อนุสรณ์ ชี้ แฮชแท็ก รัฐบาลเฮงซวย ขึ้นอันดับ 1 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412833?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อนุสรณ์ ชี้ แฮชแท็ก รัฐบาลเฮงซวย ขึ้นอันดับ 1

26 มกราคม 2563 – 12:13 น.
รัฐบาล,เฮงซวย,อนุสรณ์,วิกฤติ,ภาวะผู้นำ,เพื่อไทย,แฮชแท็ก,ข่าววันนี้,ข่าวการเมือง,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 43 ครั้ง

อนุสรณ์ ชี้ แฮชแท็ก ‘รัฐบาลเฮงซวย’ ขึ้นอันดับ 1 สะท้อน วิกฤติภาวะผู้นำ

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2563 – นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี แฮชแท็ก ‘รัฐบาลเฮงซวย’ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1 โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ต่างแสดงความเห็นต่อการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 และไวรัสโคโรน่าของรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนด้วยใจเป็นธรรม ก่อนหน้านี้ แฮชแทก #เบื่อนายก ก็ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1 มาแล้ว ถ้าแปลเป็นค่าคะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ อาจตกต่ำลงเรื่อยๆ ปัญหาเศรษฐกิจก็แก้แบบอิเหนาเมาหมัด เงินบาทแข็ง กระทบส่งออก ค่าครองชีพสูง หนี้ครัวเรือนวิกฤติ คนตกงาน เศรษฐกิจฐานรากกระทบ แจกเงินจนมึน แจกไปแจกมา แจกไปถึงต่างชาติจ้างให้มาเที่ยวเมืองไทย

ด้านการเมือง สนิมเกิดจากเนื้อใน ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ถูกตั้งคำถามว่าอุ้มคนทั้งรัฐบาล ตอนนี้อุ้มมาถึงสภา ต้องมาตามแก้ปัญหา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล เสียบบัตรแทนกัน จนอาจส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 เป็นโมฆะ แล้วยังต้องไปเจอด่านหินอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านมีใบเสร็จเตรียมเช็คบิล

ปัญหาสังคมและคุณภาพชีวิต ถูกตั้งคำถามว่าไม่มีศักยภาพการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และ ไวรัสโคโรนา ที่รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชน ว่า รัฐบาลสามารถบริหารจัดการ ป้องกัน แก้ไขได้ ซึ่งไม่น่าจะกลายเป็นความตื่นตระหนกขนาดนี้ แต่ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เหมือนลอยแพและผลักภาระให้ประชาชนรับผิดชอบดูแลตัวเอง จึงทำให้แฮชแท็ก ‘รัฐบาลเฮงซวย’ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1

สถานการณ์สร้างผู้นํา พล.อ.ประยุทธ์ อย่าทำให้ประชาชนสิ้นหวัง จนกลายเป็นวิกฤติภาวะผู้นำ คนดีชอบแก้ไข อย่ามองทุกเรื่องเป็นการเมือง” นายอนุสรณ์ กล่าว

พปชร. คาดเคาะชื่อผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมแพงเพชร 28 ม.ค.นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412831?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร. คาดเคาะชื่อผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมแพงเพชร 28 ม.ค.นี้

26 มกราคม 2563 – 12:05 น.
พปชร,สนธิรัตน์,เลือกตั้งซ่อม,กำแพงเพชร,เพชรภูมิ,จุลพันธ์,ไวพจน์,ผู้สมัคร
เปิดอ่าน 42 ครั้ง

“สนธิรัตน์” คาด ประชุม “ส.ส.พปชร.” 28 ม.ค.นี้ เคาะผู้สมัคร “เลือกตั้งซ่อม” กำแพงเพชร แทน “ไวพจน์” ลุ้น “เพชรภูมิ” ขับเคี่ยว “จุลพันธ์”

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2563 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการสรรหาผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร เขต 2 หลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแทน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่ต้องคำพิพากษาจำคุกคดีล้มการประชุมอาเซียนซัมมิท ว่า การประชุมส.ส.พรรคในวันที่ 28 ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม และคาดว่าจะได้รายชื่อในวันดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแคนดิเดตยังเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ บุตรชาย พ.ต.ท.ไวพจน์ และ นายจุลพันธ์ ทับทิม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กำแพงเพชร และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค เคยให้สัมภาษณ์แล้วว่าจะส่งนายเพชรภูมิ ลงสมัครในนามพรรค

