อดีต รมช.สธ.2 สมัยติง “Home Isolation” สวยหรูแต่โยนภาระให้ “ด่านหน้า” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479052

อดีตรมช.สธ.2 สมัยติง “Home Isolation” สวยหรูแต่โยนภาระให้ “ด่านหน้า”

16 ส.ค. 2564

เบื้องหลังทำไม คลินิกเอกชนไม่เข้าร่วม “Home Isolation”แนะให้ผู้ติดเชื้อเลือกคลินิกในชุมชนใกล้บ้าน เพื่อความรวดเร็วในการเข้าสู่ระบบดูแลตนเอง และทุกสิทธิเบิกจ่ายกองทุนสปสช.รวดเร็วดีที่สุด

วันที่ 16 สิงหาคม 2564  นายวิชาญ มีนชัยนันท์  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 2 สมัย (รมช.สธ.) กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)จัดระบบการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน หรือ Home Isolation (HI) โดยเชิญชวนให้คลินิกเอกชนและคลินิกชุมชนอบอุ่น ซึ่งเป็นหน่วยปฐมภูมิภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเข้าร่วมดูแลประชาชน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เผยผู้ป่วย “โควิด-19” กทม. เข้าระบบรักษาแบบ “Home Isolation” เกือบ 1 แสนคน

เช็กก่อน ใครป่วยโควิด-19 แล้วทำ Home isolation ได้

อัปเดตล่าสุด “4 ขั้นตอน” เข้าสู่ระบบการแยกกักตัวที่บ้าน “Home Isolation”

“แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นคำโฆษณาสวนหรูเกินความจริง เพราะหลังจากประกาศทำ Home Isolation ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมจนบัดนี้ ยังพบว่าระบบการทำงานของสปสช. ยังไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับคลินิกเอกชนและคลินิกชุมชนอบอุ่นที่เข้าร่วมโครงการกล่าวคือ” อดีตรมช.สธ.2สมัยระบุ

ประการแรก ศบค.บอกว่าคลินิกเอกชนและคลินิกชุมชนอบอุ่น สามารถรับรักษาผู้ติดเชื้อที่ถือสิทธิบัตรทอง สิทธิบัตรประกันสังคม สิทธิบัตรข้าราชการ และสิทธิอื่นที่ไม่ได้ครอบคลุม 3 สิทธิข้างต้นนี้ (เช่น คนหลบหนีเข้าเมือง แรงงานผิดกฎหมาย คนไร้สัญชาติ คนชายขอบเร่ร่อน ไม่มีเลขบัตรประชาชน เป็นต้น) ต้องครอบคลุมให้ทุกสิทธิ 

แต่ในความจริง ในระบบฐานข้อมูลออนไลน์ของสปสช. ที่เชื่อมโยงกับคลินิกเอกชนและคลินิกอบอุ่นที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว กลับยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลให้กลุ่มผู้ถือบัตรประกันสังคมและบัตรข้าราชการและสิทธิอื่นๆรวมกันเป็นฐานข้อมูลเดียวได้

เมื่อข้อมูลไม่ออนไลน์เชื่อมโยงกัน ก็ลงทะเบียนเข้าระบบไม่ได้ แต่ผู้ติดเชื้อมาแล้ว ต้องรับรักษา สภาพความจริงที่เกิดขึ้นหน้างานคือ เจ้าหน้าที่ต้องให้ผู้ป่วยลงทะเบียนบนกระดาษถ่ายบัตรประชาชน ถ่ายบัตรยืนยันผลตรวจติดเชื้อเป็นกระดาษ นี่คือปัญหาด่านแรก

ประการสอง กรณีผู้ป่วยที่ถือสิทธิบัตรทองมีสิทธิในระบบของ สปสช.เอง แม้สามารถบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มต้นการรักษา Home Isolation แต่ตัวระบบกลับออกแบบมาให้ผู้ป่วยติดเชื้อ ที่ส่วนมากไม่รู้เรื่องออนไลน์อะไร ต้องไปกดตอบรับยืนยันสิทธิ

ซึ่งชาวบ้านเขาไม่มีความรู้ เขาไม่เข้าใจระบบ ไม่เข้าถึงเทคโนโลยี ก็กลายเป็นมีปัญหาคาอยู่ในระบบ สร้างภาระงานให้เจ้าหน้าที่ต้องช่วยเข้าไปกรอกข้อมูล กดยืนยันข้อมูลให้ทีละคนกว่าจะลงทะเบียนยืนยันสำเร็จใช้เวลาหลายวัน

ประการสาม การที่จัดให้มีการติดต่อกับแพทย์พยาบาลกับผู้ติดเชื้อ ข้อเท็จจริงคือ บางหน่วยที่รับไปแล้วไม่สามารถติดตามดูแลผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึงรวดเร็ว รวมถึงอุปกรณ์ ยาเวชภัณฑ์ อาหาร ที่ล่าช้า เมื่อระบบจับคู่ผู้ติดเชื้อและคลินิกล่าช้า ก็ยิ่งทำให้ผู้ติดเชื้อที่มีอาการในระดับสีเขียว ยกระดับไปเป็นสีเหลือง หรือสีแดงได้ ดังนั้นจึงควรให้ผู้ติดเชื้อสามารถเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่อยู่ในชุมชนของตนเองเพื่อความรวดเร็วในการเข้าสู่ระบบดูแลตนเอง

