ถอยแล้ว..”บอร์ด อภ.” สั่งชะลอซื้อชุดตรวจ “ATK” 8.5 ล้านชุด หลังถูกวิจารณ์ขรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478511

 ถอยแล้ว..”บอร์ด อภ.” สั่งชะลอซื้อชุดตรวจ” ATK” 8.5 ล้านชุด หลังถูกวิจารณ์ขร่ม 

12 สิงหาคม 2564 – 15:42 น.

” ประธานบอร์ด อภ.” สั่งชะลอการทำสัญญาซื้อชุดตรวจ โควิด-19 ” ATK” 8.5 ล้านชุด ออกไปก่อนรอผลตรวจสอบคุณภาพ หลังถูกวิจารณ์ขร่ม


ปลัด สธ.และประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม  นพ.เกียรติภูมิ  วงศ์รจิต เปิดเผยว่า องค์การเภสัชกรรมได้รับมอบหมายจากโรงพยาบาลราชวิถีให้ดำเนินการจัดหาชุดตรวจโควิด-19  Antigen Test Kitหรือ ATK  จำนวน 8.5 ล้านชุด เป็นการเร่งด่วน ตามโครงการพิเศษของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและตามคุณสมบัติที่โรงพยาบาลราชวิถี และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องการ

โดยเมื่อ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาได้ทำการคัดเลือกผู้เสนอราคา ได้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนและรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในราคาประมาณชุดละ 70 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว          

“แต่เนื่องจากบางหน่วยงานมีความห่วงใยและไม่มั่นใจในคุณภาพของชุดตรวจ และมีการเผยแพร่ข่าวทางสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในสินค้าองค์การ ฯ จึงขอชะลอการดำเนินการในขั้นตอนการทำสัญญาออกไปก่อน  โดยองค์การฯและ อย. จะเร่งทำการตรวจสอบข้อมูลคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวทุกขั้นตอน เป็นไปด้วยความโปร่งใส มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาเหมาะสม”

“สปส.” พร้อมแล้ว ฉีด “วัคซีน” เข็ม 2 ให้แก่ผู้ประกันตน “ม.33” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478505

“สปส.”พร้อมแล้ว ฉีด”วัคซีน”เข็ม 2 ให้แก่ผู้ประกันตน “ม.33”

12 สิงหาคม 2564 – 14:50 น.

“สปส.”พร้อมแล้ว ฉีด”วัคซีน”เข็ม 2 ให้แก่ผู้ประกันตน “ม.33” เริ่ม 16 สิงหาคม นี้


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2564 แพทย์หญิงนิธยาพร ลิมปะพันธุ์ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม แจ้งผลการเตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33

โดยคณะทำงานบริหารจัดการและกระจายวัคซีนฯ ได้เตรียมจัดศูนย์ฉีดวัคซีนฯ เพื่อให้บริการผู้ประกันตนมาตรา 33 ในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 หลังจากที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับวัคซีนเข็มแรกจากประกันสังคมแล้ว เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ข้อมูลมีผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว กว่า 1.3 ล้านคน

รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า วัคซีนเข็มที่ 2 นี้จะเริ่มฉีดในวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป เป็นวัคซีนยี่ห้อ AstraZeneca ทั้งหมด

โดยแบ่งผู้ประกันตนตามสูตรการฉีด สูตรแรก (AZ+AZ) คือผู้ประกันตนที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เป็น AstraZeneca และจะครบกำหนดฉีดเข็ม 2 ภายใน 12-16 สัปดาห์ ก็จะเป็นวัคซีนยี่ห้อ AstraZeneca เหมือนเดิม

โดยผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ได้รับเข็ม 1 ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ถึง 21 กรกฎาคม 2564 จะได้รับเข็ม 2 ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ถึง 28 กันยายน 2564

ส่วนกลุ่มฉีดสูตร 2(SV+AZ)แบบฉีดสลับวัคซีน ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเมื่อ 12 กรกฎาคม 2564 คือผู้ประกันตนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกเป็นยี่ห้อ Sinovac จะได้รับเข็ม2 ภายใน 3-4 สัปดาห์ เป็นยี่ห้อ AstraZeneca ทั้งหมดเช่นกัน

โดยผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ได้รับเข็ม 1 ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 2564 จะได้รับเข็ม 2 ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ถึง 27 สิงหาคม 2564

และผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกลุ่มจังหวัดภาคผลิตสำคัญ 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และนครปฐม ที่ได้รับวัคซีนตามสูตร 2 (SV+AZ) ตั้งแต่ 22 กรกฎาคม ถึง 13 สิงหาคม 2564 จะได้รับเข็ม 2 เป็นยี่ห้อ AstraZeneca ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ถึง 27 สิงหาคม 2564

โดยสำนักงานประกันสังคม ได้เตรียมพร้อมศูนย์ฉีดวัคซีนกระจายทั่วพื้นที่ กทม.ทั้ง 12 เขตความรับผิดชอบ รวม 26 จุดฉีด และทั้ง 5 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว จะส่งแจ้งนัดหมายให้ผู้ประกันตนทราบล่วงหน้าผ่าน SMS เข้าโทรศัพท์มือถือให้ผู้ประกันตนทราบโดยเร็วที่สุด

รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุกคน เมื่อทราบกำหนดนัดหมายแล้ว โปรดเตรียมตัวให้พร้อม เหมือนกันกับการฉีดเข็มแรก คือ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งดการออกกำลังกายหนัก สวมเสื้อที่สะดวกในการฉีด เช่น เสื้อแขนสั้น

และที่สำคัญคือ เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) ติดตัวมาด้วยในวันที่ฉีดวัคซีน และมาให้ทันตามกำหนดนัดหมายเพื่อร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไปด้วยกัน

หากคนอยู่ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนเข็ม 2 ตามกำหนดข้างต้นแต่ไม่ได้รับ SMS นัดหมายสามารถตรวจสอบวันนัดหมายฉีดวัคซีน เข็มที่ 2 ได้ที่หน้าเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th อีกช่องทางหนึ่ง หากไม่พบข้อมูล ขอให้รีบแจ้งนายจ้าง หรือ HR บริษัท ด่วน หรือหากมีข้อสงสัย ติดต่อสายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

คาร์ปาร์ค 15 สิงหา “จัดม็อบให้เด็กมันดู” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478506

คาร์ปาร์ค 15 สิงหา “จัดม็อบให้เด็กมันดู”

12 สิงหาคม 2564 – 14:23 น.

