอียด พิถีพิถัน มาประดับตกแต่งบริเวณต่างๆ อาทิ งานประดิษฐ์ดอกไม้แบบไทย เครื่องพานพุ่มดอกไม้ เครื่องแขวน อุบะ กระทง ได้อย่างงดงามเกินบรรยาย เพื่อให้สมกับความเป็นค่ำคืน สุดพิเศษภายใต้ธีมงาน The Pride of Siam โดยมีนักร้องสาวดีว่าคลื่นลูกใหม่ลูกไม้ใต้ต้นอย่าง เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม มาขับกล่อมบทเพลงให้ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินสุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้ โดยไฮไลท์เป็นแฟชั่นโชว์อลังการชุดไทยโดยฝีมือการออกแบบจากดีไซเนอร์ชั้นนำของไทย ประภากาศ อังศุสิงห์ แห่งแบรนด์ Prapakas ที่มาพร้อมด้วยเครื่องประดับอัญมณีผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่พร้อมสะกดทุกสายตาจากแบรนด์ชั้นนำ โดยแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ถ่ายทอดความงดงามในรูปแบบไทยร่วมสมัย ภายใต้แนวคิดจากเรื่องราวของ 12 นางในวรรณคดีไทย นำมาโดย มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017,นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี,แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ และ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมถ่ายทอดความงดงาม นอกจากนี้ยังมีช่างภาพแฟชั่นระดับแนวหน้าของเมืองไทย เปิ้ล-วสันต์ ผึ่งประเสริฐ และ ติ๋ม-พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ มาร่วมบันทึกภาพความประทับใจให้แก่แขกผู้มีเกียรติ เหล่าพันธมิตร เซเลบริตี้ และลูกค้าคนสำคัญ และ Station Customize Perfume ที่ทุกคนได้มีโอกาสรังสรรค์น้ำหอมกลิ่นพิเศษสุดในแบบฉบับของตัวเอง เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกเป็นความทรงจำสุดประทับใจที่มีต่อกันตลอดไป

ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ กับสองสาว อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ม.ล.รดีเทพ เทวกุล

ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ กับสองสาว อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ม.ล.รดีเทพ เทวกุล
กฤษณา อัมพุช, สิรี อุดมฤทธิรุจ, ชาลี จารุวัสตร์

กฤษณา อัมพุช, สิรี อุดมฤทธิรุจ, ชาลี จารุวัสตร์
กอบชัย-บุปผา กิ่งชัชวาลย์, จุฑาพร เริงรณอาษา และ เพชรพริ้ง สารสิน

กอบชัย-บุปผา กิ่งชัชวาลย์, จุฑาพร เริงรณอาษา และ เพชรพริ้ง สารสิน
สกุล อินทกุล ผู้เนรมิตดอกไม้สุดตระการตาในงาน

สกุล อินทกุล ผู้เนรมิตดอกไม้สุดตระการตาในงาน
กุณฑินี-นภมณี ไกรฤกษ์

กุณฑินี-นภมณี ไกรฤกษ์
วินิจ เลิศรัตนชัย, สาระ ล่ำซำ

วินิจ เลิศรัตนชัย, สาระ ล่ำซำ

สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระกว่า 40 เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309501

สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระกว่า 40 เท่า

สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระกว่า 40 เท่า

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นที่ทราบกันดีว่า วิตามิน อี (Vitamin E) เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายหลายระบบ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้เซลล์ต่างๆ รอดอันตรายจากมลภาวะ ปกป้องผิวจากรังสียูวี (UV) ช่วยชะลอความแก่ได้ ทำหน้าที่เป็น Sun Filter ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ป้องกันและลดการเกิดริ้วรอย (Wrinkle Formation) จากรังสียูวี เพราะวิตามินอีช่วยลด Insoluble Collagen สาเหตุของริ้วรอย ลดปัญหาผิวไหม้แดด (Sun Burn) ลดการระคายเคือง ลดอาการบวมแดง อักเสบของผิวจากรังสียูวีบี (UVB) เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเซลล์ผิว ฟื้นฟูผิว สมานแผล ป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น

