‘นาย-ณภัทร’ ลัดฟ้าสู่ปารีส เชียร์เด็กไทยแข่ง LFTA

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/343849

‘นาย-ณภัทร’ ลัดฟ้าสู่ปารีส เชียร์เด็กไทยแข่ง LFTA

‘นาย-ณภัทร’ ลัดฟ้าสู่ปารีส เชียร์เด็กไทยแข่ง LFTA

วันศุกร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ได้โอกาสตามหนุ่มหล่อเสน่ห์แรง นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ บินลัดฟ้าสู่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งที งานนี้ไม่พลาดเกาะติดภารกิจสุดอินเตอร์ ในฐานะเฟรนด์ ออฟ ลองจินส์ ที่ทาง Longines (ลองจินส์) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ส่งไปเชียร์ 2 เยาวชนนักเทนนิสไทย น้องหมิว-สลักทิพย์ อุ่นเมือง และ น้องน็อต-ศุภวัฒน์ แซ่อุ้ย ซึ่งได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสในโครงการ “Longines Road To Future Tennis Aces Tournament 2018” หรือ LFTA 2018 กับเยาวชนจากอีก 20 ประเทศทั่วโลก

มาถึงถิ่นทั้งที ไม่เข้าร่วมชมการแข่งขันระดับโลก คงถือว่ามาไม่ถึง ว่าแล้ว..หนุ่ม “นาย” ก็ได้เข้าไปนั่งชมการแข่งขันเทนนิสคอร์ตดินระดับตำนาน “French Open 2018” ณ สนามแข่งโรลังด์การ์รอส กับเขาด้วย ซึ่งทาง ลองจินส์ ได้รับเลือกใช้จับเวลาในการแข่งขันที่ Roland Garros นี้ มายาวนานถึง 11 ปี!!

ก่อนปิดท้ายความเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการเข้าร่วมงาน กาลาดินเนอร์ ฉลองปิดการแข่งขันเทนนิส French Open 2018 พร้อมเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ Conquest V.H.P. และนาฬิการุ่นพิเศษ Conquest 1/100th Roland Garros (www.facebook.com/LonginesThailand) และแน่นอนหนุ่มหล่อจากไทยแลนด์ของเรา ก็ได้กระทบไหล่ Walter von Känel ผู้บริหารจากลองจินส์อีกด้วย เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่เจ้าตัวบอกว่า… ไม่มีวันลืม!!

โตเกียว-โอซาก้า เรียบ ง่าย สไตล์ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/343840

โตเกียว-โอซาก้า เรียบ ง่าย สไตล์ญี่ปุ่น

โตเกียว-โอซาก้า เรียบ ง่าย สไตล์ญี่ปุ่น

วันศุกร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วินเนอร์ เฟอร์นิเจอร์ นำเสนอ “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต”ผ่านเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น“TOKYO-OSAKA” (โตเกียว-โอซาก้า) เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่สะท้อน DNA ของแบรนด์ “Simple Life Solution” ตอบโจทย์ชีวิตอย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ประโยชน์ใช้สอยครบครัน ภายใต้แนวคิด ECONOMICAL-CENTRIC DESIGN และ EVERYDAY LIVING ที่ยึดหลักความคุ้มค่า

กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด กล่าวว่า ไลฟ์สไตล์การแต่งบ้านในปัจจุบันเปลี่ยนไป ลูกค้าสนุกกับการแต่งบ้านมากขึ้นและเลือกแต่งบ้านในสไตล์ที่เป็นตัวเอง ส่วนใหญ่จะหันมาแต่งบ้านเน้นเรียบง่าย ร่วมสมัย การใช้งานยาวนาน แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานก็ยังคงครบครัน ซึ่งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตปัจจุบันจะเลือกอยู่คอนโดมิเนียมใกล้ที่ทำงาน หรือใจกลางเมือง ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้เฟอร์นิเจอร์ต้องมีฟังก์ชั่นการจัดเก็บมากเป็นพิเศษและจะดีไม่น้อยหากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆ ช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายในช่วงเวลาพักผ่อนได้ ซึ่งคอลเลคชั่น TOKYO- OSAKA ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการอย่างรอบด้าน นำเสนอความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ผ่านดีเทลและรายละเอียดสินค้าแต่ละชิ้น ที่ดีไซน์ออกมาร่วมสมัย จากวัสดุคุณภาพและผลิตด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานเยอรมัน WOOD GRAIN ที่ให้ผิวสัมผัสเสมือนไม้จริง รู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมฟังก์ชั่นที่ลงตัว ราคาที่จับต้องได้ กับชุดห้องนอน ตู้ลิ้นชักเก็บของ ตู้วางทีวี ตู้โชว์พร้อมบริการจัดส่งและติดตั้งฟรี

