พปชร. ปล่อยปัญหาไลน์หลุด-พฤติกรรมไม่เหมาะเรื่องวุฒิภาวะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411664?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร. ปล่อยปัญหาไลน์หลุด-พฤติกรรมไม่เหมาะเรื่องวุฒิภาวะ

20 มกราคม 2563 – 16:45 น.
วิรัช,พปชร,ไลน์หลุด,พฤติกรรมไม่เหมาะสม,เป็นเรื่องวุฒิภาวะ,สส
เปิดอ่าน 373 ครั้ง

พปชร. ปล่อยปัญหาไลน์หลุด-พฤติกรรมไม่เหมาะสมเป็นเรื่องวุฒิภาวะส.ส. ไม่ยุ่ง-เรียกอบรม ปรับภาพลักษณ์ “วิรัช” ยันกรณีไลน์หลุด ปัญหาเล็กน้อย ไม่ถามขยายผล

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่าตนไม่มีอำนาจจะเรียกร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เข้าชี้แจงหรือทำความเข้าใจ หลังจากเกิดกรณีบทสนทนาผ่านแอพพิเคชั่นไลน์ส.ส.ของพรรค ปรากฏต่อสาธารณะในลักษณะที่ไม่พอใจและใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ เนื่องจากคนหนึ่งเป็นถึงระดับรัฐมนตรี ขณะที่อีกคนเป็นส.ส. อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเล็กน้อยภายในพรรค หากไม่มีการสอบถามเพื่อขยายผลเชื่อว่าจะไม่มีประเด็นใดเกิดขึ้นต่อมา

นายวิรัช ยังกล่าวถึงการแสดงพฤติกรรมของส.ส. ในกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ ของน.ส.ปารีณา , นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่สังคมมองว่าไม่เหมาะสม ว่า เป็นประเด็นที่ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะของส.ส. ดังนั้นพรรคหรือตนไม่สามารถจะดำเนินการใดๆ ต่อเรื่องที่เกิดขึ้นได้ อีกทั้งปรากฏการณ์ที่สังคมวิจารณ์ต่อความไม่เหมาะสมนั้น ที่ผ่านมามีเพียง กมธ.คณะเดียวเท่านั้น.

ปธ.วิปรัฐบาล โบ้ยสภาฯ สอบส.ส.ให้สิทธิกดบัตร-ออกเสียงแทน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411655?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปธ.วิปรัฐบาล โบ้ยสภาฯ สอบส.ส.ให้สิทธิกดบัตร-ออกเสียงแทน

20 มกราคม 2563 – 16:25 น.
ปธวิปรัฐบาล,โบ้ยสภาฯ,สอบ สส,ให้สิทธิกดบัตร,ออกเสียงแทน,ร่างกมงบฯ63,โมฆะ
เปิดอ่าน 66 ครั้ง

“ปธ.วิปรัฐบาล” โบ้ย “สภาฯ” สอบส.ส.ให้สิทธิกดบัตร-ออกเสียงแทน ไม่ห่วงถูกฝ่ายค้านยื่นร่างกม.งบฯ63 โมฆะ กำชับ พรรคร่วมฯ เคร่งครัดออกเสียงด้วยตนเอง

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ปฏิเสธไม่ทราบรายละเอียดต่อกรณีที่นายนิพิฎฐ์ อินทร สมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงพบการให้สิทธิเสียบบัตรแสดงตนและกดบัตรออกเสียง ของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย กับบุคคลอื่นระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ทั้งนี้มองว่าสภาฯ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ซึ่งวิปรัฐบาลจะไม่ดำเนินการร้องขอให้มีการตรวจสอบในรายละเอียด แต่จะกำชับ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลให้เคร่งครัดต่อการออกเสียง ลงคะแนนด้วยตนเอง

นายวิรัช กล่าวด้วยว่า ตนไม่ทราบว่าประเด็นดังกล่าวจะถูกฝ่ายค้านนำไปขยายผล ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ จนมีปัญหาต่อการบังคับใช้ร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 ที่อยู่ระหว่างส.ว.​พิจารณาใหัความเห็นชอบ เป็นโมฆะ หรือไม่ ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ากรณีที่เกิดขึ้นอาจทำให้การทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 นั้น ไม่สามารถทำตามตามขั้นตอนได้ โดยส่วนตัวไม่มีความกังวลใดๆ ต่อเรื่องที่เป็นข่าว เนื่องจากยังไม่มีประเด็นที่จะกลายเป็นข้อกังวลเกิดขึ้นจริง.