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบ รมช.ศึกษา รุกป่าเขาใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412814?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบ รมช.ศึกษา รุกป่าเขาใหญ่

26 มกราคม 2563 – 10:18 น.
ศรีสุวรรณ,กนกวรรณ,พปชร,รุกป่า,รมชศึกษาธิการ,เขาใหญ่,ปปช
เปิดอ่าน 114 ครั้ง

“ศรีสุวรรณ” จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบ “กนกวรรณ” รมช.ศึกษา ส.ส.พปชร. รุกป่าเขาใหญ่ 6 จุด 11 ไร่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. สนธิกำลังกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าตรวจสอบที่ดินของนายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตส.ส.ปราจีนบุรี และที่ดินของนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีการนำรถแบ็กโฮ 3 คัน เข้าไปขุดปรับพื้นที่บนเนินเขาและใช้รถดันต้นไม้ล้มเป็นบริเวณกว้างโดยนำมากองรวมกันและจุดไฟเผา

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการออกโฉนดทับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 6 จุดรวม 11 ไร่เศษครอบคลุมด่านเนินหอมไปจนถึงอ่างเก็บนํ้าคลองไม้ปล้อง หมู่ 14 ต.เนินหอม จ.ปราจีนบุรี เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งต่อมาผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อแจ้งความกล่าวหาว่าบุกรุกอสังหา-ริมทรัพย์ของผู้อื่น เข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเอง และทำให้เสื่อมสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ทำประการใดๆให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ เข้าไปดำเนินการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติ ความดังทราบแล้วนั้น

การกระทำดังกล่าวหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นถึง รมช.กระทรวงศึกษาธิการ และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ย่อมรู้หรือควรจะรู้ได้ว่า การบุกรุก เข้ายึดถือครอบครองป่า และทำให้เสื่อมสภาพอุทยานฯ เป็นการฝ่าฝืนนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2562 โดยตรง และเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางที่ผิดกฎหมายหลายฉบับและมีโทษหนักโดยเฉพาะ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 และฉบับ 2562 ม.19(1) ประกอบ ม.41 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนั้น การกระทำดังกล่าวยังส่อเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรง ในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 ที่ระบุว่าต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผู้อื่นและหรือประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทําให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหาก ป.ป.ช. วินิจฉัยว่ามีความผิด ก็อาจนำไปสู่การสิ้นสุดลงของตำแหน่ง รมช.และ ส.ส. ตามมาตรา 101(7) ประกอบ ม.160 ม.185 และม.186 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน และเอาผิด ตามครรลองของกฎหมายต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 27 ม.ค.63 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี

สุวรรณภูมิเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกรองรับผู้โดยสารตกค้างจากจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412797?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สุวรรณภูมิเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกรองรับผู้โดยสารตกค้างจากจีน

25 มกราคม 2563 – 20:37 น.
สุวรรณภูมิเปิดศูนย์,อำนวยความสะดวกรองรับ,ผู้โดยสารตกค้างจากจีน
เปิดอ่าน 458 ครั้ง

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้โดยสารตกค้างจากกรณีจีน ประกาศปิดเมืองอู่ฮั่นเนื่องจากพบการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา

นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์  สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่ กำลังมีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ระบาดเมืองอู่ฮั่นและเริ่มมีการแพร่ระบาดไปยังเมืองอื่นๆในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางการจีนจึงมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคฯ โดยมีการปิดระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางเข้า – ออกเมืองอู่ฮั่น ส่งผลให้สายการบิน China Soutern Airlines ที่ทำการบิน ณ ทสภ. จำนวน 3 เที่ยวบิน มีการยกเลิกเที่ยวบินไปจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 นั้น การยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าวอาจส่งผลให้มีผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาก่อนหน้าที่ทางการจีนจะประกาศปิดสนามบิน ไม่สามารถเดินทางกลับไปยังเมืองอู่ฮั่นได้

“ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่ตกค้างจากเหตุดังกล่าว ทสภ. จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้บริการผู้โดยสาร (AIRPORT OPERATION CENTER) ในระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้อง CIP 5 ชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2132 9950  โดยภายในศูนย์จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง เจ้าหน้าที่ ทสภ. สายการบิน ตม. ตำรวจท่องเที่ยว ฯลฯ นั่งประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ทั้งนี้ ทสภ. ยังได้มีการจัดล่ามภาษาจีนคอยให้บริการและแนะนำข้อมูลให้กับผู้โดยสารชาวจีนเพิ่มเติมอีกด้วย ”


นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ทสภ. ได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังและคอยติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยมีการประสานการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 2 และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และล่าสุดได้เพิ่มการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองกวางโจว โดย ทสภ. ได้ขอความร่วมมือให้สายการบินที่มีเที่ยวบินมาจากเมืองดังกล่าวไปจอดที่อาคารเทียบเครื่องบินที่กำหนดเป็นการเฉพาะ ซึ่งด่านควบคุมโรคฯ จะทำการติดตั้งเครื่อง Thermo Scan เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารบริเวณอาคารเทียบเครื่องบินที่ถูกกำหนด เพื่อทำการคัดกรองตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข หากพบผู้ป่วยต้องสงสัย ด่านควบคุมโรคฯ จะทำการตรวจร่างกายเพิ่มเติมและติดต่อสถาบันบำราศนราดูรเพื่อมารับตัวไปรักษาต่อไป


นอกจากนี้แล้ว ทสภ. ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านสุขอนามัยให้กับผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นที่ที่ผู้โดยสาร อาทิ รถเข็นกระเป๋า ห้องน้ำ จุดกรอกเอกสาร ตม.ขาเข้า  บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และบริเวณเครื่องออกบัตร Taxi Kiosk เป็นต้น รวมทั้ง ได้ติดตั้งเครื่องจ่ายแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ณ บริเวณทางออกประตูเทียบเครื่องบินขาเข้าทุกประตูและพื้นที่อื่น ๆ ที่มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ทสภ. จะมีการเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด   โดยได้มีการเตรียมแผนรองรับไว้หากมีการประกาศเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวเพิ่มเติม โดยพร้อมสนับสนุนการทำงานของด่านควบคุมโรคฯ อย่างเต็มที่ในทุกด้าน

อย่างไรก็ตาม ทสภ.ขอให้ผู้โดยสารที่กำลังจะมีแผนการเดินทางไปยังเมืองต่างๆในประเทศจีนในช่วงเวลานี้ คอยติดตามรับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวมีแนวโน้มจะระบาดไปยังเมื่องอื่นของจีนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ทสภ. ขอความกรุณาผู้โดยสารตรวจสอบตารางการบินก่อนเดินทางมาสนามบิน และกรุณาสอบถามข้อมูลเที่ยวบินได้ที่สายการบินที่ท่านจะเดินทางว่าสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้หรือไม่ เพื่อไม่ต้องมาตกค้างที่สนามบิน หรือเสียเวลาเดินทางเข้ามายัง ทสภ. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง
อนึ่ง ปัจจุบัน ทสภ. มีเที่ยวบินที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น โดยสายการบิน ไชน่าเซาท์เทิรน์ แอร์ไลน์ จำนวน 3 เที่ยวบินต่อวัน (ขาเข้า 3 เที่ยวบิน และขาออก 3 เที่ยวบิน) ซึ่งได้ทำการยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วตั้งแต่ 24 มกราคม
ที่ผ่านมาและมีเที่ยวบินที่เดินทางจากเมืองกวางโจว โดยสายการบินไทย สายการบินไชน่า เซ้าเทิรน์แอร์ไลน์ สายการบินสปริงค์ แอร์ไลน์ สายการบินเคนยา แอร์เวย์ รวมมีเที่ยวบินขาเข้า 13 เที่ยวบิน และขาออก 12 เที่ยวบิน

โซเชียลถล่มยับ หลัง อนุทิน โชว์วิสัยทัศน์แก้ไวรัสโคโรน่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412795?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โซเชียลถล่มยับ หลัง อนุทิน โชว์วิสัยทัศน์แก้ไวรัสโคโรน่า

25 มกราคม 2563 – 20:23 น.
โซเชียล,ถล่มอนุทิน,โพสต์เดือด,ข่าววันนี้,รัฐบาลเฮงซวย
เปิดอ่าน 1,518 ครั้ง

ชาวเน็ตจำนวนมากรุมวิจารณ์ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รมว.สาธารณสุข กรณีโพสต์เดือดถึงมาตรการคัดกรองในสนามบินช่วงไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนัก

25 ม.ค.2563-ชาวเน็ตจำนวนมากรุมวิจารณ์ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รมว.สาธารณสุข กรณีโพสต์เดือดถึงมาตรการคัดกรองในสนามบินช่วงไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนัก ขณะที่โลกทวิตเตอร์แห่ติดแฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย จนติดเทรนด์อันดับ 1 ในไทย

เมื่อคืนวันศุกร์ (24 ม.ค.) ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “วันนี้เขายกเลิกไฟลต์จากอู่ฮั่นแล้ว สนามบินจะตั้งเครื่องตรวจคนไข้ ที่ GATE ของไฟลต์นี้หาสวรรค์วิมานทำไมล่ะคร้าบ คิดนิดนึงก่อนว่ากล่าวกันนะ ตอนนี้ยังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่”

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพบว่า ขณะนี้ยังมีการตั้งเครื่องมือตรวจวัดในช่องทางอื่นตามปกติ เพียงแต่ยกเลิกเฉพาะที่เกตที่ไม่มีเครื่องบินลงจอดเท่านั้น

โพสต์เดือดดังกล่าวสร้างกระแสไม่พอใจเป็นวงกว้างในสังคมออนไลน์ จนมีเสียงตำหนิอย่างหนักถึงความเหมาะสมในฐานะคนเป็นเจ้ากระทรวง ทั้งคอมเมนท์เดือดใต้โพสต์เฟซบุ๊คของนายอนุทิน และในทวิตเตอร์ที่มีการติดแฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย จนติดเทรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในไทย ตามมาด้วย #ไวรัสโคโรน่า

ชาวเน็ตหลายคนพากันวิจารณ์การแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของรัฐบาล ตั้งแต่เรื่องฝุ่น PM 2.5 และการป้องกันโรคระบาดด้วย

แจงปมเด้ง วิระชัย แค่ย้ายชั่วคราว ช่วงรอผลผลสอบชี้ชัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412789?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แจงปมเด้ง วิระชัย แค่ย้ายชั่วคราว ช่วงรอผลผลสอบชี้ชัด

25 มกราคม 2563 – 19:40 น.
วิษณุ,เด้งวิระชัย,ย้ายชั่วคราว,รอผลผลสอบ,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 1,674 ครั้ง

“วิษณุ” แจงปมเด้ง “วิระชัย” แค่ย้ายชั่วคราว ช่วงรอผลผลสอบชี้ชัด เพื่อสตช.สะดวกสอบสวน ส่วนกรณี “บิ๊กโจ๊ก” แค่คำสั่งเตือน-ปราม ยังไม่มีลงโทษ

25 ม.ค.2563- “วิษณุ” แจงปมเด้ง “วิระชัย” แค่ย้ายชั่วคราว ช่วงรอผลผลสอบชี้ชัด เพื่อสตช.สะดวกสอบสวน ส่วนกรณี “บิ๊กโจ๊ก” แค่คำสั่งเตือน-ปราม ยังไม่มีลงโทษ เหตุเรื่องร้องเรียนยังไม่ชัด ยกอดีตเคยมีคำสั่งเตือนลักษณะนี้ 

เมื่อเวลา 15.20 น.ที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร.ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.)ว่า คำสั่งในส่วนของพล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นเรื่องภายในของสตช.เป็นการใช้อำนาจของผบ.ตร. เรื่องของความเหมาะสม

โดยไม่ได้มีการสอบสวนอะไร ส่วนของพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.เป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการมาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว โดยมีระยะเวลาไม่นาน เพื่อให้สะดวกต่อการสอบสวนที่มีอยู่ขณะนี้ เว้นแต่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตรงนี้เป็นการอาศัยพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการ จึงเป็นอำนาจของนายกฯพิจารณาไม่ต้องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)และไม่ต้องโปรดเกล้าฯ และยังไม่พ้นจากตำแหน่ง ถือว่าเป็นการมาแค่ตัวแต่ยังรับเงินเดือนที่สังกัดเดิม โดยพล.ต.อ.วิระชัย รับทราบคำสั่งแล้ว

