กฟผ. ชวนคนไทย “สปาร์คพลังใจ เติมไฟให้กัน” ในงาน Music at the Museum 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – กฟผ. ชวนคนไทย “สปาร์คพลังใจ เติมไฟให้กัน” ในงาน Music at the Museum 2020 (naewna.com)

กฟผ. ชวนคนไทย “สปาร์คพลังใจ เติมไฟให้กัน” ในงาน Music at the Museum 2020

กฟผ. ชวนคนไทย “สปาร์คพลังใจ เติมไฟให้กัน” ในงาน Music at the Museum 2020

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.31 น.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ชวนทุกคนมา Relight Your Life สปาร์คพลังใจ เติมไฟให้กัน ในงาน Music at the Museum 2020นิทรรศการไฟยามค่ำคืนและดนตรีในสวน สัมผัสลมหนาวในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 24-26 ธันวาคม 2563 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี

ไฮไลต์สำคัญของงานประกอบด้วย ประติมากรรมศิลปะแห่งความสว่างไสวภายใต้แนวคิด “Glowing Garden” สะท้อนภาพชุมชนบางกรวยวิถีใหม่ ด้วยเทคนิคการจัดไฟสุดตระการตา เนรมิตความสวยงามผสานความคิดอย่างสร้างสรรค์ รอให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ความสุขสุดประทับใจ เที่ยวงานอย่างมั่นใจด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างเคร่งครัด โดยงานนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3ถือเป็นอีกครั้งที่กลับมาร่วมสร้างความสุขและความอิ่มเอมใจให้คนไทยในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

• สปาร์คความสนุกเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองด้วยงานศิลปะที่สรรสร้างจากแสงไฟมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ร่วมถ่ายภาพแห่งความประทับใจกับประติมากรรม(Lighting Installation Art)อาทิ Tree of Light ต้นไม้แห่งแสงสว่างที่ส่องประกายสะท้อนเสน่ห์ของชุมชนบางกรวยและCrystal River กระแสน้ำคริสตัลระยิบระยับท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนเพลิดเพลินกับเสียงเพลงและความบันเทิงกับมินิคอนเสิร์ตจาก ศิลปินชื่อดัง ได้แก่ ปาล์มมี่, Jetseter, Whal&Dolph และ เบล สุพล รวมถึงกระทบไหล่นักแสดงหนุ่มโมสต์ วิศรุต หิมรัตน์จากซีรีส์สปาร์คใจนายจอมหยิ่งมาทักทายแฟนๆ ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563

• สปาร์คความรู้เติมเต็มความรู้ สร้างความตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานที่ทำให้ชีวิตไม่เคยขาดความสว่างไสว และสมดุลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนกับนิทรรศการด้านพลังงานไฟฟ้าทั้ง 7 โซนของศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ซึ่งเปิดให้เข้าชมเป็นพิเศษยามค่ำคืนเฉพาะวันงาน ในช่วงเวลา 16.00–21.00 น.

• สปาร์คความหวังเติมความหวังให้ชีวิตกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในชุมชนร่วมลิ้มลองอาหารเลิศรสและจับจ่ายสินค้าจากนานาร้านค้าชุมชนพร้อมรักษ์โลกภายใต้แนวคิด Green Event ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถพกแก้วน้ำส่วนตัวมารับส่วนลดราคาเครื่องดื่มภายในงานนอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกและลุ้นรับของรางวัลมากมาย

ห้ามพลาด นับถอยหลังสู่การเริ่มต้นปีใหม่ มาร่วมสปาร์คพลังใจ เติมไฟให้กันในงาน Music at the Museum 2020ในวันที่ 24-26 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.สำนักงานกลาง

ติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Facebook ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลางหรือ โทร 0 2436 8952

*เข้าชมฟรีตลอดทั้งงานและมีบริการรถEV Shuttle Bus รับ-ส่ง (จุดขึ้นรถบริเวณกฟผ. สำนักงานใหญ่ และสถานีรถไฟฟ้าบางอ้อ)

‘กฤษ’ น้องชาย ‘กระแต อาร์สยาม’ โร่แจ้งความ หลังไอจีส่วนตัวโดนแฮก เรียกค่าไถ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘กฤษ’น้องชาย’กระแต อาร์สยาม’โร่แจ้งความ หลังไอจีส่วนตัวโดนแฮก เรียกค่าไถ (naewna.com)

'กฤษ'น้องชาย'กระแต อาร์สยาม'โร่แจ้งความ หลังไอจีส่วนตัวโดนแฮก เรียกค่าไถ

‘กฤษ’น้องชาย’กระแต อาร์สยาม’โร่แจ้งความ หลังไอจีส่วนตัวโดนแฮก เรียกค่าไถ

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.26 น.

นักร้องหนุ่ม “หนุ่มกฤษ บุญยะเลี้ยง” อายุ 26 ปี เจ้าของซิงเกิ้ล “เว่าคนเดียว”  สังกัด ค่าย KT GROW น้องชายนักร้องลูกทุ่งสาวสุดเซ็กซี่ “กระแต อาร์สยาม” ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจนครบาลคันนายาว หลังไอจีส่วนตัว ชื่อ krit_boonyatiang โดนมือดีแฮกผ่านทางอีเมลมาในรูปแบบยืนยันตัวตนเป็นบุคคลสาธารณะ และมีการเรียกเก็บเงินสูงถึง 1000 ดอนล่า   ซึ่งเจ้าตังเกรงว่าจะเกิดเสียงหายและเสียชื่อเสียง

โดย “กฤษ บุญยะเลี้ยง” เผยถึงเรื่องนี้ว่า “ไอจีผมโดนแฮกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ช่วงสายๆ ของวันนี้สามารถกู้คืนมาได้ แต่ช่วงบ่ายปรากฏว่าโดนแฮกอีกครั้ง ซึ่งตอนนั้นผมกำลังเล่นคอนเสิร์ตไม่สามารถทำอะไรได้ จนเสร็จคอนเสิร์ตก็คิดว่ามาแจ้งความดีกว่า เพราะกลัวว่าคนที่แฮกข้อมูลไปจะทำอะไรที่เสียงหาย ที่สำคัญคือมีการส่งข้อความเหมือนเป็นการเรียกค่าไถ่มาด้วยเป็นเงินจำนวน 1000 ดอนล่า   ผมก็คิดว่าไม่ปกติแล้ว อย่างน้อยเรามาแจ้งความเพื่อความสบายใจและบริสุทธิ์ใจ ถามว่าเสียดายมั้ย ก็เสียนะครับ เพราะไอจีผมใช้ในการลงโปรโมทเพลง ลงเรื่องราวชีวิตส่วนตัว มันเป็นเหมือนคามทรงจำดีๆ แต่สุดท้ายถ้ากู้คืนมาไม่ได้ก็ต้องทำใจ” กฤษ กล่าว

สง่างามสมคำล่ำลือส่องชัดๆ ปักกันตาแตกชุดไทยมูลค่ากว่าครึ่งล้านของ ‘โทนี่ -แก้ว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – สง่างามสมคำล่ำลือส่องชัดๆ ปักกันตาแตกชุดไทยมูลค่ากว่าครึ่งล้านของ ‘โทนี่ -แก้ว’ (naewna.com)

สง่างามสมคำล่ำลือส่องชัดๆ ปักกันตาแตกชุดไทยมูลค่ากว่าครึ่งล้านของ 'โทนี่ -แก้ว'

สง่างามสมคำล่ำลือส่องชัดๆ ปักกันตาแตกชุดไทยมูลค่ากว่าครึ่งล้านของ ‘โทนี่ -แก้ว’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.19 น.

สองนักออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงคุณเกสินี กล่ำอยู่สุข และคุณสุดจิตร์ สุดจิตต์ ได้เป็นผู้รังสรร ความสง่างาม ให้กับคู่รักเซเลบริตี้ คนดัง ระดับประเทศมากมาย และ สำหรับโอกาสพิเศษ พิธีมงคลสมรส ตามประเพณีไทย ของคู่รักซุปเปอร์สตาร์ คุณโทนี่ รากแก่น หรือ และ คุณแก้ว จริญญาศิริมงคลสกุล ผู้เปรียบเสมือนน้องรัก ของคุณปลาและคุณเก โดย คุณแก้ว และคุณโทนี่ ทั้งสองอยากแต่งกายไทย แบบดั่งเดิม ประหนึ่งเป็นต้นแบบ อาภรณ์ไทยที่วิจิตร สง่างาม  ทั้งสองได้คุยกับคุณปลา และคุณเก แห่ง FINALE WEDDING STUDIO และได้เป็นผู้เรียงร้อยมนต์เสน่ห์ อาภรณ์แห่งรักที่สุดวิจิตรบรรจงในพิธีมงคลสมรสนี้

คุณแก้วสวมชุดไทยศิวาลัย ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดไทยพระราชนิยม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง โดยโปรดเกล้าฯให้บุคคลทั่วไปสวมใส่ในพิธีวันสำคัญ เป็นหนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม โดยมีชื่อว่า ชุดไทยศิวาลัย ตั้งชื่อตามพระตำหนัก โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค เป็นผู้ตั้งชื่อชุดไทยพระราชนิยม ทั้งแปดชุดนี้ ซึ่งชุดไทยศิวาลัย ชุดนี้ได้สั่งทอด้วยความพิถีพิถัน โดยรังสรรค์เส้นไหมแท้ สั่งทอพิเศษโดยใช้ระยะเวลากว่า 3 เดือน หลังจากนั้นเราได้มาตัดเย็บอย่างแสนประณีต โดยใช้ทีมงานช่างปักมืออาชีพกว่า 30 ยอดฝีมือ พร้อมวัสดุอย่างดีเยี่ยม อย่างคริสตัลเพชรสวาร๊อฟสกี้ ที่สั่งมาจากออสเตรเลีย 

โดยวัสดุที่ใช้ทั้งหมด อาทิ ปล้องอ้อย โลหะคริสตัล ลูกปัดขนาดเล็กระยิบระยับ. และคริสตัลสวารอฟสกี้รูปแบบต่างๆ โดยชุดไทยชุดนี้เลือกใช้คริสตัลเพชรสวารอฟสกี้รุ่น Rose Monteesกระเปาะสีโรเดียม ใช้ถึง 3โทนสีด้วยกัน เช่นCrystal Golden Shadow (001 GSHA),Crystal Rose Gold (001 ROGL),Light Colorado Topaz (246)

บรรจงเสกปักลวดลายผ่านเส้นไหมทีละเส้น ที่สั่งทอไหม พร้อมย้อมสีพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกบัวตองหรือดอกไม้ทางภาคเหนือ เรียกว่าดอกทานตะวันป่าเป็นดอกไม้ของชาวล้านนาที่จะผลิบานและมีเสน่ห์อวดโฉมบานโต้ลมในฤดูหนาว มีกลีบดอกสวยงามล้อมรอบด้วยเกสรหลายชั้น ผสมผสานถักทอล้อมเป็นวงขึ้นไป เสมือนการมีอายุยืนนานทอยกดอกด้วยมือทั้งผืน ใช้กี่พื้นบ้านล้านนาแบบดั้งเดิมในการทอ ยกตะกรอลอยเพื่อยกเส้นไหมยืนขึ้นแล้วสอดด้วยไม้ขีดตามลวดลายของผ้า จากนั้นพุ่งด้วยเส้นไหม แล้วกระทบด้วยแรงมือ เป็นผืนผ้าที่สวยงาม เป็นผ้าไหมยกดอกลำพูนเชิงหัวท้าย เป็นผ้าผืนกว้าง1 โดยการใช้เส้นพุ่ง สีโอรส สอดด้วยเกสรดิ้นทอง ถักทอลวดลายผ่านเส้นไหมทีละเส้นบรรจงลงบนผืนผ้าใช้เวลาทอประมาณ2-3เดือน มาประยุกต์ใช้ในการประดิษฐ์ลวดลายลงบนผืนผ้าไหมเพื่อได้ลวดลายที่ประณีตงดงาม

ตัวสไบ บรรจงปัก วาดลวดลาย ดอกบัวตองหรือดอกไม้ทางภาคเหนือ ทอยกดอกด้วยมือทั้งผืนจรดชายสไบ แต่งแต้มความวิจิตร สุดพิถีพิถัน บรรจงปักด้วยวัสดุชั้นดีเยี่ยม คริสตัลเพชรสวารอฟสกี้รุ่น Rose Monteesกระเปาะสีโรเดียม ใช้ถึง3 โทนสีด้วยกัน เช่น Crystal Golden Shadow (001 GSHA) ,Crystal Rose Gold (001 ROGL),Light Colorado Topaz 246 และปล้องอ้อยโลหะ พร้อมลูกปัดสีทองขนาดเล็กแบบละเอียดยิบมูลค่าชุดนี้เกินกว่าครึ่งล้านบาท 

นอกจากความประณีตที่เกิดขึ้นแล้ว คุณโทนี่ยังสวมใส่ชุดไทยที่มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เป็นเสื้อคอพระราชทาน ตัวเสื้อผ้าไหมสีทอง โดยคัดสรรค์เส้นไหมพิเศษ ในการทอด้วยความประณีต สวมโจงกระเบน สั่งทอขึ้นมาใหม่ด้วยลวดลายไทยโบราณ ลายช่อแก้ว  ทอยกเล็ก โดยช่างผู้ชำนาญไหมสุรินทร์ สีแดงอมน้ำตาล ยกดิ้นทอง นำมาประยุกต์จับนุ่งสด ในแบบสำเร็จ โดยคุณเกสินี กล่ำอยู่สุข เป็นผู้ตัดเย็บ และควบคุมงานทั้งหมดแบบไม่ละสายตาเลยทีเดียวทายาทญาติ ทั้งสองตระกูล สวมอาภรณ์ไทย ในแบบชุดไทยพระราชนิยม  โดยสตรี สวมชุดไทย อาทิ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ส่วนผู้ชายสวมเสื้อพระราชทาน พร้อมโจงกระเบนสำเร็จ  ด้วยฝีมือการตัดเย็บ ที่สุดพิถีพิถันแบบไร้ที่ติกันเลยทีเดียว

มนต์เสน่ห์ แห่งพิธีมงคลสมรส ของคุณแก้ว และคุณโทนี่  สง่างามสุดวิจิตร ตั้งแต่กรรมวิธีในการทอ การออกแบบลวดลายบ่งบอกถึงความเป็นไทย รังสรรค์ เอกลักษณ์ความเป็นไทย แบบละเอียดทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมแบบชุดที่สวมใส่ โทนสี และคัตติงที่สุดเนี้ยบ เกินคำบรรยายเรียกได้ว่างานนี้สวยสง่าแบบไร้ที่ติกันเลยทีเดียว และผู้อยู่เบื้องหบัง อาภรณ์แห่งรัก ชุดไทยพระราชนิยม ของคุณแก้ว และคุณโทนี่ พร้อมทายาททั้งสองตระกูลเป็นผลงานการตัดเย็บอันสุดแสนประณีตโดยแบรนด์ ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ สองนักออกแบบเสื้อผ้าขั้นสูงคุณเกสินี กล่ำอยู่สุข และคุณสุดจิตร์ สุดจิตต์ ผู้คว้าชัยชนะ นักออกแบบชุดแต่งงานยอดเยี่ยมแห่งปีในงานดูไบแฟชั่นวีคBest wedding designer of the year 2019 VIE Dubai fashion Week & VIE International Awards 2019 DUBAI  บนรันเวย์ที่ยาวที่สุด เพื่อสร้างสถิติโลก ณ มหานครดูไบ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ ของแบรนด์ไทยผู้ไม่แพ้ชาติใดบนโลก

เปิดใจ ‘แจง วราพรรณ’ ขอเคลียร์ข่าวลือ หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – เปิดใจ’แจง วราพรรณ’ขอเคลียร์ข่าวลือ หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร (naewna.com)

เปิดใจ'แจง วราพรรณ'ขอเคลียร์ข่าวลือ หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร

เปิดใจ’แจง วราพรรณ’ขอเคลียร์ข่าวลือ หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.09 น.

นักแสดงรุ่นใหญ่หน้านิ่งแต่มากไปด้วยอารมณ์ขัน “แจง วราพรรณ หงุ่ยตระกูล” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจในรายการ         ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เล่าถึงช่วงที่พอรู้ว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งเต้านม และต่อสู้กับมะเร็งร้ายมากว่า 5 ปีจนสุดท้ายหายดีแล้ว ใช้ธรรมะเยียวยาใจเพราะไม่รู้จะกลับมาเป็นอีกเมื่อไหร่ พร้อมขอเคลียร์ข่าวลือหนาหู หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร

จุดแจ้งเกิดในวงการบันเทิงให้รู้ว่านี้คือ แจง วราพรรณ คืออะไรเอ่ย

แจง วราพรรณ จากละครเวทีค่ะ เพราะตอนนั้นแสดงอยู่ที่โรงแรมมณเฑียร เป็นเรื่องแรกเลยที่เล่นชื่อว่า คุณหญิงอมราภา ซึ่งหนึ่งเรื่องเล่นเป็นเดือนค่ะ เราเล่นทุกวันหยุดแค่วันเดียวเอง แต่ว่าเวทีที่เราเล่นคือจะประชิดคนดูมาก ลักษณะคนเข้าไปดูในบาร์แล้วก็ซื้อดริ้งเพราะทุกคนที่ไปแสดงก็ตั้งใจไปเอ็นเตอร์เทนอยู่แล้ว แล้วด้วยความที่เราเป็นเด็กนักศึกษาตอนนั้นอยู่ประมาณปี 4 เราก็จะตื่นเต้นมากเพราะเราได้อยู่ใกล้ทุกคนที่ไปดูเรามากๆ

