‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ หนุ่มอัจฉริยะแห่งฮอลลีวู้ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383452

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ หนุ่มอัจฉริยะแห่งฮอลลีวู้ด

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ หนุ่มอัจฉริยะแห่งฮอลลีวู้ด

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โด่งดังอย่างต่อเนื่อง หลังนักแสดงหนุ่ม ทิโมธี ชาลาเมต์ วัย 23 ปีสร้างชื่อให้กับตนเองในปี 2017 จากบทบาทการแสดงใน “Lady Bird (เลดี้ เบิร์ด)” และผลงานที่ส่งให้เขาเป็นนักแสดงชายที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอย่าง “Call Me by Your Name (คอล มี บาย ยัวร์ เนม)” ล่าสุด ทิโมธี ชาลาเมต์ ได้มีโอกาสพิสูจน์ฝีมืออีกครั้ง เมื่อเขาได้พบกับ นิค เชฟฟ์ ผู้เป็นนักเขียนและได้รับการบำบัดอาการติดยาเสพติด ในภาพยนตร์ “Beautiful Boy (บิวตี้ฟูล บอย)” ซึ่งเขาต้องแสดงเป็น “นิค”

นิค เผยถึงครั้งแรกที่พบกับทิโมธีว่า“ผมรู้สึกได้ทันทีถึงพลังงานอันเหลือล้นที่อยู่ในตัวเขา ทันทีที่เขานั่งลงต่อหน้าผม ผมก็รู้ได้เลยว่าเขาห่วงแค่สิ่งๆ เดียว นั่นก็คือความถูกต้องและความสมจริงเกี่ยวกับการสวมบทเป็นตัวผมครับ เขาเป็นคนที่ไม่ธรรมดาครับ เขามีไหวพริบที่มากเกินกว่าอายุของเขา บางครั้งเขาก็ทำตัวเป็นเด็ก เล่นกับเพื่อนๆ ของเขาอย่างสนุกสนาน บางครั้งเขาก็ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ฉลาด รอบคอบ และมีวาทะศิลป์ในการพูดครับ”

แม้แต่ผู้กำกับอย่าง ลูกา กัวดาญิโน่จาก “Call Me by Your Name” ยังอดชมทิโมธีไม่ได้ “ครั้งแรกที่เราได้พบกัน ผมก็รู้สึกได้ทันทีครับว่าเด็กคนนี้ต้องมีดีแน่ๆ เขาเป็นคนที่มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ และมีความทะเยอทะยานในการเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่มที่ใสซื่อและอ่อนโยนด้วย องค์ประกอบทั้งสองด้านนี้ทำให้เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมากครับ” ด้านผู้กำกับ สก็อต คูเปอร์ เผยว่า “เขาแสดงอาการหวาดกลัวได้อย่างสมจริง เหมือนกับปลาที่อยู่บนบก ไม่พร้อมเผชิญกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเขาเป็นนักแสดงที่ฉลาดมากๆ และพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ”

ภาพยนตร์ของ เฟลิกซ์ ฟาน โกรนินเกนถูกสร้างจากเรื่องจริงที่เรียบเรียงผ่านหนังสือบันทึกความทรงจำ 2 เล่ม “Beautiful Boy” ของ เดวิด เชฟฟ์ และ “Tweak” ของ นิค เชฟฟ์บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง ลูกชายผู้เผชิญหน้ากับอาการอยากยาของเขา และพ่อผู้เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรลูกชายได้

ผู้กำกับ เฟลิกซ์ กล่าวถึงเรื่องที่ ทิโมธี ชาลาเมต์ โคจรมาพบกับนักแสดงมือเก๋ามากฝีมืออย่าง สตีฟ คาเรล ว่า “พวกเขาทั้งสองเล่นกันได้เข้าขามากครับ มันเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองคนเป็นพ่อลูกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วการดิ้นรนและความเจ็บปวด คือสิ่งที่นิคเคยต้องเผชิญในระหว่างที่เขากำลังรับการบำบัด และก็เป็นหน้าที่ของทิโมธีที่ต้องถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านการแสดง ซึ่งเขาก็นำความรู้สึกเหล่านั้นถ่ายทอดออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความอับอาย ความโศกเศร้า รวมถึงความสุขและความผ่อนคลายด้วย”

ทิโมธี ได้รับบทใน “Beautiful Boy” ก่อนที่ “Call Me by Your Name” จะทำให้ชื่อของเขาได้จารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ เขาได้กล่าวว่าแค่ได้รับบทในหนังเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกดีใจแล้ว “ผมรู้สึกว่าพวกเราควรสร้างหนังอย่าง “Beautiful Boy” ออกมาให้คนดูอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญมากไม่เพียงเฉพาะกับคนอเมริกาเท่านั้น แต่มันยังครอบคลุมไปถึงคนทั่วโลกที่มีอายุไล่เลี่ยกับผม พวกเราต้องสืบทอดเจตนารมณ์ในการส่งสารเกี่ยวกับเรื่องที่มีความอันตรายอย่างใหญ่หลวงกับครอบครัวมากมายทั่วโลก และมักจะเมินเฉยในเรื่องของการสื่อสาร ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งสำคัญสำหรับงานศิลป์และภาพยนตร์ครับ”

“Beautiful Boy แด่ลูกชายสุดที่รัก” เป็นหนึ่งในภาพยนตร์จากโปรเจกท์ “หนังผมไม่เล็กนะครับ” จากค่าย M PICTURES ที่เตรียมเข้าฉายให้คนไทยได้หลงเสน่ห์ของหนุ่มคนนี้ในวันที่ 17 มกราคม 2562

ROMA เข้าชิง 3 รางวัลลูกโลกทองคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383453

ROMA เข้าชิง 3 รางวัลลูกโลกทองคำ

ROMA เข้าชิง 3 รางวัลลูกโลกทองคำ

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รางวัลลูกโลกทองคำประจำปีนี้ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงออกมาแล้ว และ ROMA หนังที่ได้รับการยกย่อง จากนักวิจารณ์อย่างเป็นเอกฉันท์ ของผู้กำกับ อัลฟอนโซ คัวรอน ได้เข้าชิง 3 รางวัลใหญ่ นั่นคือ ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ถึงกระนั้นก็มีหลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใด ROMA ถึงไม่ได้เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หนังสือพิมพ์ฮอลลีวู้ดรีพอร์เตอร์ ตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นกลไกบางอย่างของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำฮอลลีวู้ด (HFPA) แม่งานใหญ่ของงานลูกโลกทอง ที่จะสงวนตำแหน่ง “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” (ทั้งสายดราม่า และเพลง-ตลก) ให้กับหนังที่พูดภาษาอังกฤษเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ROMA จึงต้องไปเข้าชิงในสาขา “ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ” แทน แม้ว่าหนังจะได้รับคำชม อย่างท่วมท้น มากเพียงใดก็ตาม

