‘ผู้บ่าวไทบ้าน 3’ พร้อมเสิร์ฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329161

‘ผู้บ่าวไทบ้าน 3’ พร้อมเสิร์ฟ

‘ผู้บ่าวไทบ้าน 3’ พร้อมเสิร์ฟ

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากที่ถ่ายทำมานานนับปี ล่าสุดภาพยนตร์เรื่อง ผู้บ่าวไทบ้าน 3 หมาน แอนด์ เดอะ คำผาน Man&The company โดย เกิดมีเอนเตอร์เทนเม้นท์ ก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมฉายแล้ววันนี้ พร้อมกันนี้ได้จัดฉายรอบพิเศษ ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟซีเนม่า เซ็นทรัล พลาซา ขอนแก่น เมื่อไม่นานมานี้  โดยมีนักแสดงนำของเรื่อง อาทิ มาท แก๊ปสุ่มฝ้าย เมฆะ จอห์นนี่กองปราบ  มุกกี้ กัญพร เนส กาแฟ ศรีนคร ฯลฯ พร้อมด้วยคนวงการเพลง  อาทิ แซก ซุมแพ จ่าหรอย เฮนรี่ เอ มหาหิงส์  ยีนส์ ศิลาแลง นายห้างทวีชัย ท็อปไลน์ ฯลฯพร้อมทั้งได้รับเกียรติจากท่าน สุชัย บุตรสาระรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมงาน

สกู๊ปพิเศษ : “2 IS BETTER THAN 1” จาก 2 ดีกว่า 1 วันนี้พวกเขามาถึง 3 ดีกว่า 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329204

สกู๊ปพิเศษ : “2 IS BETTER THAN 1” จาก 2 ดีกว่า 1 วันนี้พวกเขามาถึง 3 ดีกว่า 2

สกู๊ปพิเศษ : “2 IS BETTER THAN 1” จาก 2 ดีกว่า 1 วันนี้พวกเขามาถึง 3 ดีกว่า 2

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ต้องเรียกว่า “ใจรัก” อย่างแท้จริง กับคนดนตรี ที่เลือกผลิตงานในรูปแบบ อัลบั้ม ทั้งที่ทุกวันนี้ ศิลปินเล็กใหญ่ต่างทำ ซิงเกิ้ล ออกทีละเพลงกันเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับ “2 Is better Than 1” จากสังกัดClassy Records ยังขอคงไว้ กับเสน่ห์ของเพลงเต็มอัลบั้ม ในรูปแบบซีดี ผลงานซึ่งเป็นสีสันทางดนตรี ชุดที่ 2 จึงได้โอกาสคลอดออกมา

“2 is better than 1” ประกอบด้วย 2 สมาชิก คือ ขนุน-วัลลภ เจียรสถิตย์ และ มะเหมี่ยว-อิสรีย์ นำพาเจริญ ที่แจ้งเกิดปล่อยอัลบั้มแรก(พ.ศ.2555) ในชื่อเดียวกันว่า “2 Is better Than 1” ซึ่งมาพร้อมซาวน์ดนตรีจากเครื่องดนตรีมากมายหลากชนิด ทั้งแปลกและหาฟังยาก มาบันทึกเสียงสด แต่ที่น่าฉงน คือไม่มีเครื่องดนตรีที่คุ้นหูอย่าง “กีตาร์” เลยแม้แต่เพลงเดียว!?

จนมาถึงมีนาคมปีนี้ พวกเขากลับมาอีกครั้ง กับอัลบั้มเต็มหมายเลข 2 ที่ชื่อว่า “3 Is better Than 2” โดยมี ขนุน-วัลลภ,มีน-พัทธศิษฏ์ ศรีศุภลักษณ์ และ หอย-อภิศักดิ์ เจือจาน เป็น3 สมาชิกในปัจจุบัน (มะเหมี่ยว-อิสรีย์ ออกไปเตรียมทำผลงานเดี่ยวของตัวเอง) แต่ยังคงชื่อวง 2 Is Better Than 1 ต่อไป ภายใต้สังกัดเดิม Classy Records ที่มาพร้อม 13 บทเพลงลงซีดี และมีแค่ 3 เพลงที่ขายผ่านออนไลน์

l ก่อร่างสร้างวง?

ขนุน : ตอนนั้น Classy Records เปิดมาขึ้นปีที่ 9 ผมได้เข้ามาเป็นนักดนตรีอัดเสียงให้กับหลายๆเพลงในอัลบั้มที่3 ชื่อว่า “อัลบั้ม9” พี่ป๊อกที่เป็นเจ้าของค่ายก็ถามผมว่า ผมอยากจะทำอัลบั้มไหม แน่นอนนักดนตรีทุกคนต้องอยากทำอัลบั้มอยู่แล้ว แต่ทีนี้ตัวผมเองไม่ใช่นักร้องผมเป็นนักดนตรี ผมทำเรียบเรียงได้ แต่งเพลงได้ แต่ว่าไม่ถนัดด้านร้อง ก็เลยจะไปหานักร้องอีกคนหนึ่งมาเป็นดูโอ้กัน ในตอนนั้นก็ได้นักร้องมาเป็น มะเหมี่ยว-อิสรีย์ อดีตศิลปินนักร้องสมาชิกวง 3G (สังกัดค่าย Grammy) ตอนนั้นเขาเด็กๆ แต่พอมาถึงตอนที่เราจะทำอัลบั้ม เขาก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แล้วเขาก็ร้องเพลงเพราะ พอมาจูนกันได้ก็เลยมาทำอัลบั้ม และเป็นอัลบั้มแรก “2 Is Better Than 1” เป็นชื่อเดียวกันกับชื่อวง ที่นี้พอทำเสร็จ ตอนนั้นคือปีพ.ศ.2555

หลังจากนั้นมาประมาณอีกกี่ปีก็ไม่รู้ เราก็เลยคิดว่าจะทำอัลบั้ม 2 แต่ว่าพอจะทำอัลบั้มสองมะเหมี่ยวเขามีโครงการเตรียมตัวที่จะออกอัลบั้มเดี่ยว แต่ผมยังอยากทำอัลบั้มต่อ ก็เลยต้องหาสมาชิกเพิ่ม อย่างที่บอกว่าผมไม่ใช่นักร้อง ผมต้องหาสมาชิกที่ร้องเพลงได้ ก็ได้มาเป็น หอยกับมีน คนหนึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน อีกคนหนึ่งก็เป็นรุ่นน้องที่ห่างกัน 2 ปี เรารู้ฝีไม้ลายมือเขาอยู่แล้ว เราก็รู้สึกว่าน่าจะมารวมกันได้นะ ประกอบกับมีนเขาทำเพลงออกมา ชื่อเพลง “ฝั่งนั้น” คือเป็นเพลงแรกของอัลบั้มที่สอง ทำออกมาแล้วผมชอบมาก และให้ใครฟังก็ชอบหมดเลย เราก็เลยบอกว่าน่าจะมารวมตัวกันนะ

