จิตรกรรมยูโอบี เวทีสร้างแรงบันดาลใจ สู่ศิลปินมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372725

จิตรกรรมยูโอบี เวทีสร้างแรงบันดาลใจ สู่ศิลปินมืออาชีพ

จิตรกรรมยูโอบี เวทีสร้างแรงบันดาลใจ สู่ศิลปินมืออาชีพ

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การประกวดจิตรกรรมยูโอบีที่ธนาคารยูโอบี (ไทย) จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 กำลังเป็นเวทีสร้างศิลปินและต่อยอดสู่เส้นทางศิลปะระดับโลก ที่มีผลงานจิตรกรรมของเหล่าน้องๆ เยาวชนส่งเข้าร่วมประกวดจำนวนมากทั้งในประเภทศิลปินใหม่ หรือสมัครเล่น และศิลปินอาชีพ ซึ่งมีพิธีประกาศผลและมอบรางวัลไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล

ตัน ชุน ฮิน และ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กับ อามานี่ ด.ช.วชิรวิทย์ สามารถ

นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวถึงการประกวดจิตรกรรมยูโอบีในประเทศไทยว่า เป็นหนึ่งในการดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมและตอบแทนให้กับชุมชนของธนาคาร “ที่ยูโอบี เราเชื่อมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมทุกคนในสังคมที่มีความหลงใหลในสิ่งที่ทำและมีศักยภาพที่จะเดินตามฝันของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่การประกวดจิตรกรรมยูโอบีในประเทศไทย เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินอาชีพและสมัครเล่นได้พัฒนาฝีมือและแสดงออกถึงความสามารถทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ผมขอแสดงความยินดีกับศิลปินที่ได้รับรางวัลในปีนี้ทุกท่านและเชื่อว่าเวทีนี้ จะเป็นก้าวสำคัญให้ทุกท่านได้เดินตามความฝัน ความตั้งใจและประสบความสำเร็จในการเป็นศิลปินอาชีพต่อไป”

 

พิธีประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 9 โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล

สำหรับ ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ชัยชนะ ลือตระกูลหรือ แบงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากผลงานที่มีชื่อว่า
“Rhythm of Transformation No. 4” ที่สะท้อนถึงการแปรเปลี่ยนไปตามจังหวะของชีวิต โดยใช้กระบวนการแปรสภาพตามกาลเวลาของรถยนต์ในเชิงสัญลักษณ์ ศิลปินมองดูสังคมที่ประกอบด้วยผู้คนที่อาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งแต่ละคนมีความหลากหลายในคาแร็กเตอร์ ความทรงจำและประสบการณ์ ศิลปินได้สร้างสรรค์องค์ประกอบขึ้นมาใหม่ โดยการจัดเรียงทับซ้อนรถยนต์แบบไม่เป็นหนึ่งเดียว เปรียบได้กับการที่มนุษย์เติบโตและกลายไปเป็นแต่ละส่วนที่ขับเคลื่อนในสังคม

 

ผลงาน “Rhythm of Transformation No. 4”

“ผมต้องการนำเสนอความยุ่งเหยิงวุ่นวาย ซากของอุตสาหกรรมหนักมาจัดพื้นที่ใหม่เป็นงานจิตรกรรมแบบใหม่ เอาซากรถยนต์มาเรียงกันขึ้นไปเป็นชั้น มองไกลๆ เป็นนามธรรม พอมองใกล้ๆ เป็นภาพเสมือนจริงต้องการนำความวาไรตี้ของซากรถมานำเสนอ ผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้เป็นผลงานในการทำวิทยานิพนธ์ก่อนจบ โดยใช้เวลาวาดกว่า 3 เดือน พอผลงานเสร็จจึงลองส่งเข้าร่วมประกวดกับโครงการประกวดจิตรกรรมยูโอบีดู ซึ่งถือเป็นเวทีที่ผมใฝ่ฝันมานานแล้ว ปีนี้จึงนำผลงานส่งประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น รู้สึกดีใจมาก และภูมิใจในตัวเองที่ผลงานได้รับรางวัลใหญ่ระดับประเทศในครั้งนี้”

 

ผลงานชื่อ “ไทยมุง”

อนันต์ยศ จันทร์นวล กับผลงานชื่อ ไทยมุง

นอกจากผลงานชนะเลิศในประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่นแล้ว ยังมีเยาวชนที่ได้ รางวัลเหรียญทอง ในประเภทศิลปินอาชีพ จากผลงานที่ชื่อ “ไทยมุง” โดย อนันต์ยศ จันทร์นวล หรือ มาร์ค นักศึกษาคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยบอกเล่าผลงานที่สะท้อนออกมาได้อย่างน่าสนใจว่า ผลงานที่สร้างสรรค์นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากแม่ เนื่องจากเห็นแม่นำเอาหุ่นรูปปั้นสัตว์ เช่น ไก่ เสือ ม้าลาย เอาไปตั้งไว้หน้าศาล ซึ่งเป็นความเชื่อของแม่ว่าจะช่วยทำให้ค้าขายดีขึ้น จึงหยิบเอามุมนี้มานำเสนอผ่านผลงานจิตรกรรมภาพวาด ที่สื่อถึงแนวคิดเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทยที่มีต่อวัตถุ สะท้อนถึงความงมงายภายในสังคมไทยความเสื่อมถอยทางความคิดและการกระทำ ความงมงายและความไม่สมเหตุสมผล ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดจากกิเลส โดย มาร์ค ย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปินว่า “ผมเริ่มวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ ผมชอบวาดรูป ตอนแรกก็วาดเพื่อความสนุก หลังจากนั้นก็ลองส่งผลงานเข้าประกวด พอได้รางวัลติดไม้ติดมือมาก็เริ่มมีชอบ ทำให้การวาดรูปไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่างเท่านั้น แต่สามารถสร้างรายได้ให้ตั้งแต่อายุยังน้อย และเชื่อว่าพัฒนาเป็นอาชีพได้”