ประการสุดท้าย เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบไปแล้ว ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกวัน แต่ปรากฏว่า ศบค. สำรองค่าใช้จ่ายมาให้ช้ามาก ปัญหาคือคลินิกที่มาช่วยแบ่งเบาภาระให้รัฐแต่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากแทนรัฐ จึงเป็นเหตุให้คลินิกเอกชนและคลินิกชุมชนอบอุ่นไม่เข้าร่วมโครงการ

“อยากเสนอว่า ขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ต้องเลือกและตัดสินใจ ว่าจะใช้กองทุนใดจ่ายเพียงกองทุนเดียว อาจเลือก สปสช. เพราะ กองทุนสปสช. มีระบบเบิกจ่ายที่ดี รวดเร็วสุด ให้ทุกสิทธิเบิกจ่ายในกองทุนนี้”นายวิชาญ กล่าว

นายวิชาญ กล่าวอีกว่า และในทางบัญชีก็ให้ระบบราชการเคลียร์ระบบกันเอง ไม่ใช่ระบบภาครัฐไม่พร้อม งบประมาณที่กู้ไปก็ไม่เอามาใช้ให้ถูกที่ถูกทาง แต่โยนความไม่พร้อมให้เป็นภาระแก่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะแทนที่จะเอาเวลาไปดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลับต้องเอาเวลามาทำเอกสารวุ่นวายเพราะความไม่พร้อมและโยนภาระของภาครัฐ

กางแผนที่เลี่ยง “ม็อบวันนี้” หลังกลุ่ม “ทะลุฟ้า” ประกาศเปลี่ยนเส้นทางบุกบ้านนายกฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479050

กางแผนที่เลี่ยง”ม็อบวันนี้” หลังกลุ่ม”ทะลุฟ้า” ประกาศเปลี่ยนเส้นทางบุกบ้านนายกฯ

16 ส.ค. 2564

กองบัญชาการตำรวจนครบาล แจ้งประชาสัมพันธ์ เส้นทางการจราจรที่อาจได้รับผลกระทบจากการนัดชุมนุมของกลุ่ม”ทะลุฟ้า” วันนี้ โดยมีการเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้า บ้านพักนายกรัฐมนตรี พร้อมแนะเส้นทางหลีกเลี่ยง

ตามที่ กลุ่มทะลุฟ้า มีการประกาศนัดชุมนุมในวันที่ 16 สิงหาคม โดยระบุข้อความทางเพจเฟซบุ๊ก “ทะลุฟ้า” ว่า   รวมพล ! 16 สิงหาไล่ล่าทรราช #ม็อบ16สิงหาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท  15.00 น เป็นต้นไป เราจะเดินคล้องแขนไปบ้านประยุทธ์  ทะลุฟ้าไม่เน้นปะทะและจะเดินตามแนวทางของเรา

 กางแผนที่เลี่ยง"ม็อบวันนี้" หลังกลุ่ม"ทะลุฟ้า"  ประกาศเปลี่ยนเส้นทางบุกบ้านนายกฯ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการนครบาล และ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร แจ้งกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุม นัดรวมตัวกันบริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจะเคลื่อนขบวนไปที่ กรม ทม. ที่ 1 มหด.รอ. ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จึงแนะนำให้เลี่ยงเส้นทางที่ อาจได้รับผลกระทบดังนี้ 

1. เส้นทางทางที่อาจได้รับผลกระทบและควรหลีกเลี่ยงรอบอนุสาวรีย์ช้ยสมรภูมิ

1.1 ถนนพญาไท (แยกพญาไทย – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)                                    1.2ถนนพหลโยธิน (อนุสาวรีย์ชัยฯ -แยกสะพานควาย) 
1.3 ถนนอโศก -ดินแดง (แยกโบสถ์แม่พระ – สามเหลี่ยมดินแดง)                         1.4 ถนนราชวิถี (แยกสามเหลี่ยมดินแดง – แยกตึกชัย )
1.5 ถนนวิภาวดีฯ (ขาออก) (แยกใต้ด่วนดินแดง -สโมสร ทบ.)                             1.6 ถนนวิภาวดีฯ (ขาเข้า) (แยกมิตรไมตรี – แยกใต้ด่วนดินแดง) 
1.7 ถนนราชปราาภ (แยกมักกะสัน – แยกสามเหลี่ยมดินแดง)                              1.8 ซอยพหลโยธิน 2 
1.9 ทางลงด่วนอนุสาวรีย์ช้ย                                                                        1.10 ทางลงด่วนวิภาวดีฯ
1.11 อุโมงค์ข้ามแยกใต้ด่วนดินแดง