ตอนแรกก็เป็นมีนคนเดียวก่อน และก็มาคุยกันคร่าวๆ ระหว่างที่คุยกัน จริงๆ คือเราก็สนิทกันอยู่แล้ว คุยกันว่าจริงๆ หอยเขาก็มีเพลงที่เขาแต่งไว้อยู่เยอะเหมือนกัน คือทำงานร่วมกันมา 2 ปี ตอนที่เรียนอยู่ก็เคยทำอะไรร่วมกันอยู่ ทำเพลงละคร เพลงองค์กร เพลงประกวด อะไรอย่างนี้มาอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยสรุปมารวมกัน 3 คน ที่นี้มันก็จะประหลาดหน่อยตรงที่ว่า บังเอิญว่าสามคนนี้แต่งเพลงได้หมดเลย ก็เลยคุยกันว่าแบ่งหน้าที่กันไปเลย รับผิดชอบคนละ 4 เพลง 3 คน ก็ 12 เพลง เราก็เลยเอาเพลงหนึ่งของ Classyซึ่งเป็นเพลงที่ทำให้ Classy เป็นที่รู้จักชื่อเพลง “ถามสักคำ” ที่มียอดไลค์สองถึงสามล้าน (ณ ตอนนั้นโอกาสจะขึ้นเป็นล้านมันยากมาก) มีนก็รับผิดชอบทำเป็น A cappella {อะแคปเปลลา} ไม่มีเครื่องดนตรีเลย และก็สามคนก็คนละ 4 เพลง ก็รับผิดชอบกันไป แต่ว่าในระหว่างนั้นทั้งสามคนก็ต้องมาจูนกัน ไม่ให้มันโดดมากนัก

l 3 คน 3 สไตล์?

ขนุน : จริงๆ อัลบั้มชุดนี้ไม่ค่อยเป็น unity เท่าไหร่ ในแง่ของการเรียบเรียงหรือลักษณะดนตรี แต่ถ้าในแง่เนื้อหามันไปด้วยกันได้หมด เนื้อหาของเพลงจะสอดคล้องกันไปเรื่อยๆ ยังมองโลกไปในทางเดียวกันอยู่ยังไม่มีอะไรที่แตกต่าง แต่ว่าก็โอเคด้วยการเรียบเรียงดนตรี ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ชุดนี้ก็เลยใช้ชื่อว่ามันเป็น variety pop คือยังคงฟังง่ายแต่อาจจะมี Jazz มาบ้างนิดหน่อย อาจจะมี Rock นิดๆ แต่ว่าหลักๆ ยังคงเป็นพื้นฐาน Acoustic จริงๆ เราอาจใช้คำว่า Acoustic variety pop ก็ได้นะ เพราะเราก็ไม่ได้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องดนตรีเรายังใช้ Acoustic ทั้งอัลบั้มอยู่ ตอนแรกที่บอกว่ามันยังไม่ Unity ก็มีความเป็น Unity อยู่บ้าง ไม่ได้มีอะไรที่มันจะประหลาดออกไปเยอะมากนัก คือมันใกล้กันในแง่ของชนิดเครื่องดนตรี ที่ยังคงความเป็น Acoustic อยู่ แต่ว่าไม่มีเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มาเกี่ยวข้อง ด้วยการใช้เครื่องดนตรีสดมาเล่น ก็จะไปได้หลายทาง ทีนี้เราก็มีให้ชิมหลากหลายเลย แต่ละเพลงก็มีสไตล์ของมัน แต่หลักๆก็ยังเป็น Acoustic อยู่ คือจริงๆ เพลง Acoustic น่าจะครึ่งอัลบั้มเลยครับ ส่วนที่เหลือก็แตกต่างกันไป เรียกว่าฟังชุดนี้ต้องชอบสักเพลง (หัวเราะ) เพราะว่ามันไม่เหมือนกันเลย

l ความต่างของ 2 อัลบั้ม

ขนุน : จริงๆ ถ้าลองไปฟังชุดที่หนึ่ง ดนตรีจะไม่เหมือนชุดนี้เลย เพราะอัลบั้มชุดหนึ่งผมทำคนเดียว มันก็จะออกมาสไตล์ของผม เพราะผมไม่ได้แชร์ไอเดียกับใครเลย คือชุดที่หนึ่งไม่มีกีตาร์เลย เพราะว่าผมเล่นไม่เป็น พอมาชุดนี้ก็มีหอยกับมีนเขาเล่นกีตาร์ เพราะฉะนั้นจะมีเสียงกีตาร์แทบจะทุกเพลง แต่ก็จะมีอยู่ 2-3 เพลง ที่ไม่มีเสียงกีตาร์แค่นั้นเอง ด้วยเครื่องดนตรีก็ทำให้อารมณ์เพลงมันเปลี่ยน

l เติมเต็มกันและกัน?

หอย : ผมว่านักดนตรีทุกคนน่าจะมีมุมนี้ คือถ้าเป็นคนที่ไม่รู้จักเราก็จะมีอีโก้ประมาณหนึ่ง แต่สำหรับคนที่เรารู้จัก คือเราเรียบเรียงไม่เป็น เราเรียบเรียงดนตรีไม่ได้ เราไม่ได้เรียนดนตรีมา เราก็ได้แค่เนื้อทำนองมา เพลงของเราสามในสี่เพลง ก็โยนให้มีนเป็นคนเรียบเรียง ซึ่งเวลาเราโยนให้มีนเรียบเรียง เราก็ยกให้เลย โดยที่ให้ตัดสินใจเลย เพราะเราไม่สงสัยว่าจะทำได้หรือเปล่า

มีน : สำหรับผมเต็มที่ทุกเพลงอยู่แล้วครับ ผมก็เหมือนทุกคน คืออยากแต่งเพลงเก็บไว้ อยากมีเพลงกับอัลบั้มเป็นของตัวเอง แต่พอได้มารวมตัวกับพี่ๆ มันก็เป็นเรื่องใหม่ที่ผมต้องจูนกับทุกคน

หอย : จริงๆ พวกเราเติมให้กันและกัน คือที่เราขาดมาตลอดคือเราทำดนตรีเองไม่เป็น จริงๆ อาจทำได้ แต่เราไม่กล้า เราก็มีโครงของเรามา แต่พอจะใส่เราก็กลัวผิด แต่พอสองคนนี้มาทางนี้อยู่แล้วมันก็จบ

มีน : ส่วนของผมที่ได้ชัดๆเลยคือการทำมาสเตอร์เพลงให้มันเป็นมาสเตอร์จริงๆ ความมาตรฐานของดนตรี การเล่น , การเรียบเรียง ก็ได้ พี่ขนุนกับพี่หอยมาช่วยตีกลองครับ จริงๆรายละเอียดมันเยอะมากเลย จากการทำคนเดียว แล้วเราก็ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องต่างๆ มาตรฐานของการอัดเสียงการเล่นดนตรีสด ก็ได้พี่ขนุนมาช่วยดูให้ครับ

l ความประทับใจในเพลง?

