ความมัน และสีสันงานโปโลการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412386?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ความมัน และสีสันงานโปโลการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน

23 มกราคม 2563 – 17:25 น.
โปโล,แข่งขันขี่ม้า,บีกริม - บีเอ็มดับเบิลยู ไทย โปโล โอเพ่น 2020,ดรฮาราลด์ ลิงค์,บีกริม,สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา,การกุศล,แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธย
เปิดอ่าน 235 ครั้ง

ทีมแทง โปโล จากจีนคว้าแชมป์ขี่ม้าโปโลการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน “บี.กริม – บีเอ็มดับเบิลยู ไทยโปโล โอเพ่น 2020”

ยิ่งใหญ่ตระการตาและอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข สมกับเป็นการแข่งขันที่คนรักกีฬาขี่ม้าโปโลรอคอย สำหรับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลรายการ “บี.กริม – บีเอ็มดับเบิลยู ไทย โปโล โอเพ่น 2020” (B.Grimm – BMW Thai Polo Open 2020) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รอบชิงชนะเลิศเพื่อหาแชมป์ประจำปี 2563

           ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ถ่ายภาพกับผู้ชนะเลิศที่ 1 – 3 ในการแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (ขี่ม้าโชว์จัมปิ้ง)

ซึ่ง ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม  และในฐานะนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นันทินี แทนเนอร์ อุปนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าประเทศไทย ร่วมกับ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จำกัด ผู้สนับสนุนหลัก จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีและจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 15 โดยรอบชิงชนะเลิศนั้น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

วันเพ็ญ ศักดาทร – นันทินี แทนเนอร์ 

ภัทรพล -ลี พึ่งบุญพระ

การแข่งขันขี่ม้าโปโล ไทย โปโล โอเพ่น 2020 ถือเป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลเปิดฤดูกาลที่โด่งดังรายการหนึ่งในเอเชียซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมี ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริมและนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานท่ามกลางธรรมชาติบนสนามแข่งม้าที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย โดยในปีนี้มีทีมโปโลฝีมือระดับเอเชียที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายได้แก่ 1. ทีมเจ้าภาพ ไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย 2.ทีม ลา ฟามิเลีย (LA FAMILIA) ประเทศมาเลเซีย 3. ทีมรอยัลปาหัง (ROYAL PAHANG) จากประเทศมาเลเซีย และ 4. ทีมแทง โปโล (TANG POLO) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นเพื่อเก็บคะแนนในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สำหรับผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีม แทง โปโล (TANG POLO) และไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย ปรากฏว่าทีมแทง โปโล (TANG POLO) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้คว้าแชมป์ชนะทีมไทยโปโลไปด้วยคะแนน 8 ต่อ 7 คว้าถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครอง ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ทีม ลา ฟามิเลีย (LA FAMILIA) ประเทศมาเลเซีย และอันดับ 4 ทีมรอยัลปาหัง (ROYAL PAHANG) จากประเทศมาเลเซีย

ทีมแทง โปโล (TANG POLO) จากจีคว้าแชมป์

นอกจากการแข่งขันขี่ม้าโปโล ไทย โปโล โอเพ่น 2020 จะเป็นการแข่งขันกีฬาโปโลในระดับที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาผู้เข้าแข่งขันระดับนานาชาติเพื่อชิงถ้วยพระราชทานฯ แล้วนั้น ยังเป็นการจัดงานเพื่อหารายได้เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาให้แก่ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ภายในงานจึงเต็มไปด้วยสีสัน และความสวยงามจากบรรดาแขกผู้มีเกียรติและเหล่าเซเลบริตี้ใจบุญของเมืองไทยที่พร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมและชมการแข่งขันกันอย่างคับคั่ง อาทิ มาร์ค ธาวิน พี เซียวตง, ปวีร์ สมประสงค์, จิราภา ลักษณวิศิษฎ์, ยุวภา บรรยงรักษ์กุล, นพ.ณัฐภัทร-ศุภณัฐ มีนชัยนันท์, แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ดวงใจ โพธิ์อินทร์ และ จันทมน แย้มพันธุ์ เป็นต้น โดยภายในงานมีกิจกรรมและซุ้มการกุศลต่าง ๆ ได้แก่ การแสดงวงโยธวาทิตจากวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม การแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Show Jumping),การให้อาหารและขี่ม้าแคระ รวมถึงการเล่นเกมส์ชิงรางวัลที่นอกจากผู้ร่วมงานจะได้รับความสนุกสนานแล้วยังได้ร่วมทำบุญอีกด้วย

ธาวิน พี เซียวตง

แพมมี่ สิมะประเสริฐ- บัณพร เอี่ยมอมรพันธุ์-วี มาร์ – ระย้า อิสริยยศวดี

 น.พ.ณัฐภัทร – โสพิศ – ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

ก่อนการแข่งขันคู่ชิงชนะเลิศจะเริ่มต้นขึ้นนั้น บรรดาผู้ชมและเหล่าเซเลบริตี้ทั้งหลายจะได้ร่วมสนุกกับประเพณีปฏิบัติของกีฬาขี่ม้าโปโลที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีเพื่อเตรียมความพร้อมของสนามสำหรับการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะเริ่มขึ้น ที่เรียกว่า สตอมปิ้ง ดิวอทส์ (Stomping Divots) ด้วยการไปร่วมย่ำพื้นสนามเพื่อกลบดินและหญ้าช่วยให้พื้นสนามเรียบและแน่นขึ้นและยังถือเป็นโอกาสให้บรรดาแขกที่มาร่วมงานได้อวดโฉมและพบปะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ย่ำหญ้าหลังการแข่งขันสนุกสนาน

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา -ดวงใจ โพธิ์อินทร์

และไฮไลท์พิเศษสุดสำหรับสุภาพสตรี คือการมอบรางวัลให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน โดยรางวัลประเภท Best Hat หมวกสวยงามอลังการได้แก่ แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา และรางวัล Best Dress ผู้ที่แต่งตัวสวยงามได้แก่ ดวงใจ โพธิ์อินทร์ ปิดท้ายงานด้วยการแสดงพลุไฟสวยงามบนท้องฟ้าที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในยามค่ำคืนและอิ่มอร่อยไปกับบาร์บีคิวดินเนอร์มื้อค่ำสุดพิเศษพร้อมวงดนตรีขับกล่อมในบรรยากาศเย็นย่ำที่น่าประทับใจ สมกับเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขของเหล่านักกีฬาและผู้มีเกียรติที่มาร่วมสร้างกุศลกันอย่างอบอุ่น

รุ่นใหม่ให้ใจ”กาแฟสกัดเย็น” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412345?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

รุ่นใหม่ให้ใจ”กาแฟสกัดเย็น”

23 มกราคม 2563 – 16:10 น.
โคลด์ บริว,เนสกาแฟ,วิคเตอร์ เซียห์,โจโจ้ เดลา ครูซ,ศรีประภา จิงประเสริฐสุข,เดอะทอยส์,ธันวา บุญสูงเนิน
เปิดอ่าน 142 ครั้ง

เทรนด์กาแฟออนเดอะโกสุดจัดสกัดเย็นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

กำลังเป็นกระแสมาแรงของคอกาแฟนาทีนี้ เมื่อ เนสกาแฟ โดย วิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า พร้อม โจโจ้ เดลา ครูซ ผอ.บริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด และ ศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกันเปิดตัว “โคลด์ บริว คาเฟ่ บาย เนสกาแฟ” กาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่มครั้งแรกในประเทศไทย สร้างเทรนด์กาแฟออนเดอะโกสุดจัดสกัดเย็นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เนสกาแฟ โคลด์ บริว สร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการผลิตรูปแบบใหม่ในระดับอุตสาหกรรมของเนสกาแฟ โดยนำกาแฟมาผ่านกระบวนการสกัดเย็นอย่างช้าๆ เพื่อมอบประสบการณ์กาแฟพรีเมียมออนเดอะโกใหม่ ที่หอม นุ่มลื่น ดื่มง่าย พร้อมเปิดตัว “เดอะทอยส์” ธันวา บุญสูงเนิน ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ เนสกาแฟ โคลด์ บริว ท่ามกลางคอกาแฟรุ่นใหม่ อย่าง ภัทร ฉัตรบริรักษ์, “เชาว์” ชวลิต ชิตตนันท์, “จูเนียร์” กรวิชญ์ สูงกิจบูลย์, “หลิน” มชณต สุวรรณมาศ, “พราว” อรณิชา กรินชัย, “ฟาง” ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ ฯลฯ ที่สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันก่อน

วิคเตอร์ เซียห์-โจโจ้ เดลา ครูซ

ภายในงาน วิคเตอร์ เซียห์ เปิดเผยว่า การดื่มกาแฟนอกบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคอกาแฟรุ่นใหม่ เนื่องจากสะดวกรวดเร็ว หาซื้อได้ง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่มีเวลาจำกัด หรืออยู่ในระหว่างการเดินทาง เรามีความยินดีที่ได้เปิดตัว เนสกาแฟ โคลด์ บริว หรือกาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่มครั้งแรกในประเทศไทย และหวังว่าเนสกาแฟ โคลด์ บริว จะเป็นตัวเลือกที่ถูกใจและตรงกับไลฟ์สไตล์ออนเดอะโกของคนรุ่นใหม่

มชณต สุวรรณมาศ-อรณิชา กรินชัย-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์

