เป็นเบาหวานแล้วควรดูแลตนเองอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เป็นเบาหวานแล้วควรดูแลตนเองอย่างไร (naewna.com)

เป็นเบาหวานแล้วควรดูแลตนเองอย่างไร

เป็นเบาหวานแล้วควรดูแลตนเองอย่างไร

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“ไขปัญหากับอายุรแพทย์โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย” วันนี้มาคุยกันต่อเรื่องเบาหวานนะครับ สัปดาห์ก่อนเราได้ทราบกันแล้วว่าเมื่อรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานแล้วจะต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีเพื่อป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนของเบาหวานทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคแทรกซ้อนทางหัวใจ ไต สมอง และตา วันนี้มาดูกันว่าจะต้องดูแลตนเองอย่างไรจึงจะควบคุมเบาหวานได้ดี

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการควบคุมเบาหวานก็คือการควบคุมอาหาร โดยใช้หลัก “ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม” และแบ่งสัดส่วนอาหารในแต่ละจานให้มีสัดส่วนของผักครึ่งจาน โดยมีทั้งใบและก้าน รับประทานผักหลากหลายชนิดและหลากหลายสีในแต่ละวัน อีกหนึ่งในสี่ของจานเป็นอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ โดยเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ขาว หรือเนื้อปลา หนึ่งในสี่ที่เหลือเป็นแป้ง ได้แก่ ข้าว ขนมปัง และธัญพืช โดยเลือกที่ขัดสีน้อย

ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานอาหารให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย ไม่มากหรือน้อยเกินไปหากรับประทานอาหารมากเกินไปทำให้น้ำตาลในเลือดสูงตรงกันข้ามถ้ารับประทานอาหารน้อยเกินไปก็อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ นอกจากนั้นผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรงดเว้นมื้ออาหารหรืออดอาหารจนเกินไปก็ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้เช่นกัน

การออกกำลังกายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานควรทำอย่างสม่ำเสมอ โดยออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง การออกกำลังกายอาจใช้ได้หลายวิธีขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล การออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานต้องความสมดุลกับการรับประทานอาหาร หากออกกำลังกายมากอาจต้องเพิ่มการรับประทานอาหารเพิ่มเติม ต่างกับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็ต้องควบคุมอาหารมากขึ้น

สิ่งสุดท้ายที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องดูแลก็คือการรับประทานยาหรือฉีดยาเบาหวานตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอและมาตรวจรักษาตามนัด รวมทั้งตรวจเลือดก่อนพบแพทย์ด้วยคราวหน้าเราจะมาพูดถึงการใช้ยารักษาเบาหวานว่ามีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ และระมัดระวังอย่างไรจึงจะทำให้ควบคุมเบาหวานได้ดี และเกิดภาวะแทรกซ้อนจากยาน้อยที่สุด อย่าลืมติดตามเรื่องเบาหวานตอนต่อไปอังคารหน้ากับ “ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย” นะครับ

พลอากาศโท นายแพทย์ อนุตตร จิตตินันทน์

ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ดื่มด่ำกับโลกของอาหาร 10 สัญชาติทั่วโลก อร่อยได้ทั้งปีไม่มีซ้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ดื่มด่ำกับโลกของอาหาร 10 สัญชาติทั่วโลก อร่อยได้ทั้งปีไม่มีซ้ำ (naewna.com)

ดื่มด่ำกับโลกของอาหาร 10 สัญชาติทั่วโลก อร่อยได้ทั้งปีไม่มีซ้ำ

ดื่มด่ำกับโลกของอาหาร 10 สัญชาติทั่วโลก อร่อยได้ทั้งปีไม่มีซ้ำ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อิศเรศ จิราธิวัฒน์, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, ไดอาน่า จงจินตนาการ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำโดยดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) และ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขาย บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมสร้างปรากฏการณ์โลกแห่งอาหารครั้งยิ่งใหญ่ เปิดตัวคอนเซ็ปต์“centralwOrld endless discoverywOrld of food” รวบรวมร้านอาหารชื่อดังทุกรูปแบบไว้มากที่สุดในโลกถึง 215 ร้านมากกว่า 10 สัญชาติทั่วโลกไว้ในศูนย์การค้า พร้อมจัดทำ “Food bible” เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยไม่สิ้นสุด ตั้งแต่วัตถุดิบอาหารสดคุณภาพดี, ร้านอาหารทุกสไตล์, Street Foods, Cafésociety ที่มี café มากที่สุด ไปจนถึงสถาบันสอนทำอาหารระดับโลกแห่งเดียวในไทยอย่าง Le CordonBleu Dusit ตอบทุกไลฟ์สไตล์ทุกแพชชั่นการกินและการทำอาหารอย่างแท้จริง

ภายในงานได้จัด Exclusive Food Tasting แนะนำเมนูไฮไลท์ของร้านอาหารในแต่ละสายมารวมตัวกันมากที่สุดเป็นครั้งแรก โดยมีเซเลบริตี้สายชิม อาทิ ปฏิญญา เกี่ยวข้อง, ตวงทิพย์ ณ นคร, จิรดาโยฮารา, พัฒพงษ์-ปรียามล ธนวิสุทธิ์,ปวีณสุดา ดรูอิ้น, เปรมิกา ปาเมล่าปาสิเนตตี้, แอนโทเนีย โพซิ้ว,ปัณฑิตา ตั้งไชยวงศ์, ไอริสอินทรโกมาลย์, สุทธดา พิพัฒน์วีรวัฒน์, นิธินันท์ นฤมิตเลิศ และ ปุณณภา เตชะโรจน์กุล ร่วมงานด้วย

ปรียามล ธนวิสุทธิ์, ปุณณภา เตชะโรจน์กุล

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า เซ็นทรัลเวิลด์ ได้รวบรวมร้านอาหารอร่อยทุกรูปแบบมาไว้
ในที่เดียวมากถึง 215 ร้าน ซึ่งมากที่สุดในเอเชีย ครบทุกประเภท และหลากหลายที่สุด เพื่อให้ทุกคนที่มาได้รับประสบการณ์ความอร่อยและดื่มด่ำกับโลกของอาหารในแบบของตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ภายในเดือนธันวาคม 2563-มกราคม 2564 จะมีร้านอาหารใหม่กว่า 10 ร้าน ที่เป็นร้านดังจากต่างประเทศและร้านอาหารที่คว้าดาวมิชลินมาเปิดให้บริการ ที่เซ็นทรัลเวิลด์เพิ่มเติม อาทิ Tsuta ร้านราเมงร้านแรกของโลกและร้านแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับ 1 MichelinStar เมื่อปี 2015 และร้าน Kam’s Roast Goose ร้านห่านย่างเจ้าดังจากฮ่องกง การันตีความอร่อยระดับ 1 ดาวมิชลิน ถึง 5 ปีซ้อนที่จะมาเดือนมกราคม 2564, TP Tea by Chun Shui Tang ต้นตำรับชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลก, The Cassette Music Bar เตรียมยกบรรยากาศยุค 90 และเพลงดังสุดฮิตให้มาย้อนเวลาไปพร้อมกัน, ร้าน Seoul Garden ปิ้งย่างชื่อดังสุดฮิตจากเกาหลีที่แรกในไทย เป็นต้น

อิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขาย บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า แต่ละคนมีความชอบและ Passion เรื่องอาหารที่แตกต่างกัน และคนหนึ่งคนก็สามารถ Create their ownexperiences ในแต่ละครั้งที่มาได้ไม่เหมือนกัน เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำถาม “วันนี้จะกินอะไรดี?” และยิ่งเซ็นทรัลเวิลด์เป็นศูนย์การค้าที่กว้างใหญ่มาก หลายคนรู้ว่ามีร้านอาหารเยอะ แต่ไม่รู้ว่ามีร้านอะไรบ้างและอยู่ตรงไหน เราจึงได้นำจุดนี้มาสร้างเป็น Food Bible ที่จะทำให้คำถามที่ว่า “วันนี้จะกินอะไรดี?” หมดไป โดยเราได้ข้อมูลเจาะลึกมาจาก Lifestyle Insightในการทานอาหารของคนในปัจจุบัน

ปฏิญญา เกี่ยวข้อง

ปรียามล ธนวิสุทธิ์ บอกว่าการที่เซ็นทรัลเวิลด์ครีเอท “Food bible” เพื่อเป็นไกด์นำทางให้ลูกค้าเป็นไอเดียที่ดีมาก การที่จะแบ่งประเภทร้านอาหารได้มากถึง 8 ประเภท ก็เพราะร้านอาหารที่อยู่ภายในนี้มีจำนวนมากและหลากหลายอย่างแท้จริง ถ้าให้มานึกเองก็ไม่มีทางรู้เลยว่าทั้ง 215 ร้าน มีอะไรบ้าง แต่ถ้ามี Food bible นี้อยู่ในมือแล้วชีวิตจะง่ายขึ้น หลายร้านยังคงต้องไปค้นหา และทุกๆ วันหยุดครอบครัวเราก็จะไปหาร้านอร่อยๆ ทานร่วมกัน ซึ่งแต่ละสัปดาห์ก็จะแบ่งคิวกันของลูกๆ ว่าใครจะเลือกทานอะไร เราจึงสามารถแก้ปัญหา “วันนี้กินอะไร” ได้ง่ายๆ แค่หันไปถามลูก สำหรับตนถนัดสาย Thai Taste มากที่สุด เพราะกินได้บ่อยๆ ไม่ค่อยเบื่อ

ปฏิญญา เกี่ยวข้อง บอกว่าเวลามาที่เซ็นทรัลเวิลด์ เราจะชอบเลือกร้านที่เรารู้จักและคุ้นเคย และต้องเป็นร้าน ประเภทอาหารจานเดียวหรือก๋วยเตี๋ยว อย่างร้าน ทองสมิทธิ์ และร้านบ้านหญิง ก็ทานบ่อยมาก เพราะจะรีบไปช็อปปิ้งหรือดูหนังต่อแต่ถ้ามาทานข้าวกับเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ก็ชอบไปร้านแหลมเจริญ เพราะเป็นซีฟู้ดที่มีความหลากหลายของเมนูบางทีเราอาจจะมีร้านในดวงใจ แต่เราก็สามารถเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลาเหมือนกัน ซึ่งปัญหาคือ นึกไม่ออกว่าร้านอยู่ตรงไหนและไม่รู้จะทานอะไร และทุกครั้งก็จะไปแต่ร้านเดิมๆ การที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวิลด์ทำ “Food bible” ออกมาเพื่อเป็นแผนที่นำทางเราไปหาความอร่อยของร้านต่างๆ ก็จะทำให้ได้ลองกินร้านใหม่ๆ ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นและทำให้รู้เลยว่าร้านอาหารที่นี่มีเยอะมากกว่าที่คิดฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น, เปรมิกา ปาเมล่า ปาสิเนตตี้ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น, เปรมิกา ปาเมล่า ปาสิเนตตี้Chicken Tikka Masala จาก MRS.BALBIR’SChicken Tikka Masala จาก MRS.BALBIR’Sหมูกรอบสไตล์อิตาเลียนแท้ IOItalian Osteriaหมูกรอบสไตล์อิตาเลียนแท้ IOItalian Osteriaติ่มซำ Zheng Dou Grandติ่มซำ Zheng Dou Grand

ลงนามความร่วมมือจัดแสดงสวนดอกไม้เมืองหนาว ณ ปาร์คนายเลิศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ลงนามความร่วมมือจัดแสดงสวนดอกไม้เมืองหนาว ณ ปาร์คนายเลิศ (naewna.com)

ลงนามความร่วมมือจัดแสดงสวนดอกไม้เมืองหนาว ณ ปาร์คนายเลิศ

ลงนามความร่วมมือจัดแสดงสวนดอกไม้เมืองหนาว ณ ปาร์คนายเลิศ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมาคม ปาร์คนายเลิศ ลงนาม ความร่วมมือกับ พีทีที แอลเอ็นจี และ ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดแสดงสวนดอกไม้เมืองหนาวที่งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ 4-7 กุมภาพันธ์ 2564

โดยมี นางสาวณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร อุปนายกสมาคม ปาร์คนายเลิศ, นายรัตติกูลปิยะวงศ์วาณิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทพีทีที แอลเอ็นจี จำกัด และศาสตราจารย์ดร.โสระยา ร่วมรังษี ผู้อำนวยการ ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมลงนามความร่วมมือจัดแสดงไฮไลท์ WINTER GARDEN สวนดอกไม้เมืองหนาวที่งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ (NAI LERT FLOWER & GARDEN ART FAIR 2021) โดยมีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนางสัณหพิศ โพธิรัตนังกูร นายกสมาคม ปาร์คนายเลิศ ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือดังกล่าว

สำหรับไฮไลท์ WINTER GARDEN เป็นเทศกาลงานดอกไม้สุดยิ่งใหญ่ประจำปี ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ปาร์คนายเลิศ จะเป็นการจัดแสดงสวนดอกไม้เมืองหนาวโดยนำดอกทิวลิปหลากสีสันมากกว่าหมื่นดอกซึ่งเป็นผลผลิตจากศูนย์เลิศพัฒนพฤกษ์ของ พีทีที แอลเอ็นจีรวมทั้งดอกไม้พันธุ์เมืองหนาวจากศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำมาจัดอย่างสวยงามตระการตาในเดอะ กลาสเฮ้าส์ปาร์คนายเลิศ ผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้สัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นและถ่ายรูปกับดอกทิวลิปพร้อมกับดอกไม้พันธุ์เมืองหนาว

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ จะนำไปเป็นกองทุนกาศึกษาสำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และมีความประสงค์ศึกษาต่อทางการแพทย์ในระดับอุดมศึกษา

เดอะไนน์ พระราม 9 รวมแหล่งของขวัญแทนใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เดอะไนน์ พระราม 9 รวมแหล่งของขวัญแทนใจ (naewna.com)

