“ดีอีเอส” ออกประกาศ จัดระเบียบล้วงตับข้อมูลข่าวสารทางคอมพิวเตอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/478750

“ดีอีเอส” ออกประกาศ จัดระเบียบล้วงตับข้อมูลข่าวสารทางคอมพิวเตอร์

14 ส.ค. 2564

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงดีอีเอส เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  หรือ กระทรวงดีอีเอส ได้ออกหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ โดยมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งเป็นการกำหนดให้มีผู้จัดเก็บรักษาข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ โดยเจ้าพนักงานสามารถเข้าไปตรวจสอบการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวได้ 

เหตุการณ์ดังกล่าวปรากฎ ตามราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเผยแพร่  ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. ๒๕๖๔

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของ ผู้ให้บริการให้มีความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีในปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๒๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. ๒๕๖๔

“ดีอีเอส.”เตือนข่าวปลอม ปั่นกระแสโยงไทย ติด”โควิด”อันดับต้นของโลก

ดีอีเอส” เผย เฟซบุ๊กยังไม่ทำตามคำสั่งศาลปิดกั้น 8 บัญชีต้นตอเฟคนิวส์

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. 2564 ”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เรื่อง หลักเกณฑ์ การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. ๒๕๕๐

ข้อ ๔ ในประกาศนี้ “ผู้ให้บริการ ” หมายความว่า

(๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนาม หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น “ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล” หมายความว่า ระบบการลงทะเบียนทาง เครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบุคคลใด ๆ หรือข้อมูล ระหว่างผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการ บุคคลต่าง ๆ หรือหน่วยงานของรัฐ ในระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย อิเล็กทรอนิกส์หรืออินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ยืนยันตัวตนและการกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยต้องอยู่ภายใต้กรอบของเทคโนโลยีที่สอดคล้องและเป็นไป ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานขั้นต่ำในเรื่องระดับความน่าเชื่อถือของระบบและสื่อที่ใช้ ในการยืนยันตัวตนที่ประกาศฉบับนี้กำหนด หรือตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมประกาศทั้งหมด 

“การพิสูจน์และยืนยันตัวตน” หมายความว่า กระบวนการพิสูจน์และยืนยันความถูกต้อง ของตัวบุคคลไม่ว่าจะโดยตัวบุคคลนั้นเองหรือที่เกิดจากข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลโดยระบบ คอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์

“สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)” หมายความว่า สื่อหรือช่องทางในการติดต่อสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet Intermediary) ที่เน้นการสร้างหรือเผยแพร่เนื้อหาระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน (Creation and Exchange of User-generated Content) หรือสนับสนุนการสื่อสารสองทาง หรือการนำเสนอและ เผยแพร่เนื้อหาในวงกว้างได้ด้วยตนเอง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชัน กระดานข่าว เครือข่ายสังคมออนไลน์ สื่อสำหรับการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเนื้อหา ที่เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ภาพนิ่ง เสียง วีดิทัศน์ หรือแฟ้มข้อมูล หรือให้บริการ เนื้อที่เก็บข้อมูล บนอินเทอร์เน็ต บล็อก (blogs) เว็บไซต์สำหรับการสร้างและแก้ไขเนื้อหาร่วมกัน เกมออนไลน์หรือโลกเสมือนที่มีผู้ใช้งานหลายคน หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อออนไลน์อื่นในลักษณะ เดียวกันหรือคล้ายคลึงกันที่เปิดให้ใช้งาน เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มบุคคล หรือกับสาธารณะ

ข้อ ๕ ผู้ให้บริการประเภทดังต่อไปนี้มีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์

(๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลทั่วไปในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกัน โดยประการอื่น ทั้งนี้ โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามของบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น สามารถจำแนกได้ ดังนี้

ก. ผู้ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร โ ท ร ค ม น า ค ม แ ล ะ ก า ร ก ร ะ จ า ย ภ า พ แ ล ะ เ สี ยง (Telecommunication and Broadcast Carrier) ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่กำหนดใน ภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

ข. ผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Access Service Provider) ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

ค. ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ หรือให้เช่าบริการโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ (Host Service Provider) ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

ง. ผู้ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

จ. ผู้ให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ แอพพลิเคชันที่ทำให้บุคคลสามารถติดต่อสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้ (Online Application Store) ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

ฉ. ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงผู้ให้บริการในฐานะสื่อกลางในการรับส่งข้อมูล ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะมีระบบสมาชิกหรือไม่ก็ตาม ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่ กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

(๒) ผู้ให้บริการในการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น สามารถ จ าแนกได้ ดังนี้ ก. ผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ (Content and Application Service Provider) ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

ข. ผู้ให้บริการเก็บหรือพักข้อมูลทั้งในรูปแบบชั่วคราวหรือถาวร โดยมีระบบที่บริหาร จัดการข้อมูลด้วยอินเทอร์เน็ต อาทิเช่น ระบบคลาวด์ (Cloud Computing Service Provider) ซึ่งได้ให้บริการโดยตรงกับผู้ใช้งาน (End User) ประกอบด้วยผู้ให้บริการตามที่กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้ ค. ผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Service Provider) ประกอบด้วยผู้ให้บริการ ตามที่กำหนดในภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้

ข้อ ๖ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่ผู้ให้บริการมีหน้าที่เก็บรักษาให้เป็นไปตามที่กำหนด ในภาคผนวก ข. แนบท้ายประกาศนี้

ข้อ ๗ ผู้ให้บริการแต่ละประเภทตามที่กำหนดในข้อ ๕ มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลจราจร ทางคอมพิวเตอร์ ดังนี้

(๑) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) ก. มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนด ในภาคผนวก ข. (๒) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) ข. มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่ก าหนด ในภาคผนวก ข. ตามประเภท ชนิดและหน้าที่การให้บริการ

(๓) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) ค. มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนด ในภาคผนวก ข. ตามประเภท ชนิดและหน้าที่การให้บริการ

(๔) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) ง. มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนด ในภาคผนวก ข. (๕) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) จ. มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนด ในภาคผนวก ข. (๖) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) ฉ. มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนด ในภาคผนวก ข. (๗) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๒) มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนด ในภาคผนวก ข.

ข้อ ๘ ผู้ให้บริการต้องจัดให้มีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลสำหรับผู้ใช้บริการทุกคน โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับเงื่อนไขและมาตรฐานขั้นต่ำในระดับความน่าเชื่อถือและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ยืนยันตัวตนตามที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนดในหมวด ๓/๑ เรื่องระบบ การพิสูจน์ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือตามหลักเกณฑ์อื่นที่มีมาตรฐานสอดคล้องและไม่ต่ำกว่าที่กำหนดในประกาศฉบับนี้หรือตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประกาศกำหนด

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันระบบความน่าเชื่อถือของข้อมูลให้ถูกต้องและไม่ให้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง รวมถึงเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนซึ่งควรครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการ บริหารจัดการ (administrative safeguard ) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard ) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard ) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งาน ข้อมูลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (access control ) โดยอย่างน้อย ต้องประกอบด้วย การดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในระบบ การพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยคำนึงถึงการใช้งานและความมั่นคงปลอดภัย

(๒) การกำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตหรือการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลในระบบ การพิสูจน์และยืนยันตัวตน

(๓) การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งาน (user access management ) เพื่อควบคุม การเข้าถึงข้อมูลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว

(๔) การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (user responsibilities ) เพื่อป้องกัน การเข้าถึงข้อมูลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล การลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลในระบบ การพิสูจน์และยืนยันตัวตน

(๕) การจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน

ข้อ ๙ การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ผู้ให้บริการต้องใช้วิธีการที่มั่นคงปลอดภัย ดังต่อไปนี้