ส่วนของเวทีออสการ์ ROMA จะมีโอกาสหรือไม่ เพราะ ROMA เป็นตัวแทนของประเทศเม็กซิโก ในการเข้าชิงภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม แต่ในขณะเดียวกัน ROMA ออกฉายในโรงภาพยนตร์ในลอสแองเจลิสไปแล้ว นั่นทำให้หนังมีคุณสมบัติสำหรับการเข้าชิง “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” ได้เช่นกัน คงต้องรอลุ้นกันว่า หนังดราม่ามาแรงเรื่องนี้ จะสร้างประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ ในส่วนของผู้ชมชาวไทย ตีตั๋วเข้าไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ได้ที่ House RCA, สกาลา, MVP บุรีรัมย์, MVP ศรีสะเกษ หรือใน Netflix

‘แมวเทา ฟิลิปปินส์’ แคทรีโอนา เกรย์ คว้ามง ‘มิสยูนิเวิร์ส 2018’ สานฝันทำงานเพื่อเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383484

‘แมวเทา ฟิลิปปินส์’ แคทรีโอนา เกรย์ คว้ามง ‘มิสยูนิเวิร์ส 2018’ สานฝันทำงานเพื่อเด็ก

‘แมวเทา ฟิลิปปินส์’ แคทรีโอนา เกรย์ คว้ามง ‘มิสยูนิเวิร์ส 2018’ สานฝันทำงานเพื่อเด็ก

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นหนึ่งในตัวเก็งของผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่ทำผลงานได้ดีมาตั้งแต่ต้นและโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ สตีฟ ฮาร์วีย์ พิธีกรประกาศชื่อ“มิสฟิลิปปินส์” คือ “มิสยูนิเวิร์ส 2018” จึงทำให้ แคทรีโอนา เกรย์ วัย 24 ปี สาวงามจากประเทศฟิลิปปินส์เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาล ท่ามกลางเสียงร้องแสดงความดีใจและเสียงปรบมือก็สนั่นจากกองเชียร์และผู้เข้าชมการประกวดรอบตัดสิน ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561

หลังเสร็จสิ้นการประกวด แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 ได้เปิดใจต่อสื่อมวลชนจากทั่วโลกที่มารอทำข่าว โดยสิ่งแรกที่เธอทำคือ ขอบคุณสื่อมวลชนและแฟนนางงามทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ทุกคนที่ให้กำลังใจและสนับสนุนเธอมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัว ทีมงาน และแฟนนางงามชาวฟิลิปปินส์ และสิ่งที่เธออยากทำมากที่สุดในขณะนี้คือ อยากทานมะม่วงดิบและชาไทย รวมถึงอาหารไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของตัวเธอและเพื่อนๆ นางงามที่มาประกวดในปีนี้ด้วย

แคทรีโอนา หรือที่แฟนนางงามชาวไทยให้ฉายาเธอว่า “แมวเทา” ซึ่งมีที่มาจากชื่อพยางค์แรก และเสียงเล็กๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ จบการศึกษาปริญญาโท ด้านทฤษฎีดนตรี และเป็นนักรณรงค์เรื่อง HIV/AIDS ให้กับองค์กร Love Yourself PH อีกทั้ง ยังเป็นอาสาสมัครผู้ช่วยสอนให้กับนักเรียนในโครงการ Yong Focus NGO ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส 2018 เธอบอกว่า นี่เป็นโอกาสที่เธอจะเป็นกระบอกเสียงให้ผู้คนตระหนักถึง HIV/AIDS และการมอบการศึกษาให้กับเด็กที่ยากไร้

“ฉันสูญเสียเพื่อนหลายคนจากการติดเชื้อ HIV ฉันอยากให้ผู้คนทั่วโลกสนใจและใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น ส่วนเรื่องโครงการการศึกษาเพื่อเด็กที่ยากไร้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันให้ความสำคัญ เพราะในฟิลิปปินส์ยังมีเด็กยากไร้ เด็กที่อยู่ห่างไกลอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น ฉันเป็นจิตอาสาและนักรณรงค์เรื่องนี้มากว่า 3 ปี วันนี้ฉันได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส ฉันหวังว่าเสียงของฉันจะมีพลังมากพอที่ทุกคนจะได้ยิน ฉันจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ HIV/AIDS และเด็กไร้การศึกษามีจำนวนลดลง”

ซึ่งในเรื่องนี้ถือว่าเป็นการตอกย้ำและแสดงจุดยืนต่อการทำงานเพื่อสังคมของเธอได้เป็นอย่างดี โดยในรอบ 3 คนสุดท้ายแคทรีโอนา ได้ตอบคำถามของคณะกรรมการ “อะไรคือบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่คุณได้เรียนรู้ในชีวิต และจะนำมาใช้ต่อยอดอย่างไร เมื่อคุณได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส” โดยเธอตอบว่า “ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ของเธอ เต็มไปด้วยความยากจน ความเศร้า โดยเธอจะสอนตัวเองว่า ให้พยายามมองหาความสวยงามและความงามที่อยู่ในสายตาของเด็กๆ แล้วเธอจะนำมุมมองเหล่านี้ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส มองหาสิ่งดีๆ ที่ทำอย่างไรที่จะสามารถช่วย ทำอย่างไรที่จะสามารถให้ในฐานะคนที่พูดออกมาได้ และเธอก็อยากจะสอนให้คนรู้จักความกตัญญู ซึ่งจะทำให้เรามีโลกที่สวยงาม ที่ทัศนคติในแง่ลบจะไม่สามารถมาบั่นทอนความสวยงามนี้ได้ และเด็กทุกคนก็จะได้มีรอยยิ้ม”

“ฉันคิดว่าคณะกรรมการคงเห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจที่ฉันทำในเรื่องดังกล่าว เพราะฉันทำงานด้านนี้มากว่า 3 ปี ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะมาเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันได้ตำแหน่งนี้มา”

การประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Empower Woman ซึ่งได้แสดงทัศนคติต่อเรื่องนี้ว่า “ผู้หญิงทุกคนมีพลังและอำนาจในตัวเอง ซึ่งเวทีมิสยูนิเวิร์สเป็นเวทีที่มีคุณค่าที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้แสดงความสามารถ ให้พลังอำนาจแก่ผู้หญิงในการจะทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น”

อีกหนึ่งคำถามที่ทำให้เธอโดดเด่นและแสดงให้เห็นว่า มิสยูนิเวิร์ส ไม่ได้มีความสวย แต่ยังมี “สมอง” กับคำถามในรอบ 10 สุดท้ายที่ว่า “แคนาดาเพิ่งจะประกาศให้กัญชาถูกกฎหมายตามอุรุกวัยเป็นประเทศที่สอง คุณมีความคิดเห็นอย่างไร ตอบว่า “ฉันคิดว่าทุกอย่างดีทั้งหมด แต่ต้องอยู่ในทางสายกลาง ไม่มากไปไม่น้อยไป ในสายการแพทย์สามารถนำมาใช้และเป็นประโยชน์ได้” และสื่อยังได้ถามเธอในประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่ง แคทรีโอนา ให้ความเห็นว่า “จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายที่รัดกุมก่อนจะนำมาใช้”

