คุณแหน : 31 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469784

650935

คุณแหน : 31 มกราคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 17.47 น.

ll เชื้อไวรัส“โคโรนา”สายพันธุ์ใหม่ …ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤกษาดี นักเทคนิคการแพทย์ รพ.จุฬาฯ มั่นใจว่าเชื้อมาจากค้างคาว…ยังไม่มียารักษา…หากร่างกายแข็งแรง…จะสร้างภูมิคุ้มกัน…เชื้อจะหายไปเอง…

ll ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะนำให้ป้องกันตนเอง…ใช้หน้ากากอนามัย…ล้างมือบ่อยๆ …เรื่อง“ล้างมือ”หรือ“ทำมือให้สะอาด”…ประธานาธิบดี Trump เคยสอนคนใกล้ชิดนานแล้ว…หากก่อนอาหาร เกิดต้องจับมือทักทายกับใคร…ถ้าไม่ได้ล้างมือก่อนเปิบ…ขอให้ Diet อาหารมื้อนั้นไปทันที…เพราะเชื้อโรคเข้าทางปากได้สะดวกที่สุด…

ll เป็นหมอเชี่ยวชาญด้าน“โรคระบาด” ระดับโลก…นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ลงพื้นที่จริง…ไม่ได้อยู่แต่“ห้องแล็บ”…ระหว่างนี้ต้องขึ้นเหนือไปช่วย รพ.เชียงราย ด้วยนักท่องเที่ยวจีนที่หลั่งไหลเข้ามามาก…ขณะที่ รพ.ต่างจังหวัดยังด้อยประสบการณ์ควบคุมโรคระบาด…หมอ“เชี่ยว”คนตรง…เตือนให้ระวัง“การสูญเสีย”…โรคระบาดครั้งนี้…ไม่ธรรมดา…

ll ทำบุญไว้เถิด…เพื่อเป็น“ภูมิคุ้มกัน”อีกแรง…นางเอกใจดี“น้องแพน”เขมนิจ จามิกรณ์ขึ้นเหนือไปทำบุญ“วันให้ทาน”กับท่านว.วชิรเมธี ณ ไร่เชิญตะวัน…แฟนคลับอย่าง ธนาสรณ์ วิชัยรัตนกุล บินด่วนจาก“โตเกียว”มาร่วมบริจาคให้ทุนการศึกษากับเด็กผู้ยากไร้…

ll 48 ปี“ฬ-จุฬา”…อ.กาญจนา นิมมานเหมินทร์ ชักชวนชาว Law Chula กลับบ้านเรา รักรออยู่…1 ก.พ. คืนเหย้าชาว Law…

ll ปกติ“หมอ”จะสั่ง“พยาบาล”…แต่รายนี้ นพ.บุญเลิศ ลิ้มทองกุล ต้องฟังคำสั่งภรรยาอดีตนางพยาบาลแสนสวยของอีสาน…สมบัติ ลิ้มทองกุล..ที่ห้ามออกนอกบ้านรังสิตคลอง 2ยามนี้เด็ดขาด…ด้วย PM2.5 มีค่าอันตราย…จนสามีอดีตแพทย์อาวุโสของกระทรวงสาธารณสุข…รับไม่ได้…เป็น“ภูมิแพ้”ทั้งตัว…

ll หนีหนาวจาก Chicago มาเจอ“ฝุ่น”เจอ“นักท่องเที่ยวจีน”…นพ.ฐิติ เจ้าเจริญกุล ยังต้องมาเจอกับคนที่หากินกับกัญชา…หมอHuge คนดี ศิษย์เก่าศิริราช…ต่อต้านสุดขีด…เพราะที่เมือง Chicago หลังกัญชาระบาด…วัยรุ่นเข้าห้อง Emergency เพิ่มถึง 3 เท่า…หมอ“อนุทิน”จะฟังไว้หน่อยก็ดี…

ll ก่อตั้งมหาวิทยาลัยโยนก…ม.เอกชนแรกๆ ของภาคเหนือ…ทุกวันนี้ อ.ดร.นิรันดร์จิวะสันติการ…ระลึกถึงความสุขที่ได้สร้าง“ทรัพยากร”มีค่าให้ลูกหลานชาวเหนือมีวิชา…ส่วนตัวเป็นลูกหลาน“พ่อเลี้ยง”ลำปางที่ไม่ได้เอาแต่รวย…แต่ศรัทธาในการสร้างสังคม…

ll นศ.เก่า Royan-Nice ฝรั่งเศส รุ่น ดร.ปรีชา สุวรรณทัต นัดสังสรรค์1 ก.พ. 11.00 น. ร้านเมธาวลัย ศรแดง…

ll กลับจากอังกฤษไปพม่า…อาทิตย์นี้เพิ่งทัวร์เวียดนาม…มะรืนจะบินไปสิงคโปร์…กฤษณ์ ศิรประภาศิริ บินถี่ยิบช่วงนี้…เพื่อนฝูงเก่าๆ ทั้งสวนกุหลาบ เตรียมอุดมฯจุฬา ฯลฯ ชักสงสัยว่า…ภรรยาที่เคยใจดี ดร.นันทนา ศิรประภาศิริ…น่าจะสั่งห้าม“เข้าบ้าน”…อยู่“นอกบ้าน”รอตรวจอาการเหมือน“อาหารกระป๋อง”ที่ต้องมี Incubate (ฮา)…llf

ภิญญ์สิรี

ททท. และ ดร.คฑา แนะบูชาดาวนพเคราะห์ เพิ่มพลังบวก เสริมสิริมงคล วัดเขตร์นาบุญญาราม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469532

ททท. และ ดร.คฑา แนะบูชาดาวนพเคราะห์ เพิ่มพลังบวก เสริมสิริมงคล วัดเขตร์นาบุญญาราม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เอิร์ธ ศัลย์ อิทธิสุขนันท์, ดร.คฑา ชินบัญชร และ เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดจันทบุรี จับมือนักพยากรณ์ชื่อดัง ดร.คฑา ชินบัญชร แนะบูชาดาวนพเคราะห์ เพิ่มพลังบวกเสริมสิริมงคล วัดเขตร์นาบุญญารามณ จันทบุรี เมืองต้องห้าม…พลาด

ปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับวีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงน ผู้แทนเจ้าอาวาสวัดเขตร์นาบุญญาราม เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ดารานักแสดงชื่อดัง ตัวแทนชาว Gen Y และ ดร.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์โครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก ททท. แถลงข่าว “งานบูชาดาวนพเคราะห์ ปีหนูทองมั่งมี บารมีพร้อมพรั่ง มั่งคั่ง รุ่งเรือง” ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียวกรุงเทพฯ ฟอร์จูน ซึ่งงานบูชาดาวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-16 กุมภาพันธ์ 2563ณ วัดเขตร์นาบุญญาราม จ.จันทบุรี