นักวิชาการเชื่อว่า “ม็อบ15สิงหา” ไม่น่าหวั่นไหว นอกจากเป้าหมายไม่ชัด คนชั้นกลางยังเบื่อ”ความรุนแรง” ทำให้ขาดพลัง

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา ประเมินสถานการณ์วันที่15 สิงหาคมนี้ ว่าจะมีคนร่วมมากกว่าม็อบเด็กที่ผ่านมา
เพราะผู้มีประสบการณ์ อย่างอดีตแกนนำ นปช.น่าจะมีการบริหารจัดการที่ดีกว่า
แต่ประเด็นสำคัญ ซึ่งทุกม็อบที่ผ่านมาสื่อสารไม่ชัด คือ ข้อเสนอหลังบรรลุข้อเรียกร้อง อยากให้พลเอกประยุทธ์ ลาออก แต่ไม่บอกว่าหลังจากนั้นจะทำอย่างไร หรือเรื่องการปฏิรูปสถาบัน ที่ใช้วิธีการแสดงออกผ่านการใช้#ความรุนแรง ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้ม็อบไม่มีพลัง ขาดคนชั้นกลางเป็นแนวร่วม  เหมือนกระบวนภาคใต้ที่ก่อสถานการณ์สร้างความเคลื่อนไหว แต่เป้าหมายไม่ชัด การชุมนุมวันที่ 15 สิงหา จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง  

คาร์ปาร์ค 15 สิงหา "จัดม็อบให้เด็กมันดู"

นักวิชาการมหาวิทยาลัยบูรพา ประเมินว่า ผลจากการจัดม็อบครั้งหน้า คือการเพิ่ม
น้ำหนักให้คนจับตา การยื่นญัตติอภิปรายในวันที่16 สิงหา กดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา การแพร่ระบาดของโควิด อย่างมีประสิทธิภาพ เท่านั้น  รัฐบาลไม่ต้องใช้อำนาจหรือมาตราการ ตาม#พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ด้วยซ้ำ แค่ตามจับแกนนำ หัวโจ๊กม็อบ
ที่กระทำความผิด เพียงเท่านี้ ไม่จำเป็นต้องใช้กฏหมายแบบเต็มที่ให้เสียรังวัด 

คาร์ปาร์ค 15 สิงหา "จัดม็อบให้เด็กมันดู"

แม้ดูเหมือนจะมีศึกหนักเรื่องอภิปราย แต่ตราบเท่าที่รัฐบาลยังจัดการโควิดไม่ได้
จะคาดหวังความเปลี่ยนแปลงหลังการอภิปรายก็ยากเต็มที  จริงอยู่แม้ขณะนี้
ทั้งพลเอกประยุทธ์ และนายอนุทิน จะตกเป็นเป้าใหญ่ แต่ก็เชื่อว่าก็สามารถประคองตัวรอดไปได้แบบสะบักสะบอม โดยเฉพาะ นายอนุทิน ที่มีชนักเรื่องความพยายามออก#กฏหมายนิรโทษกรรม จำกัดสิทธิการเอาผิดบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาโควิด ซึ่งถูกมองว่า ต้องการพ่วงความผิดพลาดจากการบริหารนโยบายวัคซีน ให้พ้นผิดไปด้วย เพราะการทำหน้าที่ของแพทย์มีกฏหมายคุ้มครองอยู่แล้ว  
ไม่มีความจำเป็นที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะต้องการออกมาแถลงข่าว
เรียกร้องกฏหมายฉบับดังกล่าวเพื่อเอาใจนาย

คาร์ปาร์ค 15 สิงหา "จัดม็อบให้เด็กมันดู"

สารพัดม็อบที่ผ่านมา จึงเปรียบเสมือนยุงรำคาญ สำหรับรัฐบาลเท่านั้น

คาร์ปาร์ค 15 สิงหา "จัดม็อบให้เด็กมันดู"

ในวาระที่ กำลังงบประมาณกำลังจะผ่านสภา  ซึ่งมาพร้อมๆกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ที่ออกแบบมาตามความต้องการร่วมกันของนักการเมือง ม็อบจะเคลื่อนไหวอย่างไร
ก็ไม่ใช่ปัญหา หากยังอยู่ในกติกาที่พอรับได้  รอจังหวะ #ยุบสภา เมื่อปัญหา #โควิด  คลี่คลาย ระหว่างนี้ก็เร่งนโยบายเยียวยา สร้างผลงานให้เป็นรูปธรรม และเตรียมประดิษฐ์วาทะกรรม  เพื่อนำไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ครั้งหน้า

ห้ามนำเข้า “จักรยานยนต์ใช้แล้ว” เข้ามาในประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478489

ห้ามนำเข้า”จักรยานยนต์ใช้แล้ว” เข้ามาในประเทศ

12 สิงหาคม 2564 – 13:43 น.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ห้ามนำเข้า”จักรยานยนต์ใช้แล้ว”เข้าประเทศ ฝ่าฝืนถูกทำลาย

