จังซีลอนชวนบริจาคโลหิตวันฮาโลวีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371936

จังซีลอนชวนบริจาคโลหิตวันฮาโลวีน

จังซีลอนชวนบริจาคโลหิตวันฮาโลวีน

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ป๋าหน่อง-ประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ชวนคนสุขภาพดีมาร่วมบริจาคโลหิตในงาน “ฮาโลวีนปีนี้ มาร่วมทำบุญวันปล่อยผีกันเถอะจ้า…” เพื่อจัดหาโลหิตไว้สำรองจ่ายให้แก่ผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ และในกลุ่มผู้บาดเจ็บรุนแรง สูญเสียอวัยวะหรือเสียเลือดมากที่ต้องการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง โดยผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมบริจาคโลหิตได้ ในวันพุธที่ 31 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น. ณ ชั้น G โซนภูเก็ต สแควร์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าจังซีลอนป่าตอง ภูเก็ต หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.076-600111

ฟิตหุ่นสวยกับคลาสพิลาทิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371921

ฟิตหุ่นสวยกับคลาสพิลาทิส

ฟิตหุ่นสวยกับคลาสพิลาทิส

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไลฟ์สไตล์ ฟิตเนส เซ็นเตอร์ ชั้น 26 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนคุณมาฟิตหุ่นสวย กระชับทุกสัดส่วนไปกับคลาสพิลาทิส

การออกกำลังกายที่ไม่เหมือนวิธีอื่นๆ ที่คุณเคยทำมา เพราะคลาสพิลาทิสไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการออกกำลังกาย แต่ใช้เพียงแรงต้านจากร่างกาย และการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อช่วยพัฒนากล้ามเนื้อ ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ พิลาทิสเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยสูง เป็นการออกกำลังกายที่ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ปรับสรีระและโครงสร้างของร่างกาย ช่วยพัฒนาในเรื่องของความยืดหยุ่น การสร้างความแข็งแกร่ง และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัว อีกทั้งยังช่วยพัฒนาความสมดุลของการทำงานระหว่างการหายใจและการฝึกสมาธิ ซึ่งแตกต่างจากการออกกำลังกายชนิดอื่น ทำให้ผู้ฝึกมีบุคลิกภาพดีขึ้นและมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่าเดิม

คลาสพิลาทิส ทุกวันศุกร์ เวลา 18.30-19.30 น. และวันอาทิตย์ เวลา 10.00-11.00 น.สำหรับลูกค้าทั่วไป ราคา 400 บาท/ครั้ง หรือจะเลือกซื้อแบบแพ็กเกจ 10 ครั้ง ในราคาเพียง 3,500 บาท หรือแบบ 20 ครั้ง ในราคา 6,000 บาทเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-1006299

วิ่งเพื่อน้องกับแอคคอร์ โฮเทลส์ ‘ฮาร์ทเบรก ฮิลล์’ มินิมาราธอน ครั้งที่ 4-ใจละลายที่ปลายควน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371982

วิ่งเพื่อน้องกับแอคคอร์ โฮเทลส์ ‘ฮาร์ทเบรก ฮิลล์’ มินิมาราธอน ครั้งที่ 4-ใจละลายที่ปลายควน

วิ่งเพื่อน้องกับแอคคอร์ โฮเทลส์ ‘ฮาร์ทเบรก ฮิลล์’ มินิมาราธอน ครั้งที่ 4-ใจละลายที่ปลายควน

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือแอคคอร์ โฮเทลส์ ภาคใต้ ได้ร่วมจัดกิจกรรมเดินวิ่งเพื่อการกุศล แอคคอร์โฮเทลส์ “ฮาร์ทเบรก ฮิลล์” มินิมาราธอนครั้งที่ 4- “ใจละลายที่ปลายควน” ณ เขาขาดตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตโดยได้รับเกียรติจาก ประกอบ วงศ์มณีรุ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, เจริญศรี หงษ์ประสงค์ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ผู้บริหารในเครือแอคคอร์ โฮเทลส์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ประจำสำนักงานกรุงเทพมหานคร และผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมและรีสอร์ททั้ง 17 แห่ง ร่วมกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลในครั้งนี้ด้วย

กิจกรรมเดินวิ่งที่น่าตื่นเต้นและท้าทายในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอันดีจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และชมรมวิ่งต่างๆ จากทั่วประเทศ จึงทำให้กิจกรรมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างที่สุด โดยสามารถขายตั๋วได้มากถึง 4,000 ใบ มีนักวิ่งเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,500 คน และมีอาสาสมัครที่บริการด้วยใจกว่า 300 คนจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแอคคอร์โฮเทลส์ ภาคใต้ พร้อมระดมทุนได้กว่า650,000 บาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาและความเป็นอยู่ของเด็กที่ด้อยโอกาสในเขตจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงผ่านโครงการสร้างรอยยิ้มเพื่อน้อง (AccorHotels Yim Kids)

ฮาร์ทเบรก ฮิลล์ สื่อความหมายถึง เส้นทางที่ลาดชันที่มีอยู่หลายแห่งบนเขาขาด ที่ใช้เป็นการจัดเส้นทางการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งถือว่ายากและท้าทายแก่นักวิ่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากความสูงอยู่ที่ประมาณ 37 ถึง 171 เมตร จากระดับน้ำทะเล เนินเขาบนเขาขาดจะเป็นเป้าหมายให้นักวิ่งทุกคน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัย และระดับความสูงจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงระยะการวิ่ง ซึ่งนักวิ่งจะต้องทดสอบความสามารถตัวเองกับเนินเขาลูกนี้ว่า “จะสู้หรือยอมแพ้”เส้นทางที่สูงชันแห่งนี้ และไม่มีที่ใดในเกาะภูเก็ตที่จะมีการจัดมินิมาราธอนที่น่าตื่นเต้นและท้าทายแบบนี้อีกแล้ว อีกทั้งยังมีการสร้างขวัญและให้กำลังใจแก่นักวิ่งทุกคนจากเหล่าเชียร์ลีดเดอร์ ดีเจ จุดบริการน้ำดื่มแก่นักวิ่งมากถึง 11 จุด ซึ่งถูกจัดไว้ในบริเวณหาดพันวา จุดชมวิวเขาขาดและอ่าวยน ที่ซึ่งจะเห็นวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันสวยงามโดยรอบอีกด้วย

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกถกประเด็น ‘คาเฟอีน’ในเครื่องสำอางแก้ปัญหาผมร่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371924

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกถกประเด็น ‘คาเฟอีน’ในเครื่องสำอางแก้ปัญหาผมร่วง

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกถกประเด็น ‘คาเฟอีน’ในเครื่องสำอางแก้ปัญหาผมร่วง