ททท. ร่วมกับ จังหวัดจันทบุรี วัดเขตร์นาบุญญาราม และ ดร.คฑา ชินบัญชร แถลงข่าวงานบูชาดาวนพเคราะห์ ปี 2563

ปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยจุดเด่นมากมาย อย่างแรกคือเป็นจังหวัดที่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพฯมากนัก การเดินทางสะดวกสบาย จะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถสาธารณะ มีบริการตลอดเส้นทาง โรงแรมที่พักมีความสวยงาม สะดวกสบาย หลากหลายสไตล์ พร้อมบรรยากาศที่ดี ติดทะเล ติดภูเขา น้ำตก หรือจะพักในอุทยานแห่งชาติก็มีปริมาณเพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงนมัสการเขาคิชฌกูฏ ที่กำลังเปิดให้ประชาชนขึ้นนมัสการในช่วงวันที่ 25 มกราคม-24 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นต้นฤดูกาลผลไม้ ที่สำคัญเมืองจันท์เราอุดมไปด้วยผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาและราชินีผลไม้ คือ ทุเรียน, มังคุด และผลไม้อื่นๆ ที่เป็นที่นิยม เช่น สละ เงาะ ลองกอง นอกจากนี้จันทบุรียังมีของดีที่ขึ้นชื่อคืออัญมณีที่รับรองได้ว่าใครที่ชื่นชอบพลอยเมืองจันท์ และยังมีชุมชนที่มีเสน่ห์ คงความเป็นวิถีชีวิตดั่งเดิมไว้ ดังเช่น ชุมชนริมน้ำจันทบูร ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัย หรือจะเป็นชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัวที่กำลังส่งเสริมให้เป็นสถานที่ต้องห้าม…พลาด และเชื่อมั่นในหัวใจบริการของพี่น้องชาวจันท์ว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ประทับใจ จนอยากกลับมาเยือนจันทบุรีอีกแน่นอน”

วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงงานบูชาดาวนพเคราะห์ว่า “ททท.มองเห็นศักยภาพของงานบูชาดาวนพเคราะห์ ของวัดเขตร์นาบุญญาราม ที่จะสามารถส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมทางการท่องเที่ยวได้เนื่องจากเป็นงานที่จัดขึ้นจากความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปีที่ 186 และทางททท. เข้ามาสนับสนุนมาเป็นปีที่ 6 เป็นงานที่มีเอกลักษณ์แบบอนัมนิกาย อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ตามนโยบายรัฐบาลและแผนการตลาดของททท. ปีนี้เรามุ่งเป้าไปที่ชาว Gen Y
และประชาชนทั่วไปให้เดินทางท่องเที่ยวรับพลังบวกเพิ่มเติมพลังใจให้กับชีวิต เพราะชาว Gen Y เป็นวัยของการทำงานอย่างเคร่งเครียด ถ้าได้ท่องเที่ยวเพิ่มเติมพลังบวกให้กับตัวเอง ก็จะสามารถกลับไปสร้างสรรค์งานได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งงานบูชาดาวนพเคราะห์ ของวัดเขตร์นาบุญญาราม นั้นเป็นงานที่มีความแปลกไม่เหมือนกับที่ใด นักท่องเที่ยวเมื่อได้บูชาดาวนพเคราะห์เสริมสิริมงคลให้กับชีวิตแล้ว ยังได้เข้าพิธีแก้ปีชงหรือพะเก่งที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ด้วย”

วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ และ ดร.คฑา ชินบัญชร

องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงนผู้แทนเจ้าอาวาสวัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี กล่าวถึงพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ว่า “ตามความเชื่อของอนัมนิกายพระพุทธเจ้าได้จุติเป็นเทพยดาประจำดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธพระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์พระราหู และพระเกตุ จึงเป็นที่มาของพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ของวัดเขตร์นาบุญญาราม อนัมนิกาย ที่ถือปฏิบัติกันมากว่า 186 ปี และอัญเชิญองค์ดาวนพเคราะห์ประทับเหนือเกี้ยวเสด็จออกประทานพรเป็นปฐมฤกษ์ในขบวนบูชาดาวรอบเมืองจันทบุรี ทำให้ทุกท่านจะได้กราบไหว้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ทุกท่านที่มาร่วมงาน”

ดร.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์โครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก ททท. กล่าวถึงอานิสงส์ของการเข้าร่วมพิธีบูชาดาวว่า “การที่ทุกท่านได้เดินทางเข้าร่วมพิธีบูชาดาว ถือเป็นการไปสัมผัสพลังแห่งธรรมะและดวงดาว เป็นการอธิษฐานจิตสั่งสมบารมีจากการขอพรจากดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์เพราะการบูชาดาวมีความเชื่อกันว่าจะก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นำมาซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ อายุยืนนาน สุขภาพแข็งแรง ได้ผลานิสงส์มากประมาณมิได้ และส่งต่อให้บิดามารดา ญาติมิตรทั้งหลายที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่ล่วงลับไปแล้วได้รับผลบุญกุศลโดยทั่วกัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มเติมพลังบวกให้กับตนเอง เมื่อได้รับพลังบวกจากงานบูชาดาว และการท่องเที่ยวเพิ่มพลังชีวิตในจังหวัดจันทบุรี จะมีพลังกลับมาสร้างสรรค์กิจการงานต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังถือเป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ 2 แผ่นดิน ได้แก่ไทย-เวียดนาม เพราะวัดเขตร์นาบุญญารามเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดจันทบุรีมาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธฝ่ายมหายาน เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มาโดยตลอดชั่วอายุ”

ปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าฯ จังหวัดจันทบุรี

ทั้งนี้ “งานบูชาดาวนพเคราะห์ ปีหนูทองมั่งมี บารมีพร้อมพรั่ง มั่งคั่ง รุ่งเรือง” จะจัดขึ้นในวันที่ 7-16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ วัดเขตร์นาบุญญารามอ.เมือง จ.จันทบุรี โดยในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.09 น.ขอเชิญชมขบวนบูชาดาว จำนวน 19 ขบวน และร่วมพิธีจุดเทียนบูชาดาวนพเคราะห์ เสริมบารมีแห่งแผ่นดิน เพื่อเสริมดวงเมืองให้เข้มแข็งและเปี่ยมบารมี อันจะส่งผลให้ทุกชน ทุกเหล่าในประเทศมีชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังจะได้ร่วมบูชาดาวประจำวันเกิด ทำพิธีแก้ชงสะเดาะเคราะห์เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต ให้ชีวิตราบรื่นตลอดปี 2563