 เข้าไปสู่ตรงละครเวทีนั้นได้ยังไง

แจง วราพรรณ เพราะพี่อุ้ย เกรียงไกร อุณหะนันทน์ เป็นอาจารย์พิเศษที่ไปสอนแอคติ้งที่ นิเทศศาสตร์จุฬาฯเราคงไปเข้าตาพี่อุ้ย แล้วพี่อุ้ย เขาทำละครเวทีอยู่เรียกให้ไปลองแสดงเราก็ทำได้เลยได้เล่น

 เรื่องนี้ทำให้เราแจ้งเกิดเลยเหรอ

แจง วราพรรณ เพราะมันเป็นบทที่ขยี้ แต่ในบทเราเล่นเป็นคนที่แก่สุดนะ แต่จริงๆในทุกคนที่เล่นเรื่องนี้เราอายุน้อยที่สุดเพราะตอนนั้นเรายังเป็นนักศึกษาอยู่เลยเราเล่นเป็นท่านผู้หญิงกึ่งไทยกึ่งจีน ซึ่งในบทก็จะมีความขำๆอยู่แล้ว พูดออกมาก็จะไม่ชัด แต่ก็ทำให้เราได้รับรางวัลหน้ากากทองคำ บทสมทบหญิง พูดว่าแจ้งเกิดก็ได้เพราะเล่นเรื่องแรกแล้วก็เข้าตา

ซึ่งนิสัยจริงๆเป็นคนตลกอยู่แล้วหรือเปล่า เพราะละครเรื่องแรกที่ไปเล่นก็เป็นคอมเมดี้นิดๆ

แจง วราพรรณ เป็นคนที่ชอบคิดอะไรตลกๆหน้าอาจจะดูนิ่งๆ แต่ว่าระหว่างคุยกันก็จะมีสมองส่วนหนึ่งที่คิดอะไรตลกตลอดเวลา เราโชคดีที่พอเราได้แสดงจริงๆมันเลยได้ถ่ายทอดออกมา

 ที่บอกว่าเข้าตาเมื่อกี้ ที่เข้าตาคือ เข้าตาหม่อมน้อย

แจง วราพรรณ หม่อมน้อย ก็ทำละครอยู่ตรงนั้นด้วย และพอหม่อมน้อย ทำหนังก็เรียกให้เราไปเล่นเราก็ไม่ได้โดนเด่นอะไรมาก แต่ท่านน่าจะเอ็นดูเราได้เห็นถึงความตั้งใจเรื่องที่เราได้เล่นคือ มหัศจรรย์แห่งรัก เป็นภาพยนตร์นะคะ ได้เล่นกับคุณนก สินจัย และอีกหลายๆท่าน อันนั้นก็ได้รางวัลตุ๊กตาทอง สมทบหญิงยอดเยี่ยม ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ทั้งหลายที่มีคุณูปการกับเรา หลังจากนั้นก็ได้เล่นละครทีวีด้วยค่ะ ไนท์ สปอตโปรดักชั่น ก็เล่นมาเรื่อยๆ แล้วก็เป็นดีเจ เหมือนเป็นงานประจำ พอพักร้อนเราก็ไปเล่นหนัง เล่นละครเวที

แจง วราพรรณ แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดคือ ละครเวทีค่ะ มันสดมากเวลาเราส่งอะไรไปเราจะเห็นรีแอคทันที แล้วเราจะรู้ว่าเราจะไปแบบไหนต่อ แต่ทางของเรามาทางคอมเมดี้  แต่กลับเป็นว่างานละครทีวีเยอะ ตอนนี้ก็เยอะอยู่ ตอนนี้ก็ประมาณ 4 เรื่องเองค่ะ 

ซึ่ง 4 เรื่องเอง เป็น 4  เรื่องที่เขาเม้าท์กันว่านี่ขนาดเป็นคนที่เลือกมาก แล้วก็เรื่องมาก ถ้าละครอันนี้ไม่ได้ให้ข้อคิดที่ดีกับคนดู แจง วราพรรณ จะยิ่งเชิดใส่ไม่รับเล่น

แจง วราพรรณ ไม่ๆค่ะ โดนส่วนใหญ่ละครทุกเรื่องให้ข้อคิดอยู่แล้ว แต่แค่ว่าพอเราสนใจเรื่องธรรมะเราจะรู้สึกว่าอะไรที่เราทำออกไป ไปทำให้เป็นอกุศ ละครทุกเรื่องทุกอันคือ ตอนจบจะมีข้อคิดให้ แต่ก็มีบางเรื่องก็นานไปเพราะระหว่างทางคนดูมันเป๋ไปหมดแล้วกว่าจะได้ข้อคิด แล้วบางคนไม่ได้ดูตลอด แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะชีวิตก็ต้องมีความเสี่ยงนิดๆ ถ้าสมมุติว่าตอนนี้เราไม่ได้งานเยอะมากแล้วเราก็อยากจะเลือกนิดหน่อย

 นอกจากงานแสดงแล้ว อีกสิ่งที่ แจง วราพรรณ ทำคือ เป็นเจ้าแม่ออแกไนซ์ แต่ล่าสุดเป็นยูทูปเบอร์ด้วย

แจง วราพรรณ : (หัวเราะ) คือ คนที่เป็นยูทูปเบอร์ต้องมีคนฟอลโลเยอะแต่ของเราคือไก่กามาก ทำกับพี่ใหม่ ณัฐฐา เราคิดกันเล่นๆว่าในวัย 50 อัพแล้ว อีกคนเรียกป้าเราก็อยากทำอะไรที่แบบไม่ต้องเป็นรายการอะไรที่จริงจัง เราชอบกินเ เราชอบไปวัด เป็นการถ่ายทอดวีถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ คือที่เราคุยกับพี่ใหม่ ด้วยวัยแบบนี้ไม่อยากให้รู้สึกว่ามันถดถอยยังทำอะไรได้เหมือนเดิมง่าเราต้องดูแลตัวเองตรงไหนบ้าง คือรายการเป็นแบบพากิน พาเที่ยว แล้วก็มีอะไรสนุกๆ การรีวิวถุงผ้า เพราะช่วงนี้ทุกคนรณรงค์การใช้ถึงผ้าเราก็จะมาบอกว่าการใช้ถุงผ้าดียังไง ใช้ยังไง พกพายังไงเพื่อช่วยในการลดโลกร้อน

 แล้วในรายการรับลูกค้าเพื่อ Tie – in ไหม

แจง วราพรรณ รับค่ะ พี่ใหม่พูดอยู่ตลอดเวลาว่าอยากรีวิวสินค้า แต่จริงๆเราไม่ได้คิดว่าจะได้เงินอะไรมากมาย แต่ถ้าอันไหนดีเราบอกต่อให้ฟรีๆเลย ชื่อ ซุปป้า มาGET เพราะคนที่มาดูเราก็น่าจะ GET อะไรสักอย่างเราเองก็ต้อง GET อะไรจากการที่เราทำตรงนี้ด้วย

ซึ่ง พี่ใหม่ กับ พี่แจง ถึงว่าสนิทกันมาก ซึ่งพี่ใหม่ ทำไมเรียก พี่แจง ว่า แจง เทพลีลา

แจง วราพรรณ เพราะเราเป็นคนเรทชอบไปช้าเป็นเฉพาะกับเพื่อนๆกลุ่มเพื่อนเราที่เราสนิท เพราะที่เราไปช้าเพราะเรารู้ว่ากลุ่มนี้ยังไงก็ต้องรอ เพราะกลุ่มนี้เวลาร่วมตัวกันก็ต้องเม้าท์ ก็ให้คุยกันไปก่อน กินกันไปก่อนเพราะว่าทุกครั้งที่ไปถึงอาหารก็จะเย็นหมดแล้วก็กินได้พอเสร็จงานแล้วเราตามไป เพราะสนิทกันเราเลยลีลาหน่อยได้ แต่ที่เราลีลาเพราะเราไปแวะซื้อกาแฟ เพราะชอบมีของไปฝากเพื่อนๆ แต่มีหลายๆคนที่เป็นแบบเราแต่เพราะเขามาเร็วกว่าเรา แต่มาช้าก็หารเท่าเพื่อนเลยยังคบ