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัญหาผมร่วง เป็นเรื่องใกล้ตัวคนทุกเพศทุกวัย จากไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เปลี่ยนไป เหล่าผู้ประสบปัญหาต่างค้นหาวิธีการแก้ไขเรื่อยมา โดยเฉพาะกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มองเห็นว่ายังมีตัวช่วยอื่นที่แก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องพึ่งการใช้ยา

ด้วยคติพจน์ของงานที่ว่า “เครื่องสำอาง : วิทยาศาสตร์เพื่อความงามและไลฟ์สไตล์” นักวิทยาศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมประชุม เมื่อเดือนกันยายน ٢٥٦١ ที่ผ่านมา ณ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี จัดโดยองค์กรซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจความงามและครื่องสำอาง IFSCC (The International Federationof Societies of Cosmetic Chemists) งานนี้ถือเป็นการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเชิงวิทยาศาสตร์ด้านเครื่องสำอางค์ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 30 โดยประเด็นสำคัญในการประชุมในปีนี้เน้นไปที่เรื่องของคาเฟอีน นับว่าเป็นครั้งแรกที่ส่วนผสมหลักที่ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในเครื่องสำอางอย่างคาเฟอีน ถูกจัดเป็นหัวข้อหลักในการบรรยายในหลายประเด็น

ความสนใจเชิงวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นพิเศษในปีนี้ คือส่วนผสมหลักที่ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในเครื่องสำอางอย่างคาเฟอีนในการประชุมของ The International Federation of Societies of Cosmetic Chemistsโดยนักวิทยาศาสตร์ 5 คนจาก 4 ประเทศได้ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาและการประยุกต์ใช้สูตรเครื่องสำอางค์ที่ใช้คาเฟอีนเพื่อบำรุงผมและความงาม” (Development and Application of Formulations Containing Caffeine for Hair Growth and Beauty) โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศ อินเดีย ฮังการี ออสเตรีย และเยอรมนี ต่างกล่าวสุนทรพจน์ที่พูดถึงการใช้คาเฟอีนในประเด็นสรีรศาสตร์เกี่ยวกับเส้นผม

ทั้งนี้ ผลการศึกษาการทดสอบที่แต่ยอมรับได้ยืนยันว่า คาเฟอีนมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการใช้ยาในการรักษาอาการผมร่วง ผลลัพธ์เชิงบวกของคาเฟอีนที่มีต่อสุขภาพเส้นผมเป็นที่รู้จักและได้รับการพิสูจน์มากว่า 15 ปี สสารชนิดนี้ออกฤทธิ์กระตุ้นเส้นผม และป้องกันปัญหาผมร่วงโดยพันธุกรรม โดยงานวิจัยชิ้นล่าสุดชี้ว่าคาเฟอีนไม่ได้มีประสิทธิภาพด้อยไปกว่าสารที่มีสรรพคุณทางยาอย่าง ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ราชิตา ธุรัท จากประเทศอินเดีย (Prof.Dr. Rachita Dhurat) ได้นำเสนอผลการศึกษาระหว่างการประชุมใหญ่ IFSCC โดยสรุปว่า “เป็นที่น่าประหลาดใจมากที่พบว่า คาเฟอีนมีประสิทธิภาพเท่ากับยาไมน็อกซิดิลในปริมาณ 5%”

อีกทั้ง ปัญหาผมร่วงนับเป็นปัญหาระดับโลก โดย 80% ของกรณีนี้พบว่า ปัญหาผมร่วงไม่ได้เกิดจากการเจ็บป่วยแต่เป็นเรื่องของพันธุกรรม ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าปัญหาผมร่วมโดยพันธุกรรม หรือ แอนโดรเจเนติคอะโลพีเซีย (Androgenetic Alopecia) ผู้ที่เลือกใช้ยาในการรักษาปัญหานี้พึงระลึกไว้ว่า สสารที่มีสรรพคุณทางยาย่อมให้ผลข้างเคียง (ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหัว คันไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะ และอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ)

คาเฟอีน ถือเป็นการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาผมร่วงและไม่ต้องการเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียง คาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นรากผมและป้องกันผลข้างเคียงเชิงลบของฮอร์โมนเพศชายที่ส่งผลต่ออาการผมร่วงก่อนวัย เมื่อรากผมได้รับการบำรุงโดยคาเฟอีนเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาผมร่วงโดยพันธุกรรมได้

ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นายแพทย์โธบิอัสฟิชเชอร์ (Prof. Dr.Tobias Fischer) จากประเทศออสเตรีย กล่าวว่า “ผลลัพธ์เชิงวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของคาเฟอีนปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 70 ทุกวันนี้โลกกำลังพยายามมองหาสสารใหม่ๆ แต่เราได้ศึกษาสสารที่เคยได้รับการยอมรับและได้ค้นผลลัพธ์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับสรีรศาสตร์ด้านเส้นผม”

ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ราชิตา ธุรัท จากประเทศอินเดีย ให้ความคิดเห็นว่า “ฉันประหลาดใจมากที่ได้รู้ว่า คาเฟอีน อาจมีประสิทธิภาพเท่ากับยาไมน็อกซิดิลในปริมาณ 5% และยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เมื่อผลลัพธ์เปิดเผยว่า คาเฟอีนนั้นมีประสิทธิภาพเทียบเท่าไมน็อกซิดิล 5%”

จากการสัมมนาครั้งนี้ พบว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาผมร่วงจากทั่วโลก ดังนี้ ผลสำรวจในอิหร่าน จัดทำโดย JSR Market Research เดือนกรกฎาคม 2561 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชายจำนวน 800 คน เพศหญิง 200 คน ระบุว่า 70% ของชาวอิหร่านเชื่อว่าปัญหาผมร่วงมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม 24% ของชาวอิหร่านเลือกที่จะมีชีวิตที่สั้นลงเพื่อแลกกับผมที่เสียไป หรือแลกกับการที่จะไม่ต้องหัวล้าน โดยผมร่วงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด (41%) รองลงมาคือกลิ่นตัว(28%) ในขณะที่ปัญหาน้ำหนักเกินและปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์มีความกังวลในระดับเดียวกัน (14%)

ขณะที่ผลสำรวจใน แอฟริกาใต้ จัดทำโดย Plus 94 Research ในปี 2556 โดยสำรวจผู้ชายจำนวน 600 คนในช่วงอายุ 20-65 ปี ระบุว่า เกือบ 40% ของผู้ชายในผลสำรวจเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาผมร่วง เกือบ 40% ของผู้ชายตอบว่าปัญหาผมร่วงน่ากังวลกว่าปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 34% ตอบว่าปัญหาผมร่วงส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองของพวกเขา 25% ตอบว่าปัญหาผมร่วงจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในสังคมของพวกเขา

OVS (โอวีเอส) เปิดแฟล็กชิพสโตร์สาขาใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371934

OVS (โอวีเอส) เปิดแฟล็กชิพสโตร์สาขาใหม่

OVS (โอวีเอส) เปิดแฟล็กชิพสโตร์สาขาใหม่

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แบรนด์เสื้อผ้าอันดับหนึ่งจากประเทศอิตาลี ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวและทุกไลฟ์สไตล์ OVS (โอวีเอส)เปิดแฟล็กชิพสโตร์ สาขาใหม่ ณ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ชวนช็อปแฟชั่นเสื้อผ้าอิตาเลียนสไตล์สุดชิคในราคาสบายกระเป๋า

เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิด OVS แฟล็กชิพ สโตร์ สาขาใหม่ ณ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ โดยมี สุทัศน์ อนุวุฒินาวิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), จักร เฉลิมชัย รองประธานกลุ่มพัฒนาธุรกิจใหม่และอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วยประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์, สิรีน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์, ปาริชาด องอาจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายลีสซิ่ง ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และนิศากร เมสันธสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ โอวีเอส บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน ณ ร้าน OVS แฟล็กชิพสโตร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ เมื่อเร็วๆ นี้

OVS เป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น (fast fashion) จากอิตาลีแบรนด์แรกที่มีสินค้าสำหรับทุกคน ทุกโอกาส ให้อิสรภาพในการแต่งตัวแบบอิตาเลียนในราคาที่จับต้องได้ มีร้านค้ากว่า 1,300 แห่งทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเพศ ทุกวัยนำทีมโดยบรรดาแฟชั่นไดเร็คเตอร์ที่มากด้วยประสบการณ์ นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมีโปรเจกท์พิเศษที่ร่วมงานกับดีไซเนอร์รับเชิญ และนักศึกษาด้านออกแบบที่มีความสามารถโดดเด่นจากโรงเรียนแฟชั่นชั้นนำต่างๆ ของโลก เพื่อสร้างสรรค์เทรนด์แฟชั่นล้ำสมัยและสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ตามไปช็อปเสื้อผ้าอิตาเลียนสไตล์สุดชิค ได้ที่ OVS (โอวีเอส) ทุกสาขา อาทิ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, สาขาเมกาบางนา, สาขาห้างจังซีลอน ภูเก็ต และสาขาใหม่ล่าสุด ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ หรือร่วมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/OVS.Thai/

ภาพถ่ายบันทึกภาพพลังน้ำใจของจิตอาสา ผลงาน 3 ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสซาเดอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371933

ภาพถ่ายบันทึกภาพพลังน้ำใจของจิตอาสา ผลงาน 3 ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสซาเดอร์

ภาพถ่ายบันทึกภาพพลังน้ำใจของจิตอาสา ผลงาน 3 ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสซาเดอร์

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ภาพถ่ายเปรียบเสมือนบันทึกความทรงจำอันมีค่า แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึกที่ช่างภาพได้ลั่นชัตเตอร์และถ่ายทอดสู่ภาพถ่ายยังไม่เลือนหาย Leica CameraThailand (ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์) แบรนด์กล้องลักชัวรี่ระดับโลก จัดงาน “LIFE’S WORTH” (ไลฟ์ส เวิร์ธ) นิทรรศการภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของพลังความจงรักภักดี ความสามัคคี ความเสียสละ และพลังน้ำใจของจิตอาสา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งหมด 17 ภาพ จากฝีมือการถ่ายภาพของ Leica Thailand Ambassador (ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสซาเดอร์) อาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ (จำนวน 7 ภาพ), พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ (จำนวน4 ภาพ) และ ชัชวาล จันทโชติบุตร (จำนวน 6 ภาพ) เนื่องในโอกาสครบรอบสองปีวันคล้ายวันสวรรคตณ บริเวณหน้า Leica Gallery Bangkok (ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก) ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

อาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ ในฐานะ Leica Thailand Ambassador กล่าวว่า “นิทรรศการนี้เกิดจากการคุยกันในกลุ่มของ ไลก้าไทยแลนด์ แอมบาสซาเดอร์ ว่าอยากทำอะไรที่สะท้อนให้เห็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำมาตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งผมระลึกถึงพระราชนิพนธ์แปลเรื่อง “นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ” จึงตกลงกันว่าลงพื้นที่เพื่อบันทึกภาพจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งก่อนลงพื้นที่ ผมก็คิดภาพไว้ว่าอยากได้ภาพแบบนั้นแบบนี้ พอลงพื้นที่จริงแล้วกลายเป็นว่าเราไม่ต้องทำอะไรมากกว่าบันทึกเหตุการณ์จริงๆ อารมณ์จริง บรรยากาศความจริงใจ เป็นพลังงานสะท้อนกลับออกมา สิ่งที่เหล่าจิตอาสาทำนั้นยิ่งใหญ่และไม่ได้ต้องการให้ใครมายกยอ พวกเขาทำให้เรานอนอยู่บ้านไม่ได้ เลิกงานกี่โมงดึกดื่นก็ขอลงพื้นที่ไปบันทึกสิ่งดีงามแบบนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด ผมว่ามันงดงามและปราศจากข้อแม้ สำหรับผมนี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำมาตลอดพระชนม์ชีพเป็นอย่างดี”

ชัชวาล จันทโชติบุตร หนึ่งใน Leica ThailandAmbassador เผยว่า “ช่วงนั้นผมต้องเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างนาน กลับอีกทีคือ หลังพระราชพิธีเสร็จสิ้น เลยเข้าไปกราบพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย ระหว่างนั้นได้เห็นการช่วยเหลือของอาสาสมัครมากมาย ผมรับหน้าที่เก็บภาพจิตอาสาบริเวณโรงครัว ซึ่งเปรียบเสมือนปากท้องและกำลังขับเคลื่อนทั้งหมด และได้มีโอกาสพูดคุยกับหลายท่านที่เป็นเจ้าของซุ้มทำอาหาร หลายท่านทำอาหารแจกตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เราลงพื้นที่เก็บภาพ ทุกคนพูดเหมือนกันว่า สิ่งที่ทำนั้นน้อยนิดมากเมื่อเปรียบกับสิ่งที่พระองค์ทรงทำต่อประชาชนชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจในชีวิตผมให้เห็นถึงคนที่เสียสละเพื่อผู้อื่นและการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน คือสิ่งที่เหล่าจิตอาสาระลึกได้และนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน ดังแนวทางที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติ”