ในการเดินทางมาประกวดมิสยูนิเวิร์ส ในครั้งนี้ แคทรีโอนา ยอมรับว่า เธอมีความกดดันพอสมควร กับการคาดหวังจากคนทั้งประเทศ แต่สิ่งที่เธอได้เรียนรู้คือ การจัดการกับความกดดันและมีความสุขกับทุกอย่างที่ทำ

“มันเป็นเรื่องยาก มันมีช่วงเวลาที่กดดัน ในฐานะตัวแทนของประเทศที่ต้องแบกรับความคาดหวัง แต่ฉันก็ได้กำลังใจจากครอบครัว จากทีม และแฟนนางงาม ถ้าฉันไม่ได้สิ่งเหล่านี้จากทุกๆ คน ฉันก็คงไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ ฉันเชื่อเสมอว่า ถ้าเราเตรียมตัวมาพร้อมสำหรับโอกาสที่จะได้รับ ที่เกิดจากความทุ่มเทมุ่งมั่นตั้งใจมันจะพาไปสู่ความสำเร็จ การจัดการความกดดันจึงเป็นสิ่งที่ฉันเรียนรู้ในครั้งนี้ โซเชียลมีเดียที่มาเร็วมีข่าวต่างๆ มากมาย ทั้งดีและไม่ดี ฉันต้องมีสติที่จะรับข่าวสาร ฉันถามตัวเองเสมอว่าฉันมาประกวดเพื่ออะไร คำตอบของคำถามนี้จึงทำให้ฉันรู้ว่าฉันต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด ในแต่ละวันกิจกรรมมีมากมาย ถ้าฉันจัดการอารมณ์หรือความกดดันของตัวเองไม่ได้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี ดังนั้นฉันจึงเลือกที่จะทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีความสุข เพราะมันคือประสบการณ์ที่น่าจดจำที่ได้มาประกวดที่ประเทศไทย”

ถ้าจะไม่พูดถึงการ Slow Trun และ Full Trun ในรอบ Preliminary Competition เมื่อค่ำคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็น Talk of the Universe ที่สาวๆ ต่างนำไปฝึกหมุนตัวและโพสแบบมิสฟิลิปปินส์กันทั่วบ้านทั่วเมือง ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงเทคนิคการหมุนตัว ซึ่ง แคทรีโอนา บอกว่า ไม่ได้มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษ

“ฉันก็แค่หมุนช้าๆ เพราะมันเป็นชุดว่ายน้ำฉันจึงสามารถทำได้ แต่พอเป็นชุดราตรีมันยากที่จะหมุนตัวได้ช้า แต่ฉันก็พยายามทำให้ที่ดีที่สุด ฉันขอบคุณที่ทุกคนชอบ”

ที่ผ่านมา มิสฟิลิปปินส์ ที่ได้ดำรงตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส ได้แก่ กลอเรีย เดียซ มิสยูนิเวิร์ส 1969 มาการีตา แรน มิสยูนิเวิร์ส 1973 และ เพีย วูร์ทซบาค มิสยูนิเวิร์ส 2015จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมชาวฟิลิปปินส์จึงให้ความสนใจกับการประกวดมิสยูนิเวิร์สเป็นอย่างมาก และประวัติศาสตร์ก็ต้องจารึกชื่อ แคทรีโอนา เกรย์ ในฐานะสาวงามจากประเทศฟิลิปปินส์ คนที่ 4 ที่สามารถคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2018 มาครอง

ขอแสดงความยินดีกับ แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 อีกครั้ง !!!

‘ปัญ BNK48’ บินตรง กระทบไหล่นางเอก ‘บัมเบิ้ลบี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383446

‘ปัญ BNK48’ บินตรง กระทบไหล่นางเอก ‘บัมเบิ้ลบี’

‘ปัญ BNK48’ บินตรง กระทบไหล่นางเอก ‘บัมเบิ้ลบี’

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คอหนังชาวไทย กำลังจะได้ระเบิดความมันส์ครั้งใหม่กับผลงานกำกับของ ทราวิส ไนท์ ในภาพยนตร์ภาคแยกจากแฟรนไชส์ทรานส์ฟอร์เมอร์ส เรื่อง Bumblebee(บัมเบิ้ลบี) (เข้าฉายไทย 20 ธันวาคมนี้) ที่ย้อนกลับไปในปี 1987 บัมเบิ้ลบี ถูกค้นพบที่หลบภัยอยู่ในพื้นที่เก็บของเก่าในเมืองริมชายหาดเล็กๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยที่ ชาร์ลี (เฮลีย์ สไตน์เฟลด์)สาวที่กำลังจะมีอายุครบ 18 ปี ค้นพบบัมเบี้ลบี ในสภาพรถโฟล์กสวาเกนสีเหลืองที่ผุพัง ผ่านศึกมาหนัก และในไม่ช้า เธอก็รู้ว่าบัมเบิ้ลบีไม่ใช่แค่รถเต่าธรรมดา!? บัมเบิ้ลบี หรือ B-127 แห่งไซเบอร์ทรอน ถูกส่งมาเพื่อพิทักษ์โลก และปกป้องมนุษย์ ด้วยความหวังว่าจะสร้างเป็นที่หลบภัยให้เหล่า ออโตบ็อทส์ แต่เรื่องราวไม่ได้ง่ายตามที่หวังไว้ เพราะมี 2 ดีเซ็ปติคอนส์ ประกอบด้วย แชทเทอร์ และ ดร็อปคิก ตามมาและเริ่มโจมตีเหล่ามนุษย์โลก

งานนี้สาว ปัญ BNK48 หรือ ปัญสิกรณ์ ติยะกร ผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยตัวละคร “ชาร์ลี” ยังได้บินตรงไปพบกับ เฮลีย์ สไตน์เฟลด์ นักแสดงนำในบท “ชาร์ลี” ที่เดินทางมาโปรโมทภาพยนตร์เรื่องนี้ในฮ่องกงอีกด้วย ปัญ เผยว่า “งานพากย์เป็นงานยาก คำ 1 พยางค์ ในภาษาอังกฤษเมื่อแปลเป็นไทย อาจแปลได้ 2 พยางค์ ซึ่งทำให้ต้องรวบคำ แต่ต้องพูดให้ชัดถ้อยชัดคำด้วย นอกจากนี้ เราได้เรียนรู้ตัวละครไปพร้อมกับหนังด้วย และอยากเชิญชวนทุกคนมาชม Bumblebee กัน โดยปัญได้พากย์เสียงครั้งเป็นตัวละครชาร์ลี วัตสัน แม้ว่าจะไม่เคยดูทรานส์ฟอร์เมอร์สมาก่อน ก็ดูหนังได้เข้าใจแน่นอน เพราะหนังจะเล่าเรื่องตั้งแต่แรกเลยค่ะ”

