“บวรศักดิ์” เตือน “รบ.” ถูกฟ้องละเมิด “กฎหมาย-รธน.” หากสั่งลดส่งออกวัคซีน “โควิด” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478640

“บวรศักดิ์”เตือน”รบ.” ถูกฟ้องละเมิด”กฎหมาย-รธน.” หากสั่งลดส่งออกวัคซีน”โควิด”

13 สิงหาคม 2564 – 13:39 น.

อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง รธน. ” บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เตือน”รบ.” ถูกฟ้องละเมิด”กฎหมาย-รธน.” หากสั่งลดส่งออกวัคซีน”โควิด”ชี้ “รัฐบาล”ทำสัญญากับสยามไบโอไซเอนซ์ผิดพลาดสั่งวัคซีนน้อยกว่าที่ควร หากรัฐบาลใช้อำนาจบังคับ จะถูกมองว่า”ตระบัดสัตย์”


นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Borwornsak Uwanno ต่อประเด็นที่มีผู้เสนอให้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ความมั่นคงทางวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง (2) และวรรคสอง กำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนแอสตราเซเนกา

โดยนายบวรศักดิ์เตือนให้พิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

สำหรับข้อดีนั้นมองว่า หากจำกัดการส่งออกวัคซีน 1.ทำให้มีวัคซีนเพิ่มมากขึ้น  2.คนป่วยอาการหนักจะน้อยลง แต่ไม่แน่ชัดว่าการกระบาดจะลดลงหรือหมดไป เพราะมีหลายประเทศที่ฉีดวัคซีนเกินครึ่งประชากร แต่กลับพบการติดเชื้อใหม่มากมาย เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศอิสลาเอล  3. หมอและบุคลากรทางการแพทย์ได้เบาแรง และ 4. ห้องไอซียู เตียงรักษา เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้น

นายบวรศักดิ์ ระบุด้วยว่า สำหรับข้อเสีย มีมากเช่นกันคือ รัฐบาลต้องรับผิดชอบหลายด้านเพิ่มมากขึ้นจากความรับผิดชอบทางสังคมที่ถูกโซเชียลกระหน่ำ รวมถึงความรับผิดชอบในสภา ฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

คือ  1. ความรับผิดชอบทางศาสนาที่ยึดสัจจะเป็นคุณธรรมสำคัญเพราะรัฐบาลทำสัญญากับสยามไบโอไซเอนซ์ผิดพลาดโดยสั่งวัคซีนน้อยกว่าที่ควร ดังนั้นหากรัฐบาลใช้อำนาจบังคับจะถูกมองว่า”ตระบัดสัตย์”

2. ความรับผิดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลอาจเข้าข่ายละเมิดมาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 26  , มาตรา 53 ที่กำหนดให้รัฐต้องดูแลให้ปฎิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพราะแทนที่จะเคารพกฎหมายเกี่ยวกับสัญญา รัฐกลับละเมิดสัญญาถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า 3.ความรับผิดทางกฎหมายปกครองที่รัฐสั่งให้บริษัทสยามไบโอเซเอนส์กระทำ และทำให้เกิดความเสียหายจากการส่งมอบวัคซีนให้กับคู่สัญญาในต่างประเทศ

“กรณีดังกล่าวถูกคู่สัญญานั้นเรียกค่าเสียหายเท่าใด รัฐบาลไทยก็ต้องถูกศาลปกครองพิพากษาให้ใช้ค่าเสียหายนั้นให้บริษัทเต็มจำนวน ซึ่งไม่รู้จำนวนเสียหายจริงเวลานี้อาจเป็นพันล้าน หมื่นล้านบาทก็ได้” นายบวรศักดิ์ กล่าว

นายบวรศักดิ์ ระบุด้วยว่า 4.ความรับผิดระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยไม่ให้ส่งออกวัคซีนไปยังประเทศอาเซียนและประเทศอื่น ๆ ที่มาทำสัญญากับบริษัทไปแล้ว ประเทศเหล่านั้นเขาเดือดร้อน เราก็จะเป็นแกะดำตัวใหญ่ในอาเซียนและในวงการระหว่างประเทศ

