ไต้หวันปิดประเทศหลังพบคนติดโควิดกลายพันธุ์รายแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641606

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 16:39 น.ไต้หวันปิดประเทศหลังพบคนติดโควิดกลายพันธุ์รายแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นไปไต้หวันจะห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศ

ศูนย์บัญชาการโรคระบาดไต้หวันประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมระหว่างพรมแดนสูงสุดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นไป โดยห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันเป็นการชั่วคราว ยกเว้นผู้ที่มีใบถิ่นที่อยู่หรือได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.เป็นต้นไป คนไต้หวันที่เดินทางกลับเข้าประเทศ และจำเป็นต้องกักตัวในที่พักอาศัยต้องอาศัยอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น หรืออาศัยอยู่กับผู้เดินทางเข้ามาพร้อมกัน และคนที่ไม่ได้ออกนอกประเทศไม่สามารถอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังเดียวกันกับผู้ที่ต้องกักตัว

มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากพบวัยรุ่นชายรายหนึ่งที่เดินทางกลับมาจากอังกฤษมาถึงไต้หวันเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมาติดเชื้อโคโรนาไวรัสชนิดที่ที่กลายพันธุ์และกำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศอังกฤษ

นอกจากนี้ ในเที่ยวบินเดียวกันนั้นซึ่งมีผู้โดยสารทั้งหมด 114 คน ยังพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสอีก 2 ราย

รัฐบาลดัตช์ถูกตำหนิเริ่มฉีดวัคซีนให้ ปชช.ช้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641604

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 16:21 น.รัฐบาลดัตช์ถูกตำหนิเริ่มฉีดวัคซีนให้ ปชช.ช้าในขณะที่ประเทศอื่นในยุโรปเริ่มฉีดวัคซีนกันแล้ว แต่ชาวดัตช์ยังต้องรอจนถึงต้นปีหน้า

รูเอล โกทินโญ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งสถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์เผยกับรายการ Nieuwsuur ว่า ยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ของเนเธอร์แลนด์ช่างน่าอับอาย เนื่องจากต้องรอจนถึงวันที่ 8 ม.ค.จึงจะเริ่มฉีด ขณะที่ประเทศอื่นในยุโรปเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว

“ทุกสัปดาห์มีความหมาย” โกทินโญกล่าว

อดีตผู้อำนวยการยังต่อว่ารัฐบาลอีกว่า การชะลอการเริ่มโครงการฉีดวัคซีนหมายความว่าระบบสาธารณสุขที่แบกรับภาระหนักอยู่แล้วจะต้องรับหน้าที่นี้ต่อไปอีกนาน ซึ่งจะมีผลกระทบกับทั้งคนที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสและคนอื่นๆ เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือต้องเลื่อนการผ่าตัด

เนเธอร์แลนด์ได้รับวัคซีน Covid-19 จากไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค (Pfizer- BioNTech) ล็อตแรกเรียบร้อยแล้ว แต่จะยังไม่เริ่มฉีดจนกว่าจะถึงวันที่ 8 ม.ค. โดยรัฐบาลเผยว่า ยังต้องเตรียมการต่างๆ ทั้งการเตรียมระบบไอทีให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียน และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่

เนเธอร์แลนด์มีผู้เสียชีวิตจาก Covid-19 กว่า 10,500 คน ซึ่งเป็นตัวเลขการเสียชีวิตที่สูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยปิดทั้งโรงเรียน ผับบาร์ ร้านอาหาร และร้านค้าที่ไม่จำเป็นอย่างน้อย 5 สัปดาห์ รวมทั้งจำกัดจำนวนบุคคลที่รวมตัวกันทั้งในที่ปิดและกลางแจ้ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นห่วงว่าโรงพยาบาลทั่วประเทศจะรองรับผู้ป่วยไม่ไหว และบางแห่งได้ร้องขอให้กองทัพส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาช่วยแล้ว เนื่องจากขาดบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้ทหารได้ถูกส่งไปช่วยเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลทหารในเมืองยูเทรคต์และบ้านพักผู้สูงอายุในเมืองเอเดที่พบการระบาดหนักแล้ว