(๑) เก็บในสื่อ (Media ) หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรักษา ความครบถ้วนถูกต้องแท้จริง (Integrity ) และระบุตัวบุคคล (Identification ) ที่เข้าถึงสื่อดังกล่าวได้

(๒) มีระบบการเก็บรักษาความลับของข้อมูลที่จัดเก็บ และกำหนดชั้นความลับในการเข้าถึง ข้อมูลดังกล่าว เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูล และไม่ให้ผู้ดูแลระบบสามารถแก้ไขข้อมูลที่เก็บรักษาไว้ เช่น การเก็บไว้ใน Centralized Log Server หรือการทำ Data Archiving หรือท า Data Hashing เป็นต้น

เว้นแต่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องที่เจ้าของหรือผู้บริหารองค์กรกำหนดให้สามารถ เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ เช่น ผู้ตรวจสอบระบบสารสนเทศขององค์กร (IT Auditor) หรือบุคคล ที่องค์กรมอบหมาย เป็นต้น รวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (๓) จัดให้มีผู้มีหน้าที่ประสานงานและให้ข้อมูลกับพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การส่งมอบข้อมูลนั้น เป็นไปด้วยความรวดเร็ว (๔) ในการเก็บข้อมูลจราจรนั้น ต้องสามารถระบุรายละเอียดผู้ใช้บริการเป็นรายบุคคลได้ (Identification and Authentication) เช่น ลักษณะการใช้บริการ Proxy Server, Network Address Translation (NAT) หรือ Proxy Cache หรือ Cache Engine หรือบริการ Free Internet หรือ Wi-Fi Hotspot เป็นต้น ต้องสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการเป็นรายบุคคลได้จริง

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ให้บริการมีข้อตกลง สัญญา หรือมีการว่าจ้างบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ ผู้ให้บริการให้ทำหน้าที่หรือเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์แทนหน้าที่ของตนเอง ที่ต้องดำเนินการตามประกาศฉบับนี้ ผู้ให้บริการยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องเก็บรักษา ทำสำเนาข้อมูล จราจรคอมพิวเตอร์ และครอบครองไว้ซึ่งข้อมูลสำเนาที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถ ระบุตัวตนได้ และส่งมอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ร้องขอ โดยข้อมูลจราจร คอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องมีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (Identification and Authentication) ที่เชื่อถือได้ตามที่ประกาศฉบับนี้กำ หนด

ข้อ ๑๑ เพื่อให้ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์มีความถูกต้องและนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ผู้ให้บริการต้องตั้งนาฬิกาของอุปกรณ์บริการทุกชนิดให้ตรงกับเวลาอ้างอิงสากล (Stratum 0) ให้ตรง กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง (Clock Synchronization) และมาตรฐานการเก็บรักษาข้อมูล จราจรคอมพิวเตอร์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวกท้ายประกาศฉบับนี้

ข้อ ๑๒ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ตามกำหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีทั่วไป ให้ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

(๒) กรณีจำเป็นเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร การก่อการร้าย องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบ หรือเป็นส่วนหนึ่งในการกระทำความผิด หรือมีข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ไม่ว่าข้อเท็จจริงในเหตุแห่งความจำเป็นดังกล่าวปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นเอง หรือเมื่อได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการสืบสวนหรือสอบสวน ก่อนครบกำหนดเวลาตาม (๑) ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการเป็นกรณีพิเศษ เฉพาะรายต่อไปอีกคราวละไม่เกินหกเดือนต่อเนื่องกัน แต่ต้องไม่เกินสองปี
 

ข้อ ๑๓ ผู้ให้บริการมีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์นับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ (๑) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) ง. ให้เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนดไว้ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ (๒) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๒) ค. ให้เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กำหนดไว้ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๑๔ เพื่อให้การดำเนินการตามประกาศฉบับนี้เป็นไปโดยเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอาจกำหนดแนวทางการบริหารจัดการหรือแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์มีความน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยต่อข้อมูลจราจร ทางคอมพิวเตอร์

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

ชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

…อำนาจ… #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/478658

…อำนาจ…  

14 ส.ค. 2564

...อำนาจ...  

…อำนาจ… คอลัมน์ : ทำเนียบราษฎร ผู้เขียน : นายทิวา   


๏ จัดให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
อำนวยอำนาจวาดหวัง
ใช้ก็ต้องใช้กำลัง
โดยชอบโดยชังสั่งมา


๏ ธรรมคืออำนาจโดยธรรม
ไม่ใช่โดยคำสรรหา
ไม่ได้ใช้ตาต่อตา
ฟันต่อฟันฆ่าชิงชัย


๏ ไม่ใช่อำนาจคือธรรม
ไม่อาจชี้นำส่งให้
อำนาจมีโดยทั่วไป
ต่างกันที่ใช้ต่างกัน


๏ ธรรมคืออำนาจโดยธรรม
โดยการตอกย้ำเลือกสรร
รู้โทษรู้เท่ารู้ทัน
ผ่านคืนผ่านวันเรียนรู้


๏ ไม่ใช่อำนาจคือธรรม
โดยการยีย่ำอดสู
ทำลายมิตรเป็นศัตรู
ปิดตาปิดหูปิดใจ


๏ อำนวยอำนาจวาดหวัง
ชนะพ่ายพังยิ่งใหญ่
เป็นเราเป็นเขาเป็นใคร
ใช่หรือไม่ใช่ไม่รู้ !.

……………………….

ดีลลับ “ประวิตร-ธรรมนัส” รอดศึกซักฟอก “เพื่อไทย” เล่นเกมคนแดนไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479122

ดีลลับ “ประวิตร-ธรรมนัส” รอดศึกซักฟอก “เพื่อไทย” เล่นเกมคนแดนไกล

16 ส.ค. 2564

ฝ่ายค้านร้าวลึก รอดศึกซักฟอกไร้ชื่อ “ประวิตร-ธรรมนัส” เพื่อไทยรบไปเจรจาไป  คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จะเป็นศึกซักฟอกหนสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์ หรือไม่? เพราะสถานการณ์การเมืองโดยภาพรวม ไม่เป็นบวกแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มหาวิกฤตโควิดฉุดเรตติ้งรัฐบาลให้ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

“ฝ่ายค้าน” ยื่นซักฟอก”นายกฯ- 5 รมต.” แก้” วัคซีน-โควิด-เศรษฐกิจ” ล้มเหลว

“ประยุทธ์” บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อนุทิน” เส้นทางสู่เก้าอี้ “นายกฯ” ไม่ไกลเกินฝัน

วันที่ 16 ส.ค.2564 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ฤกษ์ยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นำโดย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน

พร้อมอีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ, พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ในนามมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

เปิดรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม, อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม, เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรเเละสหกรณ์, สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีเเรงงาน และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม

พลันที่ปรากฏ 6 รายชื่อรัฐมนตรี แวดวงกองเชียร์พรรคก้าวไกล ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวว่า ทำไมไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ อยู่ในบัญชีซักฟอกเที่ยวนี้

รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Rangsiman Rome อธิบายความว่า “พรรคก้าวไกลต้องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างที่เราได้เคยทำมาใน 2 ปี 2 ครั้งที่ผ่านมา..แต่ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เอาด้วย พรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียวจึงไม่สามารถยื่นชื่อ พล.อ.ประวิตรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจได้”

ขณะที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีที่ไม่มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในครั้งนี้นั้น เป็นเพราะแต่ละพรรคมีรายชื่อบุคคลไม่น่าไว้วางใจของตัวเอง แต่ที่สุดต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ให้โฟกัส 6 คน มีความจำเป็นต้องพูดคุยกัน และรักษาบรรยากาศของการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน

พรรคก้าวไกลตกอยู่ในสภาพ “กลืนเลือด” มาตลอด และรู้ดีว่า พรรคพลังประชารัฐกับพรรคฝ่ายค้านบางพรรค กำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่

++
บารมีบิ๊กป้อม
++

ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในปีที่ 7 บนเส้นทางอำนาจ เหมือนไต่เส้นลวด นับจากวันนี้ไป อุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ตลอด

ดีลลับ "ประวิตร-ธรรมนัส" รอดศึกซักฟอก "เพื่อไทย" เล่นเกมคนแดนไกล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มองเกมบนท้องถนน มีการเปิดเวทีไล่ประยุทธ์ทั้งเดือน ขยับเข้าเดือน ก.ย. ความดุเดือดจะกลับไปที่เวทีสภา เมื่อฝ่ายค้านเปิดศึกซักฟอก “บิ๊กป้อม” จึงเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ หากพรรคร่วมรัฐบาลหักดิบ “โหวตสวน” หรือมีแรงกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก

ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประวิตร จึงเลือก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค เพื่อเป็น “มือประสานสิบทิศ” กับพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย

รู้กันทั้งวงการเมือง “ร.อ.ธรรมนัส” มีความสนิทสนมกับแกนนำเพื่อไทย ราวกับเป็นคนพรรคเดียวกัน เนื่องจากได้คลุกคลีตีโมงอยู่กับนักการเมืองค่ายนี้ มาแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ยันพรรคเพื่อไทย

ดีลลับ "ประวิตร-ธรรมนัส" รอดศึกซักฟอก "เพื่อไทย" เล่นเกมคนแดนไกล

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

“ทักษิณ ชินวัตร” ยังเอ่ยปากเล่าในคลับเฮาส์ว่า สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “ผู้กองธรรมนัส” ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จึงคิดเล่นการเมือง และได้มีโอกาสขอคำปรึกษาทักษิณที่อยู่ต่างแดน

++
ลอยแพก้าวไกล
++

รูปธรรมความสัมพันธ์อันดีเป็นพิเศษระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย คือการแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ว่าด้วยการแก้ระบบเลือกตั้งแบบเดินหน้าเร็วมาก

ระบบเลือกตั้ง กำลังจะถูกแก้ให้กลับไปใช้แบบรัฐธรรมนูญ 2540 คือ “บัตร 2 ใบ” ประกอบด้วย ระบบหนึ่งเขตหนึ่งคน (ส.ส. 400 คน) กับระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน แต่ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ 5%

“ทักษิณ” และพรรคเพื่อไทย มีความต้องการให้ระบบเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ โดยที่พรรคพลังประชารัฐ ,พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เห็นด้วย

สำหรับพรรคก้าวไกล จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสูง หากมีการใช้ระบบบัตร 2 ใบ จึงออกแรงค้านสุดตัว แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะสองพรรคใหญ่ต่างขั้วจับมือกัน 

ประเมินว่า การแก้ระบบเลือกตั้งจะผ่านวาระ 2 และ 3 (รอ15 วัน) ได้โดยง่าย ประมาณกลางเดือน ก.ย.นี้ ก็จบวาระสาม 

แสดงว่า หากมีการยุบสภาเกิดขึ้น ระบบการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็จะเป็นบัตร 2 ใบ สมใจเพื่อไทยและพลังประชารัฐ  

แผนทะลุฟ้า “ม็อบ 16 สิงหา” อำพราง “ไล่ประยุทธ์” หวังผลรื้อระบอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479081

แผนทะลุฟ้า “ม็อบ 16 สิงหา” อำพราง “ไล่ประยุทธ์” หวังผลรื้อระบอบ

16 ส.ค. 2564

ป่วนรายวัน “ม็อบ 16 สิงหา” กลุ่มทะลุฟ้าไล่ประยุทธ์ จุดไฟโกลาหล เล่นลับลวงพราง ก่อนบุกทำเนียบรัฐบาล คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบรายวัน ม็อบไร้ระเบียบ ม็อบไร้แกนนำ ก็สุดแท้แต่จะวิเคราะห์วิจารณ์กันไป ในวันที่ “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” (กลุ่มรีเด็ม) โดยวิพากษ์จากพวกเดียวกัน “กลุ่มทะลุฟ้า” ได้ก้าวเข้ามาแบกรับภารกิจ “ม็อบรายวัน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

พาคนไปเสี่ยง “ม็อบ 13 สิงหา” เมิน “บก.ลายจุด” เตือนกับดักความรุนแรง

คุ้ยใส้ใน “คาร์ปาร์ก” 15สิงหา “วันผีโลงแตก”

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

พลันที่มีการปะทะด้านหน้าแนว แอดมินกลุ่มทะลุฟ้า ก็ประกาศยุติการชุมนุม แล้วก็ปล่อยให้ “วัยรุ่นหัวร้อน” กลุ่มหนึ่ง ดวลพลุ ดวลกระสุนหัวน็อต กับตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เป็นภาพที่เห็นจำเจซ้ำซาก

ทำไมต้องไป “บ้านประยุทธ์”? คำว่า “บ้านประยุทธ์” หมายถึงบ้านพักข้าราชการ ที่อยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.)

เป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ต้องการไปทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้านหน้า ร.1 ทม.รอ. ซึ่งพวกเขาก็รู้ว่า ไม่สามารถเข้าไปค่ายทหารแห่งนี้

ลึกๆแล้ว กลุ่มทะลุฟ้า รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ล้วนมี “ธง” การเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่แค่ “ไล่ประยุทธ์” ดังคำขวัญสู้ทะลุเพเดาน ทะลุฟ้าของพวกเขา ฝ่ายความมั่นคงต่างรู้แผนการดังกล่าว จึงไม่ยอมให้กลุ่มสามนิ้วผ่านกำแพงคอนเทนเนอร์มาทำกิจกรรมได้

ดังนั้น วันที่ 16 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า ปล่อยข่าวจะไปบ้านประยุทธ์ ที่ ร.1 ทม.รอ. แต่ก็ถูกตำรวจตั้งคอนเทนเนอร์กั้น จึงเปลี่ยนแผนทำเนียบรัฐบาลแทน

++

“ไผ่” ต้นคิด

++

จุดเริ่มต้นของกลุ่มทะลุฟ้า คือ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” และชาวคณะ ทำกิจกรรมเดินทะลุฟ้า จากโคราชถึงกรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 247.5 กิโลเมตร โดยมีข้อเรียกร้องปล่อยแกนนำราษฎร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยกเลิก ม.112 เมื่อจบภารกิจเดินทะลุฟ้า ก็ยกระดับการเคลื่อนไหวกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากตำแหน่ง

แผนทะลุฟ้า "ม็อบ 16 สิงหา" อำพราง "ไล่ประยุทธ์" หวังผลรื้อระบอบ โฆษกกลุ่มทะลุฟ้า

จากนั้น “ไผ่” ได้ใช้ชื่อกลุ่มทะลุฟ้า ทำกิจกรรมขับไล่ประยุทธ์ โดยปักหลักชุมนุมพื้นที่ข้างทำเนียบรัฐบาลโดยใช้ชื่อ “หมู่บ้านทะลุฟ้า” และตำรวจเข้าสลายการชุมนุม จากนั้น “ไผ่” ก็หันมาใช้ชื่อกลุ่มทะลุฟ้า ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ช่วงโควิดระบาด เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก

วันนี้ ไผ่ ดาวดิน ถูกจับกุมคดีสาดสีแดงใส่ป้าย สน.ทุ่งสองห้อง และศาลอาญา มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ดังนั้น ภารกิจไล่ประยุทธ์ จึงตกอยู่กับรุ่นน้อง 6-7 คน ที่พยายามเคลื่อนไหว “บุกบ้านประยุทธ์” มา 2-3 ครั้งแล้ว