CIBA เผยผลสำรวจ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469501

news_default

CIBA เผยผลสำรวจ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ศิริเดช คำสุพรหม

CIBA มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยผลสำรวจ 4 ปัจจัยที่ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางของสาวๆ ชี้บุคลิกภาพนำโด่ง ตามด้วยความน่าเชื่อถือ รูปแบบและเนื้อหาการนำเสนอ แนะผู้ประกอบการจัดทำสื่อออนไลน์เนื้อหาเข้าใจง่ายInfluencers มีความน่าเชื่อถือ รีวิวสม่ำเสมอและไม่โฆษณาเกินจริง

ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินผลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าปี 2562 ธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์เป็นธุรกิจรุ่งที่มาแรงเป็นอันดับ 3 และยังคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องสำอางของไทยปี 2562-2566 จะเติบโตราว 7.14% มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.68 แสนล้านบาท จากข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Beauty Influencersต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางของผู้บริโภคเพศหญิงในเขตกรุงเทพมหานคร ของ นายศุภวัฒน์ ทองดี สาขาวิชาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (มธบ.) โดยสำรวจในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเครื่องสำอางในการวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดโดยเลือกใช้บุคคลออนไลน์หรือ Influencers ให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจากผลวิจัยพบ 4 ปัจจัยที่ Beauty Influencers มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอาง โดยปัจจัยด้านบุคลิกภาพมีอันดับสูงสุดรองลงมาเป็นความน่าเชื่อถือ รูปแบบการนำเสนอ และเนื้อหาในการนำเสนอเป็นลำดับสุดท้าย

“Beauty Influencers ที่มีบุคลิกภาพที่ดีเหมาะสมกับสินค้า จะทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจและน่าใช้สินค้า อีกทั้งบุคลิกที่โดดเด่นเป็นที่น่าจดจำทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจชื่นชอบ และInfluencers ที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องสำอางมีความสามารถในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางได้เป็นอย่างดี มีหลักฐานที่มาที่ไปของสินค้าจะทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นมากขึ้น รวมถึงมีรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่ายไมเหมือนใคร มีภาพประกอบให้เห็นผลลัพธ์ในการใช้สินค้า มีการอัพเดทเครื่องสำอางใหม่ๆ มานำเสนอได้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนเนื้อหาในการนำเสนอต้องมีการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนและไม่ก่อให้เกิดความสับสน อีกทั้งต้องมีข้อมูลสินค้าที่แปลกใหม่น่าสนใจกว่าที่อื่นๆ ด้วย”

ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า จากรายงานการวิจัยมีข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารในธุรกิจเครื่องสำอาง โดยระบุว่า ควรมีการจัดทำการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ที่ทำให้เข้าใจง่ายต่อการซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง นอกจากนี้การบอกต่อจากคนใกล้ชิดมีความสำคัญมากในด้านการแสวงหาข้อมูล ดังนั้น ผู้บริหารควรมีการจัดทำสื่อออนไลน์ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า ให้สามารถเลือกดูสินค้าและเพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจและมีการบอกต่อการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ต่อบุคคลใกล้ชิด และผลสำรวจยังพบว่าผู้บริโภคสนใจซื้อเมื่อได้มีการทดลองใช้สินค้าฟรีก่อน ดังนั้น จึงควรมีสินค้าตัวอย่างให้กับลูกค้าได้มีการทดลองใช้โดยมีการกำหนด ฉลาก วัน เดือน ปี ที่ผลิตและวันหมดอายุที่มีความชัดเจน และควรจัดทำโปรโมชั่นที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า โดยมีส่วนลดสำหรับลูกค้าที่มีการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากๆ และควรให้ Beauty Influencers รีวิวสินค้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและต้องการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอีกในครั้งต่อไปได้

เดิน-วิ่งการกุศล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469507

news_default

เดิน-วิ่งการกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น โดย สุพจน์ ฤทธิพิชัยวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัทโภชนาการระดับโลก ได้ร่วมสนับสนุนงานเดิน-วิ่งการกุศล “MY HEROวิ่งเพื่อน้อง วิ่งเพื่อโลก” จัดโดยมูลนิธิบ้านนกขมิ้น มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คนมาร่วมเดิน-วิ่ง ระยะทาง 5 และ 10 กิโลเมตร ณ ถนนส่วนบุคคลหมู่บ้านโชคชัยปัญจทรัพย์ ซอยรามคำแหง 184  ภายในงานครั้งนี้เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ร่วมออกบูธเพื่อให้ข้อมูลด้านโภชนาการและเน้นย้ำถึงบทบาทความสำคัญของการมีไลฟ์สไตล์ที่แข็งแรงและกระฉับกระเฉง

เปิดตัวโรงพยาบาลพระปกเกล้าโรงพยาบาลแสงอาทิตย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469515

เปิดตัวโรงพยาบาลพระปกเกล้าโรงพยาบาลแสงอาทิตย์

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ

เปิดตัวแล้วอย่างยิ่งใหญ่ โรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลแสงอาทิตย์แห่งที่ 7 ที่เกิดขึ้นจากเงินบริจาคของประชาชนทั้งประเทศผ่านกองทุนแสงอาทิตย์

โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุมรำไพพรรณี ชั้น 7 อาคารประชาธิปกศักดิเดชน์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ได้มีการจัดงานเปิดตัวโรงพยาบาลพระปกเกล้าโรงพยาบาลแสงอาทิตย์ โดยมี นายวิทูรัชศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี

นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า กล่าวว่า โรงพยาบาลพระปกเกล้า ตั้งอยู่ที่ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2481 จาก
โรงพยาบาลขนาด 50 เตียง ปัจจุบันขยายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาด 755 เตียง แต่ในความเป็นจริงต้องดูแลคนไข้มากถึง 900 เตียง มีอาคารรักษาพยาบาลทั้งหมด 43 หลัง ให้บริการผู้ป่วยนอก1,903 รายต่อวัน ผู้ป่วยในนอนเฉลี่ย 671 รายต่อวันและเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงให้บริการดูแลทั้งประชาชนชาวไทยและจากประเทศกัมพูชา

ด้วยภารกิจดังกล่าว ทำให้โรงพยาบาลพระปกเกล้าต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากในส่วนของค่าไฟฟ้านั้น จากข้อมูลในปี 2561 โรงพยาบาลมีภาระค่าไฟฟ้าสูงถึง38 ล้านบาทเศษ ตกเฉลี่ยเดือนละ 3.2 ล้านบาท และอีกไม่นานโรงพยาบาลพระปกเกล้าจะเปิดให้บริการอาคารศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง เป็นอาคาร 10 ชั้นคาดว่าจะมีภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 12 ล้านบาทต่อปี