บรรยากาศภายในงานเปิดนิทรรศการภาพถ่าย “LIFE’S WORTH” เป็นไปอย่างอบอุ่น มีเหล่าคนดัง อาทิ พัชทรี ภักดีบุตร, อภิชาตรักษะจิตร, จิตติมา วรรธนะสิน, ดนัย เกษมกุลศิริ,คุณากร เดชานุภาพ, วินรัตน์ ศันสนะเกียรติ, โสภาวดี เพชรชาติ, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, เบญจรัตน์ อรรถจินดา มาร่วมชมภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกรักสามัคคีของกลุ่มจิตอาสา ผู้ปิดทองหลังพระ เสียสละเวลา แรงกายและทุนทรัพย์ โดยไม่หวังผลตอบแทน และร่วมฟังเสวนาในหัวข้อ “ปิดทองหลังพระ” โดยอาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์, ชัชวาล จันทโชติบุตร และตัวแทนจิตอาสา สมยศ พรชัยรัตนโชติ, วัชรี เชาวะนะ, สาโรจน์ ดุลยคง, รัชดา แผ่นทอง, ปิยะนันท์ สุมาตรา บอกเล่าถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ และแนวทางการสานต่อพระราชดำริของพระองค์ท่านอีกด้วย

สำหรับจิตอาสา สมยศ พรชัยรัตนโชติ บริษัทให้บริการเช่าเหมารถตู้ ถนนข้าวสาร-สนามบิน เผยว่า “แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมมาเป็นจิตอาสาคือ ผมโตมาในย่านผ่านฟ้า ผมเฝ้าฯรับเสด็จพระองค์ท่านอยู่ริมถนนเสมอ ผมอยากทำความดีเพื่อพ่อ จึงตัดสินใจมาขับมอเตอร์ไซค์ แต่ช่วงหลังเห็นว่าคนมากันมากแล้วไม่มีใครบอกทาง ผมเลยมาทำจิตอาสาคอยบอกทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวไทย”

จิตอาสา สาโรช ดุลยคง อาชีพวิศวกรเสียง กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของจิตอาสาเกิดขึ้นหลังจากสำนักพระราชวังแถลงการณ์ว่าพระองค์สวรรคต ผมก็อยากจะทำความดีเพื่อพระองค์ท่านเพราะพระองค์ท่านทรงงาน เพื่อประชาชนชาวไทยโดยที่เราไม่เคยได้ยินพระองค์ท่านทรงบ่นว่าเหนื่อย ผมเลยตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งกาแฟ โอวัลติน มาม่า มาแจก สลับกับวิ่งรถรับ-ส่งทุกอย่างด้วยทุนทรัพย์ตัวเองแล้วก็กลุ่มเพื่อนๆ ใน Facebook บางคนมาไม่ได้ก็จะส่งเงินส่งของมา ตลอดเวลาที่ผ่านมายังใช้คำสอนของในหลวง รัชกาลที่ 9 คือ การทำดี โดยยึดคติที่ว่า การทำดีมันลำบาก ถ้าคิดจะทำดีต้องอดทน”

สำหรับเซเลบริตี้ เตย-วินรัตน์ ศันสนะเกียรติได้เผยถึงความรู้สึกถึงการได้ร่วมชมนิทรรศการภาพถ่าย LIFE’S WORTH ว่า “ภาพถ่ายสามารถหยุดเวลา ณ ขณะนั้น เป็นการเก็บโมเม้นต์ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เศร้า สุข หรือแม้กระทั่งความสูญเสีย ซึ่งภาพถ่ายในงานนี้พาย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น วันที่เพื่อนๆ และครอบครัวได้รวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือด้านอาหาร แจกยาดม ซึ่งทุกคนเต็มใจทำเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

อีกหนึ่งเซเลบริตี้ นุ่น-โสภาวดี เพชรชาติ เล่าว่า ดีใจที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ เพราะภาพถ่ายที่นำมาจัดแสดงนั้นต่างสะท้อนความรู้สึก สัมผัสถึงความตั้งใจ และการเสียสละของจิตอาสาทุกคน ซึ่งเมื่อได้มองภาพถ่ายก็เสมือนความทรงจำ ซึ่งในช่วงเวลานั้น ตัวนุ่นเองก็พาลูกไปร่วมแจกอาหาร เพราะอยากให้ลูกได้เห็นว่าการเสียสละ ความมีน้ำใจนั้นทำได้ไม่ยาก และไม่ได้ลำบากเลย แม้อากาศจะร้อนแต่การทำดีนั้นทำให้เราอิ่มใจ

“LIFE’S WORTH” นิทรรศการภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของพลังความจงรักภักดีความสามัคคี ความเสียสละ และพลังน้ำใจของจิตอาสาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เปิดให้ชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2561 เวลา10.00-20.00 น. ณ บริเวณหน้า Leica GalleryBangkok ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02-6561102

เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์ ด้วยเทคโนโลยีเอจล็อค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371706

เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์ ด้วยเทคโนโลยีเอจล็อค

เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์ ด้วยเทคโนโลยีเอจล็อค

วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในสภาวะปัจจุบันที่มีแต่ความเร่งรีบ ผิวหน้าของเราอาจอ่อนล้าและไม่สดใส เพราะสาเหตุการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอรวมถึงมลภาวะที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะฝุ่นละออง ที่อาจมีผลกระทบต่อผิวและทำลายชั้นคอลลาเจนของผิวเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ง่าย ปัญหาเหล่านี้ที่ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์พยายามไขความลับของธรรมชาติ เพื่อเราจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วสาเหตุที่ใบหน้ามีริ้วรอยนั้นเกิดจากอะไร และจะมีวิธีหยุดยั้งกระบวนการนี้ได้หรือไม่ ทำอย่างไรที่จะรักษาความสดใสและคงความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณให้อยู่กับเราไปนานๆ ไม่ว่าเวลาหรืออายุจะเพิ่มขึ้นอีกกี่ปีก็ตาม จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมอันเป็นลิขสิทธิ์ในการคิดค้นเทคโนโลยีเอจล็อค เพื่อให้ผู้ที่รักสุขภาพผิวยังคงมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งไม่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา

จากการค้นคว้าวิจัยด้านการต่อต้านความเสื่อมชราโดยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์นูสกิน และสถาบันวิจัยยีน ไลฟ์เจน เทคโนโลยี ได้ทำการต่อยอดผลงานวิจัยเรื่องยีน (Gene) โดยศึกษาลึกลงไปในระดับโครงสร้างและการทำงานของดีเอ็นเอ (DNA) ในร่างกายมนุษย์พบว่ากลุ่มยีนที่อยู่ในร่างกายคนเรามีอิทธิพลที่ส่งผลต่ออายุผิวด้วยเช่นกัน

