‘เพื่อไทย’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ ตอบคำถามจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ในภาวะที่แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ ตอบคำถามจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ในภาวะที่แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมแล้ว (komchadluek.net)

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ ตอบคำถามจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ในภาวะที่แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมแล้ว

'เพื่อไทย' จี้ 'บิ๊กตู่' ตอบคำถามจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ในภาวะที่แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมแล้ว

2 ธันวาคม 2563 – 16:47 น.

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ ตอบคำถามจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ในภาวะที่แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมแล้ว

2 ธ.ค.63  น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอดพ้นจากวิบากกรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่รอดพ้นวิกฤตความชอบธรรมและจริยธรรมทางการเมืองในสายตาประชาชนหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะอดีตหัวหน้า คสช. ไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง กรณี พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้

และครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งอาศัยในบ้านพักของทางราชการและยังได้รับสิทธิประโยชน์บางอย่าง ทั้งๆ ที่เกษียณอายุราชการมานานแล้ว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ความหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายและจริยธรรมทางการเมืองอย่างกว้างขวาง พล.อ.ประยุทธ์ รู้อยู่แก่ใจว่าการอาศัยบ้านพักของหลวง โดยได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มาโดยตลอด ไม่เสียค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพักอาศัยให้ทางราชการ ทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิใดๆ แล้ว เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ก็ยังสามารถอยู่รอดในตำแหน่งต่อได้อีกซึ่งก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของประชาชน

วันนี้ แม้ผลคำวินิจฉัย อาจไม่สามารถทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากอำนาจและเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ในทางกฎหมาย แต่ในมิติของจริยธรรมและความชอบธรรมทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ได้หมดสิ้นลงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้รับการจับตาจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียภาษี เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนภายใต้รัฐย่อมต้องการความเสมอภาคและเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย กฎหมายต้องเป็นหลักยึดและเครื่องคุ้มครองแก่ประชาชนโดยไม่มีการเลือกปฎิบัติ โดยเฉพาะกับการกระทำที่อาจเข้าข่ายรับประโยชน์ใดจากหน่วยงานราชการ อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือ ผลประโยชน์ทับซ้อน

ขณะที่ 6-7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหาผู้อื่นด้วยข้อหาทุจริตประพฤติมิชอบและผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ตลอดเวลา แต่กรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เองกลับไม่สามารถชี้แจงต่อสังคมให้เกิดความกระจ่างได้  แม้ คำตอบวันนี้จะจบไป พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถพ้นบ่วงของกฎหมายมาได้หลายครั้ง แต่คำถาม ข้อสงสัยและความคลางแคลงใจต่อความโปร่งใสของ พล.อ.ประยุทธ์ ในหมู่ประชาชนจะเพิ่มและดังขึ้นเป็นเงาตามตัว

วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ในภาวะที่แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมใดๆ อีกแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยให้สถานการณ์วิกฤติขณะนี้ดีขึ้นในภาพรวม แต่อาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาความไม่พอใจของพี่น้องประชาชน กระทั่งทำให้วิกฤติความขัดแย้งลุกลามไปจนไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลเสียหายต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

พรรคเพื่อไทย เคารพในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้เปิดเผยข้อมูลหลักฐานและติดตามตรวจสอบ กรณี พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยบ้านพักหลวง อย่างใกล้ชิดมาตลอด ในขณะที่ประชาชนคนไทยยังคงมีคำถามมากมายต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยยืนยัน จะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎร ในการเดินหน้าตรวจสอบในเรื่องอื่นๆนับจากนี้ อย่างเข้มข้น เพื่อให้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น ให้มีประสิทธิภาพที่สุดในฐานะตัวแทนประชาชน

ราษฎร 63​ จ่อยกระดับชุม​นุมหลัง​ “นายกฯ” พ้นผิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ราษฎร63​ จ่อยกระดับชุม​นุมหลัง​”นายกฯ” พ้นผิด (komchadluek.net)

ราษฎร63​ จ่อยกระดับชุม​นุมหลัง​”นายกฯ” พ้นผิด

ราษฎร63​ จ่อยกระดับชุม​นุมหลัง​"นายกฯ" พ้นผิด

2 ธันวาคม 2563 – 16:36 น.

หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำตัดสินวินิจฉัย​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี​ ไม่มีความผิด​กรณีการอาศัยอยู่บ้านหลวงในค่ายทหาร​ ทำให้กลุ่มมวลชนที่อยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวต่างไม่พอใจ​ ขณะที่ ไมค์-ภาณุพงศ์ โพสต์ เย็นนี้มาช่วยกันทุบศาลที่ 5 แยกลาดพร้าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำตัดสินวินิจฉัย​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี​ ไม่มีความผิด​กรณีการอาศัยอยู่บ้านหลวงในค่ายทหาร​  ทำให้กลุ่มมวลชนที่อยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวต่างไม่พอใจ​

โดยเเกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี​ ชินวัตร​ จันทร์กระจ่าง​ เปิดเผยว่า​ การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ​ เเสดงให้เห็นถึงความเสื่อมศรัทธา​ต่อประชาชน  เชื่อว่าความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด โดยเตรียมที่จะเคลื่อนไหวยกระดับการชุมนุม​ต่อไป​ เพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้อง3ข้อ​  

ขณะที่ท่าทีของแกนนำ​ เสื้อเเดงก้าวหน้า​ 2563​ ระบุว่า​ เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้​ว่า พล.​อ.ประยุทธ์​ พ้นความผิดเพราะจากที่ผ่านๆมา​ ก็มักจะเป็นเช่นนี้​ สำหรับกลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตยเเละอยู่ตรงข้าม​รัฐ​ ท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะยกระดับคอยสนับสนุนการต่อสู้ของกลุ่มราษฎร​จนกว่าข้อเรียกร้อง 3 ข้อจะบรรลุผล​ อย่างน้อย1ข้อ​ คือการเเก้ไขรัฐธรรมนูญ​ 

ราษฎร63​ จ่อยกระดับชุม​นุมหลัง​"นายกฯ" พ้นผิด

สำหรับแกนนำ​นายพริษฐ์​ ชีวารักษ์​ เพนกวิน​และ นายอานนท์​ นำภา​ ยังไม่มาถึงพื้นที่การชุมนุม​ เวลานี้ได้ตั้งเวทีใหญ่​ ห้าแยกลาดพร้าว​ โดยเเกนนำจะอ่านเเถลงการณ์​ต่อท่าทีคำตัดสินของศาล พร้อมกับการยกระดับการชุมนุม

ขณะที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำม็อบ  ได้โพสต์ข้อความว่า เย็นนี้มาช่วยกันทุบศาลที่ 5 แยกลาดพร้าว 

“ธนกร” ส่งกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม 5 จ.ใต้ ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือเต็มที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”ส่งกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม5 จ.ใต้ ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือเต็มที่ (komchadluek.net)

“ธนกร”ส่งกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม5 จ.ใต้ ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือเต็มที่

"ธนกร"ส่งกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม5 จ.ใต้ ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือเต็มที่

2 ธันวาคม 2563 – 13:54 น.

“ธนกร”ส่งกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม5 จ.ใต้ ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือเต็มที่ บ่นอุบสงสารประเทศเจอสารพัดปัญหา วอนถอยกันบ้างเพื่อประเทศ

2 ธ.ค.63   นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ว่า รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน 5 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งประกอบด้วย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา นราธิวาสและสุราษฎร์ธานี

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้ทุกหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่และเร่งด่วน ทั้งนี้ ตนขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยด้วย ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี และถ้าเป็นไปได้ขอให้พี่น้องติดตามข่าวสารการประกาศแจ้งเตือนต่างๆ อย่างใกล้ชิดด้วย

นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับในพื้นที่นครศรีธรรมราชนั้น เกิดน้ำท่วมหนักมาก ซึ่งตนได้สอบถามกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทราบว่า ที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ประเทศประสบปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19  น้ำท่วม อีกทั้งยังมีปัญหาการชุมนุมของคณะราษฏรอีก ตนจึงรู้สึกสงสารประเทศเป็นอย่างมาก วันนี้พี่น้องประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนอยากหนัก รัฐบาลก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปได้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายถอยกันบ้าง ประเทศบอบช้ำมามากแล้ว อยากให้เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนบ้าง เรื่องการเมือง เรื่องความต้องการของคนเพียงบางกลุ่มนั้นควรพักเอาไว้ก่อน ช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ของประเทศที่กำลังลำบากก่อนดีกว่าหรือไม่ อย่าลืมว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน ถ้าวันนี้ประเทศไปไม่รอด ทุกคนในประเทศก็อยู่ไม่ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น หันหน้ามาคุยกัน อย่าหวังเพียงแค่เอาชนะกันบนซากปรักหักพัง 

ศาล รธน. วินิจฉัย “พล.อ.ประยุทธ์” พ้นผิด พักบ้านหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาล รธน. วินิจฉัย” พล.อ.ประยุทธ์” พ้นผิด พักบ้านหลวง (komchadluek.net)

  ศาล รธน. วินิจฉัย” พล.อ.ประยุทธ์” พ้นผิด พักบ้านหลวง 

  ศาล รธน. วินิจฉัย" พล.อ.ประยุทธ์" พ้นผิด พักบ้านหลวง 

2 ธันวาคม 2563 – 13:14 น.