GOT 7 ออกทริปเที่ยวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383448

GOT 7 ออกทริปเที่ยวไทย

GOT 7 ออกทริปเที่ยวไทย

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เกาะจอรอดูกันให้ดี เพราะ 4 หนุ่มสุดฮอตจากบอยแบนด์ GOT7 แห่งค่าย JYPอย่าง แบมแบม มาร์ค ยองแจ และ จินยอง เตรียมพร้อมออกทริปบุกเมืองไทยในรายการ “GOT7 Real Thai กับเหล่าผู้พิทักษ์” เรียลิตี้-วาไรตี้สัญชาติเกาหลีที่สนุกแบบไทยๆ น่ารักสดใสสไตล์ก็อตเซเว่น โดยกำหนดออกอากาศพร้อมกันในเกาหลีใต้ทางช่อง XtvN และในไทยทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24และแอพพลิเคชั่น TrueID เพื่อเป็นการฉลองครอบรอบเดบิวต์ 5 ปีของ GOT7 และยังคว้าวาไรตี้สตาร์อย่าง ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์,จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ และ นิกกี้-ณฉัตร มาร่วมสร้างความสนุกพร้อมกับ “แบมแบม” สมาชิกชาวไทยหนึ่งเดียวใน GOT7 จ่อคิวเต็มอิ่ม 13 ตอน ทุกวันพุธ 2 ทุ่มครึ่ง ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และแอพพลิเคชั่น TrueID เริ่ม 16 มกราคม 2562

‘ความฝันเด็กบ้านนอก’สู่เวทีจักรวาล เปิดที่มาช่อดอกไม้’มิสยูนิเวิร์ส2018’ฝีมือคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383454

'ความฝันเด็กบ้านนอก'สู่เวทีจักรวาล เปิดที่มาช่อดอกไม้'มิสยูนิเวิร์ส2018'ฝีมือคนไทย

‘ความฝันเด็กบ้านนอก’สู่เวทีจักรวาล เปิดที่มาช่อดอกไม้’มิสยูนิเวิร์ส2018’ฝีมือคนไทย

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 16.35 น.

17 ธ.ค.61 ยังอยู่ในช่วงเวลาของความตื่นเต้นกับเวที Miss Universe 2018 ที่ล่าสุด มิสยูนิเวิร์ส 2018 ได้แก่ แคทรีโอนา เกรย์ (Catriona Gray) สาวงามวัย 24 ปี จากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

แน่นอนว่าอีกสิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ กับความงดงามเคียงคู่สาวงาม นั่นคือ ช่อดอกไม้ที่มอบให้ Miss Universe 2018 ผู้ครองมงกุฎ ล่าสุด FLOWDESIGN ได้เผยถึงที่มาและแรงบันดาลใจที่ร้อยเรียงดอกกล้วยไม้และมาลัยจับไว้ในช่อเดียวกัน ซึ่งคนที่ออกไอเดียนี้คือ ปิยวัฒน์ มีไพฑูรย์ โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า

ความฝันของเด็กบ้านนอกคนนึง ที่เคยฝันไว้ว่าอยากจะทำช่อให้นางงามจักรวาล แล้ววันนี้ก็มาถึง ช่อดอกไม้ช่อนี้อาจจะไม่ได้สวยที่สุด แต่ผมตั้งใจทำด้วยหัวใจเพื่อความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

แรงบันดาลใจมาจาก “พญานาค”

พญานาค คือตำนานความเชื่อของของไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล ในคติความเชื่อของไทย

ฐานรองช่อดอกไม้ : จะถอดแบบจำลองจากอริยาบทของพญานาค โดยการเย็บแบบจากผ้าสีครีม รวมถึงประดับด้วยไข่มุกแท้ โดยการเดินเส้นลายกนกพญานาค

ช่อดอกไม้ : ใช้ดอกกล้วยไม้ไทย ธีมสีสัน(องค์กรณ์ต้องการ) จัดวางในรูปแบบสไตล์สากล ห้อยด้วยสายอุบะดอกรักสีขาว แทนการผูกริบบิ้นแบบธรรมดา

ดอกไม้ธรรมดาช่อนึงในสายตาใครหลายคน เเต่ผมมองว่าดอกไม้มีส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่ามงกุฎ สายสะพาย หรือโทฟี่ ที่จะส่งเสริมบุคลิกนางงามให้สง่างามยิ่งขึ้น

ช่อดอกไม้ช่อนี้จะทรงคุณค่า และเป็นหน้าหนึ่งประวัติศาสตร์นางงามจักรวาลในแผ่นดินสยาม ที่สวยสมบูรณ์และทรงคุณค่าทุกรายละเอียด เฉกเช่นเวที Miss Universe.

ออกแบบโดย นาย ปิยวัฒน์ มีไพฑูรย์ (FLOWDESIGN)

“ใหญ่-ปล้น-ฟัด” โชว์ลีลาแอ็คชั่นฮา “เฉินหลง” ครั้งแรกบนจอฟรีทีวีไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383440

“ใหญ่-ปล้น-ฟัด” โชว์ลีลาแอ็คชั่นฮา “เฉินหลง” ครั้งแรกบนจอฟรีทีวีไทย

“ใหญ่-ปล้น-ฟัด” โชว์ลีลาแอ็คชั่นฮา “เฉินหลง” ครั้งแรกบนจอฟรีทีวีไทย

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.48 น.

“ช่องMONO29” (โมโนทเวนตี้ไนน์)ฟรีทีวีที่มีหนังดีซีรีส์ดังมากที่สุดเตรียมส่งภาพยนตร์แอ็คชั่นคอมเมดี้เรื่องล่าสุดของ“เฉินหลง(Jackie Chan) ”เรื่อง “ใหญ่-ปล้น-ฟัด (RailroadTigers)” ผลงานกำกับการแสดงโดย“ติงเซิง”ผู้กำกับคู่ใจกวาดนักแสดงดาวรุ่งอาทิ หวงจื่อเทา (อดีตสมาชิกวง EXO), ดาเรนหวังและ
หวังข่าย  เข้ามาเสริมทัพความฮาออกอากาศทางจอฟรีทีวีเป็นครั้งแรก!!! ในโปรแกรม “พรีเมี่ยมบล็อกบัสเตอร์ไทยแลนด์พรีเมียร์ (Premium Blockbuster Thailand Premiere)” วันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. 61 เวลา 19.20 น.    