ศรีประภา จิงประเสริฐสุข

          ขณะที่ ศรีประภา จิงประเสริฐสุข กล่าวว่า โคลด์ บริว คาเฟ่ บาย เนสกาแฟ นำเสนอประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟในหลายสัมผัส ด้วยเทคโนโลยี Immersive ดำดิ่งในโลกดิจิทัลคล้ายกับอยู่ในโลกแห่งกาแฟโดยได้ร่วมมือกับบริษัทครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่มาแรงอย่าง Splendor Solis และ Eye Dropper Fill ในการสร้างสรรค์ ซึ่งช่วงแรกได้เริ่มเปิดคาเฟ่ปริศนาในช่วงวันที่ 17-19 มกราคม และสร้างปรากฏการณ์เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในหมู่คอกาแฟบนโลกโซเชียล โดยมียอดผู้สนใจมาใช้บริการกว่า 700 คนหลังเปิดตัวไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โคลด์ บริว คาเฟ่ บาย เนสกาแฟ จะยังคงเปิดให้ผู้บริโภคเข้าสัมผัสประสบการณ์โลกกาแฟ ตั้งแต่วันนี้-2 กุมภาพันธ์

“เดอะทอยส์” ธันวา

          ทั้งนี้ “เดอะทอยส์” ธันวา บุญสูงเนิน กล่าวว่า ผมเป็นคน “สุดจัด” เวลาเล่นกีตาร์ แต่งเพลง หรือร้องเพลง ก็จะทำให้สุดให้เต็มที่ “สุดจัด” กับทุกสิ่งที่ทำ ผมชอบกาแฟที่ไม่ธรรมดาแบบกาแฟสกัดเย็นเพราะมีดีเทลการผลิตสกัดกาแฟอย่างช้าๆ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเนสกาแฟ โคลด์ บริว ทำให้ผมดื่มกาแฟสกัดเย็นได้ทุกที่ ประทับใจรสชาติและกลิ่นหอม นุ่มลื่น ดื่มง่าย

“เชาว์” ชวลิต-“จูเนียร์” กรวิชญ์

ภัทร ฉัตรบริรักษ์​​​​​​​

          ด้วยคาแรกเตอร์ของเดอะทอยส์ซึ่งเป็นศิลปินที่มีดีเอ็นเอความ “สุดจัด” สร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุด ด้วยการใส่ใจทุกรายละเอียด และทำให้เป็นเรื่องง่าย เช่นเดียวกับเนสกาแฟ โคลด์ บริว เนสกาแฟจึงได้เชิญเดอะทอยส์มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเนสกาแฟ โคลด์ บริว เดอะทอยส์ยังได้แต่งเพลง “สกัดเย็น” ซึ่งจะเปิดตัวในวันนี้ และยังแสดงนำในเอ็มวีชุดใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ ความสุดจัดในด้านดนตรีของเดอะทอยส์ ก็เหมือนกับความสุดจัดของกระบวนการผลิตกาแฟสกัดเย็นนั่นเอง

“เกรซ”กาญจน์เกล้า ชวนชาวเจนวายร่วมบูชาดาวฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412311?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“เกรซ”กาญจน์เกล้า ชวนชาวเจนวายร่วมบูชาดาวฯ

23 มกราคม 2563 – 14:01 น.
งานบูชาดาวนพเคราะห์,ปาณี นาคะนาท,วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์,องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงน,เกรซ กาญจน์เกล้า,พระพุทธเจ้า
เปิดอ่าน 104 ครั้ง

ท่องเที่ยวเพิ่มเติมพลังบวกให้แก่ตัวเอง จะได้กลับไปสร้างสรรค์งานได้อย่างมีคุณภาพ

ตามความเชื่อของอนัมนิกาย พระพุทธเจ้าได้จุติเป็นเทพยดาประจำดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ จึงเป็นที่มาของพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ของวัดเขตร์นาบุญญาราม อนัมนิกาย จังหวัดจันทบุรี ที่ถือปฏิบัติกันมากว่า 186 ปี

   

องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงน

วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์-ดร.คฑา ชินบัญชร

     ซึ่งในปีนี้ ปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงน ผู้แทนเจ้าอาวาสวัดเขตร์นาบุญญาราม, “เกรซ” กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า นักแสดงตัวแทนชาวเจนวาย และ ดร.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์โครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก ททท. แถลงข่าว “งานบูชาดาวนพเคราะห์ ปีหนูทองมั่งมี บารมีพร้อมพรั่ง มั่งคั่ง รุ่งเรือง” ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ ฟอร์จูน เมื่อวันก่อน

องค์พระมารดาเเห่งดวงดาว

     วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงงานบูชาดาวนพเคราะห์ว่าเป็นงานที่มีเอกลักษณ์แบบอนัมนิกาย อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ตามนโยบายรัฐบาลและแผนการตลาดของ ททท. ปีนี้เรามุ่งเป้าไปที่ชาวเจนวาย และประชาชนทั่วไปให้เดินทางท่องเที่ยวรับพลังบวกเพิ่มเติมพลังใจให้แก่ชีวิต เพราะชาวเจนวาย เป็นวัยของการทำงานอย่างเคร่งเครียด ถ้าได้ท่องเที่ยวเพิ่มเติมพลังบวกให้แก่ตัวเองก็จะสามารถกลับไปสร้างสรรค์งานได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งงานบูชาดาวนพเคราะห์ของวัดเขตร์นาบุญญารามนั้น นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้บูชาดาวนพเคราะห์เสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตแล้ว ยังได้เข้าพิธีแก้ปีชงหรือพะเก่ง ซึ่งทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ด้วย นอกจากนี้จังหวัดจันทบุรียังมีชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว ที่มีอาหารและขนมหลายชนิดในชุมชนมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาที่จังหวัดจันทบุรีกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้

   

“เกรซ” กาญจน์เกล้า  จุดเทียนบูชาดาว 

     ด้านนักแสดงชื่ตัวแทนชาวเจนวาย “เกรซ” กาญจน์เกล้า กล่าวถึงการทำบุญและงานบูชาดาวว่า ส่วนตัวเกรซ และครอบครัว หรือว่าเพื่อนๆ ที่สนิท ชอบทำบุญในโอกาสสำคัญอยู่แล้ว พอได้ไปทำบุญอย่างแรกที่ได้เลยคือความสบายใจ และบุญที่ได้ทันตาคือความสุขที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว สำหรับงานบูชาดาวจัดขึ้นมายาวนานถึง 186 ปี นอกจากเป็นงานทางความเชื่อและความศรัทธาแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธฝ่ายมหายานด้วย ก็อยากเชิญชวนให้ไปร่วมทำบุญกันในงานบูชาดาวนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-16 กุมภาพันธ์ นอกจากไปทำบุญแล้วก็ถือโอกาสไปเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวมากๆ มีครบทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขา อัญมณี และผลไม้

     ดร.คฑา ชินบัญชร  กล่าวถึงอานิสงส์ของการเข้าร่วมพิธีบูชาดาวว่า การเข้าร่วมพิธีบูชาดาว ถือเป็นการไปสัมผัสพลังแห่งธรรมะและดวงดาว เป็นการอธิษฐานจิตสั่งสมบารมีจากการขอพรจากดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ เพราะการบูชาดาวมีความเชื่อกันว่าจะก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นำมาซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ อายุยืนนาน สุขภาพแข็งแรง ได้ผลานิสงส์มากประมาณมิได้ และส่งต่อให้บิดามารดา ญาติมิตรทั้งหลายที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่ล่วงลับไปแล้วได้รับผลบุญกุศลโดยทั่วกัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มเติมพลังบวกให้แก่ตัวเอง นอกจากนี้งานบูชาดาวนพเคราะห์ยังถือเป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์สองแผ่นดิน ได้แก่ ไทย-เวียดนาม เพราะวัดเขตร์นาบุญญาราม เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดจันทบุรี มาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธฝ่ายมหายาน เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มาโดยตลอดชั่วอายุ

กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ยิ้มรับข่าวดีตั้งแต่ต้นปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412611?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ยิ้มรับข่าวดีตั้งแต่ต้นปี

25 มกราคม 2563 – 00:05 น.
นัฐพงศ์ ทองช่วย,แพนเค้ก เขมนิจ,กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์,อัศวิน เตชะเจริญวิกุล,จตุพร บุรุษพัฒน์,ศูนย์การค้าจังซีลอน,กรุงศรี ซีโร่,อธิศ รุจิรวัฒน์,อารีย์-ตรีนาค นาคชัยยะ,ซูเปอร์โมเดล คอนเทสต์ 2020,นวลพรรณ ชัยนาม,ไปรษณีย์ไทย,วันชาติออสเตรเลีย,ฟิลิป เวน,อนันตรา สปา,คมชัดลึก ใครทำอะไรที่ไหน
เปิดอ่าน 183 ครั้ง

ได้รับเลือกเป็นบอร์ดใหญ่”สมาคมหอการค้าไทย-อเมริกา”

 ** นัฐพงศ์ ทองช่วย ประธานกรรมการ บริษัท สุวรรณพรอินเตอร์เทรด จำกัด ขอเชิญหุ้นส่วนร่วมประชุมสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ที่ห้องประชุม บริษัท สุวรรณพรอินเตอร์เทรด จำกัด ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  ในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป

 ** “แพนเค้ก” เขมนิจ ในลุคนางฟ้าลั่นกลอง “ตีกลองเบิกฟ้าปีหนูทอง” อำนวยพรให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญในงาน “ดิ ไอคอนสยาม อีเทอร์นอล พรอสเพอริตี้ ไชนีส นิวเยียร์ 2020” ซึ่ง ไอคอนสยาม ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สมาคมอุปรากรจีน และกระทรวงวัฒนธรรมจีน ที่ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม เมื่อวันก่อน

  ** ข่าวดีรับปีหนูทองเพราะซีอีโอใหญ่แห่งค่าย เค.อี. กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ หลังจับมือกับบริษัทดังจากซิลิคอนวัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา ล่าสุดได้รับเลือกจากบริษัทชั้นนำในประเทศไทยและต่างประเทศกว่าหลายร้อยบริษัท ให้เป็นบอร์ดใหญ่ สมาคมหอการค้าไทย-อเมริกา เพื่อช่วยสร้างเน็ตเวิร์กกิ้งให้บริษัทต่างๆ และการค้าเมืองไทยเฟื่องฟู..เก่งแบบนี้ต้องมอบโล่ให้แล้วล่ะ

** อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)  ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการ “บิ๊กซีร่วมใส่ใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม”  เพื่องดบริการถุงพลาสติก และรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาช็อปปิ้ง โดยมี จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นประธานในพิธี ที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์  สาขาราชดำริ เมื่อเร็วๆ นี้

 ** ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต จัดตกแต่งบรรยากาศภายในศูนย์การค้าฯ เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนและปีหนูทองอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “จังซีลอน แฮปปี้ ไชนีส นิวเยียร์ 2020” เสริมทัพความเป็นสิริมงคล ด้วยการประดับประดาสัญลักษณ์ของมงคลนานาชนิดตามความเชื่อของชาวจีน เพื่อร่วมอวยพรปีใหม่จีนกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้มีแต่ความสุข มั่งคั่ง โชคดีกันตลอดทั้งปี พร้อมช่วยเพิ่มสีสัน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขให้ครึกครื้นมากยิ่งขึ้น

 ** บัตรเครดิตกรุงศรี เอาใจนักช็อป กับโปรโมชั่นต้อนรับเทศกาลแห่งการจับจ่าย “กรุงศรี ซีโร่” มอบสิทธิเลือกแบ่งจ่ายสบายกระเป๋า 0 เปอร์เซ็นต์ นาน 3 เดือน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกรุงศรีที่ร่วมรายการ ทั่วไทย ทั่วโลก ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่ 16 มกราคมถึง 16 กุมภาพันธ์ 2563

** อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด จัดกิจกรรม “เดอะแบล็ค ไนท์ โอมากาเสะ เพอร์เฟคชั่น” เพื่อขอบคุณสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดอะแบล็ค ชวนร่วมลิ้มรสอาหารอิตาเลียนสไตล์โอมากาเสะที่รังสรรค์เฉพาะสำหรับสมาชิกบัตร โดย เชฟเมาริซิโอ เมนโคนี เชฟชื่อดัง โดยมี อารีย์-ตรีนาค นาคชัยยะ ให้เกียรติร่วมงาน ณ ร้าน White Lies เพนนินซูล่า พลาซ่า ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ

 ** ช่อง 7HD ร่วมกับ บิโอเร เมคอัพ รีมูฟเวอร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว การประกวดไทย ซูเปอร์โมเดล คอนเทสต์ 2020 พร้อมประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ที่โซนบี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ในวันอังคารที่ 28 มกราคม ตั้งแต่เวลา 15.30 น.

** อยากให้วัยรุ่นไทยผิวหน้าใสไม่แพ้ชาติใด นวลพรรณ ชัยนาม คอสตูมเมอร์ ไดเร็กเตอร์ วัตสัน เตรียมจัดงานเปิดตัว “Dermaction Plus by Watsons Anti-Acne” ไอเทมตัวใหม่พร้อมเปิดบูธให้ร่วมเช็กสภาพผิวและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ลานเอเทรียม ชั้นจี สยามเซ็นเตอร์ ในวันอังคารที่ 28 มกราคม เวลา 16.00 น.

 ** ไปรษณีย์ไทย เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการขับเคลื่อนองค์กร และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านกลยุทธ์” ผู้สนใจสามารถตรวจสอบคุณสมบัติการสมัคร หรือขอรับใบสมัครด้วยตัวเอง ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) ชั้น 1 โซน AB หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.thailandpost.co.th จนถึงวันที่ 31 มกราคมนี้

** โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ จัดกิจกรรมร่วมรำลึก วันชาติออสเตรเลีย เพลิดเพลินกับอาหารในสไตล์ออสซี่คลาสสิก กับหลากหลายเมนูบุฟเฟ่ต์ ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากออสเตรเลียมาให้ลิ้มลอง และร่วมสมทบททุนกับกิจกรรมพิเศษระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ออสเตรเลีย ที่ ห้องอาหาร Embassy Room ชั้น 9 ในวันอาทิตย์ที่  26 มกราคม  2563 เวลา 12.00–15.00 น.

 ** ฟิลิป เวน เปิดตัว “Coco Creama” ทางเลือกใหม่แห่งการปรนนิบัติผิวจากธรรมชาติ ด้วยพลังสารสกัดเข้มข้นจากมะพร้าว 100 เปอร์เซ็นต์ จากออสเตรเลีย ที่มีเส้นใยเซลลูโลสจากพืชและเนื้อมะพร้าว ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวมีน้ำหล่อเลี้ยง ผสานคุณค่าจาก Brazilian yellow clay อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม วิตามินซี ร่วมกับการใช้สารสกัดจากแพลงตอน ซึ่งมีคุณสมบัติในการปรับสมดุลแร่ธาตุในเซลล์ผิว พร้อมการลดเลือนริ้วรอยทั่วทั้งเรือนร่าง

  **อนันตรา สปา ขอเชิญชวนทุกท่านสัมผัสประสบการณ์ การนวดไทย สายนักรบโบราณ ซึ่งเป็นต่อยอดองค์ความรู้จากการนวดไทยเพื่อสุขภาพ ได้รับแนวคิดพื้นฐานมาจาก ฤาษี หรือ โยคี โดยรวบรวมแนวคิดสำคัญของศาสตร์แขนงนี้ไว้ด้วยกัน 3 ด้าน คือ การฝึกควบคุมระบบหายใจ การฝึกจิตทำสมาธิ และการฝึกฝนทางกายภาพ ให้คุณได้ผ่อนคลาย ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 1– 29 กุมภาพันธ์ ศกนี้

คึกคักทั่วสยาม! เปิดแล้วงานตรุษจีนฉลอง 45 ปีไทย-จีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412636?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

คึกคักทั่วสยาม! เปิดแล้วงานตรุษจีนฉลอง 45 ปีไทย-จีน

24 มกราคม 2563 – 18:07 น.
ตรุษจีน 2020,ตรุษจีน สยามสแควร์,ทททสถาปนาครบ 60 ปี,เทศกาลตรุษจีน 2020 คมชัดลึก
เปิดอ่าน 227 ครั้ง

ผู้แทนรัฐบาลไทย-จีนร่วมอวยพร -มังกร-สิงโต พร้อมการแสดงจากจีนแผ่นดินใหญ่ตระการตา

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 24 มกราคม ที่เวทีกลาง สยามสแควร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชนจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2563 หรือเทศกาล “ตรุษจีน” เพื่อฉลอง 3 วาระสำคัญ ได้แก่ ครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน,ครบ 15 ปี ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมการท่องเที่ยวไทยและจีน และโอกาส ททท.สถาปนาครบ 60 ปี

โดยมี นายลั่ว ชู่กัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้แทนสาธารณรัฐประชาชนจีน และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนรัฐบาลไทย รวมถึง นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวอวยพรแก่ชาวจีนในสาธารณรัฐประชาชนจีน และชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย บรรยากาศสุดคึกคักมีผู้สนใจเข้าร่วมเฉลิมฉลองงานครั้งนี้อย่างเนืองแน่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนและชาวไทยสืบสานมาอย่างยาวนานจนเกิดการผสมกลมกลืนทั้งด้านการค้า ศิลปกรรม และวัฒนธรรม รวมทั้งการท่องเที่ยว มีการเดินทางท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน ตรุษจีนปีนี้อยากขอบคุณรัฐบาลจีนที่ได้นำการแสดงทางวัฒนธรรมมาร่วมสร้างความสุข และรอยยิ้มให้แก่พี่น้องชาวไทย และได้อวยพรให้ชาวไทย ชาวจีนที่อยู่ทั้งในจีน และไทย และทั่วโลก มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง และโชคดีสมปรารถนาทุกประการ

สำหรับไฮไลท์ของงานอยู่ที่การแสดงทางวัฒนธรรมจากมณฑลต่างๆ ของจีน โดยเฉพาะการแสดงเจ้าแม่กวนอิมพันมือ จากคณะมาย ดรีม การแสดงดนตรีจากเครื่องดนตรีเซรามิก กังฟูวัดเส้าหลิน และที่สร้างสีสันได้ไม่น้อยคือการกระทบไหล่นักแสดงชื่อดัง อาทิ เต ตะวัน, นิว ฐิติภูมิ, นนน กรภัทร์, ซิมอย วชิรวิชญ์, คอนเสิร์ตจากบี้ สุกฤษฎิ์, ต้น ธนิต เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อาทิโหราศาสตร์จีน, หมากรุกจีน, ศิลปะการตัดกระดาษแบบจีน,โคมจีน, การเพ้นท์เล็บ, ซุ้มถ่ายภาพที่ระลึก ซุ้มอาหารมงคล การรังสรรค์สุดยอดเมนูจากเชฟกะทะเหล็ก ร่วมสักการะองค์เทพจำลอง 6 องค์ เช่น ไฉ่ซิงเอี๊ยะ,พระสังกัจจายน์, เจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น ซึ่งทุกกิจกรรมผู้สนใจสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยงานจัดระหว่างวันที่ 24-26 มกราคมนี้ ที่ลานสีฟ้า สยามสแควร์ สอบถามเพิ่มเติมโทร.1672

“เอ้” จิรุตถ์ อินเลิฟ (อีกครั้ง) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412381?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“เอ้” จิรุตถ์ อินเลิฟ (อีกครั้ง)

23 มกราคม 2563 – 17:40 น.
ป๊อก ภัสสรกรณ์,มาร์กี้ ราศรี  จิราธิวัฒน์,เนส บรรณรงค์ พิชญากร,เอ้ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณอยุธย,นิมิต  วันไชยธนวงศ์,สมพล  ตรีภพนารถ,กิตติรัตน์ ปิติพานิช,รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา,บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์,ดรอปอ๊อฟ,นายแพทย์ บุญ วนาสิน,ประกาสิทธิ์ พรประภา,บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020,ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช,อัตลัก
เปิดอ่าน 221 ครั้ง