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนคำสั่งนายกรัฐมนตรีกำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการนั้น เป็นการเตือนและปรามไว้ก่อน เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนแต่ยังไม่ชัดเจนมากพอ และถ้ามีการร้องเรียนที่ชัดเจนเป็นหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสอบสวน ดังนั้นคำสั่งจึงเป็นการเตือนและปราบไว้ก่อนเท่านั้น ไม่ได้มีการลงโทษอะไร และเจ้าตัวรับทราบแล้ว ซึ่งต้องระวังอย่าทำผิดวินัย การที่คำสั่งต้องระบุอะไรหลายอย่างเพราะมีเรื่องร้องเรียนที่เข้าข่ายจึงต้องเตือนให้รู้ตัว

นายวิษณุ กล่าวว่ ทั้งนี้ มีคำถามอีกว่าทำไมถึงไม่เตือนที่เจ้าตัว ทำไมต้องออกเป็นคำสั่ง เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็น เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจที่อ้างตามกฏหมายและต้องการส่งสัญญาณไปถึงหลายคนเพื่อให้รับทราบเอาไว้ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีการเตือนในลักษณะนี้ แต่เป็นระดับอธิบดี ปลัดเตือน จึงไม่ได้รับความสนใจอะไร ไม่เหมือนกรณีนี้เหมือนที่นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาจึงต้องลงมาเซ็นเอง สำหรับการปฎิบัติหน้าที่ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่มีรถและเงินเดือนประจำตำแหน่ง ไม่มีสิทธิอะไร เมื่อมาอยู่ตรงนี้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายงาน โดยจะลดการมอบหมายลงไประยะหนึ่ง ส่วนจะคืนงานกลับให้หรือไม่ค่อยพิจารณาว่ากันอีกที

บิ๊กต้อย-บิ๊กโจ๊ก เข้าทำเนียบฯรายงานตัวแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412788?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กต้อย-บิ๊กโจ๊ก เข้าทำเนียบฯรายงานตัวแล้ว

25 มกราคม 2563 – 19:31 น.
บิ๊กต้อย,บิ๊กโจ๊ก,เข้าทำเนียบฯ,รายงานตัว,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 2,334 ครั้ง

ปลัดสปน.เผย “บิ๊กต้อย-บิ๊กโจ๊ก” เข้าทำเนียบฯรายงานตัวแล้ว มอบหมายงาน “วิระชัย” ขอหารือผู้บริหารระดับสูงก่อน

25 ม.ค.2563-นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ได้มารายงานตัวกับตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในช่วงเย็นวันที่ 24 มกราคม ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทำเนียบรัฐบาล หลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ให้มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการส่งตัวมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่วนการมอบหมายให้ พล.ต.อ.วิระชัย ปฏิบัติงานเรื่องใด จะหารือกับผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องเพื่อมอบหมายงานที่เหมาะสมให้ต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาลงนามรับทราบคำสั่งแล้วเช่นกัน โดยได้กำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการเกิดขึ้น จะต้องถูกดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

เพือไทยฯ​ชี้​ เสียบบัตรแทนกัน​ คือเจตนาทุจริต มีความผิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412782?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เพือไทยฯ​ชี้​ เสียบบัตรแทนกัน​ คือเจตนาทุจริต มีความผิด

25 มกราคม 2563 – 18:26 น.
เพือไทยฯ​ชี้,เสียบบัตรแทนกัน,คือเจตนาทุจริต มีความผิด
เปิดอ่าน 224 ครั้ง

‘ชุมสาย’​ ชี้​ การเสียบบัตรแทนกัน​ คือเจตนาทุจริต มีความผิดและมีโทษ​ทุกกรณี​ ห่วง วิษณุฯ​ ใช้อภินิหาร ชี้ถูกผิด ทำสังคมสับสนกระทบกระบวนการยุติธรรม