การระดมทุนของกองทุนแสงอาทิตย์เพื่อติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปหรือระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารอายุรศาสตร์ของโรงพยาบาลพระปกเกล้า จึงทำให้โรงพยาบาลพระปกเกล้าเป็นโรงพยาบาลแสงอาทิตย์แห่งที่ 7 ที่มาจากเงินบริจาคของประชาชนผ่านกองทุนแสงอาทิตย์

การเปิดตัวโรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลแสงอาทิตย์ในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกของโรงพยาบาลในการผลิตไฟฟ้าและพึ่งพาพลังงานจากธรรมชาติ ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กับมาตรการประหยัดพลังงานที่โรงพยาบาลได้ดำเนินการมาก่อนแล้ว เชื่อได้ว่าจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการลดภาระค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลและนำเงินที่ประหยัดได้ไปใช้ในภารกิจดูแลรักษาพยาบาลให้แก่ประชาชนได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

พระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม จ.อุบลราชธานี ในฐานะประธานกองทุนแสงอาทิตย์ กล่าวว่า กองทุนแสงอาทิตย์ได้ดำเนินการเปิดรับบริจาคผ่านบัญชีชื่อ “กองทุนแสงอาทิตย์โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 จนสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารของโรงพยาบาลแล้ว 7 แห่ง ซึ่งรวมโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี แห่งนี้ด้วย

สำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารอายุรศาสตร์ ของโรงพยาบาลพระปกเกล้านี้ กองทุนแสงอาทิตย์ได้คัดเลือกให้บริษัท เดชาวุฒิ อินเตอร์เทค จำกัด เป็นผู้ดำเนินการติดตั้ง ตั้งแต่วันที่ 4-6 มกราคม 2563 ที่ผ่านมารวมระยะเวลา 3 วัน บริษัทเดชาวุฒิฯ ได้ทำการติดตั้งระบบจนแล้วเสร็จสามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของโรงพยาบาลได้ โดยใช้แผงโซลาร์ชนิดโมโน ขนาด 405 วัตต์ จำนวน 90 แผง พร้อมอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงตามที่กองทุนแสงอาทิตย์กำหนด ได้กำลังผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์รวม 36.45 กิโลวัตต์ ใช้งบประมาณตามสัญญาว่าจ้างทั้งสิ้น 1,050,000 บาท หรือเฉลี่ยวัตต์ละ 28.8 บาท

ด้วยกำลังผลิตไฟฟ้าขนาดนี้จะช่วยโรงพยาบาลลดภาระค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 200,000 บาทต่อปี และยาวนานถึง 25 ปีตามอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ แม้จะเป็นเงินไม่มากเมื่อเทียบกับค่าไฟฟ้าทั้งหมดของโรงพยาบาล แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่โรงพยาบาลจะสานต่อเพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ให้มากขึ้นต่อไป และหากโรงพยาบาลมีมาตรการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมด้วย จะช่วยให้ลดภาระค่าไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว และสามารถจะนำเงินที่ลดค่าไฟฟ้าได้ไปใช้ในการรักษาชีวิตผู้ป่วยและเพิ่มขีดความสามารถ ในการบริการประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไปอย่างที่ได้เห็นผลมาแล้วจาก 6โรงพยาบาลแสงอาทิตย์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เมื่อเป็นเช่นนี้พลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นพลังงานเพื่อชีวิตประชาชนโดยแท้

ในงานเปิดตัวโรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลแสงอาทิตย์ครั้งนี้คณะผู้ร่วมจัดงานที่มาร่วมงาน ประกอบด้วยพระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม จ.อุบลราชธานี ในฐานะประธานกองทุนแสงอาทิตย์ นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า คณะกรรมการบริหาร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า คณะกรรมการกองทุนแสงอาทิตย์ พื้นที่ดาดฟ้าอาคารอายุรศาสตร์ สำหรับกรรมการกองทุนแสงอาทิตย์ที่มาร่วมงาน อาทิ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นางสาวบุญยืน ศิริธรรมนายกสมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ผศ.ประสาท มีแต้ม ประธานคณะอนุกรรมการด้านบริหารสาธารณะคณะกรรมการโครงการอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน นายเชษฐา มั่นคงผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาเด็ก นางสาวจริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ ประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ โรงพยาบาลพระปกเกล้า มีความประสงค์ในการสานต่อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ โดยการจัดคอนเสิร์ต “แสงแห่งชีวิต” ขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2563 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เพื่อจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นและต่อยอดการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าต่อไป

ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469535

news_default

ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 พร้อมคู่สมรส เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563ที่ผ่านมา ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความยินดีกับผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 จำนวน 2 ราย ได้แก่ (1) สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศาสตราจารย์ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิ้ลยู บาร์เทนชลากเกอร์(Professor Dr. Ralf F.W. Bartenschlager)(2) สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ เดวิด เมบี (Professor David Mabey) ซึ่งผลงานของทั้งสองท่านถือเป็นคุณูปการที่สำคัญยิ่งต่อประชากรโลก วงการแพทย์และสาธารณสุขโลก พร้อมเน้นย้ำว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายารักษาโรค รวมถึงวัคซีน ตลอดจนการเข้าถึงยาและวัคซีนอย่างปลอดภัยตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยเป็นนโยบายด้านสาธารณสุขของไทย และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals – SDGs) นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาระบบสุขภาพของคนในชาติ จะเห็นได้จากนโยบายการปฏิรูปด้านสาธารณสุข และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขระยะยาว

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความชื่นชม ศาสตราจารย์ ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิ้ลยูบาร์เทนชลากเกอร์ จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่มีผลงานโดดเด่นเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ซึ่งได้นำไปสู่การพัฒนายาต้านไวรัสตับอักเสบซีได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงการพัฒนายาต้านไวรัสตับอักเสบซีรุ่นใหม่ และศาสตราจารย์นายแพทย์เดวิด เมบี จากสหราชอาณาจักร ที่ค้นพบสาเหตุของภาวะตาบอดจากโรคริดสีดวงตา รวมถึงวิธีการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนจำนวนหลายล้านคนในทวีปเอเชียและแอฟริกา

ทั้งนี้ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 ทั้งสองคนได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งเป็นรางวัลที่มีความหมายต่อวงการสาธารณสุขและการแพทย์ไทยเป็นอย่างมาก พร้อมชื่นชมนโยบายด้านสาธารณสุขของไทยที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับทั้งสองประเทศมีอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี ที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญโดยไทยพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อประโยชน์โดยรวมของประชาชนในโลก