มีน : ผมชื่นใจ เพลงที่ผมเคยทำอยู่แล้วและชอบ มันเป็นรูปเป็นร่าง มีเสียงในหัวที่เราอยากได้ยินหรือเคยได้ยินมันออกมาจริงๆ สัมผัสได้ แล้วเพลงพี่หอยพอเอามาเรียบเรียงแล้วมันเพราะ ตอนแรกเราฟังDemo เราก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน พอเรียบเรียงมาเป็นมาสเตอร์ มันเพราะมาก ผมชอบ อย่างเพลง “นิ้วเพชร” โคตรมันส์เลย ตอนแรกผมฟังผมนึกภาพไม่ออกว่ามันจะเป็นเพลงให้คนอื่นฟังยังไง พอเราทำงานร่วมกัน อ๋อ มันเป็นอย่างนี้

ขนุน : อย่างที่บอกแต่ละเพลงมีที่มาที่ไป เรารู้ถึงจุดเริ่มต้น ขั้นตอนการทำ เพราะฉะนั้นทุกเพลง ทุกเพลงจริงๆ นะ ผมรู้สึกอินไปกับมัน มันอาจจะมีช่วงตอน Demo เราอาจจะยังนึกไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นยังไง แต่แน่นอนพื้นฐานของเรา คือเราเชื่อใจกัน เนื้อทำนอง เราผ่านแล้ว ทุกคนผ่านหมด คือเราคบกันมา 20 ปีนะ เรารู้อยู่แล้วว่ามันโอเค แต่ก็มาหนักใจเรื่องเรียบเรียง ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง เพราะตอนเรียบเรียงยากเหมือนกัน คือว่าผมก็ต้องเรียบเรียงในคอมพิวเตอร์ เสียงที่ได้มันจะไม่เหมือนกับตอนที่ทำจริงหรอก บางอันก็ดีกว่า บางอันก็จะแย่กว่า ทีนี้ก็ต้องมาจินตนาการว่าท้ายที่สุดอัดเสร็จขึ้นมาจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นทุกเพลง พอเรารู้ที่มาที่ไปของมัน พอเรารู้กระบานการ เลยทำให้เราอินทุกเพลงเหมือนกัน บางเพลงเราดูเรียบเรียงเหมือนไม่มีอะไร แต่พอเรารู้ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น เพราะอะไร พอมาดูเหตุผล มาดูจากเนื้อ มันเหมาะสมกับเนื้อแบบนี้นะ อย่างเพลง “คิดถึงบ้าน” ของหอย เพลงมันไม่มีอะไร แต่พอลองไปอ่านเนื้อดีๆ ลองไปฟังเนื้อดีๆ มันก็ตัวตนหอยเลย คือกลับถึงบ้านเหลือแต่แม่แล้ว พ่อไม่อยู่แล้ว แม่หุงข้าวรอกิน ก็จริงนะ ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นได้ แล้วพอมาใช้ Acoustic กีตาร์ตัวเดียวถ่ายทอด ยิ่งออกมาได้ดี ถามว่าประทับใจเพลงไหนมันไม่มีคือมันดีทุกเพลง

หอย : เพลงพวกนี้เราทำกันเอง เหมือนมีลูกก็ต้องรัก รักทุกเพลง เพียงแต่ว่าจะมีเพลงที่ชอบมากๆ โดดๆมาสองเพลง คือเพลงของมีน “ฝั่งนั้น” ซึ่งตัดออกมาเป็นเพลงโปรโมท มันจะเป็นเรื่องที่เขากับแฟนไปเที่ยวอินเดีย แล้วมันจะมีความเชื่อของคนที่นู้น เป็นสองฝั่งแม่น้ำที่ฝั่งนี้เป็นฝั่งคนเป็น แต่ถ้าข้ามแม่น้ำไปเป็นฝั่งของคนตาย เป็นโลกวิญญาณ เรารู้สึกว่าอยากแต่งเพลงให้ได้อย่างนี้บ้างจัง มันได้บรรยากาศ เรานึกถึงว่า เราไม่เคยไปอินเดียแต่เราก็รู้สึกว่าเอาบรรยากาศมาเลยอะไรประมาณนี้ คือเราชอบตรงที่มันเล่าเรื่องความตายที่สุด อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงนี้ อีกเพลงหนึ่งที่โดดมากๆก็เป็นลูกรักของตัวเอง เพลง “นิ้วเพชร”

l ผสมด้วยเพลงลูกกรุง?

ขนุน : เพลง “วันฝนพรำ” คือผมอยากจะแต่งเพลงลูกกรุงดูบ้าง ก็เริ่มจากเขียนเนื้อก่อน เพราะผมรู้สึกว่าเพลงลูกกรุงเป็นสิ่งที่ยาก ไม่แพ้เรียบเรียงดนตรีเลย คือเนื้อ เพราะว่าเนื้อเพลงด้วยความที่เป็นลูกกรุง ต้องสละสลวยหน่อย จะมาพูดทื่อๆ ไม่ได้ ก็เลยเปรียบเทียบว่า วันที่เราเจอฝน เรารักกัน เจอฝนก็ต้องทนแล้วจะฝ่ามันไปได้ แต่เดี๋ยวมันก็ตกอีก มันไม่ใช่จะตกแค่วันนี้วันเดียว ปีหนึ่งมันก็เจออีกหลายครั้ง ซึ่งเปรียบเทียบว่าเราอาจจะไม่เข้าใจกันอาจจะทะเลาะกัน มันต้องเจออีกเยอะอีกหลายครั้ง ก็เลยเทียบกับฝน ละพอวันที่ฝนหยุดก็ให้เราคิดอีกว่ามันจะต้องตกอีกนะ ก็ต้องให้พร้อมอยู่เสมอ

l เพลงพิเศษ?

มีน : เพลง “เรือใบ” ในแทร็คที่ 9 คือค่ายเรามีนโยบายว่า หนึ่งอัลบั้มต้องมีเพลงที่กล่าวถึงหรือพูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 สักเพลง (ขนุน : เพราะค่ายเราเป็นค่ายรักในหลวง) ใช่ครับ ผมก็มีความคิดอยากจะแต่งเพลงเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ก่อนที่ท่านจะสวรรคตอยู่แล้ว อยากพูดถึงเรือใบที่เคยทรงและเคยลงแข่งจริงจัง คือเราไม่อาจเอื้อมที่จะแต่งถึงพระองค์ท่านโดยตรง แล้วในส่วนตัวผมคิดว่าการที่ท่านได้ทรงเรือใบ เหมือนทรงดนตรี เรือใบนี่ท่านคงอิสระที่สุด ไม่มีข้าราชบริพาร ไม่มีองครักษ์ ไม่มีหน้าที่การงาน มีแต่ท่านกับเรือกับคลื่น ก็เลยคิดว่า นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ท่านเป็นสามัญชนที่สุด ทิ้งทุกอย่าง แล่นเรืออย่างเดียว ก็เลยเป็นที่มาของเพลงนี้ครับ ซึ่งตอนแรกเป็นเพลงแต่งช้าๆ แต่เหมือนเราผ่านช่วงที่เศร้าโศกเสียใจมาแล้ว ก็เลยขยับจังหวะขึ้นมาหน่อยครับ

l ทิ้งท้าย?