++

แนวร่วมฟันเฟือง

++

ทุกครั้งที่กลุ่มทะลุฟ้า ทำกิจกรรมการเมือง ก็จะได้กำลังของ “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” มาช่วยเป็นการ์ดอาสา ดูแลขบวนม็อบ

อย่างเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า ได้เข้าร่วม “คาร์ม็อบ” โดยเลือกเส้นทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีขบวนแถวมอเตอร์ไซค์จากฟันเฟืองอาชีวะปกป้องประชาธิปไตยฯ เข้าร่วมด้วย

ดังที่ทราบกัน กลุ่มอาชีวะที่เข้าร่วมเกมบนท้องถนน แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” กับ “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

โดยกลุ่มฟันเฟืองฯ ยึดแนวทางต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เคียงข้างขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกกลุ่ม ไม่ว่าเยาวชนปลดแอก,ราษฎร, ทะลุฟ้า ฯลฯ

แผนทะลุฟ้า "ม็อบ 16 สิงหา" อำพราง "ไล่ประยุทธ์" หวังผลรื้อระบอบ

กลุ่มทะลุฟ้าและฟันเฟืองฯจัดคาร์ม็อบ

สำหรับกลุ่มฟันเฟืองฯ จะคอยฟังสัญญาณการเคลื่อนไหวจากผู้ก่อตั้งกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย (Gear of Red) ปี 2556 คือ “ตั้ง อาชีวะ” หรือ เอกภพ เหลือรา หรือ สตีเว่น เบรนท์วู้ด ซึ่งปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์

“ตั้ง อาชีวะ” ใช้การสื่อสารยุคดิจิตอล ร่วมต่อสู้กับรุ่นน้องอาชีวะฝ่ายก้าวหน้าถึง “หน้างาน”อยู่เสมอ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อนุทิน” เส้นทางสู่เก้าอี้ “นายกฯ” ไม่ไกลเกินฝัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479092

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อนุทิน” เส้นทางสู่เก้าอี้ “นายกฯ” ไม่ไกลเกินฝัน

16 ส.ค. 2564

แต่ “อนุทิน” ไม่มีดวงผู้นำ ต้องมีคู่เสริมบารมี หรือคู่แฝด-คู่แท้สะเทือนปฐพี เพื่อนเป็นเพื่อนตาย อย่าง”เนวิน ชิดชอบ” ที่มีดวงเป็นผู้นำ อีกทั้ง2565 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติเจาะลึกดวงดาว อนุทิน ชาญวีรกุล กับเส้นทางอนาคต ทางการเมืองสู่เป้าหมาย ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในอนาคตหรือไม่ หากอนาคตต้องเปลี่ยนตัวบุคคล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวง”ณัฐวุฒิ”เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ ดื้อ “คนไม่ยอมคน”

ก้าวใหม่ของเสี่ยหนู ตามหลักของดวงดาวในปี 2565 ไม่ไกลเกินฝันอย่างแน่นอน แต่อยู่ที่มีความมั่นคงแข็งแกร่งมากน้อยขนาดไหน เพราะในดวงชะตาหากไม่มีคู่เสริมบารมี มาช่วยค้ำจุนให้มั่นคงบทบาทตำแหน่งคงอยู่ได้ไม่ครบเทอมอย่างแน่นอน เพราะดวงชะตาไม่มีดวงการเป็นผู้นำ

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงเจาะลึกวิเคราะห์ เสี่ยหนู นายอนุทิน  ชาญวีรกุล  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงอนาคตทางการเมือง ว่าอยู่ยงคงกะพันบนเส้นทางการเมืองอีกนาน

แต่ความมั่นคงในด้านการเป็นผู้นำนั้นหาไม่ได้ เพราะดวงชะตาถูกจำกัดฟ้าลิขิตไว้เพียงแค่นั้น แต่หากจังหวะโอกาศมาถึง ในปี 2565 ก็มีโอกาศถือว่าเป็นช่วงน้ำขึ้น แต่จะอยู่ได้นานหรือไม่ ตอบยาก เพราะอาจจะยังมีผลกระทบในอุปสรรคของรอบอายุ ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวังเก้าอี้ไม่มั่นคง

ซินแสเข่ง  ผ่าดวง "อนุทิน" เส้นทางสู่เก้าอี้ "นายกฯ" ไม่ไกลเกินฝัน

ประกอบกับมีเรื่องให้หงุดหงิดใจ อึดอัดใจไม่สบายใจ กัดกร่อนจิตใจ ปะทะให้เกิดเหตุไร้สาระไม่เป็นเรื่อง และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่ได้นาน หากรู้จักระวังตัว และพยายามประคองตนให้ผ่านก็อาจจะไปได้บ้าง

แต่จะให้มั่นคงต้องได้คู่แฝดคู่แท้สะเทือนปฐพี อย่างคุณเนวิน ชิดชอบ มาร่วมชะตากรรมด้วย เพราะดวงชะตาของคุณอนุทิน มีดวงชะตาที่ถูกเสริมบารมีให้มั่นคงจากชะตาชีวิตของคุณเนวิน ที่เป็นทั้งคู่เสริมอำนาจบารมี และเสริมทรัพย์ให้มีความมั่นคง เสริมโชคช่วยเกื้อกูลและเกื้อหนุนส่งผลให้ประสพความสำเร็จ

ซินแสเข่ง  ผ่าดวง "อนุทิน" เส้นทางสู่เก้าอี้ "นายกฯ" ไม่ไกลเกินฝัน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม ถึงดวงทางการเมืองของคุณเนวิน ชิดชอบ มีความเป็นผู้นำทางการเมืองสูง บทบาทในวงการราชการและมีโอกาศก้าวไปได้สูงสุดของการเป็นผู้นำ หากไม่เอาความเครียดมาเบียดเบียนตนเองให้เป็นอุปสรรค

ดวงชะตาคุณเนวินเป็นคู่ดวงสมพงษ์กับคุณอนุทินที่ทิ้งกันไม่ได้เสมือนเพื่อนเป็นเพื่อนตาย และในปี 2565 จะเป็นปีที่ชีวิตของคุณเนวิน ชิดชอบจะเปลี่ยนวิถีชีวิตครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง

ซักฟอกรัฐบาล แต่ “ฝ่ายค้าน” ร้าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479080

ซักฟอกรัฐบาล แต่”ฝ่ายค้าน”ร้าว

16 ส.ค. 2564

ศึก”อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ส่อทำฝ่ายค้านร้าวอีกรอบ หลังเป้าหมายก้าวไกล หลุดโผซักฟอกรัฐมนตรี

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

ฝ่ายค้าน ยื่นอภิปราย รัฐมนตรีรายบุคคลแล้ว นอกจากนายกรัฐมนตรี ยังมีเจ้าประจำจากภูมิใจไทย สองรายอย่างอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ข้อกล่าวหาทำนองเดียวกันคือขาดซึ่งองค์ความรู้ ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการรับมือกับโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด ทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
 

ขณะที่เลขาธิการพรรค พ่วงข้อกล่าวหามุ่งแต่แสวงหาและกอบโกย
ผลประโยชน์จากโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานที่อยู่ในกำกับดูแล รู้เห็นและปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในการประมูลโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ บุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อนำมาเป็นของตนและเครือญาติ เข้าไปในแหล่งอบายมุขจนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของโรค  โควิด-19 ไปทั่วประเทศ เข้าไปด้วย