“ใหญ่-ปล้น-ฟัด (Railroad Tigers)” สร้างจากเหตุการณ์จริงของกลุ่มนักรบที่ออกปฏิบัติการณ์บนทางรถไฟ ในมณฑลซานตงในช่วงปี 1940 ระหว่างสงครามแปซิฟิก“เฉินหลง” รับบท “หม่าหยวน” เบื้องหน้าคือพนักงานรถไฟที่สถานีรถไฟท้องถิ่นเบื้องหลังคือกองโจรแอบซุ่มปล้นเสบียงของกองทัพญี่ปุ่นโดยเหล่าทหารญี่ปุ่นไม่ได้เอะใจแต่จากอุดมการณ์เล็กๆกลายเป็น “ทำการใหญ่” วางระเบิดสะพานสำคัญเพื่อตัดการขนส่งเสบียงของกองทัพญี่ปุ่นเพื่อช่วยชาติ

จากชาวบ้านธรรมดาพวกเขาจะสามารถทำสิ่งที่พิเศษสำเร็จได้หรือไม่ติดตามภาพยนตร์แอ็คชั่นสุดมันส์เรื่อง“ใหญ่-ปล้น-ฟัด (Railroad Tigers)” ได้ในโปรแกรม“พรีเมี่ยมบล็อกบัสเตอร์ไทยแลนด์พรีเมียร์ (Premium Blockbuster Thailand Premiere)” วันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. 61 เวลา 19.20 น.    ทางช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์)

“หลุยส์-ทับทิม-ปูเป้” ฟิต ร้อง-เต้น เตรียมขึ้นเวที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383433

“หลุยส์-ทับทิม-ปูเป้” ฟิต ร้อง-เต้น เตรียมขึ้นเวที

“หลุยส์-ทับทิม-ปูเป้” ฟิต ร้อง-เต้น เตรียมขึ้นเวที

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.44 น.

เหล่าพระนางช่อง 7HD พร้อมยกคาราวานบันเทิงชวนแฟนๆ มาสัมผัสมหัศจรรย์แห่งความสุข
ส่งท้ายปีในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคมนี้บนเวที “7สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์” จ.พิษณุโลก เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนถึงวันจริง  เหล่านักแสดงอาทิ หลุยส์ เฮส,ทับทิม-อัญรินทร์, ปูเป้-เกศรินทร์ จัดหนักนัดรวมตัวเข้าห้องซ้อม ทั้งร้อง เต้น กันเต็มที่
บอกเลยว่าทุกคนจัดเต็มทั้งลีลาร้อง-เต้น ฟิตเหมือนขึ้นเวทีจริง  หนุ่ม หลุยส์ เป็นตัวแทนอ้อนขอกำลังใจจากแฟนๆ ว่า“ครั้งนี้พวกเราเตรียมเซอร์ไพรส์พิเศษและความสนุกจัดเต็มไว้ให้แฟนๆ เต็มที่ พวกเราอยากให้ทุกคนมาสนุกไปพร้อมกับพวกเรากันนะครับ ทั้งโชว์เดี่ยว โชว์คู่ จากพวกเรามีให้รับชมเต็มที่ นอกจากผม ทับทิม ปูเป้ ครั้งนี้คุณจะยังได้พบกับ อ๋อม-อรรคพันธ์, เอก-รังสิโรจน์, แอมป์-พีรวัศ, โบว์-เมลดา และพลาดไม่ได้กับ เข้ม-หัสวีร์ พระเอกจากละคร จ้าวสมิง ที่จะมาโชว์คิวบู๊สดๆ ให้แฟนได้ชมบนเวที และเพิ่มสีสันความสนุกขึ้นไปอีกกับทีมนักแสดงสังข์ทอง งานนี้เตรียมเสียงกรี๊ดของคุณให้พร้อม แล้วมาเจอกัน ณ ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก หรือรอชมบรรยากาศสดๆ ทาง ช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 18.20 น. ได้นะครับ” ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD กด 35, www.ch7.com, Facebook Fanpage: Ch7HD และInstagram: @Ch7HD

 

ปีหน้าไม่ทำแล้ว! ‘หมู อาซาว่า’เชิดใส่ไม่แคร์โดนวิจารณ์ชุดราตรี’นิ้ง’เหมือนนางรำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383425

ปีหน้าไม่ทำแล้ว! 'หมู อาซาว่า'เชิดใส่ไม่แคร์โดนวิจารณ์ชุดราตรี'นิ้ง'เหมือนนางรำ

ปีหน้าไม่ทำแล้ว! ‘หมู อาซาว่า’เชิดใส่ไม่แคร์โดนวิจารณ์ชุดราตรี’นิ้ง’เหมือนนางรำ

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.24 น.

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการประกวดระดับโลก “มิสยูนิเวิร์ส2018 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองไทย โดยปีนี้ไม่พลิกโผ เพราะ “มิสฟิลิปปินส์” นางงามขวัญใจคนไทยอีกคนหนึ่ง คว้ามงกุฎไปครอง ในขณะที่ “นิ้งโศภิดา กาญจนรินทร์” ทำดีที่สุด ได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายล่าสุดรายการโหนกระแสได้เปิดใจสัมภาษณ์“หนุ่ม ประเสริฐ เจิมจุติธรรม” กูรูนางงาม ซึ่งจะมาวิเคราะห์ว่าทำไม “นิ้ง” ถึงไปไม่ถึงดวงดาว พร้อมโฟนอินสัมภาษณ์“หมู พลพัฒน์ อัศวประภา” หรือ“หมู อาซาว่า” ดีไซเนอร์ชื่อดัง ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องชุดราตรี ที่ไม่ส่งนางงาม

พลิกโผมั้ย?

หนุ่ม : “ตามโผเป๊ะเลย นางงามฟิลิปปินส์โดดเด่นมาตั้งแต่ประกวดในบ้าน เขาสวยมาก บนเวทีในบ้านเขาก็สวยแล้ว มาคราวนี้เขาเตรียมตัวมาดี มาพร้อมมาก วันที่เขาลงจากเครื่องบินเข้ากองวันแรก เขาใส่ชุดสีเขียว เป็นสไบ เข็ดขัดทองแบบไทย เตรียมตัวมาเป็นที่หนึ่งด้วยและเตรียมตัวว่าเขากำลังจะมาที่ไหน เขาเอาใจเจ้าของประเทศ เรารู้สกว่าผู้หญิงที่เตรียมตัวแบบนักการทูตแบบนี้ เขาพร้อมทำงานให้ระดับจักรวาลแบบนี้”

มุมการประกวด คะแนนมาจากไหน?

