สภาฯ แนะรัฐบาลชะลอใช้ ก.ม.ภาษีที่ดิน – สิ่งปลูกสร้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412379?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สภาฯ แนะรัฐบาลชะลอใช้ ก.ม.ภาษีที่ดิน – สิ่งปลูกสร้าง

23 มกราคม 2563 – 17:29 น.
กมภาษีที่ดิน,สิ่งปลูกสร้าง,สภาฯ,กมธกฎหมาย
เปิดอ่าน 634 ครั้ง

สภาฯ หนุนรายงาน กมธ.ก.ม. แนะรัฐบาลชะลอใช้ ก.ม.ภาษีที่ดิน – สิ่งปลูกสร้าง

รัฐสภา 23 มกราคม 2563 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ตามที่สภาฯ มอบหมายให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ที่มี นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน กมธ. พิจารณา

ทั้งนี้ ในสาระสำคัญ นายปิยบุตรแถลงผลการศึกษาตอนหนึ่งว่า จากการรับฟังความเห็นและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีรายได้ลดลง แม้จะได้งบประมาณจากรัฐบาลสนับสนุนเตรียมไว้ แต่กรณีที่ อปท.​ ขาดรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ย่อมมีผลกระทบทำให้รายได้ของท้องถิ่นลดลง ทั้งนี้ จากผลการศึกษาขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตราพระราชกำหนดชะลอการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้มีความพร้อมให้มากกว่าปัจจุบัน ทั้งนี้ กมธ.ฯ ไม่มีจุดยืนจะไม่สนับสนุนการเก็บภาษี แต่การเก็บภาษีต้องมีหลักการที่ถูกต้อง และเกิดประโยชน์โดยไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ

ขณะที่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะประธานอนุ กมธ.การศึกษาการปฏิรูป ทบทวน และการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ใน กมธ.ฯ ยุติธรรมฯ แถลงด้วยว่า จากการศึกษารายละเอียดพบว่าเมื่อบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวทำให้รายได้ของท้องถิ่นลดลง เช่น พื้นที่ กทม.​ รายได้ลดลง ปีละ 1,200 ล้านบาท หรือพื้นที่แหลมฉบัง รายได้ลดลงปีละ 200 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะอุดหนุนงบประมาณให้ท้องถิ่น แต่พบว่ากว่าจะได้รับอนุมัติงบประมาณจากกรรมการกระจายอำนาจ ทำให้ต้องรอ 1 ปี ซึ่งจะกระทบต่อแผนพัฒนาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 พบว่า มีการบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2563 โดยมีรายละเอียดสำคัญ​ คือ ลดภาษีอัตราร้อยละ 50 สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ประเภทห้องชุด ที่ดินที่ตั้งของโรงผลิตไฟฟ้า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใช้เป็นเขื่อน หรือพื้นที่เกี่ยวกับเขื่อน และลดภาษีอัตรา ร้อยละ 90 สำหรับที่ดินสิ่งปลูกสร้างรอการขายของสถาบันการเงิน อาคารชุด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างระหว่างพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

“กมธ.ฯ มีข้อสังเกตว่า การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังไม่บังคับใช้ เพราะได้ขยายเวลา ทำให้เห็นถึงความไม่พร้อมและสมบูรณ์ของกฎหมายหรือไม่ นอกจากนั้น ปัญหาประเทศด้านเศรษฐกิจและปัญหาภัยแล้ง ทำให้ครัวเรือนมีหนี้สินเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกมมาไม่ถูกที่ถูกเวลาและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์” นายชวลิต แถลงรายละเอียด

ทั้งนี้ ในการพิจารณารายละเอียดมี ส.ส. อภิปรายสนับสนุนรายงานของ กมธ.ฯ โดยเฉพาะการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ควรบังคับใช้กฎหมายที่มีมิติหลากหลาย และประเมินให้รอบด้าน โดยเฉพาะรายได้ของประชาชน เศรษฐกิจในพื้นที่ร่วมด้วย ไม่ใช่มองเฉพาะราคาประเมินของที่ดินเท่านั้น

โดยมีข้อเสนอเพิ่มเติมจาก ส.ส. ให้ยกเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าวและยกร่างใหม่ อาทิ ความเห็นของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนให้ยกเลิกกฎหมายทั้งฉบับและงดเว้นการบังคับใช้ เนื่องจากเป็นความล้มเหลวของการออกกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เนื้อหาของกฎหมายขัดหลักการของการจัดเก็บภาษีและสร้างความเหลื่อมล้ำ อาทิ บ้านหลังหลัก ไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่เสียภาษี เช่น คนรวย มีบ้าน 1 หลัง ราคาประเมิน 49.9 ล้านบาท ไม่เสียภาษี ขณะที่ตนฐานะชนชั้นกลาง บ้านชานเมือง 1.5 ล้านบาท เดินทางเข้าตัวเมืองทุกวันตัดสินใจต้องซื้อคอนโดฯ เพื่ออาศัยเป็นหลังที่สอง ทำให้ต้องเสียภาษีบ้านหลังที่สอง เป็นต้น ทั้งนี้ ควรให้ สภาฯ เป็นผู้พิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าว

เช่นเดียวกับ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายโดยตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายภาษีที่ดินขาดความรอบคอบ และคล้ายกับตรากฎหมายโดยเจ้าของโรงงาน ดังนั้น ต้องยกเลิกและจัดทำเนื้อหาใหม่เพื่อให้ อปท. สามารถจัดเก็บรายได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ตัดตอน รวมถึงต้องคำนึงต่อประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำ และความยุติธรรมในสังคมด้วย