ด่วน ศาล รธน. วินิจฉัย พล.อ. ประยุทธ์ พ้นผิดพักบ้านหลวง  ได้นั่งนายกฯต่อ  

วันที่ 2 ธ.ค. 63  ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย คดีพักบ้านหลวง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จากกรณียังพักอาศัยในบ้านพักของข้าราชการทหารภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต แม้ว่าจะเกษียณอายุมาแล้ว 6 ปีก็ตาม

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นวินิจฉัยมีว่าความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ นับแต่เมื่อใด 
พล.อ.ประยุทธ์ เข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. เมื่อปี 2553  ตั้งอยู่เลขที่ 253/54 กรมทหารราบที่ 1 บ้านหลังนี้มีการปรับเปลี่ยนเป็นบ้านรับรองของกองทัพบก ในปี 2555 
ระเบียบการเข้าพักในบ้านพักทหาร เปิดให้อดีตผู้บังคับบัญชาที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและอดีต ผบ.ทบ.เข้าพักได้  บ้านพักรับรองของกองทัพบก มีระเบียบว่า ถ้าย้ายออกจากกองทัพ เกษียณอายุราชการ หรือกองทัพบกไม่อนุญาต ก็ไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้ แต่ระเบียบก็เปิดให้พิจารณาอนุญาตเป็นกรณีพิเศษได้ 
ผู้บัญชาการทหารบกชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้าพักที่บ้านพักรับรองได้ เพราะเป็น ผบ.ทบ. เมื่อเกษียณแล้วในปี 2557 ยังดำรงตำแแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงยังมีสิทธิ์พักอาศัย เพราะถือเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูง อดีต ผบ.ทบ. เคยทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ไม่ใช่การเข้าพักในสถานะนายกรัฐมนตรีเพียงสถานะเดียว ถ้าไม่ได้เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของกองทัพ แม้เป็นนายกฯ ก็เข้าพักไม่ได้ 
การเปลี่ยนแปลงบ้านพักทหาร เป็นบ้านพักรับรองในภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าพักแล้ว เป็นเรื่องที่กระทำได้  การสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ เป็นไปตามระเบียบ และเป็นการให้สิทธิ์แก่บุคคลที่เข้าเงื่อนไขและมีคุณสมบัติเข้าพัก ไม่ใช่สนับสนุนเป็นกรณีพิเศษสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น  ระเบียบทั้งหมด มีมาก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. และก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี  การจัดบ้านพักรับรองที่ปลอดภัยให้กับผู้นำประเทศและครอบครัว ถือเป็นประโยชน์ส่วนรวม ส่วนบ้านพิษณุโลกอยู่ระหว่างบำรุงรักษา ยังไม่พร้อมใช้  รัฐพึงจัดให้นายกรัฐมนตรีมีที่พักอย่างสมเกียรติ ฉะนั้นการให้กองทัพบกจัดที่พักให้ พร้อมสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม และกระทำได้ รวมทั้งกระทำมาก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 

ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากหน่วยราชการเป็นกรณีพิเศษแตกต่างจากบุคคลอื่น 

จึงวินิจฉัยว่า การกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เป็นกรณีถือประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศ ไม่เป็นการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยประการที่จะกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ และไม่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

ซึ่งส่งผลให้ พล.อ. ประยุทธ์ นั่งนายกฯ ต่อไป

  ศาล รธน. วินิจฉัย" พล.อ.ประยุทธ์" พ้นผิด พักบ้านหลวง 

  ศาล รธน. วินิจฉัย" พล.อ.ประยุทธ์" พ้นผิด พักบ้านหลวง 

ทั้งนี้ คดีพักบ้านหลวงดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 25-27 ก.พ. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้เปิดประเด็นกล่าวหา พล.อ. ประยุทธ์ ในระหว่างเปิดศึกซักฟอกรัฐบาลว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 ว่าด้วยการขัดกันของผลประโยชน์ เนื่องจากยังพักในบ้านพักทหารโดยไม่จ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งที่เกษียณอายุราชการจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ไปตั้งแต่ 1 ต.ค. 2557 ถือเป็นการรับประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐ และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ในลักษณะที่ร้ายแรง