โครเอเชียเจอแผ่นดินไหวซ้ำสองก่อนสิ้นปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641583

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 13:59 น.โครเอเชียเจอแผ่นดินไหวซ้ำสองก่อนสิ้นปี   ชาวโครเอเชียเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ราย หลังแผ่นดินไหว 6.4 แมกนิจูดเขย่าตอนกลางประเทศ 

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 แมกนิจูดในเมืองเปตรินญาทางตอนกลางของโครเอเชียเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (29 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นอีกราว 1 ชั่วโมงให้หลังได้เกิดแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกครั้ง

แรงสั่นสะเทือนครั้งแรกรับรู้ไปทั่วคาบสมุทรบอลข่าน ไม่ว่าจะเป็นกรุงซาเกร็บซึ่งอยู่ห่างราว 48.2 กิโลเมตร และประเทศเพื่อนบ้านอย่างบอสเนีย เซอร์เบีย และไกลถึงอิตาลี  

ทางการเปิดเผยว่าเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี และคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองเปตรินญาเผยว่าเมืองราวครึ่งเมืองถูกทำลาย โดยมีผู้รอดชีวิตหลายคนถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพัง 

ในบรรดาอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มรวมถุงโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง แต่เคราะห์ดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีเด็กนักเรียนอยู่ในโรงเรียน   

มาริกา เพฟโลวิช ชาวบ้านวัย 72 ปีเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “กระเบื้องทุกแผ่นในห้องน้ำแตกหมด จานชามตกลงมาแตกกระจาย แม้พวกเราจะอยากกลับบ้านแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันไม่มีไฟฟ้า” 

เหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ธ.ค.มีแผ่นดินไหวขนาด 5.0 ใกล้กับเมืองเปตรินญา และเมื่อเดือน มี.ค. มีเหตุแผ่นเดินไหวขนาด 5.3 ที่กรุงซาเกร็บ มีผู้ชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีก 27 ราย

วิจัยชี้อู่ฮั่นอาจมีคนติดโควิดมากกว่าที่จีนเปิดเผย 10 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641566

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 11:57 น.วิจัยชี้อู่ฮั่นอาจมีคนติดโควิดมากกว่าที่จีนเปิดเผย 10 เท่าผลการสุ่มตรวจแอนติบอดี้ผู้คนในอู่ฮั่นพบอาจมีผู้เคยติดเชื้อโคโรนาไวรัสเกือบ 10 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการ  

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของจีน (CDC) เผยผลการสุ่มตรวจหาแอนติบอดี้ต้านเชื้อโคโรนาไวรัสในเลือดของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งพบว่าอาจมีผู้เคยติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นต้นตอการระบาดของ Covid-19 ถึงเกือบ 500,000 คน หรือสูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการเกือบ 10 เท่า

การศึกษาดังกล่าวทำขึ้นในเดือน เม.ย. หรือ 1 เดือนหลังจากควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว โดยการสุ่มตรวจชาวจีน 34,000 คนจากพื้นที่ต่างๆ อาทิ เมืองอู่ฮั่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง มณฑลเจียงซู มณฑลเสฉวน มณฑลเหลียวหนิง เพื่อศึกษาอัตราการติดเชื้อ

ผลการศึกษาพบว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่นมีอัตราการพบแอนติบอดีอยู่ที่ 4.43% ของประชากรทั้งหมด โดยเมืองอู่ฮั่นมีประชากรราว 11 ล้านคน ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจมีคนเคยติด Covid-19 เกือบ 500,000 คน แต่ในขณะนั้นทางการระบุว่าพบผู้ติดเชื้อราว 50,000 คน

ขณะที่นอกเมืองอู่ฮั่นมีอัตราการพบแอนติบอดีอยู่ที่ 0.44 % เท่านั้น ซึ่ง CDC ของจีนระบุว่าเป็นการชี้วัดว่าจีนควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้กระจายเป็นวงกว้างได้ดี