หอย : จริงๆ ยุคนี้ก็ไม่ค่อยมีใครทำซีดีขาย แต่เราก็ยังทำกันอยู่ แล้วก็เน้นเรื่องคุณภาพของการบันทึกเสียงด้วย และเป็นเครื่องดนตรีที่อัดสด เล่นกันเองเป็นส่วนใหญ่ มีนักดนตรีรับเชิญบ้าง แล้วเราก็อัดเพลงกันข้ามปี ก็อยากฝากแฟนๆ ติดตามฟังกันดูครับ หรือตามพวกเราได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ twois.classy หรือ classyfanclub และ Youtube Channel Classy Records ครับ

ขนุน : นอกจากอัลบั้มนี้แล้ว พวกเราก็กำลังจะไปเล่นดนตรีสดเป็นครั้งแรก ในคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อการกุศล ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ที่ศูนย์วัฒนธรรม ส่วนรายได้เราจะไปช่วยเหลือนักแต่งเพลงที่เป็นโรคมะเร็ง และวันนั้นมีศิลปินอีกหลายคนไปร่วมแสดงครับ แฟนๆ สามารถซื้อบัตรได้ที่ http://www.classy-records.com Tel : 082-4293695 หรือสั่งซื้อซีดีของพวกเราได้ด้วยนะครับที่ Line ID : @classyrecords หรือจะอินบ๊อกมาในเพจ ClassyRecords ก็ได้ครับ

ฮาไม่หยุด ฉุดไม่อยู่! แฟนๆ’สามแยกปากหวาน 3 บวก 1’ขอต่อเวลาความฮา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329292

ฮาไม่หยุด ฉุดไม่อยู่! แฟนๆ'สามแยกปากหวาน 3 บวก 1'ขอต่อเวลาความฮา

ฮาไม่หยุด ฉุดไม่อยู่! แฟนๆ’สามแยกปากหวาน 3 บวก 1’ขอต่อเวลาความฮา

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 19.43 น.

ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ ของ เอ-ไทม์ โชว์บิส อย่างล้นหลาม จนได้กลับมาตามคำเรียกร้องเป็นปีที่ 5 แล้วสำหรับคอนเสิร์ตของ 3 หนุ่ม ความสามารถครบเครื่องแถวหน้าของเมืองไทย ที่ไม่ได้มีดีแค่พลังเสียงเท่านั้นแต่ฝีปากยังแซ่บจนต้องร้องซี๊ด อย่าง อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์, ป๊อป ปองกูล สืบซึ้ง และ ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ ในคอนเสิร์ต สามแยกปากหวาน 3 บวก 1 ครั้งนี้เพิ่มเติมอีกหนึ่งหนุ่มที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน กับความฮาที่จัดเต็มแบบแรงไม่มีตก 3 รอบรวด ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน เมื่อวันก่อน

เปิดตัว 4 หนุ่มกันแบบล้ำๆ ด้วยยานอวกาศลำใหญ่ที่แลนดิ้งลงบนกลางเวที ก่อนที่จะเริ่มต้นอัพเดทชีวิตของแต่ละคนตามธรรมเนียมหลังจากกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แค่เริ่มต้นก็ปล่อยมุกกันรัวๆ ให้แฟนๆ ได้วอล์มเสียงหัวเราะกันก่อน แถมยังขนเพลงใหม่ของแต่ละคนมาให้ได้ฟังกันไม่ว่าจะเป็นเพลง แก, ภาพจำ, ปลายทางที่ว่างเปล่า และ คิดถึงจังมาหาหน่อย จากนั้นทั้ง 4 หนุ่มก็ขอจิกกัดเรื่องราวเหตุบ้านการเมืองตามสไตล์สามแยกปากหวาน ในเพลง วันหนึ่งฉันจะเดินเข้าป่า ที่เอาเพลงมาแปลงเนื้อให้ได้แสบๆ คันๆ ฮากันทั้งฮอลล์ ทั้งเรื่องหวยเจ้าปัญหา เสือดำ หรือแม้กระทั่งนาฬิกาอาถรรพ์ จนทำเอาหัวเราะลั่นสำลักน้ำลายเป็นเสียง “คุก คุก คุก”

เสริมทัพความฮาด้วยรับเชิญคนแรก (เบนหล้า) เบน ชลาทิศ ไม่พลาดที่จะชวนออเจ้าทั้งฮอลล์ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคกรุงศรีอยุธยาในเพลง บุพเพสันนิวาส แถมยังชวนทั้ง 4 หนุ่มแต่งชุดเป็นตัวละครในเรื่องอีกด้วย แต่ไม่ทันไรก็เปลี่ยนลุคไปเป็นบอยแบนด์มาในเพลงเพราะๆ อย่าง ตัดใจ, ปวดใจ, ไม่ตลก และ วอน คอนเสิร์ตครั้งนี้ทุ่มทุนสร้างจัดเต็มแขกรับเชิญหนุ่มฮอตมาแบบไม่ซ้ำ 3 คน 3 รอบ เริ่มจาก สิงโต นำโชค (ศุกร์) แสตมป์ อภิวัชร์ (เสาร์) และ ตู่ ภพธร (อาทิตย์) ที่มาดวลไมค์ดวลมุกฝีปากไม่แพ้เจ้าของเวที แถมยังมาร้องเพลงเพราะๆ ให้ได้ฟินกันอีกด้วย ในส่วนของพาร์ทก็อปปี้โชว์ที่ขาดไม่ได้ของคอนเสิร์ตนี้ก็มาในเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ที่ขอฉีกทุกกฎของความแบ๊วมาเป็นแบบฮาร์ดคอร์

และเพลง แสงสุดท้าย ที่ทั้ง 4 คนมาในลุคคูลๆ ของวง Bodyslam ที่ลงทุนขนลู่วิ่งขึ้นไปให้อ๊อฟวิ่งเป็นพี่ตูนอีกด้วย งานนี้ทั้ง 4 หนุ่มถึงขนาดโอดว่าเหนื่อยกว่าการร้องเพลงคือการเปลี่ยนชุดจนเพลงสุดท้ายอย่าง บอลลูน ต้องขอเปลี่ยนชุดกันบนเวที แถมลงเวทีมาส่งแฟนๆ กลับบ้านอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

งานนี้เรียกได้ว่ากัดๆ ขบๆ กันพอหอมปากหอมคอให้ได้อรรถรส เพื่อมอบความสุขให้กับแฟนๆ สามแยกปากหวาน นอกจากทั้ง 4 หนุ่มจะทำให้เรามีความสุขและรอยยิ้มแล้ว ยังจะได้ส่งต่อรอยยิ้มให้กับน้องๆ อีกด้วย เพราะรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับ มูลนิธิสร้างรอยยิ้มประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่

19ปีที่รอ ‘หนุ่ม กะลา’ดับเบิ้ลความมัน ปิดธันเดอร์โดมจัดคอนเสิร์ตใหญ่2รอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329290

19ปีที่รอ 'หนุ่ม กะลา'ดับเบิ้ลความมัน ปิดธันเดอร์โดมจัดคอนเสิร์ตใหญ่2รอบ

19ปีที่รอ ‘หนุ่ม กะลา’ดับเบิ้ลความมัน ปิดธันเดอร์โดมจัดคอนเสิร์ตใหญ่2รอบ

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 19.36 น.