ด้านทีมดีไซเนอร์อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ แนะทริกการแต่งห้องโปรดของคุณให้บ้านเข้าถึงความเป็นญี่ปุ๊น…ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ คือ ความเรียบง่าย ร่วมสมัย และเปิดโล่ง ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูกว้างโดยเลือกใช้วัสดุไม้เป็นหลักเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น โทนสีเนื้อไม้ สีเทา สีขาว และดีไซน์ด้วยการนำแผ่นไม้มาประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งการเรียงตัวของเนื้อไม้ ช่วยสะท้อนความเป็นระเบียบที่เรียบง่ายได้เป็นอย่างดี แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานซ่อนไว้ภายในอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หัวเตียงที่เสริมฟังก์ชั่นจัดเก็บของหรือตู้ข้างเตียง ที่ออกแบบให้ต่อเสริมเข้ากับเตียงนอนได้เรียบเนียน ส่วนตู้ลิ้นชักก็ดีไซน์ให้ลึกเพื่อจุของได้มาก ส่วนมือจับบานเปิดก็เรียบเนียนไปกับตัวตู้เพื่อความสวยงามนอกจากงานไม้ที่บ่งบอกความเป็นญี่ปุ่นแล้ว

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกใช้วัสดุอื่นเป็นลายไม้ที่ให้ผิวสัมผัสไม้ทดแทนการใช้ไม้จริงได้เช่นกัน อย่างลายของวอลล์เปเปอร์ ลามิเนต รวมถึงของตกแต่งบ้านที่มีส่วนประกอบของไม้เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็สามารถนำมาแต่งบ้านได้อาทิ โซฟาผ้าขาไม้ สตูล โต๊ะกลาง โคมไฟ นาฬิกาติดผนังชั้นวางของ ชุดถ้วยกาแฟ-ชุดชา ชุดเครื่องนอน พรมหรือแม้แต่อุปกรณ์ครัวรูปภาพดอกไม้ซากุระ ฯลฯ และเติมบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นด้วยการจัดน้ำพุเล็กๆ หรือสวนหินและต้นไผ่มาประดับตกแต่ง เพราะธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความปลอดโปร่งในสไตล์การแต่งบ้านแบบญี่ปุ่น

ทั้งนี้ สามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกชมแคตตาล็อกได้ที่ http://bit.ly/winner-tokyoosaka-sms พร้อมชมทริก
การแต่งห้องนอนสไตล์ญี่ปุ่นได้ทาง
Index Channel ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=_pz96t2Ee6o

VP Coaching & Consulting เปิดหลักสูตร FTE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/343742

VP Coaching & Consulting เปิดหลักสูตร FTE

VP Coaching & Consulting เปิดหลักสูตร FTE

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 13.16 น.

โลกธุรกิจเป็นโลกแห่งการแข่งขัน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษา และเรียนรู้เพื่อนำมาต่อยอดอยู่เสมอ นางสาววีรานันท์ พิพัฒวงศ์เกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท VP Coaching &Consulting ผู้จัดทำหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE) หลักสูตรเพื่อพัฒนาเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ครบเครื่อง ทันใจ แบบเร่งรัด เตรียมเปิดคอร์สพิเศษ โดยได้ 2 นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมาเป็นวิทยากร มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่ ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนเจอร์กิฟ จำกัด และ พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นที่ 3 ของชาตรามือ อยู่เบื้องหลังการกลับมาอีกครั้งของชาตรามือ สัญลักษณ์ที่จดจำกันได้ขึ้นใจของนิ้วโป้งยกนิ้ว

วีรานันท์ พิพัฒวงศ์เกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท VP Coaching & Consulting เผยว่า “หลังจากที่เปิดตัวหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE) ได้ไม่นานมีนักธุรกิจทั้ง SMEs และ Start Up ได้ให้ความสนใจกันมากซึ่งการจัดทำหลักสูตรเรามุ่งเน้นที่อยากให้นักธุรกิจได้ความรู้และประโยชน์สูงสุด เป็นสร้างการ Sharing ขึ้นอย่างเป็นระบบ ผสมผสานกับ Ecosystem เติมแต่งด้วย Passion จึงเกิดเป็นแนวความคิดที่ต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จเติบโตได้อย่างมั่นคงแข็งแรงในการทำธุรกิจยุคใหม่ในโลกดิจิตอล และเป็นองค์กรที่ยั่งยืน โดยเรามีพาร์ทเนอร์นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาร่วมเป็นโค้ชอบรม และเป็นวิทยากรที่จะคอยถ่ายทอดประสบการณ์ต่าง ๆ โดยคอร์สล่าสุดเราได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนเจอร์กิฟ จำกัด และคุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นที่ 3 ของชาตรามือ มาร่วมเป็นวิทยากร ให้คำแนะนำต่าง ๆ โดยหวังว่าผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับความรู้มากที่สุดและนำแนวคิดไปปรับใช้กับธุรกิจได้

ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนเจอร์กิฟ จำกัด เผยว่า “ในโลกใบนี้มีธุรกิจมากมาย แม้ธุรกิจของเนเจอร์กิฟจะเคยประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เราเองก็ประสบปัญหาต่าง ๆ ธุรกิจของเราไม่ได้ขยายตัว เนื่องจากความถดถอย ของกำลังซื้อของผู้บริโภคตลอดจนพฤติกรรมการเสพสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราเองต้องมีการปรับตัวทั้งการออกสินค้าใหม่ และการสื่อสารกับผู้บริโภค ซึ่งยังอยู่ระหว่างการลองผิดลองถูก ซึ่งในคลาสนี้ผมได้นำประสบการณ์ในการทำธุรกิจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาร่วมถ่ายทอดความรู้ เพราะเมื่อเราเจอปัญหาอุปสรรคนักธุรกิจเพียงแค่ต้องการแนวคิด ซึ่งเขาจะต้องไปค้นหาสิ่งที่เขาต้องการเพิ่มเติม สิ่งที่เขาน่าจะได้จากการบรรยายในคลาสนี้คือการคิดบวก กัดไม่ปล่อย ล้มเหลวได้ แต่อย่าล้มเลิกต้องไม่ท้อ เป็นตัวอย่างการสร้างธุรกิจ จากคนที่ไม่มีอะไรเลย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังท้อแท้ ซึ่งผมมักจะบอกทุกคนเสมอว่าในการเริ่มต้นธุรกิจเราจำเป็นต้องคิดบวกตลอดเวลา ให้มองไปที่เป้าหมายมากกว่ามองที่อุปสรรค ให้รู้จักการอดทนรอคอย และเราจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ให้เมื่อมีโอกาส”