5. ส่งผลกะทบต่อความน่าเชื่อถือในประเทศไทยในการลงทุน  6. เกิดความเสียหายแก่บริษัทสยามไบโอเซเอนส์ ต่อการทำสัญญาคู่ค้าที่ไม่สามารถรักษาสัญญาได้

“ผมพยายามส่งสัญญาณให้คนรอบข้างผู้มีอำนาจมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่าหัวหน้ารัฐบาลและรมว.สาธารณสุขควรทำ2เรื่องเท่านั้นในเวลานี้คือหาวัคซีนมาฉีดให้มากที่สุด และเตรียมการเรื่องถอดบทเรียนการฟื้นตัวหลังสถานกาณณ์โควิด-19ให้พร้อม เมื่อโรคระบาดผ่านไปเราจะได้ฟื้นตัวเร็วที่สุดแต่คงไม่ไปถึงผู้มีอำนาจ วันนี้เราจึงเผชิญกับสภาพการระบาดหนักเช่นนี้ ก่อนจะตัดสินใจบริหารตามเสียงด่าอย่างที่เป็นมา ขอได้โปรดพิจารณาข้อดีข้อเสียของการทำตามข้อเสนอนั้นอย่างรอบคอบ” นายบวรศักดิ์ กล่าว

“ณัฐวุฒิ” ลั่น นำม็อบ “Car Park” ไล่ “นายกฯ” พ้นตำแหน่ง พร้อมกันทั้งปท. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478621

“ณัฐวุฒิ” ลั่น นำม็อบ”Car Park” ไล่ “นายกฯ”พ้นตำแหน่ง พร้อมกันทั้ง ปท.

13 สิงหาคม 2564 – 12:16 น.

“ณัฐวุฒิ” ลั่น ขอชักธงสันติ นำม็อบCar Park ไล่นายกพ้นตำแหน่ง 15 ส.ค. นี้ ยันหลีกเลี่ยงเส้นทางเปราะบาง ไม่เอาปะทะ แจงนัดหมาย3 จุด ก่อนเคลื่อนขบวน 15.00 น.พร้อมกันทั้งประเทศ 

วันที่ 13  ส.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ และ แกนนำผู้จัดกิจกรรม Car Park แถลงข่าวรายละเอียดกิจกรรมนัดชุมนุม CAR PARK  #ไล่ประยุทธ์ ที่ สำนักงานข่าวยูดีดี นิวส์ (UDD NEWS) แยกแคราย จ.นนทบุรี 

โดยนายณัฐวุฒิ ระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวนั้นจะจัดขึ้นวันที่ 15 สิงหาคมนี้ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขบวนจะเคลื่อนตามเส้นทางที่กำหนดจุดนัดหมายไว้ 3 จุด เวลา 14.00 น. คือ 1. บริเวณแยกราชประสงค์ ตั้งขบวนมุ่งหน้าไปพระรามสี่ – บ่อนไก- แยกคลอนตัน และวนกลับมาที่แยกราชประสงค์

จุดที่2. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าสะพานพระปิ่นเกล้า – เซ็นทรัลปิ่นเกล้า – ถนนจรัญสนิทวงศ์ วนกลับมาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

และจุดที่ 3. ที่พระนครศรีอยุธยาใกล้คิวรถตู้อยุธยาปาร์ค มุ่งหน้า ถนนสายเอเชีย-ถนนวิภาวดีฯ มาที่ห้าแยกลาดพร้าว

โดยทุกจุดจะเคลื่อนขบวนพร้อมกันเวลา 15.00 น. ซึ่งจะมีการปราศรัยและแสดงดนตรี ถ่ายทอดสดผ่าน เฟซบุ๊กไลฟ์ ยูทูบทุกช่องทาง  

นอกจากนี้ยังมีการประกวดการออกแบบตกแต่งรถและป้ายข้อความต่าง ๆ โดยทั้งประเทศสามารถส่งเข้าประกวด โดยส่งคลิปภาพทางออนไลน์ ซึ่งทีมงานจะไปรวบรวมและประกาศผลภายหลังในสัปดาห์ต่อไป 