บิ๊กตู่ โอดแก้ PM2.5 ใช้กม.เข้ม รบ. ก็โดนไม่บังคับใช้ก็โดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411651?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ โอดแก้ PM2.5 ใช้กม.เข้ม รบ. ก็โดนไม่บังคับใช้ก็โดน

20 มกราคม 2563 – 16:16 น.
บิ๊กตู่,นายกฯ,โอดแก้ PM25,ใช้กมเข้ม,รบก็โดน
เปิดอ่าน 265 ครั้ง

“บิ๊กตู่” โอด แก้ “PM2.5” ใช้กม.เข้ม “รบ.” ก็โดน ไม่บ่งคับใช้ก็โดน ชี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พูดแล้วพูดอีก คนไม่อยากฟัง น่าเบื่อ

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 14.30 น. ที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พบปะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายนราธิวาสที่เข้าร่วมโครงการ “รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้” ซึ่งเป็นโครงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดภาคใต้ชายแดนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงหนึ่งถึงปัญหาฝุ่น pm 2.5 ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ เราต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ฝนแล้ง ปัญหา pm 2.5 ซึ่งภาคใต้ไม่ค่อยมีปัญหาหนักเหมือนที่อื่น ที่ภาคอื่นหนักหน่อย เพราะมีปัญหาเรื่องการจราจร

“พูดถึงปัญหา pm2.5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผม พูดแล้วพูดอีก คนฟังไม่อยากฟังเพราะน่าเบื่อ วันนี้ถ้าค่า pm 2.5 เกิน 50 ต้องสวมหน้ากาก ข้าราชการต้องชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจ ทารก คนมีครรภ์ คนชรา คนป่วย พวกแข็งแรงไม่เป็นไรยังพอสู้ได้ แต่ถ้าค่าเกิน 100-200 ก็เป็นเรื่อง สิ่งที่ทำให้ค่า pm 2.5 สูงที่สุดเกิดจากการจราจร 72.5 % รถทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นรถใครทำให้เกิด pm 2.5 ทั้งสิ้น สาเหตุมาจากการเผาไหม้ไม่หมด รถยนต์เก่า รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงที่สันดาบไม่หมด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ รองลงมาเกิดจากการเผาหญ้า วัชพืชในที่โล่งแจ้ง ประมาณ 12.5% โรงงานอุตสาหกรรม 5-7% ทั้งนี้ โรงงานไหนปล่อยค่าฝุ่น มลพิษเกินก็ต้องสั่งปิดเพื่อให้ปรับปรุง ที่เหลือคืออื่นๆอีก 5% สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้เรื่องการจราจรดีขึ้น เราจะห้ามรถวิ่งทั้งหมดก็ไม่ได้ จะทำอะไรก็แล้วแต่ถ้ารัฐบาลห้ามทั้งหมดก็จะมีปัญหาทั้งหมด เพราะมีคนเดือดร้อน บางคนก็เคยทำด้วยภูมิปัญญาเก่า เช่นการเผา เราก็ต้องค่อยๆ ปรับ อย่างเรื่องอ้อยก็ชอบไปซื้ออ้อยที่ถูกเผามาเพราะสะดวกที่จะเข้าโรงงานได้เร็ว ซึ่งอนาคตข้างหน้าคงทำไม่ได้ จะต้องมีการออกกฏหมายซึ่งก็อยู่ที่ว่าจะปฏิบัติตามกฏหมายกันหรือไม่” นายกฯ กล่าว