แม้จะเคยส่งผลงานเข้าประกวดมาหลายเวที แต่สำหรับการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ถือเป็นเวทีเดียวที่มาร์คใฝ่ฝันและเพิ่งจะได้รับรางวัลเป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยส่งผลงานเข้ามาประกวดมาแล้วถึง 2 ครั้ง

“การประกวดจิตรกรรมของธนาคารยูโอบี เป็นเวทีที่ผมส่งผลงานเข้าร่วมต่อเนื่องทุกปี และในปีนี้เข้าร่วมโครงการเป็นปีที่สามแล้ว ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากผลงานได้รับรางวัลเหรียญทอง ซึ่งดีใจและภูมิใจมาก อีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญคืออาจารย์ของผมเอง คืออาจารย์สุกิจ ชูศรี ที่ได้รางวัลชนะเลิศในปีที่ผ่านมาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค จนได้รับโอกาสโชว์ผลงานในเวทีศิลปะระดับนานาชาติอีกมากมาย ทำให้ผมมุ่งมั่นตั้งใจสร้างผลงานส่งเข้าประกวด โดยหวังว่าจะมีโอกาสได้นำผลงานไปโชว์ในระดับภูมิภาคต่อไป ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของผมและศิลปินหลายๆ คนแล้ว”

มาร์ค ให้ข้อคิดว่า เด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันหันมาเรียนศิลปะกันมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนสมัยรุ่นอาจารย์ที่มักจะมีคนเรียนศิลปะกันไม่กี่คน นอกจากนี้ ยังมองว่าการเรียนศิลปะไม่ได้เรียนเพื่อให้ตัวเองเท่ แต่การเรียนศิลปะช่วยทำให้เกิดสมาธิ ทำให้คิดผลงานได้แบบอิสระ ผลที่ตามมาก็คือได้เงินรางวัลจากการประกวด การขายผลงานและทำให้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ดังนั้น อาชีพศิลปินไม่ได้ไส้แห้งเสมอไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ

สำหรับการประกวดจิตรกรรมยูโอบีในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้ชนะที่ได้รับรางวัลอายุน้อยที่สุด เด็กชายวชิรวิทย์สามารถ หรือ อามานี่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งอามานี่มีอายุเพียง 12 ปี ที่สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองแดง ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2561 โดย อามานี่ เล่าให้ฟังว่า เป็นคนชอบวาดรูปมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบโดยแนวที่ชอบก็คือการวาดรูปที่แสดงถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย เพราะอยากให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงความงดงามของศิลปะของไทย

 

ผลงาน “บันทึกความทรงจำหมายเลข 5”

สำหรับผลงานที่ อามานี่ ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้มีชื่อว่า “บันทึกความทรงจำหมายเลข 5” เป็นการใช้หมึกดำและสีอะคริลิกบนผ้าใบสะท้อนความงดงามของศิลปะไทย โดยภาพที่วาดเป็นภาพของตู้พระธรรมภายในวัดที่มีลวดลายไทยวิจิตรสวยงาม มีแนวคิดคือ ความงดงามของศิลปะไทยที่ไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นงานเก่าหรือใหม่ก็มักจะมีความงดงามและมีคุณค่า ศิลปินต้องการจะอนุรักษ์ความเป็นไทยและศิลปะไทยให้คงอยู่ โดยภาพนี้ใช้เวลาในการวาดนาน 2 เดือน

“ผมดีใจและภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะผมต้องการสะท้อนความเป็นไทยออกมาผ่านผลงานการวาดของผมให้คนทั่วโลกได้เห็นถึงความงดงามของศิลปะไทย” อามานี่ บอกด้วยความภาคภูมิใจพร้อมทั้งเล่าเสริมว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดหลายเวที ก็มีทั้งได้รางวัลบ้างและไม่ได้รางวัล อยากจะบอกเพื่อนๆ ว่าอย่าท้อ จงหมั่นฝึกฝน อ่านหนังสือ ถามอาจารย์ หรือ ศึกษาข้อมูลเยอะๆ แล้วคิดสร้างสรรค์ผลงานออกมาเรื่อยๆ โดยนำเอาความถนัด ความชอบ สไตล์ของตัวเองสื่อออกมา จะช่วยทำให้ผลงานมีมุมมองที่น่าสนใจมากขึ้น

ส่วนใครที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจออามานี่ แนะนำว่า ให้เริ่มจากการใช้เวลาว่างของตนเองทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยเฉพาะศิลปะ หากทำแล้วสนุก ชอบ และมีความสุขก็จงทำต่อไป ค่อยๆ ฝึกฝนพัฒนาไป เมื่อพร้อมก็ลองส่งผลงานเข้าประกวด ก็จะได้ประสบการณ์ที่ดีทำให้พัฒนาตัวเองได้ อย่างตัวเองอายุแค่ 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ท่ามกลางพี่ๆ ที่อายุมากกว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมากๆ และจะนำเอาประสบการณ์จากครั้งนี้ไปปรับปรุงสร้างสรรค์ผลงานและเข้าร่วมประกวดในปีต่อไปอย่างแน่นอน

นอกจากเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี จะทำให้เราได้เห็นศักยภาพและความสามารถของเยาวชนไทยในด้านศิลปะ แล้ว ยังเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจจุดประกาย และต่อยอดให้ศิลปินวัยรุ่นยุค 4G สร้างสรรค์ผลงาน พร้อมโอกาสเติบโตในเวทีไทยและเวทีโลก

แม่บ้านเสือป่าพร้อมลุยบำรุงขวัญ เป็นกำลังหลังบ้านสำคัญให้กำลังพล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372713

แม่บ้านเสือป่าพร้อมลุยบำรุงขวัญ เป็นกำลังหลังบ้านสำคัญให้กำลังพล

แม่บ้านเสือป่าพร้อมลุยบำรุงขวัญ เป็นกำลังหลังบ้านสำคัญให้กำลังพล

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย จิราพรรณ เบญจศรี จัดประชุมคณะกรรมการสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีครั้งที่ 1/2562 ในโอกาสที่รับตำแหน่งนายกสมาคม เพื่อกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนการทำงานให้กับสมาชิกให้สอดคล้องความเป็นกำลังใจหลังบ้านที่สำคัญ

ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมดังนี้ 1.)แสดงออกถึงความจงรักภักดีด้วยการเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์2.)จัดกิจกรรมบำรุงขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัวของกำลังพลในกองบัญชาการกองทัพไทย 3.)ส่งเสริมให้สมาชิกและครอบครัวได้ใช้ประโยชน์จากร้านค้าของสมาคม และ4.)ส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ และคนในชาติ

อีกทั้ง นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทยคนใหม่ ได้ให้ความสำคัญในแนวทางการดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง และยินดีที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นในรายละเอียดของการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดถึงครอบครัวของกำลังพลที่จะได้รับ และพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติงานเคียงข้างร่วมกับทุกองค์กรอย่างเต็มความสามารถและดีที่สุดดุจคำขวัญที่ว่า “ทำให้ดีที่สุด เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด”

‘คำนับครู’ พิธีโบราณก่อนเปิดม่านการแสดง โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ‘พิเภกสวามิภักดิ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372715

‘คำนับครู’ พิธีโบราณก่อนเปิดม่านการแสดง โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ‘พิเภกสวามิภักดิ์’

‘คำนับครู’ พิธีโบราณก่อนเปิดม่านการแสดง โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ‘พิเภกสวามิภักดิ์’

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตามพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดแสดง “โขน” เป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย อีกทั้ง เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยให้อยู่สืบไป โดยในปี 2561 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทโขนรามเกียรติ์ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” จัดแสดง ระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2561 เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเปิดม่านให้ชมความวิจิตรตระการตาของศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย ทั้ง ฉาก แสง สี เสียง ความสวยงามของเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ กระบวนท่ารำ การขับร้อง จึงได้จัดพิธีคำนับครูนาฏศิลป์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” เปิดเผยว่า พิธีคำนับครูเป็นพิธีโบราณ เป็นลักษณะการบูชาหรือการไหว้ครู นิยมประกอบพิธีก่อนเริ่มแสดงชุดสำคัญหรือการต่อท่ารำที่สำคัญ การแสดงโขนมูลนิธิฯถือว่าเป็นการแสดงที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มทำการฝึกซ้อมเราต้องมีการบูชาครู ซึ่งประกอบด้วยพิธีการไหว้ครู เป็นต้นว่า มีครูผู้ประกอบพิธีที่เป็นครูผู้ใหญ่ ครูอาวุโส เป็นผู้กล่าวนำบูชาครู พร้อมทั้งขออนุญาตเริ่มต้นกิจกรรม ประสิทธิ์ ประสาทพร ให้ทำงานประสบผลสำเร็จ ทั้งในเรื่องของการฝึกซ้อมการแสดง การต่อท่ารำ เพื่อเป็นสิริมงคลและขจัดอุปสรรคต่างๆ นอกจากนั้นอาจมีการถวายเครื่องสังเวย เช่น ขนม ที่นิยมคือขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ทองหยิบ ทองหยอดฝอยทอง และขนม นม เนย เท่าที่จะหาได้ผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ขนุน กล้วย อ้อย ปัจจุบันนี้นิยมใช้ผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อความสะดวก

ผู้กำกับการแสดง กล่าวต่อว่า หลังจากพิธีคำนับครูแล้ว ลำดับต่อไปจะเป็นการซ้อมรวมครั้งแรกของนักแสดงทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และ ลิง กว่า 300 ชีวิต ที่ทำการแสดงในครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาได้นำบทไปฝึกซ้อมกันเองตามวิทยาลัยนาฏศิลป จากนั้นนักแสดงทั้งหมดต้องไปซ้อมใหญ่ที่เวทีจริง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อซ้อมร่วมกับเทคนิคการแสดงสมัยใหม่แต่ยังคงจารีตรูปแบบโขนหลวงโบราณไว้ ทั้งรอกสลิง แสง สี เสียง จริง และไฮไลต์ฉากต่างๆ เพื่อความสมบูรณ์แบบและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดการแสดง อาทิ ฉากท้องพระโรงกรุงลงกาที่สวยงามขึ้นด้วยการเพิ่มพระที่นั่งบุษบก, ฉากเรือสำเภาโล้ไปปล่อยพิเภกขึ้นฝั่ง