 และในตอนนี้ชีวิตคือ มุ่งหน้าเข้าสู่ทางธรรมมากขึ้น แต่เหล้าก็กิน

แจง วราพรรณ ไม่ค่ะ วัดเข้า เหล้าชงให้คนอื่น แต่ที่ยังเห็นว่าไปเที่ยวอยู่เพราะว่าเพื่อนไปกันเราก็ไปแค่เราไม่ดื่มเหล้าแต่กินกับเปลืองนิดหน่อยไปสนุกๆกับเพื่อน ก็มีไปคาราโอเกะ ร้องเพลงกับเพื่อนๆ

ได้ยินมาว่า สามี คือ เป็นคนอารมณ์ดีมาก

แจง วราพรรณ จริงๆเขาเป็นคนตลก แต่ถ้ามารายการเขาจะไม่มา แต่เขาจะไม่แสดงออกว่าตัวเองเป็นคนตลกจะเก็ยภาพลักษณ์ ตอนที่อยู่บ้านด้วยกันเปิดเพลงสนุกๆก็ชวนกันเต้นก็ปิดม่าน

 ทางโลกก็ใช้ชีวิต ทางธรรมก็ใช้

แจง วราพรรณ เราก็พยายามทำให้พอดีกัน เพราะจริงๆก็ไม่ควรไปทางไหนสุดไปในวัยแบบนี้ แต่อีกสักพักก็ไม่แน่ เราวางในเรื่องธุรกิจของเราได้บ้างแล้ว

 เพราะด้วยที่เคยผ่านวิกฤตหนึ่งที่หนักมากในชีวิตมาตอนนั้นเป็นอะไร

แจง วราพรรณ ตอนนั้นเป็นมะเร็งเต้านม คือเราปฏิบัติธรรมมาก่อนหน้าแล้ว แต่ไม่ได้ไปเข้าครอส์สำนักอะไรนะคะ เราไปปีละครั้งสองครั้ง จริงๆแล้วเราไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเราซึ่งเรารู้วิธีการเราก็ทำได้ ทำงานแบบนี้เราก็ทำได้ แต่มันก็ประมาณ  10 ปี ได้แล้วที่ตอนนั้นเราเป็นมะเร็งเต้านมแล้วรู้สึกว่าใครเป็นก็จะต้องกระทบใจมากแต่เรารู้สึกว่าตอนที่เราเป็นมันก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่าง เหมือนกับว่าเราฝึกสติมามันก็จะเข้ามาทำงานว่าเป็นก็เป็นก็ยอมรับความจริงไปก็รับการรักษา ผมก็ร่วง อะไรมันจะเกิดก็เกิดเราแค่อยู่กับความจริง ซึ่งเราเป็นต้นปีพอปลายปีก็กลับมา จริงๆพอผ่าตัดแล้วคุณหมอบอกว่าเราหายแล้วตรวจเช็คแล้วไม่มีเซลล์เนื้อร้ายในร่างกาย แต่เราก็รับเคมีบำบัด คุณหมอจะพูดว่าจุดนี้คือหายแล้วซึ่งคำนี้มันก็สอนอะไรเราบางอย่าง คือ จุดนี้คือปัจจุบันหาย แต่ก็อยู่ที่เราจะประมาณอีกไหมจะกลับไปใช้ชีวิตเปลืองแบบเมื่อก่อนไหม ทำงานหนัก นอนน้อย กินอาหารไม่มีประโยชน์หรือเปล่า แต่สิ่งเหล่าเราถ้าเราดูแลตัวเองดีมันก็ไม่น่าจะกลับมา

เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง ‘แหม่ม คัทลียา’ เล่าชีวิตรักหมดเปลือกพร้อมหลั่งน้ำตาของความเป็นแม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง’แหม่ม คัทลียา’เล่าชีวิตรักหมดเปลือกพร้อมหลั่งน้ำตาของความเป็นแม่ (naewna.com)

เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง'แหม่ม คัทลียา'เล่าชีวิตรักหมดเปลือกพร้อมหลั่งน้ำตาของความเป็นแม่

เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง’แหม่ม คัทลียา’เล่าชีวิตรักหมดเปลือกพร้อมหลั่งน้ำตาของความเป็นแม่

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.04 น.

ครั้งแรกเจ้าหญิงวงการบันเทิง แหม่ม คัทลียา มาเปิดใจเรื่องราวความรักที่ไม่เคยพูดที่ไหนในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ว่าเรื่องความดุของคุณแม่ก็ดุเหลือเกิน เพื่อนยังโทรมาไม่ได้เลย และได้เล่าที่มาของฉายา เจ้าหญิงในวงการ ที่ได้มาพร้อมความกดดันเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา อีกทั้งเปิดความจริงที่ทุกคนอยากรู้ถึงสถานะที่แท้จริงกับคู่จิ้นในตำนาน แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเล่าเรื่องราวความรักกับสามีสุดที่รัก สงกรานต์ แบบหมดเปลือกคบกันแบบไม่ได้ปิด แต่ก็ไม่ได้เปิดและสิ่งที่ทำให้แน่ใจว่าคนนี้คือ คู่ชีวิต งานนี้ สาวแหม่ม ยังได้หลั่งน้ำตาเมื่อเปิดความในใจถึงลูกรักทั้งสามคน

เมื่อถูกชมว่าสวยตลอดรู้สึกยังไง

แหม่ม : ต้องรู้สึกดีอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าเราก็รู้ตัวเองเสมอว่าเวลาตอนเช้ามาหน้าของเราก็ธรรมดาเพราะยังมีคนอีกมากมายที่สวยมากในประเทศเราเราเลยไม่ได้รู้สึกว่าพิเศษไปกว่าคนอื่นๆเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเกี่ยวด้วยไหมที่บ้านคุณแม่จะไม่เคยชมเลยไม่เคยอวยเราเลย ถามยังบอกว่านี่สะโพกใหญ่มากต้องออกกำลังกายแล้วนะ ตายแล้วแหม่มทำไมคิ้วรกอย่างนี้ คุณแม่จะเป็นแบบนี้ตลอดเลยไม่เคยบอกเราเลยว่าสวย

และเป็นน้องสาวที่มีพี่ชายหล่อมากในประเทศนี้ในยุคหนึ่งเขาดังมาก ตอนนั้นเรารู้สึกยังไงบ้าง

แหม่ม : สิ่งที่เรารู้สึกมากกว่าว่าเขาหล่อหรือไม่หล่อเพราะเราเห็นกันตั้งแต่เกิดมันเลยชินตา แต่สิ่งที่เราเห็นคือ สาวๆมาชอบพี่ชายเราเยอะมากฉันต้องทำตัวเป็นแม่มดเพราะห่วงพี่

 แล้วที่มาของการเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงคนแรก

แหม่ม : จริงๆเราเป็นคนธรรมดาแต่ต้องขอบคุณหลายๆสื่อที่ตั้งฉายาให้ และอาจจะเป็นเพราะเราเล่นละครเรื่องที่สองหลังจากเล่นเรื่อง เพื่อเธอ ไปแล้วพอเรื่องที่สอง อยากหยุดตะวันไว้ที่ปลายฟ้า ของพี่บอย เราเล่นรับบทเป็นเจ้าหญิงแล้วตอนนั้นยังไม่ค่อยมีละครเกี่ยวกับเจ้าหญิงมากก็เลยเรียกกันว่าเจ้าหญิงๆด้วยหรือเปล่า เพราะว่าสื่อเป็นคนตั้งขึ้นมาให้รู้สึกเป็นเกียรติมาก แต่เราก็รู้สึกว่าเราก็แค่คนธรรมดา แต่ก็กดดันนะคะ แต่พอสักพักใหญ่ๆจนมีเรื่องราวต่างๆเข้ามา เราก็กดดันนะเพราะในชีวิตจริงๆเราไม่ใช่เจ้าหญิง เราเป็นคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งที่มีรัก โลภ โกรธ หลง ผิดถูกต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้

มีหนุ่มๆมาจีบเยอะไหม

แหม่ม : ต้องบอกเลยนะคะ พี่ฉอด คือน้อยมากๆเพราะในหนึ่งสัปดาห์เราเรียน 5-6 วัน เราต้องลงหน่วยกิตให้มันอัดแน่น ให้อยู่ 3 วันนี้เพื่อที่อีก 4 วันจะไปถ่ายละครเพราะฉะนั้นเรียนกับทำงานเราค่อยข้างหนักแล้วเราเลยไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ แล้วก็ไม่ค่อนเห็นมีใครเข้ามาหรือหน้าเราคว่ำก็ไม่รู้ ผู้ชายเข้าหาเราน้อยมากอย่าง ABAC แหม่มก็เจอกับ หนุ่ม ศรราม ตอนนั้นเขาก็ดังกว่าเรามาก

