ด่วน ม็อบ “ทะลุฟ้า” เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้า “ทำเนียบรัฐบาล” แทน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479088

ด่วน ม็อบ “ทะลุฟ้า” เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้า “ทำเนียบรัฐบาล” แทน

16 ส.ค. 2564

มีรายงานด่วนว่า แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า ได้ประกาศเปลี่ยนจุดหมายจากบ้านพัก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ กรมทหารราบที่1 เป็นมุ่งหน้า “ทำเนียบรัฐบาล” แทน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก รายงานว่า กลุ่มทะลุฟ้า จะมีการทำกิจกรรมเผาหุ่นผ้า เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์โควิด-19 และเพื่อสะท้อนข้อเรียกร้องเกี่ยวกับวัคซีน

ด่วน ม็อบ "ทะลุฟ้า" เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้า "ทำเนียบรัฐบาล" แทน

ขณะที่ นายนวพล หรือ “ไดโน่” ต้นงาม แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า ได้กล่าวก่อนการทำกิจกรรมว่า วันนี้จะเป็นการเดินขบวนไปยังบ้านพักของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ กรมทหารราบที่1 ถนนวิภาวดีรังสิต โดยจะใช้เส้นทาง ทางพหลโยธินซอย2 ​ โดยที่เปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากหากไปทางดินแดงจะมีความรุนแรง​ และเพื่อให้มวลชนรู้ว่าทางกลุ่ม​ไม่อยากปะทะกับความรุนแรง

ด่วน ม็อบ "ทะลุฟ้า" เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้า "ทำเนียบรัฐบาล" แทน

“ยืนยันว่า กลุ่มทะลุฟ้าวันนี้จะไม่เผชิญหน้ากับความรุนแรงแล้ว​ หากเจ้าหน้าที่ให้หยุดทำกิจกรรมที่ใดก็จะหยุดบริเวณนั้นและจะไม่ปะทะ​ จะไม่ให้เกิดความรุนแรง” นายนวพล หรือ “ไดโน่” กล่าว

ด่วน ม็อบ "ทะลุฟ้า" เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้า "ทำเนียบรัฐบาล" แทน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายนวพล หรือ “ไดโน่” กล่าวอีกว่า มีความเป็นห่วงเหตุการณ์หลังจากมีการประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว แต่มวลชนบางส่วนที่ไม่แยกย้ายกันกลับและมีการปะทะกันของเจ้าหน้าที่ จึง​อยากจะพูดคุยกับอาชีวะและกับภาคส่วนที่ใช้ความรุนแรง​ว่าความรุนแรงเกิดจากอะไร​ มีเหตุผลอะไร​ที่ต้องใช้ จึงอยากมาพูดคุยกันไม่ใช้ความรุนแรง​ 

ด่วน ม็อบ "ทะลุฟ้า" เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้า "ทำเนียบรัฐบาล" แทน

“เพราะหากผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงก่อน​รัฐก็จะใช้ความรุนแรงกลับ​ และการชุมนุมทะลุฟ้าที่ผ่านมาจะห้ามปรามผู้ชุมนุมไม่ให้ขว้างปาระเบิดปิงปองหรือขวดเข้าไป​ แต่หากจะปา​จะให้ปาถุงสีเท่านั้น” นายนวพล หรือ “ไดโน่” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนพหลโยธินซอย2 ที่เป็นส้นที่มาจากถนนพหลโยธินไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เจ้าหน้าที่ได้นำยตู้คอนเทรนเนอร์มาทำการปิดกั้นเส้นทาง รถไม่สามารถผ่านได้ โดยเป็นการวางตู้คอนเทรนเนอร์ไม่ต่ำกว่า 2 ชั้น

ด่วน ม็อบ "ทะลุฟ้า" เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้า "ทำเนียบรัฐบาล" แทน

มีรายงานล่าสุด เมื่อเวลา 16.20 น. ว่า แกนนำทะลุฟ้า ได้ประกาศกับมวลชนว่าได้มีเปลี่ยนเส้นทางจาก กรมทหารราบที่1 ถนนวิภาวดีรังสิต ไปเป็นที่ ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากห่วงเรื่องความรุนแรง วันนี้ทางกลุ่มทะลุฟ้าจะทำกิจกรรมอย่างสันติวิธี

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า – thalufah ได้โพสต์ข้อความว่า เปลี่ยนเส้นทาง !ไปบ้านหลังที่ 2 ของประยุทธ์ทำเนียบรัฐบาล

เตรียมเคลื่อนขบวน “กลุ่มทะลุฟ้า” มุ่งหน้าบ้านนายกฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479078

เตรียมเคลื่อนขบวน “กลุ่มทะลุฟ้า” มุ่งหน้าบ้านนายกฯ

16 ส.ค. 2564

กลุ่มมวลชน “กลุ่มทะฟ้า” เริ่มทยอยเข้ามารวมตัวกันที่ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อรอทำกิจกรรมเดินคล้องแขนมุ่งหน้าไป กรมทหารราบที่ 1. บ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกรายงานว่า “กลุ่มทะลุฟ้า” เริ่มรวมตัวกันตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยมีการใช้รถกระบะติดเครื่องเสียงเปิดเพลง ประกอบการปราศรัย เพื่อรอรวบรวมมวลชนกลุ่มทะลุฟ้า ก่อนที่จะมีกิจกรรม รวมพล 16 สิงหาไล่ล่าทรราช #ม็อบ16สิงหา 

เตรียมเคลื่อนขบวน "กลุ่มทะลุฟ้า" มุ่งหน้าบ้านนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ทางกลุ่มทะลุฟ้า จะเปลี่ยนเส้นทางในการทำกิจกรรมเดินไปยัง กรมทหารราบที่ 1. ที่เป็นบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน แทนที่จะใช้ถนนวิภาวดี เหมืนอครั้งก่อน ๆ ที่เคยใช้เส้นทาง 

เตรียมเคลื่อนขบวน "กลุ่มทะลุฟ้า" มุ่งหน้าบ้านนายกฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมเคลื่อนขบวน "กลุ่มทะลุฟ้า" มุ่งหน้าบ้านนายกฯ