เดอะไนน์ พระราม 9 รวมแหล่งของขวัญแทนใจ

เดอะไนน์ พระราม 9 รวมแหล่งของขวัญแทนใจ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เข้าสู่เทศกาล ช้อป แอนด์ แชร์ ของขวัญในเทศกาลคริสต์มาส และต้อนรับปีใหม่ 2564 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ขอแนะนำร้านค้าและไอเท็มเด็ดโดนใจทุกเพศทุกวัยที่พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ส่งต่อความสุขช่วงเทศกาลทั้งผู้ให้และผู้รับตลอดเดือนธันวาคม 2563-มกราคม 2564 ดังนี้ MOMWORLD BKK (มัมเวิลด์ แบงค็อก)พบกับสินค้าคุณภาพจากหลากหลายแบรนด์เพื่อคุณแม่ยุคใหม่ที่รวบรวมมาให้แบบครบครัน ทั้งเสื้อผ้าแม่และเด็กของเล่นเสริมพัฒนาการหลากหลายรูปแบบนายอินทร์ ให้ความรู้คู่ความสนุกด้วยหนังสือดีๆ กับโปรโมชั่น BOOK FOR GIFTนำหนังสือน่าอ่านมาลดราคาพิเศษให้นักอ่านทุกเพศทุกวัยKupe Kupe (คูเป้ คูเป้) จัดโปรโมชั่นลดหนัก 50% สำหรับเสื้อผ้า รองเท้าแฟชั่น และเครื่องประดับ Gadgetrend (แก็ดเจ็ต เทรนด์) สำหรับสายไอทีและแก็ดเจ็ตไลฟ์สไตล์เก๋ๆ แดงรัสเซีย อาณาจักรสินค้าอุปกรณ์เดินป่า นำเข้าจากอเมริกา อิตาลี และรัสเซีย เพื่อนเดินทางที่อยู่คู่นักผจญภัยชาวไทยมาตั้งแต่ปี 1991 กับสินค้าคุณภาพครบวงจรทั้งสายแทคทิคอล เอ้าดอร์ เดินป่า Daiso (ไดโซ) ที่รวมสินค้าตกแต่ง เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ นอกจากนี้ ในทุกๆการช็อปปิ้งภายในศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9ยังสามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นสุดพิเศษ “GoodNine Christmas”รับส่วนลดสูงสุด 80% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thenine.co.th และ Facebook : TheNineRama9

การกลับมาของ ‘เรือนต้น’ ห้องอาหารระดับตำนาน โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – การกลับมาของ‘เรือนต้น’ห้องอาหารระดับตำนาน โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ (naewna.com)

การกลับมาของ‘เรือนต้น’ห้องอาหารระดับตำนาน โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

การกลับมาของ‘เรือนต้น’ห้องอาหารระดับตำนาน โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ห้องอาหารเรือนต้น ห้องอาหารอันโด่งดังของกรุงเทพฯ ที่โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ได้ฤกษ์กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย หลังจากปิดปรับปรุงครั้งใหญ่เป็นเวลา 18 เดือนพร้อมแล้วสำหรับการเป็นจุดหมายด้านความอร่อยด้วยเมนูอาหารไทย-จีนที่หลากหลาย ท่ามกลางบรรยากาศโฉมใหม่ ที่สวย คลาสสิก แต่ทันสมัยกว่าเดิม

นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ห้องอาหารเรือนต้นได้เป็นห้องอาหารประจำที่อยู่ในใจใครหลายๆ คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้รับรางวัลบิบกูร์มองด์จากมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย จากอาหารที่มีเอกลักษณ์และรสชาติโดดเด่น โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์ อย่าง ข้าวมันไก่มณเฑียรที่กลายเป็นอาหารจานโปรดและเป็นตำนาน ที่ทุกคนกล่าวถึง รวมถึงเมนูขึ้นชื่ออย่างผัดไทย หอยทอดและติ่มซำต่างๆ ด้วย

การกลับมาของห้องอาหารเรือนต้นนับเป็นเฟสแรกของโครงการปรับโฉมใหม่ให้กับโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โดยนอกจากรูปลักษณ์ใหม่ของห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ มีแผนเปิดตัว “พระรามสี่” ห้องอาหารแบบบิสโทรและไวน์บาร์ก่อนที่โรงแรมจะเปิดทำการอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบในกลางปีพ.ศ. 2564

มณเฑียร ตันตกิตติ์

นอกจากเมนูคลาสสิกภายใต้แนวคิด “Authentic Thai-Chinese Cuisine” ที่เป็นที่โปรดปรานของทุกคนแล้ว ห้องอาหารเรือนต้นโฉมใหม่นี้ยังออกแบบมาเพื่อรองรับทุกโอกาสและการสังสรรค์ หลังจากครองตำแหน่งห้องอาหารแนวครอบครัวมาเป็นเวลานาน ในวันนี้ ห้องอาหารเรือนต้นพร้อมขยับขยายมาต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อันได้แก่ลูกค้ากลุ่มบริษัทรวมถึงเหล่านักชิมรุ่นใหม่ที่โหยหาความคลาสสิก ผ่านอาหารไทย-จีนแบบดั้งเดิมที่หารับประทานได้ยากขึ้นทุกวันจากฝีมือที่การันตีได้ ของ เชฟอำนวย เอนกสุวรรณ เอ็กเซ็คคิวทีฟเชฟของโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯที่ทำงานมากว่า 20 ปี ร่วมด้วยทีมงานชุดเดิม

ห้องอาหารเรือนต้นโฉมใหม่ ครอบคลุมพื้นที่อเนกประสงค์กว่า 800ตารางเมตร ซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่กว่าเดิมเกือบสองเท่า ในด้านการตกแต่งนั้น ห้องอาหารเรือนต้นผสมผสานสไตล์รีโทร-โมเดิร์นเข้ากับรายละเอียดดั้งเดิมที่ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นอย่างคอลเลคชั่นเครื่องลายครามแบบจีน งานแอนทีคส่วนตัวของตระกูลตันตกิตติ์ที่เป็นเจ้าของโรงแรมมณเฑียรฯเอง รวมถึงสิ่งละอันพันละน้อยที่ชวนใหันึกถึงอดีตวันวาน

สามารถรองรับแขกได้มากกว่า 250 ที่นั่ง พร้อมรูปแบบให้เลือกหลากหลาย ทั้งที่นั่งสำหรับรับประทานอาหารแบบสบายๆ ที่นั่งที่เน้นความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงโซนที่เหมาะแก่การสังสรรค์ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีห้องแบบไพรเวทอีก 2 ห้อง ห้องฟังก์ชั่น 3 ห้อง และบาร์สำหรับแฮงก์เอาต์ด้วย ส่วนอีกมุมหนึ่ง เคาน์เตอร์ยาวที่เป็นที่ตั้งของครัวแบบเปิดและสเตชั่นสำหรับปรุงอาหารนั้นได้แรงบันดาลใจจากตลาดแบบไทยๆเน้นบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรผ่านการเลือกใช้วัสดุเรียบง่าย อย่างเช่นกล่องไม้เก่าที่ถูกนำมาดัดแปลงมาเป็นเครื่องประดับตกแต่งผนังได้อย่างชาญฉลาด ผสานกับการตกแต่งแบบโมเดิร์นและโทนสีย้อนยุคแบบไทยๆ อย่างเขียวใบโหระพา น้ำเงินเข้มและเหลืองมัสตาร์ด