ส่วน นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า เนื้อหาทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบในบางพื้นที่ และสร้างภาระให้กับเจ้าหน้าที่ต่อการประเมินอัตราการเก็บภาษี เช่น กรณีของธุรกิจทำฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ ที่ถูกตีความว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้เสียภาษีในอัตราต่ำ เป็นต้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ สภาฯ ได้อภิปรายเสนอความเห็น นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง กล่าวว่า จากการรับฟังการอภิปราย ไม่มี ส.ส. ไม่เห็นด้วยกับ กมธ.ฯ ทั้งนี้ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอื่น ถือว่า สภาฯ ให้ความเห็นชอบกับรายงานของ กมธ. และ สภาฯ จะแนบข้อเสนอแนะของ ส.ส.​ ให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และองค์กรที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาดำเนินการต่อไป

อ่านข่าว – ราชกิจจาฯ งดเบี้ยปรับภาษีค้างชำระสำหรับที่ดินสิ่งปลูกสร้าง

พปชร. จ่อถกป้องกัน ส.ส. เสียบบัตรแทน 28 มกราคม นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412361?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร. จ่อถกป้องกัน ส.ส. เสียบบัตรแทน 28 มกราคม นี้

23 มกราคม 2563 – 16:46 น.
อุตตม สาวนายน,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,เสียบบัตรแทน
เปิดอ่าน 132 ครั้ง

อุตตม แย้ม คลัง เตรียมการไว้แล้ว หากงบฯ 63 ล่าช้า 28 มกราคม นี้ ค่อยคุยเรื่องคลิปเสียบบัตรแทนกัน

คลิปที่ 1

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 เวลา 15.00 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ซึ่งปรากฏภาพ ส.ส.หญิง พปชร. เสียบบัตรแทนกันในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า

คลิปที่ 2

พรรค พปชร. มีการประชุมทุกวันอังคารอยู่แล้ว ฉะนั้น มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้อยู่แล้ว ตนก็ติดตามข่าวอยู่ เมื่อถามว่า จะต้องมีการกำหนดบทลงโทษหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ยังไม่ถึงอย่างนั้น ยังไม่ได้ทำอะไร ขอให้มีความชัดเจนก่อนว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร ในทางปฏิบัติ ส.ส. ของพรรคต้องมาหารือกันอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนมาตรการป้องกันนั้น พรรคจะมีการหารือกันในวันประชุมพรรคสัปดาห์หน้า ในวันที่ 28 มกราคม นี้ ซึ่งตนยังไม่ได้พูดคุยกับ ส.ส. ที่ปรากฏอยู่ในคลิป

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือหรือไม่ว่าหากงบประมาณฯ ออกมาล่าช้าจะทำอย่างไร นายอุตตม กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการ และกระทรวงการคลังได้เตรียมการไว้แล้ว

ส่วนจะออกเป็นพระราชกำหนดฯ หรือไม่นั้น ต้องขอดูก่อน เพราะต้องดูฝ่ายกฎหมายด้วย กระทรวงการคลังเป็นเรื่องของเงินที่จะต้องใช้จ่าย และวินัยการคลัง โดยจะต้องนำมาประกอบกัน แต่ฝ่ายกฎหมายก็จะต้องดูในเรื่องของรายละเอียด และสำนักงบประมาณต้องดูกฎหมายวิธีการงบประมาณด้วย

เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เตรียมทางออกไว้ให้แล้วใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า “ก็เดี๋ยวดู ผมยังไม่ได้คุยกัน”

อ่านข่าว – (คลิป) สนธิรัตน์ถามแล้วบางคนในคลิปเสียบบัตรแทน

คลิปที่ 3

สนธิรัตน์ถามแล้วบางคนในคลิปเสียบบัตรแทน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412354?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สนธิรัตน์ถามแล้วบางคนในคลิปเสียบบัตรแทน

23 มกราคม 2563 – 16:25 น.
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์,เสียบบัตรแทน,สส,พปชร
เปิดอ่าน 296 ครั้ง

ส.ส. พปชร.บางคนในคลิปอ้างเครื่องมีปัญหา สนธิรัตน์ แจงปมเสียบบัตรแทนกันหรือไม่ มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้อยู่

คลิปที่ 1

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 เวลา 15.00 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีปรากฏคลิป ส.ส.หญิง พปชร. เสียบบัตรแทนกันในการโหวตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า

คลิปที่ 2

ในหลักการเป็นเรื่องที่เรากำชับกันอยู่แล้ว และ ส.ส. ก็รับทราบในเรื่องเหล่านี้ เพราะถือว่าเป็นหลักปฏิบัติโดยทั่วไป ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถาม ส.ส. ถึงสิ่งที่ปรากฏในคลิปถึงเหตุผลการกดบัตรแทนกันหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ได้สอบถามเป็นบางคน และเท่าที่ทราบก็พบว่า เครื่องเสียบบัตรมีปัญหา และได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้อยู่ว่ามีการเสียบบัตรแทนกันหรือไม่

อ่านข่าว – พปชร. บอกไม่ใช่เสียบบัตรแทนแต่ช่วยกันลงคะแนน

สนธิรัตน์ถามแล้วบางคนในคลิปเสียบบัตรแทน

คลิปที่ 3

ทบ. ตรวจควันดำรถทุกคันของหน่วยลดฝุ่นพิษ PM 2.5 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412348?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ทบ. ตรวจควันดำรถทุกคันของหน่วยลดฝุ่นพิษ PM 2.5