โดยเมื่อถึงเวลา 18.00 น. จะหยุดขบวน และกดแตรยาวตามเวลาเพลงชาติ เพื่อเป็นสัญญาณของการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ออกจากตำแหน่ง ก่อนจะยุติกิจกรรม ส่วนประชาชนที่ไม่ได้มีรถส่วนตัว ก็สามารถเหมารถแท็กซี่มาร่วมขบวนหรือรอทำกิจกรรมตามเส้นทางของแต่ละขบวนได้ 

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า หลายวันมานี้มีการปะทะระหว่างตำรวจและผู้ชุมนุมจนเป็นภาพชินตา ดังนั้นการเคลื่อนขบวนครั้งนี้ จำเป็นต้องพูดคุยกันให้ชัดถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ดังนั้นตนจะขอชักธงสันติไม่ใช่ธงสงคราม และไม่ว่าจะเกิดอะไรมาก่อนหน้านี้ ตนหวังว่าวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ทุกคนจะยุติความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจากฝ่ายใด 

ทั้งนี้ในวันที่ 15 สิงหาคม นี้ ตนขอย้ำว่าจะหลีกเลี่ยงเส้นทางเฝ้าระวัง หรือพื้นที่เปราะบางที่จะถูกมาใช้เป็นเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าได้ทั้งทำเนียบรัฐบาลและบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ ที่กรมทหารราบที่1ฯ โดยจะไม่มีลุย ไม่มีบวก ไม่มีปะทะ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นและจบลงตามกำหนดเวลา และทุกคนต้องกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ตนยินดีที่จะติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพร้อมที่จะเจรจาทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายทั้งก่อนหรือหลังกิจกรรม 

เมื่อถามถึงการนำขบวนของแกนนำได้มีการแบ่งขบวนกันอย่างไร นายณัฐวุฒิ ระบุว่าตนจะไปนำขบวน จุดแยกราชประสงค์ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ผู้ออกแบบกิจกรรม CarPark จะนำขบวนจากอยุธยา ส่วนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะมีเป็นพื้นที่ของคนหนุ่มสาวคนอื่นๆ โดยทั้งสามขบวนจะไม่ทับซ้อนกัน แต่จะรับรู้ความเคลื่อนไหวไปด้วยกัน ทำกิจกรรมพร้อมกัน ทุกขบวนจะไม่ผ่านจุดเฝ้าระวังและพื้นที่เปราะบาง ไม่มีการปักหลักชุมนุม

อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ “นันทิวัฒน์ สามารถ” ฟันธง “ลุงตู่” ไม่ลาออกแน่นอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478618

อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ” นันทิวัฒน์ สามารถ” ฟันธง “ลุงตู่” ไม่ลาออกแน่นอน

13 สิงหาคม 2564 – 11:30 น.

อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ” นันทิวัฒน์ สามารถ” ฟันธง “ลุงตู่” ไม่ลาออกแน่นอน ชี้ม็อบชุมนุมรายวันใช้แต่ความรุนแรงคนเอือมระอา ย้ำไม่มีสิทธิทำลายชาติ แผ่นดิน ลั่น ถ้าคนเผาบ้านเผาเมืองขึ้นมามีอำนาจจริง บ้านเมืองคงลุกเป็นไฟแน่นอน เพราะชอบเผาทำลาย

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ  โพสต์เฟซบุ๊กว่า

ลุงตู่ไม่ลาออกแน่นอน

ม๊อบชุมนุมเกือบจะรายวัน ใช้แต่ความรุนแรง ทำลายข้าวของ

คนเขาเอือมระอา จนหันมาด่าตำรวจว่าอ่อน

ม๊อบหน้าด้านว่า เผาทำลายแค่นี้

ยังสันติ ไม่มีคนตาย ยังไม่ถือว่ารุนแรง

“ไทยไม่ทน” ขู่ว่า ถ้า “ลุงตู่” ไม่ลาออก จะเกิดจลาจล

แกนนำมีหน้ามาพูด อย่าขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ให้คนรุ่นใหม่สร้างอนาคต

พูดง่ายเกินไป บ้านนี้เมืองนี้ ใครสร้าง คนรุ่นเก่าปู่ย่าตายายสร้าง มาทีหลังจะมาเนรคุณเผาเรือนที่ม๊อบไม่มีส่วนสร้างแม้แต่น้อย ใครจะยอม