“ในส่วนของปัญหารถเก่าจะทำอย่างไร จะต้องมีการเปลี่ยนไส้กรอง เปลี่ยนเครื่องยนต์เพื่อทำให้ดีขึ้น ส่วนรถที่จะวิ่งในใจกลางเมือง ก็ต้องตรวจเข้ม ทั้งนี้พอเราใช้กฎหมายเข้ม รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ก็โดนอีก ใช้ก็โดนไม่ใช้ก็โดน แต่เราจะเลือกปฏิบัติไม่ได้ เพราะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับทุกเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ศุภชัย ป้อง ฉลอง ไม่ผิด ทิ้งบัตรไว้ที่สภาฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411646?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศุภชัย ป้อง ฉลอง ไม่ผิด ทิ้งบัตรไว้ที่สภาฯ

20 มกราคม 2563 – 16:04 น.
ศุภชัย,ฉลอง,นิพิฏฐ์,ป้อง ฉลอง,ไม่ผิด,ทิ้งบัตรไว้ที่สภาฯ
เปิดอ่าน 143 ครั้ง

“ศุภชัย” ป้อง “ฉลอง” ไม่ผิดร่วมงานวันเด็ก ทิ้งบัตรไว้ที่สภาฯ ท้า “นิพิฎฐ์” สอบ คนปชป. เชื่อมีกรณีเดียวกัน เปรย “ฉลอง” เจอคู่ปรับน่ากลัว เปรียบเหมือนหมาบูลด็อก

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานะนายทะเบียน พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ให้บุคคลอื่นกดบัตรแสดงตนและลงคะแนนแทนระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่รัฐสภาว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิด เพราะในข้อเท็จจริงส.ส.ในสภาฯ ได้ทิ้งบัตรไว้ภายในห้อง หรือเสียบบัตรคาไว้ในช่องเสียบบัตร

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่ระบุว่าต้องล้างระบบเครื่องออกเสียงลงคะแนน และต้องนำบัตรที่เสียบคาไว้ออกทุกวันนั้น ในความเป็นจริง การประชุมร่างพ.ร.บ.งบฯ ที่ใช้เวลานานและดึก ไม่มีใครที่ล้างระบบ ซึ่งบัตรของตนก็ยังเสียบคาไว้เช่นกัน ขณะที่การลงพื้นที่และร่วมงานวันเด็กนั้น ในวันก่อนหน้าพบว่าญาติห่างๆ ของนายฉลอง ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต 5 ศพ จึงต้องไปลงพื้นที่และเมื่ออยู่ในพื้นที่หน่วยงานท้องถิ่นเชิญไปร่วมงาน จึงไปร่วมงานเป็นปกติ ดังนั้นนายฉลองไม่ผิดในกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่าไม่ใช่กรณีที่สร้างปัญหาต่อร่างกฎหมายที่สภาฯ ผ่านการพิจารณา

“หากคุณพินิฎฐ์จะตรวจสอบต้องตรวจสอบพรรคของตนเองด้วย เพราะเชื่อว่ามีคนที่เสียบบัตรคาไว้ แต่จะกดบัตรแสดงตนแทนกันหรือไม่ ต้องตรวจสอบ ส่วนกรณีที่นายฉลองโดนตรวจสอบ ผมยังบอกเลยว่าน่ากลัวเพราะมีคู่ปรับเป็นคุณนิพิฎฐ์ที่มีลักษณะคล้ายกับหมาบูลด็อก” นายศุภชัย กล่าว.

บิ๊กตู่ บอกเด็กชายแดนใต้ ใครพร้อมเป็นนายกฯ เอาไปเลย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411630?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ บอกเด็กชายแดนใต้ ใครพร้อมเป็นนายกฯ เอาไปเลย

20 มกราคม 2563 – 15:25 น.
บิ๊กตู่,นายกฯ,เด็กชายแดนใต้,สร้างความเป็นกลาง,คนหัวกะทิ
เปิดอ่าน 737 ครั้ง

“บิ๊กตู่” เผยต้องการคน “หัวกะทิ” แนะสร้างความเป็นกลางในสถานศึกษา เตือนการเมืองปลุกปั่นเพื่อประโยชน์ใคร ถามเด็กชายแดนใต้ อยากเป็น “นายกฯ” พรึ่บ ใครพร้อมเอาไปเลย