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

น้องใหม่ศึกอภิปรายคราวนี้ มีสามคน เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ทำนองเดียวกันบริหารงานด้านการเกษตรล้มเหลวทั้งระบบ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ถูกกล่าวทำให้เกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อใหม่ในโรงงานรายวันโดยไม่มีมาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบของผู้ใช้แรงงานและโรงงานจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค
ขณะที่ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ถูกมองว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่และสื่อของรัฐเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความแตกแยกในสังคมไม่ว่าจะเป็นกรณีสั่งปิดเวปไซด์และเพจออนไลน์ หลายครั้ง
ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

แต่ที่น่าสนใจ คือเป้าหมายหายไปสองราย หนึ่งคือพลเอก ประวิตร วงศสุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี สองคือ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่มีรายชื่ออยู่ในเพจ ธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นหนึ่งใน เป้าหมายขับไล่ทรราชย์ และเป็นพรรคก้าวไกลที่นำเสนอเป้าหมายทั้งสองรายนี้

ซักฟอกรัฐบาล แต่"ฝ่ายค้าน"ร้าว

หนึ่งวันก่อนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีข่าวลือกันขนาดว่า เมื่อมีรายชื่อพลเอกประวิตร ขึ้นมา นักการเมืองรุ่นใหญ่ทั้งซีกฝ่ายค้านทั้งซีกรัฐบาลก็ต่อสายกันวุ่นเพื่อล็อบบี้แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นให้หาทางตัดชื่อออก ภาพความใกล้ชิดของ
พลเอกประวิตรกับบ้านจันทร์ส่องหล้า ก็ฉายชัด ยิ่งร้อยเอกธรรมนัส ยิ่งปรากฏท่าทีทอดไมตรีจากโทนี่    รอยร้าว ระหว่างฝ่ายค้านรุ่นเก่า และฝ่ายค้านรุ่นใหม่  ยังไม่ทันเริ่มอภิปราย ก็ยิ่งขยายชัด   ละครการเมืองฉากนี้มีนัยอย่างไร คอการเมืองพากันสงสัยและตั้งคำถาม

เร่งทำสัญญา นำ “ATK” เข้ามา ถ้า “องค์การเภสัช” กล้าพอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479038

เร่ง่ทำสัญญา นำ “ATK” เข้ามา ถ้า”องค์การเภสัช” กล้าพอ

16 ส.ค. 2564

“ชมรมแพทย์ชนบท” พร้อมช่วยตรวจสอบ “ชุดตรวจโควิด” ที่”องค์การเภสัช”จะจัดซื้อ ตามสัญญา เพื่อหาหลักฐานว่า ไม่มีประสิทธิภาพ

เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ

11 สิงหาคม ปลัดกระทรวงสาธารณสุขออกโรงแถลงการ ขอรัฐบาลออกกฏหมายคุ้มครองการทำหน้าที่ ของบุคคลากรทางการแพทย์ หลังจาก #องค์การเภสัชกรรม เตรียมทำสัญญา  ออสแลนด์ ฯนำเข้า ชุดตรวจโควิด antigen test kid หรือ #ATK ของ LEPU จากจีน ที่ FDA สหรัฐ ไม่อนุญาตให้วางจำหน่าย มาตั้งแต่เพือนพฤษภา เพราะคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน มีความผิดพลาดสูง โดย#องค์การเภสัชกรรม ยอมชะลอทำสัญญา ตามข้อท้วงติง ของ#ชมรมแพทย์ชนบท เมื่อวันที่10สิงหาคมที่ผ่านมา  โดยนายแพทย เกียรติภูมิ วงศ์รจิต นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม อีกตำแหน่ง

แต่ในเวลาต่อมา #องค์การอาหารและยาของไทย ยืนยัน ว่า LEPU ได้มาตรฐานเพราะ ผ่านการประเมินเทคโนโลยีจากรามาธิบดี ด้วยจำนวนทดสอบ 150 ตัวอย่าง  สวนทางกับงานวิจัยในวารสารระดับโลกอย่าง Virology Journal ที่วิจัยจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ LEPU 33,000 คน พบความคลาดเคลื่อนเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์

วิษณุ เทพเจริญ ประธานกรรมการ กลุ่ม ณุศาศิริ  ซึ่งมีข้อมูลว่าเรียน วปอ.รุ่น21
รุ่นเดียวกับ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันกับฐานเศรษฐกิจว่า ชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด
ของ Lepu ที่ออสท์แลนด์ แคปปิตอล ได้นำเข้า มีมาตรฐานยุโรป แต่ถูกFDA สหรัฐ เรียกเก็บจากตลาดเพราะไม่ได้ยื่นขออนุญาตนำเข้าไปในสหรัฐเท่านั้น

เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ
เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ

คำถามที่ว่า การจัดซื้อครั้งนี้มีคอร์รัปชันหรือไม่ มีคำตอบจาก ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ยังไม่ปรากฏข้อมูลชัดเจน แต่มีข้อสังเกตว่า การเขียนทีโออาร์ บ่อยครั้งเกิดปัญหาเพราะเบื้องหลังมีการล็อคสเปกหรือสมรู้ร่วมคิดกันแอบแฝงอยู่ ระบบเต็มไปด้วยกติกาให้ใช้ดุลยพินิจ ขาดความโปร่งใส ผู้ใหญ่บางคนจ้องใช้อิทธิพลหาประโยชน์ ชุดตรวจ #ATK แจกจ่ายกระจัดกระจาย ใช้แล้วโยนทิ้งไป ต่างจากเรือเหาะและเครื่องตรวจระเบิด GT200 ที่ทิ้งหลักฐานคอร์รัปชันและความล้มเหลวให้พิสูจน์ย้อนหลังได้ตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้เป็นที่มาแถลงการณ์ฉบับ 2 ของ#ชมรมแพทย์ชนบท เรียกร้องให้ #องค์การเภสัชกรรม รีบลงนามจัดซื้อ เพื่อให้ความผิดสำเร็จ โดยพร้อมใช้เครือข่าย
หาใบเสร็จให้ เพื่อให้ธรรมาภิบาลภาครัฐใหม่ที่ควรจะเป็น อนุมัติแล้วต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมา  อย่าแอบอยู่ข้างหลัง  พรก.นิรโทษกรรมที่กำลังเร่งผลักดัน กันอยู่
ในขณะนี้

เร่ง่ทำสัญญา นำ "ATK" เข้ามา ถ้า"องค์การเภสัช" กล้าพอ

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478948

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง “นายกฯ” พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

15 ส.ค. 2564

หมอประเวศ เตือนผู้นำระวังปากต้องพูดจริง "นายกฯ" พลิกกลไกรัฐสู้โควิด-19

ราษฏรอาวุโส ติงนายกฯรวบอำนาจจนทำไม่ไหว โควิด-19คนล้มตายอย่างน่าอนาถ พร้อมๆกับเศรษฐกิจล้มละลาย แนะเป็นผู้นำทิศทาง/นโยบายไม่ใช่มั่วงานทุกอย่างจนเสียศูนย์ ควรใช้ 2เครื่องมือใหม่ ระวังปากผู้นำต้องพูดจริง

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฏรอาวุโส  เสนอทางออกวิกฤติประเทศผ่านบทความหัวข้อ”พลิกกลไกรัฐ พลิกสถานการณ์โควิด” มีใจความดังต่อไปนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  

“ครม.”เคาะลดภาระค่าเรียน”นักเรียน-นักศึกษา” วงเงิน 32,000 ล้านบาท

ด่วน “ตรีนุช” นำทัพผู้บริหารศธ.แถลงทุกข้อสงสัย”เงินเยียวยา”นักเรียนคนละ 2,000 บาท

เช็กสิทธิ์ เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท รร.รัฐบาล-เอกชน ครบทุกขั้นตอนที่นี่