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จนกระทั่ง ศาลรัฐธรรมนูญทำหนังสือแจ้งคู่ความว่ามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาล ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญ รับไต่สวนแล้ว เห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนดอ่านวินิจฉัยในวันนี้( 2 ธ.ค.63 )
ซึ่งคำวินิจฉัยที่ออกมาก็คือ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่มีความผิดและได้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

ติดว่าความ “อานนท์” ส่งทนายขอเลื่อนรับทราบข้อหา ม.112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ติดว่าความ “อานนท์” ส่งทนายขอเลื่อนรับทราบข้อหา ม.112 (komchadluek.net)

ติดว่าความ “อานนท์” ส่งทนายขอเลื่อนรับทราบข้อหา ม.112

ติดว่าความ "อานนท์" ส่งทนายขอเลื่อนรับทราบข้อหา ม.112

2 ธันวาคม 2563 – 12:35 น.

“ทนายอานนท์” ส่งตัวแทนขอเลื่อนรับทราบข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมฯ อ้างติดว่าความที่ศาลอาญา ขอเลื่อนเป็นวันที่ 14 ธ.ค.นี้

วันนี้ 2 ธ.ค. 2563 ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม และนายพงศ์สิทธิ์ นาเมืองรักษ์ ทีมงานทนายความศูนย์สิทธิเพื่อมนุษยชน ตัวแทนของนายอานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์ หนึ่งในแกนนำม็อบราษฎร ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งว่า

ติดว่าความ "อานนท์" ส่งทนายขอเลื่อนรับทราบข้อหา ม.112

นายอานนท์ ได้ขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) โดยระบุสาเหตุว่านายอานนท์ติดงานว่าความให้ลูกความที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก จึงขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนไป เป็นวันที่ 14 ธันวาคม เวลา 13.00 น.

ติดว่าความ "อานนท์" ส่งทนายขอเลื่อนรับทราบข้อหา ม.112

ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ ทนายความ กล่าวว่า ในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ เวลา 08.00 น. ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน พร้อมด้วย นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง จะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีขึ้นปราศรัยที่ท่าน้ำนนท์ด้วย

“พิชัย” จ้อ สื่อต่างประเทศ ไทยต้องผ่านยุคมืดนี้ไปให้ได้ ชี้ ประยุทธ์ผิดหรือรอดคดีบ้านพัก ก็เป็นปัญหา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิชัย” จ้อ สื่อต่างประเทศ ไทยต้องผ่านยุคมืดนี้ไปให้ได้ ชี้ ประยุทธ์ผิดหรือรอดคดีบ้านพัก ก็เป็นปัญหา (komchadluek.net)

“พิชัย” จ้อ สื่อต่างประเทศ ไทยต้องผ่านยุคมืดนี้ไปให้ได้ ชี้ ประยุทธ์ผิดหรือรอดคดีบ้านพัก ก็เป็นปัญหา

"พิชัย" จ้อ สื่อต่างประเทศ ไทยต้องผ่านยุคมืดนี้ไปให้ได้ ชี้ ประยุทธ์ผิดหรือรอดคดีบ้านพัก ก็เป็นปัญหา

2 ธันวาคม 2563 – 12:34 น.

“พิชัย” จ้อ สื่อต่างประเทศ ไทยต้องผ่านยุคมืดนี้ไปให้ได้ ชี้ ประยุทธ์ผิดหรือรอดคดีบ้านพัก ก็เป็นปัญหา แจง หญิงหน่อยลาจากพรรคเป็นสิทธิส่วนตัว แนะ ไทยต้องเร่งกลับมาเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวในงานเสวนา  “What next for Thailand’s parliamentary opposition?” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) ที่ตึกมณียาว่า ขอขอบคุณสื่อต่างประเทศทุกสำนักที่เสนอข่าวตามความเป็นจริงของประเทศไทย ทั้งนี้ประเทศไทยอยู่ในยุคมืดมาตั้งแต่เกิดการปฏิวัติในปี 2557 โดยเศรษฐกิจไทยได้ขยายตัวต่ำสุดมาตลอด นักลงทุนต่างประเทศขาดความมั่นใจ พอตนออกมาเตือนและวิจารณ์ปัญหาเศรษฐกิจก็ถูกเรียกปรับทัศนคติถึง 8 หน แต่ต่อมา กลับชวนให้ตนไปร่วมตั้งพรรคเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ พอตนปฏิเสธก็ถูกดำเนินคดีในคดีทฤษฎีกบต้ม

ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมที่ออกมาคือพวกที่จะพยายามจะโดดออกจากสภาวะกบต้ม และ ขอชื่นชมนักศึกษาและนักเรียนที่ออกมาชุมนุม ซึ่งจะไม่ทำให้ไทยถอยหลังเหมือนประเทศพม่าในอดีต และเชื่อว่าประเทศจะต้องก้าวพ้นยุคมืดนี้ และก้าวหน้าต่อไปได้ และนักศึกษาได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ในการชุมนุม ซึ่งจะพัฒนาต่อไปในความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาประเทศต่อไป 

ต่อมาได้เปิดให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้สอบถาม โดยได้มีสื่อต่างประเทศให้ความสนใจสอบถามหลายเรื่อง เช่นเรื่องคดีบ้านพักนายกที่จะตัดสินวันนี้ โดยนายพิชัยได้ตอบว่าคดีนี้ถ้าพลเอกประยุทธ์ถูกตัดสินผิดก็เป็นปัญหา อีกทั้งถ้ารอดไม่ถูกตัดสินว่าผิดก็จะยิ่งเป็นปัญหาเช่นกัน เพราะสังคมได้เห็นชัดแล้ว ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ผู้เปิดประเด็นเรื่องนี่ได้ชึ้ให้เห็นว่า พลเอกประยุทธ์เกษียณอายุราชการมานานแล้ว แต่ยังอยู่บ้านหลวง อีกทั้งบ้านพักดังกล่าวไม่ใช่บ้านพักชั่วคราวตามที่กล่าวอ้าง เพราะอยู่เป็นประจำ อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ยังเป็น รมว. กลาโหมด้วยยิ่งเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่รับผลประโยชน์เกินกว่า 3,000 บาท หนักกว่าคดีที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ โดนปลดมาแล้ว จากคดีทำอาหารออกทีวี ดังนั้นจึงต้องคอยดูว่าผลออกมาเป็นอย่างไร 

เรื่องการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งนายพิชัยได้ตอบเหมือนกับที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลักต่างประเทศ The Straits Times ว่า สถาบันมีความสำคัญกับประเทศไทยมาก พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ พรรคต้องมั่นใจว่าทุกภาคส่วนของสังคมจะยอมรับเรื่องนี้ ก่อนที่พรรคจะพูดถึงเรื่องนี้ อีกทั้งจะมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร) ขึ้นมาอยู่แล้ว ซึ่งสมาชิก สสร. จะต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และจะเป็นหน้าที่ของ สสร. นี้ ที่จะต้องนำเรื่องนี้ไปพิจารณา 

สำหรับคำถามเรื่องการลาออกของคุณหญิงสุดารัตน์ จากพรรคเพื่อไทย นายพิชัย กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ แต่ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเคารพในสิทธิ ซึ่งพรรคการเมืองขนาดใหญ่มีคนเข้าและคนออกเป็นประจำอยู่แล้ว ทั้งนี้ยังได้เปรียบเทียบ พรรคเพื่อไทยเหมือนต้นไม้ใหญ่ ตราบใดที่ต้นไม้ยังมีรากที่ดี   การผลัดใบย่อมเป็นวัฎจักร​ของต้นไม้ และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะแข็งแกร่งและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยหากมีการเลือกตั้งครั้งหน้า จะชิงคะแนนเสียงจากพรรค พปชร. มาได้มากอย่างแน่นอน ทั้งนี้ไม่ได้มีความขัดแย้งกับพรรคก้าวไกล แม้จะมีฐานเสียงเดียวกัน เพราะสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะทำให้มาตรฐานชีวิตของพวกเขาดีขึ้น 

ในคำถามเรื่องการปฏิรูปการศึกษานั้น นายพิชัยตอบว่า หากจำกันได้พรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายหนึ่งนักเรียนหนึ่งแทบเล็ต ที่คิดมากว่า 10 ปีที่แล้ว เพื่อต้องการปฏิรูปการศึกษา อีกทั้งเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิตอลที่ขยายตัวอย่างมากในปัจจุบันที่มหาเศรษฐีของโลกร่ำรวยมาจากธุรกิจดิจิตอลและเทคโนโลยีเกือบทั้งหมด เป็นวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทยที่คิดล่วงหน้า แต่มาถูกปฏิวัติและถูกยกเลิกนโยบายนี้ไปเสียก่อน มิเช่นนั้นคงมีเด็กไทยที่จะได้ร่ำรวยจากธุรกิจนี้อีกมาก และ รมว. ศึกษาคนปัจจุบันยังอยากนำนโยบายการแจกแทบเล็ตนี้กลับมาทำใหม่ แต่ถูกต่อต้านจากพวกเดียวกันเพราะกลัวว่าจะเลียนแบบพรรคเพื่อไทยจึงต้องยกเลิกความคิดนี้ไป  