ภายในพิธีคำนับครูได้รับเกียรติจาก จตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-โขน), ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(นาฏศิลป์-โขน), รติวรรณ กัลยาณมิตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(นาฏศิลป์ไทย), รัจนา พวงประยงค์ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(นาฏศิลป์ไทย-ละคร), ทัศนีย์ ขุนทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย-คีตศิลป์), รัตติยะ วิกสิตพงศ์,เรวดี สายาคม, ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการผลิต, ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการผลิต และ ดร.เกิดศิริ นกน้อยผู้ช่วยผู้กำกับการแสดง มาร่วมงานด้วย

สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2561 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชม
ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา โทร.02-2623456 หรือ http://www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420, 620, 820, 1,020, 1,520 และ 1,820 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 200 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์)ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Khon Performanceโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

วีระชัย มีบ่อทรัพย์, ดร.เกิดศิริ นกน้อย, ประเมษฐ์ บุณยะชัย, ดร.อนุชา ทีรคานนท์, ดร.สุรัตน์ จงดา

วีระชัย มีบ่อทรัพย์, ดร.เกิดศิริ นกน้อย, ประเมษฐ์ บุณยะชัย, ดร.อนุชา ทีรคานนท์, ดร.สุรัตน์ จงดา

จตุพร รัตนวราหะ ครูอาวุโสเป็นผู้กล่าวนำบูชาครู

จตุพร รัตนวราหะ ครูอาวุโสเป็นผู้กล่าวนำบูชาครู

รติวรรณ กัลยาณมิตร และ รัจนา พวงประยงค์

รติวรรณ กัลยาณมิตร และ รัจนา พวงประยงค์

ทัศนีย์ ขุนทอง และ ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว

ทัศนีย์ ขุนทอง และ ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว

การซ้อมรวมครั้งแรกของนักแสดงทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และ ลิง

การซ้อมรวมครั้งแรกของนักแสดงทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และ ลิง

การซ้อมรวมครั้งแรกของนักแสดงทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และ ลิง

การซ้อมรวมครั้งแรกของนักแสดงทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และ ลิง

ก้อง-สหรัถ และ UNHCR ระดมทุนช่วยเหลือวิกฤติผู้ลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372702

ก้อง-สหรัถ และ UNHCR ระดมทุนช่วยเหลือวิกฤติผู้ลี้ภัย

ก้อง-สหรัถ และ UNHCR ระดมทุนช่วยเหลือวิกฤติผู้ลี้ภัย

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศิลปินชื่อดัง ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา และ UNHCR เดินหน้าระดมทุนช่วยเหลือวิกฤติผู้ลี้ภัยทั่วโลก ผ่านแคมเปญ “NAMJAI FOR REFUGEES มอบชีวิตใหม่ด้วยน้ำใจกับ UNHCR” ปีที่ 3

สถานการณ์ความรุนแรง สงคราม ความขัดแย้ง และการประหัตประหารในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ประชาชนเป็นจำนวนมากถูกบังคับให้พลัดถิ่น สูงถึง 68.5 ล้านคน (เทียบเท่าประชากรของไทย) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา วิกฤติโลกในครั้งนี้ ต้องการแนวทางการทำงานเชิงรุก และรอบด้านเพื่อรองรับสถานการณ์ที่มีขอบเขตกว้างขวางเกินกว่าที่ประเทศใด หรือชุมชนใดจะบริหารจัดการได้เพียงลำพัง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR จัดทำแคมเปญ “NAMJAI FOR REFUGEES มอบชีวิตใหม่ด้วยน้ำใจกับ UNHCR” เป็นปีที่ 3 เพื่อระดมทุนช่วยเหลือวิกฤติผู้ลี้ภัยทั่วโลก โดยมี ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ผู้สนับสนุนที่มีชื่อเสียงของ UNHCR และเป็นผู้ริเริ่มแคมเปญ พร้อมผู้มีชื่อเสียงและพันธมิตรภาคเอกชน เดินหน้าระดมน้ำใจจากคนไทยช่วยเหลือเด็กและครอบครัวผู้ลี้ภัยทั่วโลก ผ่านการบริจาคอย่างต่อเนื่องแบบรายเดือนและการซื้อสินค้าเพื่อสมทบทุนมอบความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานปัจจัยสี่เพื่อบรรเทาวิกฤติผู้ลี้ภัยที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ โดยแคมเปญ “NAMJAI FOR REFUGEES” ได้รับรางวัล Asia-Pacific Communications Award 2016 สาขา Non-Profit Organisation เป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จที่มีต่อการเปล่ี่ยนแปลงชีวิตผู้ลี้ภัยได้เป็นอย่างดี

 

 

“ปีนี้ เป็นปีที่สำคัญมาก เพราะผู้ลี้ภัยทั่วโลกอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน” ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา กล่าว “ผมขอเชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคแบบต่อเนื่องกับโครงการ NAMJAI FOR REFUGEES โดยเงินบริจาคทั้งหมดจะทำให้ UNHCR มอบความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน เช่น ที่พักพิง น้ำดื่มสะอาด การรักษาพยาบาล และเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมให้แก่ผู้ลี้ภัยต่อไป”

ขณะที่ เพีย พากีโอ รักษาการผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ความขาดแคลนที่เกิดขึ้นจากวิกฤติผู้ลี้ภัยมีปริมาณสูง และขาดแคลนทุกด้านน้ำใจของประชาชนชาวไทยที่ผ่านมาได้สร้างความแตกต่างต่อชีวิตผู้ลี้ภัย การสนับสนุนของท่านได้ช่วยชีวิตและสร้างอนาคตที่ดีให้กับครอบครัวผู้ลี้ภัยจำนวนมาก