23 มกราคม 2563 – 16:06 น.
ศิริจันทร์ งาทอง,ฝุ่นพิษ,PM 25,กองทัพบก
เปิดอ่าน 104 ครั้ง

กองทัพบก เดินหน้าลดปัจจัยและสาเหตุที่จะเพิ่มปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตามนโยบายของรัฐบาลต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563  พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบก เดินหน้าลดปัจจัยและสาเหตุที่จะเพิ่มปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตามนโยบายของรัฐบาลต่อเนื่อง หลังจากที่ได้ปฏิบัติการฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่ และมอบหน้ากากอนามัย พร้อมการดูแลสุขภาพประชาชนตลอด 3 วัน ที่ผ่านมา

ล่าสุด เพื่อลดสาเหตุสำคัญของสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ในยานพาหนะที่ไม่สมบูรณ์ กองทัพบก ได้มอบให้ กรมการขนส่งทหารบก จัดชุดตรวจวัดค่าควันดำ ออกตรวจสอบยานพาหนะและรถยนต์ทุกคันที่ใช้ในหน่วยทหารของ กองทัพบก ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล จำนวน 17 หน่วย อาทิ กรมสรรพาวุธทหารบก , กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ , มณฑลทหารบกที่ 11 , กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน , กรมสวัสดิการทหารบก , กรมการทหารสื่อสาร เป็นต้น โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 24 มกราคม 2563 จนถึง 8 กุมภาพันธ์ 2563

หากตรวจพบว่ารถทหารคันใดมีค่าควันดำเกินมาตรฐานให้ งดใช้และปรับปรุงซ่อมแซมทันที เพื่อป้องกันการปล่อยควันพิษสู่อากาศ

ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เคยสั่งการกำชับทุกหน่วยงานของกองทัพบกให้ปรนนิบัติบำรุงยานพาหนะทุกประเภทให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่สร้างมลภาวะ รวมทั้งการกำกับดูแลเรื่องมารยาทในการขับขี่และปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นสำคัญด้วย

อ่านข่าว – รัฐลังเลใช้ยาแรงหวั่นคนเดือดร้อนถกแก้ฝุ่นพิษเพิ่ม

บิ๊กตู่ ถกสมช.ปรับแผนให้ทำได้จริง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412335?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ ถกสมช.ปรับแผนให้ทำได้จริง

23 มกราคม 2563 – 14:36 น.
สมช,ความมั่นคง,นายกฯ,ก่อการร้าย,สหรัฐ,อิรัก,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 147 ครั้ง

บิ๊กตู่ นั่งหัวโต๊ะ ถกสมช.ลุยขับเคลื่อนนโยบาย-แผนระดับชาติ เผย หลายอย่างต้องปรับหมด ให้ทำได้จริง

23 มกราคม 2563 ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสมช.ครั้งที่ 1/2563 

เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2562-2565 ภายหลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ใช้เป็นแผนหลักของชาติที่เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะขับเคลื่อนไปในคราวเดียวกันกับแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ ประเด็นด้านความมั่นคง เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามยุทธศาสตร์
นายกฯ กล่าวภายหลังการประชุมว่า เรื่องสำคัญคือการปรับแผนต่างๆให้สอดคล้องแนวการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2562-2565 ในระหว่างที่ทำนี้คงต้องใช้แผนเดิมในทางปฏิบัติไปพลางก่อน ส่วนที่จะเพิ่มเติมเป็นขั้นตอนต่อไปในหลายเรื่องด้วยกัน ทั้งความมั่นคงทางบก ทางทะเล ทางอากาศ โซเซียลมีเดีย และเศรษฐกิจ

ตนได้เน้นย้ำไปให้มีกลุ่มงานที่ทำเรื่องนี้ด้วย เพราะมีผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น เราจะได้เอาคนจากหลายภาคส่วน ที่มีคุณสมบัติเฉพาะมาเพื่อแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ได้ทุกแง่มุม เพราะฉะนั้น การจัดทำแผนต้องสอดคล้อง ตั้งแต่วิสัยทัศน์ของประเทศ นโยบายด้านความมั่นคง นโยบายของรัฐบาล  1 ปี 4 ปี ลงมาถึงแผนระดับ 2 และ 3
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ยังได้พูดถึงกลไกการขับเคลื่อนต่างๆ ซึ่งหลายอย่างเราต้องปรับทั้งหมดในเรื่องของความมั่นคง เพื่อให้ครอบคลุมและสามารถปฏิบัติได้จริงในการขับเคลื่อนต่างๆทั้งการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ รวมไปถึงความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ การลักลอบสินค้าชายแดน ประมงทางทะเล

พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอิหร่าน โดยที่ประชุมคาดการณ์ว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรง จนถึงขั้นใช้กำลังทางทหารระหว่างกัน แม้ว่าล่าสุดอิหร่านจะถล่มค่ายทหารของสหรัฐฯ ในอิรักก็ตาม แต่เพื่อความไม่ประมาท เราได้กำหนดมาตรการดูแลคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง และดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐ อิสราเอล อิหร่าน ในประเทศไทย ไม่ให้ถูกโจมตี รวมทั้งจะต้องสอดส่องผู้ต้องสงสัยบางประเทศที่จะเข้ามาประเทศไทยเพื่อก่อเหตุ