ช่วงนั้นเป็นแฟนกับ พี่แท่ง หรือเปล่า

แหม่ม : อุ๊ย !!!! เป็นคำถามที่หลายๆคนถามเนอะสนิทกันมากค่ะ เพราะเล่นละครด้วยกัน อย่างที่บอกค่ะชีวิตเราอยู่ที่กองถ่ายกับมหาวิทยาลัยเท่านั้นแล้วก็อยู่กับแม่ พี่แท่ง เป็นเหมือนรุ่นพี่ที่เราไปร่วมเล่นกับเขาและเขาดังกว่าเรามากแล้วด้วยความที่เราใหม่มา เขาก็เลยพยายามที่จะ ทำลายกำแพง (แต่ที่คนอินกันเยอะมากเพราะเราเป็นคู่ขวัญคนเลยอินทั้งนอกจอในจอเลย) สมมติมายืนคู่กันถ่ยรูปปุ๊บ ก็จะมีเสียงกรี๊ดกดังเข้าไปอีก ที่เขาเรียกว่า คู่จิ้นๆที่ทุกคนยังคงมองเราตลอดเวลาว่าเคมีของเราคงเข้ากันได้ดี ล่าสุดก็เพิ่งกลับมาเจอกันมีเล่นเรื่องหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ยังเจอกันสวัสดี ทักทายกันเหมือนเดิมค่ะ

คนก็ยังมองว่าเพราะพี่แท่ง อกหักจากเราจนทุกวันนี้ยังไม่ยอมมีใครสักคนเลย ในขณะที่แบบว่าแหม่ม เป็นคุณแม่ลูกสามไปแล้ว

แหม่ม : ไม่ อันนั้นเจ้าชายกลัวฝน ตัวจริง จนกระทั่งเจอพี่กบ กับ มอส แล้วก็คุยกันไปกันมาเขาก็บอกมาว่าตาคนนั้นหาคนอยู่ด้วยยาก เป็นเจ้าชายที่กลัวฝนค่ะ

ครั้งแรกที่เจอกับ คุณสงกรานต์ เจอกันยังไงที่ไหน

แหม่ม :  เป็นการนัดให้เราเจอกันของเพื่อนๆค่ะ เพื่อนเป็นคนนัดให้ซึ่งวันนั้นเพื่อนๆก็อยู่ด้วยพอเราไปถึงร้านที่เพื่อนๆนัดไว้เปิดประตูเข้าไปเขาก็ลุกขึ้นยื่นให้เรา (เราก็แอบคิดเหมือนที่พ่อทำให้แม่เลย) ก็รู้สึกประทับใจเบาๆแต่ยังไม่ได้ชอบหรือปิ๊งเลยนะคะ ในตอนนั้นเพื่อนๆก็คงพยายามที่จะเซตให้เขานั่งตรงที่พอเวลาเราเดินมาถึงเขาต้องลุกขึ้นมาแล้วก็นั่งใกล้กัน (แต่มีเคสที่เราเจอเขาก่อนหน้านั้นอีกค่ะ แต่เราจำเขาไม่ได้คือ ตอนนั้นไปเจอกันที่โปโล ที่ออกกำลังแล้วแหม่มก็นั่งอยู่กับพี่ไก่ แล้วบี่บี๋ เดินมาสวัสดีครับพี่ไก่ แล้วคือตอนนั้นเรากำลังคุยเรื่องทริปไปดำน้ำกันอยู่แล้วพี่ไก่ เขาก็แนะนำว่านี่ แหม่ม นะ แหม่ม นี่ บี่บี๋ นะช่วงนั้นเราก็มนุษย์สัมพันธ์ดีเราก็ชวนเขาไปดำน้ำไหมค่ะ ซึ่งเรื่องนี้คุณบี่บี๋เขามาเล่าให้เราฟังทีหลังเขาเจอเราก่อนแล้วเรายังชวนเขาไปดำน้ำเลย) ตอนที่มาเจอเขาอีกครั้งหนึ่งตอนนั้นคือ ถามว่าเขาสเปกไหมคือตอนนั้นเราก็อายุ 32 แล้ว ไม่ใช่แบบ 22 เพิ่งเรียนจบ เราก็ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาประมาณหนึ่งแล้ว ความรู้สึกไม่ได้เหมือนแบบหนุ่มๆสาวๆเพิ่งเจอกัน

แต่เห็นว่า บี่บี๋ เขาประทับใจตั้งแต่ตอนที่เจอกันที่โปโลคลับแล้ว

แหม่ม : เราไม่รู้เลยค่ะเพราะเมื่อก่อนเราหน้าคว่ำมากไม่รู้ว่าหน้าเป็นอาวุธหรือเปล่าคนเลยไม่ค่อยเขามาหาเรามาก พูดตรงนี้เลยมีคนพูดด้วยว่าเราหยิ่ง (ตอนนั้น บี่บี๋ เขาเหมือนคุ้นๆว่าเราเป็นคนในวงการแต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กเรียนเมืองนอกมาตั้งแต่เด็กไม่ค่อยได้ดูทีวีดูละครไทยเท่าไหร่

เพราะมุมนี้หรือเปล่าที่ทำให้แหม่ม รู้สึกดีเพราะเขาไม่ได้เขามาหาเราเพราะว่าเราเป็นคนในวงการ

แหม่ม : จริงค่ะพี่ฉอด คือเขาก็เข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจแบบว่าสนใจผู้หญิงคนนี้ แต่ไม่ได้สนใจว่ามีชื่อเสียงหรือว่าอะไรแล้วเราชอบที่เขาค่อยๆเขามาเรียบร้อย ไม่ได้จู่โจมเราเข้ามา ความสัมพันธ์ก็เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเพราะแลกเบอร์ แล้วก็ส่งข้อความหากันประมาณหนึ่งก่อนแล้วก็ค่อยนัดออกมาเจอกันแล้วก็คุย (นานไหมที่กว่าจะเป็นแฟน พี่ฉอดเชื่อไหมว่าไม่เคยนัดแนะสรุปวันนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ ไม่มีวันครบรอบ เพราะเราเป็นคนไม่ชอบเซอร์ไพรส์ แต่ในตัวของเขาคือมีความโรแมนติกอยู่แล้วในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาแบบวันเกิดเราเขาก็จะทำกับข้าวให้ทาน ลูกๆก็จะแซวว่าวันเกิดแม่ๆไม่พาไปไหนเหรอ เขาก็บอกว่านี่ไงวันเกิดทำกับข้าวอร่อยๆให้กิน

แล้วที่บอกว่าไม่มีการขอเป็นแฟน แล้วมาคบกันตอนไหนยังไง

แหม่ม : เรามาคบกันตอนโตด้วยหมายความว่าอายุ 32 มีอะไรเราก็พูดกันตรงๆเราไม่ได้มีการแอบซ่อนว่าเราคบกันนะ ถามว่าพูดกันตรงๆตอนนั้นเราก็เป็นห่วงเขามากกว่าเนื่องจากเขาไม่ใช่คนในวงการ แล้วเขาไม่ค่อยเป็นคนสาธราณะอยู่แล้วบวกกับเป็นคนเรียบๆเงียบๆเวลาไปไหนเขาค่อนข้างอึดอัด เราก็เลยไม่ได้หวือหวาไปในที่ที่มีคนเยอะๆไม่ได้ปิด แต่ก็ไม่ได้เปิดมันเป็นช่วงแรกๆของยุคการมีปาปารัสซี่ การมีหนังสือบันเทิงหลากหลายมากมาย จากคนที่เก็บตัวเงียบๆแล้วมาบวกกับสภาพสังคมที่เกิดขึ้นแบบนี้ตอนนั้นเป็นปัญหาเลยค่ะ เราค่อนข้างคุยกันเยอะเพราะเราทั้งคู่ต่างไม่เข้าใจกันแต่แล้วสุดท้ายก็ก้าวข้ามมันได้

มีอาการหึงหวงกันบ้างไหม

แหม่ม : ไม่เชิงว่าหวงค่ะ แต่เขาจะห่วงมากกว่า กลับบ้านกลับกี่โมง ถึงบ้านหรือยังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขามากเราไปถ่ายละครกลับก็เหนื่อยแล้ว เรารายงานแม่ พอเราอาบน้ำเสร็จเราก็นอนแล้วเขาก็คงวรอว่าเรากลับบ้านมาหรือยังพอตื่นเช้ามาข้อความมหาศาลเลย เขาก็บอกว่าเราอาจจะไม่รู้สึกอะไรเราแค่ห่วง

 อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาคนนี้คือ คนที่เราจะใช้ชีวิตจากนี้ด้วยตลอดไป