หนุ่ม : “คะแนนต้องบอกก่อนว่ารอบที่สำคัญที่สุดคือในรอบ 20 คนสุดท้าย แต่ก่อนหน้านั้นทำไมต้องมีการเก็บตัว 2 สัปดาห์ เพราะพี่เลี้ยงประจำแต่ละกลุ่มก็มีความสำคัญ อย่างดูเอเชีย ยุโรป ละติน เขาต้องทำรีพอร์ตให้หัวหน้าเขาดูอีกทีว่านางงามคนนี้ตามลิสต์รายชื่อตื่นสายมั้ย ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่มั้ย สนุกกับการประกวดมั้ย แอดติจูดเป็นยังไง พี่เลี้ยงกองก็มีส่วนอยู่หนึ่งส่วน ทีนี้มาถึงรอบพรีลิมฯ คราวนี้เป็นกรรมการชุดใหญ่ คะแนนมาจากสามส่วน หนึ่งคือรอบสัมภาษณ์ นางงามต้องอินเตอร์วิวตัวต่อตัวกับกรรมการ เป็นรายบุคคลไม่มีถ่ายทอด ดังนั้นเราถึงรู้สึกว่าทำไมคนนี้เข้ารอบ คนนี้ไม่เข้ารอบ เพราะว่าผู้ชมทางบ้านไม่มีโอกาสเห็นในรอบนั้น สาวงามแสดงทัศนคติอะไรกับกรรมการบ้าง และรอบชุดว่ายน้ำ ดุรูปร่าง สามคือชุดราตรี ต้องมีความสวยงามทางด้านสรีระต่างๆ ด้วย คัดเลือกคนคะแนนสูงสุด 20 คนแรกก็เข้ารอบไป”

3 คนที่เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย เวเนซุเอลาเซาท์แอฟริกา ฟิลิปปินส์ จริงๆ พี่เชียร์ใคร?

หนุ่ม : “พี่เชียร์เวเนฯ (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้หญิง 18 มีความคิดความอ่าน เราได้คุยกับเขาเป็นการภายในรู้สึกว่าเขาเป็นคนไนซ์ อาจจะพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนักแต่พยายามสื่อสารกับเรา เท่าที่สังเกต นั่งโต๊ะห้องจัดเลี้ยงใกล้กัน ใครขอถ่ายรูปก็ยิ้มแย้มแจ่มใส พอๆ กับมิสฟิลิปปินส์ เราเดินผ่านเขา ก็บอกเขาว่าขอถ่ายรูปได้มั้ย เขาบอกว่าไม่ต้องๆ เดี๋ยวเดินออกมาเอง เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้ เขานั่งสวยๆ ของเขาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำแบนั้นกับแฟนคลับหรือใครก็ได้ แต่เขาเป็นคนไนซ์ ทางกองเขาทำการบ้านมาดีว่าคนไทยเป็นแบบนี้ เขาก็เตรียมตัวมาพร้อมว่ายูต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ไนซ์กับบุคคลที่ได้เจอ เขาก็เตรียมตัวมาดีจริงๆ”

มิสฟิลิปปินส์คนนี้ คนไทยรัก?

หนุ่ม : “คนไทยรัก ในฮอลล์ พอไทยไม่เข้าปั๊บ หันไปเชียร์ฟิลิปปินส์เลย เชียร์ดังมาก ทุกครั้งที่ฟิลิปปินส์เดินหรือตอบคำถาม คนไทยช่วยกันเฮ ทั้งๆ ที่ไทยกับฟิลิปปินส์เหมือนจะเป็นคู่แข่งกันในด้านวงการประกวดนางงาม แต่กลายเป็นว่าคราวนี้คนไทยเทใจไปเชียร์เขา ด้วยความที่เขาไนซ์ ใครได้เจอเขา สัมผัสเขา ได้พูดคุยกับเขา ได้ถ่ายภาพกับเขา ได้เจอเขา ได้เห็นนิสัยใจคอเขาจะรักเขา ซึ่งคนแบบนี้เป็นคนที่มิสยูนิเวิร์สต้องการ เพราะเขาต้องเดินทางไปทั่วโลก เขาสนุกกับการเจอผู้คนแบบนี้คือคนที่ทางนี้ต้องการ”

นางงามจักรวาล 67 คนแล้ว ฟิลิปปินส์ได้ทั้งหมด4คน?

หนุ่ม : “ได้ครั้งแรก ปี1969 แล้วผ่านไปอีก 3 ปี 1972 เร็วๆ 2015 และ 2018  พอเราดูการแข่งขันเยอะๆ เราจะสนุกกับสถิติ นี่ก็เป็นหนึ่งในสถิติ”

ท่วงท่าการเดินกรรมการให้คะแนนมั้ย?

หนุ่ม : “ดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเวที ดุแม้กระทั่งว่าเสื้อผ้าเหมาะกับนางงามคนนั้นมั้ยดูแล้วปฏิสัมพันธ์ระหว่างนางงามกับคนดูเป็นยังไง ดูหมดทุกอย่าง”

ในมุมนางงามท่านอื่นๆ เช่น เวเนฯ พี่คิดว่าเขามีจุดพลาดตรงไหน?

หนุ่ม : “ไม่มีอะไรพลาดเลย อย่างเดียวที่อาจจะด้อยกว่าสองคนนี้ คือเวเนฯ ใช้ล่ามในการพูด รอบตอบคำถาม พิธีกรพูดว่าสามารถใช้ล่ามได้ ไม่ได้ถูกหักคะแนนอะไรก็แล้วแต่ แต่เมื่อคำนึงถึงการทำงานกันจริงๆแล้วถ้าภาษาเป็นอุปสรรคก็ทำงานลำบากนิดหน่อย ตรงนี้อาจมีส่วนทำให้เวเนฯ อาจจะหล่นไปรองสอง”

เซาท์แอฟริกาล่ะ?

หนุ่ม : “คนนี้เพอร์เฟ็กต์ที่สุด”

ทำไมไม่ได้?

หนุ่ม : “วันประกวดรอบพรีลิมฯ เขาใส่ชุดสีขาวผ้าชีฟองธรรมดา คิดว่าผ้าเขาราคาถูกที่สุด แต่เขาใส่แล้วราคาแพงที่สุด ชุดส่งคน ทัศนคติดีเหลือเกิน ไม่ได้อาจจะเพราะปีที่แล้วมิสเซาท์แอฟฟริกาเพิ่งจะได้ บางคนก็พูดว่ามีกฎว่าไม่ค่อยซ้ำสองปีติดต่อกัน ในประวัติศาสตร์มีแค่ครั้งเดียวที่ทำได้คือเวเนฯ สองปีติดกัน”

มากสุดคือ?

หนุ่ม : “อเมริกา 8 ครั้ง”

เวียดนามมีสตอรี่ อยู่ดีๆ ทะลุมาได้ยังไง?

หนุ่ม : “เวียดนามส่งประกวดตั้งแต่ 2004 จนถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 11 คนถ้าจำไม่ผิด เคยได้ตำแหน่งดีที่สุดคือเข้ารอบ 15 คนสุดท้ายปี 2008 ซึ่งปีนั้นเวียดนามเป็นเจ้าภาพ ก็เท่ากับผ่านเข้ารอบ 15 คนในบ้านตัวเอง มีครั้งนี้อยู่ๆ ทะลุเข้ารอบ 5 คนไปเลย”

ส่วนใหญ่ใครเดินตามเวเนฯ ตายคาเวทีทุกคนแต่เวียดนามคนนี้ไม่กลัว?