คุณแพรว- พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ผู้อยู่เบื้องหลังการกลับมาอีกครั้งของชาตรามือ สัญลักษณ์ที่จดจำกันได้ขึ้นใจของนิ้วโป้งยกนิ้ว และการตลาดออนไลน์จนเกิดกระแสของชากุหลาบ และไอศครีมซอฟท์เสิร์ฟ เผยว่า “ความสำเร็จของชาตรามือ เกิดจากการสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาเราประสบปัญหาลูกค้าคิดว่าแบรนด์ชาตรามือหายไป แต่ทว่าธุรกิจยังคงดำเนินการอยู่ต่อเนื่อง เพียงแค่ขาดการสื่อสารถึงผู้บริโภค เราจึงตัดสินใจรีแบรนด์ดิ้งและสื่อสารผ่านโลกดิจิตอล มีการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างกระแสตลอดทั้งปี ซึ่งสินค้ามีความแปลกใหม่ในตลาด จากแบรนด์ที่เก่าแก่ แต่สามารถรีเฟรชแบรนด์ให้ทันสมัย ไม่ได้รู้สึกว่าเชย ทำให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น จึงทำให้เราประสบความสำเร็จ สำหรับหลักสูตร FTE เป็นหลักสูตรที่น่าสนใจ ซึ่งแพรวเองก็อยากที่จะมาอบรมเอง ซึ่งรู้สึกดีใจที่ได้รับเชิญมาช่วยแชร์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ จากประสบการณ์จริงที่ตนเองได้มาทำธุรกิจครอบครัวและเริ่มหน่วยธุรกิจใหม่ของชาตรามือในส่วนของหน้าร้าน โดยหัวข้อในการบรรยายครั้งนี้แพรวจะนำความรู้ในการบริหารธุรกิจครอบครัวอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งการแก้ปัญหาอุปสรรคในธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น โดย Key Success Factor ของธุรกิจชาตรามือ จะพูดถึงการตลาดสำหรับแบรนด์เก่าเล่าใหม่ เทคนิคในการหาโลเคชั่นและการสร้างมาตรฐานให้กับสินค้าและแบรนด์”

สำหรับผู้สนใจหลักสูตร Fast-Track Entrepreneur (FTE) หลักสูตรเพื่อพัฒนาเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ครบเครื่อง ทันใจ แบบเร่งรัดสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ftebyvp.com

แพทย์แนะ! พ่อแม่ใส่ใจลูกหลาน เตรียมรับมือโรคในหน้าฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/343720

แพทย์แนะ! พ่อแม่ใส่ใจลูกหลาน เตรียมรับมือโรคในหน้าฝน

แพทย์แนะ! พ่อแม่ใส่ใจลูกหลาน เตรียมรับมือโรคในหน้าฝน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.14 น.

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ. เด็ก) กรมการแพทย์ เผยช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝน อากาศชื้น และเย็น สิ่งที่จะตามมา คือ อาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี แนะพ่อแม่ผู้ปกครองเตรียมพร้อมรับมือโรคในหน้าฝน โดยใส่ใจสุขอนามัยให้แก่เด็ก สวมหน้ากากอนามัย ปรุงอาหารที่สุกใหม่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ป่วย

นายแพทย์ปานเนตร  ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ประเทศไทย  จะมีสภาพอากาศที่ชื้นและเย็น ทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคในหน้าฝนสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเด็กๆ เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคที่ไม่แข็งแรงมากพอ จึงทำให้  ติดเชื้อโรคและมีอาการเจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เชื้อโรคและแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ดีและรวดเร็ว พ่อแม่จึงควรระมัดระวังเรื่องสุขภาพและใส่ใจเด็กอย่างใกล้ชิด ควรหลีกเลี่ยงหรือสัมผัสน้ำฝน  และไม่ใกล้ชิดกับผู้ที่เจ็บป่วย

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า โรคที่พบมากในช่วงฤดูฝน เช่น โรคไข้หวัดใหญ่  จะแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาตรงที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน อาจได้รับเชื้อมาจากสัตว์ เช่น นก หรือหมู เด็กจะมีอาการ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ปวดหัว ไอ เจ็บคอ โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เด็กจะมีไข้สูง อาเจียน และมีแผลในช่องปาก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก มีผื่นขึ้นบริเวณหัวเข่า  และก้น โรคไข้เลือดออก

โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เด็กจะมีไข้สูงเกิน 3 วันขึ้นไป  ตาและหน้าจะเริ่มแดง อ่อนเพลีย และปวดท้อง และไวรัส RSV หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ มีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ซึม ทานอาหารได้น้อย หลังจากนั้น 1–3 วัน จะมีอาการไอ มีไข้ หายใจลำบาก หายใจตื้น สั้นๆ เร็วๆ และอาจจะมีเสียงตอนหายใจ พ่อแม่ควรใส่ใจดูแลสุขภาพของเด็กๆ โดยวิธีการเบื้องต้น ดังนี้ หากไม่สบาย ควรสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด ทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการพาลูกไปอยู่ใกล้กับผู้ป่วย ไม่ให้อยู่ในสถานที่แออัด ไม่ตากฝน หรือหากตัวเปียกชื้น ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ทั้งนี้  พ่อแม่ผู้ปกครองควรใส่ใจและสังเกตุอาการของลูกตลอดเวลา รวมถึงตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนตามที่แพทย์แนะนำ ถ้าพบอาการผิดปกติให้รีบพาไปพบแพทย์โดยทันที

ทั้งนี้มีข้อมูลว่า ที่ผ่านมาเด็กหญิงอยู่ในความดูแลของยายมาโดยตลอดที่ จ.อ่างทอง ส่วนแม่และพ่อเลี้ยงทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร จนมาช่วงมาช่วงหลัง แม่เด็กป่วยเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่ด้วยพร้อมพ่อเลี้ยง จนมาเกิดเหตุ ซึ่งเด็กหญิงคนยนี้เป็นเด็กพิเศษ แขนขา อ่อนแรง และมีปัญหาทางด้าน การสื่อสารถามตอบช้า แต่ด้านความจำไม่มีปัญหา

 

วิดีโอออนดีมานด์เอเชียพุ่ง แนะพัฒนาคอนเทนต์ท้องถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/569353

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

วิดีโอออนดีมานด์เอเชียพุ่ง แนะพัฒนาคอนเทนต์ท้องถิ่น

โดย…ปากกาด้ามเดียว

การผลิตคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงเติบโตขึ้นทั่วโลก นำมาซึ่งโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละส่วนของห่วงโซ่คุณค่า เช่น มาเลเซียและไทยที่มีสตูดิโอตลอดจนเครื่องมือระดับโลกและให้สิทธิพิเศษที่ดีในการดึงดูดผู้ผลิตคอนเทนต์จากต่างชาติ ขณะที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางด้านเทคนิคพิเศษด้านภาพและแอนิเมชั่น

วิดีโอออนคอมมานด์ (VOD) หรือระบบเรียกดูภาพยนตร์ตามต้องการ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่คาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย โดย แอลฟาบีตา (AlphaBeta) บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และเศรษฐศาสตร์ ได้เผยแพร่รายงานการศึกษาหัวข้อ เอเชีย ออน ดีมานด์ :การเติบโตของการลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงท้องถิ่นโดยผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์ พบว่า บริการวิดีโอออนดีมานด์ จะลงทุนในเอเชียสูงถึง 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น 3.7 เท่าจากปี 2560

สำหรับงบประมาณการลงทุนดังกล่าว คาดว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโดยผู้ให้บริการระดับโลกเป็นมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจมากกว่า 3 เท่าของมูลค่าการลงทุนโดยผู้ให้บริการ VOD เมื่อพิจารณาการใช้จ่ายทางตรงภายในอุตสาหกรรมสำหรับกิจกรรมการดำเนินงานหลักๆ เช่น อุปกรณ์ การคมนาคมขนส่ง อาหารและการจัดเลี้ยง การตลาด และที่พัก เป็นต้น ซึ่งจะผลักดันให้เกิด การใช้จ่ายทางอ้อม เช่น การซื้อเลนส์กล้องถ่ายภาพ อาหารและการจัดเลี้ยง การคมนาคมขนส่ง ค่าเชื้อเพลิง และอื่นๆ

นอกจากนี้ งบประมาณการลงทุนดังกล่าวยังอาจสร้างตำแหน่งงานใหม่ขึ้นกว่า 7.36 แสนตำแหน่ง ภายในปี 2565 ทั้งยังเอื้อประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว ดนตรี และสินค้าที่ระลึก เป็นต้น

ขณะเดียวกัน การศึกษาดังกล่าวยังคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการที่จ่ายเงินเป็นสมาชิก VOD ในภูมิภาคเอเชียจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายใน 5 ปี และผู้ชมในเอเชียมีความต้องการคอนเทนต์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพเป็นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ผู้ให้บริการ VOD จึงจำเป็นต้องจัดหาคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นมากขึ้น จนผลักดันการลงทุนด้านการพัฒนาคุณภาพของคอนเทนต์ท้องถิ่นเพื่อดึงดูดสมาชิกรายใหม่และรักษาฐานจำนวนสมาชิกเดิม

คอนสแตนติน แมตตีส์ ผู้จัดการด้านเอนเกจเมนต์ ของแอลฟาบีตา กล่าวว่า เนื่องจากบริการ VOD เพิ่งเริ่มมีมาเมื่อไม่นาน ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากบริการ VOD ในเอเชีย โดยเฉพาะที่มีต่ออุตสาหกรรมบันเทิงจึงยังได้รับความสนใจอยู่ในวงจำกัด การศึกษานี้ต้องการปิดช่องว่างทางข้อมูลดังกล่าว และระบุถึงแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุด ควบคู่กับข้อปฏิบัติเชิงนโยบายหลักๆ เพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียสามารถสร้างประโยชน์จากโอกาสนี้

การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าผู้ชมในเอเชียมีความต้องการรับชมคอนเทนต์ท้องถิ่นอย่างมาก และใช้เวลารับชมคอนเทนต์ท้องถิ่นเท่าๆ กับการรับชมคอนเทนต์จากต่างประเทศ ทั้งนี้คาดว่าผู้ชมที่จ่ายเงินค่าสมาชิกในเอเชียจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในระยะเวลา 5 ปี ดังนั้นผู้ให้บริการ VOD จึงต้องให้ความสำคัญกับการผลิตคอนเทนต์ท้องถิ่นคุณภาพสูงเพื่อดึงดูดสมาชิกใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม

เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการคอนเทนต์ท้องถิ่นอย่างล้นหลาม ผู้ให้บริการ VOD จึงต้องเพิ่มจำนวนคอนเทนต์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว

ขณะที่มากกว่า 80% ของผู้บริหารบริการ VOD ระบุว่าบรรยากาศการลงทุนที่เป็นมิตร กฎระเบียบข้อบังคับอันเอื้อต่อการทำธุรกิจ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง คือปัจจัยสำคัญในการผลักดันการลงทุนด้านคอนเทนต์

จากแนวโน้มการลงทุนดังกล่าว จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยเช่นกัน ที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากผู้ผลิตเข้ามาลงทุนในประเทศไทย นั่นหมายความว่า สภาพแวดล้อมต้องเอื้อต่อการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญและเห็นผลเป็นรูปธรรม

ดิจิทัลเอเยนซี ก็ถูกดิสรัป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/569167

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 13:00 น.

ดิจิทัลเอเยนซี ก็ถูกดิสรัป

โดย…CJ WORX

ก่อนอื่นต้องยินดีและเป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างสรรค์งานโฆษณาที่ได้รับรางวัลแอดแมน อวอร์ดส์ 2018 ทุกท่าน และเป็นกำลังใจให้กับคนทำโฆษณาที่ยังไม่ได้รับรางวัลด้วย แต่สิ่งที่เห็นแรงกระเพื่อมเล็กๆ ในวงการโฆษณาบ้านเราที่น่าสนใจคือ สูตรของการสร้างสรรค์งานโฆษณาให้รอดพ้นจากวิกฤตของการถูก Disturb สำหรับวงการโฆษณา โดยเฉพาะดิจิทัลเอเยนซี

ไหนจะมีเดียออนไลน์ยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย พุ่งตรงไปยังแบรนด์ลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเอเยนซี โปรดักชั่นเฮาส์ก็ดีลตรงกับแบรนด์ หรือแม้แต่อินฟลูเอนเซอร์ก็ดีลตรงกับแบรนด์กันเอง

สิ่งเหล่านี้คือที่ประสบพบเจอกันอยู่ และถ้าดิจิทัลเอเยนซีไม่มีความแปลกใหม่ที่สร้างสรรค์ รับรองว่า อาจจะไม่ใช่เวลาอันเร็วๆ นี้ แต่ก็มีทีท่าจะถูกกลืนกินสำหรับการเปลี่ยนแปลงแน่ๆ

แต่สูตรในการสร้างสรรค์งานที่กำลังเป็นเทรนด์ในต่างประเทศ และในไทยเริ่มเห็นมากขึ้นคงเป็นซีรี่ส์เรื่องเด็กใหม่ ที่หลายคนยังมองว่า นี่หรือคืองานโฆษณา ไม่ใช่งานบันเทิงหรือ “Creativity By Specialist+Other Industry = New Business”

“ซีรี่ส์เด็กใหม่ SOUR BANGKOK ทำหน้าที่มากกว่าคิดพล็อตเรื่องให้กับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เจ้าของทุน ทำให้เกิดธุรกิจโมเดลใหม่ สูตรสร้างสรรค์งานอยู่ที่ว่า เราเป็นเอเยนซีเฉพาะทางสำหรับผู้หญิง คิดสร้างสรรค์งานที่มีความจำเพาะ ไปเป็นพันธมิตรกับอีกธุรกิจอย่างวงการบันเทิง ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ขึ้นมา ทั้งทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกันหากมีการซื้อพล็อตเรื่องไปสร้างซีซั่น 2 หรือไปทำเวอร์ชั่นในต่างประเทศ ตรงนี้คือธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้น กระบวนท่าในการสร้างสรรค์งานตรงนี้มากกว่าที่เป็นเทรนด์ และทำให้ดิจิทัลเอเยนซีไม่ถูก Disturb และเป็นเทรนด์ที่ขณะนี้ต่างประเทศให้ความสนใจกันอย่างมาก” คำอธิบายจาก คุณเล็ก-ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ SOUR BANGKOK คุณแม่ผู้ทำคลอด เด็กใหม่”

คุณเล็กบอกอีกว่า Palette of Thailand ที่นำสถานที่ท่องเที่ยวของไทยจากการคัดเลือกของ ททท.ออกมาเป็นสีของเครื่องสำอางของแบรนด์โอเรียนทอล พริ้นเซส ผลงานของ SOUR BANGKOK ก็ใช้กระบวนท่าเดียวกันในการสร้างสรรค์งาน จนวินทุกฝ่าย สถานที่ท่องเที่ยวของไทยก็ได้รับการโปรโมทให้รู้จักมากขึ้น ผ่านเครื่องสำอางสีต่างๆ แบรนด์ก็ได้การโปรโมทไปพร้อมกัน

เพราะฐานที่แข็งแกร่งของคนโฆษณา โดยเฉพาะดิจิทัลเอเยนซี คือ ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ หากบวกกับกระบวนท่าที่แปลกใหม่ เชื่อมโยงธุรกิจอื่นๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจได้อยู่เรื่อยๆ แน่นอนว่า ยาอายุวัฒนะของวงการโฆษณาที่จะไม่ถูกดิสรัปแน่นอน n

ดีแทคคว้าคลื่น900 เคาะราคาประมูล 3.8 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/569058

  • วันที่ 28 ต.ค. 2561 เวลา 11:23 น.