ความเป็นรัฐราชการ (Bureaucracy) คือปัญหาใหญ่ของประเทศ

นักคิดนักวิชาการได้เตือนมานานว่า โครงสร้างอำนาจ คือ ปัญหาใหญ่ของประเทศ ระบบอำนาจรวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง ระบบราชการที่เน้นการควบคุมด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ จำนวนมหาศาล เหมือน “มัดตราสังประเทศไทย” ให้ไม่มีศักยภาพที่จะคิดเองทำเอง ริเริ่มใหม่ หรือนวัตกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ระบบราชการจึงอืดอาดยืดยาด เช้าชามเย็นชาม ไม่มีสมรรถนะที่จะเผชิญสิ่งที่ยากและซับซ้อน เป็นเหตุให้ประเทศวิกฤตและควบคุมโควิดไม่อยู่

ระบบรวมศูนย์อำนาจ ทำให้นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทุกคนทำผิดบทบาท คือใช้เวลาไปกับการบริหารจิปาถะรอบตัวจนทำไม่ไหวและทำไม่ได้ดี แทนที่จะทำหน้าที่ผู้นำทิศทางและนโยบายของประเทศ

นายกรัฐมนตรีควรจะเป็นผู้สร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ให้ทุกภาคส่วนของประเทศมีความมุ่งมั่นร่วมกันและเป็นผู้ปฏิบัติ อีกนัยหนึ่งคือการกระจายอำนาจไปอย่างทั่วถึงส่วนกลางทำหน้าที่นำทิศทางและนโยบาย ซึ่งรวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ 

การปรับตัวฉับพลันให้ทันสถานการณ์เฉพาะหน้า

สถานการณ์เฉพาะหน้าคือ คนไทยทั่วประเทศกำลังเจ็บป่วยล้มตายอย่างน่าอนาถ พร้อมๆ กับเศรษฐกิจล้มละลาย เราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลไกของรัฐปรับตัวอย่างฉับพลันให้กระฉับกระเฉง ว่องไว รวดเร็ว ทันการณ์ และมีสัมฤทธิภาพสูง

ในระบบร่างกาย หัวใจ ตับ ปอด ต่อม ไต ต่างๆ ต้องมีความเป็นอัตโนมัติ (Autonomy) จะไปรอให้มีใครมาสั่งไม่ได้ เพราะจะไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก หัวใจต้องเต้นเอง ปอดต้องหายใจเองฉันใด กลไกของรัฐก็ฉันนั้น นั่นคือปล่อยให้ทุกส่วนมีความเป็นอัตโนมัติ สามารถคิดเอง ทำเอง ริเริ่มเอง ปรับตัวได้รวดเร็วให้สอดคล้องกับสถานการณ์

รัฐส่วนกลางปรับตัวมาทำหน้าที่ชี้นำทิศทางและนโยบาย ซึ่งรวมทั้งสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม หรือความมุ่งมั่นร่วมกัน เมื่อคนทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ก็จะเป็นประดุจการจูนคลื่นแสง เกิดเป็นพลังแสงเลเซอร์ที่มีอำนาจทะลุทะลวงสูง 

นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้นำทิศทางและนโยบาย ไม่ใช่มั่วงานทุกอย่างจนเสียศูนย์ และทำการสื่อสารให้คนทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมรัฐสภาต้องรวมตัวกันแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคโดยรวดเร็ว ถ้าสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน สามารถแก้กฎหมายเก่า สร้างกฎหมายใหม่ ได้รวดเร็วภายใน ๑ วัน

เครื่องมือใหม่ ๒ อย่างของนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีตั้งแต่นี้ต่อไป ควรจะมีเครื่องมือใหม่ ๒ อย่าง คือ

(๑) ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่มีความเฉียบแหลมประดุจขงเบ้ง นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด จึงต้องประกอบด้วยปัญญาสูงสุด ที่ประชุมครม.ไม่ใช่องค์ปัญญาสูงสุด แต่มีหางของอำนาจและผลประโยชน์ยาวไกล

ปัญญาสูงสุดต้องเป็นอิสระจากผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ

นายกรัฐมนตรีต้องตามหาที่ปรึกษาชนิดนี้ เหมือนเล่าปี่ตามหาขงเบ้ง นายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาต้องมีความสัมพันธ์เชิงกัลยาณมิตร เหมือนเล่าปี่ – ขงเบ้ง เล่าปี่มีขุนพลที่รบเก่ง แต่รบไม่ชนะจนกระทั่งได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา ฉันใด นายกรัฐมนตรีไทยต่อไปก็ควรเป็นเช่นนั้น

(๒) ทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister’s Delivery Unit = PMDU) การบริหารนโยบายจากครม. ไปตามช่องทางปรกติของระบบราชการไม่นำไปสู่ความสำเร็จ เพราะระบบราชการเน้นที่การบริหารกฎระเบียบ ไม่ใช่ระบบบริหารความสำเร็จ

การบริหารนโยบายไปสู่ความสำเร็จต้องทำให้ครบวงจร ซึ่งมี ๑๒ ขั้นตอน ถ้าทำเป็นระบบครบวงจร ไม่มีทางไม่สำเร็จ แม้จะยากเพียงใดก็สำเร็จ จึงเรียกกระบวนการนี้ว่าสัมฤทธิศาสตร์

ทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี (PMDU) ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนนโยบายครบวงจรสู่ความสำเร็จ จะช่วยให้เกิดความสำเร็จในนโยบายต่างๆ

กระทรวงต่างๆ ก็ควรมีทีมสัมฤทธิศาสตร์ ด้วยเหมือนกัน

เครื่องมือใหม่ ๒ อย่าง จะช่วยให้ใครก็ตามที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีมีความสำเร็จสูง

เป้าหมาย ๓ ประการในการเผชิญสถานการณ์โควิด-19

ขณะนี้โควิด-19 ได้ระบาดไปทั่วประเทศแล้ว เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม น่าจะมี ๓ ประการ คือ

1.รักษาผู้ป่วยทุกคนทั่วประเทศ

2.ฉีดวัคซีนประชากรให้มากที่สุดเร็วที่สุด

3. สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ สังคม

โดยขยายความดังนี้

1. รักษาผู้ป่วยทุกคนทั่วประเทศ

(๑) ผู้ป่วยอาการไม่หนัก รักษาตัวที่บ้านหรือในชุมชน โดยให้ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์โดยสะดวกทุกคน ต้องทุ่มเทเรื่องการผลิตยา และนำยาถึงบ้านผู้ป่วยอย่างเพียงพอและรวดเร็ว

(๒) ผู้ป่วยอาการปานกลาง ขยายฐานการรักษา วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน กองทัพ บริษัท ดูแลโดยอาสาสมัครที่เคยป่วยด้วยโควิดมาแล้ว คนเหล่านี้มีภูมิคุ้มกัน รู้วิธีรักษา และกำลังตกงาน ถ้าได้ทำงานนี้มีเบี้ยเลี้ยงด้วย ดูแลได้ดีด้วย โดยไม่ต้องกลัวติดโรคด้วย

(๓) ผู้ป่วยหนัก ดูแลโดยแพทย์ และพยาบาลในสถานพยาบาล

2. ฉีดวัคซีนโควิดในประชาชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด

จะโอ้เอ้ล่าช้าเหมือนเมื่อเริ่มต้นไม่ได้ ต้องกระจายอำนาจไปให้องค์กรที่สามารถทำได้รับผิดชอบ เช่น อบต. มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน สภากาชาด มูลนิธิที่เข้มแข็งภาคธุรกิจที่แข็งแรง 

3. สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกตำบล อำเภอ จังหวัด

เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมและเศรษฐกิจ

การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ มีเงินในมือ ทำให้มีกำลังกาย กำลังใจ กำลังทางสังคม เป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมเศรษฐกิจเข้ามาบรรจบกัน การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนหยุดยั้งการระบาดของโควิดลงได้ทั้งประเทศในเวลาไม่นาน