เมื่อวันที่ 11  ส.ค. 64  ที่ผ่านมา  ราชกิจจานุเบกษา  เผยแพร่ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้าม ในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ มีเนื้อหาว่า  เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรการควบคุมการนำรถจักรยานยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) (3) และ (6) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถจักรยานยนต์ ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 113) พ.ศ. 2539  ลงวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2539 

ข้อ 4 ในประกาศนี้ “รถจักรยานยนต์” หมายความว่า รถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถโมเพ็ด (Moped) รถจักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ช่วย (รถจักรยานไฟฟ้า) รวมทั้งรถพ่วงข้าง ตามพิกัดอัตราศุลกากร ประเภท 87.11 และรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่มีอายุเกินหนึ่งร้อยปี ตามพิกัดอัตราศุลกากร ประเภท 97.06 

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงรถพ่วงข้างที่ไม่ได้ติดตั้งมากับรถ “รถจักรยานยนต์ใช้แล้ว” หมายความว่า รถจักรยานยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ไม่รวมถึง

(1) รถจักรยานยนต์ที่ผ่านการใช้งานเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดสอบคุณภาพหรือเพื่อการจัดส่ง ไปยังแหล่งจำหน่าย โดยมีหนังสือรับรองจากเจ้าของตราสินค้า

(2) รถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียนใช้งานครั้งแรกในต่างประเทศก่อนบรรทุกลงในยานพาหนะ จากเมืองต้นทางไม่เกินหกสิบวัน โดยได้ชำระภาษีอากรต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ตามที่กำหนด สำหรับรถจักรยานยนต์ใหม่

ข้อ 5 ให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร

 

ข้อ 6 ความในข้อ 5 มิให้ใช้บังคับแก่

(1) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศเห็นสมควรให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ องค์การระหว่างประเทศ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจของต่างประเทศ  องค์กรต่างประเทศที่ได้รับเอกสิทธิ์หรือบุคคลซึ่งได้รับเอกสิทธิ์ นำเข้ามาในราชอาณาจักรได้โดยมีหนังสือ แจ้งกรมศุลกากร

(2) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศเห็นสมควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสาธารณกุศลของประเทศไทยซึ่งได้รับบริจาคจากต่างประเทศ นำเข้ามาในราชอาณาจักร ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติโดยมีหนังสือแจ้งกรมศุลกากร

(3) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและจะนำกลับออกไป หรือนำออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้วนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วย พิกัดอัตราศุลกากร

โดยผู้นำเข้าได้ทำพิธีการไว้กับกรมศุลกากรว่าจะนำรถที่นำเข้ามานั้นกลับออกไป หรือจะนำรถที่นำออกไปนั้นกลับเข้ามา แล้วแต่กรณี

(4) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่ได้จดทะเบียนใช้งานภายในประเทศกับกรมการขนส่งทางบก แล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแต่ไม่สามารถจดทะเบียนใช้งานในต่างประเทศได้ หรือไม่สามารถ นำเข้าไปในประเทศนั้นได้ เป็นเหตุให้ต้องส่งกลับประเทศไทย ทั้งนี้ ต้องนำกลับเข้ามาภายในระยะเวลา สองปีนับแต่วันที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

(5) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เป็นรถจักรยานยนต์ต้นแบบ สำหรับการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ โดยมีเอกสารการอนุมัติให้ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต หรือได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราศูนย์จากกรมสรรพสามิตไปแสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้า

(6) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กรมศิลปากรมีหนังสือรับรองว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจัดแสดง ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้นโดยจะไม่นำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก

(7) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กระทรวงกลาโหมพิจารณาอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักรได้ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ การนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งรถจักรยานยนต์ใช้แล้วตาม

(๓) หากเป็นการนำเข้าเป็นการชั่วคราว เพื่อท่องเที่ยว ระยะเวลาที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใน ราชอาณาจักรสำหรับนักท่องเที่ยว และในกรณีนำออกเป็นการชั่วคราวเพื่อท่องเที่ยว ระยะเวลา ที่นำออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ให้อยู่ในประเทศนั้นสำหรับนักท่องเที่ยว

ข้อ 7 การนำรถจักรยานยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนข้อ ๕ ให้กรมศุลกากร ทำลายรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเสีย

ข้อ 8 ให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ต่อไปจนกว่าจะพ้นภาระ และความรับผิดตามกฎระเบียบที่กำหนด

ประกาศ ณ วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 256 4

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ห้ามนำเข้า"จักรยานยนต์ใช้แล้ว" เข้ามาในประเทศ
ห้ามนำเข้า"จักรยานยนต์ใช้แล้ว" เข้ามาในประเทศ
ห้ามนำเข้า"จักรยานยนต์ใช้แล้ว" เข้ามาในประเทศ

“วัคซีนผสมน้ำ” มีด้วยหรือ “ศรีสุวรรณ” จ่อร้อง “ปอท.” เอาผิด “ต๊อด ปิติ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478485

“วัคซีนผสมน้ำ” มีด้วยหรือ “ศรีสุวรรณ”จ่อร้อง “ปอท.”เอาผิด “ต๊อด ปิติ”

12 สิงหาคม 2564 – 13:23 น.