ดีแทคคว้าคลื่น900 เคาะราคาประมูล 3.8 หมื่นล้าน

ดีแทค คว้า คลื่น900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน5เมกะเฮิรตซ์ เคาะราคารวม38,064ล้านบาท

พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่28 ต.ค.2561 เวลา9.45น. ได้เริ่มต้นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน900เมกะเฮิรตซ์ที่สำนักงาน กสทช. และสิ้นสุดการประมูลในเวลา10.40น. ใช้เวลาการประมูลทั้งสิ้น 55นาที โดยบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) เสนอราคาการประมูลสุดท้ายที่38,064ล้านบาท เป็นผู้ชนะการประมูลในคลื่นความถี่ย่าน900 เมกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้การชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ออกเป็น 4 งวด โดย งวดที่ 1 ชำระ 4,020 ล้านบาท งวดที่ 2 ชำระ 2,010 ล้านบาท งวดที่ 3 ชำระ 2,010 ล้านบาท และงวดที่ 4 ชำระเงินค่าประมูลฯ ส่วนที่เหลือทั้งหมด ทั้งนี้หากผู้ชนะการประมูลไม่นำเงินมาชำระ สำนักงาน กสทช. จะริบหลักประกัน 1,900 ล้านบาท รวมทั้งคิดค่าปรับเป็นเงิน 5,699 ล้านบาท

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำหรับเงื่อนไขการอนุญาตใช้คลื่นความถี่จะช่วยส่งเสริมการแข่งขันของประเทศ ครอบคลุมประชากร 50% ใน 4 ปี และเพิ่มเป็น 80% ใน 8 ปี รวมถึงการการใช้งานอินเตอร์เน็ต 5 จี โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม และการเชื่อมต่อต่างๆ โดยสำนักงานกสทช. ประเมินว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องเดินหน้าต่อไป

ติงกม.ไซเบอร์ละเมิดส่วนตัวล้วงตับเอาผิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/568975

  • วันที่ 27 ต.ค. 2561 เวลา 09:20 น.

ติงกม.ไซเบอร์ละเมิดส่วนตัวล้วงตับเอาผิด

วงเสวนาชำแหละร่างกฎหมายไซเบอร์ หวั่นรัฐใช้อำนาจแทรกแซงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการเตรียมการไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวในงานเสวนาของสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยถึงร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่รัฐบาลกำลังผลักดันว่า มีต้นแบบมาจากกฎหมาย Cybersecurity Act 2018 ของสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกนำมาปรับใช้ในการเขียนกฎหมายของไทยกลับพบปัญหา เช่น แม้เจตนารมณ์ของกฎหมาย ทั้งของสิงคโปร์รวมถึงของไทยเองตั้งไว้ว่าเน้นคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับบริการที่อาจถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดี แต่เมื่อมาระบุในตัวบทแล้วของไทยกลับรวมไปถึงเนื้อหาที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ด้วย เช่น ในมาตรา 56 (2) ที่มีคำว่า “ความมั่นคงของรัฐ” กับ “ความสงบเรียบร้อยของประชาชน” ซึ่งจุดนี้สามารถถูกตีความได้ว่า ผู้ถืออำนาจรัฐอาจสั่งการให้เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ดำเนินการบางอย่างกับเนื้อหาที่เห็นว่าไม่เหมาะสมได้

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ อำนาจเลขาฯ กปช.ไว้ยิ่งใหญ่มาก คือการที่มีคำสั่งใดๆ ออกมาแล้วผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ขณะที่กฎหมายแบบเดียวกันของสิงคโปร์ไม่ปิดช่องทางดังกล่าว สิ่งที่แตกต่างคือ กฎหมายทั่วโลกจะคุ้มครองเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ของไทยมีความเหลื่อมล้ำกับกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล

นายคณาธิป ทองรวีวงศ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้อาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวจะได้รับผลกระทบจากรัฐ เช่น การเข้ามาสอดส่องพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ของประชาชน แล้วเก็บข้อมูลไปเอาผิดในเรื่องอื่น

ภาพประกอบข่าว

เมื่อจะนำ Chat Bot มาช่วยงาน HR

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/568961

  • วันที่ 27 ต.ค. 2561 เวลา 07:32 น.