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาจีนถูกนานาชาติวิจารณ์เรื่องการรับมือกับ Covid-19 และการนับจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

และผลการศึกษาชิ้นนี้อาจทำให้ข้อกล่าวหานี้วนกลับมาอีกครั้ง ทว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จะรายงานตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงในช่วงที่เกิดการระบาดอย่างหนัก เนื่องจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการตรวจอาจจำกัด โรงพยาบาลเนืองแน่นไปด้วยผู้ป่วย หรือการติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ เป็นต้น

เปิดลิสต์บทความที่ชาวโลกเปิดอ่านมากที่สุดในวิกิพีเดียปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641528

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 09:30 น.เปิดลิสต์บทความที่ชาวโลกเปิดอ่านมากที่สุดในวิกิพีเดียปี 2020ปีนี้ชาวโลกเปิดอ่านบทความเรื่อง ‘Covid-19’ ในวิกีพีเดียมากสุด

มูลนิธิวิกิมีเดีย (Wikimedia Foundation) เผย 25 อันดับบทความภาษาอังกฤษที่มีคนเปิดอ่านมากที่สุดในเว็บไซต์ฐานข้อมูลวิกิพีเดีย (Wikipedia) ประจำปี 2020 โดยบทความที่มีคนอ่านมากที่สุด ได้แก่ COVID-19 pandemic (โรคระบาดโควิด-19) มียอดคลิกอ่านทั้งหมด 83,040,504 ครั้ง (pageview)

3 บทความที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโคโรนาไวรัสคือ COVID-19 pandemic (โรคระบาดโควิด-19) ในอันดับ 1, coronavirus (โคโรนาไวรัส) ในอันดับ 6 และ COVID-19 pandemic by country and territory (โรคระบาดโควิด-19 รายประเทศและดินแดน) ในอันดับ 8 มียอดอ่านรวมกันทั้งหมด 145 ล้านครั้ง

ส่วนบทความที่มียอดอ่านสูงสุดอันดับ 2 ได้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ 55,472,791 ครั้ง และยังมีบทความที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสหรัฐติดท็อป 10 อีก อาทิ คามาลา แฮร์ริส (อันดับ 4 อ่าน 38,319,706 ครั้ง) โจ ไบเดน (อันดับ 5 อ่าน 34,281,120 ครั้ง) และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 (อันดับ 9 อ่าน 24,313,110 ครั้ง)

นอกจากนี้ ยังมีบทความอื่นติดอันดับอีก อาทิ โคบี ไบรอันต์, สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2, อีลอน มัสค์, แชสวิก โบสแมน เป็นต้น

ย้อนรอย “โควิด” ในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453679

ย้อนรอย”โควิด”ในไทย

ย้อนรอย"โควิด"ในไทย

30 ธันวาคม 2563 – 16:57 น.

ช่วง1 ปีที่ผ่านมาคนไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ทุกมาตรการที่ทางศบค.ออกมาใช้เพื่อเฝ้าระวังป้องกันทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ทุกคนเรียนรู้และได้บทเรียนกับเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วคนไทยจะอยู่กับเชื้อโควิด19 อย่างไรในวันที่”วัคซีน”ยังมาไม่ถึง

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปลายปี62 ต่อเนื่องต้นปี 63 คนไทยเริ่มรับรู้ข่าวเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน 

  31 มกราคม 63 ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรก เป็นคนขับแท็กซี่ คาดว่าได้รับเชื้อจากผู้โดยสารชาวจีน ทำให้กระทรวงสาธารณสุขประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่ทำงานกับนักท่องเที่ยวต่างชาติทันที  โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุด ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด19   

  กระทั่งเดือนมีนาคม ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประเทศเริ่มใช้ยาแรงออกมาตรการล็อคดาวน์ห้ามเดินทางเข้าออกประเทศ เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาด แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้น ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นต่อเนื่้องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง   

 ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน โดยเฉพาะกรณีสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ทำให้มีผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เป็นคนทำงานในสถานบันเทิง คนเที่ยว รวมไปถึงคนในครอบครัวซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดรวมทั้งหมด 57 คนในสัปดาห์เดียว 

 และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น 6 มีนาคม 63 คนไทยต้องเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายอีกครั้งเมื่อเกิดการแพร่เชื้อเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในสนามมวยลุมพินี ที่มีคนอยู่ในสนามขณะนั้น 4,000 – 5,000 คน
 เหตุการณ์นั้นทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียงสัปดาห์เดียวเพิ่มกว่า 100 คนต่อวัน จนกลายเป็น Super Spreader ไปทั่วประเทศ

 บทเรียนครั้งนั้น ศบค.ต้องเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการป้องกันด้วยการใช้ยาแรง

 26 มีนาคม 2563  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 

 3 เมษายน 63 ประกาศล็อกดาวน์ รวมทั้งใช้มาตรการ  Work From Home  จนสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อ

 กระทั่งพฤษภาคม ประเทศไทย ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มอีกเลยเป็นเวลา100 วันติดต่อกันทำให้สถานการณ์โควิด19ในประเทศ เริ่มผ่อนคลายมากขึ้นเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว กิจการร้านค้าต่าง ๆ เริ่มกลับมาเปิดได้อีกครั้ง ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 

 กระทั่งคนไทยต้องกลับมาตื่นกลัวกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ระลอกใหม่อีกครั้ง จนสร้างแรงกระเพื่อมมากกว่ารอบแรก เพราะเกิดในช่วงที่สถานการณ์ที่เริ่มกลับเข้าทิศทางที่ดีขึ้น
  เริ่มจากการลักลอบเข้าเมืองของคนไทยที่ไปทำงานในสถานบันเทิงใน จ.ท่าขี้เหล็กของเมียนมา และติดเชื้อกลับเข้ามา ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีกกว่า 40 ราย กระจายไป 7 จังหวัด 

 และครั้งหลังที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบการระบาดกลุ่มก้อนใหญ่ที่สุดที่มาจากแรงงานชาวเมียนมาในตลาดกลางกุ้งใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาครทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุกว่า 1 พันคนไปแล้ว และยังเชื่อมโยงผู้ติดเชื้ออื่นอีกกว่า 31จังหวัด ซึ่งสถานการณ์ที่ไม่ปกติดังกล่าวทำให้บรรยากาศในประเทศไทยกลับมาเหมือนกับช่วงการระบาดระลอกแรกอีกครั้ง 

 ขณะนี้ ศบค. ได้กำหนดพื้นที่ควบคุม 4 โซน จากเสี่ยงสูงไปจนถึงเสี่ยงต่ำ แบ่งโซนพื้นที่ควบคุมโรคตามสถานการณ์ พร้อมกับย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การ”ล็อกดาวน์” แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของคนไทยดีขึ้น   
  นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงว่า แนวโน้มการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่  การระบาดเป็น ดังนี้ 
  – ถ้าไม่ทำอะไรเลย และถึงวันที่ 14 ม.ค. 64 จะมีผู้ป่วยต่อวัน 18,000 คน และจะเริ่มต้นจากเพิ่มขึ้นวันละ 1,000-2,000 คน และจะมากขึ้นเรื่อยๆ 
  -หากมีมาตรการกลางๆ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ คาดว่า จะมีผู้ป่วยรายใหม่ 4,000 คนต่อวัน เรียกว่าสะสมไม่นานก็จะหลักหมื่นภายในไม่กี่วัน 
  – ถ้าร่วมมือกัน ใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ จะน้อยกว่า 1,000 คนต่อวัน 
  -การมีคนป่วยเพิ่มหลักพัน หลักหมื่นต่อวัน  ถือว่าหนักมาก และหนักกว่ารอบแรก

  ทว่าคำถามที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุดตอนนี้คือ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 มันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่

  ปีหน้าปี 2564 จะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายไปกว่านี้อีกหรือไม่

   บทเรียนที่คนไทยได้เรียนรู้ จะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อโควิด19 ต่อไปอย่างไร ในยามที่ “วัคซีน” ยังมาไม่ถึง 

ปู่ท้องถิ่น ‘วิเชียร’ ผูกขาด อบจ.ตราด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453669

ปู่ท้องถิ่น’วิเชียร’ ผูกขาด อบจ.ตราด

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

30 ธันวาคม 2563 – 15:20 น.