ทั้งนี้ การบริจาคอย่างต่อเนื่องแบบรายเดือนและการซื้อสินค้าเพื่อสมทบทุนภายใต้แคมเปญนี้มอบความช่วยเหลือด้าน ปัจจัยพื้นฐานในการมีชีวิตรอด ได้แก่ น้ำสะอาด ที่พักพิง การรักษาพยาบาล และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ดังนั้นความช่วยเหลือและการสนันสนุนอย่างต่อเนื่องจากคนไทยเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตเด็กและครอบครัวผู้ลี้ภัยที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนตอนนี้”

 

 

แคมเปญ “NAMJAI FOR REFUGEES” ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีชื่อเสียงของเมืองไทยอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมอย่าง Nirut Talk for UNHCR ที่ได้รับเกียรติจาก นิรุตติ์ ศิริจรรยา มาร่วมเสวนาพิเศษภายใต้หัวข้อ Nirut Story หรือ กิจกรรมพิเศษและนิทรรศการภาพถ่ายจากการเดินทางกว่า 70 ประเทศเพื่อช่วยผู้ลี้ภัยทั่วโลก โดย วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน-อังคารที่ 4 ธันวาคม 2561 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้มีชื่อเสียงอีกหลายรายที่จะจัดกิจกรรมระดมทุนในหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ.2561

น้ำใจนั้นแบ่งปันได้ไม่จำกัด ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันกับ UNHCR มอบความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องให้เด็กและครอบครัวผู้ลี้ภัยทั่วโลก เพื่อช่วยชีวิตพวกเขาอย่างยั่งยืน โดยการบริจาคอย่างต่อเนื่องของท่านผ่านแคมเปญ “NAMJAI FOR REFUGEES มอบชีวิตใหม่ด้วยน้ำใจกับ UNHCR” ได้ทาง http://www.unhcr.or.th หรือ SMS พิมพ์ 30
ส่งมาที่ 4642789 (บริจาคครั้งละ 30 บาท) ได้ทุกเครือข่าย และบริจาคทางโทรศัพท์ได้ที่เบอร์ 02-2062144 นอกจากนี้ ยังสามารถบริจาคผ่านการซื้อเสื้อที่ออกแบบเป็นพิเศษ (Limited Edition)
โดยแบรนด์ VICKTEERUT ที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลกกับโครงการ “NAMJAI FOR REFUGEES”

สาดสีสันสะท้อนตัวตน อาร์ทิสทรี สตูดิโอ เอ็นวายซี เอดิชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372722

สาดสีสันสะท้อนตัวตน อาร์ทิสทรี สตูดิโอ เอ็นวายซี เอดิชั่น

สาดสีสันสะท้อนตัวตน อาร์ทิสทรี สตูดิโอ เอ็นวายซี เอดิชั่น

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“แพสชั่นนิสต้า” คือผู้หญิงที่รักในทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความงาม การผจญภัย วัฒนธรรม ดนตรี และการเดินทางท่องเที่ยว ผู้หญิงที่เต็มที่กับทุกวันและรู้วิธีสนุกกับการใช้ชีวิต ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตตามกฎแห่งความงาม และเป็นผู้ทำลายกฎเหล่านั้นเสียเอง

เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีจากแอมเวย์ ถ่ายทอดตัวตนของสาวแพสชั่นนิสต้าผ่านเครื่องสำอางชุด อาร์ทิสทรี สตูดิโอ ผลิตภัณฑ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองใหญ่สุดฮอตทั่วโลก ตั้งแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้คน ศิลปะ วัฒนธรรมไปจนถึงแฟชั่น หยิบมาครีเอทเฉดสีและลุคสวยโดดเด่นจนออกมาเป็นเมคอัพคอลเลคชั่นแรก “อาร์ทิสทรี สตูดิโอเอ็นวายซี เอดิชั่น (ARTISTRY STUDIONYC EDITION)” ตัวแทนมหานครนิวยอร์กเมืองแห่งแสงไฟสว่างไสวที่ไม่เคยหลับใหลสีสันจัดจ้านเร้าใจ และความตื่นเต้นตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง

 

อาร์ทิสทรี สตูดิโอ เอ็นวายซี เอดิชั่น (ARTISTRY STUDIO NYC EDITION) ไม่ใช่แค่เมคอัพ แต่คือความงามที่ผสานผลงานศิลปะอย่างลงตัวเพื่อสะท้อนความสนุก จัดจ้านมีชีวิตชีวาของมหานครนิวยอร์กได้อย่างครบถ้วน โดยมี เลดี้ เจเดย์ (Lady JDay) ศิลปินสาวสายสตรีทอาร์ทที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนแพ็กเกจ ด้วยการใช้สีสันฉูดฉาดอย่างสีแดง ชมพู เหลือง ฟ้าตัดกับสีดำ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกอิสระเปี่ยมพลัง แต่แฝงความแข็งแกร่งของผู้หญิง

ดึงสีสันความสนุกจากนิวยอร์ก มาอยู่ในสตูดิโอของคุณกับ อาร์ทิสทรี สตูดิโอ เอ็นวายซี เอดิชั่น (ARTISTRY
STUDIO NYC EDITION) ได้แล้ววันนี้สั่งซื้อได้จากธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Amway Call Center 02-7258000หรือ http://www.amwayshopping.com,www.facebook.com/artistrythailand และทางอินสตาแกรม @artistrythailandofficial

คุณแหน : 26 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372700

คุณแหน : 26 ตุลาคม 2561

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ศ.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส 3 พ.ย. 17.00 น. …