ประชาชนมีสิทธิไม่พอใจนักการเมือง มีสิทธิต่อต้านนักการเมือง

แต่ไม่มีสิทธิทำลายชาติ ทำลายมรดกของแผ่นดิน

ถ้าคนเผาบ้านเผาเมืองขึ้นมามีอำนาจจริง บ้านเมืองคงลุกเป็นไฟแน่นอน เพราะชอบเผาทำลาย

ออกมากดดันพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัว ทำกับเขาขนาดนี้ ถ้าพรรคร่วมคิดถอนตัวจริง จะมีอนาคตทางการเมืองจะเหลืออยู่หรือ

รมว.ยธ. “สมศักดิ์ เทพสุทิน” สั่งการประชุมเตรียมปล่อยตัวผู้ต้องขัง “คดีกระท่อม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478578

รมว.ยธ.”สมศักดิ์ เทพสุทิน” สั่งการประชุมเตรียมปล่อยตัวผู้ต้องขัง”คดีกระท่อม”

12 สิงหาคม 2564 – 23:53 น.

รมว.ยธ. “สมศักดิ์ เทพสุทิน” สั่งการ ป.ป.ส.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมการปล่อยตัวผู้ต้องขัง”คดีกระท่อม”

ตามที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับ 8)พ.ศ. 2564 ในประกาศราชกิจจานุเบกษา”ปลดล็อกพืชกระท่อม”ออกจากยาเสพติดประเภท  5 ทำให้พืชกระท่อมไม่เป็นยาเสพติดและไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป

และยังมีผลทำให้ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ”พืชกระท่อม” ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนชั้นอัยการหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาลได้รับผลประโยชน์และถือว่าไม่เป็นผู้กระทำความผิด

และที่สำคัญคือ”ผู้ต้องขัง“ที่ถูกควบคุมตัวอยู่จะได้รับการปล่อยไปด้วยซึ่งจะมีผลใช้บังคับ 24 สิงหาคม 2564 นี้

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ศาล อัยการตำรวจ ราชทัณฑ์และ ป.ป.ส.จัดประชุม

โดย รมว.ยธ. จะเป็นประธานการประชุมผ่านทาง Webex Meeting จากกระทรวงยุติธรรมไปยังผู้เข้าร่วมประชุมที่เกี่ยวข้องในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น.เพื่อทราบถึงความคืบหน้าในการเตรียมการในส่วนที่หน่วยงานแต่ละหน่วยจะต้องดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

และเพื่อให้การประสานงานกันเกิดความรวดเร็วและเป็นประโยชน์กับผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวหรือผู้ที่กำลังถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับพืชกระท่อม หลังจากประชุมเสร็จจะทราบถึงความคืบหน้าที่แต่ละหน่วยงานได้เตรียมการและทราบจำนวนผู้ที่จะพ้นผิดจากการถูกดำเนินคดีและจำนวนผู้ต้องขังที่จะได้รับการปล่อยตัวซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะแถลงแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบรายละเอียดอีกครั้ง

ฮือฮา “ธนาธร” แข่ง “วิ่งเทรล” ฝรั่งเศส ปลายเดือนนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478566

ฮือฮา”ธนาธร” แข่ง”วิ่งเทรล”ฝรั่งเศส ปลายเดือนนี้

12 สิงหาคม 2564 – 21:22 น.

พบมีชื่อ”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ” ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมแข่ง “วิ่งเทรล” ที่ฝรั่งเศส 23-29 ส.ค.นี้ เป้าหมายของการเดินทาง เป็นคนไทยกลุ่มแรกที่พิชิตขั้วโลกใต้ด้วยการเดินเท้า

เพจการแข่งขัน”วิ่งเทรล” ชื่อดังของไทย Thailand by UTMB ® โพสต์ข้อความว่า

ส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทยไปแข่งขัน สนาม UTMB® ประเทศฝรั่งเศส

จบไปแล้วกับการแข่งขันโตเกียว โอลิมปิก 2020 พิสูจน์แล้วว่านักกีฬาไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลกจริง ๆ จากการที่น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ได้คว้าเหรียญทองกลับมาฝากพี่น้องชาวไทยได้สำเร็จ  