แหม่ม : ข้อที่หนึ่งที่บอกไปแล้วนะคะ คือความเป็นสุภาพบุรุษอันนี้สำคัญมากมันค่อนข้างครอบคลุมหมดเลย เขาให้เกียรติเรา เขาให้เกียรติครอบครัวเราเขาไม่เอาเราไปพูดที่ไหนแม้แต่ในกลุ่มเพื่อน เสมอต้นเสมอปลายตลอด และเรามีข้อตกลงกันว่าถ้าเราทะเลาะกันจะทะเลาะกันไม่เกิน 1 วัน พื้นฐานคือเราทั้งคู่รักกัน และยิ่งพอเรามีลูกคืออารมณ์ของเราเย็นลงมาก แต่เขากลับกลายเป็นคนที่โมโหเร็วกว่าเพราะว่าเขาทำงานเป็นคนคิดเร็ว คิดไปข้างหน้าแต่พอมีลูกดีขึ้นเยอะค่ะ และเป็นคนที่ไม่เจ้าชู้เลยเป็นคนรักครอบครัวมากซึ่งอันนี้เรารู้สึกว่าเราโชคดีที่ได้ผู้ชายคนนี้มาเป็นคู่ชีวิต

แต่วันนี้ครอบครัว กระจ่างเนตร เป็นครอบครัวที่ต้องบอกว่ามีความรักที่แข็งแรงแล้วก็ดูแบบว่าภาพในอินสตราแกรมเป็นครอบครัวที่ดูรักและมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันเยอะแยะมากมาย

แหม่ม : ชอบทำอะไรด้วยกันเพราะเรารู้สึกว่าไม่รู้วันหนึ่งวันใดที่ลูกโตเป็นหนุ่มแล้ว เขาจะไปเล่นกับเพื่อนไปอยู่กับเพื่อนเราเลยพยายามกอบโกยเวลาที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด

ตอนนี้เป็นคุณแม่ลูกสามแล้ว ตอนนี้คือ ลูกคนโตเป็นหนุ่มแล้วด้วย

แหม่ม : น้องแมค ตอนนี้อายุ 15 แล้วค่ะ น้องคิน น้องเนซซี่ พอเขาโตขึ้นตอนนี้เราก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะมีสาวๆเข้ามาชอบ เราถูกใจไม่ถูกใจนะคะ

มีใครที่มีทีท่าจะเข้าวงการบ้างไหมค่ะ

แหม่ม : ดูท่าทางคือ ยังไม่มีนะคะ พี่ฉอด แต่ว่าดูแล้ว แมค น่าจะเป็นคนที่มีแววที่สุดค่ะเพราะเขาเป็นคนขี้เล่นแบบ พี่   วิลลี่ เขาก็จะบอกว่าแม่ๆหล่อไหม ทรงผมนี้เป็นยังไงบ้าง แต่พอเขาเจอคนเยอะๆเขาก็จะเป็นอีกแบบเลยนะคะ

 แต่ลูกๆห่วงคุณแม่มาก

แหม่ม : แมค มีหวงแม่แบบว่าถ้าเขาเห็นว่าค่ำแล้วแม่ยังไม่กลับก็จะโทรหา ทักหาเรา แต่ตอนนี้ แมค ได้ส่งต่อสิ่งนี้ไปสู่ น้องคิน ล่ะที่จะเป็นคนมาตามเราเขาโทรหาเราเยอะมากบางทีเราทำงานอยู่เราก็จะบอกเขาว่าคินๆ แค่นี้ก่อนนะเพราะทุกคนในกองรออยู่เขาก็จะบอกว่าไม่ได้ๆคุณแม่จะเสร็จกี่โมง (เราก็ไม่สามารถบอกเขาได้เป๊ะๆว่าจะเสร็จกี่โมงเพราะเวลาคนทำงานในวงการบันเทิงเราก็บอกไปว่าประมาณเขาก็จะถามว่าประมาณเท่าไหร่กี่นาที) แล้วก็มีถึงขั้นว่าเราไปถ่ายในป่าเขาก็หวงเราว่าเราเปลี่ยนเสื้อตรงไหน เราก็บอกว่าเขามีเต็นท์ให้เปลี่ยนมีใครเห็นแม่ๆไหม แล้วบางครั้งคือต้องถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ คิน ดูว่าวันนั้นใส่แบบไหนที่ถ่ายละคร แต่ก็ชื่นใจอีกแบบ แต่ลูกสาวคนเล็กเท่าที่เราสังเกตคือเขามีความเหมือนเรามาก สำหรับเนซซี่ จะเป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้นักเลงๆนิดนึง เพราะคุณยายจะเรียกเขาว่า ดาวเรือง เพราะเมื่อก่อนจะมีละครเรื่อง ดาวเรือง แล้วนางเอกจะแก่นๆเถียงคน สู้คนคุณย่าจะคือ เวียนหัวกับ เนซซี่ มากจนคุณยายพูดว่าแม่เธอตอนเด็กๆเขาเรียบร้อยมากเลยนะ เขาไม่เป็นแก่นเหมือนเราหรอก

แต่ลูกๆดูเหมือนไม่เข้าใจความดังของคุณแม่เท่าไหร่

แหม่ม : เขาก็งงค่ะ พี่ฉอด อย่างตอนแมค 7-8 ขวบ มีคนเจอแล้วยิ้มให้เข้ามาขอถ่ายรูป เขาก็จะแบบแม่ๆทำไมเขารู้จักแม่ๆเราก็อธิบายให้เขาฟังว่าเขาคงรู้จักจากที่แม่ออกทีวี ออกรายการบ้าง

ที่มีลูกเยอะเพราะกลัวลูกเหงาเพราะตัวเองมีแค่พี่ชายคนเดียว

แหม่ม : ใช่ค่ะ เพราะเราชอบอยากมีลูกเยอะๆความที่เรามีพี่น้องแค่สองคน พอพี่วิลลี่ ไม่อยู่เหงามาก พอแม่ดุไม่มีพวกเราก็ไม่รู้ว่าจะหันไปหาใคร แต่ตอนนี้เรามีลูกสามคนเราทำความเข้าใจเลยว่าถึงเราเลี้ยงเหมือนกันแต่นิสัยที่โดยกำเนิดแต่ไม่เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันอะไรเยอะนะคะ เพราะบางคนอาจจะได้เราไป แต่อีกคนก็ได้จากคุณพ่อเขาไป

วันนี้คุณแม่คนสวยมานั่งอยู่ตรงนี้แล้วอยากจะบอกอะไรกับลูกๆทั้งสามคนที่เป็นหัวใจของคุณแม่บ้าง เพราะถึงวันนี้  คุรแม่กล้าที่จะพูดว่าแม่มีชีวิตอยู่เพื่อลูก

แหม่ม ก็จริงอย่างที่ พี่ฉอด พี่อ้อย พี่อั๋น พูดนะคะว่าแน่นอนคนเป็นแม่ทำทุกอย่างเพื่อลูกอยู่แล้วอยากจะให้ลูกทั้งสามคนที่ดูอยู่นะคะ อย่าลืมสิ่งที่พ่อและแม่สอนเราจะต้องเป็นคนดีอย่างไร ดูแลระมัดระวังอะไร เป็นพี่น้องต้องรักกัน พี่ต้องดูแลน้อง น้องต้องเชื่อฟังพี่ เกิดวันใดวันหนึ่งแม่ๆกับพ่อไม่อยู่แล้วเราก็ต้องดูแลกันเองแล้วก็รักใครกันมากๆและที่สำคัญที่สุดเราต้องเป็นคนดีค่ะ (น้ำตาคลอ) แม่ๆรัก แมค คิน เนซซี่ ที่สุดจะร้องไห้

ทุกวันนี้พูดได้เลยว่าชีวิตของ แหม่ม คัทลียา  อยู่เพื่อลูก

แหม่ม : แหม่ม ว่าแม่ทุกคนนะคะ ลูกต้องมาที่หนึ่งโดยอัตโนมัติ โดยสัญชาตญาณแต่เชื่อไหมว่าเราไม่เคนเห็นเวอร์ชั่นตัวเองนี้เลย แต่ว่าถามว่าชอบเด็กไหมชอบเด็กมาก ชอบเล่นกับเด็ก แต่เราไม่ได้นึกว่าจะแต่งงานเป็นคุณแม่แต่ภาพที่ไกลมาก แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าเราไม่อยากแต่งงานแต่เป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนไหมก็มีเหมือนกัน .. คนนี้ยังไม่น่าจะใช่

ในความเป็นแม่ที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก แล้วในความภรรยาเป็นภรรยาสไตล์ไหน

แหม่ม : เราก็ไม่ได้มีภาพว่าเรามีสามีเราต้องเป็นสไตล์นั้น สไตล์นี้อยู่ในหัวแต่พอมีสามีเราก็ค่อนข้างปรับเข้าหากันค่อนข้างมากโดยอัตโนมัติน่าจะเป็นทุกบ้าน ซึ่งแหม่ม รู้สึกว่าอะไรยอมได้เราก็ยอมเราก็ให้เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวจริงๆเราก็ไม่ไปข่ม ไม่ไปทับลาย หรือมีอะไรที่ต้องตัดสินใจเราก็ให้เขาเป็นคนตัดสินเพราะเราไว้ใจในการตัดสินใจของเขา