ผู้บริหารโรงแรมมณเฑียร นำโดย มณเฑียร ตันตกิตติ์ ต้อนรับ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ และ หมิง-อรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ ที่มาร่วมแสดงความยินดี

มณเฑียร ตันตกิตติ์ ประธานบริหารของโรงแรมมณเฑียร กล่าวถึงห้องอาหารเรือนต้นโฉมใหม่นี้ว่า“เรามีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เผยโฉมประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของห้องอาหารเรือนต้น พร้อมกับได้ต้อนรับลูกค้าเก่าของเราอีกครั้ง นอกจากนี้ เราพร้อมที่จะต้อนรับลูกค้าใหม่ที่สนใจในห้องอาหารเรือนต้นโฉมใหม่นี้ด้วยครับทีมออกแบบของเราสร้างสรรค์ร้านอาหารแห่งนี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และทำให้ห้องอาหารเรือนต้นดูแตกต่างและน่าตื่นตาตื่นใจมากในหลายๆ แง่มุม ทั้งในส่วนของรายละเอียดการตกแต่ง ไปจนถึงส่วนครัวแบบเปิดและบรรยากาศที่เป็นมิตรในส่วนของทีมเชฟนั้น เชฟอำนวยและทีมงานซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานที่อยู่กับเรามานานได้ทำงานหนักมากในการทำให้ห้องอาหารเรือนต้นแห่งนี้ยังคงมาตรฐานของการเป็นห้องอาหารไทย-จีนชั้นนำของกรุงเทพฯ ได้อย่างสวยงามครับ”

นอกจากนี้ คุณมณเฑียร ยัง กล่าวต่อไปว่า นอกจากห้องอาหารเรือนต้นแล้ว วันนี้โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังจากทยอยปรับปรุงอาคารต่างๆ ไป ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ ที่ยังคงนำเสน่ห์การตกแต่งที่สะท้อนศิลปะไทยให้เดินไปข้างหน้าคู่กับความร่วมสมัย ย้ำถึงการอนุรักษ์ความเป็นไอคอนแห่งยุค 70 และ 80 เอาไว้ โดยไม่ปฏิเสธที่จะนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใส่ไว้ในการพักผ่อน

“นอกจากการเก็บรักษาโครงสร้างของฟาซาด บันไดเวียนหินอ่อน รวมทั้งราวบันไดทองเหลืองที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของโรงแรมในโถงต้อนรับไว้แล้ว ทางโรงแรมก็ได้ชุบชีวิตภาพของศิลปินไทยชั้นครู ท่านกูฏ หรือ ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ หนึ่งในศิษย์เอกของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ขึ้นมาใหม่ โดยได้นำผลงานภาพจิตรกรรมมาประดับไว้ในโรงแรม มีทั้งหมด 5 ภาพ โดยเนื้อหาหลักในภาพเป็นเรื่องราวของเหล่าเทพเทวดาที่สถิตในปราสาทตามความหมายของชื่อ มณเฑียร นอกจากนี้
ยังมีภาพของกระบวนพยุหยาตราชลมารค และลายเส้นสัตว์ป่าหิมพานต์อันเป็นเอกลักษณ์ของท่านกูฏ นอกจากนี้ยังนำมาต่อยอดเป็นงานกราฟิกและข้าวของเครื่องใช้ภายในโรงแรม เช่น งานตกแต่งฝาผนังในห้องพัก คีย์การ์ด ป้ายแขวนประตู ชุดของใช้ในห้องน้ำ สินค้าที่ระลึก บรรจุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อส่งต่อมรดกทางศิลปะไทยให้เดินทางจากอดีตถึงปัจจุบัน”

สำหรับห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ระหว่างเวลา 11.30-22.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร.094-4532828, 02-2337060

Properties Zone by Naewna : 22 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Properties Zone by Naewna : 22 ธันวาคม 2563

Properties Zone by Naewna : 22 ธันวาคม 2563

Properties Zone by Naewna : 22 ธันวาคม 2563

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ให้เช่าที่ดินพื้นที่ 100 ตารางวาในโครงการบ้านสวนเจ้าพระยา บางปะอินพระนครศรีอยุธยา เหมาะสำหรับที่home stay หรือที่พักผู้สูงอายุที่ต้องการคนดูแลใกล้ชิด

โครงการ Victory Villaโครงการหรูระดับ Super Hi-Endเพียง 5 หลังเท่านั้น ออกแบบและตกแต่งบ้าน โดยบริษัท Create Great Design จำกัด พื้นที่ตั้งแต่ 125-155ตารางวา เลือกแบบบ้านได้ 5 แบบ สามารถติดตั้งลิฟต์และห้องนิรภัยได้ราคา 18-22 ล้านบาท โครงการอยู่ใกล้สี่แยกรวมโชค ห่างจากห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล 1.8 กิโลเมตร)

ให้เช่าที่ดินทำโกดังสินค้า หรือสำนักงาน ระยะเวลา 5-10 ปี พื้นที่2 ไร่ บนถนนสุขุมวิท เขต ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม ชลบุรี

คอลัมน์ Properties Zone เป็นสื่อกลางระหว่างผู้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินที่มีค่าทั้งหลาย เช่น ของโบราณ เครื่องประดับ นาฬิกา ตู้ไม้ เครื่องเรือน ภาพเขียน รถยนต์ กับผู้สนใจซื้อของมีค่า ผู้ที่มีความประสงค์จะขายทรัพย์สินดังกล่าว สามารถส่งรายละเอียดทรัพย์สิน ที่ตั้งอสังหาริมทรัพย์ และราคาเสนอขาย ได้ที่คอลัมน์นี้ ส่งรายละเอียดได้ที่ คอลัมน์ PropertiesZone หนังสือพิมพ์แนวหน้า 96 หมู่ 3 ซอยวิภาวดี 66ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่กทม. 10210 หรือ Line ID 0917233615

ย้อนเวลา ‘30 Years Journey’ บางกอกแดนซ์ กับการแสดงการกุศล สมทบทุนให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ย้อนเวลา ‘30 Years Journey’ บางกอกแดนซ์ กับการแสดงการกุศล สมทบทุนให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ (naewna.com)

ย้อนเวลา ‘30 Years Journey’ บางกอกแดนซ์  กับการแสดงการกุศล สมทบทุนให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ

ย้อนเวลา ‘30 Years Journey’ บางกอกแดนซ์ กับการแสดงการกุศล สมทบทุนให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถาบันบางกอกแดนซ์ ฉลองครบรอบ 30 ปี ชวนร่วมเดินทางข้ามเวลา ย้อนรอยสู่จุดเริ่มต้นของความฝันอันยิ่งใหญ่ กับการแสดงการกุศลครั้งที่ 11 ครบรอบ 30 ปี สถาบันบางกอกแดนซ์ “30 Years Journey” เพื่อสมทบทุนให้กับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมถ์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ โดยมีดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในงาน

นางสาววัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ สถาบันบางกอกแดนซ์เผยว่า การจัดการแสดงใหญ่ประจำปีของสถาบันบางกอกแดนซ์ เป็นกิจกรรมที่ริเริ่มและดำเนินโครงการมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบันในปีพ.ศ.2533 เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการเต้นของนักเรียน อีกทั้ง เป็นการเปิดโอกาสให้วงการศิลปะการเต้นได้มีโอกาสทำประโยชน์ให้แก่สังคม โดยนำรายได้จากการแสดงทุกครั้งมอบให้แก่องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้นักเรียนศิลปะการเต้นทุกคน

สำหรับการจัดการแสดงการกุศลของสถาบันบางกอกแดนซ์ เพื่อสมทบทุนให้กับมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมถ์ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เพื่อหารายได้ในการสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งพบว่าที่ชุมชนบ้านหนองตาจอน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นชุมชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาเกือบ 30 ปี โดยใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ทางสถาบันได้จัดการแสดงการกุศล DonQuixote และ The ๙ Harmonies เพื่อหารายได้ในการช่วยให้ชุมชนบ้านหนองตาจอนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันเนื่องมาจากการมีน้ำใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน และสร้างอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว อีกทั้ง ยังมีส่วนร่วมในการทำให้ชุมชนถูกยกระดับให้เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ที่จังหวัดราชบุรี นับว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จให้ชุมชนอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ แนวทางการบริการจัดการน้ำเพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ในครั้งนี้นอกจากจะมีการนำรายได้ไปช่วยเสริมในด้านบริหารจัดการน้ำให้กับชุมชนบ้านหนองตาจอนแล้ว ยังได้มีการนำไปร่วมพัฒนาพื้นที่แก้มลิง เขตประเวศ ในกรุงเทพฯอีกด้วย เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก โดยที่ผ่านมาทางสถาบันฯได้มีการนำเยาวชนและผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เทิด ด้วย ทำ” ที่จัดโดยมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังที่จะสืบสานงานพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งในส่วนของกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำ สร้างฝาย ฯลฯ

“ทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่สามารถร่วมด้วยช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยก็สามารถกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ อย่างเยาวชนไทยที่ได้ร่วมแสดงการกุศลในวันนี้ ถึงแม้น้องๆ จะไม่สามารถช่วยเหลือในด้านทุนทรัพย์ได้ แต่ได้ใช้ความสามารถในด้านศิลปะการเต้นของตัวเองมาทำการแสดงเพื่อหารายได้สมทบทุนรวมไปถึงการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการเป็นจิตอาสา มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดี โดยในอนาคตทางสถาบันได้วางแผนที่จะนำน้องๆไปลงพื้นที่ในชุมชนบ้านหนองตาจอนเพื่อให้ได้สัมผัสถึงการบริการจัดการน้ำพร้อมร่วมแรงร่วมใจสร้างฝายทดน้ำ และเรียนรู้ความเป็นอยู่ของวิถีชุมชนที่มีน้ำเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีพ” นางสาววัลลภา กล่าว

สำหรับแสดงการกุศลในครั้งนี้มีชื่อชุดที่ว่า “30 Years Journey” การแสดงทั้งหมด 10 องก์ ได้เล่าเรื่องราวของการเติบโตไปในโลกยุคความเปลี่ยนแปลงที่มีการเกิดขึ้นอย่างไม่แน่นอน นับว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ ทำให้เมื่อมองย้อนหลังกลับไปจะทำให้เห็นถึงรากฐานที่มา และมีเรื่องราวมากมายที่อยากเล่า อยากบอกต่อ เพื่อให้กลับมายืนยังรากฐานอย่างมั่นคงก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป ในวันนี้ทางสถาบันจึงอยากขอย้อนความหลัง รื้อฟื้นความทรงจำ และนำแนวคิดของการแสดงใหญ่ทั้ง 10 ครั้งที่ผ่านมาของสถาบันบางกอกแดนซ์มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวใหม่เพื่อบอกเล่าถึงความเป็นตัวตนและจุดยืนที่เข้มแข็งในความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการศิลปะการเต้นเพื่อนักเรียนและเพื่อสังคมประเทศชาติ

‘แอสเซทไวส์’ เผยโฉมห้องชุด ‘แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง’ รางวัลสุดพิเศษแด่ MUT 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘แอสเซทไวส์’ เผยโฉมห้องชุด ‘แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง’ รางวัลสุดพิเศษแด่ MUT 2020 (naewna.com)

‘แอสเซทไวส์’ เผยโฉมห้องชุด ‘แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง’ รางวัลสุดพิเศษแด่ MUT 2020

‘แอสเซทไวส์’ เผยโฉมห้องชุด ‘แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง’ รางวัลสุดพิเศษแด่ MUT 2020

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 23.13 น.

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (AssetWise) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้กับทีมมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 (Miss Universe Thailand 2020) ในฐานะผู้สนับสนุนรางวัลพิเศษคอนโดระดับพรีเมียมให้กับผู้คว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เป็นครั้งแรก พร้อมอวดโฉมห้องชุดสุดพิเศษ ณ โครงการแอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง คอนโดรีสอร์ทของคนมีสไตล์สำหรับ “พรฟ้า” และ “แพรว” เข้าพักตลอด 1 ปี

งานเลี้ยงต้อนรับครั้งนี้ มีหัวเรือใหญ่ของ “แอสเซทไวส์” กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก (คุณปุ้ย) และ คุณณรงค์ เลิศกิตศิริ (คุณณะ) ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ให้การต้อนรับทัพสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคับ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ “แอสเซทไวส์” และเหล่าสาวงามจากเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 และที่ขาดไม่ได้คือเหล่าสาวงามทั้ง 5 คน อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 และรองชนะเลิศ 4 คน วีณา – ปวีณา ซิงห์, พรฟ้า – ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, แพรว – แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง, และ ซินดี้ – อเล็กซานดร้า แฮงกี่ มาช่วยสร้างสีสันให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมความงามของสาวไทย ที่สวย เก่ง สมาร์ท แบบ ‘Real U, Real Universe’ อย่างใกล้ชิด ภายในงานยังมอบความสุขให้กับผู้ร่วมงานด้วยความบันเทิงและกิจกรรมที่ “แอสเซทไวส์” ขนมามอบความสุขและขอบคุณ “สื่อมวลชน” ส่งท้ายปี 2563 อย่างจุใจ

นอกจากนั้น “แอสเซทไวส์” ยังได้เปิดให้ชมห้องชุด ณ​ โครงการ “แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง” (Atmoz Ratchada- Huaikwang) คอนโดรีสอร์ทใจกลางรัชดา ภายใต้คอนเซปต์ “แค่เปิด…ก็ปิดชีวิตเมือง” เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะโลดแล่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในแต่ละวัน สามารถเปิด-ปิดคลิกสู่ทุกโหมดของชีวิตได้ทันที ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษมอบให้แด่ “พรฟ้า” สาวงามผู้คว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 รองชนะเลิศอันดับ 2 และ “แพรว” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้เข้าพักอาศัยตลอด 1 ปี โดย พรฟ้า – ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ และ แพรว – แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง เผยว่า “เรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากที่แอสเซทไวส์ให้การสนับสนุนมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 และมอบที่พักอาศัย “แอทโมซ รัชดา-ห้วยขวาง” ให้กับเราเพื่อให้เราได้ปฏิบัติภารกิจดี ๆ เพื่อสังคมไทยได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น และคล่องตัวมากยิ่งขึ้นเมื่ออาศัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง”