2. เส้นทางที่ แนะนำ ให้ประชาชนไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านการจราจร
2.1 ถนนศรีอยุธยา                                  2.7 ถนนประดิพัทธ์
2.2 ถนนเพชรบุรี                                    2.8 ถนนกำแพงเพชร
2.3 ถนนจตุรทิศ                                    2.9 ถนนกำแพงเพชร 2 
2.4 ถนนพระราม 6                                 2.10 ทางยกระดับอุตราภิมุข (โทลล์เวย์) 
2.5 ถนนวิภาวดีฯ (ช่องทางด่วน)                2.11 ทางพิเศษศรีรัช 
2.6 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย                              2.12 ทางพิเศษ เฉลิมมหานคร 

 กางแผนที่เลี่ยง"ม็อบวันนี้" หลังกลุ่ม"ทะลุฟ้า"  ประกาศเปลี่ยนเส้นทางบุกบ้านนายกฯ

“ฝ่ายค้าน” ยื่นซักฟอก”นายกฯ- 5 รมต.” แก้” วัคซีน-โควิด-เศรษฐกิจ” ล้มเหลว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479045

“ฝ่ายค้าน” ยื่นซักฟอก”นายกฯ- 5 รมต.” แก้” วัคซีน-โควิด-เศรษฐกิจ” ล้มเหลว

16 ส.ค. 2564

“ฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ”นายกฯ- 5 รมต.” ปมบริหารวัคซีน-แก้ไขสถานการณ์โควิด-เศรษฐกิจ ล้มเหลว เมินแตะ “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส”

ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พร้อมด้วย หัวหน้าพรรคและตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล ,นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน , เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

รวมทั้งนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์  ประธานยุทธศาตร์พรรคเพื่อชาติ , หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายนิคม บุญวิเศษ และ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เข้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยนายสมพงษ์ เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกันพิจารณา เห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลทั้งการบริหารวัคซีน แก้ไขปัญหาโควิด-19 ไปจนถึงการแก้ไขสถานการณ์เศรษฐกิจที่ล้มเหลว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พร้อมขอให้ประธานสภา บรรจุเป็นวาระด่วนเพื่อพิจารณาในการประชุมสภาต่อไป 

สำหรับการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลครั้งนี้มีทั้งสิ้น 6 คน ประกอบด้วย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล   รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณาสุข  นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ถามถึงเหตุผลที่ไม่มีรายชื่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกมนตรี นายสมพงษ์ ระบุว่า ที่ประชุมฝ่ายค้านก็มีการคุยเรื่องนี้ แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้ข้อสรุปว่าจะตั้งเป้าปัญหาโควิด-19 และเศรษฐกิจ เป็นหลัก ดังนั้นการจะอภิปรายใครก็ตาม จะต้องตรวจสอบว่า จะสามารถชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบว่างานของรัฐมนตรีดังกล่าวเป็นอย่างไรได้หรือไม่

และการทำงานของฝ่ายค้านต้องทำงานเป็นคณะ ซึ่งก็มีการประชุมกันมาหลายครั้งก่อนที่จะได้ข้อสรุปออกมา ซึ่งได้เน้นไปยังบุคคลที่รับผิดชอบเรื่องนั้นๆเป็นหลัก โดยครั้งนี้เชื่อว่า ข้อมูลที่จะอภิปรายนั้น มีความมั่นใจว่าหลักฐานครบถ้วน ที่จะสามารถยื่นเอาผิดต่อได้ในภายหลังจากนี้

แต่การที่จะเอาชนะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ต้องฝากไปยัง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ที่เมื่อรับฟังข้อมูล แล้วมีความคิดความอ่าน ก็ให้คิดถึงประชาชนเป็นหลัก เพราะจะส่งผลไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน 

ถามต่อถึงเหตุผลที่ไม่มีชื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัส พรมเผ่า แม้มีรายงานว่าพรรคก้าวไกลได้เสนอชื่อเข้าที่ประชุมด้วย โดยนายพิธา ตอบว่ากระบวนการเลือกรัฐมนตรีก็เหมือนกัน แต่ละพรรคจะมีรายชื่อรัฐมนตรีที่ไม่ไว้วางใจเป็นของตัวเอง

แต่อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านก็ต้องประชุมร่วมกัน ก่อนจะพิจารณารายชื่อที่จะยื่นญัตติออกมาโดยโฟกัสไปที่รัฐมนตรีทั้ง 6 คนที่ได้กล่าวไปแล้วเท่านั้น 

นายพิธา ยังระบุ ถึงเหตุผลในการเลือกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ เป็นเพราะตั้งใจใช้กลไกสภาแก้ไขวิกฤตลดความขัดแย้ง ซึ่งครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ที่เด่นชัดคือความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมยืนยันฝ่ายค้านร่วมมือกันทำงานอย่างเหนียวแน่น เพราะทุกพรรคเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ทุกความเห็นต่างย่อมเกิดขึ้นได้ตลอด

ด้านนายชวน กล่าวว่าเมื่อมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำไปตัวสอบระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ไม่เกิน 7 วัน ก่อนที่จะแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบเพื่อหารือกับคณะรัฐมนตรีว่าจะอภิปรายในช่วงใดต่อไป 

ทั้งนี้หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยังกล่าวเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รีบลาออกจากตำแหน่งโดยหากยังฝืนอยู่ ตนมองว่าอาจมีเหตุการไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้หลังจากนี้ พร้อมระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน เพราะสถานการณ์ในประเทศขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤต

นายมงคลกิตติ์ ยังระบุถึงพรรคร่วมรัฐบาล ว่าหากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ยังยกมือโหวตผ่านให้พลเอกประยุทธ์อีก ก็อยากให้ทุกพรรคร่วมรัฐบาลไปปิดพรรคได้เลย เพราะหากถึงวันเลือกตั้ง จะไม่มีประชาชนเลือกอีกเลย

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ รพ.ภูมิพลจับพิรุธวัคซีน “ไฟเซอร์” เข็ม 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479036

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ รพ.ภูมิพลจับพิรุธวัคซีน “ไฟเซอร์” เข็ม 3

16 ส.ค. 2564

พี่ศรีไม่ทน ศรีสุวรรณ ป.ป.ช.สอบ รพ.ภูมิพล จับพิรุธ ฉีดวัคซีน “ไฟเซอร์” เข็ม 3 ได้มีรายชื่อซ้ำ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และใช้สัญลักษณ์ตัวเลขเป็นชื่อบุคคลมากถึง 172 รายชื่อ

วันที่ 16 สิงหาคม 2564  เวลา 10.00 น.ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณีมีพยาบาลด่านหน้ารายหนึ่งของ รพ.ภูมิพลฯได้โพสต์ระบายว่าชื่อตกหล่น ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็ม 3 ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รพ.ภูมิพล ฉีด “ไฟเซอร์” 600 โดสวันนี้ เจ้ากรมแพทย์ ทอ. ย้ำไม่มีวัคซีน วีไอพี.

เร่งสอบ ฉีด”ไฟเซอร์” Back office จก่อนด่านหน้า

“โควิดวันนี้” พบตัวเลขผู้ป่วยใหม่ยังพุ่ง 21,157 ราย ผู้เสียชีวิตทะลุเกือบ 200

พร้อมกับปรากฎบัญชีรายชื่อบุคคลต่างๆที่มีรายชื่อซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าโฆษก ทอ.ออกมาแถลงว่าเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ ยืนยันว่าไม่มีการสวมสิทธิ์หรือ แย่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แต่อย่างใด เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนั้น

จากการตรวจสอบพบว่า รายชื่อดังกล่าวมีความผิดปกติ คือ มีรายชื่อซ้ำ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และใช้สัญลักษณ์ตัวเลขเป็นชื่อบุคคลมากถึง 172 รายชื่อ แทนที่จะเรียงลำดับความสำคัญ ไปเรียงลำดับตามตัวอักษรทำให้บุคลากรด้านหน้าไม่ได้รับการพิจารณาให้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็นการเร่งด่วนได้

ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัยที่หน่วยงานที่มีทหารเป็นผู้บริหาร มักจะมีความเคร่งครัดในระเบียบในการจัดทำเอกสารต่างๆอย่างเคร่งครัด แต่ในกรณีนี้กลับปรากฏความผิดพลาดอย่างมาก อันชี้ให้เห็นเป็นข้อพิรุธ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่บุคลากรด่านหน้าต้องออกมาระบายความในใจผ่านโซเชียลมีเดีย

กรณีดังกล่าว มีข่าวแพร่งพรายออกมาว่า มีการเร่งสอบสวนคนปล่อยรายชื่อหลุด และมีการเรียกผู้ที่โพสต์ระบายดังกล่าวไปพบเจ้ากรมการแพทย์ฯ ซึ่งอาจจะถูกเตือน/ภาคทัณฑ์ หรือใด ๆ

ทั้งๆที่ควรตรวจสอบว่าใครทำให้มีชื่อซ้ำซ้อน ด่านหน้าคนไหนชื่อตกหล่นและยังไม่ได้วัคซีน อันควรต้องเร่งจัดหามาให้เป็นการเร่งด่วน ซึ่ง ผบ.ทอ.ควรจะต้องตั้งกรรมการสอบเจ้ากรมการแพทย์ฯและผอ.รพ.ภูมิพล มากกว่าว่าปล่อยให้บุคลากรด่านหน้าของตนไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 อย่างรวดเร็วได้อย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็มีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งนี้ต้องเสียชีวิตไป อย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ยังมีข้อพิรุธของการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของโรงพยาบาลแห่งนี้หลายอย่าง ทั้งที่ได้รับการจัดสรรมากว่า 1,860 โดส ซึ่งมากกว่าจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีอยู่

แต่ก็ยังมีบุคลากรด่านหน้าที่เป็นแพทย์ และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรงประมาณ 100-200 คน ไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้ แต่กลับมีการแถลงข่าวว่าจะขอรับการสนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าอีก 400 โดส จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากยิ่งขึ้น ที่มิอาจปล่อยผ่านไปได้

“ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความดังกล่าวมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันนี้ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่เจ้ากรมการแพทย์ทหารอากาศ ผอ.รพ.ภูมิพล และเจ้าหน้าที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกระชากหน้ากาก VVIP หน้าด้านทั้งหลายออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ต่อไป “นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