สำหรับเส้นทางกาจราจรประชาชนควรหลีกเลี่ยงตั้งแต่เวลา 14.00 น. ทั้งถนนพญาไท พหลโยธิน อโศก-ดินแดง ราชวิถี วิภาวดีรังสิต ราชปรารถ ซอยพหลโยธิน 2 ทางลงด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางลงด่วนวิภาวดีรังสิต และอุโมงค์ข้ามแยกใต้ด่วนดินแดง

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง “ตุลาการ” สะเทือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479085

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง”ตุลาการ”สะเทือน

16 ส.ค. 2564

ปมร้องเรียนของอดีต”ผู้พิพากษา”ถึง”ประธานศาลฏีกา” จะมีผลให้การพิจารณาแต่งตั้ง”ตุลาการ”ครั้งนี้เป็นไปด้วยโปร่งใสหรือไม่

ตอนนี้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำปีในหลายหน่วยงานกำลังดำเนินการ บางหน่วยงานเรียบร้อย บางหน่วยงานมีปัญหาไม่ทำตามหลัก Put the Right Man on the Right Job  จนเกิดการร้องเรียนและฟ้องร้องกันระนาว..

ปัญหาแบบนี้มีทุกคราว และดูท่าแล้วจะคลายปมกันยาก หากผู้บริหารไม่เร่งคลายล็อกปมร้อนให้กระจ่าง

ตัวอย่างร้อนๆ จากกระทรวงมหาดไทย เช่น  พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงนามเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและผู้ว่าราชการจังหวัดหลายอัตรา ตั้งแต่ความพยายามที่จะโยกนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเป็นปลัดมหาดไทย แทนนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทยที่เกษียณภายในเดือนกันยายนปีนี้ แต่ด้วยแรงต้านของคนในกระทรวงทำให้ต้องเกิดรายการเบรกหัวทิ่ม แต่ไม่วายในการโยกย้ายผู้ว่าราชการในหลายตำแหน่ง ก็เป็นการโยกย้ายแบบผิดฝาผิดตัว

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง"ตุลาการ"สะเทือนวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศร ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าสมุทรสาคร

ดังปรากฎข่าว ชาวปัตตานีขึ้นป้ายคัดค้านการย้ายนายนิพันธ์ บุญหลวง ผวจ.น่านซึ่งเหลืออายุราชการอีกหนึ่งปี ให้มานั่งเป็นพ่อเมืองปัตตานีแทนนายราชิต สุดพุ่ม หรือแม้แต่กรณี   วีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรผวจ.สมุทรสาคร ที่ตัดสินใจยื่นใบลาออกด้วยการให้เหตุผลปัญหาทางสุขภาพแต่ก็ยังเปิดความในใจอย่างมีนัยยะถึงนักการเมืองไม่เห็นค่าตนเองทั้งที่ขอย้ายไปเป็นพ่อเมืองจังหวัดอื่น เป็นต้น

แม้แต่แวดวงตุลาการยามนี้ ก็ยังเกิดปัญหาดังกล่าวเพราะบุคลากรในแวดวงตุลาการและสังคมคงทราบว่า มีการยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(กต.)และกรรมการกต. รวมทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) โดยนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนาญการพิเศษ  และอดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา โดยขอให้ตรวจสอบข้าราชการศาลยุติธรรมบางคนที่มีพฤติกรรมส่อผิดกฎหมายและแนวปฏิบัติของศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการใช้แอพลิเคชั่นไลน์”ล็อบบี้หาเสียงการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ”ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง"ตุลาการ"สะเทือนชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา

ไทม์ไลน์ของเรื่องนี้ที่น่าจะมีผลกระทบในแวดวงตราชั่ง และอาจเป็นหนึ่งในพายุของฝ่ายเคลื่อนไหวทางการเมืองยามนี้ที่ชูการปฏิรูปรอบด้าน โดยกระบวนการยุติธรรมก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ที่มองว่า  ความโปร่งใสและยุติธรรมในสังคมนั้นยังมีข้อคลางแคลงใจ

หากพายุดังกล่าวในแวดวงตราชั่งโดนชูเป็นประเด็นในการชุมนุมครั้งต่อไป ย่อมไม่ส่งผลดีกับสถาบันตุลาการ เพราะกระบวนการยุติธรรมเป็นหลักการสำคัญในการรักษาความถูกต้องและคลายปัญหาให้สังคม    หากสังคมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการภายในที่มีข้อเคลือบแคลง ตรงนี้จะมีผลกับ”ศรัทธาจากสังคม”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่15 เม.ย.2564 นายชำนาญ ทำหนังสือถึง  “นางเมทินี  ชโลธร ประธานศาลฎีกา”  เรื่อง “ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ” ตามมาตรา 36 (3) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543   โดยมีหลักฐานคือภาพถ่ายหน้าจอแอพลิเคชั่นไลน์  ประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริงเพราะปรากฏว่า มีการฝ่าฝืนต่อการดำเนินการตามกฎหมายและแนวปฏิบัติของศาลยุติธรรม โดยนายชำนาญอ้างว่าพบผู้ที่ฝ่าฝืนสามรายคือ

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง"ตุลาการ"สะเทือน

นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา

รายที่ 1 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า “J29 Anuruk “ ในไลน์กลุ่มชื่อ “สภาตุลาการ”จำนวนห้าครั้งคือครั้งที่1  เมื่อวันที่ 4ก.พ.2564  ,ครั้งที่ 2 วันที่9 ก.พ. ,ครั้งที่ 3 วันที่16ก.พ., ครั้งที่ 4 วันที่ 9มี.ค. ,ครั้งที่ 5 วันที่ 17มี.ค. และวันที่ 31มี.ค. 

รายที่ 2 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า” S.tany “ในไลน์กลุ่ม “ศาลฎีกา”จำนวนสามครั้งคือ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 10ม.ค.2564 , ครั้งที่ 2 วันที่ 6ก.พ. และ เมื่อวันที่ 16ก.พ.,ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 9มี.ค.