ในขณะที่ น้ำมันธรรมชาติจากผลบาวบาบ (Organic Baobab Oil) ยิ่งมีคุณสมบัติสุดพิเศษ บาวบาบ (Baobab) มีถิ่นกำเนิดในแถบทะเลทรายในประเทศแอฟริกา ลำต้นสามารถกักเก็บน้ำได้มากกว่า 120,000 ลิตร ด้วยเหตุนี้จึงทนต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้งได้ดี ต้นบาวบาบ (Baobab) อุดมไปด้วยโอเมก้า 6 (Omega 6) โอเมก้า 9 (Omega 9) วิตามิน อี (Vitamin E) และวิตามิน ซี (Vitamin C) ช่วยในเรื่องการบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื่น เป็นแหล่งของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) ช่วยดูแลและปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ตัวการที่ร้ายกาจทำลายผิว

ผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า หากได้รับสารจากทั้ง 2 คุณสมบัตินี้ ได้แก่ วิตามินอี (Vitamin E) และน้ำมันธรรมชาติจากผลบาวบาบ (Organic Baobab Oil) ก็จะเป็นการผสานพลังความงามที่มีประสิทธิภาพอย่างสูง ซึ่งสารดังกล่าวทั้ง 2 คุณสมบัตินี้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ โปรวาเมด เวชสำอางชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงผิวหน้าอย่างลึกซึ้ง นั่นคือ โปรวาเมด วิตามิน อี เซรั่ม 10,000 IU (Provamed Vitamin E Serum 10,000 IU) นวัตกรรมเซรั่มบำรุงผิวอย่างล้ำลึกด้วยวิตามินอีสูงถึง 10,000 IU หรือ 40 เท่าจากเดิม สามารถสอบถามข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ที่ 02-7913620 www.provamed.co.th Facebook: Provamed Club

แอร์โรว์ คอลเลคชั่นล่าสุด ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309541

แอร์โรว์ คอลเลคชั่นล่าสุด  ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

แอร์โรว์ คอลเลคชั่นล่าสุด ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหารไอซีซี สมพล ชัยสิริโรจน์ เป็นประธานเปิดงาน “ARROW & EXCELLENCY DELIGHTED PARTY”

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ARROW และ EXCELLENCY เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดร่วมกัน ในงาน “ARROW & EXCELLENCYDELIGHTED PARTY” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุข สนุกสนาน ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2018

สมพล ชัยสิริโรจน์ กรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในงาน ร่วมด้วย สวัสดิ์ โพธิ์สินสมวงศ์ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย และ ประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า TERMINAL 21 (อโศก) ร่วมงาน พร้อมด้วยพระเอกหนุ่มชื่อดัง เจมส์ มาร์, ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ หนุ่มหล่อจากรายการ THE BACHELOR และ โจ้-ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ ทายาทหมื่นล้าน ช.การช่างมาร่วมสร้างสีสัน โดยงานจัดขึ้นณ บริเวณ ชั้น M ศูนย์การค้า Terminal 21(อโศก)

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแสง สี เสียง พร้อมความรื่นรมย์ สนุกสนาน โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาเปิดตัวพระเอกหนุ่มชื่อดัง เจมส์ มาร์ ที่มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ ARROW และ EXCELLENCY เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานดังลั่นสนั่นฮอลล์

ARROW : CELEBRATE 2018 เรียบง่าย สวมใส่สบาย สไตล์ลำลอง มาพร้อมความสุข ความสนุกสนาน รื่นเริงใจ เน้นความหลากหลายของสีสันมากขึ้น ทั้งอ่อนหวาน นุ่มนวล สบายตาโรแมนติก กับ โทนสีพาสเทล หรืออบอุ่น โดดเด่น ดึงดูดใจ แฝงไว้ซึ่งเสน่ห์ กับ โทนสีร้อนแรง สดใส ด้วยเสื้อถักไหมพรม เสื้อแจ๊กเกต เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล กางเกงลำลอง สำหรับวันทำงานหรือวันพักผ่อน ในฤดูกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2018