เปิดเทคนิคโค้ชชิ่งพ่อแม่กับการสร้างพลังบวกเพื่อลูก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469499

เปิดเทคนิคโค้ชชิ่งพ่อแม่กับการสร้างพลังบวกเพื่อลูก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มร.เอียน เฮนเดอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญการโค้ชชิ่งผู้ปกครอง

วัยเรียน คือช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต แต่นอกจากเรื่องเรียนและกิจกรรมแล้ว เรื่องการใช้ชีวิต เรียนรู้ชีวิต ของเด็กๆ ตั้งแต่วัยเรียนผ่านเข้าสู่วัยรุ่นนั้น ไม่ได้มีแค่โรงเรียนที่มีอิทธิพลต่อเด็กๆ เท่านั้น บทบาทของผู้ปกครองที่บ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน แล้วทำอย่างไรพ่อแม่ ผู้ปกครอง จะสามารถสร้างบทบาท พร้อมรับมือ เรียนรู้พฤติกรรมและเข้าใจเด็กๆ ได้อย่างถูกต้อง

มร.เอียน เฮนเดอร์สัน (Mr.Iain Henderson) ผู้เชี่ยวชาญด้านการ Coaching ผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า สถาบันครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างทรัพยากรบุคคลที่ดีมีคุณภาพออกสู่สังคมที่สำคัญที่สุด ดังนั้น การโค้ชชิ่งพ่อแม่ (Coaching for Parents) จึงนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเรียนรู้และใส่ใจครอบครัวให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกแน่นแฟ้นได้ดียิ่งขึ้น ผ่านความเข้าใจโดยที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องโน้มเอาโลกของเราไปหมุนรอบตัวบุตรหลาน เพื่อให้เข้าใจตัวตนของเขามากที่สุด

การอบรม Coaching for Parents คือการนำแนวคิดเชิงบวกมาเป็นแนวทางในการชี้แนะพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ใกล้ชิดกับเด็กๆ ได้รู้จักตัวตนของตัวเอง และบุตรหลาน มองโลกผ่านสายตาของความเป็นจริง มองสิ่งต่างๆ อย่างเข้าใจในที่มาของพฤติกรรม ความคิด และการกระทำ ขณะเดียวก็ยอมรับได้ในด้านลบ มองปัญหา ความทุกข์ ความไม่ราบรื่นเป็นเรื่องธรรมดา และเปิดกว้างให้ทุกคนในครอบครัวได้มีโอกาสพูดคุยถึงความคิดและความต้องการของตัวเอง

“สิ่งที่สำคัญคือ พ่อแม่ควรมองโลกมองเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านมุมมองของลูก เพื่อจะได้เข้าใจตัวตนและสาเหตุในการกระทำมากที่สุด ซึ่งการจะเข้าใจลูกได้คนเป็นพ่อแม่จำเป็นจะต้องเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด และพฤติกรรมของตัวเองก่อน จึงจะสามารถสร้างการสื่อสารพร้อมเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นเข็มทิศชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากพอจะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คนเราผ่านเรื่องราวท้าทายในชีวิต ทั้งดีและร้ายไปได้ในการดำเนินชีวิตให้กับลูกๆ รวมถึงตัวของผู้ปกครองที่ผ่านการ Coaching อีกด้วย”

อีกหนึ่งเทคนิคที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติกันได้คือ การหมั่นสร้างคำถามปลายเปิด (Open – ended Questions)กับบุตรหลานให้ได้ขบคิดร่วมกัน รู้จักสร้างเทคนิคการตั้งคำถามถึงลำดับความสำคัญของเรื่องราวต่างๆ เพื่อดูวิธีคิด การหาคำตอบการตอบคำถาม และการแก้ไขปัญหา โดยพ่อแม่อาจจะแชร์ความคิดของตัวเองผ่านประสบการณ์ที่ผ่านมา พร้อมผลลัพธ์จากวิธีคิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับลูก นอกจากนี้ มร.เอียน ยังแนะนำว่าพ่อแม่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงคำถามที่ว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น ทำไมจึงเป็นแบบนี้ เพราะอาจทำให้เกิดบรรยากาศกดดันในการพูดคุยกันระหว่างพ่อแม่ลูก

จากประสบการณ์การเดินทางอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะที่โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพ มร.เอียน บอกว่า กระแสการตอบรับของผู้ปกครองเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะไม่เพียงได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ยังเป็นช่วงเวลาที่เหล่าผู้ปกครองได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกด้วย และได้พยายามใช้เทคนิคจากการอบรมกับลูกๆ ที่บ้าน จนได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วเด็กๆกำลังรู้สึกอย่างไร และรับมือพร้อมแก้ปัญหาได้ทัน นอกจากนี้ ผู้ปกครองบางส่วนยังได้นำเทคนิคไปส่งต่อช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย

การอบรม Coaching for Parents จึงไม่เป็นเพียงการอบรมเพื่อให้ผู้ปกครองได้แนวคิดในการดูแลบุตรหลานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจทั้งผู้อื่นและตัวเองมากขึ้นอีกด้วย พ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ได้ที่ โทร.02-0878888 เว็บไซต์ http://www.wellington college.ac.th และ Facebook: Wellington College International School Bangkok

ล้างมือบ่อยครั้ง หยุดยั้งเชื้อโรค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469510

news_default

ล้างมือบ่อยครั้ง หยุดยั้งเชื้อโรค

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปัจจุบันการล้างมือนับเป็นหนึ่งในมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด และมีความสำคัญมาก เนื่องจากพบว่ามีโรคต่างๆ มากมายที่แพร่กระจายได้จากการไม่ล้างมือตัวอย่างเช่นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค ฯลฯ ติดต่อโดยการหายใจเอาเชื้อเข้าไป และติดต่อจากการสัมผัสสิ่งของสิ่งคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ) ของผู้ป่วย โรคติดต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง อหิวาตกโรค ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ พยาธิชนิดต่างๆ ฯลฯ ติดต่อโดยมือปนเปื้อนเชื้อแล้วหยิบอาหารใส่ปาก และ โรคติดต่อจากการสัมผัสโดยตรง เช่น โรคตาแดงเชื้อรา หิด ฯลฯ ติดต่อโดยมือไปสัมผัสแผล สารคัดหลั่งแล้วมาสัมผัสกับส่วนต่างๆ ของร่างกาย