ทำไมชัยชนะ “ปู่วิเชียร” นายก อบจ.ตราด จึงนับรวมคะแนนจาก “คนรักธนาธร”

++
    ส่งท้ายปลายปี ด้วยการเก็บตกเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วไทย ที่น่าพูดถึงคือ ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ตราด 
    “วิเชียร ทรัพย์เจริญ” วัย 73 ปี คว้าชัยได้นั่งเก้าอี้นายก อบจ.ตราด สมัยที่ 5 ไปตามความคาดหมาย มีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่ง
    สำหรับนายกฯ วิเชียร ควรบันทึกไว้ในตำนานการเมืองท้องถิ่น เพราะเขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองตราด มาแต่วัยหนุ่ม เป็นนายกเล็กอยู่หลายสมัย ก่อนจะขยับมาลงสมัครนายก อบจ.ตราด  
    สมควรที่จะเรียกว่า “ปู่ท้องถิ่น” เนื่องนายกฯ วิเชียร อยู่ในแวดวงการเมืองท้องถิ่นมายาวนานกว่า 40 ปีแล้ว

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

            วิเชียร ทรัพย์เจริญ 

++
ลูกเมืองตราด
++
    กลุ่มลูกเมืองตราด มีจุดกำเนิดจาก เจียร จินตกานนท์ นายก อบจ.ตราด คนแรก
    ปี 2540 มีการยกฐานะองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ให้นายกอบจ. มาจากการเลือกของสมาชิก อบจ. ดังนั้น ส.อบจ.ตราด จึงเลือก เจียร จินตกานนท์ เป็นนายก อบจ.ตราด และวิเชียร ทรัพย์เจริญ นั่งประธานสภา อบจ.ตราด
    หลังจากนั้น เจียร จินตกานนท์ มีปัญหาด้านสุขภาพ จึงขอลาออก และสมาชิกได้เลือกวิเชียร นายก อบจ.ตราด 
    ต่อมา มีการเลือกตั้งนายก อบจ.โดยตรงจากประชาชนอีก 3 ครั้ง วิเชียร ทรัพย์เจริญ ชนะคู่แข่งตลอด 

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

            นายก อบจ. 5 สมัย

++
ปชป.คู่แข่งตลอดกาล
++
    กว่า 20 ปีมานี้ สมรภูมิ อบจ.ตราด เป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มของธีระ สลักเพชร อดีต ส.ส.ตราด พรรคประชาธิปัตย์ กับกลุ่มลูกเมืองตราด ที่มี วิเชียร ทรัพย์เจริญ เป็นหัวหน้ากลุ่ม
    มิเพียงสู้กันในสนามท้องถิ่น หากแต่ยังต่อสู้กันในสมรภูมิเลือกตั้งผู้แทนฯ วิเชียร ทรัพย์เจริญ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มลูกเมืองตราด ประกาศสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย แต่คนที่วิเชียรหนุน ก็พ่ายธีระ สลักเพชร มาโดยตลอด
    ยกเว้นการเลือกตั้งปี 2562 นายกฯวิเชียร หนุน ทินวัฒน์ เจียมอุย อดีตกำนัน ต.แสนตุ้ง ลงสมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ แต่เมื่อพรรค ทษช.ถูกยุบ หวยเลยมาออกที่พรรคอนาคตใหม่
    ผลเลือกตั้งหนนั้น ศักดินัย นุ่มหนู พรรคอนาคตใหม่ ชนะธีระ สลักเพชร อดีต ส.ส.ตราด 5 สมัย โดยมีคะแนนทิ้งห่างกันแค่ 6 พันคะแนน
    หลังเลือกตั้ง นายกฯ วิเชียร จัดเสวนาเกี่ยวกับเรื่องอนาคตชาวประมง ได้เชิญ “ธนาธร-ปิยบุตร” มาพูดที่เมืองตราด 