ดร.โจเซฟ วาย แชง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ บริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์สอิ้งค์ กล่าวว่า ด้วยลักษณะของผิวคนที่แตกต่างกันประกอบไปด้วย ผิวแห้งผิวมันผิวผสม และผิวแพ้ง่าย สูตรในการดูแลผิวของแต่ละคนจะขึ้นกับสภาพผิวเหล่านี้แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับสภาพผิวของตน ทำให้การดูแลสุขภาพของผิวหนังกลายเป็นเหมือนการทดลองผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แต่ทั้งนี้ความชราของผิวหนังนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ผิวหนังอย่างเดียวแต่ยังเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านระบบการทำงานภายในร่างกาย นั่นคือ “ยีน” โดย นูสกินผู้นำนวัตกรรมด้านการชะลอวัยได้คิดค้นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “เอจล็อค” เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นยีนแห่งความอ่อนเยาว์ให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยกระบวนการที่เรียกว่า “การรีเซ็ตการแสงออกของยีนให้ออกมาในรูปแบบเยาว์” ทั้งนี้ที่เราเลือกให้ความสนใจกับผิวหน้าเป็นอย่างแรกเพราะผิวหน้าเป็นสิ่งที่คนเรามองเห็นได้ชัดเจน จับต้องได้ และผิวหน้าของเราเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนเยาว์และความมีชีวิตชีวา

“ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องผิวหน้าเป็นปัญหาที่พบได้ในทุกเพศทุกวัยเนื่องจากมลภาวะ การรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์และชีวิตการทำงานที่ทำให้มีเวลาออกกำลังกายน้อยลงทำให้ผิวหน้าของเรากำลังพ่ายแพ้ต่อปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามากระตุ้นรวมถึงสภาพของผิวหนังก็ยังเปลี่ยนแปลงไปตามด้วยอายุที่มากขึ้น ในวัยเด็กจะเป็นวัยที่มีผิวหนังสมบูรณ์ที่สุด คือ เนียนเรียบ เต่งตึง ชุ่มชื้น และมีน้ำมันมาหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ แต่เมื่ออายุมากขึ้นสภาพผิวก็จะเปลี่ยนไป รวมถึงสภาพแวดล้อมภายนอก คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะสุภาพสตรี จึงแสวงหาวิธีที่จะรักษาผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ”

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ นูสกิน ได้แนะวิธีชะลอริ้วรอยก่อนวัย แบ่งเป็น3 วิธีด้วยกัน คือ ข้อแรก การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (antioxidant) คือสารที่มีทำหน้าที่ในการลดเลือนและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายผิวให้มีริ้วรอยเหี่ยวย่นง่าย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เป็นต้น โดยอาจใช้ทั้งเป็นครีมบำรุงผิวหน้า หรือผลิตภัณฑ์มาส์กหน้า ข้อสอง การทาครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะแสงแดด คือสิ่งที่ทำลายผิวให้หมองคล้ำและยังนำมาซึ่งริ้วรอยเหี่ยวย่นง่ายก่อนวัย และควรเลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF เพียงพอในการปกป้องผิว เช่น หากอยู่ท่ามกลางแดดจัดนานๆ ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปและควรทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมง แต่หากอยู่ในร่มจะใช้ครีมกันแดดค่า SPF 15-30 ก็ถือว่าช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้อย่างเพียงพอ และข้อสุดท้ายคือ ใช้เครื่องสำอางที่มีสารบำรุงผิว สำหรับคนที่แต่งหน้าที่ใช้เครื่องสำอางประเภทรองพื้น ไพรเมอร์ เบสและแป้ง ควรเลือกเครื่องสำอางที่มีสารอาหารบำรุงผิวในตัวโดยเฉพาะมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและยังช่วยในการต่อต้านริ้วรอยไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ ปัญหาริ้วรอยแห่งวัยเหล่านี้ยังมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ การเคลื่อนไหวและการแสดงอารมณ์ของใบหน้า การสูบบุหรี่ รวมไปถึงการทำงานระดับโครงสร้างของยีน (Gene) ภายในร่างกายทำงานไม่ผสานกัน ดังนั้น การดูแลสุขภาพผิวจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและต้องให้ความสำคัญทั้งจากภายนอกและภายในอย่างสม่ำเสมอ

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาทีมนักวิทยาศาสตร์ นูสกิน ได้ร่วมกับ สถาบันวิจัยพันธุกรรมมนุษย์ ไลฟ์เจนเทคโนโลยี ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบเทคโนโลยีที่สามารถเข้าไปปรับกระบวนการทำงานของยีนได้ มีชื่อเรียกว่า เทคโนโลยีเอจล็อค (ageLOC technology) คือ นวัตกรรม ที่มีความสามารถในการกระตุ้นการทำงานของยีน ให้กลับมาสดชื่นสดใส ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

นอกจากนี้ นวัตกรรมจากเทคโนโลยีเอจล็อค ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์เพอร์ซันแนลแคร์ ที่ช่วยดูแลผิวให้ได้รับการฟื้นฟูกลับสู่ความอ่อนเยาว์อีกครั้ง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ใช้หลักการสำคัญของเทคโนโลยีเอจล็อคในการกระตุ้นการทำงานของยีนให้กลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และล่าสุด “เอจล็อคลูมิสปา” เครื่องทำความสะอาดและทรีทเม้นต์ผิวหน้าในขั้นตอนเดียวโดยนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า “ไมโครพัลส์-ออสซิเลชั่น” (Micropulse Oscillation) หนึ่งในนวัตกรรมอันเป็นลิขสิทธิ์ของนูสกิน ที่นอกจากจะทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างสะอาดหมดจดแล้ว ยังช่วยกระตุ้นผิวด้วยความถี่ที่แม่นยำ สามารถส่งเสริมการสร้างโปรตีนให้ผิวได้จริง ผสานการทำงานอย่างลงตัว ถือเป็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่ในตระกูลเอจล็อค จากนูสกิน

คนดังรุ่นใหม่แชร์ไอเดียเลือกซื้อคอนโดเพื่อลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371718

คนดังรุ่นใหม่แชร์ไอเดียเลือกซื้อคอนโดเพื่อลงทุน

คนดังรุ่นใหม่แชร์ไอเดียเลือกซื้อคอนโดเพื่อลงทุน

วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยุคสมัยนี้เรื่องของ “การลงทุน” โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย จะเน้นลงทุนกับอะไรที่มีความมั่นคงและให้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเป็นการต่อยอดเงินฝากให้งอกเงย และเพื่อให้รองรับอนาคต ซึ่งปัจจุบันการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงถือเป็นเทรนด์ฮิตอันดับต้นๆ ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะซื้อไว้เก็งกำไรแล้ว ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตระยะยาวได้อีกวิธีหนึ่ง