รายที่ 3 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า “rlek” ในไลน์กลุ่มชื่อ “Legal mind”จำนวนห้าครั้งคือ ครั้งที่1 วันที่ 9 ม.ค.2564 ,ครั้งที่ 2 วันที่16ม.ค.,ครั้งที่ 3 วันที่16ก.พ., ครั้งที่ 4 วันที่16ก.พ.  ,ครั้งที่ 5 วันที่ 9มี.ค.

เอกสารร้องเรียนของนายชำนาญ ระบุว่า   การกระทำของผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ทั้ง 3 ราย ทั้งที่รู้ว่า พ.ร.บ.ระเบียบฯ มาตรา 17 วรรคสี่ บัญญัติว่า “ให้ถือว่าการกระทำใด ๆอันมีลักษณะเป็นการหาเสียง เพื่อให้ข้าราชการตุลาการ ลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการใด ๆ เป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ ซึ่ง ก.ต. มีมติเห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์การห้ามหาเสียงเลือกกรรมการหรืออนุกรรมการใดๆ ตามพ.ร.บ.ระเบียบฯ

ทั้งยังออกประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง แนวทางพิจารณาเกี่ยวกับจริยธรรมในการหาเสียงลงวันที่ 3 ต.ค.2557 ใช้บังคับแล้ว ดังนั้นหลักเกณฑ์และระเบียบดังกล่าวจึงเป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจริยธรรมของข้าราชการดุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ซึ่งมาตรา 62 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯบัญญัติให้ข้าราชการตุลาการต้องยึดถือและปฏิบัติตาม การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามย่อมเป็นการกระทำความผิดวินัย

แปลว่าคนในแวดวงตุลาการน่าจะทราบดีจากการร้องเรียนคราวนี้ว่า”บุคคลทั้งสามคือใครและมีตำแหน่งแห่งหนอยู่ที่ใด…และทำไมต้องออกมาขยับตามที่นายชำนาญร้องเรียน รวมทั้งควรดูเจตนาเพ่งเล็งผลและประสงค์ต่อผลแบบใดในวันนี้และวันหน้ากับการล็อบบี้หาเสียงทั้งที่ส่อว่าจะเกิดความผิด”

จากนั้นวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา   นายชำนาญ ได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน ป.ป.ช.  เรื่อง”เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด…” โดยเชื่อมโยงกับการร้องเรียนประธานศาลฎีกาเรื่อง”ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่า ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ”  ที่ยื่นเรื่องในช่วงสงกรานต์และยังไม่มีความชัดเจนใดๆจากสำนักงานศาลยุติธรรม

แต่ตอนนั้นคนวงในแวดวงตุลาการทราบกันแล้วว่า  หนึ่งในสามรายที่นายชำนาญร้องเรียนให้ตรวจสอบนั้น เป็นกต.ชุดปัจจุบัน และก.ต.ชุดปัจจุบันจะมีส่วนในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมประจำปีนี้ด้วย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด เมื่อวันที่13ส.ค.ที่ผ่านมานายชำนาญทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(กต.) และกรรมการกต.เรื่องคัดค้านการแต่งตั้ง”นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล”   รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งเป็น”ประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์ “

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง"ตุลาการ"สะเทือน

นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล  รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์

โดยมีใจความสำคัญว่า…..ตามที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการวาระ1ต.ค.2564 (บัญชี4) ลำดับที่115 (นายอนุรักษ์)ไปดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์นั้น  ตนได้มีหนังสือร้องเรียนลงวันที่15เม.ย.2564 ถึงประธานศาลฎีกาขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกรณีมีเหตุควรสงสัยว่าข้าราชการกต.ทำผิดวินัยกรณีหาเสียงให้กต.ลง/งดเว้นการลงคะแนนเลือกบุคคลเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา36(3) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ปรากฏว่ามีผู้ใช้โปรไฟล์ไลน์ J29Anurak และภาพถ่ายนายอนุรักษ์เป็นหนึ่งในผู้โพสต์ข้อความในไลน์สภาตุลาการ อันมีลักษณะหาเสียงให้นายไผทชิต เอกจริยกรและนายจำนง เฉลิมฉัตรในการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ

ใจความหลักของหนังสือร้องเรียนระบุว่า  แต่ประธานศาลฎีกายังไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวอันเป็นการเข้าลักษณะการหาเสียงตามประกาศคณะกรรมการศาลยุติธรรมเรื่องแนวทางการพิจารณาเกี่ยวกับจริยธรรมในการหาเสียง วันที่3ต.ค.2557 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา17วรรคสี่ และมีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายตามมาตรา17และมาตรา62 โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอนุรักษ์เป็นกต.ที่ต้องควบคุมและลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนจริยธรรมของกต.

“มาตรา37วรรคสามแห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯ ประกอบกับข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2561 ข้อ9ยังกำหนดหน้าที่ของกต.เกี่ยวกับการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา36 (1)(2)(3) ที่ระบุว่าการวินิจฉัยของกต.ให้ถือเป็นที่สุดรวมทั้งมาตรา41 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯระบุว่ากรณีข้อสงสัยการพ้นตำแหน่งของกต.ผู้ทรงคุณวุฒิบัญญัติให้กต.เป็นผู้ชี้ขาด ดังนั้นมีกฎหมายกำหนดหน้าที่โดยตรงของนายอนุรักษ์ซึ่งเป็นกต.ในขณะนั้นในการดูแลกระบวนการเลือกตั้งกต.ผู้ทรงคุณวุฒิให้ถูกกฎหมาย อีกทั้งมาตรา17วรรคสี่ แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯ และข้อบังคับของปรานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2561 ข้อ29 ระบุชัดเจนถึงการไม่ให้หาเสียงเพื่อให้กต.ลง/งดเว้นการลงคะแนนเลือกบุคคลเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ และบุคคลที่จะวินิจฉัยคือกต.