กว่า 19 ปีที่โลดแล่นอยู่ในเส้นทางสายดนตรี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกรูปแบบ แต่ ณพสิน แสงสุวรรณ หรือ “หนุ่ม  กะลา” เจ้าของเพลงฮิตที่ใครก็ร้องได้ อย่าง ขอเป็นตัวเลือก / รอ / บอกสักคำ / เธอเป็นแฟนฉันแล้ว / ไม่มาก็คิดถึง / ปล่อยมือฉัน ฯลฯ ยังไม่เคยมีคอนเสิร์ตใหญ่เลย  แต่ปีนี้ค่าย genie records (จีนี่ เร็คคอร์ดส) จะทำให้แฟนเพลงได้รู้จักเจ้าของเสียงแหบเสน่ห์คนนี้ยิ่งขึ้นในคอนเสิร์ต “Chang Music Connection presents MY NAME is NUM KALA  Concert 19 ปีที่รอ #ไม่มาก็คิดถึง” (ช้าง มิวสิก คอนเนคชั่น พรีเซ็นท์ส มาย เนม อีส หนุ่ม กะลา คอนเสิร์ต 19 ปีที่รอ #ไม่มาก็คิดถึง) คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของ “หนุ่ม กะลา”

“ดีใจมาก ๆ ครับ เพราะรอคอยคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองมานานมาก พอได้มีกับเค้าก็ได้จัดถึง 2 รอบเลย ดีใจครับ ผมจะเตรียมความพิเศษไปให้คุ้มกับ 3 ชั่วโมงที่ทุกคนได้มาอยู่กับผมในธันเดอร์โดมเลย รับรองว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และคิดว่าคงจะไม่กล้าทำอีก 555 แต่เป็นอะไรขออุบไว้ก่อน เรื่องเพลงไม่ต้องห่วงเพลงฮิตเล่นหมดทุกเพลงแน่นอน หรือบางเพลงที่ไม่ได้เล่นมาเป็นสิบปีก็จะได้ยินบนเวทีนี้ ลองเดาเล่น ๆ ดูว่าผมจะร้องเพลงอะไรใน 8 อัลบั้มบ้าง อยากให้ทำการบ้านมาเยอะ ๆ ผมอยากได้ยินทุกคนร่วมร้องเพลงกับผมให้กระหึ่ม เรื่องแขกรับเชิญมีเยอะแยะเลยแต่ยังไม่กล้าบอกกลัวโดนฉกตัวครับ ผมอยากเจอทุกคนนะครับ อยากให้ทุกคนมาอยู่ในความทรงจำในรอบ 19 ปีด้วยกันครับ”

“ช้าง มิวสิก คอนเนคชั่น พรีเซ็นท์ส มาย เนม อีส หนุ่ม กะลา คอนเสิร์ต 19 ปีที่รอ #ไม่มาก็คิดถึง” เปิดจำหน่ายบัตร วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม นี้ เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ที่ GMMLIVE.COM , ThaiTicketMajor.com และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือโทร 02-262-3456 บัตรนั่งราคา 2,000 บาท บัตรยืนราคา 1,200 บาท แสดงจริง 2 รอบ  ในวันเสาร์ที่ 19 และวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม นี้ ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

‘ปิ่น เก็จมณี’เผย’เจ’เคยซึมเศร้าหนัก ขั้นพบจิตแพทย์-เพราะคิดถึงลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329279

'ปิ่น เก็จมณี'เผย'เจ'เคยซึมเศร้าหนัก ขั้นพบจิตแพทย์-เพราะคิดถึงลูก

‘ปิ่น เก็จมณี’เผย’เจ’เคยซึมเศร้าหนัก ขั้นพบจิตแพทย์-เพราะคิดถึงลูก

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 19.18 น.

เป็นคุณแม่ลูกสามสุดแซ่บ สำหรับ ปิ่น เก็จมณี ภรรยาคนสวยของนักร้องชื่อดัง เจ เจตริน คุณแม่ของหนุ่มหล่อทั้ง 3 เจ้านาย เจ้าขุน และ เจ้าสมุทร และเหมือนว่า ตอนนี้แม่ปิ่นจะมีลูกสะใภ้มโนเกือบทั่วประเทศแล้ว เพราะลูกชายทั้งสามนั้นหล่อมาก จนสาวๆ กรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ล่าสุดแม่ปิ่นได้มาร่วมรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ, เบนซ์ พรชิตา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร แม่ปิ่นก็ได้เล่าเรื่องราวของครอบครัวตนเองให้ฟังอีกด้วย

ชีวิตรักกับพี่เจ เจตริน?

“คบกันมา 23 ปีค่ะ แต่งงานกันมา 17 ปี เป็นแฟนกันก่อนแล้วก็เลิกกันไป แล้วก็กลับมาดีกัน แล้วก็เลิกกัน เลิกกันมา 3 รอบค่ะ คือเราเจอกันมาตั้งแต่เด็กค่ะ”

จริงมั้ยที่เค้าเม้าท์กันว่า พี่ปิ่นมีทั้งชุดพยาบาล ชุดนักเรียนเติมความแซ่บให้กัน?

“จริงค่ะ ก็ใส่ตลอดค่ะ มีอยู่วันหนึ่งเป็นเรื่องเลย ใส่แล้วลูกเดินเข้ามา(หัวเราะ) ลูกถามมามี๊ทำอะไรอ่ะ อันนั้นเป็นชุดน่ารัก ชุดกิโมโนแต่ว่าสั้น ลูกเค้าเอือมอ่ะ เค้าชินแล้ว”

รักกันขนาดนี้ ใครหึงใคร?

“พี่เจจะหึงปิ่นมาก แต่เค้าเลือกเพศหึงด้วยนะคะ เพศชายไม่หึง เค้าหึงทอม เพราะเค้ารู้ว่าไม่มีผู้ชายที่ไหนกล้ามายุ่งกับเราอยู่แล้ว เพราะเราก็มีสามีแล้ว มีลูกแล้ว อีกอย่างเราไม่เคยเข้าไปยุ่งใกล้ชิดกับผู้ชาย แต่ถ้าผู้หญิงหรือทอมจะเข้าไปใกล้หน่อย กับตัวพี่เจเอง ถ้าไม่ได้ผิดกลิ่นอะไร เราก็จะไม่เข้าไปยุ่ง หรือไปเช็ค ไปตามอะไร เพราะเค้าก็รายงานตัวตลอด เค้าจะถ่ายรูปให้เราดูตลอด”

แล้วที่มันผิดกลิ่นมีมั้ย?

“มี มันก็จะมีพฤติกรรมที่แปลกๆ ไปหน่อย บอกตามตรงว่าเจไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่ใช่คนที่จะมาทำความเดือดร้อนให้ที่บ้านอยู่แล้ว แต่มันอาจจะมีแบบว่านิดหนึ่ง แต่เค้ามีชั่วโมงบินสูงก็เลยไม่ทำอะไรให้เดือดร้อนได้ เพราะเคยมีปัญหามาแล้วในชีวิตนี้หนึ่งรอบ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก เราก็เลยวางใจว่าเค้าคงจะไม่ทำให้เป็นปัญหาอีก”

ตอนที่เลิกกัน 3 ครั้ง เลิกกันเพราะอะไรบ้าง?

“ตอนที่พายุใหญ่ๆ ครั้งหนึ่ง อันนี้เป็นเรื่องหลักเลยที่เป็นปัญหากัน แล้วก็อีกเรื่อง เค้าไปเมืองนอกแล้วก็ไปกุ๊กกิ๊กใคร แล้วก็มีผู้สื่อข่าวคอยเอาข่าวมาให้ ประมาณนั้นค่ะ นิดๆ หน่อย”

เวลาโกรธกันเค้าก็ซื้อของแพงๆ ให้ตลอด?