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จเปิดงานประชุมวิชาการทางโภชนาการ BRAND’S Health Research Awards 2018 และประทานรางวัลทุนวิจัย โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.จอมจักร จันทรสกุลและ เก็น ไซโตะ ปธ.แบรนด์ ซันโทรี่ อินเตอร์ฯรับเสด็จ 1 พ.ย. 11.00 น. อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ซ.ศูนย์วิจัย…

ll คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ปี 2018  เป็นงานใหญ่ที่มีผู้ร่วมงานมากกว่า 35 ประเทศ และผู้ร่วมประชุม 450 คน  30 ต.ค.-1 พ.ย. ห้องบอลรูม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ…

ll “วันล้างมือโลก 2018”กลางเดือนตุลาคมที่ผ่าน ดร.อัมพร จันทวิบูลย์ กรมอนามัยรศ.พล.ต.หญิงพญ.ฤดีวิไล สามโกเศศอุปนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ ปรีดาจิระวันชัยกุล ผจก.กลุ่มผลิตภัณฑ์โพรเทคส์ร่วมรณรงค์เดือนแห่งการล้างมือ“มือสะอาดสร้างฝัน”เพื่อให้เยาวชนไทยมีสุขภาพดีเพราะการล้างมืออย่างถูกต้องด้วยสบู่จะช่วยลดการติดเชื้อได้ถึง 50%…

ll นพกาญจน์ เหลืองอมรเลิศ ฝากว่า4 พ.ย. 09.00-18.00 น. บ.โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จะเข้าจัดกิจกรรมวันครอบครัวจำนวน 4 หมื่นคน ที่สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม จึงขอให้ลูกค้าที่ประสงค์จะใช้บริการ ไปวันอื่นสะดวกกว่า…

ll ฉลองครบ 71 ปี ห้างเซ็นทรัล หลายคนรอคอยไปถ่ายรูปสวนดอกไม้นับล้านดอก ที่เซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ในคอนเซ็ปต์ The World Of Floral Wondersพร้อมไฮไลท์กาเซโบยักษ์สูง 7 เมตร กลางห้างประดับด้วยดอกกุหลาบ  12 สายพันธุ์ และโชว์การแสดงปิดท้ายโชว์ฟินาเล่ด้วย The Floral Princess “ญาญ่า-อุรัสญา”
พร้อมคู่เต้นรำ“นาย-ณภัทร”1 พ.ย. เวลา 18.30 น. ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัล ชิดลม…

ll ประวรา เอครพานิช เปิดซีเลคมัลติแบรนด์สโตร์  A`MAZE สยามสแควร์ ซอย 2ได้ ดลิน โสภณพนิช ยังพิชิต นำกระเป๋าKanKen มาร่วมแจมให้ลองมิกซ์กับเสื้อผ้า GSP,LOFFICEL,C&D และ Pani Closet…เหนื่อยแล้วขึ้นชั้น 2 นั่งจิบชา TEA‘O’HOLIC เป็นไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าแฟชั่น…ll

น้อง

‘แต้ว’ตื่นเต้น!! ร่วมงานชนเผ่าบนดอยตุง สร้างผลิตภัณฑ์ส่งเสริมอาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372703

‘แต้ว’ตื่นเต้น!! ร่วมงานชนเผ่าบนดอยตุง สร้างผลิตภัณฑ์ส่งเสริมอาชีพ

‘แต้ว’ตื่นเต้น!! ร่วมงานชนเผ่าบนดอยตุง สร้างผลิตภัณฑ์ส่งเสริมอาชีพ

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไม่ใช่แค่ผู้คนบนดอยตุง ที่พากันตื่นเต้น เมื่อนางเอกสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ควง คุณแม่นิด-รวงทอง ขึ้นไปเยือนถึงถิ่น เพราะสาว “แต้ว” เองก็ออกอาการปลื้มใจสุดๆ เมื่อ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ชวนไปศึกษาวิถีชีวิต และไปช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพให้คนบนดอยตุง ผ่านโครงการ “ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018” ผลิตภัณฑ์พิเศษที่ออกแบบโดยนักสร้างสรรค์ชื่อดัง เพื่อนำรายได้สนับสนุนสืบสานและต่อยอด พระราชปณิธาน “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเอง” ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ให้ประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย

 

 

ทันทีที่ไปถึง แต้ว และ คุณแม่นิด ได้เข้าสักการะพระสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี ณ พระตําหนักดอยตุง จากนั้นเดินทางไปศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อชมโรงงานทอผ้า โรงงานเซรามิกโรงงานกระดาษสา และเดินทางไปชมงานฝีมือของ ชนเผ่าลาบา พร้อมทั้งพูดคุยกับชาวบ้านจนสาว แต้ว ได้ไอเดียมาออกแบบผลิตภัณฑ์พิเศษของตัวเอง แถมยังตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการทำงานร่วมกับชนเผ่าบนดอยตุงเป็นครั้งแรก ในการออกแบบชิ้นงานสุดพิเศษก่อนนำมาวางจำหน่ายในโครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018

 

 