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

           วันที่ธนาธร ยกขบวนไปเมืองตราด 

    พูดง่ายๆ นายกฯวิเชียร เป็นแนวร่วมกับพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล จึงมีคนพูดทำนองว่า ชัยชนะของนายกฯ วิเชียร ในสนาม อบจ. ก็เก็บเกี่ยวคะแนนจากกลุ่ม “คนรักธนาธร” ไปด้วย 

‘ประธานไมค์’ ชื่อนี้ได้แต่ใดมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453651

‘ประธานไมค์’ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

30 ธันวาคม 2563 – 12:10 น.

ย้อนรอยชีวิต “ภาณุพงศ์” เยาวชนจิตอาสา และที่มาของชื่อ “ประธานไมค์” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    คลิปแม่ค้าคนหนึ่งออกมาต่อว่าต่อขานแกนนำราษฎร กลายเป็นไวรัล มีคนแชร์ไปมากมาย 
    เหตุเกิดวันที่ 29 ธ.ค.2563 ที่หน้าโรงพยาบาลระยอง เมื่อ ภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำคณะราษฎร นำพวงหรีดสีฟ้า-ขาว พร้อมข้อความ “ไว้อาลัยแด่นายก โง่” มารอมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ปรากฏว่า มีแม่ค้ารายหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์มาจอดขวาง แล้วก็ด่าลูกเดียว
    ย้อนไปเมื่อเดือน ก.ค.2563 ภาณุพงศ์ หรือ “ไมค์ ระยอง” และเพื่อน ชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ติดตามเรื่องโควิดระบาดที่ระยอง 
    เหตุการณ์วันนั้น ทำให้ “ไมค์” เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ถัดจากนั้น ไมค์และเพื่อนนักกิจกรรมในนามเยาวชนปลดแอก ได้นัดชุมนุมไล่ประยุทธ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
    สำหรับคนระยองส่วนหนึ่ง รู้จักเขามานานหลายปีในฐานะ “ประธานไมค์” ผู้นำเยาวชนจิตอาสา

 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

             สมัยเป็นประธานไมค์

++
เยาวชนต้นแบบ
++ 
    ภาณุพงศ์ จาดนอก บันทึกชีวิตส่วนตัวไว้ในเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “ผมเกิดและเติบโตจากหมู่บ้านเล็กๆ ในชานเมืองจังหวัดระยอง มีพ่อแม่ทำอาชีพรับจ้าง ฐานะยากจน เข้าเรียนและจบ ม.ต้นที่โรงเรียนวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน จากนั้นศึกษาต่อ ม.ปลาย ที่โรงเรียนประจำอำเภอ หลังจาก จบ ม.ปลาย ก็แยกจากครอบครัวมาอยู่คนเดียว ก่อนที่จะเข้าเรียนต่อมหาลัยโดนการทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน”
    ด้วยความเป็นคนชอบทำกิจกรรมในโรงเรียน และทำกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ไมค์จึงได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ในการทำหน้าที่เพื่อสังคม ตาม พรบ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ 
    นอกจากนั้น ไมค์ยังได้รับรางวัลบุคคลต้นแบบด้านความพากเพียรและอดทนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง
    จากนักกิจกรรมสายสังคม ไมค์ได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อเขาได้รู้จักกับนักจัดตั้งปีกซ้ายในระยอง

 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

                    ภารกิจประธานไมค์

++
ประธานไมค์
++
    หลังจากไมค์เป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนฯ อยู่ที่ อบต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มาระยะหนึ่ง จึงได้ลาออกมาจัดตั้งกลุ่ม YoungLeaders Thailand
    ตอนนี้แหละที่เยาวชนระยองส่วนหนึ่ง เรียกเขาว่า “ประธานไมค์” 