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย” ศรีสุวรรณ  จรรยา ” จ่อร้องเอาผิด ” ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” โพสต์ มีการฉีดวัคซีนผสมน้ำ

นายศรีสุวรรณ  จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าตามที่นายปิติ ภิรมย์ภักดีหรือต๊อด ปิติ ทายาทเครือสิงห์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กตำหนิการจัดสรรวัคซีนของรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้นั้น

การโพสต์ข้อความได้ระบุว่า “ผมว่าจะไม่ลงละนะ แต่สงสารคนไทย ศบค.พูดโคตรชัดว่าวัคซีนทำให้จำนวนคนตายลดลง แล้วทำไมถึงเลื่อน ทำไมถึงฉีดไม่ได้ตามเป้า วัคซีนหายไปไหน รักกันมาก ๆ หน่อยสิ เตือนไว้ก่อนด่ามา จะด่ากลับ หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน ไม่ต้องชื่นชมหรือมาซื้อของบริษัทผม ผมแค่ทำหน้าที่คนไทยคนนึงที่อยากเห็นสิ่งที่ดีขึ้น”

อีกทั้งยังได้แสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวอีกว่า “ผมหวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นแต่ไม่เลย เลวลงทุกวัน ผมก็รู้จักนักการเมืองอยู่เยอะ พวกเค้าก็น่าจะรู้จักผมบ้าง ผมไม่ได้ท้าทายนะครับ แต่ผมถ้ามา ผมก็เอา” และ “ด่านหน้าต้องจับฉลากเพื่อจะได้ฉีด บางโรงพยาบาลใช้วิธีผสมน้ำเพื่อให้ครบคน ผมขอสละตัวเองเป็นกระบอกเสียงให้พวกเค้าครับ และเมื่อผมเอาจริงคือเอาจริง”

การโพสต์ข้อความดังกล่าวมีสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ได้นำไปเผยแพร่อย่างมากมาย ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนและเป็นที่สงสัยกันมากว่า วัคซีนที่แพทย์พยาบาลกำลังฉีดให้กับประชาชน เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 อยู่ในขณะนี้นั้นมีการ “ผสมน้ำ” ในบางโรงพยาบาลเพื่อฉีดให้กับประชาชนได้ด้วย

หรือการโพสต์ข้อความดังกล่าวมีเจตนาอื่นหรือไม่ ประการใดหรือเป็นเพียงแค่การเอามัน เพื่อให้ประชาชนชื่นชมตนเองว่ามีความห่วงใยชาวบ้านเท่านั้น หรือถ้าเป็นข้อมูลที่เป็นจริง ขอให้เปิดเผยออกมาว่ามีโรงพยาบาลแห่งใด ใช้วิธีการฉีดวัคซีนดังกล่าว

กรณีดังกล่าว สังคมไทยคงไม่เอามันด้วย เพราะเป็นการโพสต์หรือนำเข้าข้อความสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ อันก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และอาจเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศฯ

อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขปี 2560 ม.14(2) ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 4 ในวันศุกร์ที่ 13 ส.ค.64 เวลา 10.00 น.เพื่อแจ้งความเอาผิดตามครรลองของกฎหมายต่อนายต๊อด-ปิติ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในสังคมต่อไป แม้จะเป็นคนดัง คนเด่น คนรวยและใหญ่แค่ไหน ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

ฝ่ายค้านล็อกเป้า “ประยุทธ์ – อนุทิน” ยื่นซักฟอก 16 ส.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478375

ฝ่ายค้านล็อกเป้า “ประยุทธ์ – อนุทิน” ยื่นซักฟอก 16 ส.ค.

11 สิงหาคม 2564 – 18:21 น.

“พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ล็อกเป้า “ประยุทธ์ – อนุทิน” ตัวหลักบัญชีรายชื่อ”รัฐมนตรี”ถูกซักฟอก กำหนดยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 16 ส.ค.

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านผ่านระบบซูม

โดยมีแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านประกอบด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ  นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ

 นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยและนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม 

โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การหารือของพรรคร่วมฝ่ายค้านวันนี้ มีประเด็นสำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภา 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เบื้องต้นจะมีการอภิปรายรัฐมนตรีรวมทั้งสิ้นประมาณ 4-5 คน โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นหลัก

ซึ่งประเด็นสำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผิดพลาดซ้ำซากของรัฐบาล เป็นสาเหตุทำให้พี่น้องประชาชนยากลำบากและปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของบุคคลในรัฐบาลรวมไปถึงบริวารแวดล้อม 

นายประเสริฐ ยังกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2564 หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะมีการหารือร่วมกันถึงรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณาเอกสารหลักฐานและสรุปความชัดเจนเกี่ยวกับรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่มเติมทั้งหมด

หากพบว่าการบริหารจัดการของรัฐบาล ซึ่งสร้างผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนมหาศาลเชื่อมโยงไปถึงรัฐมนตรีคนใด ก็จะดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนไปด้วยเพราะถือว่าได้ร่วมกันสร้างผลกระทบความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน 

“กรณ์” นำเทรนด์สุดล้ำสร้าง “สินทรัพย์ดิจิตัล” ขายทั่วโลก ผุดโปรเจ็กต์ “Mission Pawsible” ช่วย “น้องหมา” หลังเจอผลกระทบ “โควิด” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478367

“กรณ์” นำเทรนด์สุดล้ำสร้าง”สินทรัพย์ดิจิตัล” ขายทั่วโลก ผุดโปรเจ็กต์” Mission Pawsible” ช่วย “น้องหมา “หลังเจอผลกระทบ”โควิด”

11 สิงหาคม 2564 – 17:53 น.