หัวใจสีชมพูรับเทศกาลวาเลนไทม์

** ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงแสดงผลงานฝีพระหัตถ์ในชุดวิทยานิพนธ์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และทรงเปิดการแสดงนิทรรศการภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “หลากลาย หลายชีวิต” ครั้งที่ 2 ณ หอศิลป์พิมานทิพย์ ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ.2563

** ดีนี่ (D-nee) หนึ่งในแบรนด์ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด เผยโฉมพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดีนี่ครอบครัวใหม่ นำโดยคุณพ่อ “ป๊อก” ภัสสรกรณ์-คุณแม่ “มาร์กี้” ราศรี  จิราธิวัฒน์ และลูกน้อยฝาแฝด “น้องมีก้า และน้องมีญ่า” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุดในงาน “ดีนี่ โมเม้นท์ ออฟ เพียวเนส”

** สมกับเป็นเจ้าของคอนเซ็ปต์ Happy Healthy & Wealthy สำหรับ “เนส” บรรณรงค์ พิชญากร เอ็มดีสายสปอร์ตแห่งหลักทรัพย์บัวหลวง ล่าสุดร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก 2020” ปีที่ 3…ผู้ร่วมวิ่งในวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมไปทักทายที่จุดบริการหลักทรัพย์บัวหลวง

 ** เพิ่งจะกลับมาอยู่ในสถานภาพหนุ่มโสดได้เพียงไม่นาน ล่าสุดหัวใจของ ผอ.ทีเส็บ “เอ้” จิรุตถ์ อิศรางกูร ณอยุธยา ก็ไม่ว่างซะอีกแล้ว ล่าสุด “ผอ.เอ้” ยอมเปิดตัวสาวหมวยที่ทำให้ชีวิตกลับมาเบิกบานเป็นหนุ่มน้อยอีกครั้ง แม้จะยังไม่ยอมปล่อยรูปคู่ออกสื่อ แต่สายตรงจากทีเส็บคอนเฟิร์มว่าดีกรีแน่นเปรี๊ยะทั้งความสวย ความเก่ง และความรวย….ครบถ้วนแบบนี้เห็นทีจะมีข่าวดีในไม่ช้า

  ** นิมิต  วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดโครงการอบรมความรู้เชิงปฏิบัติการวัฒนธรรมดนตรี-นาฏศิลป์อาเซียนในภูมิภาค พ.ศ. 2563 ซึ่งจัดโดย อพท. โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ร่วมกับจังหวัดสุพรรณบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และภาคีเครือข่าย โดยมี ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ  อพท. ให้การต้อนรับ

** สมพล  ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดพื้นที่สนับสนุนการจัดงาน “การแสดงนิทรรศการการแสดงผลงานเด็กที่ได้รับรางวัลจากการประกวดวาดภาพศิลปะเด็กในสามจังหวัดชายแดนใต้” ในหัวข้อ “พลังแห่งรัก” โดย กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนด้านศิลปะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส

** กิตติรัตน์ ปิติพานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้  ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  โดยมี อดิศร นุชดำรง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

** บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์  จับมือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มบริการใหม่ “ดรอปอ๊อฟ”  เป็นที่แรกในธุรกิจค้าปลีก เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว รองรับการส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซที่เป็นที่นิยม และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ร้านค้าออนไลน์ส่งสินค้าได้เร็วและสะดวกยิ่งขึ้น โดยเริ่มเปิดให้บริการผ่านบริการบิ๊กซี บิ๊กเซอร์วิส ในบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 10 สาขา และจะขยายไปทุกสาขาภายในปีนี้

** นายแพทย์ บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG  ผู้บริหาร รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง เบิกฤกษ์ตลาดธุรกิจสุขภาพต้อนรับปีหนูทอง เปิดตัว 4 ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพทันสมัยระดับอาเซียน ชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยี เจาะตลาดกลุ่มไทย-เทศ Disruptive Technology Live Healthier, Live Longer

 ** ประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย GS Battery แบตพลังอึด จัดงานแถลงข่าว เปิดบริการ GS PROMPT (พร้อม) 1380 ผ่านระบบคอลเซ็นเซ็นเตอร์ 1380 เจ้าแรกในประเทศไทย ที่ชั้น จี อาคารสยามกลการ สำนักงานใหญ่ (ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ) ในวันพุธที่ 29 มกราคม เวลา 10.30-12.00 น.

 ** บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 จัดบรรยายพิเศษ BAB TALK ครั้งที่ 25 ณ BAB BOX ถนนวิทยุ โดยศิลปินไทย ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมแสดงผลงานใน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ครั้งที่ 2 ที่เตรียมกลับมาปลุกกรุงเทพมหานครให้เต็มไปด้วยงานศิลปะอีกครั้ง โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ถึง  21 กุมภาพันธ์ 2564  กับแนวคิด “ศิลป์สร้าง ทางสุข” หรือ “Escape Routes” โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟ เวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับทั้งภาครัฐ และเครือข่ายพันธมิตรอีกหลายภาคส่วน

** ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศ.ศ.ป.) สานต่อโครงการเชิดชูผู้ทำงานศิลปหัตถกรรมประจำปี 2563 พร้อมผลักดันผลงานสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ โดยการจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 11” จัดขึ้นระหว่าง 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ ณ ฮออล์ EH 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

** สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีมอบทุนช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจนประจำปี 2562  ของมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และ โพธิพงษ์-คุณยุพา ล่ำซำ ให้แก่เด็กยากจนในกรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค จำนวน 89 ทุน เป็นเงิน 638,000.- บาท โดยมี พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตึกมหิดล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

 ** ลักขณา นะวิโรจน์ ประธานโครงการเมืองสุขสยาม ร่วมกับ บริษัท  เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดงาน “สุขสยาม สุขขี ปีเฮง สมหวัง ตลอดปี มั่งมีตลอดไป”  ที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้นจี ตั้งแต่วันนี้ – 26 มกราคม 2563

**สภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ ร่วมกับ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดกิจกรรม Charity Kids ‘s club-การออมเพื่อการให้ เพื่อปลูกฝังพฤติกรรม สร้างจิตสาธารณะให้เด็กและเยาวชน มีความตระหนักรู้ และมีความเข้าใจในการดำเนินงานกิจการสาธารณกุศลเพื่อมนุษยธรรม รู้จักการเป็นผู้ให้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การเสียสละและการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของสภากาชาดไทยมากยิ่งขึ้น

** บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดเปิดนิทรรศการภาพถ่ายอาหาร “ต้นตระกูล ต้นตำรับ สำรับจีน” ในรูปแบบ “โมเดิร์น ไชนีส สไตล์” เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน และ เชิดชูเมนูอาหารจีนที่สืบทอดเมนูต้นตำรับจากรุ่นสู่รุ่น และในโอกาสความสัมพันธ์ไทย-จีนครบรอบ 45 ปี รวม 20 เมนูมงคลต้นตระกูลต้นตำรับสำรับจีนชื่อดังที่สืบทอดความอร่อยจากอดีตมาถึงปัจจุบัน

  ** สวรรย์ พิภูษณานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร และ ณฐกร คงสถิตย์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมสวัสดีปีใหม่และตรุษจีน  ปิยะ รัฐกิจวิจารณ์ ณ นคร บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์คมชัดลึก เมื่อวันก่อน

 ** บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  จึงได้จัดงาน Mingalar Smart SME Thai ครั้งที่ 2  เพื่อต่อยอดความสำเร็จให้ผู้ประกอบการไทยได้เปิดช่องทางตลาดส่งออกสินค้าและบริการบุกตลาดประเทศเมียนมาร์ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย ณ ห้างสรรพสินค้า Ga Mone Pwint Department Store (GMP)  ที่กรุงย่างกุ้ง  ประเทศเมียนมาร์

** สุวภา ศิริวรรณ หัวหน้าหน่วยอบรมการแต่งหน้า และพัฒนาบุคลิกภาพ บมจ.โอซีซี ให้ความรู้ในหัวข้อ “ Perfect Your Skin “ เสริมเทคนิคการรองพื้น เผยผิวเรียนเนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ให้แก่พนักงานขายเครื่องสำอาง KMA (เคเอ็มเอ) เพื่อพัฒนาทักษะการแต่งหน้าให้ทันสมัยกับเทรนด์โลก  ณ ห้องประชุม 101 อาคารโอซีซี

ระเบิดข้างใน “ชลบุรีโมเดล” อนาคต “ไหม้” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/394503?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ระเบิดข้างใน “ชลบุรีโมเดล” อนาคต “ไหม้”

21 ตุลาคม 2562 – 09:44 น.
พรรคอนาคตใหม่,ชลบุรีโมเดล,กวินนาถ ตาคีย์,ชลบุรีพัฒนา,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 3,911 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันที่ 21 ต.ค.62

*****************************

ส่องเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของ “พรรคพ่อฟ้า” เหมือนอ่านนิยายเรื่องล่าแม่มด เมื่อ กวินนาถ ตาคีย์” ส.ส.ชลบุรี เขต 7 พรรคอนาคตใหม่ ปฏิบัติการ “แหกมติพรรค” 2 กรณีคือ โหวตเห็นด้วย พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล และโหวตเห็นด้วยร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

กองเชียร์อนาคตใหม่เรียก ส.ส.กวินนาถ ว่า “งูเห่าสีส้ม” โดยมองข้ามปัญหาความขัดแย้งเรื่องการบริหารจัดการภายในพรรคอนาคตใหม่ทั้งในส่วนท้องถิ่นและส่วนกลาง

ทนายนู้ด” ผู้ล้มช้าง

พรรคอนาคตใหม่ ชลบุรี ก่อตัวขึ้นมาจาก “กลุ่มอาสามัครรุ่นใหม่” ที่อยากเปลี่ยนแปลงเมืองชล ผลเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ทำให้คอการเมืองช็อก เมื่ออดีต ส.ส.สายบ้านใหญ่สอบตก 3 เขตคือ เขต 5, 6, 7