ดังนั้นนายอนุรักษ์ซึ่งเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลอุทธรณ์ในขณะนั้นย่อมมีหน้าที่โดยตรงในการวินิจฉัยการเลือกกต.ผู้ทรงคุณวุฒิในขณะนั้น   แต่ปรากฏว่านายอนุรักษ์พบว่าผู้พิพากษาหลายรายโพสต์ข้อความให้มีการลง/งดเว้นการลงคะแนนเลือกบุคคลเป็นกต.ผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้สมัครรายหนึ่งรายใดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและจริยธรรม นายอนุรักษ์กลับไม่ห้ามปรามและนายอนุรักษ์กลับเข้าร่วมด้วยในการหาเสียงให้นายไผทชิตและนายจำนง การกระทำที่ผิดวินัยของนายอนุรักษ์ที่มีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายตามมาตรา17วรรคสี่แห่งพ.ร.บ.ระเบียบฯยังอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา172 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ”ใจความในหนังสือร้องเรียนของนายชำนาญ ระบุ

“ย่อมเป็นการไม่เหมาะสมที่กต.จะให้ความเห็นชอบและนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายอนุรักษ์ให้ดำรงตำแหน่งประธาน แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์ ที่ยังมีคดีอยู่ที่สำนักงานปปช. และยังคัดค้านนายไผทชิตและนายจำนง กต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมลงมติในครั้งนี้ เพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในเรื่องนี้”บางส่วนของหนังสือร้องเรียนของนายชำนาญ

ข้อมูลข้างต้นที่มีการพาดพิงนายอนุรักษ์นั้น สื่อมวลชนได้เปิดพื้นที่สัมภาษณ์นายอนุรักษ์เพื่อให้พื้นที่ชี้แจง แต่นายอนุรักษ์ตอบว่า”ไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล ไม่ขอพูดเรื่องดังกล่าว”

และเรื่องราวข้างต้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเช่นเลขาธิการศาลยุติธรรมและโฆษกศาลยุติธรรมยังไม่ให้ความกระจ่างกับสังคม

เรื่องนี้สอดรับกับกระเเสข่าวซึ่งสำนักข่าวแห่งหนึ่งรายงานไม่นานมานี้ว่า“นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา ”  รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ได้ประกาศลาออกกลางที่ประชุม เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา เพราะไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของ อ.ก.ต. เสียงข้างมาก ในการแต่งตั้งผู้พิพากษารายหนึ่ง ให้ เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา (หน.ฎีกา) ทั้งที่ถูกร้องเรียนว่ามีส่วนเข้าไปพัวพันกับการแทรกแซงกระบวนการต่อสู้คดีข้อพิพากษาที่ดินจำนวน 46 แปลง ระหว่างบริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งกับคู่กรณี ซึ่งมีคดีฟ้องร้องกันจำนวนหลายคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง จนกระทั่งบริษัทต้องยอมจ่ายเงินชดเชยจำนวน 400 ล้านบาท! โดยเรื่องนี้ทราบว่าดีเอสไอส่งสำนวนให้ปปช.ดำเนินการต่อแล้ว

กรณีที่นายชำนาญ  รวิวรรณพงษ์  ร้องเรียนนั้น  ต้องมองให้ลึกว่า นายอนุรักษ์”ถือเป็นหนึ่งในกต.ที่มีส่วนร่วมพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วย” และในปีนี้นายอนุรักษ์ได้”ขยับตำแหน่ง”ทั้งที่การร้องเรียนให้ตรวจสอบการ ล็อบบี้หาเสียงตามที่นายชำนาญระบุนั้น “ยังไม่มีผลสรุป”

ผลสรุปของสองเรื่องร้อนนี้ จะออกมาคือมีมูลและไม่มีมูล

โดยทั่วไปการแต่งตั้งโยกย้ายของแทบทุกวงการต้องพิจารณาคุณสมบัติให้รอบด้าน หากมีข้อร้องเรียนที่ไม่ชอบมาพากล หลายวงการจะ”ไต่สวนให้แน่ชัดก่อนที่จะมีบทสรุปในพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายในหน่วยงานนั้นๆ”

คลื่นใต้น้ำกระเพื่อม โยกย้ายแต่งตั้ง"ตุลาการ"สะเทือน

ดังนั้น การร้องเรียนของนายชำนาญ  พบว่า  วันที่พบว่ามีการกล่าวอ้างว่านายอนุรักษ์ล็อบบี้หาเสียง วันนั้นนายอนุรักษ์ทำหน้าที่รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์  แต่ผลการประชุมพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการวาระ1ต.ค.2564  มีมติให้นายอนุรักษ์ไปดำรงตำแหน่งเป็นประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์

ภาวะแบบนี้ในวงการตุลาการนับว่าไม่กระจ่าง…..เพราะยังไม่มีการตรวจสอบข้อร้องเรียนของนายชำนาญเลย  จุดนี้ผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรมต้องเร่งขยับให้เรื่องยุติโดยเร็ว

สมมติว่า หากวันข้างหน้าผลสรุปจากข้อร้องเรียนออกมาในทางที่ไม่เป็นคุณกับนายอนุรักษ์  ต้องชี้แจงว่า มูลเหตุจูงใจคืออะไร,  การขยับตำแหน่งในคราวนี้จะมีผลอย่างไรกับผู้พิพากษาท่านอื่นๆที่อาจพลาดตำแหน่งที่นายอนุรักษ์ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้,  และจะมีบทสรุปอย่างไรกับข้อกล่าวหาของนายชำนาญที่มีต่อนายอนุรักษ์

หรือหากผลสรุปออกมาในทางที่เป็นคุณกับนายอนุรักษ์ มลทินต่างๆจะสลายไป เพราะอายุราชการของนายอนุรักษ์นั้นจะมีถึงปี2568 และน่าจะมีโอกาสก้าวหน้าในแวดวงตุลาการได้อีก

เมื่อรวมกับการไขก๊อกของนายประสิทธิ์จากตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.)ที่ต้องพิสูจน์มูลเหตุจูงใจในการเคาะรายชื่อใครบางคนที่มีข้อร้องเรียนให้ขยับตำแหน่งโดยที่ยังไม่มีความกระจ่างในข้อร้องเรียนนั้น