“อุ๊ย ไม่เสมอไปหรอกค่ะ เวลาเค้าทะเลาะกัน เราก็งอนๆ กันหน่อย พอตื่นเช้ามาก็ลืมแล้ว กลับมาดีกันเหมือนเดิม ผู้หญิงเรางอนง่ายหายเร็วค่ะ เดี๋ยวขอแก้ข่าวก่อนว่า เราไม่เคยได้รถเพราะเราทะเลาะกัน แต่เราได้เพราะว่าเจเค้าจ้างให้เราอ้วนขึ้น 4 กิโล พอเราอ้วนขึ้นตามที่เค้าบอกปุ๊บ วันต่อมาเราก็ลดน้ำหนักเลย คือมันยากนะที่ทำให้น้ำหนักขึ้น พี่เป็นคนทานเยอะมาก แต่ไม่อ้วน เวลาอ้วนมันออกพุงอ่ะ มันอึดอัด ไม่สบายตัว”

ลูกชายกลายเป็นสามีแห่งชาติแล้ว มีสะใภ้มโนเต็มบ้านหมดเลย?

“เชื่อมั้ยทุกคนเรียกเราแม่หมดเลย ตอนที่เราเลี้ยงเราไม่คิดว่าเค้าจะโด่งดังขนาดนี้ แต่ว่ามันออกมาด้วยตัวเค้าเอง ในสายเลือด เรียกว่ามีทั้งโชคดี โชคไม่ดีบ้าง อยากให้เค้าทำอย่างอื่นด้วย คือเราก็รู้ว่า เล่นละครมันเหนื่อย อยากให้ไปทำอย่างอื่นได้อีกหลายอย่าง แต่ถ้าเค้าชอบจริงๆ ก็สนับสนุนเค้า เจ้าขุนนี่แสบสุดตั้งแต่เด็กเลยนะ กฎเหล็กที่เลี้ยงกันมาตั้งแต่เด็กคือ ห้ามแย่งของเล่น ห้ามแย่งของทาน ห้ามแย่งผู้หญิง ไม่งั้นจะเป็นหมา คือสอนเค้าตั้งแต่เด็กให้เค้าเป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติผู้หญิงค่ะ”

เห็นว่าเป็น โรคซึมเศร้าเลย ตอนที่ลูกไปเรียนเมืองนอก?

“คือส่งลูกไปเรียนทีก็ร้องไห้ที พี่เจค่ะ คือครั้งที่สองคนแรกไปเรียน เหมือนเค้าเป็นบัดดี้กันกับลูก 2 คนแรก เค้าโตไงคะ เค้าก็จะไปติดกัน 3 คน ส่วนคนเล็กก็อยู่กับเราตลอด เพราะเค้ายังเด็ก พอไปส่งปุ๊บลูก 2 คน พี่ปิ่นไปส่ง พี่เจไม่ได้ไป เค้าติดงาน เค้าก็เศร้า ดูกังวล แล้วเค้าอยู่คนเดียว อยู่กับเจ้าสมุทรเค้าก็ยังเด็กน้อย เพราะไม่ค่อยได้เข้าอกเข้าใจกันเท่าไหร่ เพราะ 2 คนนั้นเข้าขาดีมาก พี่เจเค้าก็ร้องไห้ล่วงหน้า 2 อาทิตย์  พี่เจร้องไห้ตลอด

มีอยู่วันหนึ่ง ตีสามแล้วพี่ปิ่นก็ลุกมาดูเค้าหายไปไหน เค้าร้องไห้อยู่ท่ามกลางสายฝน นั่งคุกเข่าสวดอ้อนวอนพระเจ้า เราก็ไม่ไหวแล้ว พาเค้าไปหาหมอ ก็คุยกับหมอปรับทัศนคติหน่อย แต่ยังไม่ได้ให้ยา ก็โอเคนิดหน่อย แต่พอตอนลูกไปก็ไม่โอเคเลย อาการหนักมาก ผลัดกันเอาเพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อน แต่อาการเค้าก็ยังไม่ดีขึ้น แล้วพี่ปิ่นก็ไปอยู่กับลูกที่นั่นนานเหมือนกัน เหมือนทิ้งพี่เจไว้คนเดียว เพราะพี่ปิ่นไปส่งลูกที่เมืองนอกไง รอทุกอย่างเรียบร้อยก็กลับมาเมืองไทยเหมือนเดิม กลับมาเหมือนเค้าผอมลง กินข้าวไม่ได้ ไม่เอาอะไรเลย ต่อมามีไปเล่นคอนเสิร์ตที่ลาว พี่ปิ่นก็ไปด้วย แต่เหมือนเค้าอาการไม่ดีขึ้น หดหู่ ก็เลยให้ทานยา แล้วหาหมอ ก็ช่วยได้ ก็ดีขึ้นค่ะ เค้าเป็นอยู่ 3 อาทิตย์ได้ค่ะ ทุกวันนี้ดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีนิดๆ พอลูกถึงโรงเรียนแล้วโทรกลับมาบอกว่า เรียบร้อยแล้ว เค้าก็สบายใจค่ะ”

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘พี่หน่อง’เซตฉากใหญ่ ‘เรื่อง ลับ หลัง’ Behind The SIN จัดบวงสรวงเหมือนจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329266

‘พี่หน่อง’เซตฉากใหญ่ ‘เรื่อง ลับ หลัง’ Behind The SIN จัดบวงสรวงเหมือนจริง

‘พี่หน่อง’เซตฉากใหญ่ ‘เรื่อง ลับ หลัง’ Behind The SIN จัดบวงสรวงเหมือนจริง

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 18.50 น.

งานแฉแหลกเบื้องหลังวงการคงตกยกให้ซีรีส์ “เรื่อง ลับ หลัง Behind The SIN” ของผู้จัดคนดังเรตติ้งปังอันดับหนึ่งอย่าง “พี่หน่อง-อรุโณชา” เลยจ้า หลังจากที่เริ่มแฉ หักหลัง กลั่นแกล้งกันมาตั้งแต่ EP.แรก จนมาถึงตอนนี้ความแรงแทบไม่มีลดระดับ มีแต่จะยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นมากยิ่งขึ้น

โดยในตอนล่าสุดที่จะออกอากาศให้แฟนละครได้ชมกันนั้น เป็นฉากที่ “เบสต์” ที่รับบทโดย “บีม-ปภังกร” ถูก “แพต” (จี๋-สุทธิรักษ์) สะกัดขาให้ล้มกลางงานบวงสรวงซีรีส์ The A-List Season 2 จนต้องอับอายอย่างหนักต่อหน้านักข่าวจำนวนมาก แถมเบสต์ดันล้มหน้าคะมำใส่ขนมหวานที่ใช้ไหว้ จนเละเทะไปหมดทั้งตัว แต่ต้นเหตุที่เบสต์โดนชุดใหญ่ขนาดนี้จะเป็นอะไร คงต้องไปติดตามชมกันในซีรีส์