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยในเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ในกรณีที่ค่าน้ำมันผันผวน อีกทั้งยังมีการพิจารณาแผนปฏิบัติการด้านการบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง ระยะที่ 1 พ.ศ.2563-2565 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคงผ่านระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย ถูกต้อง และสมบูรณ์เพียงพอต่อการสนับสนุนกลไกการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงระดับชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

ต่อข้อถามว่า งบประมาณที่สมช.ได้รับเพื่อจัดสรรดำเนินการตามแผนเพียงพอหรือไม่ พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้างบประมาณปกติก็ไม่พออยู่แล้ว แต่เรามองภาพรวมของประเทศ ว่าแต่ละหน่วยงานของราชการก็มีความต้องการงบประมาณสูงทั้งสิ้น ขณะที่สมช.ได้งบประมาณปีละ200-300ล้านบาท ก็ยังไม่พอ แต่เราก็จัดสรรจนทำงานได้ อย่างไรก็ตาม การทำงานช่วง2-3 ปีต่อจากนี้ จะเน้นการทำงานในหลายเรื่อง เช่น การก่อการร้าย ความมั่นคงทางทะเล ภัยความมั่นคงไซเบอร์ อาชญกรรมข้ามชาติ ฉะนั้นงบประมาณที่เรามีอยู่จะทุ่มไปกับเรื่องเหล่านี้

หญิงหน่อย แจกหน้ากาก N95 ซัด รบ.ไม่ใส่ใจสุขภาพปชช. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412321?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

หญิงหน่อย แจกหน้ากาก N95 ซัด รบ.ไม่ใส่ใจสุขภาพปชช.

23 มกราคม 2563 – 14:27 น.
หน้ากากอนามัย,สุดารัตน์,ฝุ่น,เพื่อไทย,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 98 ครั้ง

“สุดารัตน์” เดินเท้าแจกหน้ากาก N95 ซัดรัฐบาลไม่ใส่ใจสุขภาพ ปชช. จี้ รัฐ ประกาศปัญหาฝุ่น วาระแห่งชาติ

คลิปที่ 1

จากกรณีปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขนั้น วันนี้ทางด้านพรรคฝ่ายค้าน นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย และ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ร่วมเดินเท้าแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา บริเวณถนนอโศกมนตรี ด้วยตนเอง

คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษ์ถึงบทบาทของพรรคฯ ในฐานะพรรคฝ่ายค้านในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า จะทำการตรวจสอบงบประมาณที่ใช้ในการแก้ปัญหาของรัฐบาลว่าจะได้ผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืนถาวรหรือไม่ เหล่านี้คือบทบาทนอกสภาฯ

ทั้งนี้ ส่วนตัวแล้วขอถามไปยังประชาชนว่ารู้หรือไม่ ว่าต้องใช้หน้ากากอนามัยประเภทใด และสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะหน้ากาก N95 มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงขอเสนอทางเลือกคือให้ความรู้กับประชาชนอย่างทั่วถึงด้วย เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความตื่นตัวจากรัฐบาลที่จะแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชน แต่ไม่ได้หมายว่าจะต้องแจกฟรี แต่อาจจะลดภาษีเพื่อให้สินค้ามีราคาที่ถูกลง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงหน้ากากอนามัยมีคุณภาพ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่ควรปกปิด เพราะฝุ่นเหล่านี้ มีผลต่อระบบการทำงานภายในร่างกายของประชาชน แต่ควรให้ความรู้ในการป้องกันเบื้องต้น ด้วยที่ผ่านมาจะเห็นว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจสุขภาพของประชาชน ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงควรประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการวางแผนล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม ทางพรรคฯเตรียมจะทำแคมเปญ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงแหล่งความรู้ พร้อมขอความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาสำหรับการสนับสนุนพร้อมแจกหน้ากากอนามัย นอกจากนี้จะทำการประชาสัมพันธ์แนะนำร้านขายหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพและราคาถูกให้กับประชาชนด้วย

คลิปที่ 3

ประวิตร แจง ส.ส.เสียบบัตรแทนไม่ผิด เพราะช่องเสียบไม่พอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412318?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ประวิตร แจง ส.ส.เสียบบัตรแทนไม่ผิด เพราะช่องเสียบไม่พอ

23 มกราคม 2563 – 14:21 น.
เสียบบัตรแทน,สส,ประวิตร วงษ์สุวรรณ,ข่าววันนี้,การเมือง,ข่าว
เปิดอ่าน 236 ครั้ง

ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ แจง ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ไม่ได้ทำผิด เพราะช่องเสียบบัตรไม่พอ  เชื่อไม่กระทบร่างกฎหมายงบ 63

23 มกราคม 2563 ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ แจง ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ไม่ได้ทำผิด เพราะช่องเสียบบัตรไม่พอ เชื่อไม่กระทบร่างกฎหมายงบ 2563

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ  กล่าวถึงกรณีการเสียบบัตรลงคะแนนในสภา ซึ่งปรากฏภาพของ ส.ส.พลังประชารัฐ โดยยืนยันว่า ไม่มี ตอนนั้น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อยู่กัน 4 คน แต่ช่องเสียบบัตรลงคะแนนไม่พอ จึงมีการส่งบัตรเพื่อให้เพื่อน ส.ส. ช่วยเสียบบัตรให้

ต่อข้อถามที่ว่า  จะกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 หรือไม่  พลเอก ประวิตร ย้ำว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร โดยตนไม่เกี่ยว เพราะเป็นเรื่องสภา และตนก็ฟังมาอีกที