ล่าสุด โครงการ“The Reserve Sukhumvit 61 Hideaway” ลักซ์ชัวร์รี่คอนโดระดับพรีเมียมของ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Hideaway ที่มีแรงบันดาลใจมาจาก“Start your never ending vacation” จุดเริ่มต้นของการพักผ่อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด ได้เชิญลูกค้าระดับ VVIP และเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดัง มาเยี่ยมชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวัน “The Reserve 61 HideawayVVIP Day” อาทิ มณฑ์ลัชชา สกุลไทย, สิตามนินท์สุสมาวัตนะกุล, ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์,อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา, มนตร์ลดา พงษ์พานิช,สุทัศนีย์ ซอโสตถิกุล, นวดีศิริชนะชัย, พญ.อังศ์วราธีระตันติกานนท์ ฯลฯ พร้อมแชร์ประสบการณ์เทคนิคการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน

ออ-อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา หนุ่มรุ่นใหม่ดีกรี ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท วินทูเกเตอร์ จํากัด ได้แนะเทคนิคการเก็บเงินออมและการลงทุนว่า “โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบความเสี่ยง จึงไม่นิยมนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นเหมือนคนอื่นๆ เพราะเศรษฐกิจในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ดังนั้น เมื่อมีรายได้เข้ามา ผมจะแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งประมาณ 10-20% จะนำไปฝากประจำกับสถาบันการเงินต่างๆ หรือไม่ก็นำไปซื้อกองทุน ส่วนที่สองผมจะนำเงิน 20-30% มาลงทุนกับการซื้อเครื่องประดับ อาทิ เพชร หรือ ทอง สะสมไว้ เพื่ออนาคตถ้าราคาสูงขึ้น เราก็สามารถนำมาขาย และนำเงินสดมาฝากธนาคารได้ และสุดท้ายส่วนที่ 3 ผมจะนำเงินประมาณ 40-50% ไปซื้อคอนโดมิเนียม โดยเลือกซื้อทำเลที่ดี เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ห้างสรรพสินค้า เพราะไลฟ์สไตล์คนส่วนใหญ่ชอบอยู่ในเมือง ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ โดยจากประสบการณ์การลงทุนด้านอสังหาฯ เพียงระยะสั้นๆ ก็สามารถคืนกำไรได้สูงถึง 10-30% สุดท้ายอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่หลายๆ คน ที่กำลังคิดหาวิธีการลงทุนเพื่ออนาคต อยากให้ทุกคนคิดและศึกษาข้อมูลให้ดีเนื่องจากทุกการลงทุนมีความเสี่ยง อย่าตัดสินใจเร็วจนเกิดไป อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้”

นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร ดีไซเนอร์คนสวย เจ้าของแบรนด์คานิท (Canitt) บอกว่า“ด้วยความที่เรามีธุรกิจเป็นของตัวเอง ดังนั้น เรื่องการใช้เงินจะค่อนข้างระวังมากๆ โดยส่วนตัวนิดหน่อยจะแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ อาทิ เงินออม เงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว เงินทุนสำหรับธุรกิจ ซึ่งเราจะแบ่งทุกอย่างออกจากกันโดยชัดเจน นอกจากเงินทั้ง 2 ส่วนนี้แล้ว นิดหน่อยก็จะมีเงินอีกก้อนไว้สำหรับการลงทุนซึ่งตอนนี้นิดหน่อยเริ่มสนใจในธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากตัวเองเป็นคนบ้านไกลมาก แต่ไลฟ์สไตล์การทำงานและชีวิตส่วนตัวต้องเดินทางเข้าเมืองตลอดเวลา ล่าสุดจึงตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมแถวๆ สาทร ซึ่งเวลาผ่านไปไม่นาน ราคาก็สูงขึ้นเกือบเท่าตัว คาดว่าในอนาคตที่ดินย่านนั้นจะเป็นที่ต้องการของคนจำนวนมาก ตอนนี้เลยเริ่มมองหาคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท-เอกมัยไว้สำหรับการลงทุนในอนาคต แต่เราก็ต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน เราต้องเลือกทุกอย่างให้ตอบโจทย์ความต้องการ เพราะถ้าเราคิดจะขายต่อ หรือปล่อยเช่า ต้องคำนึงถึงใจเขาใจเราทุกคนย่อมอยากได้สิ่งที่ดีเสมอ ถ้าเราไม่อยากเจ็บตัวในเรื่องการลงทุน ก็ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจนะคะ”

ปิดท้ายที่ เฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช ผู้บริหารสาวเก่ง ได้ให้แง่คิดดีๆ ว่า “การลงทุนด้านอสังหาฯ เป็นการลงทุนที่สามารถสร้างกำไรให้กับเจ้าของทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูหลายๆองค์ประกอบ ถ้าเราคิดจะลงทุนด้วยวิธีนี้ เราควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ที่สำคัญก่อนตัดสินใจลงทุนในธุรกิจด้านนี้ เราควรเลือกโครงการที่น่าเชื่อถือ เพราะบริษัทนายทุนผู้สร้างอสังหาฯ ถือเป็นหัวใจหลักมันหมายถึงความมั่นคง ระบบบริหารจัดการด้านต่างๆ ภายในโครงการ ที่สำคัญทำเลที่ตั้งต้องตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้า เงียบสงบ เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย”

พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371743

พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิธีงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี พระครูวินัยธรกิตติศักดิ์โคตมสิสโส ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์, ณัฐพัชร์ อินทุภูตินายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ประธานพิธีฝ่ายฆราวาส, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ อุปนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และประธานดำเนินงานตลอดจนคณะกรรมการบริหารพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ได้ร่วมกันจัดการเทศน์แหล่ร่ายยาวเล่าเรื่องมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งในอดีตชาติที่เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรบรมโพธิสัตว์ ซึ่งทรงบำเพ็ญทานบารมีเป็นชาติสุดท้าย ก่อนที่จะตรัสรู้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคราวที่เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์สิทธัตถะ

โดยหลักการสำคัญที่ทางพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จัดให้มีการเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ ณ หอประชุมพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ขึ้นในครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้วยังเพื่ออนุรักษ์พัฒนาและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย เสริมสร้างอัธยาศัยในเรื่องของความรัก ความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเสียสละ และความกตัญญู ซึ่งเป็นเรื่องของคุณธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจของคนในชาติ รวมถึงเป็นการสืบสานอนุรักษ์รูปแบบของวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยสืบไป และเพื่อให้ผู้ที่ได้สดับพระธรรมเทศนาเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ จบภายในวันเดียวได้ผลบุญอันยิ่งใหญ่ ส่งผลแก่ตนเองและครอบครัวในภายภาคหน้าด้วย