พญ.สกุณี ภารกูลสุขสถิตย์ แห่ง รพ.จุฬาฯ แนะนำเกร็ดความรู้สุขภาพ ว่า

เมื่อไหร่ที่เราควรล้างมือ 1.ก่อน, ขณะ, และหลังเตรียมอาหาร 2.ก่อนรับประทานอาหาร 3.ก่อนและหลังการดูแลผู้ป่วย 4.ก่อนและหลังการทำแผล 5.ภายหลังจากเข้าห้องน้ำ 6.ภายหลังการเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ 7.ภายหลังการไอ จาม สั่งน้ำมูก 8.ภายหลังการสัมผัสสัตว์ การให้อาหารสัตว์ และการเก็บมูลสัตว์ 9.ภายหลังการสัมผัสขยะ

ส่วนขั้นตอนการล้างมือ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1.ล้างมือด้วยน้ำสะอาด (ควรเป็นน้ำไหลผ่าน เช่น น้ำก๊อก)

2.ฟอกมือด้วยสบู่ โดยฟอกสบู่ให้ทั่วทั้งฝ่ามือ หลังมือ ง่ามนิ้วมือ ซอกเล็บ และข้อมือทั้งสองข้าง

3.ควรใช้เวลาในการฟอกมือด้วยสบู่ ไม่ต่ำกว่า20 วินาที

4.ล้างมือด้วยน้ำสะอาด

5.เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าสะอาด

ในกรณีที่ไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่กับน้ำได้ควรทำอย่างไร

เป็นที่ยอมรับว่าการล้างมือด้วยสบู่กับน้ำยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดปริมาณเชื้อโรค แต่ในกรณีที่ไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่กับน้ำได้ การเลือกใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแทนถือเป็นอีกวิธีที่สะดวกรวดเร็ว ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยควรเลือกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 60% อย่างไรก็ดี ควรระลึกว่าการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลนั้นไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ทั้งหมด รวมถึงไม่สามารถล้างสารเคมีบางอย่างได้

วิธีการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

1.เทเจลแอลกอฮอล์ล้างมือไว้บนฝ่ามือข้างหนึ่ง (ปริมาณการใช้ขึ้นกับคำแนะนำของผู้ผลิต)

2.ถูมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน

3.ถูให้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือกระจายไปทุกพื้นผิวสัมผัสของมือทั้งสองข้างและนิ้วทุกนิ้วจนรู้สึกว่ามือแห้ง

ซีอีโอ เนเจอร์ เฮิร์บ รับรางวัล ‘บุคคลตัวอย่างแห่งปี 2563’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469500

news_default

ซีอีโอ เนเจอร์ เฮิร์บ รับรางวัล ‘บุคคลตัวอย่างแห่งปี 2563’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักบริหารสาวเก่ง นันทวรรณชยาภาจิตประพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์ เนชั่นแนลโฮลดิ้ง จำกัด รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ “บุคคลตัวอย่างแห่งปี 2563” สาขานักธุรกิจและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม จากผลการคัดเลือกของคณะกรรมการในโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งจัดขึ้นโดย มูลนิธิเพื่อสังคมไทย ในฐานะที่เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ครอบครัว และได้สร้างประโยชน์ตอบแทนคืนแก่สังคม ส่วนรวมและประเทศชาติ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม โดยมี พลอากาศเอกชลิตพุกผาสุข องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ประธานในพิธีเป็นผู้มอบโล่เกียรติยศณ หอประชุมกองทัพอากาศ กรุงเทพฯ

ชวนชมศิลปะจัดวาง ‘เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์’ ดีไซน์รูปหนูจากสุดยอดไอเดียโดย 20 ศิลปิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469486

ชวนชมศิลปะจัดวาง ‘เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์’ ดีไซน์รูปหนูจากสุดยอดไอเดียโดย 20 ศิลปิน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา สุดยอดแหล่งช็อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพฯตะวันออก ต้อนรับปีหนู 2563 สุดสร้างสรรค์ จัดงานศิลปะจัดวางในชื่อว่า “เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์” (The Journey of Mouse) แสดงผลงานการดีไซน์รูปหนูโดย 20 ศิลปินสุดแนวของไทย ที่นำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวของปีหนูตามจินตนาการ พร้อมสร้างสรรค์งานด้วยลายเส้นตามสไตล์ของแต่ละศิลปินโดยงานศิลปะจัดวางจัดแสดงตามโซนต่างๆ รอบศูนย์การค้าเมกาบางนาฯ อาทิ โซนเมกา พลาซ่า, เมกา พาร์ค, เมกา ฟู้ดวอล์ก และ สกาย วอล์ก ตลอดปี 2563 นี้

สิรินฉัตร แสงศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า “งานศิลปะจัดวาง “เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์” จัดขึ้นเพื่อต้อนรับปีหนู 2563 ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้าได้มาชื่นชมไอเดียสร้างสรรค์ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินไทยพร้อมเก็บภาพความประทับใจกับงานศิลปะ โดยมี 20 ศิลปินมาร่วมนำเสนอผลงานแบ่งออกเป็น 3 คาแร็กเตอร์ คือ พ่อ แม่และลูก เพื่อสะท้อนถึงแนวความคิดของศูนย์การค้าเมกาบางนา ที่เป็น Meeting Place สำหรับครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น นอกจากนี้ เรายังได้นำลวดลายของศิลปินบางท่าน มาจัดทำเป็นสินค้าคอลเลคชั่น พิเศษ อาทิ ชุดแก้วน้ำ จานรองแก้ว ชุดจาน และถุงผ้า เพื่อให้ลูกค้าแลกรับไปเป็นของ
ที่ระลึกอีกด้วย”

สิรินฉัตร แสงศรี ผอ.ฝ่ายการตลาดศูนย์การค้าเมกาบางนา

งานศิลปะจัดวาง “เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์” สร้างสรรค์ขึ้นจากจินตนาการของ 20 ศิลปิน ที่นำเสนอปีหนูในมุมมองที่แตกต่างกัน อาทิ “Art therapy from love relationship” โดย จิตตกานต์ (ยายเพิ้ง) และ ธณัฐ สุววรณภัฏ(นายพราน) สองพี่น้องยายเพิ้งกับนายพราน (เด็กออทิสติก) โดยนายพรานเป็นคนเขียนรูปสัตว์ทั้งหมดในรูปแบบของศิลปะเด็ก และมีพี่สาวคอยช่วยเรียบเรียงองค์ประกอบ ภายใต้แนวคิดศิลปะบำบัดจากสัมพันธภาพแห่งความรัก

“พ่อหนูและปิ๊กนิกอันแสนอบอุ่น” โดย ปิยศักดิ์ เขียวสะอาด หรือ MAUY ศิลปินไทยที่มีผลงานนำเสนอในต่างประเทศมากมาย งานครั้งนี้สื่อถึงพ่อหนู ผู้นำที่แข็งแกร่ง แต่ก็มีความอ่อนโยนพร้อมที่จะให้เวลา และความอบอุ่นแก่ครอบครัว