ทั้งนี้ รัฐส่วนกลางต้องไม่ออกคำสั่งเชิงปฏิบัติ ซึ่งจะล่าช้าไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก ให้เป็นหน้าที่ของภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ที่จะคิดเองทำเองอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยส่วนกลางทำหน้าที่นำทางทิศทางและนโยบาย สร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม

การมีทีมสัมฤทธิศาสตร์ของนายกรัฐมนตรีและของกระทรวงต่างๆ จะช่วยให้นโยบายทุกอย่างเป็นผลสำเร็จ

อนึ่ง ในยามคับขันที่จะต้องเอาชนะข้าศึก การพูดจาของทุกฝ่ายจะต้องระมัดระวัง แม้ของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเชี่ยวชาญ จะพูดจากความรู้ทางเทคนิคเท่านั้นไม่ได้ เพราะนโยบายต้องเป็นปัญญาสูงสุดรอบด้านที่สุด วิเคราะห์ผลดีผลเสียทุกด้านมาอย่างดีที่สุด แล้วจึงพูดหรือไม่พูด สาธารณะจะได้ไม่สับสนอย่างทุกวันนี้ ถือหลักสัมมาวาจาที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้จะดีที่สุด คือ

(๑) จะพูดอะไรต้องเป็นความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง

(๒) พูดเป็นปิยวาจา ไม่พูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียด ยุยงให้เขาแตกกัน

(๓) พูดถูกกาละเทศะ

(๔) พูดแล้วเกิดประโยชน์ ไม่เกิดประโยชน์ไม่พูด

แดงส้มชิงธง “ม็อบ 15 สิงหา” สาย “ทักษิณ” ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478928

แดงส้มชิงธง”ม็อบ 15 สิงหา” สาย “ทักษิณ” ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์

15 ส.ค. 2564

คาร์ม็อบทั้งแผ่นดิน “ม็อบ 15 สิงหา” หลายเฉดสี สายสันติก็มี จับตาสายปะทะรอป่วน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบ 15 สิงหา คาร์ม็อบเต็มแผ่นดิน ยิ่งกว่าร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก เมื่อกลุ่มการเมืองทั้งเฉดสีแดง และสีส้ม นัดหมายจัดคาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ทั่วประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวง”ณัฐวุฒิ”เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

รวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง

คุ้ยใส้ใน “คาร์ปาร์ก” 15สิงหา “วันผีโลงแตก”

เดิมที กลุ่มแคร์วางแผนจัดกิจกรรม “1 นายกรุ่นเก๋า” และ “6 ทีมคนรุ่นใหม่” ไว้วันที่ 15 ส.ค.2564 แต่มีเสียงทักท้วงเรื่องวันเดียวกับ “คาร์ม็อบ” จึงเลื่อนมาเป็นวันเสาร์ที่ 14 ส.ค.2564

คลังสมองของทักษิณ ชินวัตร เริ่มโครงการ “The Change Maker” ผ่านแพล็ตฟอร์ม THINK เคลื่อน ไทย มาตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีคนรุ่นใหม่กว่า 100 ชีวิตเข้าร่วม

พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ดำเนินการเฟ้นหาคนรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการ Change Makers ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นการดิสรัปต์และรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของพรรค เพื่อล้างภาพของความเป็นพรรคขวัญใจคนรากหญ้า มาเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่

พูดง่ายๆ ทักษิณ และเพื่อไทย ต้องการแย่งชิงฐานเสียงเยาวชนคนหนุ่มสาวจากพรรคก้าวไกล หรืออดีตอนาคตใหม่ที่กวาดเสียง “เฟิร์สโหวต” ไปจำนวนมาก

++

เพื่อนอุ๊งอิ๊ง

++

โครงการ The Change Maker มี “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เป็นผู้อำนวยการโครงการ พร้อมด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่ กวีวงศ์ อยู่วิจิตร,วรรณะ เดชรา,พชร ธรรมมล,สรพันธ์ คุณากรวงศ์, ใจพิชญ์ สุขุมาลจันทร์ และชยิกา วงศ์นภาจันทร์

สำหรับ “คณาพจน์” เป็นเพื่อนของ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เรียนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายจากอังกฤษ เขารับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในฐานะหน้าห้องของ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ช่วงก่อนการเลือกตั้ง 2562

แดงส้มชิงธง"ม็อบ 15 สิงหา" สาย "ทักษิณ" ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์ทักษิณ พบคนรุ่นใหม่

เมื่อมีพรรคไทยรักษาชาติ “คณาพจน์” เข้าไปเป็นกรรมการบริหาร ในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค แต่โชคร้าย พรรคถูกสั่งยุบ และกรรมการพรรคถูกตัดสิทธิ์ 10 ปี

หลังจาก “ทักษิณ” ส่ง 4 ขุนพล “เพ้ง มิ้ง อ้วน เลี้ยบ” เข้ามาปฏิรูปพรรคเพื่อไทย “คณาพจน์” จึงมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ The Change Maker

มาถึงวันนี้ โครงการดังกล่าว ได้คัดเลือก 6 ไอเดียชนะเลิศ สำหรับการสร้างประเทศได้แก่อาชีวะ New Gen – ปฏิรูปการศึกษา ปูทางสู่อาชีวะสู่โลกอนาคต, ถั่วล้านไร่ – พืชเศรษฐกิจตัวใหม่แก้ความจนของเกษตรกร, ราชการคลิกเดียว – รับบริการของรัฐได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียว,ตลาดช่างฝีมือ – ช่างฝีมือไทยสู่ตลาดแบรนด์ระดับโลก ,Smart City Smart Life – ยกระดับชีวิตชาวเชียงใหม่ เข้าสู่สังคม New Normal และค้าบริการถูกกฎหมาย – เพื่อสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียม

ตัวแทน 6 ทีมได้นำเสนอต่อ “ทักษิณ” หรือ “โทนี่” เพื่อหาแนวทางที่จะพัฒนาไอเดียต่อไป และฟันธงตรงนี้ นี่คือนโยบายของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

++

รีแบรนด์แดง

++

ก่อนวันนัดจัดกิจกรรม “คาร์ปาร์ค” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้แถลงข่าวรายละเอียดกิจกรรมนัดชุมนุมคาร์ปาร์คไล่ประยุทธ์ ที่สำนักงานข่าวยูดีดี นิวส์ (UDD NEWS) แยกแคราย จ.นนทบุรี ซึ่งที่มั่นแห่งใหม่ของ นปช.สายนายใหญ่

แดงส้มชิงธง"ม็อบ 15 สิงหา" สาย "ทักษิณ" ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์

ณัฐวุฒิ ฟื้นคนเสื้อแดง

สาเหตุที่ “ณัฐวุฒิ” ต้องแถลงซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะเขาจะแยกให้เห็นภาพ “ม็อบแนวสันติ” กับ “ม็อบแนวปะทะ” หวังเรียกคะแนนจากพ่อยกแม่ยก และตีโต้ฝ่ายตรงข้าม ที่พยายามงัดภาพเก่าๆ “เผาบ้านเผาเมือง” มาดิสเครดิตกลุ่ม นปช.