พิชัย ยังกล่าวสรุปว่าประเทศไทยมีเวลา 1-2 ปีในการที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้กลับมาเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกโดยเร็ว เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ การระบาดของไวรัสโควิด กลับเป็นตัวช่วยให้ประเทศไทยเพราะทำให้โลกยังต้องรอประเทศไทย มิเช่นนั้นโลกคงพัฒนาทิ้งไทยไปไกลแล้วถ้าไม่มีไวรัสโควิด เพราะถึงมีหรือไม่มีวิกฤตไวรัสโควิดเศรษฐกิจไทยก็จะยังย่ำแย่จากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์อยู่แล้ว 

โดยล่าสุด นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว. พลังงานได้ออกมาโต้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เตือนว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายเริ่มแผ่ว โดย ธปท. ได้เสนอตัวเลขอ้างอิงชัดเจน โดยนายสุพัฒนพงษ์ กลับเถียงว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้แผ่ว เพราะมี “คนละครึ่ง” และ “เราเที่ยวด้วยกัน” มาช่วยหนุน ซึ่งเป็นการเถียงนี้เหมือนต้องการหลอกตัวเอง และ หลอกประชาชน ทั้งนี้เพราะหากนายสุพัฒนพงษ์จะไดัศึกษาและคำนวณจะพบว่า 2 นโยบายดังกล่าวมีผลต่อจีดีพีและเศรษฐกิจน้อยมาก หรืออาจจะแทบไม่มีผลเลย เป็นเพียงแค่นโยบายเด็กเล่นเพี่อชะลอความนิยมของรัฐบาลที่กำลังทรุดหนักเท่านั้น หากรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจยังไม่เข้าใจ หรือ พยายามจะหลอกตัวเอง โดยไม่ยอมรับความจริง เศรษฐกิจไทยจะยิ่งทรุดหนัก เพราะจะแก้ปัญหาไม่ถูกทาง 

“อนุสรณ์” จี้ กองทัพ หยุดไอโอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อนุสรณ์” จี้ กองทัพ หยุดไอโอ (komchadluek.net)

“อนุสรณ์” จี้ กองทัพ หยุดไอโอ

 "อนุสรณ์" จี้ กองทัพ หยุดไอโอ

2 ธันวาคม 2563 – 10:32 น.

“อนุสรณ์” จี้ กองทัพ หยุดไอโอ ซัด หลักฐานชัด น่าแปลกใจ ผบ.ทบ.ยังกล้าปฏิเสธ

2 ธ.ค.63 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุถึง การที่โซเชียลมีเดียยังคงเผยแพร่ภาพกำลังพลของกองทัพบก เข้าอบรมการทำปฏิบัติการข่าวสาร (ไอโอ) นั้น ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ ห้ามความคิดคนไม่ได้ ว่า

หลักฐานปรากฏชัดขนาดนี้ น่าแปลกใจที่ ผบ.ทบ.ยังคงกล้าปฏิเสธเสียงแข็งและท้าทายประชาชน การนำองค์กรทหาร ที่ควรปลอดการเมือง และกลับเข้ากรมกอง มาปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ด้อยค่าแพร่มลทินประชาชนฝ่ายตรงข้ามและเห็นต่างทางการเมือง ด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน เป็นการนำองค์กรทหารเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองเสียเอง ไม่มีประโยชน์ มีแต่เสียกับเสีย ภารกิจของกองทัพมีมาก ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อน การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ถ้าทหารเข้ามายุ่งมากๆ อาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก โดยเฉพาะการมีทัศนคติว่ากลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ เป็นฝ่ายตรงข้าม ต้องด้อยค่าแพร่มลทิน เป็นทัศนคติที่ผิดทิศผิดทาง ต้องปรับทัศนคติใหม่ว่าเขาเหล่านั้นคือลูกหลานคืออนาคตของชาติ กองทัพต้องหยุดการทำไอโอที่สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนโดยด่วน

“ระบอบประยุทธ์ มาแล้วก็ไป แต่อนาคตของประเทศ ต้องฝากไว้ที่ลูกหลานรุ่นต่อไป การทำไอโอด้อยค่าแพร่มลทิน คนรุ่นใหม่ เท่ากับทำลายอนาคตของประเทศ” นายอนุสรณ์ กล่าว 

“พล.อ.ประยุทธ์” อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พล.อ.ประยุทธ์” อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่ (komchadluek.net)

“พล.อ.ประยุทธ์” อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

2 ธันวาคม 2563 – 10:00 น.