ส่วนในฉากนี้คงต้องเม้าท์กันมันส์หน่อย เพราะงานนี้ “พี่หน่อง” ตั้งใจเซตฉากให้ยิ่งใหญ่ เสมือนกับการบวงสรวงละครจริงๆ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะของไหว้ หรือแม้กระทั่งท่านพราหมณ์ที่เชิญมาทำพิธี เป็นของจริงทั้งหมด ผสมกับด้วยความตั้งใจของ “พี่ปุ๊ก-พันธุ์ธัมม์” ผู้กำกับการแสดงที่อยากภาพออกมาสมจริง เมื่อทุกอย่างเซตพร้อมผกก. จึงเรียกนักแสดงมาซ้อมคิว โดยเฉพาะบีมที่ต้องซ้อมจังหวะการล้มให้ลงถูกจุดและเละได้อย่างแม่นยำ แต่เมื่อถึงเวลาถ่ายจริงกลับไม่เป็นตามที่คิด เพราะถึงแม้บีมจะล้มตรงจุด แต่ก็ดันเละแค่บริเวณแขนเสื้อ บริเวณหน้าที่คว่ำลงไปโดนขนมก็แทบมองไม่ออก จึงจำเป็นต้องถ่ายซ้ำล้มไปล้มมาอยู่ 2-3 เทค ก่อนที่พี่ปุ๊ก ผกก. จะตัดสินใจสั่งให้ทีมงานลุยละเลงขนมบนตัวของบีมให้เต็มที่ ก่อนคว้าฝอยทองมาให้หนุ่มบีมคราบเต็มปาก งานนี้เลยหวานหมูบีมที่รอกินขนมหวานมาตั้งนานไป เรียกว่าเคี้ยวๆ กลืนหมดไปหลายคำอยู่ แต่ก็เสมือนเพิ่มพลังให้เด็กหนุ่มกำลังโต งานนี้บีมเลยยิ่งอินเนอร์แรงเล่นได้ถึงฟิวคนที่ถูกแกล้งจนต้องอับอายต่อหน้าผู้คนได้อย่างถึงใจ

เล่นกันแรงขนาดนี้ ต้นเรื่องคงจะต้องพีคมากๆ แน่ ติดตามชมฉากนี้พร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2561 เวลา 20.30 น. ทางช่อง 28 แฉมันส์ แฉจริง เพราะความลับไม่มีในโลกนะจ๊ะ

‘โม-คชา’ ควงคู่ลัดฟ้า ถ่ายทำซีรีส์ถึงญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329263

‘โม-คชา’ ควงคู่ลัดฟ้า ถ่ายทำซีรีส์ถึงญี่ปุ่น

‘โม-คชา’ ควงคู่ลัดฟ้า ถ่ายทำซีรีส์ถึงญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 18.36 น.

พร้อมเสิร์ฟความฟินให้แฟนๆ แบบเต็มอิ่มสำหรับ คชา – นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ และโม–มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ กับผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุด “Love Songs  Love Series ตอน เพื่อนกันวันสุดท้าย” ทาง ช่อง GMM25 ของผู้กำกับ เค – ไชยณรงค์ แต้มพงษ์ ซึ่งยกกองไปถ่ายทำกันไกลถึงประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นจุดเริ่มต้นความรักความผูกพันของพระ-นาง งานนี้ทำเอาหนุ่มคชาและสาวโมออกอาการตื่นเต้นสุดๆ เพราะเป็นการถ่ายทำซีรีส์ในต่างประเทศครั้งแรก ว่าแต่พวกเขาจะควงกันไปสวีทที่เมืองไหนบ้างตามดูกันได้ วันเสาร์ที่ 31 มีนาคมนี้ เวลา 11.00 น. ทางช่อง GMM25

“Love Songs Love Series ตอน เพื่อนกันวันสุดท้าย” เป็นเรื่องราวของ เม (โม–มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ) กับ เซฟ (คชา – นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์) เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยมัธยม ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่น แล้วเซฟก็รู้ว่าเมกำลังเสียใจเพราะเพิ่งทะเลาะกับ นน (นะ-ธนบูลย์ วัลลภศิรินันท์) แฟนของเธอ เซฟอยากให้เมสบายใจจึงชวนเมไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อพักผ่อน พร้อมกับ ยอด (ทอมมี่ – สิทธิโชค เผือกพูล) รุ่นน้องของเชฟ เมื่อไปถึงญี่ปุ่นทั้งก๊วนได้มาพบกับ พี่เอ๊ะ รุ่นพี่คนไทยที่เปิดร้านอาหารและเกสท์เฮ้าท์ที่นั่น

พี่เอ๊ะอาศัยอยู่กับ มาซามิ ภรรยาสาวสวย ในระหว่างการเดินทางตามหาแสงพระอาทิตย์ตก เซฟกับเมก็สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนยอดไม่ค่อยพอใจเพราะเซฟไม่สนใจทำงานเท่าที่ควร ยอดจึงขอแยกตัวออกไป และระหว่างนั้นเมกับเซฟก็ได้พบกับ โยชิ รุ่นน้องของคุณมาซามิผู้เป็นลูกเจ้าของบริษัทค้าปลา ซึ่งโยชิก็หลงรักเมตั้งแต่แรกเห็นและตามตื๊อไม่หยุดทำให้เมและเซฟต้องแกล้งทำเป็นแฟนกันเพื่อหนีการตามตื๊อของโยชิ ซึ่งช่วงเวลานั้นเองทั้งคู่ก็เริ่มมีใจให้กัน แต่จู่ๆ นน กลับมาขอคืนดีกับเม แล้วแบบนี้เมจะตัดสินใจอย่างไรกับความสัมพันธ์ครั้งนี้

ปิดฉากจบ!! ตุ้ย-ป๊อก Club Friday The Series 9รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329260

ปิดฉากจบ!! ตุ้ย-ป๊อก Club Friday The Series 9รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย

ปิดฉากจบ!! ตุ้ย-ป๊อก Club Friday The Series 9รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 18.14 น.

ตอนที่ 5 ออกอากาศวันเสาร์ที่  31 มีนาคม 2561 เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 เสนอเป็นตอนจบ  

หลังจาก ผิง (ป๊อก – ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์) รู้ว่า เอ้ (ตุ้ย – ธีรภัทร์ สัจจกุล) ไปเที่ยวหัวหินกับ ปิ๊ง (วีวี่-สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี) ผิงจึงโทรศัพท์ไปบอก หยก (แป้ง – อรจิรา แหลมวิไล) เอ้รู้ก็โกรธผิงมากที่ทำให้เขาต้องหย่ากับหยก ไล่ผิงออกจากบ้าน ผิงเสียใจมากที่เอ้ไม่แคร์เธอเลย สุดท้ายผิงจะเลือกอยู่กับเอ้ต่อไปหรือยอมตัดใจจากเอ้ไปมีความสุขกับลูกของเธอ

กลับมาอีกครั้ง!! S2O Songkran Music Festival 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329256

กลับมาอีกครั้ง!! S2O Songkran Music Festival 2018

กลับมาอีกครั้ง!! S2O Songkran Music Festival 2018

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 18.01 น.