“ผมจะขอชักธงสันติ ไม่ใช่ธงสงคราม และไม่ว่าจะเกิดอะไรมาก่อนหน้านี้ ผมหวังว่า วันที่ 15 สิงหาคมนี้ ทุกคนจะยุติความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจากฝ่ายใด…ไม่มีลุย ไม่มีบวก ไม่มีปะทะ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นและจบลงตามกำหนดเวลา และทุกคนต้องกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ”

ด้วยเหตุนี้ ณัฐวุฒิ จึงออกแบบเส้นทางคาร์ม็อบ โดยหลีกเลี่ยงเส้นทางเฝ้าระวัง หรือพื้นที่เปราะบางที่จะถูกมาใช้เป็นเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าได้

เมื่อมีการชุมนุมมวลชน สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และ “ม็อบ 15 สิงหา” ไม่ได้มีแค่ นปช.สายนายใหญ่ หากแต่มี “คาร์ม็อบ” สายบวก สายปะทะออกมาเล่นด้วย

ผ่าทีม “ลำพูนวอริเออร์” จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค “เสี่ยตาล” จะรุ่งหรือร่วง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478855

ผ่าทีม “ลำพูนวอริเออร์” จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค “เสี่ยตาล” จะรุ่งหรือร่วง

14 ส.ค. 2564

การเมืองเจือธุรกิจ “ลำพูนวอริเออร์” จะไปได้ไกลแค่ไหน ประธานคนดังติดบ่วงคดีฟอกเงิน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ลังตกเป็นข่าวใหญ่ ป.ป.ส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านประธานสโมสรฟุตบอลภาคเหนือ ข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมมูลค่าการยึดและอายัดทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 150 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เบื้องลึก “เสี่ยตาล” เจ้าบุญทุ่ม ปั้น “ลำพูนวอริเออร์” ผงาดไทยลีก 2

“ยึดทรัพย์” ​100 ล้าน ปธ.สโมสรฟุตบอลชื่อดัง น้องใหม่ไทยลีก2 ฐานค้ายาเสพติด

เข้ามอบตัวแล้ว ประธานสโมสรฟุตบอลชื่อดัง สู้คดี “ค้ายาเสพติด” ยึดทรัพย์ 150 ล้าน

ผ่านมา 1 วัน “เสี่ยตาล” พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก ประธานสโมสรฟุตบอลลำพูน วอริเออร์ จึงตัดสินใจชี้แจงผ่านแฟจเพจเฟซบุ๊ค Lamphun Warriors โดยสรุปว่า เขาไม่ได้ถูกออกหมายจับเพราะเป็นผู้ค้าหรือบงการ หรือร่วมขบวนการยาเสพติดใดๆ อย่างที่เป็นข่าว แต่บังเอิญผู้ค้ายาเสพติดคนหนึ่งได้เคยทำธุรกรรมทางการเงินด้วย จึงถูกออกหมายจับในข้อหาสมคบกับคนคนนั้น

“ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้สโมสร สโมสรมีผู้สนับสนุนและหุ้นส่วนหลายคนช่วยกัน เพื่อทำในสิ่งที่เรารัก สโมสรยังเดินต่อไป ผมต้องพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม ขอบคุณครับ”

คำชี้แจงของ “เสี่ยตาล” ทำให้แฟนราชันโคขาวหรือลำพูน วอริเออร์ ค่อยคลายกังวล เพราะก่อนหน้านั้น มีข่าวลือมากมาย รวมถึงทีมอาจถูกยุบ หรือจะมีการลอยแพนักเตะ

วันที่ “เสี่ยตาล” พาทีมลำพูน วอริเออร์ คว้าแชมป์ไทยลีก 3 ปลายเดือน มี.ค.2564 เขาโพสต์เฟซบุ๊คว่า “จากวันแรกที่ผมก้าวเข้าสู่สโมสรฟุตบอลลำพูน หลายคนมีสิทธิ์จะคิด ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ มันจะทำได้มั้ย และวันนี้ ผลงานในสนามคือคำตอบ มันตอบได้ดังกว่าที่ผมพูดครับ”

10 ปี ของทีมลำพูน วอริเออร์ กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยน จากทีมลูกหนังของนักการเมืองคนดัง สู่ทีมของนักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปีเศษ

++
ทีมของ “เสี่ยโอน” 
++
สโมสรฟุตบอล ลำพูน วอร์ริเออร์ (Lamphun Warrior Football Club) ฉายา “ราชันโคขาว” สนามเหย้าของสโมสรคือ  “สนามแม่กวง สเตเดี้ยม” มีความจุผู้ชม 3,000 ที่นั่ง ซึ่งบริษัท สโมสรฟุตบอลลำพูน จำกัดเป็นเจ้าของทีม

ผ่าทีม "ลำพูนวอริเออร์" จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค "เสี่ยตาล" จะรุ่งหรือร่วงเสี่ยโอน นายก อบจ.ลำพูน และเสี่ยตาล ปรึกษาเรื่องปรับปรุงสนาม


ปัจจุบัน บริษัท สโมสรฟุตบอล ลำพูน จำกัด มีผู้ถือหุ้นประกอบด้วย กรกฎ พลภาณุมาศ, กันต์ชนก ลิ้มจริยากุล, ดนุพล ดอกจันทร์,ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก, วัชระ รักศรี, และศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก

สโมสรฟุตบอล ลำพูน วอร์ริเออร์ ก่อตั้งปี 2554 โดย “เสี่ยโอน” อนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็นประธานสโมสร ซึ่งในปีนั้น “เสี่ยโอน” เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

“เสี่ยโอน” เป็นลูกชายคนโตของ ณรงค์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.แพร่ หลายสมัย โดยเสี่ยโอน เป็น ส.ส.ลำพูน สมัยแรก ในนามพรรครวมไทย ก่อนจะย้ายไปพรรคชาติพัฒนา และเป็นสมาชิก“กลุ่ม 16” จึงสนิทกับเนวิน ชิดชอบ เจ้าของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เมื่อปี 2562 เสี่ยโอนอยู่ในบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เลยเป็น ส.ส.สอบตก และปลายปี 2563 เสี่ยโอนได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.ลำพูน ในสังกัดพรรคเพื่อไทยทีมลำพูน วอริเออร์ ของเสี่ยโอน เล่นอยู่ในลีกภูมิภาคอยู่หลายปี กระทั่ง สองพี่น้องตระกูล “ฐาราชวงศ์ศึก” เข้าช่วยบริหารทีมลำพูน วอริเออร์ จึงเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด

++
ทีมเสี่ยตาล
++

ปี 2562 สโมสรลำพูนวอริเออร์ มีการเปลี่ยนผู้บริหาร โดย “เสี่ยตาล” พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก เป็นผู้อำนวยการสโมสร(ประธานสโมสร) และ “เสี่ยต้น” ศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก ผู้จัดการทีม โดยเสี่ยโอน-อนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็นที่ปรึกษาประธานสโมสรลำพูนวอริเออร์ 

ปี 2563-2564 “เสี่ยตาล” พาทีมลำพูน วอริเออร์ เป็นแชมป์ไทยลีก 3 และเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ส่วน “เสี่ยต้น” ศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก พี่ชายเสี่ยตาล ไปซื้อสโมสรฟุตบอล พิษณุโลก เอฟซี และเข้าบริหารทีมในไทยลีก 3

ผ่าทีม "ลำพูนวอริเออร์" จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค "เสี่ยตาล" จะรุ่งหรือร่วง

เสี่ยตาล พร้อมลุยไทยลีก 2

ด้านธุรกิจส่วนตัวของเสี่ยตาล สำนักข่าวอิศรา ได้ตรวจสอบพบ 2 แห่งคือ บริษัท สโมสรฟุตบอล ลำพูน จำกัด จดทะเบียนปัจจุบัน 10 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 5/6 หมู่ที่ 4 ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน และบริษัท อันซีน เชียงราย จำกัด ตั้งอยู่ที่ 60/17 หมู่ที่ 13 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 

น่าจับตา ทีมราชันโคขาว หรือลำพูน วอริเออร์ ที่เสริมทัพนักเตะราคาแพง จะเลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 สู่ไทยลีก 1 ได้หรือไม่?