นายชุมสาย​ ศรียาภัย  รองโฆษกพรรคเพื่อไทย​ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ส.ส.พรรคหนึ่งเสียบบัตรแทนกันในการลงมติ​ร่าง​ พรบ.งบประมาณ​ฯ พ.ศ.​ 2563​ และมีความพยายาม ทั้งจากฝั่ง​ ส.ว.และ​ ส.ส.แสดงความเห็นว่าทำได้ไม่ขัดต่อกฎหมายนั้น​ ตนเห็นว่า โดยหลักบัตรประจำตัว​ ส.ส.คนใด คนนั้นเท่านั้นมีอำนาจ​ สิทธิในการออกเสียงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวของ​ ส.ส. คนเดียว ไม่มีสิทธิมอบให้ผู้อื่นใช้สิทธิแทนได้ ดังนั้น​ ต้องถือว่า การเสียบบัตรแทนกันทำไม่ได้มีความผิดในทุกกรณี​ จึงขอวิงวอนว่า​ อย่าพยายามหาทางออกแบบศรีธนญชัยตีความให้ผิดไปจาก เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลักความสุจริต ตามวิถีทางในครรลองประชาธิปไตย​ เรื่องนี้ถือว่าผู้กระทำมีเจตนาทุจริต​ มีความผิดและมีโทษ​ตาม​กฎหมาย และถือว่าตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ​ มีผลเป็นโมฆะตาม​ รธน.​มาตรา​ 148 วรรคหนึ่ง​ (1) ซึ่งเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ในอดีตได้เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวางหลักเป็นบรรทัดฐานไว้อย่างมั่นคงแล้ว​ในคดี​เลขที่ 3-4/2557
“ผมขอชื่นชมความเห็นของท่านชวน​ หลีกภัย​ ประธานรัฐสภา ที่บอกว่า ไม่ว่าจะเสียบแทนกันในกรณีใดก็ทำไม่ได้  แม้เครื่องลงคะแนนมีไม่พอก็ตาม​ ถือว่ามีความผิดทั้งสิ้น”

นายชุมสายฯ​ กล่าว ต่อว่า​ การที่นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย  ที่มักจะออกมาให้ความเห็นทำนองชี้ถูกผิดตามกฎหมายในประเด็นคดีทางการเมือง​ ทั้งที่เป็นอำนาจตุลาการ​ ซึ่งคดียังไม่ไปสู่ศาลและยังไม่มีคำวินิจฉัย​ ทั้งในกรณีนี้ และหลายกรณีที่ผ่านมา จะโดยอาศัยหลักกฎหมายหรือใช้อภินิหาร​นั้น จะถือเป็นการไม่สมควรที่ไปก้าวล่วงดังกล่าวหรือไม่  ซึ่งอาจเป็นการชี้นำ​ และทำให้สังคมเกิดความสับสน​ได้​ เพราะได้กล่าวว่า การเสียบบัตรแทนกันไม่ถือเป็นการเสียหาย ทั้งยังกล่าวว่า เอาบรรทัดฐานในอดีต ตัดสินปัจจุบันไม่ได้

“นักกฎหมายเราโดยทั่วไปทราบดีว่า  ความยุติธรรมของประเทศต้องไม่มีอภินิหาร ศาลท่านจะวินิจฉัยคดีตามข้อเท็จจริงข้อกฎหมายและ พยานหลักฐาน​  บรรทัดฐานที่ถูกวางหลักไว้ก็เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม​  และไม่ได้ผูกพันเฉพาะคดีใดคดีหนึ่งเท่านั้น​ แต่ถือว่าเป็นการผูกพันในทุกคดี ที่มีข้อหาและข้อเท็จจริง เช่นเดียวกัน และไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคู่ความฝ่ายใดหรือของใคร แต่เพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติประชาชนเป็นหลัก” นายชุมสายฯ​ กล่าว

ส.เลขาสภาฯ ยังไม่เริ่มสอบ นาที-ภริม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412769?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ส.เลขาสภาฯ ยังไม่เริ่มสอบ นาที-ภริม

25 มกราคม 2563 – 16:48 น.
นาที,ภริม,ยังไม่สอบ,ทีมกฎหมาย,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 124 ครั้ง

 “ส.เลขาสภาฯ” ยังไม่เริ่มสอบ “นาที-ภริม” เหตุ “สรศักดิ์” ยังไม่เรียกประชุมทีมกฎหมาย ระบุ “กมธ.กิจการสภาฯ-กก.จริยธรรม” รับเรื่องไว้ตรวจสอบได้เอง

รร.เดอะ สุโกศล –  25 มกราคม 2563 -ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ รองเลขาธิการสภาฯ ดูแลสำนักงานการประชุมและสำนักกฎหมาย  กล่าวว่า นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ยังไม่สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายของสภาฯ ตรวจสอบกรณีพฤติกรรมของส.ส.ที่ปรากฎคลิปภาพจากสื่อมวลชนว่าเสียบบัตรแทนกัน ในส่วนของ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ  และ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

 