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโครงการแอทโมซ รัชดา-ห้วยขวางได้แล้ววันนี้ โครงการเสร็จสวยงามพร้อมอยู่ พร้อมยูนิตราคาพิเศษ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-168-0000 หรือเว็บไซต์ http://www.assetwise.co.th

แพทย์เตือนคนไทยป้องกัน ‘ไข้หวัดใหญ่’ พ่วงติด ‘โควิด-19’ เสี่ยงตายสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – แพทย์เตือนคนไทยป้องกัน ‘ไข้หวัดใหญ่’ พ่วงติด ‘โควิด-19’ เสี่ยงตายสูง (naewna.com)

แพทย์เตือนคนไทยป้องกัน ‘ไข้หวัดใหญ่’ พ่วงติด ‘โควิด-19’ เสี่ยงตายสูง

แพทย์เตือนคนไทยป้องกัน ‘ไข้หวัดใหญ่’ พ่วงติด ‘โควิด-19’ เสี่ยงตายสูง

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 23.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบให้เกิดความวิตกกังวลต่อคนทั่วโลก รวมถึงประชาชนยังขาดการรับรู้และขาดความเข้าใจในเชิงป้องกันในโรคทั้งสองที่มีอาการที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ซึ่งปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีโรคระบาดทั้งสองโรคพร้อมกัน นอกจากความเสี่ยงที่จะติดโรคใดโรคหนึ่งแล้ว ประชาชนยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อร่วมกัน (co-infection) จากทั้งไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ซึ่งจะทำให้มีอาการรุนแรง เกิดอาการแทรกซ้อน และยิ่งทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จึงได้จัดระดมแนวคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อเสวนาเรื่อง “ความสำคัญของการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในช่วงการระบาดของโควิด-19” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ประโยชน์การดูแลรักษาป้องกันโรค รวมถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สำหรับภาคประชาชน

รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมศึกษาไข้หวัดใหญ่ และนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย กรมควบคุมโรค ปี 2563 ท่ามกลางการระบาดโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 พฤศจิกายน 2563 มีรายงานพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 119,300 ราย คิดเป็นอัตราป่วยไข้หวัดใหญ่ 179.44 ต่อประชากรแสนคน โดยกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคยังคงพบในเด็กเล็กกลุ่มอายุ 0–4 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 5–14 ปี  ขณะที่ข้อมูลสำคัญคือ ในจำนวนดังกล่าวนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A ทั้ง 4 ราย มีอายุระหว่าง 36–77 ปี โดยร้อยละ 75 มีประวัติโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย ร้อยละ 50 มีภาวะอ้วน มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30 และพบว่าร้อยละ 50 ไม่มีประวัติการรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มาก่อน  

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ระบาดในทุกๆ ปี และตลอดปีจะระบาดมากในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว สำหรับในปีพ.ศ. 2563 นี้ มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในช่วงนี้ จึงมีความน่ากังวลเพิ่มมากขึ้น เพราะอาการของทั้งสองโรคนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกัน โดยผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จะมีอาการไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งจะมีอาการที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย คือ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะมีน้ำมูกไม่เยอะ และยังมีการแพร่กระจายสู่ผู้อื่นจากการสัมผัสน้ำมูกหรือเสมหะของผู้ป่วยเมื่อมีการไอและจามเหมือนกันอีกด้วย จากการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีนพบว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการได้รับเชื้ออื่นๆ แทรกซ้อนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20-80 และการติดเชื้อร่วมกันกับโควิด-19 พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการติดเชื้อร่วมกันนั้นเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 29-55 

ล่าสุดเดือนธันวาคม 2563 ในประเทศไทย พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่าโควิด-19 ถึง 28 เท่า พบผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ ถึงร้อยละ 2 ทั่วโลก โดยในปี 2561-2562 พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่มากที่สุดในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน แต่ในปี 2563 พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดมากในช่วงมกราคม และมีแนวโน้มลดลงในเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ประชาชนหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น เมื่อสถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลายอาจจะทำให้คนไทยละเลยการดูแลสุขภาพ จึงแนะให้ประชาชนควรใส่ใจป้องกันตนเองและคนใกล้ชิด ควรสวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำ หมั่นล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัด รวมถึงควรรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ร่วมกับการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังระบาดนี้ 

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ มี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ โดยชนิด 4 สายพันธุ์สามารถครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 สายพันธุ์  กล่าวคือครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A ทั้ง H1N1 และ H3N2 และสายพันธุ์ B ทั้งตระกูล Victoria และ Yamagata จึงเพิ่มความสามารถในการครอบคลุมเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้น ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ดีขึ้น จึงควรได้รับการฉีดเป็นประจำทุกปี เนื่องจากวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในแต่ละปี เป็นเชื้อต่างชนิดกันและบางสายพันธุ์คาดการณ์การระบาดได้ยาก ดังนั้นควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้มีภูมิคุ้มกันสูงตลอดเวลาและครอบคลุมสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆ ให้มากที่สุดโดยฉีดปีละครั้ง ซึ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดได้ตลอดปี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นอีกวิธีที่คุ้มค่ามากที่สุดที่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ อีกทั้งมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ทำมาจากเชื้อที่ตายแล้ว ทำให้หมดความสามารถในการก่อโรค และยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้วัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 50-90 แต่ในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิต้านทานร่างกายไม่แข็งแรง การตอบสนองต่อวัคซีนอาจลดลง อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังมีประโยชน์ในการลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน โอกาสที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตลงได้

ศ.นพ. ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของคนไทยในช่วงการระบาดโควิด-19 ว่าตอนที่อยู่ในช่วงที่มีการ lockdown พบว่าการให้วัคซีนในเวชปฏิบัติลดลงคล้ายกับในประเทศอื่น อย่างไรก็ตามภายหลังการปลด lockdown ดูเหมือนความสนใจในการป้องกันโรค โดยเฉพาะการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือปอดบวมมากขึ้นและทำให้การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็มากขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ซึ่งสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ยิ่งต้องเกิดภาวะพึ่งพาด้านสาธารณสุขมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อมีการเจ็บปวย ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุและการป้องกันโดยการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการทนทุกข์ทรมานต่อความเจ็บป่วย รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้อีกด้วย     

ปัจจุบันการให้วัคซีนป้องกันโรคแก่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรังได้รับการสนับสนุนในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยก็มีการสนับสนุนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะมีการเจ็บป่วยรุนแรง แต่ก็ยังพบว่าอัตราการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคในผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคเรื้อรังยังอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจำเป็นต้องรณรงค์สร้างความเข้าใจในวงกว้างถึงความสำคัญของการป้องกันโรคที่มีความรุนแรง และควรเริ่มจากคนในครอบครัว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยดูแลผู้สูงอายุในบ้านให้มีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยปัจจัยพื้นฐานด้วยการรับวัคซีนเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดีขึ้น ในกรณีไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อโดยการหายใจหรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อทั่วไปอาการมักไม่รุนแรง แต่หากเกิดในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หอบหืด ถุงลมปอดโป่งพอง โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ อาจมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ทำให้ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอาจเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ยังควรฉีดวัคซีนแก่บุคคลซึ่งใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือกลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว เพราะมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงเมื่อตนเองป่วยเช่นกัน