เฉพาะเขต 7 “ทนายนู้ด” กวินนาถ ตาคีย์ พรรคอนาคตใหม่ เบียดชนะอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ พรรคพลังประชารัฐ

กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี

ว่ากันตามจริงชัยชนะของอนาคตใหม่มีสองปัจจัยคือ กระแสความนิยมในตัวธนาธร และ “เอฟเฟกต์ไทยรักษาชาติ” ทำให้แฟนคลับ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” หันมาเทคะแนนให้พรรคสีส้ม

เทพพิทักษ์​ มะลาศรี

ดังที่กล่าวมาข้างต้น พรรคอนาคตใหม่ ชลบุรี มีที่มาจากหลายกลุ่ม และความคิดการเมืองที่ต่างกันจึงไม่น่าแปลกใจที่ เทพพิทักษ์​ มะลาศรี” หัวหน้าคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ ชลบุรี จะประกาศขับไล่ “กวินนาถ” ออกจากพรรค ด้วยข้อหาทรยศประชาชน

เทพพิทักษ์เป็นคนละกลุ่มกับกวินนาถและมีความขัดแย้งกันเรื่องการส่งตัวผู้สมัครนายก อบจ.ชลบุรี และนายกเมืองพัทยา

คนละอุดมการณ์

เมื่อเจอยุทธการตีงูเห่าสีส้ม “ทนายนู้ด” จำต้องปิดเฟซบุ๊กชั่วคราว เพื่อหลบพายุอารมณ์ของติ่งพ่อฟ้า  แต่ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก กัณป์ชสาน รัตนะ ทนายแบงค์” ซึ่งเป็นผู้ช่วย ส.ส.กวินนาถ ได้โพสต์เสมือนความในใจว่า

“ส.ส.ของประชาชนคนเดียวที่กล้าหาญความถูกต้องและในความเห็นต่าง แท้จริงนั้นคืออะไร? นี่หรือที่สังคมควรเรียกเขา งูสีส้ม ซึ่งถ้าเขาทราบดีว่าแหกกฎ เขาต้องโดนโจมตีขนาดไหน…แต่ทำไมเขากล้าที่จะทำ”

ทนายแบงค์ ผู้ช่วย ส.ส.กวินนาถ

ก่อนหน้านั้น “ทนายแบงค์” โพสต์ความเห็นส่วนตัวว่า “อุดมการณ์ของผมในทางการเมืองนั้นมี ข้อใจความสำคัญว่า 1.จงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.แก้ไขในสิ่งที่ชาวบ้านพี่น้องประชาชนเดือดร้อน 3.รักและคงไว้ความเป็นประชาธิปไตย” พร้อมติดแฮชแท็ก #ปกป้องชาติศาสนาพระมหากษัตริย์

ถ้าไปส่องดูเฟซบุ๊กกองเชียร์สีส้มในประเด็นการโหวตไม่เห็นด้วย พ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ ส่วนใหญ่พวกเขาจะแสดงความเห็น “เกินเลย” จากที่ปิยบุตร ได้อภิปรายในสภา

ด้วยเหตุนี้กระมังผู้ช่วย ส.ส.กวินนาถ จึงต้องย้ำเรื่องอุดมการณ์ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

น้ำ” แกนนำแดงตะวันออก

เมื่อ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ร่อนหนังสือเรื่องผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าแสดงวิสัยทัศน์ในการสมัครนายก อบจ. 16 จังหวัด

เฉพาะชลบุรี ปรากฏว่ามี 2 ทีม คือ “อนาคตชล อนาคตใหม่” โดย ศรันย์ธร ถาวรศิลป์ และ “ชลบุรีพัฒนา” โดย สภา พละวารี แต่ไม่มีชื่อทีม “เปลี่ยนชลบุรี” ของ จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย

จิรวุฒิ สิงห์โตทอง

“เสี่ยเป้า” จิรวุฒิ ลูกชายเฮียซุ้ย ดรงค์ สิงห์โตทอง เผยความในใจว่า “..ผมสอบตก ส.ส.มา 2-3 หน ก็ยังไม่เคยเสียใจเท่ากับการที่พรรคอนาคตใหม่ตัดโอกาส ไม่ให้ผมได้ไปชี้แจง ได้พูดอะไรเลย”

วันที่ 16 ตุลาคม 2562 ที่ร้านครัวคุณเอ๋ อ.เมือง ชลบุรี กวินนาถ ตาคีย์ ได้นัดจิรวุฒิ สิงห์โตทอง มาพูดคุยเรื่องนายก อบจ.ชลบุรี และรับปากว่าจะผลักดันเสี่ยเป้าเป็นตัวแทนพรรคลงสนามท้องถิ่นให้ได้

ถัดมา 18 ตุลาคม 2562 ที่ร้านครัวคุณเอ๋ “จิรวุฒิ” ได้นัดทีมงาน “เปลี่ยนชลบุรี” มาปรึกษาหาเรื่อง โดยมีตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่บางกลุ่มได้เข้ามาร่วมวงด้วย

น้ำ” นิชนันท์ วังคะฮาด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 ชลบุรี พรรคไทยรักษาชาติ เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญที่ทำให้เสี่ยเป้าตัดสินใจสู้ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี โดยใช้ชื่อกลุ่มเปลี่ยนชลบุรี โดยไม่ต้องแคร์พรรคอนาคตใหม่

นิชนันท์ วังคะฮาด

สำหรับ “น้ำ” นิชนันท์ เป็นแกนนำเสื้อแดงแหลมฉบัง และมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวของ นปช.พัทยา และนปช.ชลบุรี

แนวร่วมต้านบ้านใหญ่เมืองชลรู้ดีว่าไม่มีใครจะต่อกรกับตระกูลคุณปลื้ม ได้สมน้ำสมเนื้อเท่ากับเสี่ยเป้า

p25

ชีพจรรัฐสภา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/394511?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ชีพจรรัฐสภา

21 ตุลาคม 2562 – 09:02 น.
ชีพจรรัฐสภา
เปิดอ่าน 730 ครั้ง

ชีพจรรัฐสภา โดย… ธนรัตน์ ยงวานิชจิต dhanarat333@gmail.com

   รัฐสภาก็มี “ชีพจร” ดังเช่นผู้คนมีชีวิตทั้งหลาย

ในวันประวัติศาสตร์รัฐสภา 18 กันยายน 2562 ฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายโจมตีคณะรัฐมนตรี กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระมหากษัตริย์ได้ไม่สมบูรณ์แบบ ยังผลให้ “ชีพจรรัฐสภา” เต้นแรงเร็วรุ่มร้อนผิดจังหวะปกติ ส่อว่ารัฐสภามีปัญหาทางสุขภาพจิต และอาจเต้นจังหวะนี้ต่อไปได้อีกไม่นาน นอกจากฝ่ายค้านจะหันมา “คิด-พูด-ทำ” ตามที่ปวงชนได้มอบอำนาจอธิปไตยให้ไว้แล้วในวันเลือกตั้ง เพื่อนำไปเสริมสร้างประโยชน์สุขให้แก่ปวงชน

อย่าลืมว่าทุนนิยมขาดลูกค้ามิได้ฉันใด นักการเมืองก็ขาดปวงชนมิได้ ฉันนั้น พูดง่ายๆ “ไม่มีปวงชน-ไม่มีนักการเมือง”

พรรคฝ่ายค้านมีมุมมองว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ่านคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ส่วนท่านนายกฯ ก็มีมุมมองว่าได้ถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์อย่างถูกต้องตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ครม.ก็ได้น้อมรับพระราชทานข้อเตือนใจจากพระองค์ไปถือปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว

แม้ท่านนายกฯ พร้อมรับผิดชอบ และศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำสั่งไม่วินิจฉัยว่าท่านทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และชี้แจงด้วยว่าไม่มีองค์กรใดในรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยกรณีดังกล่าวได้ กระนั้นก็ตามฝ่ายค้านกลับถือโอกาสท้าทายให้ท่านลาออก ทั้งๆ ที่รัฐบาลมีอายุไม่ถึงสองเดือน ยังไม่ทันได้แสดงผลงาน อีกทั้งการถวายสัตย์ก็ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติแต่อย่างใด

เมื่อตัวบทกฎหมายมิอาจเยียวยามุมมองที่ขัดแย้งกันได้ ทางออกหนึ่งได้แก่การอาศัย “วิญญาณจิตมนุษยชาติ” ที่สืบทอดกันมายาวนานจากมนุษย์คนแรกที่คลอดจากแม่ลิงชิมแปนซีเมื่อ 6 ล้านปีก่อน โดยอาศัย “วิญญาณจิตดั้งเดิม” ที่ปราศจาก “มลทิน” ใน “มิจฉาทิฐิ อุปาทาน อิจฉาริษยา ความคับข้องใจ แค้นส่วนตัว กิเลสอัปมงคลอยากเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ตลอดจนใจคอทุจริต” เพราะเป็นวิญญาณจิตที่สว่างสงบของผู้มี “วุฒิภาวะ ความมีเหตุมีผล อารมณ์เสริมสร้าง ตลอดจนสามัคคีธรรม”

ด้วยวิญญาณจิตที่สว่างสงบดั้งเดิม รัฐบาลและฝ่ายค้านย่อมพร้อมที่จะยอมรับนับถือกันในสถานภาพและบทบาทของกันและกัน อีกทั้งยอมรับความเป็นจริงที่ว่า 1.การเมืองไทยปั่นป่วนสุ่มเสี่ยงน่าวิตกยิ่งในปี 2557 2. คณะรักษาความสงบแห่งชาติออกมาเยียวยาได้ทันท่วงที 3.ชาติบ้านเมืองภายใต้คสช.เจริญสุขตลอด 4 ปี 4.เศรษฐกิจการเงินชาติเริ่มฟื้นฟู 5.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ริเริ่มวางแผนเปลี่ยนผ่านการปกครองจากคสช.สู่ระบอบประชาธิปไตย 6.มีการประชุมรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในปี 2562