เมื่อจะนำ Chat Bot มาช่วยงาน HR

โดย… ดิลก ถือกล้า

งานหลักประการหนึ่งของงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ คือ การต้องตอบคำถามพนักงานในองค์กร ถึงเรื่องสารพัดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการ การเจริญเติบโต ระเบียบข้อบังคับ สิทธิต่างๆ ที่พึงได้ตามข้อกำหนดขององค์กร เป็นต้น

แต่ในความเป็นจริงที่สวนทางกันระหว่างความหวังของพนักงานผู้ถาม กับเจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรมนุษย์ ก็คือ ผู้ถามจะคาดหวังว่าผู้ตอบจะตอบได้ทุกเรื่อง ในขณะที่ผู้ตอบจะไม่สามารถตอบได้ทั้งหมด เพราะเนื้อหา ขอบเขตงานด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์นั้น มีรายละเอียดแต่ละเรื่องที่ยากจะหาคนที่เข้าใจงานทั้งหมดได้ครบถ้วน

ดังนั้น หลายองค์กรได้เลือกทางแก้ปัญหาโดยการตั้งให้มี Hot Line สายด่วน แล้วมีการทำบทพูด แล้วฝึกพนักงานเพื่อให้สามารถตอบคำถามพนักงานได้ในทุกเรื่องในรูปแบบ Call Center

อย่างไรก็ดี การมี Hot Line ก็มีข้อจำกัด เพราะมีเรื่องของเวลาทำงาน เวลาพัก ที่อาจจะไม่ตรงกับเวลาที่ผู้ถามอยากรู้ ทำให้ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมดของการตอบคำถามให้คนในองค์กร

จึงเป็นที่มาว่า บางองค์กรจึงเริ่มนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า Chat Bot นำมาช่วยตอบคำถาม ซึ่งวันนี้ที่ผมอยากจะเขียนถึงจะไม่ได้เป็นการนำเสนอในเชิงเทคนิค แต่ขอกล่าวถึงการนำเขามาใช้งาน

อะไรคือ Chat Bot

Chat Bot คือ ตัวปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยตอบคำถามได้จากการถามของเราคล้ายๆ คุยผ่านไลน์ จะต่างตรงที่ว่า การคุยไลน์เราคุยกับคน แต่คุยหรือถาม Chat Bot เป็นการถามตัวปัญญาประดิษฐ์ให้ตอบแทนคน

ถ้าท่านใดใช้ iPhone ให้คิดถึง SIRI ที่เราเข้าไปคุย ไปถามได้ แต่พอมาใช้ในการช่วยงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ ก็เป็น HR Chat Bot ที่จะสามารถตอบคำถามลงไปเป็นข้อมูลเฉพาะของพนักงานคนที่ถามได้เลย เพราะ Bot จะเลือกข้อมูลตาม ID พนักงานที่ Lock In เช่น ถามวันพักร้อนที่เหลือ สิทธิการรักษาพยาบาลที่มี เป็นต้น

จะใช้งานเขาอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ผมจะไม่ขอกล่าวถึงในเชิงเทคนิคว่า ปัจจุบันมีโปรแกรมอะไร ของเจ้าไหนที่มาใช้ทำ Chat Bot ได้ แต่จะกล่าวถึงการนำเขามาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สิ่งที่ผมชวนให้มอง คือ เราต้องมองเขาให้เหมือนกับเขาเป็น Call Center สาวสวย เสียงหวาน ที่ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานบริหารทรัพยากรมนุษย์

ดังนั้น เราต้องสอนเขา ใช่ครับ เราต้องสอนให้น้อง Bot เขารู้เรื่องเนื้องาน เพื่อให้ตอบคำถามได้ ดังนั้นเมื่อจะเริ่มนำน้อง Bot มาใช้งาน เราจะต้องตั้งทีมที่เข้าใจงานบริหารทรัพยากรมนุษย์แต่ละหน้างานอย่างลึกซึ้ง สามารถตอบคำถามที่พนักงานมักจะถามเสมอๆ ได้ รวมทั้งจะต้องสามารถรวบรวมคำถาม หรือคิดคำถามที่เกี่ยวข้องกับงานตรงนั้นให้มากที่สุด เพื่อจะนำคำถามและคำตอบดังกล่าวมาสอนน้อง Bot ให้ตอบคำถามอย่างถูกต้อง ยิ่งถามมากเท่าไร น้อง Bot จะเรียนรู้ และตอบคำถามได้มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ

จะทำให้คนคุ้นเคยอย่างไร

การให้น้อง Bot มาช่วยงานเรา เหมือนกับการนำคนใหม่เข้ามาในทำงาน ที่นอกจากจะต้องสอน ต้องฝึกคนใหม่อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว จะต้องทำให้คนเก่าเข้าใจ และคุ้นเคยกับคนใหม่เช่นกัน การที่จะสร้างความคุ้นเคยคนในองค์กรกับน้อง Bot ก็สามารถทำได้ด้วยกิจกรรมเหล่านี้

• สร้างบรรยากาศของการ Break the ice ทลายกำแพงกั้น ด้วยการให้คนในองค์กรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบตัว Mascot การตั้งชื่อ รวมทั้งให้มีออกเสียงตั้งชื่อ ออกเสียงเลือก Mascot

• มีการเดินสายให้น้อง Bot ได้เข้าถึงพนักงาน มี QR Code ที่ให้พนักงาน Scan เพื่อเข้าถึงน้อง Bot ได้ง่าย

• เปิดช่องทางให้ผู้ใช้งานได้ส่งคำถามที่เขาถามแล้วไม่ได้คำตอบ หรือได้คำตอบไม่ตรง เพื่อให้เราได้สอนน้อง Bot เพิ่มเติม ซึ่งไม่ต่างจากการให้มีการ Feedback การตอบคำถามของ Call Center