นพ. วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครสูง หัวหน้าเขตตรวจราชการ 3 กล่าวว่า  “กรุงเทพมหานครมีมาตรการดูแลป้องกันอย่างเข้มข้น โดยมีการเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงมีแนวทางตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในสถานพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา และได้จัดตั้งคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจในทุกศูนย์บริการสาธารณสุข (ARI Clinic) คัดกรองผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจทั้งหมด ไม่ให้เข้าไปในตัวอาคารของสถานพยาบาล เพื่อลดการแพร่เชื้อทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ อีกทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคที่มากับฤดูฝน ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน จำแนกได้ 7 กลุ่ม ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และโรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัม/ตารางเมตร) ซึ่งได้รับการจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อขอรับการฉีดวัคซีนผ่าน Line : @ucbkk สร้างสุข ซึ่งได้กำหนดเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 3 สายพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา สามารถไปรับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ กล่าวปิดท้ายว่า “องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โลกมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ (Pandemic Influenza) แต่ความน่ากังวลของการเกิดไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ก็คือ ไม่มีทางรู้ว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่จะระบาดที่ประเทศไหนและจะมีการเตรียมความพร้อมในการรับมือได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ปัจจุบัน WHO ได้ติดตามและเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งกำลังดำเนินงานอยู่ใน 153 สถาบันจาก 114 ประเทศ โดยทุกๆ ปี WHO จะออกคำแนะนำว่าเชื้อที่กลายพันธุ์สายพันธุ์ใดควรถูกบรรจุอยู่ในรายการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี ในฐานะมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จึงขอแนะนำประชาชนทุกท่านที่มีโอกาสรับวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 7 กลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีจากรัฐบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  เพื่อลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสการสูญเสียชีวิต

‘ลาล่า’ ยัน ‘เล็ก’ ไม่ได้เป็นเกย์ข่าวควงหนุ่มหน้าใส ไม่จริง ไม่แคร์คนมอง ก็คนมัน ‘รัก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ลาล่า’ยัน ‘เล็ก’ไม่ได้เป็นเกย์ข่าวควงหนุ่มหน้าใส ไม่จริง ไม่แคร์คนมอง ก็คนมัน ‘รัก’ (naewna.com)

'ลาล่า'ยัน 'เล็ก'ไม่ได้เป็นเกย์ข่าวควงหนุ่มหน้าใส ไม่จริง  ไม่แคร์คนมอง ก็คนมัน 'รัก'

‘ลาล่า’ยัน ‘เล็ก’ไม่ได้เป็นเกย์ข่าวควงหนุ่มหน้าใส ไม่จริง ไม่แคร์คนมอง ก็คนมัน ‘รัก’

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.23 น.

มีข่าว ดาราหนุ่มขาวโบ๊ะ เทแฟนชะนี หันไปกิ๊กหนุ่มหน้าใสแถมคนเห็นเช็คอินที่เดียวกัน งานนี้ก็ทำเอาแฟนสาวเนื้อเต้นเพราะชาวเนตฟันธง เป็น หนุ่มเล็ก เจษฎาเพื่อนชายคนสนิทของลาล่า อาร์สยาม ที่ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าลาล่าโดนหนุ่มเล็กตีตัวออกห่างเพราะธุรกิจไม่ปัง จน “อกหัก” ต้องหนีไปบวช ในช่วงเวลาเดียวกันพอดีเป๊ะ!  งานนี้เห็นท่านักร้องนักแสดงสาวอย่าง “ลาล่า อาร์สยาม” มีหรือจะยอม ต้องวิ่งออกมาขอแก้ข่าว ในรายการบันเทิง “แซ่บ 108” ทางช่อง 8 ที่พี่พชร์ อานนท์ กับ “เอิ๊ก พรหมพร” รอเปิดห้องรับแขกรอเลยจ้า

เป็น “แฟน” กันจริงมั้ย? กับเล็ก เจษฎา ?

ณ ตอนนี้ก็คือเราค่อยๆ พัฒนากันไปค่ะ คำว่าแฟนมันจะครอบคลุมทั้งหมด ความรู้สึกของเราคือ ตัวเราและตัวเค้ายังไม่พร้อมเป็นเจ้าของซึ่งกันและกันค่ะ ต่างคนต่างมีหน้าที่ของกันและกัน มันก็มีความสุขในแบบของเรา

สรุปแยกกันหรือคะ?

ไม่แยกค่ะ เราไม่เคยห่างกันเลยค่ะ เพียงแต่การงานของเรามันใหญ่ขึ้น พี่เค้าก็ทำงานเยอะขึ้น ส่วนตัวเราก็มีงานเข้ามาเยอะ จากโควิดทำให้เราต่อสู้ดิ้นรนอะไรหลายๆอย่าง

ล่าสุดเจอกันเมื่อไหร่

เราเจอกันประจำนะคะ อาทิตย์หนึ่งก็สองสามครั้ง ล่าสุดเจอก็เมื่อวานกินข้าวกัน เพียงแต่เราไม่ได้โพสต์อะไรในโซเชียลมาก ไม่ได้แบบว่ามีอารมณ์ต้องมาเล่นติ๊กต๊อกกันตลอดอ่ะค่ะ

เอาแบบนี้ใครขอเป็น “แฟน” ก่อน ?

คือหนูนี่แหล่ะค่ะ ที่ไป “แอ๊ว” พี่เค้าก่อน แต่ด้วยการพูด พี่เค้าก็บอกว่างั้นเรามาเริ่ม “คุย” กันมั้ย แล้วค่อยพัฒนากันไปค่ะ คือเค้าก็เห็นเราเป็นคนอารมณ์ดี คุยด้วยแล้วสนุก ด้วยตัวเราก็เห็นว่าเราไม่ได้มีใคร ก็เลยตอบตกลงเราคุยกัน ด้วยเราก็ไม่ได้เปิดตัวมาว่า เรามาเป็น “แฟน” กันเลย คือเราอยากคุยกันวันนี้อยากศึกษากันไปก่อน ด้วยตัวเราก็ชอบสไตล์แบบหนุ่มตี๋ขาวอยู่แล้ว พี่เค้าเป็นสเป็กเรา แต่เราอะไม่ใช่ “สเป็ก” พี่เค้าหรอกค่ะ คนละเรื่องเลย แต่เราเชื่อว่าทุกคนตั้งสเป็กไว้ แต่สิ่งที่คิดกับสิ่งที่ได้ มันไม่เคยได้แบบนั้นอยู่แล้วนะคะ สุดท้ายคนเรามันต้องอยู่ด้วยความรักและความเข้าใจกันอยู่แล้ว  สู้เราใช้ความรู้สึกดีดีต่อกันไปดีกว่าค่ะ

ถามจริงๆ สรุปพี่เล็กเค้าเป็น “เกย์” มั้ย?