แม่หนูสีชมพู โดย ปิยนาฏต้นมาลี หรือกะปิ เจ้าของลายเซ็นและคาแร็กเตอร์สุดซ่า ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีชมพูที่ตนเองชื่นชอบเป็นพิเศษบ่งบอกถึงความสดใส น่ารัก เข้าถึงง่ายพร้อมแต่งด้วยกลิตเตอร์ที่มีความวิบวับหมายถึงการเปล่งประกาย เฉิดฉาย ต้อนรับปีใหม่ให้ปีหนูนี้เป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ด้วยความสดใส ซาบซ่า ร่าเริง

Art therapy from love relationship โดยยายเพิ้งกับนายพราน

ก้องศักดิ์ พูนผลวัฒนาภรณ์ สร้างสรรค์ประติมากรรมหนู โดยให้มองได้เป็นทั้งหยดน้ำ หรือก้อนเมฆที่มีขา แล้วเพนท์ด้วยสีสเปรย์ และสีอะคริลิก ในโทนสีสดใส สนุก เพื่อเฉลิมฉลองสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหนูนี้

จิตติ จำเนียรไวย หรือJITTIROBOT นำไอศกรีมหลากสีสัน มีทั้งความแข็ง ความนุ่มและเป็นของเหลวได้ในเวลาเดียวกัน มาเป็นหลักในการสร้างผลงานเพื่อเปรียบเทียบลักษณะของคน ที่มีทั้งแข็งกร้าว อ่อนโยนการไหลละลายของไอศกรีมสีต่างๆ [Image121715.EPS] ที่สุดท้ายต้องมาผสมรวมกันเหมือนกับการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราควรทำความเข้าใจ เพื่อจะได้มองเห็นความแตกต่างทั้งในตนเองและผู้อื่น

ลันมิตา พานสุวรรณ หรือ Fridadaugh ถ่ายทอดผลงานออกมาเป็นหนูขี่หลังแมว เดินทางอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม สื่อว่าแม้ทั้งมีความแตกต่าง แต่ก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้ ด้วยความรักและความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อกัน และจะอยู่ร่วมกันอย่างเสรี สงบ และมีความสุข

สายอาร์ตห้ามพลาด ร่วมค้นพบจินตนาการและสไตล์ของประติมากรรมหนู เพื่อต้อนรับปีหนูของเหล่า 20 ศิลปินในงานศิลปะจัดวาง “เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์”จัดแสดงตลอดปี 2563 นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-1051000 และ http://www.mega-bangna.com

ประติมากรรมหนู โดย ก้องศักดิ์
พูนผลวัฒนาภรณ์

ประติมากรรมหนู โดย ก้องศักดิ์ พูนผลวัฒนาภรณ์
พ่อหนูและปิ๊กนิกอันแสนอบอุ่น โดย
ปิยศักดิ์ เขียวสะอาด หรือ MAUY

พ่อหนูและปิ๊กนิกอันแสนอบอุ่น โดย ปิยศักดิ์ เขียวสะอาด หรือ MAUY
แม่หนูสีชมพู โดย ปิยนาฏ ต้นมาลี หรือกะปิ

แม่หนูสีชมพู โดย ปิยนาฏ ต้นมาลี หรือกะปิ
Art therapy from love relationship โดยยายเพิ้งกับนายพราน

Art therapy from love relationship โดยยายเพิ้งกับนายพราน
ประติมากรรมหนู โดย ลันมิตา พานสุวรรณ หรือ Fridadaugh

ประติมากรรมหนู โดย ลันมิตา พานสุวรรณ หรือ Fridadaugh


J.jpg
11.jpg

สังสรรค์ สนุกสนานอย่างเป็นกันเอง

B.jpg

Art therapy from love relationship โดยยายเพิ้งกับนายพราน

G.jpg

ประติมากรรมหนู โดย ลันมิตา พานสุวรรณ หรือ Fridadaugh

3.jpg

ไพรัชช์ ทุมเสน นำทีมเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต ซีซั่น 2

5.jpg

สองสาวงดงามในชุดย้อนยุคเที่ยวชมเมืองมัลลิกา ร.ศ.124

7.jpg
K.jpg

ภาพ-ข่าวสังคม

C.jpg

พ่อหนูและปิ๊กนิกอันแสนอบอุ่น โดย
ปิยศักดิ์ เขียวสะอาด หรือ MAUY

H.jpg

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภาคกลาง ร่วมกับกลุ่มภาครัฐ
และเอกชน จัดกิจกรรม “เที่ยวตามฝัน ครั้งหนึ่งในชีวิต ซีซั่น 2” เพื่อมอบของขวัญพิเศษรางวัลเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิตให้กลุ่มผู้มีรายได้
น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคม
โดยทริปแรก ททท. จัดกิจกรรม FAM trip เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 25- 26 มกราคม 2563 จำนวน 2 วัน 1 คืน โดยมีกลุ่มอาสาสมัคร
ผู้ทำดีเพื่อสังคมที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 20 คน พร้อมสื่อมวลชน ร่วมเดินทางท่องเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต 

ไพรัชช์  ทุมเสน ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ เมืองไทยใครๆ ก็เที่ยวได้ ปี 2563 เป็นโครงการที่ ททท. จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว ตามแนวทาง Tourism 
for All ที่มุ่งหวังให้การท่องเที่ยวช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย ทำให้สังคมไทยเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดย ททท. จะจัดกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งปีเพื่อมอบโอกาสในการท่องเที่ยวให้กับคนไทย
อย่างทัดเทียม และในวันนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ
เที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ททท. เชิญสื่อมวลชน และ กลุ่มอาสาสมัครทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 
(อสม.กลุ่มอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัย
ฝ่ายพลเรือน (อปพร. และกลุ่มอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) เพื่อแทนคำขอบคุณและตอบแทนความดี 
ที่แม้ว่าจะเป็นผู้มีรายได้น้อยแต่มีจิตใจที่เสียสละอย่างยิ่ง ได้เข้าร่วมกิจกรรม เที่ยวตามฝัน FAM Trip เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี
ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน เสียงหัวเราะ และอิ่มบุญจาก
กิจกรรมต่างๆ โดย เริ่มทริปด้วยการเดินทางไปสักการะหลวงพ่อชินประทานพร และ พระเจดีย์เกศแก้วปราสาท ณ วัดถ้ำเสือ เที่ยวชมประวัติศาสตร์ทางรถไฟ
สายมรณะ สะพานข้ามแม่น้ำแคว และเที่ยวชมเมืองมัลลิกา ร.ศ.124” 