“กรณ์” นำเทรนด์สุดล้ำสร้าง”สินทรัพย์ดิจิตัล” ขายทั่วโลก ผุดโปรเจ็กต์” Mission Pawsible” ช่วย “น้องหมา “หลังเจอผลกระทบ”โควิด” เงินช่วยเหลือน้อยลง เริ่มเปิดประมูลขายแล้ววันนี้

“กรณ์ จาติกวณิช” อดีตประธานสมาคมไทยฟินเทค หัวหน้าพรรคกล้า สร้างสินทรัพย์ดิจิตัล หรือ NFT ( Non Fungible Token) บนเทคโนโลยีบล็อกเชนจากภาพสุนัขพันธุ์ เฟรนช์ บูลด็อก 20 ตัวที่เลี้ยงไว้ ขึ้นขายบนแพลตฟอร์มซื้อ-ขายงานศิลปะระดับโลกอย่าง ‘โอเพ่นซี’ (opensea.io) เพื่อนำรายได้บริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ Dog Trust ในประเทศอังกฤษ

และ 2 มูลนิธิในประเทศไทย คือ มูลนิธิเดอะวอยซ์ เสียงของเราและเกาะสุนัข ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดทำให้เงินบริจาคช่วยเหลือลดน้อยลงกว่าเดิมมากกว่าสภาวะปกติ โดยเริ่มเปิดประมูลขายแล้วตั้งแต่วันนี้ และจะปิดการประมูลในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุนัขโลก หรือ World dog day 

"กรณ์" นำเทรนด์สุดล้ำสร้าง"สินทรัพย์ดิจิตัล" ขายทั่วโลก ผุดโปรเจ็กต์" Mission Pawsible" ช่วย "น้องหมา "หลังเจอผลกระทบ"โควิด"

“กรณ์” ถือเป็นคนในวงการฟินเทคคนแรกที่ระดมทุนช่วยเหลือสุนัขจรจัดในประเทศไทยจากผู้สนใจบริจาคทั่วโลก ผ่านไอเดียล้ำสมัย ผสานงานศิลปะและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ด้วยการใช้ภาพถ่ายสุนัขที่เลี้ยงไว้ 20 ตัว มาสร้างเป็นงานศิลปะ พร้อมเทคโนโลยีแสดงความเป็นเจ้าของในผลงานศิลปะที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนสร้างสรรค์งานศิลปะระดับโลก นำไประดมเงินบริจาคในตลาดใหม่ซึ่งซื้อ-ขายด้วยสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ อันเป็นโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้ให้กับคนไทยที่มีความสามารถในงานศิลปะ ดนตรี และกีฬา

"กรณ์" นำเทรนด์สุดล้ำสร้าง"สินทรัพย์ดิจิตัล" ขายทั่วโลก ผุดโปรเจ็กต์" Mission Pawsible" ช่วย "น้องหมา "หลังเจอผลกระทบ"โควิด"

โดยเขาให้ความเห็นว่า“งานศิลปะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (Softpower) ในการสร้างรายได้คนไทยและจะน่าเสียดายมากถ้าเราต้องตกเป็นเมืองขึ้นทางเทคโนโลยี หากเราไม่ส่งเสริมการต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่นี้ตั้งแต่วันนี้ 
เรื่องราวความน่ารักของ เฟรนซ์ บูลด็อกซ์ ทั้ง  20 ตัว ถูกเขียนไว้ในเว็ปไซต์ https://opensea.io/collection/mission-pawsible โดยได้ ปิยฉัตร ศรไพศาล ศิลปินดิจิตัลซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ มาสร้างภาพดิจิตัลที่เป็นเอกลักษณ์ของสุนัขแต่ละตัวขึ้นมา

"กรณ์" นำเทรนด์สุดล้ำสร้าง"สินทรัพย์ดิจิตัล" ขายทั่วโลก ผุดโปรเจ็กต์" Mission Pawsible" ช่วย "น้องหมา "หลังเจอผลกระทบ"โควิด"

ผู้สนใจอยากเข้าร่วมประมูลเพื่อช่วยเหลือมูลนิธิสุนัข เตรียมกระเป๋าเงินคริปโตเคอเรนซี่ของคุณให้พร้อม แล้วไปที่โปรเจค Mission-Pawsible บนเว็ปไซค์ https://opensea.io/collection/mission-pawsible  รับการชำระด้วยเงินดิจิตัลสกุล Etherium (ETH) 

สำหรับมูลนิธิที่จะนำเงินรายได้ไปช่วยเหลือทั้ง 3 มูลนิธินั้น มีประวัติความเป็นมาที่สามารถตรวจสอบได้ ประกอบด้วย

1. มูลนิธิ Dog Trust องค์กรการกุศลเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ดูแลสุนัขถึงกว่าปีละ 15,000 ตัว และยังสนับสนุนเงินให้กับองค์กรแบบเดียวกันในประเทศต่าง ๆ ในประเทศไทย Dog Trust ให้เงินสนับสนุนมูลนิธิ Soi Dog ถึงปีละ 30 ล้านบาท https://www.dogstrust.org.uk  

2.มูลนิธิเดอะวอยซ์ เสียงของเรา มูลนิธิช่วยเหลือสัตว์จรจัดของไทย ก่อตั้งในปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ และมีสัตว์จรจัดได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก จึงได้เริ่มทำกิจกรรมช่วยเหลือสัตว์มาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากจะให้การช่วยเหลือสัตว์แล้ว เดอะวอยซ์ (เสียงของเรา) ยังเน้นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการกระตุ้นความรับผิดชอบในการเลี้ยงดุสัตว์เลี้ยงของตนเอง  https://thevoicefoundation.org 

3. เกาะสุนัข สถานสงเคราะห์สุนัขแห่งพุทธมณฑล สถานที่สุดท้ายของสุนัขถูกทิ้ง จากการดูแลสุนัขที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งที่พุทธมณฑลเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นหน่วยงานที่ดูแลสุนัขกว่า 400 ตัว โดยพี่งพาเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว เกาะสุนัขในช่วงโควิดมีจำนวนผู้บริจาค และรับอุปการะสุนัขลดลง จึงต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

https://kohsunak.wixsite.com/website

ประมวลภาพ บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย “ม็อบ 11 สิงหา” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478369

ประมวลภาพ บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย “ม็อบ11สิงหา”

11 สิงหาคม 2564 – 17:30 น.