“กองทุนพัฒนาสื่อฯ” ชวนสมัครเข้าร่วม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ)” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479035

“กองทุนพัฒนาสื่อฯ” ชวนสมัครเข้าร่วม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ)”

16 ส.ค. 2564

โอกาสของคนมีความคิดสร้างสรรค์มาถึงแล้ว “กองทุนพัฒนาสื่อ ฯ “เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมอบรม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ)” รับตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2564 เท่านั้น

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาศักยภาพพัฒนาผู้ผลิตสื่อให้มีองค์ความรู้ พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการผลิตและเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายใหม่ ได้พัฒนาตัวเองเป็นผู้ผลิตสื่อที่มีคุณภาพในอนาคต 

"กองทุนพัฒนาสื่อฯ" ชวนสมัครเข้าร่วม "โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ)"

จึงขอเชิญชวนผู้ผลิตสื่อและผู้ที่สนใจเข้าร่วม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ)” พร้อมส่งโครงการที่มีความคิดสร้างสรรค์ น่าสนใจและเกิดประโยชน์ต่อสังคม จะได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ เปิดรับสมัครถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2564

ทั้งนี้ ทางโครงการได้กำหนดคุณสมบัติผู้สมัครที่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1) ผู้ประกอบการสื่อและผู้ผลิตสื่อ 

2) กลุ่ม องค์กร หรือ ประชาชนทั่วไปที่สนใจการสร้างเนื้อหาที่สร้างสรรค์

3) ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างสรรค์เนื้อหา (Content Creator)

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่าน QR Code เพื่อลงทะเบียน

"กองทุนพัฒนาสื่อฯ" ชวนสมัครเข้าร่วม "โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ)"

หรือสมัครผ่าน Link ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfSTPjsYsAp_EbBmWFwEEVlio8YOyST_WMZgrTyKZfpDPwsQg/viewform

สำหรับโครงการที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้ง 5 ภูมิภาคจะได้เข้ารับการอบรมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom

โดยมีกำหนดการอบรมดังนี้ ภาคเหนือ วันที่ 2 – 3 กันยายน 2564, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 9 – 10 กันยายน 2564, ภาคใต้วันที่ 13 – 14 กันยายน 2564, ภาคตะวันออก วันที่ 27 – 28 กันยายน 2564 และภาคกลาง วันที่ 7 – 8 ตุลาคม 2564

ประกาศผลโครงการที่ผ่านการคัดเลือกผ่านทาง www.thaimediafund.or.th  และ Facebook Fanpage : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

"กองทุนพัฒนาสื่อฯ" ชวนสมัครเข้าร่วม "โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อ (บ่มเพาะ)"

หลีกเลี่ยงเส้นทาง “ม็อบทะลุฟ้า” นัดชุมนุมวันนี้ ชี้เป้า “บ้านนายกฯ” 15 นาฬิกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/478979

หลีกเลี่ยงเส้นทาง “ม็อบทะลุฟ้า” นัดชุมนุมวันนี้ ชี้เป้า “บ้านนายกฯ” 15 นาฬิกา

16 ส.ค. 2564

ม็อบทะลุฟ้านัดชุมนุมต่อเนื่อง 16 ส.ค. เปลี่ยนเส้นทางบุกบ้านนายกฯ อ้างคล้องแขนไปอย่างสงบ

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน(คฝ.) ได้เข้าสลายการชุมนุมกลุ่มม็อบทะลุฟ้า ม็อบ15 สิงหาคม จนพื้นที่บริเวณแยกดินแดงกลับคืนสู่ความสงบ 

อย่างไรก็ตาม เพจม็อบทะลุฟ้า ซึ่งเป็นเพจปลุกระดมประชาชนให้มาชุมนุมขับไล่รัฐบาล และต้องการปฏิรูปสถาบัน ตามแนวคิดของกลุ่มการเมือง และนักวิชาการที่อยู่ต่างประเทศ

หลีกเลี่ยงเส้นทาง "ม็อบทะลุฟ้า" นัดชุมนุมวันนี้   ชี้เป้า "บ้านนายกฯ" 15 นาฬิกา

ได้มีการโพสต์ข้อความว่า 

รวมพล ! 16 สิงหาไล่ล่าทรราช #ม็อบ16สิงหา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท  15.00 น เป็นต้นไป เราจะเดินคล้องแขนไปบ้านประยุทธ์  ทะลุฟ้าไม่เน้นปะทะและจะเดินตามแนวทางของเรา 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ม็อบ15สิงหา” เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด  

ต่างขั้วต่างแนวทางยากฟังกัน สุดท้ายเหยื่อ คือ”ประชาชน”

ม็อบ15สิงหา” ปะทะเดือด สามเหลี่ยมดินแดง แก๊สน้ำตาปลิวว่อน มวลชนเจ็บหลายราย

ทะลุฟ้าเปลี่ยนเส้นทางใช้ถนนเส้นพหลโยธิน เลี้ยวขวาซอยพหลโยธิน 2 เลี้ยวซ้ายถนนวิภาวดีรังสิต
เปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง
ได้ขอเจรจากับทีมทะลุฟ้าไว้ว่าถ้าหากไปทางไปเส้นทางนี้
ตำรวจจะให้เราผ่านไปถึงหน้าบ้านประยุทธ์