อันนี้หนูก็ตอบแทนเค้าไม่ได้ค่ะ เพราะพี่เค้าก็คือผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับหนู และดูแลหนูในฐานะผู้หญิงได้ดีมากจริงๆ ค่ะ

แล้วสมมุติ ถ้าเค้าเป็นเกย์จริงๆ เรารับได้มั้ย ยังจะรักเค้าอยู่มั้ย?

หนู ยัง “รัก” เค้าอยู่แน่นอนค่ะ เพราะเค้าไม่ได้ไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิตใครนะคะ ในความรู้สึกหนูมันไม่ได้เลวร้ายอะไรนะคะ เพราะ “ความรัก” มันคือสิ่งที่ดีงามสิ่งที่บริสุทธิ์

แล้วที่มีข่าวออกมาว่า มีดาราหนุ่มขาวโป๊ะ เทแฟนชะนีหันไปกิ๊กกับดาราหนุ่มหน้าใสที่เชียงใหม่ เชื่อว่าเป็นจริงมั้ย? เห็นว่าเราถึงขั้นหนีไปบวช ?

คือเราก็ไม่รู้นะคะว่าจริงมั้ย แต่เราก็ไม่ได้ถามอะไรพี่เค้า ที่ไปบวชคือไปปิดวาจา เป็นความตั้งใจของเราก่อนปีใหม่ว่าต้องไปบวช คือที่ผ่านมาสภาวะจิตใจเรามีเรื่องดาวน์ลงมา ทั้งเรื่องงานเรื่องอะไรหลายๆ เรื่องค่ะ เพราะไม่มีงานค่ะ ทำให้เราอยากไปบวชทำจิตให้บริสุทธิ์จริงๆ ค่ะ ไม่ใช่เพราะว่าช้ำรักแล้วหนีไปบวชจริงๆ ค่ะ 

แล้วช่วงนั้นเค้าไปเชียงใหม่จริงมั้ย?

จริงๆ พี่เค้าไปหลายที่นะคะไม่ได้ไปแค่เชียงใหม่ เค้าไปคุยงานกับลูกค้าหลายๆ ที่หลายจังหวัดค่ะ

แล้วข่าวว่าเค้าเช็คอินที่เดียวกันกับหนุ่มคนนั้นนะ

อันนั้นหนูก็ไม่ทราบนะคะ ไม่ได้ไปตามเช็คเค้าขนาดนั้นค่ะ แล้วก็ไม่ทราบจริงๆ นะคะตามในข่าว ว่าเค้าก็กล่าวหาเรากับพี่เล็กอยู่ค่ะ ด้วยผู้ชายอีกคนเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เค้าพูดถึงเราจริงป่าวเราก็เลยไม่รู้ ทุกคนพยายามโทรหาเราว่าใช่เรามั้ย? เราก็เลยมันใช่เราเหรอว่า ห่าง เราก็คุยกันทุกวัน มันก็ยังปกติดีอยู่ ทางพี่เล็กเองก็ยังงง ว่าเราที่ไปบวชเพราะอกหัก เพราะเราก็ยังคุยกันอยู่

แล้วล่าสุดที่บอกว่า เค้าควงกันไปพัทยา อีก ยังไงจริงมั้ย?

คืออันนี้เราก็ไม่รู้เพราะว่าเราไม่ได้ตามเค้าจริงๆ ค่ะ เราคบกันไม่เคยมาเช็คว่าอยู่ไปไหนทำอะไร เราถามแค่ว่าทำงานเหนื่อยมั้ย? เราเคยเจอประสบการณ์มาก่อน ที่โดนถามวันนี้อยู่ไหนทำอะไร เราเองยังรู้สึกรำคาญเลย เราเลยมีความรู้สึกว่า พี่เค้าทำงานหนักอยู่แล้ว เราไม่อยากไปก้าวก่ายเค้าว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน ก็อยากให้อิสระพี่เค้าว่าอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้ที่จะเค้าไปกับคนอื่น แต่เราสองคนอยู่ด้วยกันมาได้ถึง 2 ปีนี้ก็เพราะว่าเราค่อยๆ เรียนรู้ความสุขและพัฒนาเรียนรู้กัน อะไรที่มีความสุขเราก็เลือกที่จะทำมากกว่าค่ะ ถ้าเราไปฟิกซ์ซึ่งกันและกันมากเกินไป ความเป็นส่วนตัวของคนมันจะหายหมดนะคะ ซึ่งมันไม่โอเคที่จะเป็นแบบนั้นนะคะ

แล้วคิดจะแต่งงานกันมั้ย?

มันยังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ ยังไม่คุยกันเลยค่ะะ ตัวเรากับพี่เค้าอายุไม่น้อยแล้ว วันนีงอาจจะไม่ต้องแต่งกันแล้วก็ได้ค่ะ ตอนนี้เราก็ 39 แล้วค่ะ อาจจะไม่ต้องแต่งเข้าบ้านเลยก็ได้ค่ะ

ขอถามคำถามตรงๆ ได้มั้ยคะ ? เชื่อว่าพี่เค้าเป็น เกย์มั้ยคะ

ไม่เชื่อค่ะ อันนี้ลาล่าตอบจากสิ่งที่พี่เค้าดูแลเรานะคะ ซึ่งคนอื่นเห็นรูปลักษณ์ภายนอกของพี่เค้าว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งลาล่าก็ไม่แคร์นะคะ แต่สิ่งที่ลาล่าเห็นไม่เหมือนกัน เวลาที่เค้าอยู่กับเรา เค้าเป็นผู้ชายคนนึงที่ดูแลเราอย่างดีจริงๆ ค่ะ ทำให้เราไม่เชื่อค่ะ

มีคนทางบ้านถามหน้าเฟสมา บอกว่า พี่เล็กมีประวัติไม่ดีกับผู้หญิงมานะคะ?

เอาอย่างนี้ค่ะทุกคน ต่อให้พี่เค้าจะมีประวัติกับใครในโลกนี้ จะให้ลาล่าไปมองแต่ประวัติเค้าข้างหลังเค้านี้เหรอคะ แล้วเราจะก้าวข้ามไปกันในอนาคตได้ยังไง ถ้าเรามองแต่ข้างหลังเค้า วันนี้เราให้เค้าเป็นผู้นำแล้ว ซึ่งเค้าประสบความสำเร็จในธุรกิจเค้าแล้วด้วย วันนี้เราก็อยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแบบพี่เค้านะคะ ทำไมเราไม่เดินตามเค้า แล้วมองแบบอย่างที่ดีละคะ ถ้าให้เราคอยระแวงพีเค้าตลอดเวลา แล้วเราจะอยู่อย่างไร คงไม่มีความสุขแน่นอนค่ะ

ส่วนเรื่องจริงเป็นอย่างไร งานนี้ต้องไปติดตามชมเพิ่มเติมได้ ในรายการ “แซ่บ 108” ตามลิงค์นี้https://www.facebook.com/thaich8/videos/210608820533144ติดตามชมรายการ เรื่องแซ่บๆ ก่อนใคร โดยพิธีกร พชร์-เอิ๊ก ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา 10.20 น. ทางช่อง 8กดหมายเลข 27 หรือติดตามชมผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ @ช่อง8