สำหรับการแข่งขัน”วิ่งเทรล”ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีนักกีฬาขาแรง แนวหน้าของประเทศไทย รวม 10 คน ที่จะไปเข้าร่วมแข่งขันรายการ Ultra Trail du Mont Blanc ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 23-29 สิงหาคม 2564 นี้ 

วันนี้แอดมินจะมาแนะนำนักกีฬาที่ไปลงแข่งแบบทีมกันค่ะ นั่นก็คือระยะ PTL® ระยะทางรวม 300K รวมความสูงสะสม 25,000 เมตร

บอกเลยว่าเส้นทางการแข่งขันนั้นก็มีความยากและท้าทายไม่น้อย จะผ่าน 3 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ของเทือกเขา Mont-Blanc โดยในแต่ละปีเส้นทางก็จะเปลี่ยนไป เพื่อให้นักวิ่งได้สัมผัสกับบรรยากาศใหม่ๆ 

การ Qualify ในการเข้าแข่งขัน จะคัดจากประสบการณ์ของผู้สมัครในแต่ละทีม ตัวแทนนักกีฬาไทยที่ไปเข้าร่วมแข่งขันมีเพียง 1 ทีม จะเป็นใครกันบ้าง มาดูกัน

1. “ซึง” สว่างจิต แซ่โง้ว หญิงแกร่งหนึ่งเดียวในทีม ที่ประสบการณ์การวิ่งเทรลไม่เป็นสองรองใคร  

2. “แอล” สุภัทร บุญเจือ ผู้พิชิต Thailand by UTMB® ทั้ง Zero  และ First edition 

3. “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่หลายๆ คนรู้จักกันดี ผู้ที่หลงใหลในกีฬาวิ่งเทรล และกีฬาเอ็กซ์สตรีมต่างๆ  

โดยพวกเขาเป็นตัวแทนจากทีม True South Thailand ซึ่งเป็นโครงการที่รวบรวมผู้คนที่มีใจรักในการผจญภัยเพื่อเดินทางด้วยเท้ามากกว่า 1,000 กิโลเมตร เป้าหมายของการเดินทางคือ เป็นคนไทยกลุ่มแรกที่พิชิตขั้วโลกใต้ด้วยการเดินเท้า 

ร่วมเป็นกำลังใจให้กับทีม True South Thailand และเพื่อนนักวิ่งไทยอื่นๆ ในระยะ UTMB®, CCC®, OCC® และ MCC® กันนะคะ แอดมินจะทยอยนำข้อมูลมาเล่าให้ฟังกันค่ะ

‘หมอแอ้ม’ แพทย์ รพ.ภูมิพล ติด “โควิด-19” เสียชีวิต- ฉีด ‘ซิโนแวค’ ครบ 2 เข็ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478557

‘หมอแอ้ม”แพทย์ รพ.ภูมิพล ติด”โควิด-19″ เสียชีวิต- ฉีด ‘ซิโนแวค’ ครบ 2 เข็ม

12 สิงหาคม 2564 – 20:13 น.

สุดเศร้า ” หมอแอ้ม พญ.สรัญยา ฬาพานิช” แพทย์ รพ.ภูมิพล ติด”โควิด-19″ เสียชีวิต ทั้งที่ ฉีดวัคซีน”ซิโนแวค” ครบแล้ว 2 เข็ม ด้านประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ” พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์” ชี้ รู้สึกเลยว่าตอนนี้อันตรายของ”โควิด 19″ ใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ

พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความอาลัยแพทย์ รพ.ภูมิพล รายหนึ่งหลังเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19  ว่า วันนี้ทราบข่าวการจากไปของ”หมอแอ้ม นาวาอากาศเอกหญิง แพทย์หญิงสรัญยา ฬาพานิช “แล้วรู้สึกใจหายมาก ๆ

ได้ทำงานกับน้องเรื่องการพัฒนาคุณภาพ รพ.กองบิน 4 ตอนสมัยที่ “แอ้ม” เป็น ผอ.รพ.กองบิน “แอ้ม”เป็นหญิงแกร่ง อารมณ์ดี ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นผู้นำที่ลูกน้องรัก สามารถนำทีมจน รพ.กองบิน 4 ตาคลี เป็น รพ.กองบินแห่งแรกที่ได้รับการรับรอง HA  “แอ้ม”อยู่ รพ.กองบินนานมาก เพิ่งกลับมา รพ.ภูมิพลอดุลยเดช  ไม่นานนี้เอง