หนุ่ม : “ฟาดสเต็ปต่อสเต็ปเลย เวเนฯเดินยังไง เวียดนามก็สับแข่งกันเลย เวเนฯเป็นเจ้าแห่งการประกวดนางงามอยู่แล้ว ได้มาครบทุกเวทีแล้ว ใครเห็นชื่อเวเนฯ ต้องกลัวนะ แต่เวียดนามคนนี้ไม่กลัว เวเนฯ สับแค่ไหน เวียดนามสับเท่านั้น รูปร่างไม่ได้แพ้เขานะ ถ้าใครได้ดูการประกวดจะเห็นว่าเวียดนามก้นสวยมากเลย เอาแก้วแชมเปญวางได้เลย ก้นสวย”

ประเทศลาว เห็นบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่พิเศษของเขามาก?

หนุ่ม : “ลาวส่งประกวดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ลาวเพิ่งเปิดประเทศสำหรับนานาชาติ ปีที่แล้วมามิสยูนิเวิร์สครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เป็นคนที่สอง เขาได้รับคัดเลือกมาเพราะเป็นรองในปีที่แล้ว เพราะปีนี้ลาวไม่มีการจัดการประกวด พี่ไปเจออเขาที่ลาว ที่เวียนจันทน์ได้มีโอกาสนั่งสัมภาษณ์กัน ก็ไม่รู้ว่าเขามีความสามารถอะไร ปรากฏว่าน้องพูดภาษาอังกฤษดีมาก”

ชุดประจำชาติของเขาได้อันดับ 1 แต่เห็นความพิเศษบอกว่าตัดในไทย?

หนุ่ม : “ตัดในไทยนี่แหละ คนไทยทำ บ้านพี่เมืองน้องกัน คนไทยทำ เรียกว่าเป็นตำแหน่งแรกบนเวทีนางงามจักรวาลของประเทศลาว ถือเป็นตำนานได้เลยนะ”

อเมริกาสักนิด โรส เห็นบอกว่าอเมริกาต้องทะลุรอบลึกๆ อันนี้ 20 ก็เซย์กู้ดบาย?

หนุ่ม : “โรสอาจเอ็นจอยข้าวเหนียวมะม่วง น้ำหนักขึ้นพรวดๆ อวบเชียว คิดว่าขึ้นอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 กิโล เขาบวมน้ำดอกไม้(หัวเราะ) ถึงมีข่าวว่าเขาอัดคลิปแล้วพูดเหยียดเชื้อชาติ แต่จริงๆ โรสเป็นคนน่ารัก พี่วิเคราะห์ว่าเขามาจากรัฐที่อยู่ต่างจังหวัด เขาเป็นคนตรงไปตรงมา สนุก อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาอยู่ในเมือง ดังนั้นเห็นอะไรก็สนุกไปหมด ก็ตั้งไลฟ์แล้วพูดเรื่อยเปื่อย จริงๆ เขาเป็นคนน่ารัก เขาบอกว่าช่วยเชียร์ฉันด้วยนะ เธอรู้มั้ยครอบครัวฉันมาดูกี่คน มาดู 60คน และจะอยู่เที่ยวต่ออีกอาทิตย์นึง”

น้องนิ้งโศภิดา เข้ารอบ 10 คนทำไมไม่ได้ไปต่อ?

หนุ่ม : “แต่ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้วนะ การเข้ารอบ 20 คน ก็มีเกิน 20 ผ่านเข้ารอบ 10 ก็มีเกิน 10 น้องเบียดเข้ามาลำบาก เพราะคู่แข่งแต่ละคน ก็เรียกว่าแข็งแรงทั้งนั้นเลย”

ภาษาน้อง?

หนุ่ม : “ดีมาก ตอบคำถามเป๊ะ แอดติจูดดี ถ้าแฟนนางงามได้ติดตามมาทุกๆ รอบ ในรอบชุดประจำชาติ พรีลิมฯ น้องมีความกังวลในการเดิน น้องจะไม่ทักทายคนดูเลย เดินตรงอย่างเดียว ไม่ทักทายอะไรทั้งสิ้น แต่พอมาเช้าวันนี้น้องพลิกเป็นอีกอย่างนึงเลย ชีคงทิ้งความกังวลไว้หลังเวทีแล้ว ออกมาหน้าเวทีเป็นอีกคนเลย สเต็ปดี สนุกกับการประกวด สนุกกับการที่มีคนมาเชียร์ โบกมือให้กับทุกชั้นที่นั่งอยู่ โบกมือให้คนที่นั่งข้างหน้า ส่งจูบแล้วรู้สึกว่าน้องสบายๆ น้องทำได้ดีมาก”

ตอนนี้ประเด็นสำคัญที่คนไทยชมการประกวดในวันนี้ มองว่าชุดไม่โดน?

หนุ่ม : “(หัวเราะ) ก็แป๊บเดียวเนอะ แชร์กันเยอะแยะไปหมดเลย เราไม่ได้เป็นดีไซเนอร์ ไม่มีความรู้เรื่องชุดเสื้อผ้า ดีไซเนอร์คือพี่หมู อาซาว่า ไม่รู้คอนเซ็ปต์ แต่รู้ว่าใช้คริสตัลในการปักเยอะมาก ประมาณ 5 พันเม็ด ระยิบระยับไปหมดเลย”

อยู่ในสายกับพี่หมู อาซาว่า ผ่านพ้นไปแล้ว มีแรงกดดันมั้ย?

หมู : “เราก็ทำมาปีนี้เป็นปีที่ 4 ก็ชินแล้ว คุ้นชินกับกระแสอยู่แล้ว ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยอาชีพ เราก็ทำหน้าที่ในที่แจ้ง เป็นเรื่องปกติโดนวิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้ว”

แรงบันดาลใจทำชุดให้คุณนิ้ง?