โดยหลังจากนี้ ททท. ยังสานต่อกิจกรรม “เที่ยวตามฝัน ครั้งหนึ่ง
ในชีวิต ซีซั่น 2” มอบของขวัญ รางวัลแพ็กเกจเที่ยวฟรีตามฝัน ครั้งหนึ่ง
ในชีวิต จำนวน 200 รางวัล รางวัลละ 2 คน สำหรับผู้ที่ทำความดีเป็นจิตอาสาทำงานช่วยเหลือสังคม ได้แก่ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 70 รางวัล กลุ่มอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) 20 รางวัล 
กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) 70 รางวัล และกลุ่มอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) 40 รางวัล เพื่อแทนคำขอบคุณและตอบแทนความดี ที่แม้ว่าจะเป็นผู้มี
รายได้น้อย แต่มีจิตใจที่เสียสละอย่างยิ่ง ได้เที่ยวตามฟรีตามฝัน ซึ่ง ททท.
ได้มีประกาศผลผู้โชคดี 200 รางวัล สามารถดูรายชื่อผู้โชคดีได้ที่ www.เที่ยวตามฝัน.com

8.jpg

กลุ่มอาสาสมัครทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม. กลุ่มอาสาสมัคร กทม. (อสส.) กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัย
ฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และกลุ่มอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) แต่งชุดไทย ห่มสไบ เดินเล่นย้อนยุคที่ “เมืองมัลลิกา ร.ศ.124”

12.jpg
L.jpg
D.jpg

แม่หนูสีชมพู โดย ปิยนาฏ ต้นมาลี หรือกะปิ

2.jpg

ทริปแรก ททท. กับกิจกรรม FAM trip เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี โดยมีกลุ่มอาสาสมัครผู้ทำดีเพื่อสังคมที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพร้อมสื่อมวลชน ร่วมเดินทางท่องเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต

I.jpg
%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%206.5.tif%20
9.jpg
E.jpg

ประติมากรรมหนู โดย ก้องศักดิ์
พูนผลวัฒนาภรณ์

J.jpg 11.jpg สังสรรค์ สนุกสนานอย่างเป็นกันเอง B.jpg Art therapy from love relationship โดยยายเพิ้งกับนายพราน G.jpg ประติมากรรมหนู โดย ลันมิตา พานสุวรรณ หรือ Fridadaugh 3.jpg ไพรัชช์ ทุมเสน นำทีมเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต ซีซั่น 2 5.jpg สองสาวงดงามในชุดย้อนยุคเที่ยวชมเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 7.jpg K.jpg ภาพ-ข่าวสังคม C.jpg พ่อหนูและปิ๊กนิกอันแสนอบอุ่น โดย ปิยศักดิ์ เขียวสะอาด หรือ MAUY H.jpg การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภาคกลาง ร่วมกับกลุ่มภาครัฐ และเอกชน จัดกิจกรรม “เที่ยวตามฝัน ครั้งหนึ่งในชีวิต ซีซั่น 2” เพื่อมอบของขวัญพิเศษรางวัลเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิตให้กลุ่มผู้มีรายได้ น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคม โดยทริปแรก ททท. จัดกิจกรรม FAM trip เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 25- 26 มกราคม 2563 จำนวน 2 วัน 1 คืน โดยมีกลุ่มอาสาสมัคร ผู้ทำดีเพื่อสังคมที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 20 คน พร้อมสื่อมวลชน ร่วมเดินทางท่องเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต ไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ เมืองไทยใครๆ ก็เที่ยวได้ ปี 2563 เป็นโครงการที่ ททท. จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว ตามแนวทาง Tourism for All ที่มุ่งหวังให้การท่องเที่ยวช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย ทำให้สังคมไทยเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดย ททท. จะจัดกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งปีเพื่อมอบโอกาสในการท่องเที่ยวให้กับคนไทย อย่างทัดเทียม และในวันนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ เที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ททท. เชิญสื่อมวลชน และ กลุ่มอาสาสมัครทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.กลุ่มอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน (อปพร. และกลุ่มอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) เพื่อแทนคำขอบคุณและตอบแทนความดี ที่แม้ว่าจะเป็นผู้มีรายได้น้อยแต่มีจิตใจที่เสียสละอย่างยิ่ง ได้เข้าร่วมกิจกรรม เที่ยวตามฝัน FAM Trip เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน เสียงหัวเราะ และอิ่มบุญจาก กิจกรรมต่างๆ โดย เริ่มทริปด้วยการเดินทางไปสักการะหลวงพ่อชินประทานพร และ พระเจดีย์เกศแก้วปราสาท ณ วัดถ้ำเสือ เที่ยวชมประวัติศาสตร์ทางรถไฟ สายมรณะ สะพานข้ามแม่น้ำแคว และเที่ยวชมเมืองมัลลิกา ร.ศ.124” โดยหลังจากนี้ ททท. ยังสานต่อกิจกรรม “เที่ยวตามฝัน ครั้งหนึ่ง ในชีวิต ซีซั่น 2” มอบของขวัญ รางวัลแพ็กเกจเที่ยวฟรีตามฝัน ครั้งหนึ่ง ในชีวิต จำนวน 200 รางวัล รางวัลละ 2 คน สำหรับผู้ที่ทำความดีเป็นจิตอาสาทำงานช่วยเหลือสังคม ได้แก่ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 70 รางวัล กลุ่มอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) 20 รางวัล กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) 70 รางวัล และกลุ่มอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) 40 รางวัล เพื่อแทนคำขอบคุณและตอบแทนความดี ที่แม้ว่าจะเป็นผู้มี รายได้น้อย แต่มีจิตใจที่เสียสละอย่างยิ่ง ได้เที่ยวตามฟรีตามฝัน ซึ่ง ททท. ได้มีประกาศผลผู้โชคดี 200 รางวัล สามารถดูรายชื่อผู้โชคดีได้ที่ http://www.เที่ยวตามฝัน.com 8.jpg กลุ่มอาสาสมัครทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม. กลุ่มอาสาสมัคร กทม. (อสส.) กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และกลุ่มอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) แต่งชุดไทย ห่มสไบ เดินเล่นย้อนยุคที่ “เมืองมัลลิกา ร.ศ.124” 12.jpg L.jpg D.jpg แม่หนูสีชมพู โดย ปิยนาฏ ต้นมาลี หรือกะปิ 2.jpg ทริปแรก ททท. กับกิจกรรม FAM trip เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี โดยมีกลุ่มอาสาสมัครผู้ทำดีเพื่อสังคมที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพร้อมสื่อมวลชน ร่วมเดินทางท่องเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต I.jpg %e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%206.5.tif%20 9.jpg E.jpg ประติมากรรมหนู โดย ก้องศักดิ์ พูนผลวัฒนาภรณ์