แต้ว เผยถึงการมาดอยตุงในครั้งนี้ว่า “แต้วมาเชียงรายหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ไม่เคยรู้ว่าพื้นที่บนดอยตุง เคยแห้งแล้งและเป็นภูเขาหัวโล้นมาก่อน ได้มาเห็นตอนปัจจุบันซึ่งเป็นพื้นที่เขียวชอุ่ม มีป่าอุดมสมบูรณ์หมดแล้ว ก็รู้สึกทึ่งมาก และยิ่งอึ้งไปใหญ่ เมื่อได้เห็นสินค้าในชุมชนที่คนบนดอยทำเป็นอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นงานที่สวยงาม
มีเสน่ห์ เหมือนงานศิลปะที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน วันนี้เลยดีใจมากๆ ที่จะนำความรู้เรื่องงานดีไซน์มาช่วยออกแบบสินค้าพิเศษให้ถูกใจคนซื้อที่อยู่ในเมือง เหมือนเป็นสะพานเชื่อมคนบนดอยกับคนเมืองหลวงให้มาเจอกันด้วย ยังไงเตรียมไปอุดหนุนสินค้าที่ แต้วออกแบบได้นะคะ ในระหว่างวันที่ 6-18 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00-22.00 น. ณ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส ป๊อป อัพ สโตร์ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน ส่วนจะเป็นสินค้าอะไร คอยติดตามนะคะ”

ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372712

ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018

ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2018

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล สานต่อ โครงการ ดอยตุงแอนด์ เฟรนด์ส 2018 เป็นปีที่ 3 เพื่อสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธาน “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเอง” ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เชิญนักสร้างสรรค์ชั้นนำ สมบัษร ถิระสาโรช, กุลวิทย์ เลาสุขศรี,พลพัฒน์ อัศวะประภา และ ณฐพรเตมีรักษ์ ออกแบบสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษร่วมมือกับช่างฝีมือ ชนเผ่าดอยตุงในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘ดุริยนาฏนวมินทร์’ การแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 ซาบซึ้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ รื่นรมย์มโนห์รา บัลเลต์ สุดตระการตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372417

‘ดุริยนาฏนวมินทร์’ การแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 ซาบซึ้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ รื่นรมย์มโนห์รา บัลเลต์ สุดตระการตา

‘ดุริยนาฏนวมินทร์’ การแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 ซาบซึ้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ รื่นรมย์มโนห์รา บัลเลต์ สุดตระการตา

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกในพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพด้านวรรณศิลป์ นาฏศิลป์ และดุริยศิลป์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงอันไพเราะวิจิตร งดงาม และลึกซึ้งแก่ปวงชนชาวไทย มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยการสนับสนุนของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จัดการแสดงดนตรีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “ดุริยนาฏนวมินทร์” รอบกาลา โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในหลากหลายแวดวงมาร่วมรับชมงานแสดงดนตรีครั้งสำคัญเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่จัดแสดงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านดุริยศิลป์ วรรณศิลป์ และนาฏศิลป์ โดยแบ่งการแสดงเป็น 2 องก์ ได้แก่องก์ที่ 1 เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยนักร้องรับเชิญ อาทิ นันทิดา แก้วบัวสาย, ฉัฏฐ์วรรณ ทีปสุวรรณ, กิตตินันท์ชินสำราญ, กานดา วิทยานุภาพยืนยง, ศรัณย์ คุ้งบรรพต และคณะนักร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องก์ที่ 2 มโนห์รา บัลเลต์ (Manohra Ballet)บัลเลต์สัญชาติไทย ที่เมื่อ พ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์เพลงชุด “กินรี สวีท”(Kinari Suite) สำหรับการแสดงบัลเลต์เรื่อง “มโนห์รา” เปิดการแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2505ที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ ชุด “กินรี สวีท” บรรเลงโดยวงดุริงยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ร่วมแสดงโดยนักบัลเลต์ชาวไทยกว่า 100 คน ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศและได้ปรับเปลี่ยนสไตล์การเต้นให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น นับเป็นบุญของคนไทยที่มีองค์อัครศิลปินผู้พระราชทานบัลเลต์สกุลใหม่ พระราชทาน“มโนห์รา” ให้เป็นตัวแทนของ “นกไทย” ด้วย ซึ่งปกติจะเห็นท่าบัลเลต์ตามลำดับต่างๆ ของต่างประเทศที่มี สวอนเลค ไฟร์เบิร์ด หรือบลูเบิร์ด แต่ในที่สุดประเทศไทยก็มีนก เป็นต้นฉบับของเราเองนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และประธาน บี.กริม กล่าวว่า การแสดงดนตรี“ดุริยนาฏนวมินทร์” ได้เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงอันทรงคุณค่าในหลากหลายท่วงทำนอง ทั้งบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงมาร์ช ที่สะท้อนความมั่นคงของชาติ บรรเลงโดยวงโยธวาทิตโรงเรียนวัดสุทธิวราราม นอกจากนี้ยังมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ชุดแรกที่พระราชทานออกเพื่อการลีลาศ ที่สร้างความอภิรมย์แก่ประชาชน บรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ รวมทั้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ 3 บท ที่ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ขับร้องโดยนักร้องรับเชิญ นอกจากนั้นยังมีเพลงLullaby (ค่ำแล้ว) ที่ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อปี 2498 เพื่อกล่อมพระราชโอรสและพระราชธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ และปิดรายการเพลงขององก์แรกด้วยเพลงแผ่นดินของเรา ซึ่งบทเพลงทุกเพลงจะสร้างความประทับใจและตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ได้รับชมอย่างแน่นอน