กลับมาเตรียมสาดกระจายความมันส์สุดขั้วกับปาร์ตี้สงกรานต์ที่ใหญ่ที่สุดอีกครั้ง! กับงานที่ทุกคนรอคอยมากที่สุดแห่งปี S2O Songkran Music Festival 2018 ที่ปีนี้เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็ม ทั้งพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม! ณ Live Park ถนนพระราม 9 ที่มาพร้อมโปรดักชั่นอลังการ กับระบบแสง สี เสียง ตื่นตา 360 องศา และการเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียกับเทคนิคน้ำที่ยิ่งใหญ่และล้ำที่สุด! ทั้งยังอิมพอร์ต 15 ดีเจชื่อดังระดับโลก ที่ไลน์อัพกันจัดแน่นด้วยแนวเพลงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นEDM, House, Trap, Bounce พร้อมระเบิดความมันส์กันตลอด 3 วันเต็ม

Mashd N Kutcher ดีเจดูโอ้เจ้าของเพลงสุดมันส์อย่าง Do It Now ที่การันตีด้วยรางวัลอันดับที1ของ Top 50 People’s Choice awards ใน inthemix Australia เมื่อ 2015

Ummet Ozcan ดีเจคนดังที มาพร้อมโชว์จัดเต็มจากเพลงมันส์ๆจังหวะสนุกๆอย่าง The Hum , Super Wave

Krewella คู่ดีเจพี่น้องจากอเมริกากับแนวเพลง EDM ที่ขาแดนซ์ทั้งหลายต้องรู้จักอย่างAlive, Live for the Night, Enjoy the Ride

Tchami ดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศส ด้วยแนวเพลง Future House ที่ทําให้โด่งดัง มีผลงานรีมิกซ์เพลงดัง มากมาย อาทิ Go Deep – Janet Jackson, Pushing On – Oliver $ & Jimi Jules, You Know You Like It – AlunaGeorge

นอกจากนี ยังมี HenriPFR และ K?D ที่เตรียมขนผลงานเพลงอันเป็นเอกลักษณ์มาให้แฟนๆได้สนุกกัน พร้อมด้วย Anna Lunoe , Vintage Culture และ MATTN บอกเลย S2O ครั้งนี้ยิ่งใหญ่ระดับโลกจริงๆ งานนี้ห้ามช้า เตรียมตัวไปสนุกกับดนตรีมันส์ๆ ท่ามกลางบรรยากาศชุ่มฉ่ำ พร้อมแล้วรีบไปจับจองบัตรกันได้ที http://www.s2ofestival.com

ในวันที 13 – 15 เมษายนนี้ ณ Live Park ถนนพระราม 9

DJ.Snake ดีเจแนว Trap ชื่อดังระดับโลก เจ้าของผลงานเพลงสุดฮิตที่ชาวไทยคุ้นหูเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น Turn Down For What, Let Me Love You, Lean On

DJ.Snake ดีเจแนว Trap ชื่อดังระดับโลก เจ้าของผลงานเพลงสุดฮิตที่ชาวไทยคุ้นหูเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น Turn Down For What, Let Me Love You, Lean On
Sick Individuals สองดีเจและโปรดิวเซอร์คู่หูจากเนเธอร์แลนด์ที่มา พร้อมดนตรีแนว EDM&House กับเพลงสุดฮิตอย่าง I AM , Blueprint

Sick Individuals สองดีเจและโปรดิวเซอร์คู่หูจากเนเธอร์แลนด์ที่มา พร้อมดนตรีแนว EDM&House กับเพลงสุดฮิตอย่าง I AM , Blueprint
Tujamo ดีเจหนุ่มชาวเยอรมัน กับผลงานเพลงรีมิกซ์ของศิลปินดังๆไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 2U- David Guetta ft Justin Bieber , Rocking With The Best - Laidback Luke, +1- Martin Solveig (feat. Sam White)

Tujamo ดีเจหนุ่มชาวเยอรมัน กับผลงานเพลงรีมิกซ์ของศิลปินดังๆไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 2U- David Guetta ft Justin Bieber , Rocking With The Best – Laidback Luke, +1- Martin Solveig (feat. Sam White)
TJR ดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน กับผลงานเพลงฮิตติดชารต์ทั้งโลก ที่ใครๆต้องรู้จักกับเพลง Don\'t Stop The Party - Pitbull ft. TJR และอีกมากมาย อาทิ Ode To Oi , Funky Vodka, What\'s Up Suckaz

TJR ดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน กับผลงานเพลงฮิตติดชารต์ทั้งโลก ที่ใครๆต้องรู้จักกับเพลง Don’t Stop The Party – Pitbull ft. TJR และอีกมากมาย อาทิ Ode To Oi , Funky Vodka, What’s Up Suckaz
Ookay ศิลปินแนว Trap เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Thief และซิงเกิลล่าสุดอย่าง Chasing Colors ที่ทําออกมา ร่วมกันระหว่าง Marshmello x Ookay (ft. Noah Cyrus)

Ookay ศิลปินแนว Trap เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Thief และซิงเกิลล่าสุดอย่าง Chasing Colors ที่ทําออกมา ร่วมกันระหว่าง Marshmello x Ookay (ft. Noah Cyrus)
Oliver Heldens กับดนตรีแนวเพลง House ทีไม่ซ้ำใครติดหูแฟนเพลงเป็นอย่างดี อาทิ Gecko,Koala

Oliver Heldens กับดนตรีแนวเพลง House ทีไม่ซ้ำใครติดหูแฟนเพลงเป็นอย่างดี อาทิ Gecko,Koala

มูลนิธิเวิร์คพอยท์-ตุ๊กกี้ ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้น้องๆที่ไดโนซอร์แพลนเน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329232

มูลนิธิเวิร์คพอยท์-ตุ๊กกี้ ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้น้องๆที่ไดโนซอร์แพลนเน็ต

มูลนิธิเวิร์คพอยท์-ตุ๊กกี้ ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้น้องๆที่ไดโนซอร์แพลนเน็ต

วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561, 17.19 น.

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ และ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย พาน้องๆนักเรียนร่วม 50 คน จาก ร.ร.บ้านเขาบายศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มาร่วมกิจกรรม Farewell to Dinosaur Planet ที่มอบโอกาสให้น้องๆ ได้เข้าชมสวนสนุกไดโนซอร์แพลนเน็ต(Dinosaur Planet)  โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นับเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ ที่จะได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์โลกล้านปี ตั้งแต่กำเนิดไปจนถึงการสูญพันธ์ครั้งยิ่งใหญ่ของยุคไดโนเสาร์ งานนี้ทั้งตุ๊กกี้และน้องๆ ต่างพากันตื่นเต้น สนุกสนาน และตื่นตาตื่นใจกับการเดินเยี่ยมชมโซนต่างๆ  นอกจากนี้ ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกันอยู่ ทีมงานมูลนิธิเวิร์คพอยท์ ก็นำเค้กมาเซอร์ไพรส์วันเกิดย้อนหลังให้กับตุ๊กกี้ เพราะเพิ่งผ่านวันเกิดของตุ๊กกี้มาได้ไม่กี่วันอีกด้วย เรียกว่าวันนี้เป็นวันแห่งความสุขของทุกคน โดยเฉพาะน้องๆที่ไม่เคยได้รับโอกาสแบบนี้มาก่อน นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ให้ทั้งความสุข สนุกสนาน และความรู้กลับไปแบบประทับใจทุกคน