คลิปที่ 1

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 14.30 น. ที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พบปะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จ.นราธิวาส ที่เข้าร่วมโครงการ “รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้” ซึ่งเป็นโครงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ได้รับการแนะแนวพัฒนาวิชาการเพื่อการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยติวเตอร์ที่มีชื่อเสียงภาคเอกชนรวมตัวมาเป็นวิทยากร อาทิ ครูสอนคณิตศาสตร์ จากวัดสุทธิวราราม ครูสอนดาราศาสตร์ จากโรงเรียนบางปะกอกฯ ครูสอนภาษาต่างประเทศ จากโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการ ครูสอนภาษาไทย จากโรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงหเสนี) ครูแนะแนว จากโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เป็นต้น

ทั้งนี้ ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาถึงเดินมาบริเวณตรงกลาง ซึ่งมีเด็กนักเรียนจำนวนมากกำลังติววิชาสังคมอยู่ พร้อมทำมือสัญลักษณ์ “มินิฮาร์ท” ให้กับเด็กๆสร้างความฮือฮาให้กับเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก

นายกฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นครูทหาร วันนี้เป็นครูรัฐบาลอยู่ทุกวัน เราต้องรู้จะเดินหน้าประเทศอย่างไร โดยต้องมีวิสัยทัศน์ 5-20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะอยู่ตรงไหน เพื่อตัวเราเองและประเทศชาติ ทุกอย่างในโลกนี้พระเจ้าให้ไว้แล้ว แต่คนเป็นผู้ทำลาย โดยรู้เท่าไม่ถึงการ จึงต้องมีการเรียนรู้ ปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่ยุค 4.0 ไม่เช่นนั้นจะไปไม่ทัน อย่างไรก็ตาม วันนี้เราต้องการคนหัวกะทิ ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็นหัวกะทิทั้งหมด เหมือนผู้บริสุทธิ์ เราต้องปลูกจิตสำนึกในสถานศึกษาให้ได้ ต้องเป็นกลาง เพราะเราคือผ้าขาวบริสุทธิ์ ถ้าใครมาพูดให้เกลียดคนโน้นคนนี้ หรือการเมืองมาปลุกปั่น ต้องดูเพื่อประโยชน์ของใคร

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำมา 5 ปี อย่าบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไร ทำให้มหาศาล 4 เท่าจากที่เคยทำ แต่หลายคนรู้ หลายคนไม่รู้ หลายคนได้ประโยชน์ หลายคนไม่ได้ประโยชน์ แต่การดำเนินโครงการต่างๆ ต้องใช้เวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ถามเด็กนักเรียนว่า อยากเป็นอะไร มีบางคนตอบว่าตำรวจ ขณะที่บางคนตอบว่า นายกฯ โดยทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบกล่าวขึ้นว่าใครอยากเป็นนายกฯ ยกมือ ซึ่งเด็กก็ยกมือเกือบทั้งห้องประชุม ก่อนที่ นายกฯ กล่าวว่า เอาไปเลยๆ ใครพร้อมมาเอาเลย ใครเจอแบบนายกฯ จะรู้ เมื่อตอนวันเด็กมีเด็กมานั่งเก้าอี้นายกฯ เด็กก็ตอบว่าไม่อยากเป็นนายกฯ เพราะงานเยอะ ก็ไม่เป็นไรเป็นเรื่องอนาคต

ส.ว. ปูด อดีตรมต.ในกมธ.งบฯ63 สภาฯ ทุจริตโยกงบฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411625?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ส.ว. ปูด อดีตรมต.ในกมธ.งบฯ63 สภาฯ ทุจริตโยกงบฯ

20 มกราคม 2563 – 15:10 น.
กล้านรงค์,สว ปูด,อดีต รมต,กมธงบฯ63,ทุจริตโยกงบฯ,หวั่นเกิดทุจริต
เปิดอ่าน 209 ครั้ง

ส.ว. ปูด อดีตรมต.ในกมธ.งบฯ63 สภาฯ ทุจริตโยกงบลงจว. หวั่นเกิดทุจริตต้นยันปลายน้ำ จวกรัฐบาลไม่จริงจังปราบโกง หลังลดงบ ป.ป.ช. เหลือ 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท การอภิปราของส.ว. ยังเป็นแนวทางการให้ข้อเสนอแนะต่อการใช้งบประมาณ เนื่องจากตามกฎหมายส.ว. ไม่สามารถแก้ไขหรือปรับลดในการจัดสรรงบประมาณได้ มีอำนาจเพียงแค่จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น