หลีกเลี่ยงเส้นทาง "ม็อบทะลุฟ้า" นัดชุมนุมวันนี้   ชี้เป้า "บ้านนายกฯ" 15 นาฬิกา

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เพจทะลุฟ้าขอเปิดรับบริจาค โดยอ้างว่า เนื่องจากทางเราขาดอุปกรณ์ในการป้องกันที่เพียงพอ จึงอยากขอเปิดรับบริจาคสบสมทุนกองทุนทะลุฟ้า เพื่อซื้ออุปกรณ์ป้องกัน และสมทบทุนเพื่อการเคลื่อนไหวต่อไป

หลีกเลี่ยงเส้นทาง "ม็อบทะลุฟ้า" นัดชุมนุมวันนี้   ชี้เป้า "บ้านนายกฯ" 15 นาฬิกาด้านความเคลื่อนไหวการชุมนุมม็อบ15 สิงหา  เมื่อเวลา 19.15 น.ที่ สามเหลี่ยมดินแดง ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ รายงานว่า ผู้ชุมนุม ม็อบ15สิงหา ปะทะกับทางเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนมาตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบ15สิงหาได้เผาป้อมตำรวจบริเวณเกาะกลางสามเหลี่ยมดินแดง โดยป้อมดังกล่าวเป็นป้อมที่เคยถูกเผาไปแล้วเมื่อการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา 

ส่อง 10 อันดับ นักท่องเที่ยว “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” -“สหรัฐฯ” อันดับ 1 มามากสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/478973

ส่อง 10 อันดับ นักท่องเที่ยว “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” -“สหรัฐฯ” อันดับ 1 มามากสุด

15 ส.ค. 2564

‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’ เดือนก.ค. สร้างรายได้ 1,925 ล้านบาท -“สหรัฐฯ”อันดับ 1 มามากสุด

วันนี้ (15 ส.ค. 64) ศบค. รายงานสถานการณ์ ท่องเที่ยว ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’ ตั้งแต่ 1 – 31 ก.ค. 64 พบว่า รายจ่ายนักท่องเที่ยว 829 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียน ก่อให้เกิดรายได้ ต่อระบบเศรษฐกิจ 1,925 ล้านบาท ผลตอบแทนจ้างงาน 210 ล้านบาท จำนวนการจ้างงาน 2,719 คน ผลกระทบด้านเศรษฐกิจโดยรวม(มูลค่าเศรษฐกิจโดยรวม 816 ล้านบาท) รายได้ภาษี 87 ล้านบาท โดยจำนวนคืนพักกว่า 190,843 คืน

 ส่อง 10 อันดับ นักท่องเที่ยว "ภูเก็ตแซนด์บอกซ์" -"สหรัฐฯ" อันดับ 1 มามากสุด

10 อันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับ”นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 14 ส.ค. 64 จำนวนทั้งสิ้น 20,727 คน ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเหลือในภูเก็ตจำนวน 6,672 คน 

1. สหรัฐอเมริกา 2,759 คน 

2. อังกฤษ 2,712 คน 

3. อิสราเอล 2,250 คน 

4. เยอรมนี 1,617 คน 

5. ฝรั่งเศส 1,607 คน 

6. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 775 คน 

7. สวิสเซอร์แลนด์ 467 คน 

8. เนเธอร์แลนด์ 446 คน 

9. ออสเตรเลีย 361 คน 

10. คูเวต 327 คน 

สำหรับวันพักเฉลี่ย 11.14 วัน จองที่พักล่วงหน้า 16 วัน 

 ส่อง 10 อันดับ นักท่องเที่ยว "ภูเก็ตแซนด์บอกซ์" -"สหรัฐฯ" อันดับ 1 มามากสุด

จุดหมายปลายทางยอดนิยม 

สำหรับจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ยอดนิยมหลังพำนัก 14 คืน ใน ภูเก็ต ได้แก่ 


1. กรุงเทพมหานคร 

2. สุราษฎร์ธานี 

3. เชียงใหม่

4. ประจวบคีรีขันธ์

5. ชลบุรี 

“ม็อบ15สิงหา” เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/478960

“ม็อบ15สิงหา” เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด  

15 ส.ค. 2564

มีรายงานสถานการณ์  “ม็อบ15สิงหา” ล่าสุดกลุ่มมวลชนได้เผาป้อมตำรวจดินแดง ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง โดยป้อมตำรวจแห่งนี้เคยถูกเผาไปแล้วเมื่อม็อบวันที่10สิงหา 

เมื่อเวลา 19.15 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2564 ที่ สามเหลี่ยมดินแดง ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ รายงานว่า ผู้ชุมนุม ม็อบ15สิงหา ปะทะกับทางเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนมาตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา

"ม็อบ15สิงหา" เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด  

ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบ15สิงหาได้เผาป้อมตำรวจบริเวณเกาะกลางสามเหลี่ยมดินแดง โดยป้อมดังกล่าวเป็นป้อมที่เคยถูกเผาไปแล้วเมื่อการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา 