TUXEDO & SUIT คือ คำตอบของ EXCELLENCY : THE CELEBRATIONMOMENTS กับช่วงฤดูกาลนี้ กับภาพลักษณ์ ดูดี เนี้ยบ แต่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนานที่สุดในรอบปี ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนนำไปใช้ได้ในหลากสไตล์ เปลี่ยนลุคจากผู้ชายเคร่งขรึม เป็นผู้ชายอารมณ์ดี เปลี่ยนจาก DRESSY BUSINESS เป็น SMART CREATIVE CASUAL โดยไม่ทิ้งความเท่ ความมีเสน่ห์ ที่จะกลมกลืนเข้ากันได้อย่างลงตัว และเมื่อบรรยากาศของความหนาวเย็นมาเยือน จึงเป็นโอกาสดีที่คุณผู้ชายจะน่าสนใจกันอีกครั้งกับผ้าพันคอ (SCARF) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ทำให้คุณดูดีและหล่อขึ้นมาได้ทันที โดยเลือกที่มีส่วนผสมของ WOOL สำหรับอากาศเย็นมาก และ COTTON เนื้อดี สำหรับอากาศเย็นน้อย ให้เข้ากับช่วงฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่จะมาถึงนี้

เจมส์ มาร์

เจมส์ มาร์
โจ้-ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์

โจ้-ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์
ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์

ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์

เปรี้ยวเซ็กซี่ สไตล์พีชนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309540

เปรี้ยวเซ็กซี่ สไตล์พีชนา

เปรี้ยวเซ็กซี่ สไตล์พีชนา

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สร้างกระแสและสีสันในซีซั่นนี้ให้มีพลังขึ้นด้วยคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Autumn/Winter 2017 ที่ยังคงความเปรี้ยวเซ็กซี่แบบมีคลาสอย่างหรูหราของ PITCHANA ไว้อย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เน้นสรีระของอิสตรีให้โดดเด่นชัดมากขึ้นด้วยเทคนิคที่เป็นซิกเนเจอร์ด้วยคัทเอาท์แบบ PITCHANA ผสานกับฝีมือของช่างเย็บระดับสูง รวมไปถึงเทคนิคการร้อยเชือกใหม่ๆ ที่น่าทึ่ง ซึ่งยังคงไว้ด้วยความมีรสนิยม และดูเฉียบโก้แบบสาวมั่นในสไตล์นิวยอร์ก โดยซีซั่นนี้ พีชนา เอกชัย ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ของแบรนด์ ได้ให้คำจำกัดความสั้นๆของคอลเลคชั่นนี้ว่า “70s Coma” เรื่องราวของความคลั่งไคล้ในแฟชั่นยุค 70 ให้ดูร่วมสมัยเหมาะกับสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองโดยแรงบันดาลใจของการออกแบบได้จากหญิงสาวผู้เป็นต้นแบบแห่งสไตล์ที่น่าค้นหาของเจอร์รี่ ฮอลล์ (Jerry Hall) นางแบบสาวที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค 70 และยังเป็นหวานใจของนักร้องนำวงโรลลิ่งสโตน มิค แจ็คเกอร์ (Mick Jagger) เรียกได้ว่าทั้งคู่เป็นสไตล์ไอคอนที่ทุกคนหลงรักของยุคนั้น

PITCHANA ได้เลือกใช้สีที่หลากหลายสำหรับคีย์ลุคซีซั่นนี้เป็นชุดสีเหลืองมัสตาร์ดที่เป็นสีแห่งฤดูใบไม้ร่วง เป็นชุดจั๊มพ์สูทสุดแสนเซ็กซี่ แต่งเติมด้วยเทคนิคเลซอัพหรือการร้อยเชือกด้านข้างเผยให้เห็นผิวกาย ไปจนถึงชุดสีแดงเมทาลิก ที่ทำจากผ้าอัดพลีทจากอิตาลีที่เป็น ชุดมิดิเดรสเกาะอกสีขาวผ่าข้างแบบไฮสลิท ประดับด้วยแถบคริสตัลเผยผิวเนียนด้านข้างอย่างเย้ายวน อีกหนึ่งคีย์ลุคคือมิดิเดรสสีเหลืองมัสตาร์ดที่ทำจากผ้าเครปโดยส่วนกระโปรงเป็นการตัดต่อชิ้นผ้าแล้วร้อยประกบกันด้วยเทคนิคร้อยเชือกไขว้กันด้านข้างลำตัวทำให้เกิดคัทเอาท์รูปแบบใหม่ที่ดูเซ็กซี่และช่วยเสริมความโค้งเว้าของรูปร่างสตรีได้เป็นอย่างดี โดยใส่คู่กับครอปโค้ทขนนกกระจอกเทศสีเหลืองพาสเทล คีย์ลุคอีกตัวคือจั๊มพ์สูทผ้าเครปสีเขียวโอลีฟที่ใช้เทคนิคร้อยเชือกด้านข้างแบบเดียวกัน