โดยตอนหนึ่งของการอภิปรายของส.ว. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวสนับสนุนการเดินหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ​ตามที่รัฐบาลดำเนินการจัดสรรให้กับบุคคลแบบเฉพาะเจาะจง แม้จะขัดหลักที่ว่านักการเมืองให้ปลา พระราชาให้เบ็ด ก็ตาม เพราะกรณีที่เกิดขึ้นสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามในการบริหารราชการของรัฐบาล 6 เดือนนั้นถือว่าหมดช่วงฮันนีมูนแล้ว ดังนั้นรัฐบาลต้องเดินหน้า ปรับและขยายผลให้ดีมากยิ่งขึ้น พร้อมเตรียมรับความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ กว่า 21 ล้านคน และกลุ่มผู้สูงวัย หากรัฐบาลดูแลและไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แอบเลียไอติม เชื่อว่าประเทศจะพัฒนาได้

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำโดยจำเป็น คือ เฟคนิวส์ที่อาจจะเป็นจริง เพราะมีข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าชี้แจงกมธ.วิสามัญ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 ของสภาผู้แทนราษฎร ว่าพบความไม่โปร่งใส เนื่องจากมีอดีตรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งมีคดีทุจริต เรียกเจ้าหน้าที่ไปคุยหลังบ้าน เพื่อขอย้ายงบประมาณไปลงจังหวัดหนึ่ง หากไม่ให้ จะตัดลดงบประมาณ

“มีคนพบเห็นยืนยันว่า อดีตรัฐมนตรีบางคน ใช้วิธีการนี้ ซึ่งขอให้สภาฯ ตรวจสอบหากพบการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง เชื่อว่ากลางน้ำ และปลายน้ำจะไม่ทุจริตได้อย่างไร ทั้งนี้ การตั้งกมธ.ของสภาฯ จำเป็นต้องตรวจสอบคนที่ไม่มีคดีทุจริต ไม่ใช่ส่งตามโควต้า ผมขอฝากไปยังนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ว่า การโยกงบไปที่ต่างๆ หรือตัดไปนั้น หากสอบดีๆ มีเค้าลางการเรื่องนี้ ซึ่งผมไม่อยากให้การพิจารณางบปีหน้าเกิดขึ้นอีก” นายสมชาย กล่าว

ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายพร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำโครงการของรัฐ ที่ถูกฟ้องร้อง ทำให้รัฐเสียค่าโง่ ว่า มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5,000 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้เร็วๆ นี้จะมีบางคดีที่จะหมดอายุความซึ่งมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งการชำระค่าเสียหายดังกล่าวควรเป็นรายได้ของรัฐ​ ขณะที่การทำงานของหน่วยงานรัฐ พบว่ามีการโยกหน้าที่การทำงานและไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบ ทั้งนี้ตนขอให้รัฐบาลเร่งรัดต่อการปราบการทุจริตและดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริต โดยไม่ปล่อยให้ลอยนวล อย่างไรก็ตามการทุจริตของบางคนพบว่าถึงขั้นลอยอังคารแล้วรัฐไม่ดำเนินการใดๆ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากระบบที่ไม่มีบุคคลใดจัดการอย่างจริงจัง ส่วนการปรับลดงบประมาณของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เหลือ 10 ล้านบาท คือการไม่ให้เกียรติกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศด้านการปราบทุจริต

ขณะที่นายกล้าณรงค์ จันทิก ส.ว. อภิปรายท้วงติงต่อการปรับลดงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากเดิมที่เสนอขอ 269.4 ล้านบาท เหลือเพียง 10 ล้านบาท ซึ่งการปรับลดงบประมาณดังกล่าวอาจกระทบต่อการจัดสรรเงินรางวัลให้กับบุคคลที่แจ้งเบาะแสการทุจริต ที่เป็นมาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นจนนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้.