เมื่อรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างตั้งหลักอยู่บนพื้นฐานเดียวกันของความเป็นจริงทั้ง 6 ข้อแล้ว ต่างก็น่าจะเห็นพ้องต้องกันได้ว่า “การถวายสัตย์ตรงตามตัวอักษร” และ “การถวายสัตย์ตรงตามขั้นตอน” นั้น มี “ความสำคัญด้วยกันทั้งคู่” ดังนั้นต่างก็น่าจะหันมาปรองดองกันให้สองวิธีการถวายสัตย์ เป็นที่ยอมรับต่อกัน ดังเช่นที่นักการเมืองนานาอารยะประเทศได้ทำกันทันท่วงทีเมื่อประสบปัญหาการถวายสัตย์ตามรัฐธรรมนูญ

ข้อสำคัญฝ่ายค้านพึงแสดง “จริยธรรมทางการเมือง” ไม่ฉวยโอกาสใช้กรณีถวายสัตย์โจมตีครม.แบบ “ได้ทีขี่แพะไล่” โดยคำนึงว่า “สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” และน่าจะยอมรับความเป็นจริงที่ว่าเมื่อ ครม.ได้ถวายสัตย์แบบนั้นแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าครม.จะต้องถวายสัตย์แบบนั้นซ้ำอีกเสมอไป หากแม้จะเกิดซ้ำอีกรัฐบาลและฝ่ายค้านก็น่าจะร่วมกันเยียวยาได้ทันท่วงที ทั้งนี้ด้วยวิญญาณจิตไร้มลทินดังกล่าว

ต่อข้อห่วงใยของฝ่ายค้านที่ว่าหากปล่อยให้การถวายสัตย์ที่ตนคัดค้าน ผ่านพ้นไปเฉยๆ ก็จะเป็นการทำลาย “บรรทัดฐาน” สำหรับสอบวัดการถวายสัตย์นั้น นับได้ว่าเป็นข้อห่วงใยที่ไม่ตรงประเด็น ไม่ถูกจุด และเป็นส่วนเกิน (Irrelevant) เพราะบรรทัดฐานดังกล่าวก็ยังมีอยู่เช่นเดิม…ไม่ได้หายไปไหน

ในการนี้รัฐบาลและฝ่ายค้านน่าจะร่วมกันเยียวยามุมมองที่ขัดแย้งกัน โดยอาศัยวิญญาณจิตไร้มลทินและมุ่งหวังผลระยะยาวกับความยั่งยืน ข้อสำคัญทั้งสองฝ่ายจำต้องยอมรับ “ความเป็นจริงตามความสมจริง” ซึ่งในบางกรณีอาจประสบความยากเย็นเกินกว่าที่จะอธิบายให้ “เข้าใจกัน” ได้

นอกจากนี้รัฐบาลและฝ่ายค้านน่าจะแสดงให้เห็นวิญญาณจิตของผู้ที่ “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” เป็น คือรู้จักอดกลั้นระยะสั้นเพื่อรับผลระยะยาว นักจิตวิทยาวิจัยพบว่าเด็กที่อดเปรี้ยวเป็น มักเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนเด็กที่อดเปรี้ยวไม่เป็น มักไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต หลายคนได้กลายเป็นอาชญากรต้องโทษคำพิพากษาศาลไปอย่างน่าเสียดาย (https://en.wikipedia.org/wiki/Stanford_marshmallow_experiment#Stanford_experiment)

การบริหารชาติบ้านเมืองย่อมต้องมุ่งหวังผลระยะยาวและความยั่งยืนมากกว่าผลระยะสั้นไร้ความยั่งยืน มิใช่หรือ?

ในขณะอภิปรายฝ่ายค้านน่าจะคำนึงถึง “ความเป็นจริงตามความสมจริง” ในข้อจำกัดเกี่ยวกับเวลาของรัฐบาลชุดใหม่เอี่ยมสำหรับจัดสรรตัวเลขงบประมาณ 2563 และรู้จัก “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เพื่อจะได้ก้าวหน้าไปพร้อมๆ กันกับรัฐบาลด้วย “สามัคคีธรรม” ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขของปวงชน มิใช่หรือ?

การที่ท่านนายกฯ ได้มอบหมายให้รองนายรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวบทกฎหมาย ทำหน้าที่ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการถวายสัตย์แทนนั้น นับเป็นการถือปฏิบัติตามพุทธวจนในธรรมบทหมวดตน ข้อ 10 ที่ว่า “ถึงท่านได้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่นใด มิใยยิ่งใหญ่ปานใดไว้ ก็ไม่ควรละทิ้งจุดหมายปลายทางแท้จริงแห่งตน เมื่อรู้อยู่ว่าอะไรคือจุดหมายปลายทางแท้จริงแห่งตนแล้ว ก็ควรใฝ่ใจขวนขวาย”

จุดหมายปลายทางของท่านนายกฯ ก็ประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าได้บริหารชาติบ้านเมืองเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนอย่างแท้จริง ดังเห็นได้จากการปฏิรูปตลอด 4 ปีกว่าของท่าน ซึ่งได้สาธิตให้เห็นผลงานที่สะอาดและน่าพึงพอใจในลักษณะ “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”

แม้จะไม่ใช่นักการเมืองมืออาชีพ ท่านนายกฯ ก็มีเจตนารมณ์บริสุทธิ์และภูมิปัญญามากพอที่จะนำพาชาติบ้านเมืองไปส่งอีกฝั่งหนึ่งจนสำเร็จ ทั้งนี้แตกต่างจากนายกฯ หลายท่านในอดีตที่เป็นมืออาชีพ แต่ขาดเจตนารมณ์บริสุทธิ์และ/หรือภูมิปัญญา ยังความล่มจมหายนะต่อชาติบ้านเมืองมานับครั้งไม่ถ้วน

ส่วนการที่ท่านนายกฯ ก้าวออกจากรัฐสภาก่อนปิดประชุมนั้น นับเป็นการปฏิบัติตาม “อักโกสกสูตร” ว่าด้วยเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงรับคำด่าก้าวร้าวของพราหมณ์ เมื่อไม่รับคำด่าว่ามาตอบโต้กลับ คำเหล่านั้นก็ตกอยู่กับพราหมณ์ดังเดิม ในทำนองเดียวกับที่เจ้าบ้านต้อนรับแขกเหรื่อด้วยขนมน้ำดื่ม หากแขกเหรื่อไม่รับ เครื่องต้อนรับก็ตกเป็นของเจ้าบ้านดังเดิม คือท่านนายกฯ ไม่รับคำโจมตีเกินเหตุเกี่ยวกับการถวายสัตย์ของท่านเพื่อนำมาตอบโต้ จึงตัดสินใจบริหารเวลาด้วยการก้าวออกจากรัฐสภาไปทำราชการสำคัญอื่นแทน เพื่อยุติการวิวาทกันในรัฐสภา

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต) ได้แสดงข้อเตือนใจไว้นานแล้ว ความว่า “การที่ฝ่ายหนึ่งทำผิด ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะถูกต้อง เพราะว่าคนดีกับคนร้าย คนดีกับคนดี หรือคนร้ายกับคนร้าย ก็อาจทะเลาะกันได้ ทั้งนี้ทำให้การงานสำคัญของประเทศชาติต้องพลอยชะงักงันไป และประโยชน์สุขของสังคมประเทศชาติก็ขาดหายไป” (http://www.watnyanaves.net/uploads/File/books/pdf/no_dhammocracy_then_no_democracy_%28joining_point_political_science_and_legal_studies.pdf)

ในผลของการวิวาทกันนั้น คณะวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐ นำโดย ดร.มาร์ติน เอ โนแวค ได้อาศัยวิชาคณิตศาสตร์และชีววิทยา คำนวณผลทางชีวภาคแล้วพบว่า เมื่อฝ่ายแรกเริ่มโจมตีลงโทษฝ่ายหลัง ฝ่ายหลังก็จะตอบโต้แก้เผ็ด ก่อให้เกิดการตอบโต้กันไปมาอย่างไม่จบสิ้น ทั้งนี้ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายประสบความหายนะและความพ่ายแพ้มากกว่าประโยชน์สุข นับเป็นผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องกับข้อเตือนใจของท่าน ป.อ.ปยุตโต ดังกล่าว (https://www.jstor.org/stable/26000851?seq=1#page_scan_tab_contents)

แม้การถวายสัตย์จะเป็น “พิธีการ” ที่สำคัญยิ่งยวด แต่พิธีการของท่านนายกฯ ย่อมมิได้บ่งชี้ถึงความไม่ซื่อสัตย์สุจริตหรือขาดสมรรถภาพของท่าน อย่าลืมว่าบรรดาท่านนายกฯ ไทยทั้งหลายในอดีต ก็ได้ถวายสัตย์แบบได้คะแนนเต็มร้อยสวยสดงดงามมาแล้ว แต่หลายท่านก็ได้ประจานตัวเองด้วยผลงานโกงกินชาติบ้านเมืองอย่างฉกาจฉกรรจ์มาด้วยแล้ว มิใช่หรือ?