“แอ้ม”น่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดชคนแรกที่เสียชีวิตจากโควิด 19 “แอ้ม”เป็นหมอรังสีรักษาแต่ก็มีความเสี่ยงกับการเป็นโควิด 19 เหมือนบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอยู่ทุกคน ขอให้น้องไปสู่สุคติในสัมปรายภพ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องด้วยครับ

รู้สึกเลยว่าตอนนี้อันตรายของโควิด 19 ใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะครับ

ขณะที่เพจของ “หมอแล็บแพนด้า” ได้ออกมาแสดงความอาลัย ระบุว่า “เราสูญเสียคุณหมอเพราะโควิดอีกรายแล้วครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณหมอด้วยครับ”

และระบุเพิ่มเติมในคอมเมนต์ว่า “คุณหมอได้วัคซีนซิโนแวค 2 เข็มครับ”

“บ.ก่อสร้างระบบไฟฟ้าปัตตานี” ข้องใจ “กฟภ.” แจ้งให้บริษัทเป็นผู้ทิ้งงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478546

“บ.ก่อสร้างระบบไฟฟ้าปัตตานี”ข้องใจ”กฟภ.”แจ้งให้บริษัทเป็นผู้ทิ้งงาน

12 สิงหาคม 2564 – 18:28 น.

“บมจ.บูรพาฯ” บริษัทก่อสร้างระบบไฟฟ้าปัตตานี เตรียมยื่น”ปลัดคลัง” ขอความเป็นธรรมวันที่ 13 ส.ค. นี้ กรณี “กฟภ.” แจ้งให้ลงโทษ “บมจ.บรพาฯ” เป็นผู้ทิ้งงาน”ระบบไฟฟ้าปัตตานี 125 ล.” 


บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)กล่าวถึงกรณีข่าว “กฟภ.กลับลำแจ้งปลัดคลังให้ บมจ.บูรพาฯ เป็นผู้ทิ้งงานระบบไฟฟ้าปัตตานี 125 ล.”

เนื้อหาข่าวได้อ้างถึงหนังสือราชการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดย นายนุกูล ตูพานิช รองผู้ว่าการก่อสร้างและบริหารโครงการปฏิบัติงานแทนผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่งหนังสือ กฟภ.ที่  มท 5305.20/26709 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ถึงปลัดกระทรวงการคลัง แจ้งการพิจารณาลงโทษให้บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ทิ้งงานในโครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี ช่วงสถานีไฟฟ้าปัตตานี 2 ถึงสถานีไฟฟ้าสายบุรี จังหวัดปัตตานี

จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสอบถามข้อมูลมาที่บริษัท ฯ เป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงขอชี้แจงว่าบริษัท ฯ ได้รับจ้างกับการไฟฟ้าฯในโครงการนี้ต่อมาเมื่อถูกบอกเลิกสัญญาจ้าง บริษัท ฯ ถูกเรียกชี้แจงซึ่งบริษัทฯ ได้ชี้แจงแสดงเหตุผลครบถ้วน และบริษัทฯได้จ่ายค่าปรับและค่าเสียหายไปร่วม 26 ล้านบาทให้การไฟฟ้าฯแล้ว

ภายหลังการพิจารณาเสร็จสิ้นการไฟฟ้า ฯ ได้แจ้ง หนังสือ ที่ มท.5306.20/56023 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2562 เรื่อง หนังสือแจ้งผลการพิจารณาลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน ให้บริษัทฯ ทราบว่าบริษัทฯ ได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกลงโทษเป็นผู้ทิ้งงานเพราะบริษัทฯ ไม่ได้จงใจที่จะทำงานให้เกิดความเสียหายแก่การไฟฟ้าฯ กระบวนการพิจารณาลงโทษให้เป็นผู้ทิ้งงานของโครงการนี้ จึงต้องปิดกระบวนการลงโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ

เมื่อมีข่าวเสนอข้อมูลว่า การไฟฟ้าฯได้กลับลำความเห็นแล้วส่งเรื่องพิจารณาลงโทษให้บริษัทฯ เป็นผู้ทิ้งงานมาถึงปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาลงโทษให้บริษัทฯ ให้เป็นผู้ทิ้งงานอีกครั้งในโครงการเดียวกัน ทั้งที่เรื่องปิดลงโดยสมบูรณ์แล้ว

"บ.ก่อสร้างระบบไฟฟ้าปัตตานี"ข้องใจ"กฟภ."แจ้งให้บริษัทเป็นผู้ทิ้งงาน

บริษัทฯ เห็นว่าการกระทำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย บริษัทฯ จึงจะไปยื่นหนังสือ
ถึงปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อขอความเป็นธรรมไม่ให้รับเรื่องไว้พิจารณาต่อไป ในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2564

เปิดตัวเลข ครม.อนุมัติ “งบกลาง” โควิด-19 ให้ สธ.12,000 กว่าล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478527

เปิดตัวเลข ครม.อนุมัติ “งบกลาง” โควิด-19 ให้ สธ.12,000 กว่าล้านบาท

12 สิงหาคม 2564 – 17:55 น.

“อนุทิน” เผย “งบกลาง” กว่า 12,000 ล้านบาท ให้กระทรวงสาธารณสุขใช้ในการดำเนินงานในสถานการณ์โควิด- 19 ระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย. 64 กำชับเร่งจ่ายค่าเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา”บุคลากรทางการแพทย์”กว่า 4,543พันล้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (10 สิงหาคม 2564) ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณ 12,669,218,318 บาท ให้กระทรวงสาธารณสุข จากงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดราม่าไฟเซอร์ “อนุทิน” แจกวัคซีน “นครสวรรค์” ที่มั่น ส.ส.ภูมิใจไทย

จัดหาวัคซีนพลาดก็ไม่เป็นไร แค่ออกกฏหมายนิรโทษกรรม

เศร้าใจคนไทย “โควิด-19” คร่าชีวิต “แพทย์หญิง” ไปอีก 1 ราย

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระยะการระบาดระลอกเมษายน 2564 ประกอบด้วย

1.ค่าตอบแทนเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา (OT)และอื่นๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ จำนวน 4,543,574,263 บาท

2.ค่าใช้สอย จำนวน 1,542,027,703 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินการต่าง ๆ อาทิ โรงพยาบาลสนามทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ การค้นหาเชิงรุก ค่าฉีดวัคซีนและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่าจ้างเหมาบริการอื่นๆ เป็นต้น

3.ค่าวัสดุ จำนวน 6,367,645,590 บาท เป็นค่ายาฟาวิพิราเวียร์ เรมเดซิเวียร์ เวชภัณฑ์ วัสดุวิทยาศาสตร์ ร่วมถึงวัสดุสำหรับ อสม. เพื่อใช้ในการป้องกันโรค ยาสมุนไพรและ

4.งบลงทุน ครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง จำนวน 215,970,762 บาท โดยมีระยะเวลาการใช้จ่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2564

นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์ ขณะนี้มีจำนวน 15.1 ล้านเม็ด และได้ให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาเพิ่ม โดยทยอยส่งมอบในเดือนสิงหาคม – กันยายนรวม 120 ล้านเม็ด และในเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2564 มีแผนจัดหาและส่งมอบอีกเดือนละ 100 ล้านเม็ด

“ได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งรัดดำเนินการเบิกจ่าย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะค่าตอบแทนเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ทุ่มเทปฏิบัติงานทั้งการดูแลรักษาผู้ป่วย การคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ การป้องกันควบคุมโรค รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้” นายอนุทิน กล่าว

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ข่าวเกษตรรุ่น 23

คลิก อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

Emmeral KU23  57 Anniversary 2506-2563

๕๗ ปีที่พบกันความสัมพันธ์ไม่เสื่อมคลาย

ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2563 ฉบับ วันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(2กพ.) วันทหารผ่านศึก(3 กพ.) วันมาฆะบูชา (8 กพ.) วันแห่งความรัก(14กพ.) วันศิลปินแห่งชาติ(24 กพ.) วันสหกรณ์แห่งชาติ(24กพ.)