วุฒา ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระปรีชาสามารถและพระเกียรติคุณทางด้านดนตรีเป็นที่ชื่นชมในระดับสากล ทรงเป็นคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง บทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกเพลงที่ได้พระราชทานไว้ล้วนเป็นบทเพลงอันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์และเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดย บุญรอดบริวเวอรี่ได้จัดทำโครงการเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ต่อเนื่องมาตลอดเวลาหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ และทำหน้าที่สืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์ไว้มิให้สูญหาย งานนี้ยังได้จัดการแสดงบัลเลต์ชุด “มโนห์รา” ขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงบัลเลต์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงครั้งแรกณ เวทีสวนอัมพร เมื่อ พ.ศ.2505 โดยเชิญบทเพลงชุด “กินรี สวีท”มาประกอบกับการแสดงบัลเลต์ที่ผสมผสานการเต้นบัลเลต์คลาสสิกกับนาฏยศิลป์ไทยในครั้งนั้น พระองค์ท่านทรงอำนวยการสร้าง กำกับ และทรงฉายภาพด้วยพระองค์เอง”

การแสดงมโนห์รา บัลเลต์ ในครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งมีมิติของเวทีทำให้สร้างสรรค์ฉาก แสง และดนตรีให้เป็นภาพที่สมบูรณ์แบบและงดงาม และยังเพิ่มรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นความพิเศษของฉาก ไม่ว่าจะเป็นความอลังการของฉากป่าไม้และสายน้ำ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสในสมด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ความว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า”รวมถึงมีตัวแสดงที่เป็นหญ้าแฝก และดอกดาวเรือง 9 ดอกในป่าหิมพานต์ เพื่อสื่อถึงพระองค์และพระราชกรณียกิจที่ทรงทุ่มเทเพื่อประชาชน

นับเป็นการแสดงดนตรีที่บทเพลงทุกเพลงสร้างความประทับใจ ซาบซึ้ง และตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ได้รับชมอย่างมิรู้ลืม โดยการสนับสนุนของบุญรอดบริวเวอรี่ บรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพในครั้งนี้ จะทำให้เราได้ย้อนรำลึกถึงพระปรีชาสามารถ ทางด้านดนตรีของพระองค์ท่าน และเพื่อเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่พระราชทานไว้ให้คงอยู่เป็นมรดกของแผ่นดินสืบไป

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์เปิดบ้าน‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372376

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์เปิดบ้าน‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์เปิดบ้าน‘สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นำโดย นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดบ้าน สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury นำเสนอประสบการณ์ลึกซึ้งในทุกรายละเอียดของความสุข ผ่านเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์กับเชฟชุมพล แจ้งไพรจากร้าน R HAAN ภายใต้คอนเซ็ปต์ CONNOISSEUR OF PLEASANT LIVING หรือลึกซึ้งถึงทุกรายละเอียดความสุข พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตภายใต้สังคมคุณภาพที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด

บริเวณคลับเฮ้าส์ของโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเตรียมไว้เพื่อให้ลูกบ้านสามารถจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ได้ในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่จัดเลี้ยงเพื่อนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษ กับอาหารเลิศรส 7 เมนู ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร จากร้าน R HAAN โดยคัดเลือกวัตถุดิบชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลก สะท้อนภาพของการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด ของ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ถูกเตรียมไว้ให้ได้ลิ้มรสชาติและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศค่ำคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยว่า โครงการสันติบุรี เดอะเรสซิเดนเซส เป็นโครงการแห่งความภาคภูมิใจของสิงห์ เอสเตท ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในโครงการแฟลกชิพที่มีมูลค่าถึง 6,500 ล้านบาทแต่ยังเป็นบ้านในระดับอัลตร้า ลักชัวรี่ ที่เต็มไปด้วยความพิเศษทั้งในเรื่องของดีไซน์และรายละเอียด ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของสิงห์ เอสเตท

“จุดเด่นของโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส คือความสวยงามของธรรมชาติและร่มเงาอันเขียวขจีของหมู่ไม้ เราจึงเลือกจัดงานในช่วงเย็นก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ซึ่งเป็นเวลาที่บรรยากาศภายในโครงการสวยงามที่สุด และเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวมักได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน เพื่อให้สัมผัสถึงความเป็นหนึ่งเดียวของธรรมชาติกับตัวบ้าน และซึมซับบรรยากาศในการอยู่อาศัย ภายในโครงการบ้านเดี่ยวที่มีความเป็นส่วนตัวสูงที่สุด” นริศ กล่าว

จากบ้านที่มีจำนวนเพียง 25 หลังบนพื้นที่ถึงกว่า 45 ไร่แห่งนี้ ภายใต้การออกแบบบ้านและคลับเฮ้าส์สไตล์ LUXURY MODERN TROPICAL ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ อยู่สบายเหมาะกับทุกฤดูกาลและภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทย ในพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการล้วนซ่อนแนวคิดและหลักการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดอย่างแท้จริง ภายใต้ปรัชญาของแบรนด์สันติบุรี คือการผสมผสานระหว่างปรัชญาการใช้ชีวิต (Philosophy of Living) และปรัชญาของธรรมชาติ (Philosophy of Nature)

ความสำเร็จและความแข็งแกร่งของแบรนด์ “สันติบุรี” ที่สะท้อนและถ่ายทอดมาจากแนวคิดของ สันติ ภิรมย์ภักดีผู้รังสรรค์แบรนด์ ซึ่งชื่นชอบและหลงใหลในงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบทั้ง รีสอร์ท และสนามกอล์ฟระดับเวิลด์คลาส ทำให้นิยามคำว่า “บ้าน” ระดับแฟลกชิพและ Exclusive Neighborhood ที่ สิงห์ เอสเตท ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นแห่งนี้ เปี่ยมไปด้วยความหมายในทุกๆ รายละเอียดที่ซ่อนอยู่ทุกมุมของบ้านที่ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส