ศิลปินดารา ยกทัพวิ่งชาร์ตพลัง ใน ‘POKEMON RUN THAILAND’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469186

ศิลปินดารา ยกทัพวิ่งชาร์ตพลัง ใน ‘POKEMON RUN THAILAND’

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.59 น.

ผ่านไปแล้วด้วยความสดใสกับครั้งแรกของประเทศไทย ในงานวิ่งธีมรันสุดน่ารัก จากประเทศญี่ปุ่น ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์สุดฮิต “โปเกมอน” กับงาน POKEMON RUN THAILAND” (โปเกมอน รัน ไทยแลนด์) เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 ณ สวนหลวงร.9 โดย บริษัท เช้นจ์2561 จำกัด บริหารงานโดย พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ที่ได้ลิขสิทธิ์ คาแรกเตอร์ โปเกมอน มาจัดงานวิ่งสุดคิวท์ในธีม CHARGE UP (ชาร์ตอัพ) สำหรับแฟนๆชาวไทย ให้เฮลท์ตี้ แถมแฮปปี้ กันถ้วนหน้า โดยได้นำ “พิคาชู” (PIKACHU) เจ้าอ้วนตัวเหลืองสุดฮอต มาเป็นผู้นำทัพนักวิ่ง ในครั้งนี้ ซึ่งงานPOKEMON RUN THAILAND” (โปเกมอน รัน ไทยแลนด์) นี้ มี 2 ระยะวิ่งได้แก่ ระยะ 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร ให้ได้เลือกกันตามอัธยาศัย และได้มีการแบ่งรอบการวิ่งออกเป็น 2 รอบเอาใจนักวิ่งทุกกลุ่ม ได้แก่ ช่วงเช้า และช่วงบ่าย โดยงานนี้ได้ตัวแทนศิลปินดารามาร่วมงานอย่างมากมาย ได้แก่ เต๋า สมชาย และครอบครัว / หญิง รฐา และ ตุลย์ แฟนหนุ่ม / อาร์ต พศุตม์ / บอย พิษณุ / เชียร์ ฑิฆัมพร / หมอเจี๊ยบ ลลนา / นุ๊ก สุทธิดา และ ลูก / อ๊อฟ  ศุภณัฐ / รอน ภัทรภณ / ไต้ฝุ่น KPN / พัดชา AF / จั๊ก ชวิน / ปิงปอง ศิรศักดิ์ / WONDERFRAME /ต้น ธนษิต / ต้าร์ MR.TEAM / มิ้นท์ มิณฑิตา /แบงค์THE FACE / เต้ย  วุฒิพงษ์  / จอย T-SKIRT / ภัทร ฉัตรบริรักษ์ / แพร์รี่ พาย /แหนม  รณเดช  / กิ่ง เหมือนแพร / ดิว อรุณพงศ์ / ปอนด์ ณปรัชญ์ / นุ๊ก สุทธิดา และ ลูก / ฟิลม์ รัฐภาคย์ และครอบครัว / ดีเจ.โป้ง / ป๊อก วง ZEAL และดาราในสังกัด CHANGE2561ซึ่งบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสดใส ของบรรดานักวิ่งที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่งไม่ว่าจะเป็นรอบเช้า ตั้งแต่ 04.30น. หรือแม้จะเป็นรอบบ่าย ช่วง 14.00 น. ท่ามกลางแสงแดด แต่นักวิ่งหัวใจมุ๊งมิ๊งก็ไม่หวั่น ยังคงเข้าร่วมงานกันอย่างแน่นขนัด ทำเอาสวนหลวงร.9 ถูกย้อมสีไปด้วยสีเหลืองจากเสื้อพิคาชู กันไปทั่วบริเวณเลยทีเดียว นอกจากการวิ่งแล้ว สิ่งที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคน คงไม่พ้น PIKACHU PARADE” พาเหรดจาก มาสคอต พิคาชู ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นถึง 5 ตัว พร้อม “อีวุย” เพื่อนสุดน่ารัก อีก1ตัว โดยมาแจกความสดใสให้กับทุกคนในงานอย่างเต็มอิ่มแบบใกล้ชิดและเป็นกันเองสุดๆ ทำเอาทุกคนลืมเหนื่อยจากการวิ่งไปเลย ซึ่งหลังจากได้เหงื่อเพื่อสุขภาพกับการวิ่ง ได้รอยยิ้มและความสุขจากความน่ารักของพิคาชูกันไปแล้ว ทุกๆคนยังได้อิ่มบุญกับ การส่งมอบ เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (AED)เพื่อติดตั้งในบริเวณสวนหลวง ร.9 ใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน ที่จัดซื้อจากรายได้ส่วนหนึ่งของการสมัครวิ่ง POKEMON RUN THAILAND” (โปเกมอน รัน ไทยแลนด์) ในครั้งนี้อีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้ อิ่มบุญ อิ่มใจ แถมสุขภาพดี กลับบ้านกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว

สามารถติดตามภาพความประทับใจได้ที่  https://www.facebook.com/change2561/และพบกันใหม่กับกิจกรรมดีจาก CHANGE2561 ครั้งต่อไปได้เร็วๆนี้นะจ๊ะ

‘โซนี่ฯ’เปิดโปรแกรมปี2020 ‘Bad Boys for Lifeคู่หูขวางนรกตลอดกาล’ถล่ม Box Office ยับ! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469176

‘โซนี่ฯ’เปิดโปรแกรมปี2020 ‘Bad Boys for Lifeคู่หูขวางนรกตลอดกาล’ถล่ม Box Office ยับ!

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.09 น.

Bad Boys For Life แบดบอยส์ คู่หูขวางนรกตลอดกาล”ภาพยนตร์แอ็คชั่นคอเมดี้ที่“วิล สมิธ กอดคอคู่หูขวางนรก มาร์ติน ลอว์เรนซ์” คู่ซี้สุดกวนในตำนาน ขวัญใจของแฟนๆ กลับมาซ่าส์ กลับมามันส์ กลับมาบู๊ แอ็คชั่น สนั่นจอ อีกครั้ง สุดยอดงานเปิดโปรแกรมตั้งแต่ต้นปี 2020 จากค่ายหนังคุณภาพ โซนี่ พิคเจอร์ส

ผลงานจาก “2 ผู้กำกับ เอดิล เอล อาร์บี้  และ บิลัล ฟัลลาห์” 2 ผู้กำกับชาวโมร็อกโก ที่สไตล์การสร้างผลงานทั้งโดดเด่น ตื่นเต้นดิบเถื่อนสมจริง บวกกับการดูแลโปรเจคนี้ของพ่อมดฮอลลีวู้ด “เจอร์รี่ บรั๊คไฮ-เมอร์ ผู้อำนวยการสร้างที่เป็นผู้เลือกใช้งานผู้กำกับหนุ่มทั้งสองด้วยตัวเอง

รชต ธีระบุตร กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ โซนี่ พิคเจอร์ส เอนเตอร์เทนเมนต์ ประเทศไทย กล่าวว่า“สำหรับผมBad BoysFor Life คือภาพยนตร์ Action Duo ที่ดีมากที่สุดในรอบหลายปี เพราะเป็นภาพยนตร์ที่ครบรส มีทั้งความแอ็คชั่น ฮา และ ประทับใจ Bad Boys ภาคแรกเกิดขึ้นในปี 1995 โดยมี “เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์” และ “ดอน ซิมป์สัน”เป็นผู้ดูแล โดยมีพระเอกสองคนนี้“วิล สมิธ”และ “มาร์ติน ลอว์เรนซ์” มาเป็นคู่หูตำรวจปราบผู้ร้าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของคู่หูขวางนรก และในปี 2003 Bad Boys ภาคสอง ก็ได้กำเนิดขึ้น โดย Bad Boys ภาคแรกทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 140 ล้านเหรียญสหรัฐ และ Bad Boys ภาคสอง ทำรายได้มากถึง 270 ล้านเหรียญสหรัฐ ในภาคใหม่ล่าสุด Bad Boys For Life เป็นการกลับมาเพื่อเป็นบทสรุปของไตรภาคและเป็นการกลับมาแบบคุณภาพของสองคู่หู ภายใต้การดูแลของ “เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์”ซึ่งทางโซนี่ พิคเจอร์ส เราต้องการให้เป็นภาคที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ไม่ใช่ภาคสุดท้ายอย่างแน่นอน ซึ่งผลตอบรับทั่วโลกก็ได้ทยอยออกมาบ้างแล้ว ความมั่นใจจากคนดูทั้งใน Rotten Tomatoes ที่ได้ถึง 80% บวกกับความอยากดูของคนที่ได้มากถึง 100%ส่งผลให้ Bad Boys for Life เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวสูงสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทะลุ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ เกินเป้าที่ทางสตูดิโอคาดไว้เกือบสองเท่า และกลายเป็นหนังทำเงินเปิดตัวสุดสัปดาห์สูงสุดตลอดกาลของเดือนมกราคม ตามมาด้วย คะแนน Review Cinema Score ที่ออกมาได้ A

ในส่วนของบ้านเรานั้น จากรอบปฐมทัศน์ที่ผ่านมา ผลตอบรับจากสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้มาก หลายเสียงบอกว่าภาคนี้คือภาคที่ดีที่สุดใน 3 ภาค สำหรับประเทศไทย Bad Boys For Life ยังเป็นโปรแกรมทองต้อนรับตรุษจีน พร้อมกับมาเลเซีย สิงคโปร์ และ ฟิลิปปินส์”

นี่คือผลงานการแท็คทีมของวิล สมิธ และ มาร์ติน ลอว์เรนซ์  2 ดารานำที่กลับมารับบทไมค์ โลเวอรี่และมาร์คัส เบอร์เน็ตต์บทบาทอันโด่งดังของพวกเขาอีกครั้ง งานการดูแลอย่างพิถิพิถันของพ่อมดวงการฮอลลีวู้ด เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ และงานการกำกับของ 2 ผู้กำกับที่น่าจับตา ความสด ใหม่ ไฟในการทำงานที่ร้อนระอุ “เอดิล เอล อาร์บี้  และ บิลัล ฟัลลาห์” นำมาซึ่งการตอบรับอย่างท่วมท้น ถล่มทลาย

สุขสันต์วันโสดจัดหนักส่ง ‘มาริโอ้-พลอย’ Vs.แก๊งโสดสุดรั่ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469175

สุขสันต์วันโสดจัดหนักส่ง ‘มาริโอ้-พลอย’ Vs.แก๊งโสดสุดรั่ว

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.06 น.

ก็เพราะว่าถ้าโสด แล้วทำอะไรก็ได้!!!  ไปไหนก็ได้!! แต่ถ้านึกไม่ออกว่า โสดแล้วดียังไง มาริโอ้ เมาเร่อเลยควงแขนพลอย พลอย ไพลิน ตั้งประภาพรมาชวนทุกคนแบคแพคแบกเป้จัดทริปให้คนโสดได้ลั้นลากว่าที่เคย ทั้งตะลุยกิ่วแม่ปาน เที่ยวป่าบุกดอยโอบล้อมไปด้วยทะเลหมอกท่ามกลางธรรมชาติทิในหลากหลายโลเคชั่นUnseen ของภาคเหนือในช่วงหน้าฝนที่สวยที่สุด ในLow Season สุขสันต์วันโสด”หนังรักสำหรับคนโสดต้อนรับวาเลนไทน์2020ของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล”จากฝีมือกำกับของ เป้ นฤบดี เวชกรรม(สาระแนห้าวเป้ง,สาระแนสิบล้อ) ที่ไม่เคยทำหนังรักธรรมดาๆ รวมถึงหนังฮาที่เดาทางไม่ถูกว่าอะไรจะเกิดขึ้นตรงหน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าโฮมสเตย์ในช่วงหน้าLow Season ที่หนุ่มโอ้กับสาวพลอยเลือกจะประกอบไปด้วยเหล่าแก๊งคนโสดจากสารทิศที่มารวมตัวกันสร้างสีสันและเสียงหัวเราะอย่าง โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไรในบทพี่นุ่นแอร์โฮสเตสสาว  เซ็กซี่ สวยจัด แต่เวลารั่วแล้วก็กลายร่างเป็นอีกร่างนึงเลยเป็นที่มาให้โสดสนิท แต่ดันไปกระแทกใจนิกกี้ ณฉัตรจันทพันธ์ในบท วิทยา บาริสต้าหนุ่มชาวใต้ที่ขึ้นดอยมาหาเมล็ดพันธุ์กาแฟอย่างจังจนยอมทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนสภานภาพโสด รวมไปถึงถ้าต้องรับมือกับโสดตัวแม่อย่างอ้น ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ที่ตั้งใจมาปล่อยของอย่างเต็มที่ในบท พี่อ้อมแม่บ้านผู้ดูแลทุกอย่างในโฮมสเตย์ที่ดูเผินๆนึกว่าแม่หรือเมียเจ้าของโฮมสเตย์ ร่วมด้วย โจ๊ก อัครินทร์อัครนิธิเมธรัฐในบทพี่โอมโสดตัวพ่อตัวก่อการความสุขที่ลุกขึ้นมาเปิดโฮมสเตย์จัดสารพัดกิจกรรมให้พวกคนโสดได้มีที่ไปต่อและเติมเต็มความโสดให้สุขสันต์กันข้ามปี โดยผู้กำกับกล่าวว่า

“สถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นโฮมสเตย์บนดอยกลางป่าค่อนข้างเงียบสงบแต่จริงๆแล้วจะเป็นสถานที่รวมคนเพิ่งโสดทั้งนั้น ดูไปดูมาจะเหมือนสถานบำบัดมากกว่า เป็นสถานที่หลุดๆของคนพัง ที่ทุกคนได้พบปะกันในฤดู Low Season มีแต่ฝน เหมือนถูกขังไว้รวมกัน ทุกคนรู้ความลับของกันและกันแล้วความรู้สึกดีๆ ก็เกิดขึ้นซึ่งคนโสดที่อยู่ที่โฮมสเตย์เหล่านี้ก็จะมีทั้ง โฟร์,นิกกี้, อ้น, โจ๊กซึ่งเราใส่ความตลกแล้วก็บำบัดวิธีการอกหักด้วยความสนุกครับ”

เตรียมแพ็กกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปพัก (ใจ) ด้วยกันกับ #LowSeason #สุขสันต์วันโสด13 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ตัวอย่าง Low Season สุขสันต์วันโสด (Official Trailer)https://youtu.be/XNIHIZt4_6M

‘พอร์ช’ปล่อยโฮ!ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าพ่อใน’สุภาพบุรุษชาวดิน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469174

‘พอร์ช’ปล่อยโฮ!ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าพ่อใน’สุภาพบุรุษชาวดิน’

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.04 น.

เรียกว่าเป็นละครดราม่าที่นับวันกระแสจะร้อนแรงและเข้มข้นจนฉุดไม่อยู่ สำหรับละคร สุภาพบุรุษชาวดิน เมื่อจู่ ๆ วศิน หรือ พ่อเลี้ยงชัชชน ที่ พอร์ช” ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท ต้องตกเป็นผู้ต้องหา ฆาตกรรมพ่อของตัวเอง บอกเลยว่าซีนนี้พระเอกหนุ่ม ทุ่มสุดตัวใส่อินเนอร์สุดพลังเลยทีเดียว

เรื่องราวของฉากนี้ เป็นตอนที่ วศิน กลับมาบ้าน ภาพที่เขาเห็นคือพ่อของเขาถูกยิงและเสียชีวิต วศิน พุ่งเข้าไปกอดพ่อเอาไว้ พร้อมร้องไห้ด้วยความเสียใจ ขณะเดียวกัน ครอบครัวศิริเสนีทุกคน เปิดประตูมาเจอวศินที่กำลังนอนกอดศพพ่อ พร้อมถือปืนอยู่ในมือ หลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่ตัว วศิน ทันทีว่าเขาคือฆาตรกร

เบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ บอกเลยว่า พอร์ช ตั้งใจสุด ๆ ก่อนเข้าฉากเจ้าตัวเลยขอเวลาทำสมาธิ เพราะนอกจากจะต้องมีบทพูดแล้ว ยังต้องแสดงอารมณ์ของผู้สูญเสียออกมาให้ได้ดีที่สุด เมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริง พอร์ช ปล่อยโฮ ร้องไห้แบบสุดตัวเห็นแล้วบอกเลยว่าน่าสงสารสุด ๆ

ติดตามชมฉากดราม่าสุดหัวใจ ของ พอร์ช ศรัณย์ แล้วลุ้นกันว่า วศินจะทำอย่างไรต่อกับเหตุการณ์นี้ ได้ในละคร สุภาพบุรุษชาวดิน”  วันพุธที่ 29 มกราคมนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV รับชมละคร 7HD ที่คุณประทับใจได้ทั่วโลก ผ่านบริการ BUGABOO INTER พิเศษกับช่องทางการซื้อแพ็กเกจเพิ่มเติมที่ SHOPEE และ LAZADA หรือสมัครเลยวันนี้ผ่านเว็บไซต์ inter.bugaboo.tv หรือ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน BUGABOO INTER ได้ทั้ง Google Play Store และ App Store #ฮิตทั่วไทยดูได้ทั่วโลก #BUGABOOINTER #Ch7HD #ช่อง7HD

‘นก’หึงโหดไร้สติ!ยิง’ออย’จนทรุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469172

‘นก’หึงโหดไร้สติ!ยิง’ออย’จนทรุด

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.02 น.

เรียกว่าเป็นละครที่ทำเอาคนต้องติดตามกันทุกๆสัปดาห์จริงๆ สำหรับละครคุณภาพของพีพีทีวี เอชดี 36 “กลับไปสู่วันฝัน” ที่ล่าสุดคลาสโน่ว่าตัวพ่อในเรื่องอย่าง “ออย-ธนา สุทธิกมล” ซึ่งรับบท  “พันธิน” ต้องโดนผู้หญิงในสต็อกเอาคืนอย่างสาสม และหญิงสาวคนนั้นไม่ใช่ใครนั่นก็คือนางร้ายหน้าสวยอย่าง “นก-อุษณีย์วัฒฐานะ” ซึ่งรับบท  “เอมมี่”

ในเรื่องเป็นตอนที่ พันธินเรียกให้พิมพ์ฉัตร หรือ “ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์” เข้ามาพบในห้องทำงานส่วนตัว พร้อมทั้งกับยื่นซองขาวและเงินชดเชยการทำงานให้พิมพ์ฉัตร พิมพ์ฉัตรบอกพันธินว่าไม่ขอรับเงินจำนวนนี้ เพราะตั้งใจจะลาออกจากรีสอร์ทอยู่แล้ว เอมมี่บุกเข้ามาในห้องทำงานของพันธิน เห็นพันธินยืนคุยอยู่กับพิมพ์ฉัตร พันธินไล่เอมมี่ให้ออกไปจากห้องทำงาน เอมมี่ไม่ยอม คว้าปืนออกมาขู่พันธิน พันธินพยามโน้มน้าวให้เอมมี่ใจเย็น แต่เอมมี่ไม่ยอมฟังพันธิน พันธินแย่งปืนกับเอมมี่ จนปืนลั่นไปโดนพันธิน

หนุ่ม “ออย-ธนา”เปิดเผยถึงฉากนี้ว่า “ในเรื่องมันเหมือนเป็นผลกรรมของตัวพันธินนะครับ คือในเรื่องตัวละครของพันธินเขาเป็นเสือผู้หญิง อีกอย่างที่เขาโดนยิงก็เพราะผลของการกระทำของเขา แสดงกับนกก็สนุกมากๆครับ สื่อสารรับส่งอารมณ์กันได้ดี ก่อนถ่ายทำก็ซ้อมฉากนี้ก็ซ้อมกันเยอะเหมือนกันครับ เป็นอีกฉากหนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของพันธินนะครับ”

ด้านสาว “นก-อุษณีย์” เผยว่า “ ฉากนี้เป็นฉากที่หลายคนรับรองว่าดูแล้วต้องสะใจแน่นอน เพราะเอมมี่ได้เอาคืนแล้วค่ะ  (หัวเราะ) คือชีวิตจริงของคนมันมีแบบนี้จริงๆนะคะ แต่ไม่อยากให้คนที่ชมไม่มีสติเหมือนตัวละครเอมมี่ค่ะ อยากให้ดูละครแล้วได้ข้อคิดจากละครค่ะ แต่ยังไงก็ฝากฉากนี้ด้วยนะคะ เป็นฉากที่สนุกมากๆ อยากให้ติดตามกันค่ะ”

ผู้ชมสามารถติดตามฉากที่พีคสุดๆฉากนี้ได้ในละครคุณภาพคับจอ “กลับไปสู่วันฝัน” ในวันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคมนี้  เวลา20.15น.ทาง  พีพีทีวี เอชดี 36 ห้ามพลาด!!

‘เบลล่า-แอนดริว’กลับมาโชว์ไม้เด็ดฟอร์มใหญ่ใน’วิมานเมขลา’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469168

‘เบลล่า-แอนดริว’กลับมาโชว์ไม้เด็ดฟอร์มใหญ่ใน’วิมานเมขลา’

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.53 น.

หวนคืนจออีกครั้ง!! สำหรับละครที่เคยสร้างความประทับใจให้แฟนละครอย่างมากกับ “วิมานเมขลา”ละครแนวโรแมนติก-ดราม่าจาก บริษัท ดี วัน ทีวี จำกัดของผู้กำกับมากฝีมือ “อินทนนท์ รัตนากาญจน์”ที่ทำให้ละครได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามฟาดเรตติ้งหนักไปถึง 5.6เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ชมอย่างล้นหลามจนต้องขอนำกลับมาเปิดตัวลงจอแก้ว เอาใจแฟนละครอีกครั้ง ต้องขอปรบมือให้กับความตั้งใจของทีมงานและนักแสดงมากคุณภาพ ที่ได้พระนางตัวท็อปของประเทศไทย อย่างพระเอกเทวดาตัวพ่อ!“แอนดริว เกร้กสัน”รับบท“พญา” หนุ่มหล่อมากความสามารถ จิตใจดี ผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือของเขา และนางเอกสาวสวยยืนหนึ่ง“เบลล่า-ราณี แคมเปน” รับบทเป็น“เมขลา”ดาราสาวสวยผู้เย่อหยิ่ง อารมณ์ร้าย เอาแต่ใจก่อนประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นครูผู้สงบเงียบ

“วิมานเมขลา”เรื่องราวของดาราสาวสุดฮ็อต เมขลาที่ได้รับมรดกเป็น ป่าสวนน้ำผึ้ง เธอได้เจอกับครูปริมที่เป็นแฟนคลับ จึงนึกสนุกแลกแหวนเพชรกับสร้อยจี้เพชรกัน แต่ระหว่างนั้นได้เกิดอุบัติเหตุทำให้ครูปริมเสียชีวิต และเธอเองก็ความจำเสื่อม พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาเพราะเขาเกลียดความร้ายกาจของเธอ ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้ เมขลา ผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม และต้องใช้ชีวิต สอนหนังสือในป่า โดยเธอไม่มีทางรู้ว่าตัวเองคือทายาทมรดกร้อยล้าน

ดาราสาวที่ต้องกลายมาเป็นครูในป่า และความสนุกท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ อีกทั้งฉากแอ็คชั่น
อัดแน่น พลาดไม่ได้กับบทสรุปความวุ่นวายของเมขลา และพญา เขาทั้งคู่จะรักษาป่าสายน้ำผึ้งไว้ได้หรือไม่ ติดตามชมละคร “วิมานเมขลา” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45-15.45 น. เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 29 มกราคม 2563 ทางช่อง 3 กด 33 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Ch3Thailand

เรื่องย่อ’พรายสังคีต’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469166

เรื่องย่อ’พรายสังคีต’

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.51 น.

บทประพันธ์ของ…เจนศิลป์

บทโทรทัศน์โดย… ณ. ภัทรพร

กำกับการแสดงโดย…เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย…บริษัท มุมใหม่ จำกัด

ออกอากาศทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7HD

เริ่มตอนแรก พุธที่ 5 กุมภาพันธ์นี้

ตำนานรักที่ซ่อนซุกทุกคำร้อง…โศกนาฏกรรมสุดสยองยังเร้นไว้ ใครสู่รู้เอาความตายมาแลกไป…พรายสังคีตจะล่าไล่ให้ชั่วกาล !

เรื่องย่อ

การเปลี่ยนแปลงโจทย์เพลงที่จะใช้ในการประกวดดนตรีไทยระดับอุดมศึกษา ภายใต้ชื่องาน ‘สังคีตศิลป์ถิ่นไทย’ อย่างกะทันหัน จากเพลงบุหลันมาเป็นเพลงแขกมอญ ส่งผลให้ผู้ดูแลวงดนตรีอย่าง โฉมยงค์ (ปนัดดา เรืองวุฒิ) เป็นทุกข์มาก เพราะรู้ดีว่านักดนตรีจากมหาวิทยาลัยคู่แข่งมีความชำนาญในการบรรเลงเพลงแขกมอญชนิดหาตัวจับยาก นั่นทำให้ลูกศิษย์ของหล่อนตกเป็นรองตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งด้วยซ้ำวันแข่งขันใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนทางเดียวในการแก้ไขปัญหาที่โฉมยงค์พอจะนึกออกก็คือหาเพลงแขกมอญฉบับที่แตกต่างออกไปจากของคู่แข่ง หล่อนมองไม่เห็นใครที่จะช่วยได้นอกจาก ยชญ์ (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) อดีตนักศึกษาของภาควิชาสังคีตศิลป์

ยชญ์เป็นเจ้าของร้านเสียงสังคีต ซึ่งเป็นร้านขายเครื่องดนตรีไทยที่เก่าแก่มากที่สุดร้านหนึ่ง ที่สำคัญชายหนุ่มเป็นทายาทของตระกูล ‘วิจิตรวาทิน’ ตระกูลนักดนตรีเก่าแก่ที่สืบทอดเชื้อสายกันมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บรรพบุรุษผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของตระกูลนี้คือ ครูพุก (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ซึ่งเป็นเอตทัคคะด้านการบรรเลงซอสามสายในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยครูพุกได้ประพันธ์เพลงแขกมอญทางเดี่ยวซอสามสายเอาไว้ ชื่อเพลง ‘ท่วมธรณี’ ยชญ์มีผู้ช่วยสาวที่ชื่อ อิงอร (ณัฐชา นวลแจ่ม) ซึ่งยชญ์ชื่นชมในการทำงานและนิสัยใจคอมากโดยไม่รู้ว่าที่อิงอรมาทำงานกับยชญ์ก็เพื่อจะหาโอกาสขโมยโน้ตเพลงท่วมธรณีตามคำสั่งของ ปกรณ์ (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) แฟนหนุ่มผู้มีใบหน้ามีแผลเป็นที่น่ากลัวด้านหนึ่งและเป็นเหลนของ นายกล้า (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ลูกชายบุญธรรมของ ครูเทิด (ศรราม เทพพิทักษ์)  ปกรณ์เป็นหนึ่งในเหยื่อที่ตกอยู่ในบ่วงเวรกรรมจากคำสาปแช่งของครูเทิด ปกรณ์ผู้ซึ่งฝึกฝนสมาธิจนสามารถใช้ทิพจักขุญาณในการล่วงรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่ไม่ทันการณ์เพราะยชญ์ได้มอบสำเนาโน้ตเพลงทางเดี่ยวซอสามสายพร้อมทั้งบทร้องให้แก่โฉมยงค์เพื่อนำไปให้นักศึกษาฝึกซ้อมสำหรับการประกวดที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยนักดนตรีที่จะทำการบรรเลงซอสามสายคือ เมญากร (พิมประภา ตั้งประภาพร) ส่วนผู้ทำการขับร้องคือ พวงแพร (ปริตา ไชยรักษ์)

ครั้งแรกที่เมญากรเห็นโน้ตและตั้งท่าจะสีซอ สายซอทั้งสามก็ขาดผึงพร้อมกัน! ทั้งศิษย์ทั้งครูจึงต่างจุดธูปเพื่อขอขมาเจ้าของบทประพันธ์ผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่ก็ยังคงเกิดเหตุการณ์แปลกๆชวนให้เด็กๆคิดไปว่าเพลงท่วมธรณีน่าจะมีอาถรรพ์อะไรสักอย่างโดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วคือการกระทำของ ดร.พิบูล (อุเทน พรหมมินทร์) เพื่อต้องการให้ทีมแพ้เพราะหวังตำแหน่งและหุ้นส่วนใหญ่กับมหาวิทยาลัยคู่แข่ง แต่ในที่สุดโฉมยงค์ก็จับได้ว่าเป็นการกระทำของดร. ทำให้เด็กเลิกหวาดกลัวและกลับมาซ้อมเพลงกันอย่างจริงจัง ด้านปกรณ์นั่งสมาธิเห็นการตายของโฉมยงค์หลังการร้องเพลง ทำให้ปกรณ์รีบร้อนจะมาห้าม แต่เกิดวูบหมดสติต้องเข้าโรงพยาบาล  พวงแพรไม่สบายทำให้โฉมยงค์ต้องร้องเพลงท่วมธรณีแทนไปก่อน และระหว่างที่ซ้อมอยู่คนเดียวในห้องซ้อมซึ่งตรงกับคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง  โฉมยงค์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดกับตัวเอง เลือดจำนวนมากไหลออกมาจากทวารทั้งเก้าของหล่อน แม้พยายามจะหยุดร้อง แต่กลับควบคุมตัวเองไม่ได้…หล่อนขาดใจตายในห้องดนตรีทันทีที่ร้องเพลงท่วมธรณีจบเพราะอาถรรพ์จากคำสาปของเทิดซึ่งเป็นพี่ชายของครูพุกและเป็นเจ้าของบทประพันธ์อันแท้จริง และเป็นการปลุกวิญญาณของเทิดที่ถูกจองจำให้ออกมาได้ ตำรวจไม่สามารถหาการตายของโฉมยงค์ได้ และสุดท้ายก็ลงความเห็นว่าโฉมยงค์ตายเพราะภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในขณะที่วิญญาณของเทิดได้พยายามตามหากล้าและ ดวง (ญาดา เทพนม)เพื่อจะแก้แค้นอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่ากล้าได้กลับมาเป็นปกรณ์นั้นเอง ยชญ์ยังคงต้องทำหน้าที่ในการซ้อมเพลงท่วมธรณีต่อไป ทั้งๆที่เขารู้สึกแปลกๆ พวงแพรเองก็ไม่อยากร้อง แต่ในที่สุดเมื่อวันประกวดมาถึงพวงแพรก็ต้องร้องเพลงท่วมธรณี แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อพวงแพรเองก็เสียชีวิตด้วยลักษณะอาการคล้ายกับโฉมยงค์บนเวทีการประกวดนั้นเอง ยชญ์และเมญากรเริ่มแน่ใจว่า เพลงท่วมธรณีต้องมีอาถรรพ์จริงๆ ทั้งสองคนจึงเริ่มลงมือสืบ และในที่สุดก็ได้เจอกับปกรณ์โดยมีอิงอรเป็นสื่อให้ได้พบกัน จนทำให้ได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังของโน้ตเพลงท่วมธรณีว่าจริงๆแล้ว ผู้ประพันธ์เพลงนี้ก็คือครูเทิด ซึ่งเป็นพี่ชายของครูพุก ด้วยความแค้นในอดีตที่เกิดขึ้นกับกล้า ลูกชายบุญธรรมและดวงเมียรัก และที่ปกรณ์สามารถรู้เรื่องราวทุกอย่างได้ก็เพราะจากการเข้าฌานนั่งสมาธิที่มีหลวงพ่อเป็นคนสอนให้

ย้อนกลับไปสู่ปีพุทธศักราช ๒๔๓๕

หม้ายสาวลูกติดผู้สวยสะพรั่งนามว่า ดวง (ญาดา เทพนม) พาเจ้าแดงลูกชายวัยเจ็ดขวบมาขอเล่าเรียนระนาดเอกกับ ครูเทิด (ศรราม เทพพิทักษ์) เพียงครั้งแรกที่ครูเทิดเห็นหน้าแม่ดวงก็เกิดหลงรักในทันที เทิดเคยมีเมียมาแล้วคนหนึ่ง แต่หล่อนเสียชีวิตไปด้วยโรคเปลี่ยวดำ จากนั้นครูเทิดก็ครองตัวเป็นหม้ายมานานร่วมยี่สิบปี มุ่งมั่นในทางดนตรี ไม่เคยชายตาแลหญิงใด

ครูเทิดตัดสินใจรับเจ้าแดงไว้เป็นศิษย์ด้วยความหลงใหลในตัวแม่ของเด็กน้อย เขาแนะนำแม่ดวงให้รู้จักกับ กล้า (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ลูกชายบุญธรรมทุกเขาเก็บมาชุบเลี้ยงตั้งแต่อ้อนแต่ออด กล้ารู้สึกคุ้นหน้าสตรีผู้นี้เป็นอย่างมาก แต่พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน เขาได้แต่เก็บความสงสัยไว้เงียบ ๆ

นอกจากกล้าแล้ว ครูเทิดยังแนะนำให้แม่ดวงรู้จักกับ พุก (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) น้องชายของเขา พุกเป็นนักดนตรีซอสามสายผู้มากฝีมือ ได้รับการยอมรับในแวดวงนักดนตรีด้วยกัน พุกนั้นแตกต่างจากเทิดอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นชายเจ้าสำราญ รักอิสระ และค่อนข้างเจ้าชู้ เรื่องสุรานารีนั้นไม่เคยขาดตก เขาเดินทางไปเล่นดนตรีร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ไม่ว่าจะเยื้องย่างไปแห่งหนตำบลใดเป็นต้องได้เมียที่นั่น

พุกรู้ว่าพี่ชายหมายปองในตัวแม่ดวงและไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใดกับการที่พี่ชายอยากได้แม่หม้ายมาทำเมีย เช่นเดียวกับกล้าที่ยินดีหากพ่อบุญธรรมจะได้คู่ชู้ชื่นมาคอยดูแลปรนนิบัติ ความสัมพันธ์ระหว่างครูเทิดกับแม่ดวงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในเวลาชั่วไม่กี่เดือนแม่ดวงก็เข้ามาอยู่ในเรือนของครูเทิดในฐานะเมีย ส่วนเจ้าแดงก็กลายมาเป็นลูกชายบุญธรรมของครูเทิดอีกคน ทั้งพุกและกล้าต่างเอ็นดูเจ้าเด็กน้อยคนนี้มาก ท่ามกลางความชื่นมื่น ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วแม่ดวงคนนี้คือใคร ?

กระทั่งวันหนึ่งความจริงก็เริ่มปรากฏ เมื่อกล้าลองหยั่งเชิงถามเจ้าแดง และเด็กน้อยหลุดปากพูดความจริงออกมาว่าแท้จริงแล้วก่อนแม่ดวงจะย้ายเข้ามาในพระนคร หล่อนเป็นนางรำอยู่ที่อัมพวา ไม่ได้อยู่ที่อยุธยาเหมือนที่บอกใครต่อใคร…ฉับพลันกล้าก็นึกได้ว่าเคยเจอผู้หญิงคนนี้ที่ไหน

เมื่อราวเจ็ดแปดปีก่อน กล้าเคยติดสอยห้อยตามพุกไปเล่นดนตรีที่อัมพวา ในงานเลี้ยงคืนหนึ่งมีคณะนางรำมาแสดง และพุกก็ไปติดพันนางรำคนหนึ่ง นางรำผู้นั้นชื่อแม่ดวง!

เมื่อนึกได้ว่าเคยพบกันที่ไหนมาก่อน ชายหนุ่มก็ปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างได้ และได้ข้อสรุปว่าแม่ดวงจงใจหลอกทุกคน หล่อนมาทอดสะพานและสานสัมพันธ์กับครูเทิดด้วยเหตุผลบางอย่าง หนำซ้ำยังแกล้งทำเป็นไม่เคยรู้จักพุกมาก่อน กล้านึกสงสัยว่าเจ้าแดงอาจจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพุกก็เป็นได้

คืนหนึ่งกล้ามีโอกาสได้คุยกับแม่ดวงตามลำพัง เขาตัดสินใจถามเรื่องนี้และย้ำว่าหากแม่ดวงไม่ไปสารภาพความจริงกับทุกคน เขานี่แหละจะแฉแม่ดวงเอง ทั้งสองคนโต้เถียงกันโดยไม่รู้สักนิดว่า สิน นักดนตรีรุ่นพี่ในวงที่แอบอิจฉากล้ามานาน แอบฟังทุกคำพูดอยู่ไม่ไกล

หลังจากกล้าผละไปจากแม่ดวงแล้ว สินจึงฉวยโอกาสนั้นเข้าไปแนะนำแม่ดวงว่า หากอยากจะปิดปากกล้าให้สนิท ก็ให้ใช้ความสาวความสวยของแม่ดวงให้เป็นประโยชน์ เพราะผู้ชายนั้นจะพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์และมารยาหญิง หากมัดใจกล้าได้สำเร็จ ก็ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะปากพล่อยเอาความลับของแม่ดวงไปบอกใคร

แม่ดวงรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก เหตุผลแท้จริงที่นำพาหล่อนมาที่นี่ เป็นเพราะหล่อนอยากจะเจอพุก ผู้ชายที่หล่อนรักและเป็นพ่อของเจ้าแดง หล่อนสงสารลูกที่ต้องกำพร้าพ่อ ถูกล้อถูกหยามว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ หล่อนแค่อยากให้เจ้าแดงได้พบเจอพ่อแท้ๆ สักครั้ง…แต่สิ่งที่ได้รับคือสายตาว่างเปล่าของพุก วันที่ครูเทิดแนะนำให้หล่อนกับพุกรู้จักกัน พุกไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ที่บ่งบอกว่าจดจำหล่อนได้เลยสักนิด เขาเพียงยิ้มทักทาย และเอ่ยเย้าเรื่องที่พี่ชายของเขาชื่นชมในตัวหล่อน เมื่อหนุ่มเจ้าสำราญรักสนุกอย่างพุกจำจดหล่อนไม่ได้ แม่ดวงจึงทำได้เพียงซ่อนความขมขื่น หล่อนเริ่มมองหาหนทางอื่นที่จะให้ลูกชายได้อยู่ใกล้ชิดพ่อ…ท้ายที่สุดหล่อนก็ตัดสินใจใช้ความรักของครูเทิดเป็นเครื่องมือ หล่อนตกลงปลงใจกับครูเทิด และได้พาลูกชายย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับพุกสมความตั้งใจ

แม่ดวงคิดจะเก็บความลับทั้งหมดนี้ไปจนตัวตาย แต่คิดไม่ถึงเลยว่ากล้าจะจำหล่อนได้ หากเขาเอาความจริงไปเปิดเผย หล่อนกับลูกชายคงถูกตะเพิด ความฝันที่วาดหวังไว้คงสลาย เจ้าแดงคงยิ่งเสียใจหนัก…แม่ดวงใคร่ครวญถึงคำแนะนำของสิน หากไม่มีทางเลือก หล่อนคงต้องใช้ความสวยและเรือนร่างนี้แหละเป็นเครื่องปิดปากกล้า

ระหว่างนั้นเองสินก็ไปยุยงครูเทิด ว่าแม่ดวงกับกล้าลักลอบคบชู้กัน แรกเริ่มเทิดไม่เชื่อ ทั้งยังโมโหจนเกือบจะตะบันหน้าคนพูด แต่พอสินยืนกรานหนักแน่น หัวใจของเทิดก็หวั่นไหว เพราะขนาดตัวเขาเองไม่ชายตาแลสตรีใดมาเกือบยี่สิบปี ยังใจอ่อนยวบเมื่อมาเจอเสน่ห์ของแม่ดวง แล้วนับประสาอะไรกับชายที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มอย่างกล้า…ความระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของครูเทิดอย่างเงียบ ๆ เขาคอยจับตาดูพฤติกรรมของเมียรักและลูกชายบุญธรรมอยู่ห่าง ๆ ยิ่งเมื่อสังเกตเห็นว่ากล้าชอบลอบมองแม่ดวงเป็นระยะ เขาก็ยิ่งหวั่นไหว เกรงคำพูดของสินจะเป็นจริง

และแล้ววันแห่งความย่อยยับก็เดินทางมาถึง…เมื่อแม่ดวงแอบย่องออกจากห้องกลางดึกคืนหนึ่งเพื่อไปหากล้าที่ห้องนอน หล่อนเปลือยอกตั้งใจจะบำเรอกามให้กล้า แต่ชายหนุ่มไม่เล่นด้วย กล้ามีคนรักอยู่แล้วชื่อ แม่วัน (ณัฐชา นวลแจ่ม) และเขาก็ไม่เคยคิดจะทรยศพ่อบุญธรรมของตัวเอง แม่ดวงนั้นจนปัญญา หล่อนได้แต่ร่ำไห้ ก้มกราบวิงวอนชายหนุ่ม หล่อนแค่อยากให้เจ้าแดงได้อยู่ใกล้พุก หล่อนสัญญาว่าจะไม่นอกใจครูเทิด จะปรนนิบัติและทำหน้าที่เมียอย่างดี จะมองพุกเป็นเพียงน้องผัว ขอให้กล้าเห็นใจหล่อนและเห็นแก่เจ้าแดง

กล้ารับฟังด้วยความสะเทือนใจ เขาขอร้องให้แม่ดวงนุ่งผ้าผ่อนให้เรียบร้อย พร้อมกับรับปากว่าจะไม่บอกเรื่องนี้แก่ใคร หากแม่ดวงจะซื่อสัตย์ต่อพ่อของเขาตลอดไป เขาก็พร้อมจะลืมเรื่องในอดีต เพื่ออนาคตที่สวยงามของทุกคน ทว่าดูเหมือนจะไม่มีคำว่าอนาคตสำหรับกล้าและแม่ดวงอีกต่อไป เพราะตอนนั้นเองครูเทิดผลักประตูห้องกล้าเข้ามา และภาพที่เห็นคือแม่ดวงที่ยังเปลือยอกอยู่กับกล้าตามลำพัง

ความโกรธเกรี้ยวรุนแรงทำให้ครูเทิดสั่งให้บ่าวไพร่จับตัวหญิงชั่วชายโฉดไปขังไว้ เขาพยายามเปิดโอกาสให้กล้าพูดความจริง แต่กล้ากลับเอาแต่นิ่งเงียบ ชายหนุ่มรับปากแม่ดวงไว้แล้วว่าจะไม่แพร่งพรายความลับของหล่อน เขาก็ทำตามคำพูด แม่ดวงคิดจะสารภาพความจริงเพื่อช่วยกล้าให้พ้นผิด แต่กล้าห้ามไว้ เพราะเห็นว่าเปล่าประโยชน์ ในเมื่อพุกจำแม่ดวงไม่ได้ ก็คงไม่มีทางยอมรับแม่ดวงในฐานะเมียหรืแม่ของลูก ยิ่งรื้อฟื้นอดีตไปก็มีแต่จะยิ่งทำร้ายจิตใจแม่ดวงและเจ้าแดงเท่านั้นเอง

ทางด้านพุกก็ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ความจริงประการหนึ่งที่เขาไม่เคยบอกใครก็คือ เขาจำแม่ดวงได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ในชีวิตนี้เขาผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน มีจำนวนไม่น้อยที่เขาสานสัมพันธ์ด้วยแล้วก็ลืมเลือนกันไป จะมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เขารู้สึกหลงรักอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นก็คือแม่ดวง…นางรำจากอัมพวา

พุกรู้จักตัวเองดี เขาเป็นคนอ่อนแอ กลัวการผิดหวัง กลัวจะถูกทอดทิ้ง จึงเที่ยวหว่านเสน่ห์ใส่ผู้หญิงคราวละหลายราย และเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังถลำลึกกับความสัมพันธ์ใด เขาก็จะสะบั้นความสัมพันธ์นั้นเสีย เขาไม่อยากตกเป็นทาสความรัก ไม่อยากกลายเป็นคนอ่อนแอ…นั่นคือเหตุผลที่เขาตัดสินใจจากแม่ดวงมา บัดนี้พุกแทบไม่อยากเชื่อว่าคนกตัญญูอย่างกล้าน่ะหรือ จะลักลอบเป็นชู้กับแม่ดวงได้ แต่เมื่อหลักฐานมันมัดตัวแน่นหนาถึงเพียงนี้ ต่อให้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

อีกคนหนึ่งที่ทุกข์ใจกับเรื่องนี้คือแม่วัน คนรักของกล้า หล่อนกำลังอุ้มท้องลูกของกล้า จึงมาขอร้องให้พุกช่วยพาไปพบกล้า เพราะมีแต่พุกคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ากล้าถูกขังอยู่ที่ไหน สุดท้ายพุกก็ใจอ่อนยอมพาแม่วันไป

ตอนที่ทั้งสองคนไปถึง กล้าอยู่ในสภาพสะบักสะบอมจากการถูกซ้อมและไม่ได้รับการรักษา ส่วนแม่ดวงก็ดูอ่อนแรงเต็มที่เพราะขาดข้าวขาดน้ำ พุกมองสภาพผู้หญิงที่ตนรักด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยให้หล่อนตายไปต่อหน้าต่อตาได้ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เขาจะไถ่บาปได้

คืนนั้นพุกตัดสินใจช่วยพากล้า แม่วัน แม่ดวง และเจ้าแดง หนีกลับไปบ้านแม่ดวงที่อัมพวา

ทางด้านครูเทิดก็จมอยู่ในห้วงทุกข์ เขานึกถึงความดีและความกตัญญูของลูกชายบุญธรรมที่เขาชุบเลี้ยงมากับมือ พลันก็รู้สึกว่าตัวเองทำรุนแรงกับลูกชายเกินไป อย่างน้อยก็น่าจะไต่สวนพูดคุยกันดี ๆ  คิดได้ดังนั้นเทิดจึงรีบไปที่ห้องขังท้ายป่า เพื่อจะพบว่ากล้ากับแม่ดวงหนีไปแล้ว จากความเมตตา แปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาต เพราะคิดว่าจำเลยทั้งคู่พากันหนีไปเสวยสุข เขาสาบานกับตัวเองว่าจะตามล่าหญิงร้ายชายเลวคู่นั้นจนกว่ามันทั้งสองจะตาย

ครูเทิดเหมือนคนที่ตกนรกทั้งเป็น วัน ๆ เขาเอาแต่ดื่มเหล้า ไม่พูดไม่จากับใคร เว้นแต่สบถคำหยาบ ด่าทอสาปแช่งกล้าและแม่ดวง ข้าวปลาอาหารที่บ่าวไพร่หามาให้ก็ไม่แตะต้อง แม้กระทั่งดนตรีไทยที่เคยเป็นดั่งชีวิตจิตใจเขาก็ไม่เหลียวแล งานจ้างงานแสดงที่เคยรับไว้ ก็เบี้ยวไม่ยอมไปตามนัด เขากลายสภาพเป็นคนไม่เต็มคน ร่างกายผ่ายผอมลงเรื่อย ๆ เขาส่งคนออกไปตามล่าตัวกล้ากับแม่ดวง แต่หาตัวทั้งสองไม่พบ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ครูเทิดไปพบชายสูงวัยผู้หนึ่งซึ่งเป็นอดีตหมอคุณไสย เพื่อขอคาถาที่จะใช้ในการกำจัดกล้าและแม่ดวง ในเมื่อตามหาตัวไม่เจอ เขาก็จะใช้คุณไสยนี่แหละเล่นงานหญิงร้ายชายเลวคู่นั้นให้ตายตกไปตามกัน…เดิมทีหมอคุณไสยผู้นี้ไม่ยอมให้ความร่วมมือ แต่ครูเทิดถือไพ่เหนือกว่า สุดท้ายจึงสามารถบีบบังคับอีกฝ่ายได้สำเร็จ ถึงกระนั้นหมอคุณไสยก็ได้ย้ำเตือนเรื่องอันตรายจากการใช้คุณไสย คนที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้จะต้องมีวิชาอาคมไว้ป้องกันตน เพื่อไม่ให้ผลเสียย้อนเข้าตัว แต่ครูเทิดไม่มีวิชาอาคมใดๆ เลย เขามีเพียงความแค้นเป็นที่ตั้งเท่านั้น

หลังได้คาถาที่ตนต้องการมาแล้ว ครูเทิดก็เปลี่ยนจากคนที่เอาแต่กินเหล้าเมาหัวราน้ำ กลับมาเป็นชายผู้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่แตะเหล้ายาอีกเลย จนใครต่อใครหลงคิดว่าบาดแผลในใจของเขาทุเลาเบาบางลงแล้ว ครูเทิดใช้เวลาในแต่ละวัน หมดไปกับการแต่งบทร้องเพลงใหม่ขึ้นมา…บทเพลงที่บอกเล่าความรู้สึกนึกคิดของเขาพร้อมทั้งตั้งชื่อว่า ‘ท่วมธรณี’ เขาตั้งสัตย์ต่อตัวเองว่าจะขอผูกพยาบาท ตามไล่ล่ากล้าและดวง รวมถึงหน่อเนื้อเชื้อไขของพวกมันทั้งสองทุกชาติไป…และหากเขาจะจองจำวิญญาณของตัวเองไว้กับอะไรสักอย่าง สิ่งนั้นต้องไม่มีวันสูญสลายไปตามกาล นั่นก็คือดนตรีที่ไม่มีวันตายจากโลกนี้

ครูเทิดสิ้นใจตายในระหว่างทำพิธีกรรมด้วยอาการเลือดออกจากทวารทั้งเก้า เช่นเดียวกับกล้าและแม่ดวง ที่แม้จะรอดพ้นจากการคุมขังไปได้แล้ว แต่ไม่อาจหนีพ้นอำนาจแห่งคุณไสย ทั้งสองคนสิ้นใจตายเวลาเดียวกับครูเทิด ด้วยอาการเดียวกันทุกประการ…

ทั้งหมดพยายามที่จะช่วยกันหาทางแก้ไข เรื่องราวต่างๆ แต่ไม่ทันการเพราะเทิดได้เจอกับปกรณ์ก่อน และเห็นว่าปกรณ์หน้าตาเหมือนกล้าก็รู้ทันทีว่ากล้ากลับชาติมาเกิด จึงจับตัวปกรณ์ไปขังไว้และพยายามตามหาดวงเพื่อจะให้ทั้งคู่มาชดใช้กรรมในชาตินี้อีก แต่ก็หาดวงไม่เจอ ในระหว่างที่ปกรณ์ถูกขังอยู่ ปกรณ์พยายามนั่งสมาธิเพื่อค้นหาความจริงในอดีต เพราะเขาไม่เชื่อว่ากล้าและดวงจะเป็นชู้กัน และได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ทำให้ปกรณ์ติดตามเสียงผู้หญิงไป จนได้พบที่คุมขังแต่ไม่สามารถเข้าไปได้ อิงอรร้อนใจที่ปกรณ์หายไป บอกกับยชญ์ ยชญ์และเมญากรสงสัยว่าปกรณ์อาจจะถูกขังอยู่ที่เรือนเก่าของเทิด และในที่สุดยชญ์เข้ามาช่วยแต่ก็โดนเทิดเล่นงานจนเกือบแย่ โชคดีที่ได้หลวงพ่อมาช่วยไว้และขังวิญญาณเทิดเอาไว้ในเรือน เพื่อไม่ให้ออกมา ปกรณ์เล่าให้หลวงพ่อฟังเรื่องที่คุมขัง และได้อาศัยบารมีของหลวงพ่อไปที่นั้นอีกครั้งจนได้พบว่าเสียงผู้หญิงที่ได้ยินก็คือวิญญาณของดวงที่ถูกกักขัง ไม่ได้ไปผุดไปเกิดจากอำนาจไสยดำที่เทิดได้สาปแช่งไว้ และดวงได้เล่าความจริงให้ปกรณ์ฟัง ว่าเรื่องทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่หลวงพ่อและปกรณ์ก็ไม่สามารถที่จะช่วยดวงออกมาจากที่คุมขังได้ หลวงพ่อบอกว่ามีเทิดคนเดียวที่จะไปช่วยดวงได้ ปกรณ์กลับมาเล่าให้ยชญ์ เมญากร และอิงอรฟังพร้อมทั้งไปหาพุกเพื่อสอบถามความจริง พุกจึงยอมเล่าเรื่องในอดีตที่ตัวเองเคยมีความสัมพันธ์กับแม่ดวง และตกลงใจที่ไปบอกความจริงกับเทิด