 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

 กิจกรรมสายเยาวชน 

    กลุ่ม Youngleaders Thailand มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนระยองในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านสวัสดิการสังคม ด้านที่อยู่อาศัย ด้านการศึกษา ด้านดนตรี ด้านกีฬา ด้านสิ่งแวดล้อม และอีกหลายๆด้าน
    ระหว่างนี้ ไมค์เริ่มเคลื่อนไหวการเมือง ในนามกลุ่มเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย จับประเด็นเรื่องอีอีซี กระทั่งเกิดเหตุวันเฉลิม ถูกอุ้มหายในกัมพูชา เขาจึงกระโจนเข้าสู่การเมืองท้องถนนเต็มตัว 
    มาถึงวันนี้ ประธานไมค์ห่างจาก Youngleaders Thailand มาไกลแล้ว และแนวคิดทะลุเพดานของเขา จึงทำให้มีคนออกมาต่อต้านดังเช่นกรณีของป้าระยอง 

“วัชระ” จี้เลขาฯสภาแถลงเหตุไม่ขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 อย่างโปร่งใส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453688

“วัชระ”จี้เลขาฯสภาแถลงเหตุไม่ขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 อย่างโปร่งใส

"วัชระ"จี้เลขาฯสภาแถลงเหตุไม่ขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 อย่างโปร่งใส

30 ธันวาคม 2563 – 18:58 น.

“วัชระ”จี้เลขาฯสภาแถลงเหตุไม่ขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 อย่างโปร่งใส หลังมีกระแสข่าวว่าอาจมีงุบงิบชดเชยรายได้ให้เอกชน

30 ธ.ค.63  นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงมติของคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ไม่เห็นชอบให้ขยายเวลาก่อสร้างครั้งที่ 5 จำนวน 133 วัน ว่า  

วันนี้เป็นวันประชุมวันสุดท้ายของคณะกรรมการตรวจการจ้าง และวันพรุ่งนี้คือวันสิ้นอายุการขยายเวลาการก่อสร้างครั้งที่ 4 คือวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เมื่อบริษัทผู้รับเหมาไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จในกำหนดเวลาที่ขยายให้แล้วนั้น ต้องเสียค่าปรับวันละ 12 ล้านตามสัญญา กรรมการตรวจการจ้างมีอำนาจตรวจตามแบบรายการและเสนอเบิกจ่ายตามสัญญาเท่านั้น นับจากวันที่ 1 มกราคม 2564 ต้องเสนอปรับวันละ 12 ล้านบาทเศษตามสัญญาจะไปงดค่าปรับหรือลดค่าปรับหรือหาวิธีการชดเชยรายได้ใดๆให้บริษัทผู้เหมาไม่ได้ เพราะมีรายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563 นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญนายภาคภูมิ ศรีชำนิ ผู้แทนบริษัทผู้รับเหมา นายสุทธิพล พัชรนฤมล ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างของบริษัท นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อคนหนึ่งไปหารือกันถึงเรื่องจะหาทางชดเชยรายได้ให้กับบริษัทผู้รับเหมาหากไม่มีการขยายสัญญาการก่อสร้างครั้งที่ 5

จึงอยากถามนางพรพิศ  เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าจริงหรือไม่ และเมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างมีมติไม่ขยายเวลาก่อสร้างครั้งที่ 5 ให้กับผู้รับเหมา เหตุใดนางพรพิศ  เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่แถลงเรื่องสำคัญนี้ต่อสื่อมวลชน เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจมาก เกี่ยวพันกับเงินภาษีอากรของประชาชนโดยตรงนับหมื่นล้านบาท จึงควรทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส อย่าได้มีลับลมคมในให้คนสงสัยเหมือนสมัยนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนที่แล้ว  