การที่เราได้ทำอย่างที่ผมได้เสนอแนวทางไป จะทำให้การใช้ Bot มาช่วยงาน ไม่ได้เป็นเพียงปัญญาประดิษฐ์ที่ให้ข้อมูลตามที่ป้อนมาอย่างแห้งแล้ง แต่จะช่วยเชื่อมให้คนในองค์กรได้สนุกและใกล้ชิดกับน้อง Bot ได้ไม่น้อย

และนี่เป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้ “มนุษย์” และ “ปัญญาประดิษฐ์” อย่าง HR Chat Bot อยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและกลมกลืน

ถก’ดาต้าแชริ่ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/568851

  • วันที่ 26 ต.ค. 2561 เวลา 06:56 น.

ถก'ดาต้าแชริ่ง'

โดย…พลพัต สาเลยยกานนท์

ในงานสัมมนา “The Power of Data Sharing and Business Opportunity in Thailand” ที่จัดโดยมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย (iTIC) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย เปิดเผยว่า 8 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิคือการรวบรวมข้อมูลด้านจราจร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน โดยหลังจากนี้จะต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ ด้วยการร่วมมือกับสปริงนิวส์ ติดกล้องบนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ (บิลบอร์ด) ในแยกต่างๆ ทั่ว กทม. เพื่อนำข้อมูลและรูปแบบดำเนินโครงการลงสู่พื้นที่ต่างจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ และพัทยา รวมถึงร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมแก้ปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน

“หวังว่าข้อมูลที่มูลนิธิรวบรวมมาเพื่อแบ่งปันสู่สาธารณะ จะเกิดการนำไปพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ เพื่อให้ประเทศชาติก้าวหน้าไปยุคไทยแลนด์ 4.0” นินนาท กล่าว

ด้าน อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนในยุคดิจิทัลมีความสำคัญ ซึ่งกระทรวงเร่งพัฒนามาตลอด ซึ่งหลังจากนี้จะใช้ข้อมูลที่ได้รับการแชร์มาจากหน่วยงานต่างๆ รวมไว้ด้วยกันเพื่อบริหารจัดการสัญญาณจราจรยุคใหม่ ทั้งนี้ ดาต้า แชริ่ง จะถูกนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูล ต่างๆ ในระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงการเดินทางสาธารณะด้วยบัตรโดยสารเพียงใบเดียว รวมถึงในอนาคตจะรองรับสังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

สมประสงค์ สัตยมัลลี ผู้อำนวยการสำนักธุรกิจบัตรโดยสาร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอให้บัตรเครดิตสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนได้ โดยร่วมกับบัตรเครดิตกรุงไทย คาดปลายปี 2562 จะแล้วเสร็จ โดย 2 เส้นทางแรกที่จะเปิด คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีม่วง ในอนาคตมองว่าสามารถ ใช้สมาร์ทวอตช์และอาจจะเป็นบัตรประชาชนในการยืนยันตัวตนสำหรับใช้เดินทางได้ โดยดาต้า แชริ่งจะทำนายปัญหาในระบบที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า เพื่อให้รับมือกับปัญหานั้นๆ ได้อย่าง ทันท่วงที

ขณะที่ พณชิต กิตติปัญญางาม นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบ การเทคโนโลยีรายใหม่ กล่าวว่า รัฐบาลเป็นผู้เก็บข้อมูลขนาดใหญ่มาโดยตลอด จะต้องส่งข้อมูลเหล่านั้นกลับมาให้ประชาชนและภาคธุรกิจนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การคาดการณ์รวมถึงลดต้นทุนการบริหารจัดการในธุรกิจได้ ซึ่งในหลายประเทศมีการนำข้อมูลพื้นฐานของประเทศคืนกลับสู่ประชาชน

“ตัวอย่างเช่นใน เมืองนิวยอร์ก ใช้ดาต้า แชริ่งด้วยการเก็บข้อมูล รายได้ประชากร สภาพอากาศ และอายุของอาคารต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาเฝ้าระวังการเกิดอัคคีภัยซึ่งมีความแม่นยำในระดับ 70%” พณชิต กล่าว

ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยามเมทริกซ์ คอนซัลติ้ง กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทเอกชนต่างเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจของตัวเอง แต่ยังขาดข้อมูล บางอย่างซึ่งรัฐเป็นผู้จัดเก็บและไม่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ รวมถึงแหล่งจัดเก็บต่างๆ ยังกระจัดกระจาย ซึ่งหากภาคธุรกิจมีข้อมูลเหล่านั้นจะสามารถนำไปคำนวณต้นทุนด้านต่างๆ ได้ รวมถึงคาดการณ์ความสามารถทางธุรกิจขององค์กรต่างๆ และเพิ่มองค์ความรู้แต่ละด้านเพื่อบริหารจัดการ

กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับ ยุคดิจิทัลให้มากขึ้น รวมถึงตั้งเป้าเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานรัฐเข้ามาไว้เป็นฐานข้อมูลเดียวกันเพื่อความคล่องตัวทุกภาคส่วนที่มาติดต่อกับองค์กรรัฐให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ซึ่งจะมีการทำดาต้า แชริ่ง และดาต้า เซ็นเตอร์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนและผู้ที่ต้องการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์