รองโฆษก พปชร.ขอบคุณ อนค. รณรงค์ป้องกันฝุ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411616?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

รองโฆษก พปชร.ขอบคุณ อนค. รณรงค์ป้องกันฝุ่น

20 มกราคม 2563 – 14:54 น.
พปชร,อนค,ขอบคุณอนาคตใหม่,รณรงค์ป้องกันฝุ่น
เปิดอ่าน 126 ครั้ง

รองโฆษก พปชร.ขอบคุณ อนค. รณรงค์ป้องกันฝุ่น PM2.5 สอดรับนโยบายรัฐบาล ชี้ทำการเมืองสร้างสรรค์ดีกว่าปลุกเร้า “วิ่ง ไล่ ลุง” พา ปปช.เสี่ยงสูดฝุ่นพิษเข้าปอด

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่กรุงเทพฯ รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ให้กับประชาชนว่า ต้องขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ ที่หันมาช่วยรัฐบาลรณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่นพิษ ถือเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นการทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและการทำงานของพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้จัดตั้งเปิดศูนย์ประสานงานด้านแก้ไขปัญหาและหาแนวทางป้องกันฝุ่นพิษขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและนักวิชาการ ซึ่งทางพรรคจะเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้

“นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการทำงานการเมืองในเชิงสร้างสรรค์ที่พรรคอนาคตใหม่เริ่มดำเนินการเข้ามาช่วยกันเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาแล้ว และยังแสดงออกถึงการช่วยกันป้องกันปัญหาด้วย จึงอยากให้พรรคอนาคตใหม่รักษามาตรฐานการทำงานแบบมีส่วนร่วมเช่นนี้ต่อไป” น.ส.ทิพานัน กล่าว

  น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า  เมื่อพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่นที่พรรคอนาคตใหม่รณรงค์นั้น ต้องขอบคุณที่อยู่ภายใต้แนวทางในการแก้ไขปัญหาฝุ่นและมาตรการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ โดยใช้หลักการป้องกันโดยมุ่งการลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด เช่น จำกัดควบคุมรถยนต์ในการจราจร ทั้งนี้เพราะสาเหตุของควันมาจากการใช้รถถึงร้อยละ 72.5 สำหรับแหล่งกำเนิดควันอื่นๆ ในเขตต่างจังหวัดก็ได้มีมาตรการในการคุมเข้มการเผาในที่โล่งแจ้งทั้ง นอกจากนี้ยังเร่งควบคุมการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดฝุ่นและการปล่อยควันของภาคอุตสาหกรรมด้วย และสำหรับมาตรการบรรเทาเยียวยานั้น รัฐบาลและส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐพร้อมให้ข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น รณรงค์และส่งเสริมให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น พร้อมกับรณรงค์ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมเพื่อลดการเกิดฝุ่น

“การจัดกิจกรรมในที่สาธารณะ ในช่วงนี้ โดยเฉพาะการปลุกระดมให้มวลชนออกมาแสดงพลังจำเป็นต้องตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมารอบด้านทั้งต่อประเทศชาติและสุขภาพของผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมยกตัวอย่าง กิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 นั้น นอกจากจะสร้างบรรยากาศความตึงเครียดในสายตาของประชาคมโลกแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่ออกมาวิ่งเอง เสี่ยงที่จะรับฝุ่นพิษเข้าไปในร่างกาย ผู้จัดกิจกรรมจึงควรคำนึงถึงสุขภาพอนามัยของผู้เข้าร่วมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน” รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

กล้านรงค์ ติงตัดงบฯองค์กรอิสระไม่สอดคล้องแนวทางป้องกันทุจริต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411611?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กล้านรงค์ ติงตัดงบฯองค์กรอิสระไม่สอดคล้องแนวทางป้องกันทุจริต

20 มกราคม 2563 – 14:43 น.
กล้านรงค์,ท้วงติงการตัดงบฯ,องค์กรอิสระ,ไม่สอดคล้อง,แนวทางป้องกัน
เปิดอ่าน 95 ครั้ง

“กล้านรงค์” อภิปรายท้วงติงการตัดงบประมาณขององค์กรอิสระ ไม่สอดคล้องกับแนวทางป้องกันและปราบปรามการทุจริต

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา ที่เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ประชุมร่วมกับตัวแทนองค์กรอิสระทั้ง 5 องค์กร เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นคำของบประมาณ โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 141 วรรคสอง กำหนดให้รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ

โดยตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในส่วนการของบบำเหน็จให้พนักงานที่ราว 1 ล้านกว่าบาทต่อคน แต่งบประมาณส่วนนี้ถูกตัดทั้งหมด เนื่องจากสำนักงบประมาณเห็นว่ามีความซับซ้อนกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกัน เพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเรื่องความสมัครใจของพนักงาน และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจึงจะสมทบให้ในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน แต่เงินบำเหน็จเป็นกรณีให้เงินพนักงานที่ทำงานจนถึงเกษียณอายุราชการ และเป็นสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย

นายกล้าณรงค์ ยังอภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่ขอไป 269.4 ล้านบาท แต่ได้รับการเสนอตั้งจากสำนักงบประมาณเพียง 10 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งที่รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้หน้าที่ของประชาชนและรัฐ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต รณรงค์ให้ต่อต้านการทุจริตและชี้เบาะแส และได้รับการคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ เพราะงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องให้ความสำคัญ ปรากฏอยู่ในทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ซึ่งต้องการการมีส่วนร่วมของประชาชน และได้รับเงินรางวัลหากให้เบาะแส จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ทุจริตเป็นของแผ่นดิน แต่ถ้ามีการตัดงบประมาณส่วนนี้ไป จะนำงบประมาณจากที่ใดมาให้รางวัลกับผู้ที่พบเบาะแส

ปปช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน 4ส.ส.-ส.ว.เข้ารับตำแหน่งใหม่ พรุ่งนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411608?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปปช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน 4ส.ส.-ส.ว.เข้ารับตำแหน่งใหม่ พรุ่งนี้

20 มกราคม 2563 – 14:34 น.
ปปช,เปิดบัญชีทรัพย์สิน,สส,สว,เข้ารับตำแหน่งใหม่,พ้นเก้าอี้
เปิดอ่าน 289 ครั้ง

ปปช. เตรียมเปิดบัญชีทรัพย์สิน 4 ส.ส.- ส.ว. เข้ารับตำแหน่งใหม่-พ้นเก้าอี้ พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน พร้อมเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้สาธารณะชนทราบ จำนวน 4 ราย ดังนี้

1.นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563

2.นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562

3.นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ส.ว. เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562

4.นายชยุต สืบตระกูล ส.ว. พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562

ทั้งนี้ จะดำเนินการระหว่างวันที่ 21 มกราคม -19 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30-16.30 น. ที่ห้องแสดงบัญชีฯ อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี อย่างไรก็ตาม สามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ทางเว็บไซต์ สำนักงาน ป.ป.ช. http://www.nacc.go.th

ศาลรธน.พร้อมอ่านคำวินิจฉัยคดีร้องยุบ อนค. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411599?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศาลรธน.พร้อมอ่านคำวินิจฉัยคดีร้องยุบ อนค.

20 มกราคม 2563 – 14:22 น.
อนค,ศาลรัฐธรรมนูญ,อ่านคำวินิจฉัย,คดีร้องยุบ อนค,เตรียมสถานที่พร้อม
เปิดอ่าน 172 ครั้ง

ศาลรธน.เตรียมสถานที่พร้อม นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ ใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเริ่มนำรั้วเหล็กมาตั้งเพื่อกันพื้นที่บริเวณลานกิจกรรมอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (ศูนย์ราชการ อาคารเอ) ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ (21 ม.ค.) เวลา 11.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดออกนั่งเพื่ออ่านคำวินิจฉัย กรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำจอภาพขนาดใหญ่และลำโพงมาติดตั้งบริเวณโถงด้านหน้าศาลฯ เพื่อถ่ายทอดการอ่านคำวินิจฉัยผ่านระบบวงจรปิดมาให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ เข้ารับฟังการอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว

ทั้งนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งมายังสื่อมวลชนถึงแนวทางปฏิบัติในวันดังกล่าว โดยทางศาลจะทำการถ่ายทอดวงจรปิดลงมาบริเวณโถงชั้น 2 และห้องสื่อมวลชน หากมีการสัมภาษณ์ ขอความร่วมมือสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวนอกเขตที่ทำการศาลเท่านั้น.