ซึ่งกรณีของนางนาทีนั้น เป็นประเด็นที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุ พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยข้อมูล ดังนั้นกรณีสอบพฤติกรรมของส.ส.เสียบบัตรแทนกัน จึงมีเพียงของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ที่ฝ่ายกฎหมายตามการมอบหมายจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ พิจารณาแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ประเด็นที่เพิ่มเติมนั้น โดยกระบวนการตรวจสอบ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภานผู้แทนราษฎร สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงคณะกรรมการจริยธรรมของสภาฯ​ตามระเบียบสภาฯ ว่าด้วยประมวลจริยธรรม ซึ่งสภาฯ ให้ความเห็นชอบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถรับเรื่องไว้ตรวจสอบได้ โดยส่วนของกรรมการจริยธรรมนั้นต้องรอการประกาศใช้ประมวลจริยธรรมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.

ชวน ชี้ สภาฯมีปัญหา เพราะส.ส.ไม่เข้าใจงานหลักในสภาฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412766?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชวน ชี้ สภาฯมีปัญหา เพราะส.ส.ไม่เข้าใจงานหลักในสภาฯ

25 มกราคม 2563 – 16:24 น.
ปัญหาสภา,ข่าววันนี้,งานหลัก
เปิดอ่าน 201 ครั้ง

“ชวน” ชี้สภาฯมีปัญหา เพราะส.ส.ไม่เข้าใจงานหลักในสภาฯ เข้าใจ ส.ส.ต้องไปงานศพ,งานเด็ก เพราะเป็นเรื่องประชาชน​ในพื้นที่

รร.เดอะ สุโกศล –  25 มกราคม 2563 – “ชวน” ชี้สภาฯมีปัญหา เพราะส.ส.ไม่เข้าใจงานหลักในสภาฯ เข้าใจ ส.ส.ต้องไปงานศพ,งานเด็ก เพราะเป็นเรื่องประชาชน​ในพื้นที่  มองทางสร้างสมานฉันท์ ต้องยึดนิติธรรม-กฎหมาย ไม่เอาใจประชาชนเกินเหตุ หวั่นสังคมอ่อนแอ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร​ กล่าวถึงบทบาทของนักการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ตอนหนึ่งระหว่างการบรรยายหลักสูตรนักบริหารนักการเมืองและเศรษฐกิจรุ่นใหม่รับใช้สังคม (นศส.) รุ่น1 ของมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ว่า คือ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ โดยฝ่ายนิติบัญญัตินั้นมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ภายใต้กรรมาธิการ (กมธ.) 35 คณะ  และการยื่นอภิปรายรัฐบาลของฝ่ายค้าน ส่วนตุลาการไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นองค์กรที่ทำให้บ้านเมืองมีความหวัง หากพบการกระทำความผิดต้องวินิจฉัยไปตามผิด เพราะหากศาลไม่แน่วแน่บนความถูกต้องบ้านเมืองจะหว้าเหว่ ส่วนที่ผ่านมามีหลายฝ่ายวิจารณ์ศาล เพราะวิ่งเต้นให้ตัดสินคดีให้เป็นคุณกับตนเองไม่สำเร็จ

“การเลือกตั้งมีความสำคัญกับประชาธิปไตย เพราะผู้แทนราษฎร มาจากการประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงปัญหาต่างๆ โดยงานของผู้แทน ต้องไปงานสังคม งานศพ งานวันเด็ก ส่วนงานวันเด็กที่ผ่านมา ซึ่งสภาฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ ปี 2563 ผมบอกให้เขาอยู่ ส.ส.ไม่ได้ไปงานวันเด็ก แต่มีผู้แทนไม่เข้าใจ ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นงานของผู้แทนต้องไม่กระทบต่องานหลัก” นายชวน กล่าว

ประธานสภาฯ ยังกล่าวถึงปัญหาความไม่สมานฉันท์ ว่าเป็นความผิดพลาดแง่ปฏิบัติของฝ่ายการเมือง เพราะบางรัฐบาลเลือกปฏิบัติ เลือกพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกรัฐบาลเท่านั้น ส่วนสมัยของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดีขึ้น  ดังนั้นการสมานฉันท์ของฝ่ายการเมืองต้องยึดหลักนิติธรรม กฎหมาย และสร้างเงื่อนไข รวมถึงไม่เอาใจประชาชนจนเกินเหตุ เพราะจะทำให้สังคมอ่อนแอ.