การจัดงานในครั้งนี้มีคณะและผู้ที่มีจิตศรัทธาในกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพกัณฑ์ต่างๆ มากมาย อาทิ ได้รับความเมตตาจากมูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ โดย พล.ร.อ.นพ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ประธานมูลนิธิฯเสด็จมาด้วยพระองค์เอง ยังความปลาบปลื้มให้แก่นายกและคณะกรรมการ เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมี สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติกรุงเทพมหานคร, ศ.เกียรติคุณ พญ.คุณหญิงสุดสาคร ตู้จินดา, สายพิณ พหลโยธิน, ลลิสา จงบารมี และเพื่อนๆ คณะอาจารย์-นักศึกษาพระอภิธรรม และพระสูตร คณะโครงการอบรมจิตตภาวนา ชมรมศิษย์กรรมฐาน คณะหลักสูตรครูสมาธิและพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ทำให้พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯแน่นไปด้วย ผู้มีจิตศรัทธามากมาย

ภายในหอประชุมพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯและบริเวณด้านนอกโดยรอบมีการจัดตกแต่งสถานที่ได้อย่างสวยงามเสมือนเป็นป่าหิมพานต์ ตกแต่งด้วยผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล ต้นกล้วย ต้นอ้อย ผลไม้ตามฤดูกาล ประดับประดาด้วยดอกบัว 1,000 ดอก และดอกไม้หลากหลายพันธุ์เป็นจำนวนมาก ภายในงานพุทธศาสนิกชนทุกท่านมีความตั้งอกตั้งใจสดับฟังพระธรรมเทศนาเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกกันอย่างดีเป็นไปด้วยความเคารพ เพราะในเรื่องราวของแต่ละกัณฑ์นั้นเต็มไปด้วยข้อคิดคติธรรมเตือนใจแก่ผู้มาฟังเทศน์ ซึ่งมีเป็นจำนวนมากจนล้นหอประชุมใหญ่ของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และยังเต็มตึกสัญญาธรรมศักดิ์ อีกทั้งพระนักเทศน์นั้น นอกจากมาเล่าขานในท่วงทำนองการแหล่ประกอบการเทศน์ที่ให้ทั้งความรู้ความเพลิดเพลิน ยังทำเวลาในการเทศน์ได้ดีสามารถเทศน์จนครบทั้ง 13 กัณฑ์ ให้จบได้ภายในวันเดียว ในช่วงท้ายมีการจุดเทียน สงบนิ่งรำลึก เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หลังจากเสร็จสิ้นพิธีได้มีการปะพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ที่มีจิตศรัทธาเจริญในกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพแต่ละกัณฑ์ครบทั้ง 13 กัณฑ์ และพุทธศาสนิกชนที่ได้มาร่วมงาน และตอนจบได้มีการโปรยเหรียญซึ่งเป็นเสมือนฝนโบกขรพรรษให้เป็นทานโดย ดร.ศศมนต อินทุภูติ, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ เพื่อเป็นการสื่อความหมายถึงทานบารมีในมหาเวสสันดรชาดกให้แก่ญาติธรรมที่อยู่ภายในงานโดยลักษณะของเหรียญโปรยทานได้มีการสร้างสรรค์ให้เสมือนฝนโบกขรพรรษ

ทั้งนี้ภายในงานยังมีโรงทานบริการอาหารเครื่องดื่ม มีขนมคบเคี้ยวจากบริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน) แก่ผู้มาร่วมงานตลอดทั้งวัน ได้อิ่มบุญอิ่มกาย อิ่มใจ จนเป็นที่ปลาบปลื้มแก่ผู้ที่มาร่วมสดับพระธรรมเทศนา “เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติ” ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

บี มาย เกสท์ : ‘รณิดา เหลืองฐิติสกุล’ ชีวิตนี้…ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371748

บี มาย เกสท์ : ‘รณิดา เหลืองฐิติสกุล’ ชีวิตนี้...ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

บี มาย เกสท์ : ‘รณิดา เหลืองฐิติสกุล’ ชีวิตนี้…ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาชีพ “ข้าราชการ” นับว่าเป็นงานที่มีความมั่นคงมีเกียรติ หากเป็นข้าราชการระดับสูงก็มีคนนับหน้าถือตา ในขณะเดียวกัน “ข้าราชการ” ก็ถูกมองว่าเป็นงานสบาย ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม แต่นั่นไม่ใช่ “ข้าราชการ” ในความคิดของรณิดา เหลืองฐิติสกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ ข้าราชการผู้ยึดมั่นในคุณธรรมและปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเข้มแข็ง เพราะตระหนักดีว่า ข้าราชการ คือผู้ทำงานเพื่อประชาชนและแผ่นดิน ที่สำคัญเงินเดือนข้าราชการล้วนมาจาก “ภาษีของประชาชน”

รณิดา เล่าว่า มีความตั้งใจที่จะเข้ารับราชการมาตั้งแต่วัยเด็ก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะค่านิยมของพ่อแม่ในยุคเก่าที่อยากเห็นลูกรับราชการ เมื่อเรียนจบและสามารถสอบบรรจุเป็นข้าราชการได้ดังที่ตั้งใจ เธอจึงมุ่งมั่นที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่และดีที่สุด

“ดิฉันมีอริยสงฆ์ 2 รูป ที่นับถือ คือท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี และ หลวงปู่แบนวัดดอนธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร ทั้งสองท่านเป็นพระสงฆ์ที่ไม่มีเงินเดือนแต่ท่านออกทำงานแจกจ่ายให้คนยากจน สร้างโรงพยาบาล คือนอกจากเผยแพร่พระพุทธศาสนา ท่านยังสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ทำไมท่านถึงทำได้ แต่ตัวเราเองเป็นข้าราชการ กินเงินหลวง จะนิ่งเฉยอย่างไร จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ดิฉันทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งตัวเราเองก็เชื่อว่านี่คือโอกาสที่เราได้ทำบุญอีกทางหนึ่ง”

จากข้าราชการตำแหน่งเล็กๆ ไต่เต้าจนมาถึงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ รณิดา บอกว่า ก็ยังไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตอะไร แต่เป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบสูง

“ตั้งแต่รับราชการมา ดิฉันกล้าพูดได้ว่าตนเองเป็นคนจริงจังกับงาน ทุ่มเท ยึดความสำเร็จที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เพราะงานราชการ เราทำงานด้วยงบประมาณที่มีจำกัด และเป็นเงินภาษีประชาชน ดังนั้น เราต้องเอาประโยชน์ของประโยชน์และประเทศชาติเป็นที่ตั้ง นี่คือสิ่งที่ยึดถือมาตลอดชีวิตการเป็นราชการ