“ม็อบ11 สิงหา” พลาด ผู้ชุมนุมขว้างประทัดยักษ์แต่ระเบิดเสียก่อนทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 64  การชุมนุมของ “กลุ่มทะลุฟ้า” หรือ“ม็อบ11 สิงหา” ที่มีความพยายามรวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อเดินทางไปบ้านพักพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งอยู่ในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ไม่อาจประสบความสำเร็จ

ประมวลภาพ  บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย "ม็อบ11สิงหา"

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้เข้ากระชับพื้นที่ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และกดดันให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายออกจากพื้นที่ 

ประมวลภาพ  บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย "ม็อบ11สิงหา"

เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวสตรีรายหนึ่ง บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่างสกัดกั้นผู้ชุมนุมไม่ให้เดินทางไป กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 

อย่างไรก็ตาม ได้มีการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม  ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้จุดประทัดยักษ์เตรียมขว้างใส่เจ้าหน้าที่ แต่เกิดเหตุระเบิดเสียก่อน ทำให้ต้องสูญเสียมือด้านซ้าย ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมรีบเข้ามาปฐมพยาบาลและนำส่งรพ.

ประมวลภาพ  บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย "ม็อบ11สิงหา"

ทั้งนี้ “เพจเจ๊จุกคลองสาม” ได้เผยแพร่ภาพและทวิตข้อความว่า  “ให้ทุก แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว ” ตั้งใจว่าจะเอาประทัดยักษ์ที่เตรียมปาใส่ตำรวจ แต่ผลคือ ระเบิดคามือ จน…มือขาด ขาดแบบยุ่ยจนไม่สามารถต่อกลับคืนมาเป็นปกติได้ กลายเป็นคนพิการไปทันที  เชื่อหรือยังคะว่า แผ่นดินไทยศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ ทำดีได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว ” 

ผู้สือข่าว”คมชัดลึก”ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่า เป็นภาพเหตุการณ์จากการชุมนุม ม็อบ11 สิงหา วันนี้ โดยจะมีการแถลงต่อไป  

ประมวลภาพ  บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย "ม็อบ11สิงหา"

เมื่อ 15.55 น. การชุมนุมของ “กลุ่มทะลุฟ้า” ได้ขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ทางสื่อโซเชียล ประกาศยุติการชุมนุม

ประมวลภาพ  บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย "ม็อบ11สิงหา"

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เคลื่อนไปรวมตัวที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง  โดยมีผู้ชุมนุม ปีนขึ้นไปบนเสาไฟจราจร เพื่อทำลายกล้องวงจรปิด ขณะเดียวกัน เริ่มมีการเผายางรถยนต์จำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ปรับรูปขบวนเข้าไประงับเหตุ 

ประมวลภาพ  บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย "ม็อบ11สิงหา"
ประมวลภาพ  บึ้มคามือ หลังควันจางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่น่าเลย "ม็อบ11สิงหา"

ทั้งนี้ “ทีมข่าวคมชัดลึก”จะรายงานสถานการณ์ต่อไป  

“หมอธีระ” ซัดแก้ “โควิด” ล้มเหลว ต่างประเทศระดับ “นโยบาย” ลาออกตั้งแต่แรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478342

“หมอธีระ” ซัดแก้”โควิด” ล้มเหลว ต่างประเทศระดับ”นโยบาย” ลาออกตั้งแต่แรก

11 สิงหาคม 2564 – 15:33 น.

“รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซัดแก้”โควิด” ล้มเหลว ต่างประเทศระดับ”นโยบาย” ลาออกตั้งแต่แรก จะมาขอยกเว้นการรับผิดได้อย่างไร หากมี คนเจ็บป่วยมากมาย ตายดั่งใบไม้ร่วง

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โพสต์เฟซบุ๊กว่า

แล้วการแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวจากการทำงานนโยบายล่ะครับ

ประชาชนจะเห็นจากใครบ้าง

ถ้านโยบายและมาตรการผิดพลาดจนคนติดจำนวนมาก ตายจำนวนมาก เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหาศาล…ต่างประเทศนั้นกลุ่มคนระดับนโยบายล้วนประกาศลาออกกันให้เห็นตั้งแต่แรกแล้วครับ

“หน้าด่าน”กับ”หอคอยงาช้าง”นั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว อย่ามาอ้างเพื่อเหมารวมกัน

ไม่ว่าจะประเทศใดในโลกนี้ คนในสังคมย่อมต้องไม่มีทางยอมรับกับการร้องขอที่ไม่ถูกต้อง

จะมาขอยกเว้นการรับผิดได้อย่างไร

ในเมื่อนโยบายและมาตรการต่าง ๆ นั้นย่อมส่งผลต่อชีวิตของทุกคนในสังคม ทั้งเรื่องสวัสดิภาพ ความปลอดภัยในชีวิต ความเสี่ยงและความสูญเสีย 

หากในสังคมใด ๆ นั้น เกิดเหตุการณ์ที่การตัดสินใจเชิงนโยบายทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังต่อไปนี้

คนที่เจ็บป่วยมากมาย

คนที่ตายไปดั่งใบไม้ร่วง

คนที่ขาดเสาหลักของครอบครัว ครอบครัวแล้วครอบครัวเล่า

คนที่สูญเสียพ่อแม่ ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า 

คนที่ทนแรงกดดันไม่ไหว จนกระทั่งต้องโดดสะพานฆ่าตัวตาย ผูกคอตาย ยิงตัวตาย จำนวนมากเคสแล้วเคสเล่า