ตรงนี้คือบทพิสูจน์ของผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อคลายความกระจ่างของบุคลากรในวงการตราชั่งเพื่อเรียกศรัทธาจากทั้งวงในและวงนอกให้กลับคืนมาโดยเร็ว…

พังยับ ป้อมตำรวจ “ดินแดง” ถูกเผาวอด 2 ครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479072

พังยับ ป้อมตำรวจ “ดินแดง” ถูกเผาวอด 2 ครั้ง 

16 ส.ค. 2564

ป้อมตำรวจสน.ดินแดง ที่อยู่บริเวณสามเหลี่ยม “ดินแดง” สภาพเหลือเพียงซากไม่สามารถใช้การได้ เนื่องถูกเผาซ้ำทั้งหมด 2 ครั้ง จากเหตุการณชุมนุมที่ผ่านมา 

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ ป้อมตำรวจสน.ดินแดง บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ รายงานว่า ป้อมตำรวจสน.ดินแดงแห่งนี้ เพิ่งถูกเผาซ้ำเป็นครั้งที่สอง เมื่อคืนวานที่ผ่านมา (15 สิงหาคม) หลังจากที่เคยถูกเผาไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา 

 พังยับ ป้อมตำรวจ "ดินแดง" ถูกเผาวอด 2 ครั้ง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มาทำการเคลียร์พื้นที่ และตรวจสอบบริเวณโดยรอบป้อม ซึ่งพบประทัดยักษณ์ที่ยังไม่ระเบิด จำนวน 2 ลูก ตกอยู่ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติม 

 พังยับ ป้อมตำรวจ "ดินแดง" ถูกเผาวอด 2 ครั้ง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 พังยับ ป้อมตำรวจ "ดินแดง" ถูกเผาวอด 2 ครั้ง 

ขณะที่การจราจรที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสน.ดินแดง ได้มาอำนวยความสะดวกการจราจร เนื่องจากสัญญาณไฟจราจรถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำลายได้รับความเสียหายจนใช้กาไม่ได้

 พังยับ ป้อมตำรวจ "ดินแดง" ถูกเผาวอด 2 ครั้ง 

สำหรับความเสียหายป้อมจราจรดังกล่าว พบว่าได้รับความเสียหายทั้งหมด ถูกไฟเผา ทุบทำลาย โดยภายในพบเศษยางในรถยนต์ ยางรถยนต์ ซึ่งคาดว่าเป็นเชื้อเพลิงในการเผาป้อมตำรวจแห่งนี้ 

อัปเดต อาการล่าสุด “ไฮโซลูกนัท” ผ่าตัดตา 2 ครั้ง ตร.บอกไม่น่าห่วง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479069

อัปเดต อาการล่าสุด “ไฮโซลูกนัท” ผ่าตัดตา 2 ครั้ง ตร.บอกไม่น่าห่วง 

16 ส.ค. 2564

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุ อาการของ นายธนัตถ์ หรือ “ไฮโซลูกนัท” ไม่น่าห่วง ขณะนี้อยู่ในขบวนการรักษา โดยได้ร้บการผ่าตัดไปแล้วสองครั้ง ทั้งนี้ยังบอกไม่ได้ว่าโดนอาวุธชนิดใด

วันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการของ นายธนัตถ์ หรือ “ไฮโซลูกนัท” ธนากิจอำนวย ว่า  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจรักษาของทีมแพทย์โรงพยาบาลพญาไทแล้ว

อัปเดต อาการล่าสุด "ไฮโซลูกนัท" ผ่าตัดตา 2 ครั้ง ตร.บอกไม่น่าห่วง 

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ทางทีมแพทย์ที่รักษา นายธนัตถ์ หรือ “ไฮโซลูกนัท” ได้ทำการผ่าตัด ไฮโซลูกนัท แล้วทั้งหมดสองครั้ง ทั้งนี้เมื่ออยู่ในการรักษาของแพทย์แล้ว อาการน่าจะไม่น่าเป็นห่วง ขณะที่สาเหตุนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากอาวุธชนิดใด อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีตำรวจนครบาลได้นำกำลังเข้าค้นบ้านของ  นายปิยรัฐ หรือ “โตโต้ จงเทพ  หัวหน้าการ์ดอาสา We Volunteer ย่านฝั่งธน

อัปเดต อาการล่าสุด "ไฮโซลูกนัท" ผ่าตัดตา 2 ครั้ง ตร.บอกไม่น่าห่วง 

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเชื่อมโยงเกี่ยวกับการกระทำผิด แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ โดยหากการตรวจสอบเชื่อมโยงไปถึงมครก็จะออกหมายเรียกมาดำเนินคดีต่อไป 

รองผบช.น. ห่วง “กลุ่มทะลุฟ้า” เลือกเส้นทางอ่อนไหว “ม็อบ16สิงหา” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479062

รองผบช.น. ห่วง “กลุ่มทะลุฟ้า” เลือกเส้นทางอ่อนไหว “ม็อบ16สิงหา”

16 ส.ค. 2564

พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ห่วงเส้นทางเดินขบวน “กลุ่มทะลุฟ้า” ที่จะทำกิจกรรมวันนี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางอ่อนไหว ใกล้เขตโรงพยาบาล และ เขตทหาร 

วันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า วันนี้กลุ่มทะลุฟ้า นัดหมายกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า รวมตัวกันที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 15.00 น. โดยจะมีการเดินขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 1. ซึ่งจะใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน 

รองผบช.น. ห่วง "กลุ่มทะลุฟ้า" เลือกเส้นทางอ่อนไหว "ม็อบ16สิงหา"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า วันนี้ถือว่าเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเส้นทางในการเดินขบวน เป็นเส้นทางอ่อนไหว ใกล้เขตโรงพยาบาล อาจกระทบกับการรับส่งผู้ป่วย รวมถึง ยังใกล้หน่วยทหาร ที่มีการรักษาความปลอดภัยสูง

รองผบช.น. ห่วง "กลุ่มทะลุฟ้า" เลือกเส้นทางอ่อนไหว "ม็อบ16สิงหา"