“พล.อ.ประยุทธ์” อารมณ์ดีลงพื้นที่สมุทรสงคราม พายเรือโชว์อย่างสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่ ลั่นมาวันนี้มีความสุข

ช่วงเช้าวันนี้(2 ธ.ค. 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางลงพื้นที่ ตรวจราชการและพบปะประชาชนจังหวัดสมุทรสงคราม

"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

โดยในจุดแรก นายกรัฐมนตรี ได้เข้าสักการะหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม และนมัสการพระสมุทรวริโสภณ รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม

"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินทาง เยี่ยมชมการท่องเที่ยวชุมชน ณ วิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งในจุดนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมโคกหนองนาโมเดล กิจกรรมทำเกลือสปา (ตนย่ำเกลือ) การทำน้ำหวานจากดอกมะพร้าว (SYRUP) การบริหารจัดการน้ำสะอาดคลองผีหลอก บ้านพักริมคลองโฮมสเตย์ และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์

"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

โดย พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ตนรู้สึกมีความสุข เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้า ก็ทำให้ตัวเองมีความสุข ที่ได้เห็นประชาชน มีความรักความสามัคคีกัน ซึ่งก็ควรรักษาให้นานที่สุด ในการรักบ้านของเราเอง ขณะเดียวกัน ก็ทราบดีว่า คนที่มาเที่ยวที่นี่ มีจำนวนมาก กว่า 2 ล้านคน แต่ช่วงนี้ก็น้อยลง เพราะสถานการณ์โควิด แต่เชื่อมั่นว่าเดี๋ยวก็จะฟื้นตามลำดับ นอกจากนี้ ก็อยากให้รัฐบาลรวมถึงข้าราชการ มาช่วยกันซื้อสินค้าแปรรูป เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจ

"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้พายเรือด้วยตัวเอง เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศภายในสวน โดยมีสีหน้าที่ค่อนข้างผ่อนคลาย และยิ้มแย้มตลอดเวลา โดยได้บอกกับสื่อมวลชนว่า “ตนเคยพายเมื่อครั้งตอนเด็กๆ” ก่อนที่จะขึ้นฝั่งมาตัดน้ำตาลมะพร้าวมาทำน้ำตาลไซรัป และช่วงหนึ่งได้พูดขอให้เด็กนักเรียน ที่กำลังเล่นดนตรีไทย ตีขิม ให้ฟัง พร้อมขอให้เล่นเพลงสนุกๆอีก รวมถึงขอวันหน้าอย่าลืมตน ซึ่งจะกลับมาฟังอีก โดยขอให้เล่นเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอ รักเธอคนเดียวให้ฟังด้วย

"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

ทั้งนี้ ตลอดการลงพื้นที่จุดนี้ ได้มี ประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ และตะโกนว่า นายกสู้ๆ พร้อมมอบดอกไม้ ขณะที่บางคนถึงขั้นขอสวมกอด ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดีตลอดเวลา

"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่
"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่
"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่
"พล.อ.ประยุทธ์" อารมณ์ดีพายเรือสบายใจ แม้บ่ายนี้ลุ้นศาลวินิจฉัยพ้นตำแหน่งหรือไม่

ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง (komchadluek.net)

ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง

ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง

2 ธันวาคม 2563 – 08:30 น.

เช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ติดตามการท่องเที่ยวและพบปะประชาชน จับตาบ่ายศาลอ่านคำวินิจฉัยคดีบ้านพักหลวง

ถึงแม้วันนี้(2 ธ.ค. 2563) ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยปมบ้านพักหลวงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามเช้านี้เพื่อตรวจราชการ โดยภารกิจตลอดช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามการท่องเที่ยว และพบปะกับประชาชน ก่อนที่ศาลจะอ่านคำวินิจฉัยในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง

ซึ่งภารกิจแรกเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึง ได้เข้าสักการะหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมนมัสการพระสมุทรวริโสภณ รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม

ก่อนเดินทางเยี่ยมชมการท่องเที่ยวชุมชน ที่บริเวณวิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งจุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมโคกหนองนาโมเดล กิจกรรมทำเกลือสปา การทำน้ำหวานจากดอกมะพร้าว การบริหารจัดการน้ำสะอาดคลองผีหลอก บ้านพักริมคลองโฮมสเตย์ และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์

ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง

เมื่อเสร็จภารกิจจุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางต่อไปตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมของหมู่บ้านรางวัลพระราชทานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” บ้านคลองวัว หมู่ที่ 5 ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา โดยจะเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน การแปรรูปกล้วยหักมุก การทำน้ำมันมะพร้าวอโวคาโด การทำมะพร้าวแปรรูปครบวงจร พร้อมพบปะกับประชาชนผ่านหอกระจายข่าว ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้ระดับชุมชน

และเมื่อเสร็จภารกิจตลอดครึ่งวันเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลทันที เพื่อประชุม ศบศ.ในช่วงบ่าย ซึ่งจะตรงกับเวลาที่ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัย

ขณะเดียวกันเพจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์ข้อความ

ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง
ภารกิจเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เยือนแม่กลอง จับตาบ่ายศาลชี้ชะตาปมอยู่บ้านหลวง

“แรมโบ้” ซัด “ธนาธร” อย่าทำตัวหนักแผ่นดิน เกาะกระโปรงเด็กเพื่อหากินทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” ซัด”ธนาธร”อย่าทำตัวหนักแผ่นดิน เกาะกระโปรงเด็กเพื่อหากินทางการเมือง (komchadluek.net)

“แรมโบ้” ซัด”ธนาธร”อย่าทำตัวหนักแผ่นดิน เกาะกระโปรงเด็กเพื่อหากินทางการเมือง

"แรมโบ้" ซัด"ธนาธร"อย่าทำตัวหนักแผ่นดิน เกาะกระโปรงเด็กเพื่อหากินทางการเมือง

2 ธันวาคม 2563 – 08:11 น.

“แรมโบ้” ซัด”ธนาธร”อย่าทำตัวหนักแผ่นดิน เกาะกระโปรงเด็กเพื่อหากินทางการเมือง  แทนที่จะแนะนำเยาวชนให้สร้างสรรค์ เติบโตไปจะได้ไม่มีพฤติกรรมเหมือนตนเองที่พยายามทำลายประเทศให้ปั่นป่วนวุ่นวาย

2 ธันวาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ชื่นชมนักเรียนใส่ชุดปกติไป ร.ร.และชี้ว่าวัฒนธรรมการกดขี่กำลังถูกทำลาย โดยส่วนตัวมองว่าการสวมชุดนักเรียนไปเรียนนั้น เพื่อความประหยัดให้กับผู้ปกครอง ความมีระเบียบเรียบร้อย และยังเป็นการสร้างวินัยให้กับเยาวชน รวมถึงยังเป็นการแสดงตัวตนว่าเป็นนักเรียน  โดยไม่ใช่การกดขี่ แต่เป็นการหวังดี เพราะไม่มีใครที่จะมีแนวคิดไม่ดี กับเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติได้เว้นแต่คนอย่างนายธนาธร ที่มองว่าเป็นการกดขี่ และนายธนาธรยังเป็นคนที่ไม่รู้จักคำว่ากฎระเบียบ วินัย เพราะชอบทำตัวแหกกฎระเบียบ แหกวินัย รวมถึงกฎหมายที่มีอยู่ก็ไม่เคยยอมรับ

“นายสุภรณ์  ยังมองว่าการที่ นายธนาธรออกมาชื่นชมพฤติกรรมเช่นนี้ไม่จริงใจกับเยาวชน เหมือนเป็นการพูดเอาใจเยาวชน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าการใส่ชุดปกติไปเรียนนั้นผิดระเบียบ วินัยโรงเรียน แต่ก็เพราะว่านายธนาธรอยู่ในสถานะที่เป็นอีแอบ และเกาะหลังเยาวชนอยู่ 

นอกจากนี้นายธนาธรควรแนะนำเยาวชนในเรื่องที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ และไม่ควรใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองของตนเองควรที่จะสงสารผู้ปกครอง และเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติบ้าง ให้เยาวชนได้มีอนาคตที่ดี โดยไม่โตมาแล้วเป็นคนเหมือนนายธนาธร เพราะหากประเทศมีคนแบบนายธนาธรรับรองประเทศเกิดความเสียหายล่มจมอย่างหนักแน่นอน” 

” อย่าพยายามทำตัวเป็นคนหนักแผ่นดินมากขึ้นทุกวัน อย่าทำให้คนไทยหมดความอดทนไปมากกว่านี้ จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อแผ่นดินไม่มีเลยสักนิด น่าละละอายแทนเด็กที่สุด ที่พยายามเกาะกระโปงเด็กหากินทางการเมืองตลอดมา”