มีหลายๆ ครั้งก็คิดนะว่าพี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานกับเรา เขาจะรำคาญเราหรือเปล่า เขาจะเหนื่อยมากไปไหม เราใช้งานเขาหนักไปไหม แต่ดิฉันก็จะบอกกับผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดว่า งานของเรา คืองานที่ต้องนึกถึงประชาชนและประเทศชาติ เมื่อได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชามาแล้ว เราต้องทำให้เต็มที่ ก่อนทำงานก็ต้องวางแผนให้ดี ทำงานเสร็จแล้วก็ต้องตรวจสอบให้ถ้วนถี่ เพราะเมื่องานผ่านไปแล้วและมีข้อผิดพลาด บางครั้งเราก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้เลย แต่ถ้าเราทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีความซื่อสัตย์สุจริต นึกถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติมาก่อน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ความสำเร็จของการทำงานปรากฏต่อสาธารณชน และสร้างความภาคภูมิใจในหน้าที่การงานของตนเองได้เป็นอย่างดี”

เรียกได้ว่าเป็น ข้าราชการน้ำดี และเป็นผู้หญิงเก่งที่มีความเป็น “ผู้นำ” แต่ทั้งนี้ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ บอกว่า การเป็นผู้นำหรือเป็นคนเก่ง ก็ไม่สามารถทำงานให้สำเร็จได้ถ้าไม่มีทีมงานที่ดี

“รูปแบบงานที่ดิฉันทำ ส่วนใหญ่คนจะบอกว่าไม่เหมือนงานทั่วไป แตกต่าง มีความทันสมัย เพราะดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครเก่งทุกอย่าง การทำงานต้องมีองค์ประกอบหลายส่วน ดังนั้น ในการทำงานจึงมีการเชิญผู้รู้ ผู้มีความเชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้การดำเนินงานโครงการต่างๆ มีประสิทธิภาพ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าผู้ที่เราเชิญมาทำงานด้วยล้วนมีอุดมการณ์ที่ดีในการปฏิบัติงานคือ คุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ตั้ง เมื่อเรามีทั้งคนเก่ง และคนดี งานจึงออกมาสำเร็จตามเป้าหมาย”

ล่าสุด เธอเพิ่งเป็นโต้โผในการจัดนิทรรศการภาพถ่าย “100 ภาพ 1,000 เรื่อง เมืองศรีสะเกษ” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้มีโอกาสมาจัดนิทรรศการที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ ไปเมื่อเร็วๆ นี้

“ด้วยหน้าที่ ดิฉันต้องลงพื้นที่อยู่เป็นประจำ เพื่อดูแลทุกข์สุขของพี่น้องชาวศรีสะเกษ ทำให้มีโอกาสได้เห็นมุมต่างๆ ที่คนนอกพื้นที่อาจจะยังไม่เคยเห็น จึงเป็นที่มาของการจัดนิทรรศการครั้งนี้เพราะบางสิ่งบางอย่างที่เราพบเห็นก็ไม่สามารถที่จะเล่าได้หมด จึงให้ภาพถ่ายมาเล่าเรื่องเมืองศรีสะเกษแทน ดังคำกล่าวที่ว่าภาพหนึ่งภาพทดแทนคำพูดได้เป็นหมื่นๆ คำ โดยหวังว่าคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวที่ได้ชมนิทรรศการชุดนี้ จะเกิดแรงบันดาลใจอยากไปสัมผัสวิถีชีวิตและท่องเที่ยวที่จังหวัดศรีสะเกษบ้าง เพราะเรื่องเมืองศรีสะเกษ พูดอย่างไรก็พูดไม่หมด มันเป็นประสบการณ์ที่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง”

ในด้านชีวิตส่วนตัว รณิดา คือ ภริยาของท่านผู้พิพากษา และเป็นแม่ของลูกๆ สามคน ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ยึดหลักธรรมและความพอเพียง

“สามีเป็นผู้พิพากษา อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ส่วนตัวดิฉันอยู่ที่ศรีสะเกษ ลูกๆ ก็อยู่ในวัยเรียนทั้งหมด วันหยุดสุดสัปดาห์หากไม่ติดงานราชการ จึงเป็นวันครอบครัว ดิฉันใช้วิธีการสื่อสารพูดคุยให้ลูกๆ เข้าใจว่าทั้งพ่อและแม่เป็นข้าราชการที่ต้องทำงานเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเขาก็เข้าใจ ถ้าลูกมีปัญหาอะไร พูดกับพ่อแม่ได้ทุกเรื่อง เราพร้อมรับฟังและให้คำปรึกษาลูกได้เสมอ ในส่วนตัวของดิฉันหลักเลี้ยงลูกก็คือหลักธรรมะ ปฏิบัติแต่สิ่งที่ดี ที่ชอบ ที่ควร เพื่อเป็นแบบอย่างให้เขา ซึ่งมันได้ผลมากกว่าที่เราจะมานั่งพูดนั่งสอน เพราะเวลาที่เราใช้ร่วมกันในวันหนึ่งๆ มันก็น้อยอยู่แล้ว ดังนั้น เราต้องใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพดีกว่า”

การเป็นข้าราชการ ถือเป็นงานที่ได้สร้างประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เป็นการสร้างความดีได้ทางหนึ่งอยู่แล้ว แต่สำหรับ รณิดา เธอยังเสียสละแรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ส่วนตัว ในการทำงานเพื่อสังคมด้วยการก่อตั้งมูลนิธิบูชาคุณพระพุทธเจ้าและแทนคุณแผ่นดิน

“มูลนิธิฯ นี้ดิฉันก่อตั้งขึ้นเพื่อการช่วยเหลือพระพุทธศาสนา การสาธารณสุข การศึกษาของเด็กด้อยโอกาส และสาธารณกุศลอื่นๆ ด้วยความที่งานราชการของตนเอง ทำให้ได้พบเจอกับประชาชนคนไทยที่ยังขาดแคลน ด้อยโอกาส จึงอยากเป็นส่วนเล็กๆ ของสังคมที่จะสร้างเครือข่ายในการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส ซึ่งทุนทรัพย์ก็มาจากเงินเดือนข้าราชการที่เหลือใช้จ่ายภายในครอบครัวแล้ว เราก็แบ่งส่วนหนึ่งมาทำประโยชน์ต่อผู้อื่น พอทำมาเรื่อยๆ เท่าที่กำลังทรัพย์เราพอมี ไม่เคยขอใครนะคะ แต่มีคนเห็นความตั้งใจของเราและเขาเองก็มีจิตกุศลอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ก็แสดงความจำนงมาร่วมกับมูลนิธิฯ ตรงนี้ก็ยิ่งทำให้ดิฉันภูมิใจว่า สิ่งเล็กๆ ที่เราทำ แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้”

เป็นเรื่องราวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้เราพอจะเชื่อมั่นได้ว่า “ข้าราชการไทยน้ำดี” ที่ไม่ต้องงมเข็มในมหาสมุทรก็เจอ