"ม็อบ15สิงหา" เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บริเวนใต้ทางด่วนดินแดงยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบ15สิงหา อยู่จำนวนมาก ที่ปะทะกับทางตำรวจ โดยการยิงพลุ และ ประทัด ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านบนทางด่วน 

"ม็อบ15สิงหา" เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ม็อบ15สิงหา" เผาซ้ำอีก ป้อมตำรวจดินแดง มวลชนยังปะทะกับตร.ดุเดือด  

ด้านขบวนของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำกลุ่มนปช. ที่เดินทางมาเมื่อช่วง 18.00 น. นั้น ได้ปราศรัยขอให้มวลชนเดินทากลับ แต่สุดท้ายไม่เป็นผล ก่อนที่กลุ่มของ  นายณัฐวุฒิ จะถอยกลับไปแล้ว ส่วนมวลชนม็อบ15สิงหายังคงปักหลักปะทะกับทางเจ้าหน้าที่ 

ขอบคุณภาพ nation online

‘ศบค.’ จ่อเคาะคลายล็อก 4 ธุรกิจในห้าง-ธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ 16 ส.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/478961

‘ศบค.’จ่อเคาะคลายล็อก 4 ธุรกิจในห้าง-ธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ 16 ส.ค.

15 ส.ค. 2564

จับตา 16 ส.ค. ‘ศบค.’ เคาะคลายล็อก 4 ธุรกิจในห้าง ธนาคารและสถาบันการเงิน -ธุรกิจสื่อสารและไอที -ร้านเบ็ดเตล็ด และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น รวมทั้ง ธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ 4 ประเภท ได้แก่ อาหาร ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์


การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ครั้งที่ 12/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์    วันที่ 16 ส.ค. เวลา 13.30 น. มีวาระสำคัญคือ การพิจารณาขยายมาตรการยกระดับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด เดิมระบุว่าจะถึงวันที่ 18 ส.ค. อาจจะต้องขยายไปให้ถึงวันที่ 31 ส.ค. เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับที่สูงมาก

อีกประเด็นหนึ่ง คือ การพิจารณาผ่อนปรนมาตรการในห้างสรรพสินค้าตามที่สมาคมศูนย์การค้าไทยเสนอขอผ่อนปรน 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารและสถาบันการเงิน ธุรกิจสื่อสารและไอที ร้านเบ็ดเตล็ด และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น  

นอกจากนี้ ทางกระทรวงแรงงานจะเสนอขอให้พิจารณาผ่อนปรนการ”ล็อกดาวน์”ธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ 4 ประเภท ได้แก่ อาหาร ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถส่งออกได้ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจดังกล่าวมากไปกว่านี้ รวมถึงการดำเนินการโครงการนำร่องการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน หรือ Factory Sandbox

ขณะที่ศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉิน หรือ อีโอซี ของกระทรวงสาธารณสุข จะเสนอให้ ศบค.พิจารณาขยายเวลาการใช้มาตรการควบคุมโรคในจ.ภูเก็ต ออกไปอีก เนื่องจากคำสั่งเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 16 ส.ค.

นอกจากนี้ ศบค.อาจจะมีการพิจารณากรณีสมาคมฟุตบอลฯ เสนอแนวทางการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่มีกำหนดการเปิดสนามนัดแรกในช่วงวันที่ 3-5 ก.ย. ว่าจะสามารถแข่งขันได้ตามกำหนดหรือไม่

รวมทั้งเรื่องอีโอซีของกระทรวงสาธารณสุข จะมีการรายงานให้ที่ประชุมทราบถึงเรื่องการรับความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากต่างประเทศ ทั้งเรื่องการแลกวัคซีนแอสตราเซเนกา ระหว่างรัฐบาลภูฏานกับรัฐบาลไทย รวมถึงการรับบริจาค Monoclonal Antibody (Casirivimab/Imdevimab) จากกระทรวงสาธารณสุข เยอรมนี   

ต่างขั้วต่างแนวทางยากฟังกัน สุดท้ายเหยื่อ คือ “ประชาชน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/478958

ต่างขั้วต่างแนวทางยากฟังกัน สุดท้ายเหยื่อ คือ”ประชาชน”

15 ส.ค. 2564

ชัดเจนผ่านการขอร้องของ”ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ให้ กลุ่มเยาวชนย่านแยกดินแดงยุติชุมนุมแต่เหตุใดกลุ่มเหล่านี้กลับไม่รับฟัง

กิจกรรมชุมนุมทางการเมือง คาร์ม็อบ หรือ ม็อบ 15 สิงหา ภายใต้การปลุกระดมของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และ สมบัติ บุญงามอนงค์  หรือ บก.ลายจุด จบลงตามที่พวกเขาประกาศไว้ก่อนหน้านี้

ด้วยการให้ผู้ชุมนุมมาร่วมแสดงออกทางสัญลักษณ์ด้วยการบีบแตรขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณแยกราชประสงค์ 