ทั้งหมดพากันไปหาเทิด แต่ด้วยความที่เทิดโกรธที่โดนหลวงพ่อขังไว้จึงไม่ยอมฟังและจับเมญากรกับอิงอรไปกักขังไว้ ยชญ์ และปกรณ์จะสามารถช่วยคนรักของเขาได้หรือไม่ และพุกจะยอมสารภาพความจริงในอดีตให้เทิดได้รับรู้หรือไม่ ความอาฆาตของเทิดจะจบลงตรงที่ใดต้องติดตามใน “พรายสังคีต”

‘บอย พีซเมคเกอร์’ปลื้มหนักมาก ร่วมเซอร์ไพรส์แฟนมีต’ยูชอน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469162

news_default

‘บอย พีซเมคเกอร์’ปลื้มหนักมาก ร่วมเซอร์ไพรส์แฟนมีต’ยูชอน’

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.38 น.

ฮิตจนฉุดไม่อยู่ สำหรับซิงเกิล “ไม่ไหวบอกไหว” ของนักร้องหนุ่ม  “บอย พีซเมคเกอร์” แห่งค่ายแกรนด์มิวสิก ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ  ที่เจ้าตัวดีใจสุดๆ เมื่อนักร้องหนุ่มฮอตจากเกาหลีใต้ “ปาร์ค ยูชอน” ประกาศชื่นชอบเพลงและโพสต์เอ็มวีลงในอินสตาร์แกรม แถมล่าสุดยังถูกรับเชิญให้เป็นแขกเซอร์ไพรส์ในงานแฟนมีต ที่จัดขึ้นที่เมืองไทยเมื่อวันก่อน แฟนๆ สายเกาหลีกรี๊ดกันสนั่นฮอลล์ จน “บอย” ออกอาการทั้งปลื้มทั้งเขินหนักมากจ้า!!!

สุขสันต์วันเกิด‘ม่อน-ธนัชชัย’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469161

สุขสันต์วันเกิด‘ม่อน-ธนัชชัย’

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.34 น.

เพิ่งเปิดกล้องถ่ายทำละครเรื่อง คุณแม่มาเฟียเตรียมออกอากาศทาง ช่อง GMM 25ได้ไม่นาน  หนุ่มม่อน-ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทองนักแสดงขวัญใจวัยทีนก็เจอเรื่องราวดีๆ โดน ผู้กำกับปลา-พีรพล เธียรเจริญ จัดทัพนักแสดงอาทิ น้องอ้าย-สรัลชนา อภิสมัยมงคล , ไผ่-พาทิศ พิสิฐกุล , กระปุก-พัชรา ทับทอง และ หน่อย-อุ่นเรือน ราโชติ   มอบขนมเค้กเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิดเมื่อ 25 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา  ขณะถ่ายทำที่บ้านย่าน ซ.ลาดพร้าว 93  งานนี้ทำเอาเจ้าตัวยิ้มเบิกบาน – – ไม่รู้ว่าพี่สาวสุดสวยอย่าง มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทองจะให้อะไรเป็นของขวัญน้องชายสุดเลิฟคนนี้  ยังไงก็ขออวยพรให้หนุ่มหน้าใสวัย23ปี คนนี้  งานเฮงๆ ปังๆ ตลอดไปจ้า

‘พอร์ช’ชวนดู’สุภาพบุรุษชาวดิน’ตอนจบพีคแน่นอน!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469160

‘พอร์ช’ชวนดู’สุภาพบุรุษชาวดิน’ตอนจบพีคแน่นอน!!

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.32 น.

ลุ้นระทึกเข้มข้นสุด ๆ สำหรับละคร “สุภาพบุรุษชาวดิน” ซึ่งจะถึงตอนจบแล้ว ในวันที่ 30 มกราคมนี้  งานนี้พระเอกหนุ่ม ”พอร์ช”  ศรัณย์ ศิริลักษณ์ ขอชวนแฟนละครชมไปพร้อมกัน ออกปากรับประกันความพีค  มาลุ้นกันว่าท้ายที่สุดแล้ว พ่อเลี้ยงชัชชน หรือ วศิน จะแฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่

“วันที่ 30 มกราคมนี้ จะเสนอเป็นตอนจบแล้วนะครับ สำหรับละครสุภาพบุรุษชาวดิน ตอนนี้จะเห็นว่าเรื่องราวเข้มข้นมาก ต้องบอกว่าฟีดแบ็กดีมาก ๆ  มีการตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ พร้อมกับชมมามากว่าเรื่องสนุก ผมต้องขอขอบคุณมาก  ๆ  อย่างล่าสุด ผมไปเดินตลาดมา ก็มีแต่คนเรียกว่าวศิน  แซวกัน วศินมาซื้ออะไร (หัวเราะ)  แต่ก็จะถูกแซวนิดนึงว่าในเรื่องแกล้งนางเอกจัง (หัวเราะ) ให้ไปเก็บขี้ม้าอย่างนี้ ให้ไปทำงานในไร่อย่างงี้ คือผมว่ามันก็น่ารักดีนะครับ ก็แบบชวนเขามาทำงานกับเราแล้วเขาไม่มาเนอะ มันก็เลยจะได้เห็นซีนแบบน่ารัก  ๆ  ของพระ – นาง ด้วย ส่วนฉากบู๊ จะมีให้ได้เห็นกันนะครับ แต่แบบเบา ๆ  แค่ได้เสียเหงื่อนิดหน่อย ผมว่ามันครบรสนะครับ แต่สำคัญที่สุดคือการฟาดฟันซีนอารมณ์กันในเรื่อง ตัววศินยังจะต้องเจออะไรหนัก ๆ ส่งท้ายด้วย เป็นฉากที่ยากมากครับ อยากให้ติดตามชมไปพร้อมกันไม่อยากให้พลาด มาลุ้นไปพร้อมกันว่า สุดท้ายแล้วตัวละครจะแฮปปี้เอนดิ้งไหม”

ติดตามชมความเข้มข้น ของละคร “สุภาพบุรุษชาวดิน”  ตอนจบ ในวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคมนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และFacebook Live Fanpage: Ch7H หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV  รับชมละคร 7HD ที่คุณประทับใจได้ทั่วโลก ผ่านบริการ BUGABOO INTER พิเศษกับช่องทางการซื้อแพ็กเกจเพิ่มเติมที่ SHOPEE และ LAZADA หรือสมัครเลยวันนี้ผ่านเว็บไซต์ inter.bugaboo.tv หรือ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน BUGABOO INTER ได้ทั้ง Google Play Store และ App Store #ฮิตทั่วไทยดูได้ทั่วโลก #BUGABOOINTER #Ch7HD #ช่อง7HD