“ขอให้ผู้ชุมนุมหลีกเลี่ยงการชุมนุมในบริเวณดังกล่าว ซึ่งการสกัดกั้นหรือวางแนวป้องกัน ตำรวจจะพิจารณาตามการข่าวและสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น” พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงเส้นทางการจราจร ว่า ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มุ่งสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทุกเส้นทาง ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ทั้งถนนพญาไท พหลโยธิน อโศก-ดินแดง ราชวิถี วิภาวดีรังสิต ราชปรารถ ซอยพหลโยธิน 2 ทางลงด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางลงด่วนวิภาวดีรังสิต และอุโมงค์ข้ามแยกใต้ด่วนดินแดง

รองผบช.น. ห่วง "กลุ่มทะลุฟ้า" เลือกเส้นทางอ่อนไหว "ม็อบ16สิงหา"

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมมีการทำลายป้อมจราจร ทำให้เมื่อเลิกการชุมนุมแล้ว ตำรวจจราจร ไม่สามารถเข้าอำนวยความสะดวกด้านการจราจรได้ ส่งผลให้เกิดการจราจรหลายเส้นทาง โดยเฉพาะ บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง

รวมพลังหมอพรรคเพื่อไทย ออกโรงแถลงขอความเป็นธรรม จัดสรร “ไฟเซอร์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479058

รวมพลังหมอพรรคเพื่อไทย ออกโรงแถลงขอความเป็นธรรม จัดสรร “ไฟเซอร์”

16 ส.ค. 2564

หมอเพื่อไทยไม่ทน ออกโรงอ้างสู้เพื่อด่านหน้า สะท้อนงานหนักไม่ว่า แต่ขอความเป็นธรรม จี้เปิดรายชื่อคนรับวัคซีน “ไฟเซอร์” ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ แนะประชาชนส่งข้อมูลมาที่เฟซบุ๊คกลุ่ม We Care อาสาเพื่อไทย

วันที่ 16 สิงหาคม 2564  นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 และการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โดย นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้วิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนเต็มใจทำงานหนักด้วยวิชาชีพ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ รพ.ภูมิพลจับพิรุธวัคซีน “ไฟเซอร์” เข็ม 3

เร่งสอบ ฉีด”ไฟเซอร์” Back office ก่อนด่านหน้า

รพ.ภูมิพล ฉีด “ไฟเซอร์” 600 โดสวันนี้ เจ้ากรมแพทย์ ทอ. ย้ำไม่มีวัคซีน วีไอพี.

“แต่ขอความยุติธรรมในการจัดสรรอุปกรณ์ และทรัพยากรในการรักษาผู้ป่วยและการป้องกันตนเองจากโรคระบาด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนทำงานด้วย ” นพ.กิตติศักดิ์ กล่าว

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวย้ำว่าหลักการทำงานช่วงวิกฤตต้องมีความโปร่งใสและอธิบายได้ เช่นเดียวกับการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 Antigen test kit (ATK) คือหัวใจของการควบคุมโรค ศบค.ควรดูแลการจัดซื้อให้ได้ชุดตรวจที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม หากตรวจได้มาก ตรวจได้เร็ว จะช่วยควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคได้

>>>>>>

“ แต่ในขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ส่วนกลางระบาดหนัก ทำให้ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องหนีตายกลับบ้าน ทำให้เชื้อกระจายโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น เพื่อเป็นการแบ่งเบาการรักษาจากส่วนกลางไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัด ศบค.ควรมีระบบการส่งตัวผู้ป่วยด้วยวิธีการทางสาธารณะสุขอย่างถูกต้อง จะทำให้อัตราการแพร่เชื้อลดลงได้”นพ.กิตติศักดิ์ กล่าว

ด้าน นพ. ทศพร กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งกรณีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของโรงพยาบาลภูมิพล พบบัญชีรายชื่อมีพิรุธ รายชื่อบุคลากรทางการแพทย์หล่นหายไปจากระบบ ซึ่งถือเป็นปัญหาส่วนที่โผล่พ้นน้ำให้เห็นเท่านั้น ยังมีส่วนแอบซ่อนอยู่อีกมาก จึงขอเรียกร้องทุกหน่วยงานในโรงพยาบาลเชิญตัวแทนทุกกลุ่มงานแต่ละส่วนที่ทำงานร่วมกันมาจัดลำดับการได้รับวัคซีนไฟเซอร์อย่างเท่าเทียมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

เมื่อสรุปรายชื่อแล้วต้องติดประกาศผู้ได้รับวัคซีนไฟเซอร์อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรงจสอบได้ โดยสิ่งที่ต้องตามต่อจากนี้คือ ความโปร่งใสของบุคคลในบัญชีรายชื่อที่ฉีดไปแล้วว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่

“ในหลักการทุกคนในโรงพยาบาลควรได้รับวัคซีน ไม่เว้นแม้แต่พนักงานซักล้าง พนักงานทำความสะอาด หรือบุคคลที่ออกช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ แต่หากมีข้อจำกัด ก็ต้องมาตกลงร่วมกันอย่างเปิดเผย รับรู้กันทุกคน

หากพบข้อมูลความไม่ชอบมาพากล หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการรับวัคซีน ขอให้ส่งข้อมูลมาที่เฟซบุ๊คกลุ่ม we care อาสาเพื่อไทย เพื่อดำเนินการช่วยติดตามตรวจสอบต่อไป จะไม่มีใครคนหนึ่งปลอดภัยได้ โดยคนที่เหลือไม่ได้ฉีดวัคซีน” นพ.ทศพร กล่าว

วงการสื่อเศร้า “หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล” นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479053

วงการสื่อเศร้า “หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล” นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง

16 ส.ค. 2564

ข่าวเศร้าวงการสื่อสารมวลชน เมื่อนักข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาล ต้นแบบนักข่าวผู้มีอุดมการณ์ เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ระยะสุดท้าย หลังรักษาตัวนาน 2 ปี

โดยข่าวการเสียชีวิตของ “พี่หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล” เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กของ “ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์” อดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ที่โพสต์ผ่าเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อช่วงสายวันนี้  

วงการสื่อเศร้า "หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล" นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง

โดย ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ระบุข้อความว่า “ผมได้รับโทรศัพท์ น้องเคน ลูกชายพี่หญิง อัมพา สันติเมทนีดล ตั้งศพที่ศาลา 6 วัดพระศรีฯ บางเขน รดน้ำศพวันนี้ 16.30 น. สวดอภิธรรม 16,17, 18 สิงหาคมเวลา 17.30 น. ฌาปนกิจวันที่ 19 สิงหาคมเวลา 16.00 น.