หมู : “จริงๆ ชุดนี้มีการพูดคุยกันเยอะว่าจะทำชุดลักษณะไหน วางบุคลิก คาแรคเตอร์นิ้งอย่างไรในการประกวด ไม่ใช่แค่ชุดราตรีเท่านั้น ในการเก็บตัวต่างๆ มีการวางกลยุทธ์ต่างๆ ในการนำเสนอตัวคุณนิ้ง สำหรับชุดราตรีในรอบไฟนอล จริงๆ ทางกองประกวดไม่ได้วางโจทย์อะไรให้พี่มากนัก เนื่องจากทำงานมาหลายปีแล้วเขาให้ทำงานอิสระ ชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจ โครงเสื้อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในหลวงร.9 ในช่วง 60 70 เป็นยุคที่ประเทศไทยกำลังเปิดประเทศสู่ตะวันตก เป็นช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าทรงให้ดีไซเนอร์ระดับโลก เข้ามาทำชุดให้ แฝงเอกลักษณ์ความเป็นตะวันออก ช่วงนั้นเป็นช่วงรุ่งเรืองของแฟชั่นไทย เป็นยุคที่คนตะวันตกได้เห็นความงามแบบสากล แบบแฟชั่นชั้นสูง แต่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายตะวันออก เป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับชื่อเสียงและคำร่ำลือมากว่าประเทศไทยสามารถผนวกเอาความงามแฟชั่นในแบบตะวันตกมาผสมกับตะวันออกให้มีเอกลักษณ์ และมีความเฉพาะตัว”

กรณีล่าสุดที่เป็นประเด็น พอชุดเป็นสีแดงอยู่บนเวที เขาเลยมองว่าทำไมสีแดง แล้วเป็นเพชรๆ เต็มไปหมดเลย มีการเปรียบเทียบกับนางรำ ตรงนี้มันอาจไม่แมตซ์กับตัวน้องนิ้งหรือเปล่า?

หมู: “สีแดงเป็นสีที่น้องนิ้งเลือกเอง เพราะเป็นสีนำโชคของน้อง ผมคิดว่าเรื่องรสนิยมเป็นสิ่งที่คนมองมากกว่า 100 คนก็ 100 รสนิยม ใครวิจารณ์ยังไง วิจารณ์มากน้อยแค่ไหน  จะมีคุณธรรม จริยธรรมในการวิจารณ์มากน้อยแค่ไหน พี่ทำงานมานานแล้ว พี่ทำงานมานานแล้ว การน้อมรับคำติชมเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะคำติชมที่มีวิจารณญาณ จริยธรรม และคุณธรรมในการวิจารณ์ ใครอยากเปรียบเทียบยังไงก็เปรียบเทียบได้ เพราะร้อยคนก็ร้อยความคิด เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งหมดที่เราทำกันมาเป็นขั้นตอนการทำงานเฟ้นให้คุณนิ้งได้เข้าประกวดอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ตัวคุณนิ้งก็ทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติ”

ปีหน้าทำอีกมั้ย?

หมู : “จริงๆ บอกว่าไม่ทำทุกปี แต่ปีหน้าคงไม่ทำแล้วจริงๆ ปีนี้ตกปากรับคำทำเพราะผู้ใหญ่บอกว่ามีการจัดที่เมืองไทย เราเป็นเจ้าภาพก็อยากให้ทำอีกสักปี แต่พอพูดไปคนก็จะบอกว่าอ้าว ไหนบอกว่าไม่ทำแล้วกลับมาทำอีก แต่คิดว่าคงไม่ทำแล้ว”

มีอะไรอยากฝากสำหรับแฟนๆ นางงาม?

หนุ่ม : “ดูนางงามให้สนุกค่ะ การวิจารณ์วิจารณ์ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง การดูนางงาม ดูแล้วก็พัฒนาจิตใจให้สวยงามเวลาชมสิ่งสวยงาม”

“Let me in Thailand 4 Reborn” เปลี่ยน “แม่ค้าหน้างอ” เป็นแม่ค้าหน้าสวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/383421

“Let me in Thailand 4 Reborn” เปลี่ยน “แม่ค้าหน้างอ” เป็นแม่ค้าหน้าสวย

“Let me in Thailand 4 Reborn” เปลี่ยน “แม่ค้าหน้างอ” เป็นแม่ค้าหน้าสวย

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.18 น.

รายการ  “Let me in Thailand 4 Reborn” พร้อมด้วย ศัลยแพทย์โอชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ ร่วมสานฝันเปลี่ยนชีวิตให้ “แม่ค้าหน้างอ” สาวสู่ชีวิตที่ฝันว่าวันหนึ่งอยากจะเป็นนักขายมืออาชีพ แต่เพราะหน้าที่งอจนทำเอาลูกค้าหนีหาย งานนี้บอกได้คำเดียวเลยว่าจากแม่ค้าหน้างอ กลายเป็นแม่ค้าหน้าสวย จนลูกค้าคนไหนได้เห็นหน้าก็อยากจะเป็นลูกค้าไปตามๆ กัน !!!

หญิง จุรีรัตน์ สาวสู่ชีวิตจากรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ช่วยพ่อแม่ทำนาและขายผักในตลาด แต่เพราะใบหน้าของเธอที่ใครๆ มักบอกว่าเธอคือ “แม่ค้าหน้างอ” จนทำให้ลูกค้ามักเมินหนี เพราะเธอดูหน้าบึ่งอยู่ตลอดเวลา แถมหน้าแก่กว่าวัย แต่วันนี้รายการ  “Let me in Thailand 4 Reborn” พร้อมด้วย ศัลยแพทย์โอชางฮยอน จาก โรงพยาบาลศัลยกรรมบาโนบากิ จะช่วยสานฝันให้น้องหญิงสู่อาชีพที่ใฝ่ฝันได้เป็นนักขายหน้าสวย ยิ้มหวานตามตั้งใจ ด้วยการเนรมิตรทั้ง ผ่าตัดขากรรไกร, ปรับรูปหน้า โหนกแก้ม กราม คาง เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าที่เบี้ยวให้กลับมาตรงตามปกติ พร้อมด้วยผ่าตัดแก้ไขหูกาง ศัลยกรรมจมูก ให้ได้ทรงสวยรับกับใบหน้า เพิ่มเติมความสวยด้วยการเย็บกล้ามเนื้อตา ให้ดวงตาดูสดใส พร้อมกับเอนโดไทน์หน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์และเสต็มเซลล์ใบหน้า เพื่อเติมร่องลึกให้เต็ม จนวันนี้น้องหญิงจากฉายา “แม่ค้าหน้างอ” กลายเป็นแม่ค้าหน้าสวยยิ้มหวานจนลูกค้าต้องประทับใจในรอยยิ้มไปตามๆ กัน

สวย หล่อ เพอร์เฟ็ค อย่างปลอดภัย กับทีมศัลยแพทย์มืออาชีพ เช่นแม่ค้าหน้าใหม่ นักขายหน้าสวย อย่าง “น้องหญิง จุรีรัตน์” เช่นนี้ได้ง่ายๆ สามารถติดต่อจองคิว พร้อมเข้ารับคำปรึกษาฟรีในประเทศไทยได้ที่ “ศูนย์ให้คำปรึกษา บาโนบากิ” ซอยทองหล่อ 3 หรือ โทร 02-392-2890, 099-112-4777, Line Official ID : คลิกhttp://line.me/ti/p/@thaibanobagi หรือแอ้ดมาที่ @thaibanobagi (มี@ ด้วยค่ะ) และwww.thailandbanobagi.com