วิษณุ ลั่นเสียบบัตรแทนกันมีโทษ เสียหายร้ายแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412312?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วิษณุ ลั่นเสียบบัตรแทนกันมีโทษ เสียหายร้ายแรง

23 มกราคม 2563 – 13:55 น.
สภา,พรบงบประมาณ,เสียบบัตร,วิษณู เครืองาม,สสเสียบบัตร,เสียบบัตรแทนกัน,ข่าววันนี้,ข่าวการเมือง
เปิดอ่าน 235 ครั้ง

วิษณุลั่นส.ส.เสียบบัตรแทนกัน เสียหายร้ายแรง ผิด มีโทษ ย้ำ ไม่เกิดผลกระทบน่ากลัวรุนแรง ถึงขั้นวิบัติ ต่อร่างพ.ร.บ.งบฯชี้ส่งศาลตีความกระบวนการ ดีสุด

23 มกราคม 2563 “วิษณุ” ลั่น “ส.ส.” เสียบบัตรแทนกัน เสียหายร้ายแรง ผิด มีโทษ ย้ำ ไม่เกิดผลกระทบน่ากลัวรุนแรง ถึงขั้นวิบัติ ต่อ “ร่างพ.ร.บ.งบฯ” ชี้ส่ง ศาล ตีความกระบวนการดีสุด 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหา ส.ส.พรรครัฐบาล เสียบบัตรแทนกันในการโหวตผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ซึ่งนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค ระบุว่าเมื่อกระบวนการมิชอบกฎหมายก็จะมิชอบตามไปด้วย ไม่ต้องถึงขั้นตีความว่าเนื้อหามิชอบ ว่า ก็ไม่เป็นไร และไม่ว่าอะไรก็ถูก  

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่มีคนวิจารณ์กันในโซเชียลที่ว่าวิษณุ บอกว่าการเสียบบัตรเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เป็นอะไรนั้น ยืนยันว่าตนไม่เคยพูด แต่ตรงกันข้าม ตนได้ระบุว่าเรื่องดังกล่าวให้แยกออกเป็น 2 เรื่องคือ การเสียบบัตรแทนกันหรือไม่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง และเรื่องผลของพ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น จะเกิดอะไรขึ้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“กรณีการเสียบบัตร ไม่ว่าเสียบแทนกันหรือไม่แทนกันนั้น เป็นการเสียหายร้ายแรง และมีความผิดมีโทษด้วย แต่ที่ผมบอกว่าจะไม่เกิดผลกระทบน่ากลัวรุนแรง ที่ผมใช้คำว่าไม่ถึงขั้นวิบัตินั้น เป็นเรื่องของผลร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งเมื่อกระบวนการไม่ถูก การจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมีสองอย่าง คือ 1. เนื้อหา และ 2. กระบวนการ ในกรณีนี้เป็นเรื่องกระบวนการ เพราะฉะนั้น การให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงดีที่สุดว่ากระบวนการอย่างนี้ชอบหรือมิชอบ ถ้าไม่ชอบแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร นั้นคือผลจะเป็นอย่างไร ส่วนคำว่าไม่ชอบก็จะค้างอยู่เท่านั้นว่าจะเกิดอะไร” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2556 และ 2557 ข้อเท็จจริงในตอนนั้นมีอย่างหนึ่ง แต่ในครั้งนี้เรายังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างเดียวกันหรือไม่ และตนก็ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงคนละอย่างกัน มีสื่อบางฉบับไปบอกว่าเป็นคนละเรื่องนั้นไม่ใช่ เพราะตนไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นการเสียบแทนหรือไม่ เสียบกี่ใบ แต่วันนี้ดูท่าจะออกมาแล้วว่า ต้องมีคนเอาบัตรไปกดเสียบ ประเด็นนั้นก็ต้องตรวจสอบกันไป แต่ตนยืนยันว่าประเด็นเรื่องการเสียบบัตรแทนกันมีความผิด มีโทษร้ายแรง เกิดความเสียหายทั้งต่อภาพพจน์และสภาฯ ด้วย แต่ผลกระทบต่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯนั้น ไม่น่าจะร้ายแรงแต่อย่างใด ซึ่งผลอาจจะออกมาได้ 2 ถึง 3 ทางด้วยกัน แต่จะยังไม่พูดชี้นำว่ามีทางไหน

นายวิษณุ กล่าวว่า ในกรณีที่ระบุกันว่ากระบวนการมิชอบจะทำให้กฎหมายมิชอบไปด้วยนั้น ซึ่งเมื่อปี 2556 เป็นเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนปี 2557 เป็นเรื่องของให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เมื่อเป็นกระบวนการมิชอบก็เท่ากับไม่มีมติ เท่ากับอันนั้นก็จบไป ส่วนพ.ร.บ.งบประมาณฯ เป็นกฎหมายที่แปลกกว่ากฎหมายอื่น จึงได้เกิดมาตรา 143 เกิดขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษต่างหาก จึงยังไม่รู้ชัดว่าจะนำมาตรา 143 มาใช้ได้อย่างไร ก็ได้เห็นคำร้องของส.ส. ที่ยื่นผ่านประธานสภาฯ ถึงศาลรัฐธรรมนูญ โยงถึงมาตรา 143 ด้วยก็ดี เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยในส่วนนี้ไปด้วย