กระนั้น แทนที่เหตุการณ์จะสงบแยกย้ายกลับบ้าน ปรากฎอีกฟากหนึ่ง บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เกิดเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นอีกครั้ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการปะทะ เพราะบริเวณพื้นที่แห่งนี้ มีการปะทะกันมานับตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มที่ใช้ชื่อหลากหลาย ไม่ว่าเป็น ราษฎรปลดแอก  เยาวชนปลดแอก จนกลายมาเป็น ม็อบ  7 สิงหา เรื่อยมาถึง ม็อบ 10 สิงหา และ มวลชนคนทะลุฟ้านัดมาชุมนุมเป็น ม็อบ 13 สิงหา  ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และวันที่ 15 สิงหา เป็นการปะทะล่าสุด

ต่างขั้วต่างแนวทางยากฟังกัน  สุดท้ายเหยื่อ คือ"ประชาชน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ณัฐวุฒิ” ขอให้ “ม็อบ15สิหา” ยุติการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง 

เคลื่อนแล้วขบวน “Car Park”  ณัฐวุฒิ นำขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์

ม็อบ15สิงหา” ปะทะเดือด สามเหลี่ยมดินแดง แก๊สน้ำตาปลิวว่อน มวลชนเจ็บหลายราย

ไม่ว่าเป็นเสียงปืน เสียงประทัดยักษ์ แก๊สน้ำตา กระสุนยาง  ดังโป้งป้างขึ้น

เสียงโหยหาความรุนแรงจากสามเหลี่ยมดินแดง ดังไกลมาถึงหูณัฐวุฒิ ซึ่งกำลังเลิกชุมนุมคาร์ม็อบจากแยกราชประสงค์ จึงเคลื่อนขบวนรถปราศรัยมาที่แยกดินแดง

ทันทีที่เขามาถึง ใช้โอกาสนี้ประกาศชัยชนะเหนือรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  พร้อมกับขอร้องให้ กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดงยุติการชุมนุม 

การมาบริเวณแยกดินแดงของณัฐวุฒิ เป็นภาพดูดีให้กับแกนนำที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง จากมวลชนนปช. ที่หวังว่า ณัฐวุฒิจะสามารถกวาดต้อนความเชื่อคนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้มาเติมปริมาณการเคลื่อนไหวให้พวกตน 

แต่ณัฐวุฒิประเมินผิด

ณัฐวุฒิอาจได้ภาพการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อล้างภาพที่เคยเป็นแกนนำหัวรุนแรง ต้องการสร้างสันติ แต่ณัฐวุฒิ ก็ยังไม่อาจประสบความสำเร็จในการได้มวลชนรุ่นใหม่เหล่านี้กลับไปด้วย 

เพราะ มวลชนที่อยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ส่วนใหญ่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ เป็นกลุ่มเยาวชน กลุ่มอาชีวะ ที่ไดัรับการปลูกฝังความคิดมาจาก แกนนำทางการเมือง นักวิชาการ  ที่มีเป้าหมายสูงกว่าขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ พวกเขามีเป้าหมายอย่างที่ทุกคนรับรู้มาตลอด ” ปฏิรูปสถาบัน” นั่นเอง 

ต่างขั้วต่างแนวทางยากฟังกัน  สุดท้ายเหยื่อ คือ"ประชาชน"

ทุกครั้งของการเคลื่อนไหว จึงเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณแยกดินแดง มีการขีดเขียนข้อความที่หมิ่นเหม่สถาบันเบื้องสูง มีการเขียนภาพล้อเลียน ชนิดที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่อาจยอมรับได้  มีการปลุกเร้าสร้างความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำลายทรัพย์สินของราชการ เผาป้อมตำรวจ  เผารถควบคุมผู้ต้องหา 

ฉะนั้น ไม่แปลกเลยที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะออกมาขอร้องให้กลุ่มเยาวชน กลุ่มอาชีวะ เหล่านี้ยุติชุมนุม แต่ก็ไม่ได้ฟังเสียงเรียกร้องของณัฐวุฒิแต่อย่างใด หากแต่ กลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้ เลือกที่จะรับฟังผู้ปลุกระดมทางการเมือง ที่ไม่ใช่กลุ่มของนายณัฐวุฒิ

ต่างขั้วต่างแนวทางยากฟังกัน  สุดท้ายเหยื่อ คือ"ประชาชน"

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)

สภาพการเคลื่อนไหวที่แม้จะมีข้อเรียกร้องเหมือนกันประการหนึ่ง คือ ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  แต่ต่างกันตรงที่การล้มล้างสถาบัน 

จึงไม่อาจเป็นคำตอบของการเคลื่อนไหวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของกลุ่มต่างๆได้เลยว่า

แม้ต้องแลกมาซึ่งการบาดเจ็บ พิการ  หรือกำลังต้องการเรียกหาความสูญเสีย ซึ่งสุดท้ายหนีไม่พ้น “ประชาชน” ที่ตกเป็นเหยื่อ ให้กลุ่มการเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเตรียมพร้อมออกมาเรียกร้องหาความชอบธรรม 

หรือแม้แต่ความต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์  จะลงจากอำนาจ

แต่สถานการณ์จะสงบลงหรือไม่  

เพราะเป้าหมายเชิงลึกทางการเมืองที่ต่างกันนั่นเอง