อะไรคือ สิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำให้เราปรับตัวเป็นภรรยาจากความโสดในวันนั้นเปลี่ยนมาเป็นภรรยาเป็น แหม่ม คัทลียา กระจ่างเนตร

แหม่ม : มีลูกค่ะ พอเรามีลูกเราก็ต้องปรับ ทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวนี้ไปได้ดีที่สุด ทุกข์ให้น้อยที่สุด ปัญหาให้น้อยที่สุดเพราะว่าเราทำเพื่อลูก แต่ถ้าถามว่าทำไมเป็นผู้ชายคนนี้เพราะเขามีความใกล้เคียงคุณพ่อเราที่สุดเราเป็นคนที่ช่างจู้จี้เหมือนกัน เรื่องเยอะ ยอมรับเลย ที่ต้องเป็นผู้ชายคนนี้เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษอันนี้สำคัญมาก

ผ่านอะไรต่อมิอะไรมากมาย 30 ปีในเส้นทางของวงการบันเทิงที่เราให้ความสุขกับคนอื่น ซึ่งแน่นอนคนที่ให้ความสุขกับคนได้เราต้องหัวเราะทุกวันเนอะเราต้องผ่านเรื่องราวที่มีทั้งเจ็บที่สุด เหนื่อยที่สุดและมีความสุขที่สุดมาแล้ว ไหนๆมานั่งอยู่ในรายการ CLUB FRIDAY SHOW เรามักเรียนรู้วิธีคิดจากชีวิตของหลายๆคนอะไรในชีวิตที่ผ่านมาแล้วอยากจะแบ่งปัน แล้วรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นวิธีคิดและเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นบ้างในการรับมือสิ่งที่เกิดขึ้น

แหม่ม สำคัญที่สุดเลยนะคะ แหม่ม ว่าคือการมีครอบครัวที่อบอุ่นสำคัญมากของแหม่ม ไม่ว่าจะไปเจออะไรมาหนักหนา สาหัส ขาดความรัก ขาดความเข้าใจตรงไหน พอเราหันมาหาครอบครัวจะซัพพอร์ตเราเสมอไม่ว่าจะเป็นก่อนที่เราจะมีครอบครัวก็คือ คุณพ่อคุณแม่หรือพี่วิลลี่ แหม่ม โชคดีที่มีครอบครัวที่ดีและเข้าใจสำคัญคือเราต้องพูดกันให้มากขึ้นความรัก ความผูกพัน จิตใจที่ใสสะอาดและการมองโลกในแง่ดี ในแง่บวกการมีความหวังมีกำลังใจมันจะเป็นพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ชีวิตเราก้าวไปได้อย่างมั่นคงและแข็งแรง ต่อจะมีอุปสรรคอะไรก็แล้วแต่นะคะ อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนว่าทุกคนเกิดมาเท่ากันเพียงแต่ว่าตั้งสติให้ดีหากำลังใจจากคนรอบข้าง จากคนที่เขารักเรา เพราะฉะนั้นมองโลกในง่ดี คิดบวกเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงค่ะ เป็นกำลังใจให้ และอีกอย่างสำหรับตัวแหม่มเลยคือต้องขอบคุณ ครม. ที่รักและ   ซัพพอร์ตให้กำลังใจแหม่ม มาตลอด ขอบคุณแฟนๆทุกคนที่ติดตามผลงาน แหม่ม มาตลอดแล้วก็ที่ (น้ำตาไหล) พูดมาเสมอว่าถ้าไม่มีคนเหล่านี้ ก็คงไม่มีแหม่มวันนี้ ก็ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้มาโดยมาตลอด และดูแลหัวใจแหม่ม พูดเสมอคนเหล่านี้คือลมใต้ปีก แหม่ม มาตลอดขอบคุณค่ะ (ยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมน้ำตา)

‘MT13 เมย์ ณัฐพัชร’ คว้ามงกุฎ ‘นางสาวไทย ประจำปี 2563’ เป็นนางสาวไทย คนที่ 52 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘MT13 เมย์ ณัฐพัชร’คว้ามงกุฎ ‘นางสาวไทย ประจำปี 2563’ เป็นนางสาวไทย คนที่ 52 (naewna.com)

'MT13 เมย์ ณัฐพัชร'คว้ามงกุฎ 'นางสาวไทย ประจำปี 2563' เป็นนางสาวไทย คนที่ 52

‘MT13 เมย์ ณัฐพัชร’คว้ามงกุฎ ‘นางสาวไทย ประจำปี 2563’ เป็นนางสาวไทย คนที่ 52

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.51 น.

ปิดฉากลงอย่างสวยงามสำหรับการประกวดนางสาวไทยประจำปี 2563  เมื่อผู้เข้าประกวดหมายเลข MT13 ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์ หรือ เมย์ สาวงามจาก จ.นครปฐม คว้าตำแหน่ง “นางสาวไทย ประจำปี 2563” เป็นนางสาวไทยคนที่ 52 ทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ทูตวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเรียกว่า คว้ารางวัลมาแบบไม่พลิกโผ ม้วนเดียวจบ โดยระหว่างทำกิจกรรมเก็บตัวกับกองประกวด เธอก็คว้ารางวัลพิเศษอีก 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลขวัญใจเชียงใหม่  ,รางวัล Miss Popular 2020 BY Central Pattana และรางวัล Miss NATURAL FACIAL SKIN BY KAELYN สำหรับรองนางสาวไทยอันดับที่ 1 ได้แก่ MT19 ณิษฐกาณต์ อักษรวรรณ (นิต้า)รองอันดับ 2 ได้แก่ MT11 สุพรรณิการ์ นพรัตน์ (หยก) รองอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข MT30 กมลพร ทองพล (กิ๊ฟ)และตำแหน่งรองอันดับ 4 ได้แก่ MT05 ปทิตตา สันติวิชช์ (แพรว)

‘เล้ง ศรันยกันย์’ ปล่อย ‘ผู้ต้องสงสาร’ กระชากอารมณ์ส่งท้ายปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เล้ง ศรันยกันย์’ ปล่อย ‘ผู้ต้องสงสาร’ กระชากอารมณ์ส่งท้ายปี (naewna.com)

‘เล้ง ศรันยกันย์’ ปล่อย ‘ผู้ต้องสงสาร’  กระชากอารมณ์ส่งท้ายปี

‘เล้ง ศรันยกันย์’ ปล่อย ‘ผู้ต้องสงสาร’ กระชากอารมณ์ส่งท้ายปี

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นสาวน้อยเสียงคุณภาพสำหรับ “เล้ง ศรันยกันย์” ที่ร้องเพลงอะไรก็เข้าถึงอารมณ์และไพเราะไปหมดทุกเพลงวันนี้มีผลงานใหม่ล่าสุดส่งท้ายปีให้แฟนๆ ได้ติดตามกับเพลง “ผู้ต้องสงสาร” ซึ่งเพลงนี้ได้ครู “จอร์น ขวัญชัย”มาแต่งให้อีกทั้งยังได้ “ธงชัย ถาวรโชติ” เป็นผู้เรียบเรียงเพลงนี้และความพิเศษอีกอย่างอยู่ที่ตัวมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ คือการใช้กล้อง Robot ถ้าแฟนๆ อยากรู้ว่าพิเศษยังไงก็สามารถติดตามได้ในมิวสิกวีดีโอที่เพิ่งปล่อยไปได้เลย “เล้ง”เล่าว่า

“ตอนนี้น้องเล้งมีเพลงใหม่ล่าสุด เพลง “ผู้ต้องสงสาร” เพลงนี้ชอบตั้งแต่ได้เห็นเนื้อเพลงเลยค่ะเนื้อหากินใจมาก อยากให้แฟนๆได้ฟังและได้ชมเอ็มวีเพลงนี้ และจะได้เห็นลุคใหม่ของน้องเล้ง เรียกได้ว่าจัดเต็มเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมก็เขินๆ นิดๆ แต่ก็ชอบมากค่ะ ชอบไม่ชอบยังไงติชมมาได้นะคะ ยังไงน้องเล้งขอฝากเพลง “ผู้ต้องสงสาร” เพลงนี้ไว้ด้วย เชื่อว่าน่าจะตรงกับชีวิตของใครหลายๆ คนค่ะเพราะขนาดร้องเองยังอินมาก จนร้องเกือบไม่ไหวค่ะ ฝากรับชมได้ที่ช่องยูทูบ Grammy Gold Officialด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

ช่อง 3 ส่ง ‘มิ้นท์ นวินดา-แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ โชว์เสียงเพราะ!! ในคอนเสิร์ต 25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563 แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ช่อง 3 ส่ง ‘มิ้นท์ นวินดา-แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ โชว์เสียงเพราะ!! ในคอนเสิร์ต 25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563 แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน (naewna.com)