นายวิษณุ กล่าวว่า ในกรณีกฎหมายงบประมาณนั้น มาตรา 143 ระบุว่า ถ้าสภาฯ พิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วัน จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าวุฒิสภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน 20 วัน จะเกิดอะไรขึ้น เงื่อนเวลาแบบนี้ ไม่มีอยู่ในกรณีของกฎหมายอื่น แม้แต่การพิจารณารัฐธรรมนูญก็ไม่มีเงื่อนเวลาอย่างนี้ แต่พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีเงื่อนเวลาเพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่เกรงว่า ถ้าช้าแล้วไม่ทัน ก็จะเกิดผลกระทบรุนแรงต่อประเทศ ถึงได้ระบุว่าสภาผู้แทนราษฎร ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน  105 วัน ถ้าไม่เสร็จถือว่าเห็นชอบตามร่างนั้น วุฒิสภาต้องให้เสร็จใน 20 วัน ถ้าไม่เสร็จถือว่าเห็นชอบตามที่สภาผู้แทนราษฏรส่งมา ในจุดนี้จะนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ประการใด เรายังไม่เคยลอง ดังนั้น เป็นการดีที่ส.ส.ยื่นคำร้องต่อศาล ได้รวมประเด็นเหล่านี้ไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าเป็นไปได้ที่กฎหมายจะไม่ตกไปทั้งฉบับ นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมดทั้ง 1.ตกทั้งฉบับ 2.เสียไปเฉพาะมตินั้น และ 3. เสียไปเฉพาะหักคะแนนที่จับได้ว่าเป็นการเสียบบัตรแทนกัน ตรงนี้ก็สุดแท้แต่ หรืออาจจะมีข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ซึ่งตนก็ไม่ทราบ แต่ก็ไม่ควรพูดชี้นำ

ต่อข้อถามที่ว่า แสดงว่าพ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่มีทางที่จะไม่ผ่านใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่พูดเช่นนั้น แต่บอกว่าไม่ทำให้เกิดวิกฤต วิบัติ เสียหาย อย่างที่ไปตีข่าวว่า แย่แล้ว ไม่ใช่ถึงขั้นอย่างนั้น เพราะมีทางแก้ไข ดังนั้น ตอนนี้ต้องรอความชัดเจนสองทาง คือ 1. รอความชัดเจนการสอบสวนของสภาผู้แทนฯ

โดยจะต้องออกมาว่ามีการเสียบบัตรแทนกันหรือไม่ แล้วใครเป็นคนแทน แล้วเจ้าของบัตรนั้นยินยอมรู้เห็นหรือไม่ ซึ่งสอบได้แค่ไหนก็แค่นั้น เพราะข้อเท็จจริงเหล่านี้จะทุ่นเวลาสำหรับศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่มีแน่ๆ คือยืดเยื้อและใช้เวลา ตามที่เคยคาดว่างบประมาณจะออกได้ต้นหรือกลางเดือนกุมภาพันธ์ ก็ไม่เป็นเช่นนั้น แต่ความล่าช้านี้ทำให้เสียหายก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงรุนแรงอะไร

รบ. มีน้ำยาแก้ PM2.5 หวั่นออกยาแรง สินค้าราคาพุ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412298?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

รบ. มีน้ำยาแก้ PM2.5 หวั่นออกยาแรง สินค้าราคาพุ่ง

23 มกราคม 2563 – 13:21 น.
บิ๊กตู่,ฝุ่น PM25,รถวิ่งวันคู่-คี่,รบมีน้ำยา,รถควันดำ,นายกฯ,ข่าววันนี้,ข่าวการเมือง
เปิดอ่าน 332 ครั้ง

“บิ๊กตู่” เผยแก้ PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปีก่อน ย้ำ รถควันดำ จับหมด ห่วงของกินของใช้ราคาพุ่ง หากห้ามบรรทุกเข้ากทม. โว รบ. มีน้ำยา แต่ใช้จะเดือดร้อน

คลิปที่ 1

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสุขภาพประชาชนเป็นอันดับแรก แต่มาตรการต่างๆ ที่ออกมาจะทำอย่างไรให้ได้รับการยอมรับ ไม่เช่นนั้นเมื่อออกมาตรการหรือบังคับใช้กฎหมายไปแล้วถูกต่อต้าน ก็มีผลทั้งสิ้น นี่คือปัญหาใหญ่ของประเทศไทย เรามีกฎหมายทุกตัว แต่กฎหมายพื้นฐานบางอัน บังคับใช้ได้ยาก คนได้รับผลกระทบเยอะ

อย่างไรก็ตามหลายคนบอกว่ารัฐบาลไม่มีแผนแก้ปัญหา แต่ในความเป็นจริงมีตั้งนานแล้ว โดยแผนการรับมือฝุ่นพิษมีการกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2562-2567 เพราะปัญหาฝุ่นละอองเกิดขึ้นในประเทศมานานแล้ว เราต้องยอมรับ สมัยก่อนข้อมูลอาจไม่เพียงพอ เครื่องมือตรวจวัดก็ไม่มี จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกัน วันนี้รัฐบาลเข้าไปจัดหาจัดซื้อและแจ้งประชาชนทราบเพื่อให้ระมัดระวัง เฝ้าระวังและให้ความร่วมมือ โดยได้สั่งการให้ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งแล้ว ที่ไหนต้องปรับปรุงก็ปิดปรับปรุงให้เรียบร้อย เมื่อดีขึ้นค่อยเปิดทำงานต่อ เท่าที่ได้รับรายกงานวันนี้ก็ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน ในส่วนของยานพาหนะก็ได้ย้ำไปอีกครั้ง ให้จับรถทุกคันที่มีความควันดำ ไม่ว่าจะรถกี่ปีก็ว่ากันไป ตอนนี้จับทุกคัน ห้ามวิ่ง หยุดวิ่ง