ผู้นำ อภิชน ตลอดจนผู้ห่วงใยในอนาคตของชาติบ้านเมืองอาจเริ่มเอือมระอากับปัญหาทั้งหลายทั้งปวงจากการเมืองไทยแบบมีพรรคการเมืองกำกับหนุนหลังอยู่ในการนี้ ขอให้คลิกที่ลิงก์ท้ายนี้เพื่อประเมินแนวคิดหนึ่งเกี่ยวกับระบบการเมืองไทยแบบใหม่ที่ไม่มีพรรคการเมือง (https://www.komchadluek.net/news/scoop/380033)

อย่าลืมว่า “การขาดสามัคคีธรรมในไทย” คือ “ความฝันอันสูงสุด” ของขบวนการก่อความแตกแยกในไทย นักการเมืองที่ได้แสดงความบ้าบิ่นพูดคุยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 (ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรแบ่งแยกมิได้) ในขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 255 ก็ห้ามแก้ไขไว้ นั้น ส่อให้เห็น “เจตนารมณ์ก่อความแตกแยกและไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ” จึงพึงแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญที่ตนไม่ยอมรับ ทั้งนี้ปวงชนอาจให้คะแนนนิยมในสปิริตที่ยอมรับว่าตนไม่ควรสิ้นเปลืองทรัพยากรสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐธรรมนูญนี้แต่แรก

รัฐสภามิได้เป็นเพียงอาคารที่ก่อสร้างจากเงินของปวงชนเท่านั้น แต่ยังเป็นที่สถิตของ “วิญญาณจิตศักดิ์สิทธิ์” อันเกิดจากความมุ่งหวังที่มีชีวิตจิตใจของปวงชน ผู้ต้องการให้รัฐบาลและฝ่ายค้านบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตสุดความสามารถ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงชนเอง

ด้วยเหตุนี้ผู้อภิปรายในรัฐสภาด้วยความบริสุทธิ์ใจและภูมิปัญญาต่อปวงชน ย่อมส่งคลื่นเสียงที่มีชีวิตจิตใจกับพลังชีวิตอันชอบธรรมให้ซึมซับเข้าไปอยู่กับอาคารรัฐสภา ส่วนผู้ทำหน้าที่ไม่บริสุทธิ์ใจและไร้ภูมิปัญญา แอบใช้รัฐสภาเป็นสถานที่ทำมาหากินส่วนตัว สร้างอาณาจักรส่วนตัว และไม่เสริมสร้างประโยชน์สุขให้ปวงชน ย่อมส่งคลื่นเสียงพลังชีวิตแบบ “คดในข้อ งอในกระดูก” ออกมา ซึ่งจะสะท้อนจากตัวอาคารกลับคืนสู่ “ผู้คิดพูดทำมิชอบ” นั้น ส่งผลให้ผู้นั้นประสบความวิบัติและภาวะไร้แผ่นดินไทยอาศัยอยู่ ไม่ช้าก็เร็ว…ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

ส่วนชีพจรรัฐสภาจะเต้นต่อไปได้อีกนานเท่าใดย่อมขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของนักการเมืองทั้งปวง หากทำหน้าที่ด้วยวิญญาณจิตที่ “ไม่มีปวงชน-ไม่มีนักการเมือง” งดแสดงวิวาทกรรมแบบเชยๆ งดชักศึกเข้าบ้าน งดแบ่งแยกไทย มีความสว่างสะอาดไร้มลทินตลอดจนกอปรด้วยสามัคคีธรรมแล้วไซร้ ชีพจรรัฐสภาก็น่าจะเต้นต่อไปได้จนครบวาระ

“…สิ่งทั้งหลายที่เกิดมาในโลก มีความเสื่อมสลายเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำหน้าที่อันเป็นประโยชน์สุขสุขสุขแก่ตนและผู้อื่น ให้สำเร็จบริบูรณ์ ด้วยความไม่ประมาทเถิด”–ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า

วิบากกรรมหรือกรรมไล่ล่า ธนาธร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/394506?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

วิบากกรรมหรือกรรมไล่ล่า ธนาธร

21 ตุลาคม 2562 – 08:44 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ศาลรัฐธรรมนนูญ
เปิดอ่าน 4,964 ครั้ง

วิบากกรรมหรือกรรมไล่ล่า ธนาธร

รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์เวลาห้าโมงเย็นทางเนชั่นทีวีช่อง 22 “สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น “วีระศักดิ์ พงษ์อักษร” บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ “บากบั่น บุญเลิศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์  “วิบากกรรมหรือกรรมไล่ล่า “ธนาธร”?    

 “วีระศักดิ์” ตั้งคำถามว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญในกรณีการถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม และวันที่ 20 พฤศจิกายน ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีนี้นั้นจะส่งผลทางการเมืองกับตัวเอง พรรคและสมาชิกพรรคเช่นใด

 “สมชาย” กล่าวว่า วิบากกรรม คือ กรรมเก่า กรรมไล่ล่าคือผลของการกระทำที่กำลังไล่ล่า วันที่ 6 ตุลาคม ธนาธร พูดว่า “เพิ่งรู้ตัวเองว่าเลวในตอนทำงานการเมือง เพราะพวกเขาต้องจัดการตนและพรรค” หากมองเส้นทางการเมืองของธนาธรนั้น ธนาธรเรียนจบปริญญาตรีและโท และทำธุรกิจในเครือไทยซัมมิท ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก รวมทั้งยังเคยชุมนุมทางการเมืองกับเอ็นจีโอและนปช.ก่อนมาตั้งพรรคอนาคตใหม่

          “ซ้ายนายทุน” คือนิยามทางการเมืองของธนาธร

ธนาธรมีคดีความต่างๆ คือ คดีอาญาสามคดี คดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสองคดี (วี-ลัค มีเดีย, บลายด์ ทรัสต์) คดีที่เกี่ยวกับพรรคห้าเรื่องที่นำไปสู่การยุบพรรคและการดำเนินคดีอาญากับกรรมการบริหารพรรคด้วย โดยการโอนหุ้นสื่อนั้นคือเรื่องใหญ่ที่สุดของธนาธร เพราะรัฐธรรมนูญห้ามไว้ในคุณสมบัติการลงสมัครส.ส.

วันที่ 8มกราคม คือวันที่ธนาธรอ้างว่าโอนหุ้นสื่อ และเดินทางกลับมา กทม.หลังจากไปหาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนที่จะไปสมัครส.ส.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ แต่หลักฐานที่กระทรวงพาณิชย์รับเรื่องการโอนหุ้นตัวนี้มาคือวันที่ 21 มีนาคม ปัญหาคือโอนหุ้นก่อนหรือหลังวันที่สมัครส.ส. คดีนี้มีความสำคัญต่อชีวิตของธนาธร จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ว่าธนาธรจะจำรายละเอียดไม่ได้

การไต่สวนครั้งนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสามารถซักถามพยานได้ และพยายามซักถามธนาธรในสิ่งที่อ้างว่าจำไม่ได้ กรณีนี้เชื่อว่าตุลาการจะมองว่าธนาธรเจตนาจำไม่ได้หรือไม่

     “วีระศักดิ์” ให้ความเห็นว่า ตารางงานของธนาธรนั้นเชื่อว่าทีมงานของธนาธรต้องมีบันทึกไว้

 “บากบั่น” กล่าวว่า การไต่สวนในคดีการโอนหุ้นสื่อดังกล่าวมีหลายคำถามในการไต่สวน แต่ธนาธรตอบหลักๆ ว่าจำไม่ได้ และอ้างว่าเหตุการณ์เกิดมาหลายเดือน การไต่สวนดังกล่าวนับว่าต้อนธนาธรเข้ามุมว่า วันที่โอนหุ้นกับวันหาเสียงนั้นมีการทำบันทึกตามตารางงานไว้หรือไม่ แม้ธนาธรจะอ้างว่าการหาเสียงสำคัญกว่าการโอนหุ้นก็ตาม

ข้อสังเกตที่ธนาธรให้การคือการโอนหุ้นในวันดังกล่าวแม้จะอ้างว่าจำจำนวนหุ้นและราคาที่ซื้อมานั้นจำไม่ได้ แต่เช็คการโอนหุ้นลงวันที่ 8 มกราคมแต่เพิ่งนำเข้าบัญชีในเดือนพฤษภาคม (6,750,000 บาท) โดยธนาธรอ้างว่าไม่เดือดร้อนเรื่องเงินจึงไม่รีบขึ้นเช็ค มันคือจุดสำคัญที่ชี้ว่าธนาธรถือครองหุ้นสื่อหรือไม่

      “สมชาย” ประเมินว่า สิ่งที่ธนาธรอ้างแบบนี้มันไม่ใช่สามัญสำนึกของคนทั่วไป และก่อนวันตัดสินคดีของธนาธร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนัดหารือภายในและให้ไปเขียนคำวินิจฉัยส่วนตน ก่อนจะเขียนคำวินิจฉัยกลาง ก่อนที่จะอ่านตัดสินตามที่กำหนดไว้ และให้คู่ความส่งคำแถลงปิดคดีมาก่อนวันตัดสินสิบห้าวัน ตรงนี้คือสิ่งที่ธนาธรลุ้นกับกรรมที่กระทำไว้ในวันตัดสินคดีนี้ (20 พ.ย.)

      “วีระศักดิ์” วิเคราะห์ว่าพยานคนสำคัญในคดีนี้อีกคนหนึ่งคือ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของธนาธรที่สังเกตได้ชัดคือมีความตื่นเต้นและมีความจำที่ดีในการดำรงชีวิตในช่วงเบิกความต่อตุลาการ แต่ธนาธรอ้างเป็นหลักว่าจำไม่ได้ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญของตัวเอง

  “สมชาย” กล่าวว่า อีกกรณีหนึ่งคือ เรื่องเงินกู้ที่ธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่กู้ไป 194 ล้านบาท จำนวนสองครั้ง อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง ธนาธรเรียนจบปริญญาโทใบหนึ่งเกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ ฉะนั้นจะอ้างไม่รู้กฎหมายไม่ได้

   “บากบั่น” ให้มุมมองว่าการปล่อยกู้เงินสองครั้งในช่วงสามเดือนในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งให้พรรคอนาคตใหม่ แม้จะอ้างว่ากฎหมายไม่ได้ระบุไว้ก็ตามแต่บัญชีทรัพย์สินที่ธนาธรยื่นต่อป.ป.ช.นั้น ไม่มีการระบุว่ารับเงินจากสมพร จำนวน 6,750,000 บาท แสดงว่าไม่ได้ลงรายการรายรับจากการขายหุ้นสื่อในการยื่นบัญชีต่อป.ป.ช.

      “สมชาย” กล่าวว่า กรณีนี้อาจมีความผิดที่ไม่แจ้งต่อป.ป.ช. และน่าตั้งคำถามว่าเช็คใบนี้ในการซื้อขายหุ้นสื่ออาจลงวันที่ย้อนหลัง

          “วีระศักดิ์” ถามว่าธนาธรมีเส้นทางทางการเมืองแบบนี้อนาคตจะเป็นเช่นใด

   “สมชาย” ระบุว่า ที่ผ่านมาพบว่าธนาธรไปเกี่ยวข้องหลายเรื่องทางการเมือง เช่น พรรคอนาคตใหม่รณรงค์เรื่องแก้รัฐธรรมนูญหลังเลือกตั้งยี่สิบแปดครั้ง โดยเสนอตั้ง สสร.เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับ อย่าลืมว่ากรณีมาตราหนึ่งที่นักวิชาการเสนอแก้ไขจนมีการยื่นดำเนินคดีร่วมกับแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมยูเอ็นก็พบว่าล็อบบี้ยิสต์ที่ธนาธรจ้างไว้ในช่วงเดินทางไปต่างประเทศนั้นมีการเคลื่อนไหวประท้วงนายกรัฐมนตรีโดยล็อบบี้ยิสต์ที่ธนาธรจ้างไว้ไปดำเนินการ และเรื่องนี้ธนาธรโดนวิจารณ์เยอะ การถ่ายภาพกับโจซัว หว่อง แกนนำชาวฮ่องกงที่ประท้วงรัฐบาลจีนจนโฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทำให้ ผบ.ทบ. ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับท่าทีของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

     “ไชยันต์ ไชยพร” นักวิชาการรัฐศาสตร์ให้ความเห็นว่า “หากตัดสิทธิทางการเมืองธนาธรคนเดียว (กรณีถือหุ้นสื่อ) พรรคอนาคตใหม่คงพยายามเดินหน้าได้และผู้สนับสนุนน่าจะเห็นใจเพิ่มขึ้น เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ตัดสินเพราะดูจากผลกระทบทางการเมือง”

  “บากบั่น” ตั้งคำถามว่าแรงเหวี่ยงในความเห็นใจธนาธรจากคดีหุ้นสื่อแม้จะเพิ่มขึ้นแต่กรรมที่พรรคอนาคตใหม่ต้องเจอนั้นมีอะไรอีก และการเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคนี้นั้นตอบโจทย์หรือไม่

      “สมชาย” กล่าวว่า ไม่กี่วันก่อนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก 366 ต่อ 70 คะแนน อนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562

แต่ส.ส.เจ็ดสิบคนของพรรคอนาคตใหม่ลงมติไม่เห็นด้วยนั้น เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ใช้คำพูดที่ฉวัดเฉวียนในการแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ และพบว่าส.ส.บางส่วนของพรรคนี้ไม่มาร่วมประชุม บางคนงดออกเสียงและส.ส.บางส่วนลงมติเห็นด้วยในร่างกฎหมายฉบับนี้กับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน

หลังเสร็จสิ้นการลงมติร่างกฎหมายฉบับนี้แกนนำพรรคบางคนแสดงความชื่นชมเจ็ดสิบส.ส.ที่แสดงจุดยืนชัดเจน มันสื่อความว่าพรรคอนาคตใหม่เดินในเส้นทางใด

ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางคนที่ลงมติเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้เปิดเผยว่าหัวหน้าพรรคมีความขัดแย้งกับส.ส.และสมาชิกพรรคในเรื่องการส่งผู้สมัคร อบจ. และการแบ่งหน้าที่กมธ.ในสภาผู้แทนราษฎร

 “วีระศักดิ์” กล่าวสรุปว่า แบบนี้พรรคอนาคตใหม่ร้าวแล้ว เพราะส.ส.บางคนของพรรคที่โหวตสวนมติพรรค ตอบคำถามในโลกออนไลน์ว่า เหตุที่ลงมติร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะเทิดทูนสถาบัน

ส.ส.บางคนที่งดออกเสียงเพราะทราบถึงโครงการในพระราชดำริที่สร้างประโยชน์ในพื้นที่ของส.ส.คนนั้น

ทราบมาว่าก่อนหน้านี้มีส.ส.สิบคนจะลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ตามแนวคิดของแกนนำพรรค แต่แกนนำพรรคบางคนไปล็อบบี้ให้ส.ส.ที่เหลือต้องทำตามมติพรรค และความเห็นของธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระที่แสดงความเห็นล่าสุดเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่รวมทั้งพรรคเพื่อไทยที่ยังใช้วิธีโหนกระแสสังคมไม่มีการสร้างหรือแสดงจุดยืนของตัวเองเพื่อตอบโจทย์สังคม

    “ไชยันต์ ไชยพร” นักวิชาการรัฐศาสตร์แสดงความเห็นเกี่ยวกับอนาคตของพรรคนี้ว่า “ก่อนเลือกตั้งเลขาธิการพรรคเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ และหัวหน้าพรรคสนับสนุนหนังสือฟ้าเดียวกัน และเมื่อสองคนนี้มาร่วมตั้งพรรคอนาคตใหม่เป็นสิ่งที่ดีที่เปิดตัวต่อสู้ทางความคิดในรัฐสภา และไปโดยใจผู้สนับสนุนพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่และคนรุ่นต่างๆ ในสังคมที่เบื่อพรรคอื่นๆ

การปฏิเสธการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยพรรคนี้แสดงออกมานั้น หากว่าวันนั้นไม่มีพรรคพลังประชารัฐและพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบรับคำเชิญของพรรคพลังประชารัฐให้มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีในช่วงหาเสียง เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่อาจไม่เติบโตแบบนี้ แต่เมื่อการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้คนบางส่วนที่หนุนพรรคนี้ต่อต้านระบบสืบทอดอำนาจ”

พรรคอนาคตใหม่มีคนเดือนตุลาที่เคยร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทยมาช่วยงานเบื้องหลัง สังคมน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของพรรคนี้ชัดเจนขึ้นหลังการตัดสินคดีการถือหุ้นสื่อของธนาธร

เม็ดเงินต้องไม่หล่นหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/394502?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เม็ดเงินต้องไม่หล่นหาย

21 ตุลาคม 2562 – 08:01 น.
ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ,งบประมาณรายจ่ายประจำปี
เปิดอ่าน 163 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ เป็นพิเศษในเรื่องด่วนเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยการกำหนดเวลาให้ฝ่ายค้านและรัฐบาลได้อภิปรายฝ่ายละ 18 ชั่วโมง ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานที่สุดที่เคยมีการพิจารณามา สำหรับเวลารวมของการพิจารณาจะใช้เวลา 3 วัน  แต่เนื่องจากไม่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ โดยสภามานาน 5-6 ปีแล้ว จึงถือเป็นโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างเต็มที่ และเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงข้อซักถามต่างๆ ซึ่งหลังจากผ่านวาระ 1 แล้วคณะกรรมาธิการจะมีเวลาทำงานจนถึงวันที่ 3 มกราคม ก่อนนำเข้าสู่วาระ 2 และ 3 เพื่อลงมติ และส่งต่อให้สภาสูงเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในราววันที่ 27 มกราคม

ตลอด 3 วันที่ผ่านมา บรรยากาศการอภิปราย 2 ฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลได้ชี้แจงถึงแผนการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้คำนึงถึงยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทการพัฒนาตั้งแต่ปี 2561-2580 และคำนึงถึงการพัฒนาประเทศไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนดูแลและเตรียมพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เพราะในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลงจากมาตรการกีดกันทางการค้า รัฐบาลจึงต้องบริหารเงินคงคลังให้เหมาะสม โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูงขึ้น พร้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณ ซึ่งเศรษฐกิจในปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.0-4.0 โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวตามการเร่งเบิกจ่าย โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และการใช้จ่ายภาครัฐและภาคครัวเรือนขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

ขณะที่มุมมองของซีกตรงข้ามเห็นว่าภาพรวมของการจัดทำงบประมาณเป็นการจัดเงินงบประมาณไม่สอดคล้อง และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งภาครายรับและรายจ่าย จากการประเมินภาวะเศรษฐกิจและการคลังของไทยและของโลกจากสถาบันต่างๆ แตกต่างจากสิ่งที่รัฐบาลประเมินในหลายเรื่อง ซึ่งรัฐบาลประเมินสูงกว่าความเป็นจริง ทั้งตัวเลขจีดีพีที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.0 ในปีหน้า แต่สถาบันต่างๆ ประเมินว่าจะอยู่ที่ 2.7 และ 2.9 จากการชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจ การส่งออกติดลบ มีความเสี่ยงสูงในการดำเนินธุรกิจจากปัจจัยภายนอกที่ไม่มีความแน่นอน ซึ่งปีหน้าจะวิกฤติกว่านี้และรัฐบาลแทบทุกประเทศส่งสัญญาณให้ประชาชนประหยัด แต่รัฐบาลไทยกลับมีนโยบายชิมช้อปใช้ แม้จะกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ แต่ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว

นับเป็นครั้งแรกของการจัดทำงบประมาณที่ไม่ได้เอากระทรวงต่างๆ เป็นตัวตั้ง แต่ยึดหลักการจัดทำให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่ต้องการหลุดกับดักของรายได้ปานกลาง  ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างอภิปรายโดยภาพรวมตรงประเด็น ทำการบ้านมาดี มีชาร์จอธิบายให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ไม่ได้ใช้อารมณ์รุนแรงใส่กัน แม้บางคนจะมีเนื้อหาสอดแทรกการอภิปรายไม่ไว้วางใจรวมถึงการหาเสียงมาประกอบก็ตาม แต่ที่สุดแล้วทุกคนก็มุ่งมั่นที่จะเห็นเม็ดเงินงบประมาณเหล่านั้นถูกนำมาใช้ตามแผนงาน ก่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในทุกด้านอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย  รวมถึงต้องเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งต้องจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพด้วย