ธุรกิจห้างร้านที่ต้องปิดกิจการทั้งชั่วคราวและถาวร

ความเครียด ซึมเศร้า หวาดกลัว ของทุกคนในสังคม ทั้งต่อโรคระบาดที่รุนแรง การต้องเฝ้าคอย เฝ้ารอ เฝ้าแย่งกันจองวัคซีน เตียง หยูกยา คิวตรวจ และอื่นๆ

เหล่านี้เป็นตัวอย่างผลกระทบที่ไม่พึงปรารถนา และไม่ควรที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจเชิงนโยบายทั้งสิ้น หากมีนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการและสถานการณ์

ดังนั้นหากทุกนโยบายที่เกิดขึ้นมา เป็นไปตามหลักการ วิชาความรู้ที่ถูกต้อง ตรวจสอบได้ พิสูจน์ชัดเจนตามมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ กระบวนการทำงานทั้งด้านนโยบายและวิชาการทุกขั้นตอนเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย กฎระเบียบ และตามหลักวิชาการ และมีบันทึกรายละเอียดตรวจสอบได้ว่าเป็นไปอย่างสุจริตและยุติธรรม

ไม่ว่าประเทศใดที่มีกลไกนโยบายและวิชาการข้างต้น ย่อมไม่ต้องมีความกังวลใด  ๆ เพราะแม้จะมีการร้องขอให้ตรวจสอบ หรือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็สามารถชี้แจงแถลงไขได้อย่างชัดเจน ด้วยความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานนโยบายหรือวิชาการ

เพราะเราทำทุกอย่างด้วยความรู้ที่ถูกต้อง ไร้ซึ่งกิเลสไม่มีอำนาจใด ๆ มาครอบงำให้กระทำผิดยืนอยู่บนความมุ่งมั่นที่ทำความดี ละเว้นความชั่ว และเป็นนโยบายที่เป็นไปตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม

กฎหมายเพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการดูแลรักษาผู้ป่วยในภาวะวิกฤติที่ขาดแคลนทรัพยากรต่าง ๆ นั้น ล้วนเป็นที่เข้าใจได้ถึงความจำเป็น และเชื่อว่าทุกคนทุกประเทศในโลกล้วนยอมรับได้ และแสดงความเห็นอกเห็นใจและสนับสนุนเต็มที่

แต่ไม่ใช่เรื่องระดับนโยบายและวิชาการที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย เพราะบทบาทหน้าที่ระดับนโยบายนั้นต้องตามมาด้วยความพร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบ โดยการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบนั้นทำได้หลากหลายรูปแบบ ดังที่เราเห็นจากบทเรียนของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับว่ายอมรับความจริงและจะทำหรือไม่ 

มิใช่มาร้องขอให้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลจากการตัดสินใจเชิงนโยบายและมาตรการที่ตนหรือกลุ่มของตนทำไปในอดีต
เหล่านี้คือหลักการ ที่เชื่อว่าทุกคนในโลก ไม่ว่าประเทศใด ล้วนเข้าใจและมีมาตรฐานในการพิจารณาเพื่อให้สังคมดำเนินไปได้ด้วยความยุติธรรม  แม้กระนั้น อย่างไรเสีย ในวิถีพุทธ ก็ไม่พ้นเรื่อง”กฎแห่งกรรม”อยู่ดี

“นายกฯ” ชี้ยอด “ผู้ป่วยหาย” มากกว่า “ติดเชื้อ” รับยังวางใจไม่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478320

“นายกฯ”ชี้ยอด”ผู้ป่วยหาย”มากกว่า”ติดเชื้อ”รับยังวางใจไม่ได้

11 สิงหาคม 2564 – 13:13 น.

“นายกฯ” เปิดจุดคัดกรองเชิงรุกโรงพยาบาลสนามร่วมบริษัทเอกชน ชี้ ยอด”ผู้รักษาหาย”วันนี้ใกล้เคียง-มากกว่าจำนวน”ผู้ติดเชื้อ” บอก ประสิทธิภาพในการทำงานเริ่มจะดีขึ้น แต่ยังวางใจไม่ได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดจุดคัดกรองผู้ป่วย โควิด -19 แบบเชิงรุกและโรงพยาบาลสนามแบบN2N ครบวงจร ภายใต้โครงการ “ลมหายใจเดียวกัน” ของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน ผ่านระบบ) Video Conference 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนยินดีที่ได้เป็นประธานเปิดหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจรแบบ N2N ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกันของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทในกลุ่มที่ได้มีการประสานงานความร่วมมือกันกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรทางการแพทย์

ซึ่งรัฐบาลได้เร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในประเทศไทย โดยมีการทำงานและมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งในการตรวจเชิงรุกให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกในการค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชนให้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้การเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ การเปิดช่องทางการเข้าถึงการรักษาและกำหนดแนวทางการรักษาผู้ป่วยถึงที่บ้านและการดูแลผู้ป่วยในชุมชนรวมทั้งการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น

พร้อมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการรุนแรงให้ได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณในความร่วมมือกับภาคเอกชนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในด้านต่างๆ

ซึ่งตนต้องขอขอบคุณ กลุ่มบริษัท ปตท. ที่ได้สนับสนุนงบประมาณและนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมในการคิดค้นอุปกรณ์และวัสดุเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และสามารถจะนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการจัดตั้งโครงการลมหายใจเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วย

โดยนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า วันนี้พยายามจะทำวิกฤตเหล่านั้นให้เป็นโอกาส ให้ความสำคัญทั้งเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน เศรษฐกิจและสุขภาพ จะต้องเดินไปด้วยกัน เรามีลมหายใจเดียวกัน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน

เพราะฉะนั้นช่วงเวลาเวลาวิกฤตินี้ เราจะเห็นถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน ธุรกิจต่าง ๆ ก็เข้ามาระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือรัฐบาล

รัฐบาลได้มีการทำงานในเรื่องนี้เป็นแผนงานมาโดยตลอด มีทั้งแผนงานหลักแผนงานรอง และแผนเผชิญเหตุตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

เริ่มต้นจากการใช้ระบบด้านสาธารณสุขปกติเมื่อสถานการณ์มีการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้นก็ได้มีการประกาศการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อบูรณาการและใช้ทรัพยากรบุคลากรที่มีอยู่ทั้งพลเรือนตำรวจทหารเข้ามาดูแล

ในส่วนของการรักษาพยาบาลในวันนี้ในระยะแรก ๆ ก็ไม่มีปัญหามากนักแต่ในระยะต่อไปเนื่องจากการแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลก็จำเป็นจะต้องมีการปรับแผนในการดูแลประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์ทั้งการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อแบ่งเบาภาระการเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลหลัก ซึ่งมีปัญหาในเรื่องเตียง

วันนี้รัฐบาลปรับตามสถานการณ์ พัฒนาโรงพยาบาลสีเขียวให้เป็นโรงพยาบาลสนามสีเหลืองและพัฒนาสู่โรงพยาบาลสนามสีแดง เพื่อให้มีขีดความสามารถมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่เห็นในวันนี้ ประกอบกับเรื่องการฉีดวัคซีน ซึ่งทยอยดำเนินการตามวัคซีนที่ได้รับมา 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังระบุอีกว่า ขณะเดียวกันสิ่งที่น่ายินดี คือวันนี้ยอดผู้รักษาหายใกล้เคียงหรือมากกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการทำงานเริ่มจะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นการทำโรงพยาบาลสนามครบวงจรแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกี่ยวข้องกับหลายอย่าง ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจความเสียสละของบุคลากรทุกคน ที่ร่วมมือกันในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจร

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแบบอย่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดคือภาคเอกชนภาคธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาลและประชาชนก็น่าจะนำแบบอย่างเหล่านี้ไปช่วยการพัฒนาไปยังพื้นที่อื่นต่อไป ตนคิดว่าน้ำใจมีให้กันเสมอมา น่าจะสามารถทำได้ เพราะเรามีลมหายใจเดียวกันคือการช่วยเหลือประชาชน

อย่างไรก็ตามการพัฒนาการดำเนินการในเรื่องนี้คงไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่โควิคยังไม่หมดจากโลกใบนี้หรือจากประเทศไทยแต่จะอยู่กับโควิด ได้อย่างไรในอนาคตอันใกล้ หมายความว่าภายหลังโรคโควิดได้สิ้นสุดไปแล้ว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยังคงใช้เวลาอีกนานพอสมควร ทุกประเทศก็เดือดร้อนเหมือนกันการรวมพลังเช่นนี้ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตามจะทำให้ประเทศไทยนั้นอยู่รอด ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีศักดิ์ศรี

และเป็นการพัฒนาประเทศไทยไปสู่โลกยุค New Normal ซึ่งจะมีการเจริญเติบโตในทุกสาขาอาชีพ ทุกกลุ่มเศรษฐกิจทุกกลุ่มประชาชนการพัฒนาคุณภาพชีวิตการศึกษา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง ให้เร็วที่สุดแม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด เข้ามาก็ตาม เพื่อให้เกิดความพร้อมที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ประเทศไทยยุคใหม่ต่อไป ขอขอบคุณทุกคนขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละ

ทั้งนี้จากโครงการลมหายใจเดียวกัน โดยหากพบผู้ป่วยในการคัดกรองผ่านAntigen Rapid Test Kit โดยวางระบบดิจิตอลเพื่อลงทะเบียน โดยจะมีการคัดกรองผู้ป่วยหากอยู่ในกลุ่ม Home isolation จะมีบริการรถผู้ป่วยจัดส่งบริการถึงที่พัก มีระบบติดตามโดย Application ซึ่งจะส่งมอบกล่อง กล่องพลังใจคนไทยไม่ทิ้งกัน

ประกอบด้วยยาอุปกรณ์และของใช้ที่จำเป็น พร้อมกับจัดระบบไรเดอร์ ส่งอาหาร 3 มื้อ ตลอด 14 วัน หากไม่สะดวกพักอาศัย จะส่งไปยังโรงพยาบาลสนามครบวงจรโครงการลมหายใจเดียวกัน

สำหรับโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีเขียว เปิดให้บริการในรูปแบบของ Hospital กระจายไปในหลายโรงแรมจำนวน 1,000 เตียง โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีเหลือง มีเตียงผู้ป่วย 300 เตียงมีระบบ Oxygen Rect Tube มายังเตียงผู้ป่วยทุกเตียง

และโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีแดง บนพื้นที่ 4 ไร่จำนวน 120 เตียงให้บริการผู้ป่วยอาการหนักโดยปรับพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวท เป็นสถานที่ก่อสร้าง จัดตั้งห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย ห้องละ 1 เตียง ติดตั้งถังออกซิเจนเหลวจำนวน 10,000 ลิตร พร้อมให้บริการห้องฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีการประดิษฐ์ อุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อสนับสนุน อย่าง หุ่นยนต์ Cara เพื่อช่วยส่งอาหารให้กับผู้ป่วย หุ่นยนต์ escalator UV Robot เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV หมวกอัดอากาศความดันบวก PARC