วงการสื่อเศร้า "หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล" นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง

พี่หญิง เป็นนักข่าวมาทั้งชีวิต เท่าที่พี่หญิงเล่าให้ฟัง เริ่มตั้งหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516  จากนั้นเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ออกจากป่าก็มาเป็นนักข่าวเช่นเดิม เป็นอาชีพสื่อมวลชนเช่นเดิม เท่าผมจำได้ก็มีหนังสือพิมพ์มติชน และบางกอกโพสต์ สุดท้ายมาอยู่ ASTV ก่อนที่จะเกษียณตัวเอง และมาดูร้านค้าสินค้าชุมชนอยู่พักหนึ่งก่อนป่วยเป็นโรคมะเร็ง

พี่หญิงเป็นนักข่าวมือรางวัลอิศรา อมันตกุล ของสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยมาหลายครั้ง ข่าวสุดท้ายเป็นเกี่ยวกับสารพิษที่คลองเตย

วงการสื่อเศร้า "หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล" นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง

พี่หญิงเป็นแบบฉบับนักข่าวที่มีชีวิตเรียบง่าย มีอุดมการณ์ เห็นใจคนอื่น มีความมุ่งมั่น เป็นคนจิตใจดี มองโลกในแง่ดี ไม่ค่อยโกรธใคร  มีข้อมูลเรื่องต่าง ๆ มากมาย ชอบเล่าเรื่องให้พวกเราฟัง เป็นประโยชน์ในการทำข่าว

ตอนทำข่าวในทำเนียบรัฐบาล ที่บางกอกโพสต์ด้วยกัน พี่หญิงก็ทำกับข้าวมาให้กินตอนเที่ยงเป็นประจำ ส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ 

วงการสื่อเศร้า "หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล" นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง

วันนี้พี่หญิงจากไปแล้ว คิดถึงความดี ความมีน้ำใจงามของพี่หญิง คำแนะนำดีๆในการใช้ชีวิตที่ให้กับผมอย่างไม่เสื่อมคลายครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพี่หญิง ขอให้พี่หญิงสู่สุคติ ครับ

วงการสื่อเศร้า "หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล" นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง

ทั้งนี้ มีบุคคลที่มีชื่อเสียง ในแวดวงสื่อสารมวลชน และฝ่ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ รวมทั้งนักการเมืองร่วมแสดงความไว้อาลัยในครั้งนี้ด้วย

วงการสื่อเศร้า "หญิง-อัมพา สันติเมทนีดล" นักข่าวมือรางวัล จากไปด้วยโรคมะเร็ง

ตร.สรุปภาพรวม “ม็อบ 15 สิงหา” แจงผู้ชุมนุมใช้ชาวบ้านเกราะป้องกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479059

ตร.สรุปภาพรวม “ม็อบ 15 สิงหา” แจงผู้ชุมนุมใช้ชาวบ้านเกราะป้องกัน

16 ส.ค. 2564

https://www.dailymotion.com/embed/video/x83fx1l

โฆษก บชน.สรุป “ม็อบ 15 สิงหา” ตำรวจเจ็บ 17 ราย ทรัพย์สินราชการ-ป้อมจราจรเสียหาย พร้อมขอโทษชาวแฟลตดินแดง ที่ได้รับผลกระทบ ยันทำงานควบคุมสถานการณ์-แก้ไขปัญหา ไม่มีเจตนาทำความเดือดร้อน แจงภาพโซเชียลขอตรวจสอบก่อน แฉผู้ชุมนุมใช้ชาวบ้านเกราะป้องกัน

16 ส.ค.2564  พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงสรุปภาพรวม “ม็อบ 15 สิงหา”  ซึ่งเป็นการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ ว่า จากการเผชิญหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 17 ราย ตรวจรักษากลับบ้านได้ 3 ราย ที่เหลือยังคงรับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ 14 ราย โดยได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดของพลุ ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ลูกแก้ว ลูกหิน ของทางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้เข้าปะทะกับทางเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบพื้นที่การชุมนุมพบรถที่ทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหาย 18 คัน ป้อมสัญญาณไฟจราจร 1 ป้อม จากการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ทางกองบัญชากาตำรวจนครบาล ได้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องการชุมนุมในช่วงเดือน ก.ค. 2564 จำนวน 37 คดี มีผู้ต้องหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จำนวน 296 ราย จับกุมดำเนินคดีแล้ว 139 ราย

ตร.สรุปภาพรวม "ม็อบ 15 สิงหา"  แจงผู้ชุมนุมใช้ชาวบ้านเกราะป้องกัน

อ่านข่าวที่น่าสนใจ :

“ณัฐวุฒิ” ขอให้ “ม็อบ15สิหา” ยุติการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง 

“ม็อบ15สิงหา” เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด  

“ม็อบ15สิงหา” ปะทะเดือด สามเหลี่ยมดินแดง แก๊สน้ำตาปลิวว่อน มวลชนเจ็บหลายราย
 

พลตำรวจตรีปิยะ   ระบุว่า การเข้าปะทะกับทางกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าแฟลตดินแดง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากช่วงนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นได้ออกมาทำกิจกรรมกันบ่อยครั้ง ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ต้องขอโทษประชาชนชาวแฟลตดินแดง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมและการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และขอยืนยันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการกระทำเพื่อต้องการควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ตร.สรุปภาพรวม "ม็อบ 15 สิงหา"  แจงผู้ชุมนุมใช้ชาวบ้านเกราะป้องกัน