“หลายอย่างที่เป็นยาแรงๆ ท่านต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายสาธารณะ กฎหมายเพื่อประชาชน เราต้องพยายามใช้กฎหมายนี้ ไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนมากที่สุด วันนี้เราต้องทำความเข้าใจว่า PM2.5 เกิดจากอะไร เกิดช่วงเวลาไหนมากน้อยเพียงใด พื้นที่ไหน เพราะฉะนั้นเมื่อมาดูในส่วนนี้ก็มีมาตรการเฉพาะลงไปในแต่ละระดับ ตอนนี้อยู่ในขั้นระดับ 1-2 เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สื่อลองเปิดดูในกูเกิล จะได้สร้างการรับรู้ช่วยผมด้วย ว่าเป็นพิษเป็นภัยกับใคร จริงๆ ก็เป็นกับทุกคน ถ้ามีความแข็งแรงพอก็จะต้านทานได้มากหน่อย คนที่มีภูมิคุ้มกันต่างกัน ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง จึงตองแยกเป็น 2 ส่วน 1.กฎหมาย และ 2.การเตรียมการของประชาชน รัฐบาลไม่สามารถสั่งใครได้ทั้งหมด เช่นสั่งให้ใส่หน้ากากทุกคน อะไรทำนองนี้มีผลกระทบทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า กรีนพีซเรียกร้องรัฐบาลให้กำหนดการแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ และควบคุมการปล่อยมลพิษพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องวาระแห่งชาติมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปแล้ว โดยได้เห็นชอบในขั้นต้น มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองปี 2562-2567 เคยชี้แจงไปครั้งหนึ่งแล้ว

เมื่อถามว่า แนวคิดเรื่องการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ มีความเป็นได้หรือไม่อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ให้มีการตรวจสอบว่าจะได้ผลหรือไม่อย่างไร แต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเรามองประเทศสังคมนิยมก็สั่งหมดทุกอัน เขาสั่งได้หมดทุกอย่างไม่มีใครมาถามอย่างนี้ ต้องเห็นใจรัฐบาลบ้าง หลายคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน มีความจำเป็นแต่ละเรื่องแต่ละราว จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน แล้วผลก็ย้อนกลับไปที่รัฐบาล ออกอะไรที่เข้มงวดไป แล้วเกิดการต่อต้านไม่ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ได้ คิดตรงนี้สิ ต้องสร้างความรับรู้ให้ครบทุกมิติ สถานการณ์เช้าวันนี้ค่าฝุ่นอยู่ที่ 50-60 มคก./ลบ.ม. จะบอกว่าไม่มีอันตรายก็ไม่ใช่ เพราะมีอันตรายสำหรับคนบางกลุ่ม กรุณาเปิดดูในกูเกิลแล้วว่า PM 2.5 คืออะไร เกิดจากที่ไหนบ้าง อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาของบางประเทศใช้เครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่หรือใช้โดรน จะต้องดูว่าเราจะเดินหน้าไปสู่ตรงนั้นได้อย่างไร ต้องมีขั้นตอน ทำตามลำดับ โดยบางพื้นที่เราก็มีเครื่องพ่นละอองน้ำอยู่แล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักในภาพรวม เพราะปัญหาฝุ่นเมื่อโดมครอบไว้อยู่

นายกฯ กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้ หาเครื่องมือมีแผนเตรียมการโดยตลอด สิ่งสำคัญคือต้องสร้างการรับรู้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะห้ามเผาไร่นา แล้วจะกำจัดตอซังอย่างไร รัฐบาลก็ต้องหามาตรการเสริมลงไป มีอย่างเดียวถ้าไม่เผาตอซังก็เอารถไปไถไปขุดรากถอนโคนให้เขา แล้วเกษตรกรมีจำนวนเท่าไหร่ วันนี้ก็ทยอยจัดหาเครื่องมือให้ตามลำดับก็ทำไปเยอะแล้ว รัฐบาลช่วยเหลือได้ ถ้ามีการรวมกลุ่มขึ้นมา ส่วนเรื่องการเผาไร่อ้อย บางบริษัทก็ทำดีจัดเครื่องมือไปช่วยตัดอ้อยส่งโรงงานโดยไม่ต้องเผา และวันนี้ก็ลดการรับซื้ออ้อยที่เผาลงในระดับหนึ่ง จนสามารถแก้ปัญหาตรงนู้นได้

“หลายคนก็บอกว่ารัฐบาลไม่มีน้ำยา น้ำเยอ อะไร มันมีหมดน้ำยาถ้าจะใช้ แต่มันเดือนร้อน ท่านต้องยอมรับกันสิว่า ประเทศไทยมีคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย คนรายได้มาก รายได้ปานกลาง รายได้น้อย กิจกรรมแต่ละอันมีผลกระทบซึ่งกันและกันทั้งสิ้น รถบรรทุกก็มีเรื่องการขนสินค้าอุปโภค บริโภค เข้ามาในเขตกรุงเทพฯ รถควันดำก็ต้องหยุดวิ่งได้ไหม มันต้องยอมรับว่า ทำเข้มงวดมากขึ้นต่อไปจะตามด้วยค่าขนส่งที่แพงขึ้น สินค้าอุปโภคแพงขึ้น คิดให้เป็นอย่างนี้ อย่ามาคิดเป็นเสี้ยวๆ เศษๆ แล้วก็ตีกันไปตีกันมา ก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง เข้าใจบ้าง อย่างไรก็ตามรถยนต์มีกว่า 10 ล้านคันที่วิ่งในกรุงเทพฯ ถ้าเราไปแยกเป็นวันคู่ วันคี่ รับกันได้หรือไม่ ทุกคนซื้อรถต้องมีที่จอดรถในบ้านเอาไหมล่ะ นี่เป็นนโยบายสาธารณะถ้าเอาทุกอย่างมาตีกันอยู่อย่างนี้ไม่ได้”  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พปชร. แจงกดบัตรแทนเพื่อน คือช่วยกันทำงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412293?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร. แจงกดบัตรแทนเพื่อน คือช่วยกันทำงาน