ขอมอบดอกไม้ในสวน ให้หอมอบอวลสู่ชน จงสบสิ่งหวังให้สมตั้งใจ ให้คลายหมองหม่น

ก้าวต่อไปตราบชีวิตสุด ดุจกระแสชน เป็นกำลังให้คุณ เป็นกำลังให้เธอ เป็นสิ่งเสนอให้คุณ

ขอมอบดอกไม้ในสวน นี้เพื่อมวลประชาจะอยู่แห่งไหน จะใกล้ จะไกล จนสุดขอบฟ้า

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

คลิก อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

“พรรคไทยสร้างไทย” ประกาศฟ้อง “นายกฯ” บริหาร “โควิด-19” ผิดพลาด ศุกร์ 13 ส.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478526

” พรรคไทยสร้างไทย”ประกาศฟ้อง”นายกฯ”บริหาร “โควิด-19 ” ผิดพลาด ศุกร์ 13 ส.ค.นี้

12 สิงหาคม 2564 – 17:22 น.

“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”  ประธานพรรคพรรคไทยสร้างไทย ประกาศฟ้อง “พล.อ. ประยุทธ์”นายกฯ บริหาร “โควิด-19 ” ผิดพลาดต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ วันศุกร์ที่ 13 ส.ค. นี้ หลังรวบรวมรายชื่อได้เกือบ 700,000 รายชื่อ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ประธานพรรคพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

ขอรายงานความคืบหน้าการฟ้องรัฐบาล #ฟ้องประยุทธ์ ให้ทุกคนทราบว่าเราจะไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 10.30 นาฬิกาพร้อมขอขอบคุณทุกท่านเกือบ 700,000 รายชื่อ ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนให้ #พรรคไทยสร้างไทย ยื่นฟ้องรัฐบาลที่บริหารผิดพลาดบกพร่องในการแก้ไขปัญหาโควิด 

โดยเมื่อวานนี้นายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคไทยสร้างไทย และผู้เสียหายจากการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้ไปประชุมกับนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย (นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์) เพื่อดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ผลการประชุมมีข้อสรุป ดังนี้

(1) เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตราย ประชาชนย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่อจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนรัฐมีหน้าที่ต้องควบคุมและป้องกันโรค รักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และ 55 ตามลำดับ

(2) สถานการณ์ของโควิด-19 ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2564 ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขปรากฏว่า มีผู้ติดเชื้อสะสมถึง707,659 ราย เสียชีวิต 6,066 คน เป็นผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวจำนวน 213,444 คนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 78,733 คน ทำให้ผู้ป่วยล้นเกินจากระบบสาธารณสุขปกติถึง 134,671 คน ต้องรักษาตัวนอกระบบสาธารณสุขปกติ

ได้แก่ รักษาตัวโรงพยาบาลสนาม 70,281 คน รักษาตัวด้วยการกักตัวในบ้านหรือในชุมชน (Home/Community Isolation) 55,177 คน รักษาตัวอยู่ในที่อื่นที่ไม่สามารถระบุได้อีก 9,213 คน

(3) สาเหตุของความล้มเหลวของการบริหารสถานการณ์โควิด-19 เกิดจากความบกพร่องอย่างร้ายแรงของนายกรัฐมนตรีที่ปล่อยปละละเลยจนเกิดการแพร่ระบาดถึง 4 ระลอก

รวมทั้งบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ทำให้จํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขปกติไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจํานวนมากดังกล่าวได้ ทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่ได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่สาธารณะหรือบ้านพักตนเอง 

(4) การที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และขยายเวลาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยรวมอำนาจรักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับไว้ที่ตนเองแต่เพียงผู้เดียว

แต่กลับปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสียหายดังกล่าวอันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย 

ที่ประชุมจึงเห็นควรฟ้องนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพียงผู้เดียว ส่วนผู้เสียหายหากมีเพิ่มเติมก็อาจจะเพิ่มด้วยการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง หรือโดยวิธีร้องสอดแล้วแต่กรณี

ทั้งนี้นายกสมาคมฯ ได้ร่างฟ้องเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วและจะนำไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 10.30 นาฬิกา