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า มีชาวบ้านแฟลตดินแดง ถูกตำรวจควบคุมฝูงชนยิงกระสุนยางขึ้นมาที่หน้าห้องพักชั้น 3 ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ร่วมชุมนุม ยืนยันว่า จากภาพที่มีการแชร์กัน รับว่าปลอกกระสุนคือกระสุนยางจริง แต่หัวกระสุนที่นำมาโพสต์ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะหัวกระสุนยางจะมีลักษณะสีดำ และเจ้าหน้าที่ไม่มีความจำเป็นต้องยิงขึ้นไปหาผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง

ตร.สรุปภาพรวม "ม็อบ 15 สิงหา"  แจงผู้ชุมนุมใช้ชาวบ้านเกราะป้องกัน

ส่วนคลิปที่มีการบันทึกว่ามีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพูดว่ายิงขึ้นไปเลย จะมีการตรวจสอบคลิปดังกล่าวอีกครั้ง แต่เบื้องต้นอาจจะเป็นการยิงขึ้นไปยังจุดอื่นเช่นสะพานลอย หรือจุดที่มีผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวาย ก็ได้ ส่วนสีปลอกของกระสุนอาจจะพบว่ามีหลายสี เพราะมาจากการจัดซื้อหลายล็อต ขณะที่การใช้แก๊สน้ำตาควบคุมสถานการณ์ ยืนยันว่าจะมีการใช้แก๊สน้ำตาแค่แยกดินแดง เพื่อลดผลกระทบไปยังประชาชนที่อยู่รอบข้าง   “ทั้งนี้ยอมรับว่าผู้ชุมนุมมีการใช้ชาวบ้านเป็นเกราะป้องกัน ขอให้รับฟังข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ” พล.ต.ต.ปิยะ ระบุ

ส่วนภาพปรากฏข้อมูลตามสื่อออนไลน์ ว่ามีชายสูงอายุนอนได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะและเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเดินผ่านโดยไม่ช่วยเหลือ พ.ต.อ.กฤษณะ ยืนยันว่า ในทุกพื้นที่ที่มีการบังคับใช้กฏหมาย หากพบคนเจ็บจะมีการประสานแพทย์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือพร้อมอำนวยความสะดวกในการเข้าออกพื้นที่อยู่แล้วไม่ได้เป็นตามข้อมูลที่ปรากฏแต่อย่างใด

‘ราเมศ’ เผย ‘เฉลิมชัย’ พร้อมชี้แจงฝ่ายค้านทุกประเด็น เผยซักฟอกเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479055

‘ราเมศ’เผย’เฉลิมชัย’พร้อมชี้แจงฝ่ายค้านทุกประเด็น เผยซักฟอกเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภา

16 ส.ค. 2564

“ราเมศ”ย้ำ ไม่กังวล “ฝ่ายค้าน” ยื่นอภิปราย”เฉลิมชัย”พร้อมชี้แจง มั่นใจสุจริต ทำตามกฎหมาย สร้างประโยชน์แก่”เกษตรกร”

16 สิงหาคม 2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของฝ่ายค้าน โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีด้วย ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่ได้มีความกังวลใจใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมชี้แจงในสภาทุกประเด็น

การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภาภายใต้ระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบฝ่ายบริหารจากฝ่ายค้านถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็มีหน้าที่ชี้แจง เป็นเรื่องธรรมดาในทางการเมือง ไม่มีอะไรน่ากังวล 

ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ตรวจดูแล้วเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงตรงข้ามกับความเป็นจริง การกล่าวหาว่าไร้ภูมิปัญญาและไร้ความสามารถในการบริหารงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อกล่าวหานี้ขัดแย้งกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ที่มีคำตอบชัดเจนคือความสามารถในการทำงานให้เกษตรกรได้ประโยชน์

เป็นรัฐมนตรีที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นระบบและยั่งยืนที่สุด ไม่ได้ล้มเหลวดังที่ฝ่ายค้านกล่าวหา ที่สำคัญไม่มีเรื่องทุจริตใดๆทั้งสิ้น ยึดความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ 

“คนชื่อเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่เคยเข้าไปมีส่วนได้เสีย ไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยเบียดบังทรัพยากรและสมบัติของแผ่นดิน ส่วนเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ ไม่เคยปล่อยปละละเลย ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ รวมถึงการชดเชยเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ที่ทั่วทั้งประเทศทราบถึงการทำงานของนายเฉลิมชัยดีว่า พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์มากมาย รายละเอียดจะไปชี้แจงต่อสภาทุกประเด็นหมัดต่อหมัด”  

เพียงแต่ฝ่ายค้านจะต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่อยากให้มีการนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมาเชื่อมโยงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะจะเข้าตัวฝ่ายค้านได้ การอภิปรายโดยยึดหลักการข้อบังคับอย่างตรงไปตรงมา ก็จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเชิงสร้างสรรค์

นายราเมศ ย้ำว่า พร้อมชี้แจงในทุกประเด็น ชัดเจน ตรงไปตรงมาที่อยากจะย้ำคือเมื่อการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรียึดหลักความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้ง ก็จะเป็นเกราะคุ้มกัน และเป็นคำตอบได้ดีที่สุด ไม่ได้โกงก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลหรือกลัว

และจะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงการทำงานที่เกิดผลสำเร็จนับไม่ถ้วนในทุกเรื่อง ประชาชนได้ประโยชน์อย่างมากมาย และจะนำความจริงที่เป็นผลงานไปพูดในสภาฯ สื่อให้ประชาชนเข้าใจ 

นายราเมศ กล่าวด้วยว่า  โดยหลักการของพรรคก็จะได้ตั้งทีมสนับสนุนข้อมูลให้กับรัฐมนตรีของพรรค ทั้งในสภาและนอกสภา ส่วนตนจะเป็นหัวหน้าทีมในการสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน หากฝ่ายค้านบิดเบือนข้อมูล และพรุ่งนี้ในที่ประชุม ส.ส.จะได้มีการหยิบยกเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจมาพูดคุยกันต่อไป