นายวัชระ ได้แนะนำว่า นางพรพิศ  เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ควรนำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เลขที่ 116 /2556 ลงวันที่ 30 เมษายน 2556 วงเงิน 12,280 ล้านบาทเพื่อพิจารณาว่าบริษัทผู้รับเหมาทำผิดสัญญาข้อใดบ้าง  ที่สำคัญมีการจ้างบริษัทรับจ้างช่วงหรือไม่ แล้วผิดสัญญาหรือไม่  ค่าปรับหากสร้างไม่เสร็จวันละ 12 ล้านบาทจริงหรือไม่ และจะรักษาผลประโยชน์ของทางราชการอย่างไรที่จะสภาฯจะไม่เสียเปรียบบริษัทผู้รับเหมาอีกต่อไป  เพราะทุกบาทคือเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น หรือหากนางพรพิศอ่านสัญญาแล้วสงสัย สามารถทำหนังสือถามสำนักกฎหมายได้ตลอดเวลา เพราะหากพลาดพลั้งไป ก็ต้องไปให้การต่อป.ป.ช.เหมือนนายสรศักดิ์  เพียรเวช อดีตเลขาฯสภาฯ ที่เป็นตัวอย่างชัดๆให้เห็นแล้ว

“ประมวล” เดือด “บ่อน” ต้นเหตุทำชลบุรี ยอดผู้ติดโควิดพุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453687

“ประมวล” เดือด “บ่อน” ต้นเหตุทำชลบุรี ยอดผู้ติดโควิดพุ่ง

"ประมวล" เดือด "บ่อน" ต้นเหตุทำชลบุรี ยอดผู้ติดโควิดพุ่ง

30 ธันวาคม 2563 – 18:32 น.

“ประมวล” เดือด “บ่อน” ต้นเหตุทำชลบุรี ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง แนะนายกฯเอาจริงกับตำรวจรับส่วยบ่อน ซัด สาธิต ปชป. อย่าทำตัวเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล ชี้บ่อนระยอง ลามชลบุรีเพราะนักการเมืองไม่มีประสิทธิภาพ

30 ธ.ค. 63 นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส. ชลบุรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์กรณียอดผู้ติดเชื้อโควิดในจ. ชลบุรี เพิ่มสูงขึ้นว่า ตามที่มีการสอบสวนโรคของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ทราบว่า ผู้ติดเชื้อ มาจากการไปเล่นพนันที่ระยอง แล้วก็เอามาติดนักพนันในบ่อน จ. ชลบุรี 

“วันนี้ต้องยอมรับความจริงว่า ในภาคตะวันออกเต็มไปด้วยบ่อนการพนันที่เปิดแบบเหมือนมีไฟเขียวจากผู้มีอำนาจ เย้ยกฎหมายบ้านเมือง เป็นยุคที่มีบ่อนเฟื่องฟูที่สุด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา”

นายประมวล กล่าวต่อว่า ในฐานที่เป็นอดีต ส.ส. ชลบุรี รู้สึกเห็นใจคนทำมาค้าขาย เพราะพอมีข่าวโควิด ทำให้ค้าขายไม่ได้ ล่าสุด บางละมุงกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง เศรษฐกิจยิ่งแย่ยิ่งมาซ้ำเติมกันอีก

“การที่สส. ประชาธิปัตย์จากระยอง ออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีนายกฯที่เป็นพรรครัฐบาลด้วยกัน การที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช. สาธารณสุขเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯเรื่องบ่อน ผมเห็นว่าทำไม่เหมาะสมเพราะเสียมารยาท ควรแจ้งนายกฯเป็นการภายใน ไม่ใช่มาทำแบบนี้ แบบที่พรรคประชาธิปัตย์ถนัด อย่างนี้จะอยู่ร่วมครม. กันได้อย่างไร ทั้งๆที่สส. ในพื้นที่ต้องรู้ว่ามีบ่อนที่ไหน ต้องช่วยกันแก้ปัญหาไม่ใช่มาซ้ำเติมเอาตัวรอด” นายประมวลกล่าวและว่า

ในเมื่อ รมช.สาธิต บอกท่านนายกประยุทธ์แล้วท่านนายกนิ่งเฉยแสดงว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคปชป. ผมว่าถอนตัวจากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านสร้างปชป.กลับมาแข็งแรงอีกครั้งดีกว่าเสื่อมความนิยมลงเรื่อยๆ