อีกลุคที่เฟอร์เฟ็กท์สำหรับปาร์ตี้ไนท์เอาท์ของสาวๆคือชุดจั๊มพ์สูทขากระดิ่งสีแดงสด ตกแต่งด้วยคัทเอ้าท์ผ่ากลาง ใส่คู่กับครอปโค้ทที่ตัดเย็บด้วยขนนกกระจอกเทศสีแดงสด เผยเสน่ห์ที่เย้ายวนให้ดึงดูดให้ทุกสายตา

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนนักเรียนแพทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309549

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ  จัดกิจกรรม CSR มอบทุนนักเรียนแพทย์

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนนักเรียนแพทย์

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประจักษ์-ละออ มอบทุนให้นักศึกษาแพทย์ศิริราชเป็นปีที่ 4 (ต่อเนื่อง 6 ปี)

เป็นผู้ใหญ่ใจดีมาอย่างต่อเนื่องประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณสานต่อปณิธานของมูลนิธิฯ ด้านการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ล่าสุดประกาศมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องให้กับนักเรียนแพทย์ทั่วประเทศจนจบการศึกษา โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น เพิ่มอีก 20 ทุน

ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว กล่าวว่า หากเอ่ยถามเด็กๆ ว่าใครอยากเป็นหมอ จะมีเด็กนับไม่ถ้วนที่ยกมือขานรับว่าหนูอยากเป็นหมอ แต่จะมีสักกี่คนที่จะได้เป็นหมอสมดั่งใจฝัน เนื่องจากการเรียนหมอนั้นไม่ง่ายเลย ต้องใช้ความเพียรพยายาม อดทน อย่างมากมาย รวมถึงระยะการศึกษาก็ยาวนานกว่าการเรียนสาขาอื่น เพราะเรียนหมอนั้นใช้เวลาเรียนถึง 6 ปี และมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งหากเด็กที่สอบติดคณะแพทย์ แต่มีสถานภาพขาดแคลนทุนทรัพย์ ก็จะละทิ้งฝันที่อยากจะเป็นหมอ แล้วไปเรียนสาขาอื่นๆ แทน เพราะการเรียนหมอมีค่าใช้จ่ายสูง และระยะเรียนนาน ทำให้เด็กๆ เหล่านั้นสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญทางด้านการศึกษาของเด็กมาโดยตลอด เพราะการศึกษาเป็นรากฐานของชีวิต นับเป็นต้นทุนของเด็กๆ ในการที่จะพัฒนาชีวิตให้มั่นคง เด็กที่มีการศึกษาที่ดี ก็มีโอกาสเติบโตไปอย่างก้าวไกล เราจึงพร้อมมอบโอกาสทางการศึกษากับเด็กๆ ทุกรูปแบบรวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนแพทย์ มาแล้วกว่า 20 คนทั้งที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (ต่อเนื่อง 6 ปี) และนักศึกษาแพทย์สตรีจากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์(ต่อเนื่อง 6 ปี) โดยไม่มีข้อผูกมัดสัญญา หรือการใช้ทุนคืนทุกกรณี ทั้งนี้ หากนักศึกษาแพทย์ที่เรียนจบไปแล้ว ได้กลับไปเป็นแพทย์ที่ภูมิลำเนาเดิม หรือกลับไปช่วยเหลือผู้ป่วยในจังหวัดที่ตนเองอาศัยอยู่ ก็เปรียบเสมือนการส่งแพทย์กลับบ้านเกิดของตนเอง

“เราให้ความสำคัญกับการศึกษา สำคัญที่สุดเป็นจุดประกายในการดำเนินชีวิต ถ้าเรามีการศึกษาทีดีจะช่วยต่อยอดหน้าที่การทำงานในอนาคต ทำให้ชีวิตและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมพร้อมสนับสนุนการศึกษาทุกรูปแบบ พร้อมส่งมอบโอกาสในการศึกษาให้กับเด็กไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าไม่มีบุญใดยิ่งใหญ่ เท่ากับการให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด”