ช่อง 3 ส่ง ‘มิ้นท์ นวินดา-แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ โชว์เสียงเพราะ!!  ในคอนเสิร์ต 25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563 แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน

ช่อง 3 ส่ง ‘มิ้นท์ นวินดา-แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ โชว์เสียงเพราะ!! ในคอนเสิร์ต 25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563 แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นำสองนักแสดงสาวสุดสวย “มิ้นท์-นวินดา”และ “แจ็คกี้ ชาเคอลีน” เข้าร่วมงาน คอนเสิร์ต 25 ปี “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563” ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”ณ สตูดิโอบ้านริกโดย ด้าน “แจ็คกี้ ชาเคอลีน” ได้เผยความรู้สึกว่า

“รู้สึกดีใจที่ได้เป็นตัวแทนของช่อง 3 มาทำกิจกรรมดีๆ ซึ่งวันนี้เราก็ได้มาร้องเพลง บรรเลงให้ทุกคนได้ฟังกันผ่านไลฟ์ WWW.เพื่อนพึ่งพา.COM ค่ะ วันนี้เรามาส่งกำลังใจให้กับพี่ๆมูลนิธิ ทั้งพี่ๆ อาสาทั้งหลายที่กำลังทำงานหนักอยู่เราก็มาร้องเพลงเล็กๆ น้อยๆ เป็นกำลังใจให้พี่ๆ เพราะเขาก็เหนื่อยกันเยอะมาก นอกจากนี้ยังสามารถร่วมบริจาคเงินกันเข้ามาได้ ทางWWW.เพื่อนพึ่งพา.COM สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ค่ะ และเราจะนำเงินส่วนนี้ไปช่วยในส่วนของน้ำท่วมที่นครศรีธรรมราช และก็ภาคใต้อีกหลายๆ จังหวัดที่ตอนนี้กำลังประสบอุทกภัยกันอยู่ เพื่อช่วยในการฟื้นฟูต่างๆ”ส่วนสาว “มิ้นท์-นวินดา” เผยว่า “นอกจากทุกคนจะชมไลฟ์สดแล้วก็ยังสามารถร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากมูลนิธิ ได้ด้วยใน WWW.เพื่อนพึ่งพา.COM ค่ะ ปกติก็มีบ้างที่ได้ออกงานร้องเพลงนะคะแต่ครั้งนี้ก็ถือว่าตื่นเต้นมากค่ะ เพราะได้ร้องเพลงส่งเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆ อาสาทุกคน ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวภาคใต้ทุกคนนะคะ อยากให้ทุกคนสู้ๆค่ะ และเป็นกำลังใจให้พี่จิตอาสาทุกท่านที่ตอนนี้ก็คงเหนื่อยมากๆ พวกเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ”สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ทาง WWW.เพื่อนพึ่งพา.COM และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมกับเหล่าดาราช่อง 3 ได้ทางช่อง 3 กด 33

‘ตู่-ปิยวดี’ เปิดคอลเลคชั่นใหม่ ‘Dimension by CDG’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ตู่-ปิยวดี’ เปิดคอลเลคชั่นใหม่ ‘Dimension by CDG’ (naewna.com)

‘ตู่-ปิยวดี’ เปิดคอลเลคชั่นใหม่ ‘Dimension by CDG’

‘ตู่-ปิยวดี’ เปิดคอลเลคชั่นใหม่ ‘Dimension by CDG’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เตรียมพร้อมเริ่มต้นปี 2564 รับความพิเศษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย กับการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ของ Collection แรก ที่เหล่าบรรดาสายมู สายจุ้ย ห้ามพลาด! กับแบรนด์ DIMENSION by CDG โดยผู้บริหาร “ตู่-ปิยวดี
มาลีนนท์, อ๋อง-ธัชธร
สุธัญญวินิจ, จอย-รินทร์ลภัส
ภูวรัฐวราธรณ์, เบนซ์-ธันยาภรณ์
เปี่ยมวิริยะกุล, ก้อง-อรรฆรัตน์
นิติพน และ อี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา” ที่ออกมานำเสนอเครื่องประดับมุมมองใหม่ผ่านอัญมณี สัมผัสกับมหัศจรรย์หมายเลข 8 สัญลักษณ์แห่งความไม่สิ้นสุด ด้วยการผสานการทำงานกับ ซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร กับ แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำ CHATEAU DES GEMS ภายใต้แบรนด์ใหม่ DIMENSION by CDG
คอลเลคชั่นมหัศจรรย์หมายเลข 8 สุดพิเศษนี้ จะเป็นคอลเลคชั่นสุดพิเศษในปี 2564 ที่ออกแบบสุดพิเศษจากช่างฝีมือจาก CDG โดยในงานเปิดตัวแบรนด์และคอลเลคชั่นใหม่นี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก Torr Boutique โดย ต่อ ดร.วิราวรรณ ศรีสมบูรณานนท์ แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำที่จัดแฟชั่นโชว์ระดับแนวหน้า มานำเสนอ
เครื่องประดับคอลเลคชั่น
มหัศจรรย์หมายเลข 8 จาก
Dimension by CDG ในงานยังได้สองหนุ่มหล่อขวัญใจสายวาย
“คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา”
และ “คอปเตอร์-ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี” จาก ซีรี่ส์ “วัยรุ่น
วุ่นYรัก” ร่วมงานด้วย

‘บอดี้สแลม-ปาล์มมี่-คาราบาว’ นำทัพศิลปิน เตรียมระเบิดความมันส์ ‘MONO29 PATTAYA COUNTDOWN 2021’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘บอดี้สแลม-ปาล์มมี่-คาราบาว’ นำทัพศิลปิน เตรียมระเบิดความมันส์ ‘MONO29 PATTAYA COUNTDOWN 2021’ (naewna.com)

‘บอดี้สแลม-ปาล์มมี่-คาราบาว’ นำทัพศิลปิน  เตรียมระเบิดความมันส์ ‘MONO29 PATTAYA COUNTDOWN 2021’

‘บอดี้สแลม-ปาล์มมี่-คาราบาว’ นำทัพศิลปิน เตรียมระเบิดความมันส์ ‘MONO29 PATTAYA COUNTDOWN 2021’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นับถอยหลังเตรียมเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขกับการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในงาน “MONO29 PATTAYA COUNTDOWN 2021” (โมโน ทเวนตี้ไนน์ พัทยา เคานท์ดาวน์ 2021) โดยเจ้าภาพใหญ่ เมืองพัทยา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และ สถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 (โมโน ทเวนตี้ไนน์) ในเครือ โมโน เน็กซ์ เตรียมความพร้อมและความสนุกแบบจัดเต็มตลอดสามวัน ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2563 นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย) จังหวัดชลบุรี กับโปรดักชั่น แสง สี เสียง อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีทัพศิลปินสุดฮอตร่วมมอบความสุขอย่างต่อเนื่องตลอด 3 คืน ซึ่งชาวชลบุรีและประชาชนจังหวัดใกล้เคียงสามารถเข้าชมฟรี พร้อมสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

โดยงานนี้เริ่มเปิดเวทีความสนุกตั้งแต่คืนแรก! ใน วันที่ 29 ธันวาคม 2563 พบศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย นำทีมโดย Paradox(พาราด็อกซ์), Da Endorphine (ดา เอ็นโดรฟิน),อ๊อฟ-ปองศักดิ์, ปู่จ๋าน ลองไมค์, Monik & Wanyai (โมนิค & แว่นใหญ่) และ Cocktail(ค็อกเทล) ที่ต่างเตรียมความสนุกมามอบให้ท่ามกลางเวทีคอนเสิร์ตริมทะเล จากนั้นสนุกกันอย่างต่อเนื่องแบบนันสต็อปในคืนที่สอง วันที่ 30 ธันวาคม 2563 ด้วยกองทัพศิลปินนำทีมโดย ศิลปิน Bodyslam (บอดี้สแลม), Palmy (ปาล์มมี่), Slot Machine (สล็อต แมชชีน), หนุ่ม กะลา, URBOY TJ (ยัวร์บอย ทีเจ) และ โอ๊ต-ปราโมทย์ ซึ่งวันนี้ความันส์จัดเต็มกว่าเดิมแน่ๆ เวทีอาจลุกเป็นไฟได้ จากนั้นในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 พบศิลปิน คาราบาว, The Sun (เดอะ ซัน), ป้าง นครินทร์, Lomosonic (โลโมโซนิก), Peet Peera& Angie (พีธ พีระ & แองจี้), Mild (มายด์), Lipta (ลิปตา) รับประกันมันส์แน่นอน อย่าพลาดมาร่วมเคานท์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่กับพลุตระการตานานกว่า 15 นาที ณ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย) จังหวัดชลบุรี