23 มกราคม 2563 – 13:02 น.
พปชร,เสียบบัตรแทนกัน,ขัดหลักกม,ช่วยกันทำงาน,ข่าววันนี้,ข่าวการเมือง,ชัยวุฒิ,สส,ช่องเสียบบัตรมีน้อย
เปิดอ่าน 836 ครั้ง

“พปชร.” แจงกดบัตรแทนเพื่อน ส.ส.​คือ ช่วยกันทำงาน ปัดทำขัดหลักกม. “ภริม” เผยกดลงคะแนนแทน “ทวิรัช” ตามความประสงค์เจ้าตัว “ชัยวุฒิ” ยันช่องเสียบบัตรมีน้อย

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2563 – นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ แถลงชี้แจงต่อกรณีที่ปรากฏคลิปภาพการกดบัตรออกเสียงแทนส.ส.คนอื่น ซึ่งคลิปล่าสุดมีภาพยืนยันว่าเป็น น.ส.ภริม ชัดเจน

โดยน.ส.ภริม แถลงยอมรับว่าตนได้กดบัตรลงคะแนนให้กับนายอวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ในระหว่างการลงคะแนนวาระสองของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แต่จำไม่ได้ว่าเป็นมาตราหรือช่วงเวลาใด อย่างไรก็ตามการกดบัตรแทนดังกล่าว ตนยืนยันว่าได้กดคะแนนตามเจตนารมณ์ของนายอทิรัฐ เพราะตนทราบว่าการออกเสียงลงคะแนนของส.ส.นั้นมีรัฐธรรมนูญและข้อบังคับกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ภายหลังปรากฏภาพนั้น ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ตำหนิใด ส่วนกรณีการเสียบบัตรดังกล่าวอาจถูกยื่นให้ตรวจสอบนั้น ตนไม่มีความเห็นใดๆ

ขณะที่นายชัยวุฒิ แถลงย้ำว่าช่องลงคะแนนในพื้นที่นั่งของส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มีไม่เพียงพอต่อจำนวน ส.ส.​ที่มี 117 คน โดยช่องเสียบบัตรมเพียง 68 ช่องเท่านั้น ดังนั้นกรณีที่ ส.ส. ช่วยกันลงคะแนนถือว่าเป็นข้อหารือระหว่าง ส.ส.​ที่จะร่วมกันทำงาน ไม่เกี่ยวกับมาตรการที่ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐหรือ คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) สั่งการ ทั้งนี้ข้อหารือของส.ส.เพื่อให้การพิจารณาร่างกฎหมายและงานของสภาฯ เดินหน้า อย่างไรก็ตามส.ส.ทุกคนตระหนักต่อการมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน และการช่วยกันลงคะแนนดังกล่าว ไม่ใช่การออกเสียงลงคะแนนแทนกันตามบทบัญญัติที่ข้อห้ามของกฎหมาย ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การช่วยลงคะแนนดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด เพราะขัดต่อเจตนารมณ์ของการออกเสียงของส.ส.นั้น เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ข้อเท็จจริงต้องรอฟังคำวินิจฉัยขององค์กรที่มีอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากที่ 2 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ แถลงรายละเอียดแล้วเสร็จ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ แถลงต่อเนื่อง โดยเตรียมส่งหนังสือไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น สแกนม่านตา หรือสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนและลงคะแนนของส.ส. เพราะหากมีปัญหาว่าเสียบบัตรแทนกัน ดังนั้นจึงควรเลิกใช้บัตรลงคะแนน อย่างไรก็ตามในแนวทางดังกล่าวมีส.ส.หลายคนที่สนับสนุนตน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าส.ส.ที่มาจากหลายร้อยพ่อพันธุ์แม่ ไม่สามารถคุมประพฤติได้ ดังนั้นต้องใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือ ส่วนกรณีการวานเพื่อนส.ส.เสียบบัตรแทนกันนั้น ตนไม่เคยมีผู้ใดฝากบัตรกด แม้เจ้าตัวจะอยู่ในห้องประชุมก็ตาม

เมื่อถามว่ากรณีเสียบบัตรที่เกิดขึ้นมีความเห็นอย่างไร น.ส.รังสิมา กล่าวว่า กรณีที่ใช้สิทธิแทนส.ส.ที่ไม่อยู่ในห้องประชุม เพราะลงพื้นที่หรือเดินทางไปต่างประเทศ ถือเป็นความผิดที่ชัดเจน แต่กรณีที่กดบัตรให้เพื่อนส.ส.​ซึ่งอยู่ในห้องประชุมถือว่าไม่ผิด เพราะต้องยอมรับว่าช่องเสียบบัตรลงคะแนนในห้องประชุมจันทรามีไม่เพียงพอจึงต้องใช้ช่องเสียบบัตรร่วมกัน.