ทั้งนี้ ทางมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวจัดกิจกรรม CSR มอบทุนสนับสนุนการศึกษานักศึกษาแพทย์เพิ่มอีกจำนวน 20 ทุน นักเรียนแพทย์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ 31/2 หมู่ที่3 ถ.บางนา-ตราดกม. 23 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10540 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2561

ตัวแทนนักศึกษาแพทย์ศิริราช มอบพวงมาลัยพร้อมกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี

ตัวแทนนักศึกษาแพทย์ศิริราช มอบพวงมาลัยพร้อมกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี
มอบทุนการศึกษาแพทย์สตรี จากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยฯ (ต่อเนื่อง 6 ปี)

มอบทุนการศึกษาแพทย์สตรี จากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยฯ (ต่อเนื่อง 6 ปี)
น้องๆ นักศึกษาแพทย์ จากสมาคมแพทย์สตรีฯ มอบช่อดอกไม้พร้อมกล่าวขอบคุณ

น้องๆ นักศึกษาแพทย์ จากสมาคมแพทย์สตรีฯ มอบช่อดอกไม้พร้อมกล่าวขอบคุณ

‘พระองค์ภาฯ’ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309555

‘พระองค์ภาฯ’ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์’

‘พระองค์ภาฯ’ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์’

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประทานโอวาทแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนที่มาร่วมงาน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานนิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์” (NABHA : TheSecret Scenes) จัดโดย มูลนิธิณภาฯ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ และสโมสรกีฬาบีบีจี (BBG Club) เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 7 ธันวาคม 2560 โดยมี เอกภพ เดชเกรียงไกรสรรองประธานมูลนิธิณภาฯ, คุณหญิงปัทมาลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย, พีรเดช พฤฒิพฤกษ์ นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย, อัยยวัฒน์-อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา จาก คิง เพาเวอร์และ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล รับเสด็จ ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทอดพระเนตรวีดิทัศน์ อาทิ ความเป็นมาของมูลนิธิณภาฯ, สำนักงานโครงการส่วนพระองค์, สโมสรกีฬาบีบีจี และโครงการบีบีจี วิคตอรี อิส ยัวร์ส พร้อมการแสดงจากเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ ร่วมกับชมรมนักเต้นสตรีทแดนซ์ การแสดงขบวนพาเหรดกลอง จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานเค้กวันเกิด ที่ผู้สนับสนุนโครงการเข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวาย ให้กับเด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนที่มาร่วมงาน สร้างความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานพระดำรัสเปิดนิทรรศการความว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้เห็นทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เห็นความสำคัญของการให้โอกาส ที่ปัจจุบันสังคมล้อมกรอบ เรามีบุคคลมากมายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องการโอกาสในชีวิต โอกาสจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เกิดหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ดีขึ้น เป็นสิ่งที่จะส่งผลให้บุคคลได้เริ่มต้นใหม่และแสดงศักยภาพ หรือเป็นสิ่งที่บุคคลได้แก้ไขพัฒนา และปรับปรุงในส่วนที่เคยผิดพลาดให้ถูกต้อง ผู้ที่ขาดโอกาสและการยอมรับทางสังคมยังมีอีกมาก การที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแรงร่วมใจนั้น เป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เห็นถึงการเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ความมุ่งดีต่อกัน อันจะเป็นส่งเสริมประเทศชาติเต็มไปด้วยไมตรีจิต และมีความร่มเย็นเป็นสุข

เด็กและเยาวชน นับว่าเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติและสังคม ถือว่าประชากรรุ่นใหม่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ ปัญหาของเด็กและเยาวชนก็คือปัญหาหลักที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งกีฬานั้นเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา นอกจากกีฬาทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการฝึกให้บุคคลมีความเข้มแข็ง สามัคคี ส่งผลดีต่อจิตใจ ทำให้มีจิตใจแน่วแน่ หนักแน่น รู้จักแพ้รู้จักชนะ ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสแสดงศักยภาพในวันนี้ นอกจากความตั้งใจในการฝึกฝนแล้วการดำเนินชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญควบคู่กันต้องเรียนรู้ที่จะข่มใจ ไม่กระทำสิ่งที่ใดที่รู้สึกว่าผิด ต้องมีการบากบั่นในการกระทำความดี ทำความถูกต้อง และถ้าหากสามารถทำได้ก็จะเจริญเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้”

จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ภายในนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจและการดำเนินงานขององค์กร 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิณภาฯ, สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ และสโมสรกีฬาบีบีจี(BBG Club) เช่น ห้องทรงงานขนาด 3×4 ตาราเมตร จุดเริ่มต้นการทำงานในสำนักงานขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตร จากคอมพิวเตอร์เก่าสองเครื่อง ที่จำลองมาให้ชม ต่อด้วยทรงพระดำเนินไปยังสนามแบดมินตัน ทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬาแบดมินตันกิตติมศักดิ์ และเทเบิลเทนนิสตามพระอัธยาศัย ก่อนเสด็จกลับ

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล เป็นตัวแทนทูลเกล้าฯ ถวายเค้กเนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล เป็นตัวแทนทูลเกล้าฯ ถวายเค้กเนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรนิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรนิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์”
นิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์” (NABHA : The Secret Scenes)

นิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์” (NABHA : The Secret Scenes)
เอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิกับห้องจำลอง จุดเริ่มต้นมูลนิธิณภาฯ

เอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิกับห้องจำลอง จุดเริ่มต้นมูลนิธิณภาฯ

‘ปฐม’ จัดทริปตะลุยสวน ‘พาคนกินคนปลูก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309547

‘ปฐม’ จัดทริปตะลุยสวน ‘พาคนกินคนปลูก’

‘ปฐม’ จัดทริปตะลุยสวน ‘พาคนกินคนปลูก’

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปิดทริปด้วยรอยยิ้มทั้งคนกินและคนปลูก สำหรับกิจกรรม “พาคนกินคนปลูก” ที่โครงการปฐม เชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค ขับเคลื่อนโดย ร้านปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยนำผู้โชคดีจากการร่วมกิจกรรมกับโครงการจำนวน 36 ชีวิต ลงพื้นที่ จ.นครปฐม เยี่ยมชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์ พบปะเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่เครือข่ายโครงการสามพรานโมเดล เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร และศึกษากระบวนการผลิตที่ปลอดภัย อีกทั้ง เชื่อมสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนกินกับคนผู้ปลูก ผ่านฐานกิจกรรมต่างๆ ให้ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานไปเมื่อเร็วๆ นี้

อนัฆ นวราช ผู้บริหาร ร้านปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ในฐานะผู้จัดการ โครงการปฐม เชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค เล่าว่า ปฐมฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้บริโภคในทุกขั้นตอนการผลิต โดยเฉพาะวัตถุดิบที่เลือกใช้จะต้องผ่านกระบวนการผลิตระบบเกษตรอินทรีย์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ขณะเดียวกันได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับการบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ควบคู่ไปด้วย ล่าสุด เพิ่งพาผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการฯลงพื้นที่ไปสัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร เยี่ยมชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่โครงการสามพรานโมเดล ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่ส่งวัตถุดิบให้กับ ปฐม ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของอาหารปลอดภัย และตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากระบบอาหารที่ไม่สมดุล

“แม้มีเวลาไม่มากนัก แต่การได้มาสัมผัสพื้นที่จริงด้วยตัวเอง ได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกร ได้เห็นวิถีชีวิต ได้ทดลองปลูก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้แหละจะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย และเชื่อว่าผู้บริโภคเองได้มองเห็นถึงความเชื่อมโยงกันทั้งระบบของเกษตรอินทรีย์ บนความเกื้อกูลกันระหว่างคนปลูกคนกินรวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย”

หนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ คือเยี่ยมชมสวนเกษตรอินทรีย์ และเรียนรู้การทำฟาร์มแบบอิสระอย่างพอเพียง กับ อรุณี พุทธรักษา หัวหน้ากลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์ เกษตรกรต้นแบบเครือข่ายสามพรานโมเดล ได้บอกเล่าแรงบันดาลใจ แชร์ความรู้การทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งพาชมพื้นที่โซนต่างๆ มีทั้งเลี้ยงไก่ ปลูกผัก ทำนา นอกจากนี้ยังสอนวิธีเพาะต้นอ่อนผักบุ้งแบบง่ายที่สามารถนำกลับไปทำเองได้ที่บ้าน สาธิตการทำน้ำตาลอ้อยอินทรีย์ รวมถึงน้ำยาบ้วนปากสมุนไพร แถมด้วยอาหารมื้อเที่ยงแสนอร่อยด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวเห็ดต้มยำรสแซ่บให้ได้อิ่มท้องกันทั่วหน้า

“แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ 2 วันกับ 1 คน ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน แต่เชื่อว่าสิ่งที่ผู้ร่วมทริปได้รับมากกว่าความสนุกสนาน ก็คือความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ และสามารถนำกลับไปปรับใช้ให้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังเพิ่มความเชื่อมั่นวิถีอินทรีย์มากยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ได้ที่โทร.02-0848649 หรือ http://www.patom.com Facebook : patom.organics” อนัฆ กล่าวในที่สุด

แพทย์ชี้ล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแม้พื้นที่ห่างไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309512

แพทย์ชี้ล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน  ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแม้พื้นที่ห่างไกล

แพทย์ชี้ล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแม้พื้นที่ห่างไกล

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แพทย์โรคไต โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และประธานชมรมเพื่อนโรคไต ประสานเสียงยืนยันการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองที่บ้าน (CAPD) สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งทางระบบสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ช่วยลดปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอและความแออัดในโรงพยาบาล อีกทั้ง ยังช่วยตอบโจทย์บริบทผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ห่างไกล และช่วงประสบภาวะวิกฤติอุทกภัย ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง

แพทย์หญิงเสาวลักษณ์ ชาวโพนทอง อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากโรคไตวายเรื้อรังมักพบในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ตัวเลขที่สูงขึ้นยังมากจากการคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้ป่วยก็สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงมากกว่าในอดีต เนื่องจากนโยบาย PD First Policy ที่ให้ผู้ป่วยบำบัดทดแทนไต ด้วยการล้างไตทางช่องท้องเป็นอันดับแรกในผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง โดยผู้ป่วยสามารถทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยๆ ซึ่งนอกจากจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยังสามารถช่วยลดปัญหาการขาดแคลนด้านบุคลากรทางการแพทย์และความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างมาก

ปัจจุบันผู้ป่วยโรคไต มีทัศนคติที่ดีขึ้นกับการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเอง (CAPD) โดยทีมแพทย์ มีการให้ข้อมูลและทางเลือกด้านการรักษาที่มากขึ้น ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการป้องกัน เช่น การกินยาชุด หรือยาลูกกลอนจะส่งผลเสียต่อไตอย่างไร
รวมถึงการจัดตั้ง Health Group ให้ผู้ป่วยและญาติ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการรักษาซึ่งกันและกันอีกทางหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยใหม่เห็นว่าผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยเชื่อมั่นในด้านการรักษาที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ป่วยเปิดใจกว้างและยอมรับ พร้อมเลือกรับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยโรคไตเข้าถึงการรักษาได้ทั่งถึง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวขึ้น

นอกจากนี้ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ยังได้มีการวางแผนสำหรับผู้ป่วยในเหตุการณ์วิกฤติต่างๆ เช่น น้ำท่วม โดยทำคู่มือดูแลตนเองในภาวะน้ำท่วม และมีการส่งน้ำยาล้างไตล่วงหน้าให้กับผู้ป่วย ในกรณีฉุกเฉินที่ผู้ป่วยไม่สามารถออกมาได้ ทางโรงพยาบาลได้มีการประสานหน่วยงานต่างๆ ในการขนส่งน้ำยาล้างไต โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พร้อมเตรียมทีมช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ ทั้งมีการสำรองน้ำยาล้างไตไว้สำหรับผู้ป่วยวิกฤติอีกด้วย

ด้าน นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป็นไตวายอย่าท้อ เพราะยังสามารถทำงานได้และไม่เป็นภาระใคร หากรู้จักดูแลรักษาตนอย่างถูกวิธี ซึ่งตนเองเคยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมากว่า 13 ปี และปัจจุบันได้รับการปลูกถ่ายไตแล้ว แต่ตนยังทำหน้าที่ผลักดันและให้ความรู้ด้านสิทธิการรักษาและวิธีการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยและสมาชิกชมรม ซึ่งมีอยู่มากกว่า 100,000 ราย โดยเฉพาะเรื่องการล้างไตทางช่องท้อง จากการสำรวจพบว่าเป็นวิธีที่ช่วยตอบโจทย์บริบทไทยมากที่สุด เนื่องจากสามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ป่วยไม่ต้องสูญเสียเงินในการเดินทางมาโรงพยาบาล ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบผูกขาดอยู่กับสถานพยาบาลถึงสัปดาห์ละ 3 วันเพื่อฟอกเลือดและไม่เป็นภาระของญาติที่ต้องพามาโรงพยาบาลด้วย จึงช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถเข้าถึงบริการได้ 100% แม้แต่ผู้ป่วยที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ก็สามารถได้รับบริการอย่างทั่วถึง มีน้ำยาล้างไตส่งให้ถึงที่บ้าน ส่วนเรื่องการติดเชื้อไม่ต้องกลัว เพราะการดูแลตัวเองย่อมทำได้ดีกว่าให้คนอื่นมาดูแล แต่เราต้องตระหนักถึงความสะอาดและทำตามขั้นตอนที่แพทย์และพยาบาลแนะนำอย่างเคร่งครัด

“เมื่อก่อนคนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิตเนื่องจากไม่มีเงินรักษา หรือไม่ก็ต้องล้มละลายจากการจ่ายค่ารักษา หลังจากการขับเคลื่อนเพื่อให้ได้สิทธิคุ้มครองรักษาโรคไต (CAPD First Policy) ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยก็มีโอกาสในการรักษาและสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น โดยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งผมคิดว่าเป็นวิธีที่ช่วยตอบโจทย์บริบทของคนไทยได้ดีมาก เพราะผู้ป่วยบางคนอยู่บนดอย ห่างจากสถานพยาบาลร่วม 200 กิโลเมตร การเดินทางไป-กลับใช้เวลาเกือบทั้งวัน หากเขาต้องเดินทางมาพบแพทย์ทุกสัปดาห์ก็คงไม่ไหว ไหนจะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา จะเอาเวลาไหนมาทำงานหาเลี้ยงชีพ

ดังนั้น จึงอยากให้แพทย์และผู้เกี่ยวข้องมองถึงพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ และบริบทของผู้ป่วยโรคไตตรงนี้ด้วย ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ และให้ข้อมูลกับผู้ป่วยให้ชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วน เพื่อให้ผู้ป่วยมีทัศนคติที่ดีในด้านการรักษามากขึ้น ซึ่งทางชมรมเองได้พยายามผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น รวมถึงการสร้างความเข้าใจเรื่องวิธีการรักษาให้กับผู้ป่วยทุกราย และให้ความรู้ที่ถูกต้องว่าการติดเชื้อมันไม่สามารถติดได้ง่าย และผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่เสียชีวิตด้วยโรคไต แต่อาจจะเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ เช่น ความดัน เบาหวาน เป็นต้น”

อีกทั้ง การล้างไตทางช่องท้อง ยังช่วยลดปัญหาบุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลไม่เพียงพอ โดยอัตราส่วนระหว่างพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องอยู่ที่ 1:50 คน (ตามมาตรฐาน) ขณะที่พยาบาลที่ดูแลเรื่องการฟอกเลือด (HD) จะสามารถดูแลผู้ป่วยได้เพียง 1 คน : 4 เครื่อง : รอบ (ใน 1 วัน สามารถทำได้สูงสุด 4 รอบ หรือ คนไข้ 16 คนเท่านั้น) ดังนั้น หากไม่มีการล้างไตทางช่องท้อง จะส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ก็จะไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย โดยต้องมีการผลิตเพิ่มอีกมากกว่า 3,500 อัตรา พร้อมเพิ่มศูนย์บริการทางการแพทย์อีกเป็นจำนวนมากให้ครบทุกจังหวัด และอำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยตามมา