ยิงรัวๆ คฟ.สลาย “ม็อบ 13 สิงหา” กลางสายฝน ไล่ต้อนจับมวลชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478698

ยิงรัว ๆ คฟ.สลาย “ม็อบ13สิงหา” กลางสายฝน ไล่ต้อนจับมวลชน 

13 สิงหาคม 2564 – 18:49 น.

สลายการชุมนุม “ม็อบ13สิงหา” หลังมวลชนประชิดตู้คอนเทนเนอร์ ถนนวิภาวดี โดยใช้กระสุนยาง และ แก๊สน้ำตา จนผู้ชุมนุมต้องถอยล่นออกไป ซึ่งขณะนี้สามารถควบคุมพื้นที่สามเหลี่ยมได้แล้ว

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2564 ที่ สามเหลี่ยมดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ “ม็อบ13สิงหา” ว่า หลังจากแกนนำทะลุฟ้า ได้ประกาศผ่านรถปราศรัยและเฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า ว่า ยุติการชุมนุมตั้งแต่เวล่ 17.25 น. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มวลชนยังไม่ยอมกลับโดยอยู่บริเวณโดยรอบสามเหลี่ยมดินแดง 

ยิงรัว ๆ คฟ.สลาย "ม็อบ13สิงหา" กลางสายฝน ไล่ต้อนจับมวลชน 

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาไล่ยิงมวลชนเพื่อต้อนให้ออกจากพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง โดยทางมวลชนได้แตกหนีกันกระจาย ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าเข้าจับกุมผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง 

ยิงรัว ๆ คฟ.สลาย "ม็อบ13สิงหา" กลางสายฝน ไล่ต้อนจับมวลชน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยิงรัว ๆ คฟ.สลาย "ม็อบ13สิงหา" กลางสายฝน ไล่ต้อนจับมวลชน 

สำหรับ “ม็อบ13สิงหา” จัดโดยกลุ่มทะลุฟ้า ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยมวลชนเริ่มรวมตัวกันตั้งแต่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีกิจกรรมปราศรัย ก่อนที่จะเท มังคุด ลำไย เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ ก่อนที่จะเผา และตั้งแถวเดินมุ่งหน้ามาสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อที่จะมุ่งหน้าบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และม็อบ13สิงหา

พระบรมราชโองการฯพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล 11,723 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พระบรมราชโองการฯพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล 11,723 ราย

13 สิงหาคม 2564 – 18:21 น.

เว็บไซต์ “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “พระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล” ให้แก่ “นายทหารสัญญาบัตร” จำนวน 11,723 ราย ซึ่งรับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพลประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๑ (ตุลาคม ๒๕๖๒) ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นนผลดีแก่ทางราชการและได้เลื่อนขึ้นดํารงตําแหน่งอัตราสูงขึ้นจํานวน 11,723 ราย ดังนี้

พระบรมราชโองการฯพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล 11,723 ราย
พระบรมราชโองการฯพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล 11,723 ราย
พระบรมราชโองการฯพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล 11,723 ราย
พระบรมราชโองการฯพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล 11,723 ราย
พระบรมราชโองการฯพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล 11,723 ราย

                 รายละเอียดคลิก

นายกรัฐมนตรีและ รมว.กห. แสดงความอาลัยกับ “หมอแอ้ม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478691

นายกรัฐมนตรีและ รมว.กห. แสดงความอาลัยกับ “หมอแอ้ม”

13 สิงหาคม 2564 – 18:05 น.

นายกรัฐมนตรี แสดงความอาลัยกับการสูญเสีย น.อ.หญิง ดร.พญ.สรัญยา ฟัวพานิช (หมอแอ้ม แพทย์ประจำรพ.ภูมิพล ฯ

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และ รมว.กห. ได้แสดงความอาลัยกับการสูญเสียของ น.อ.หญิง ดร.พญ.สรัญยา ฬวพานิช ( หมอแอ้ม) แพทย์ประจำ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 ในการทำหน้าที่บุคลากรแพทย์ด่านหน้า ช่วยเหลือดูแลประชาชนต่อเนื่องที่ผ่านมา  รวมทั้งแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณหมอแอ้ม  ที่สูญเสียบิดาและมารดาจากโรคระบาดนี้ในคราวเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีและ รมว.กห. แสดงความอาลัยกับ "หมอแอ้ม"

โดย นรม.และ รมว.กห. ขอให้ ทอ.ให้การช่วยเหลือดูแลครอบครัวของ คุณหมอแอ้ม อย่างเต็มกำลัง  พร้อมทั้งขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ในการทำหน้าที่ต่อสู้กับโรคระบาดโควิด 19 โดยขอให้ระมัดระวัง ไม่ประมาท เพื่อความปลอดภัยของทุกคน  

‘หมอแอ้ม’ นาวาอากาศเอกหญิง แพทย์หญิงสรัญยา ฬาพานิช แพทย์โรงพยาบาลภูมิพลที่เสียชีวิตจาก “โควิด-19” ทั้งที่ฉีด “วัคซีนโควิด” “ซิโนแวค” ครบ 2 เข็ม

ก่อนหน้านี้  ด้าน หมอเตี๋ยว น้องชายได้โพสต์สะท้อนเรื่องราวที่สะเทือนใจและจี้หาทางออกการนำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพ

ครอบครัวของ ‘หมอแอ้ม’ นาวาอากาศเอกหญิง แพทย์หญิงสรัญยา ฬาพานิช ได้สูญเสียคุณแม่จาก “โควิด-19” เมื่อ 25 ก.ค.2564 ที่ผ่านมา เท่านั้นยังไม่พอ ยังสูญเสียคุณพ่อซ้ำเมื่อ 31 ก.ค.2564 ที่ผ่านมาจาก “โควิด” เช่นกัน 

นอกจากนี้มีการเปิดเผยแชตสุดท้ายของ ‘หมอแอ้ม’ ในไลน์โดยคุณหมอบอกว่า “วันนี้เค้า treat PCP เพิ่มไปนะคะ PCP = ติดเชื้อที่ปอดแต่ไม่รุนแรง ถ้ามี PCP จะทำให้ O2 มันจะ drop เยอะ แบบที่พี่แอ้มเป็นเดาว่า chest กลัวมีซ่อนอยู่ เลย treat cover ไปเลย PCP ชอบเจอในคนที่ immunocompromised แต่ไม่รุนแรงแบบ bacterial และไม่ใช่ hospital-acquired และไม่ใช่ดื้อยา รักษาไม่ยาก คิดว่าน่าจะให้ bactrim น้องเด้นท์บอกว่า treat คู่กับ tx อื่นๆไปก่อน”

หมอแอ้ม ยังบอกด้วยว่า “ฉันต้องหาย ฉันจะไม่ยอมตาย” แต่สุดท้ายคุณหมอก็ต้องเสียชีวิตจากโควิด-19 ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและเพื่อนๆ 

“สธ.” เตรียมชงซื้อ “ไฟเซอร์” 20 ล้านโดส เข้า “ครม.” 17 ส.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478689

“สธ.”เตรียมชงซื้อ”ไฟเซอร์” 20 ล้านโดส เข้า “ครม.” 17 ส.ค.นี้

13 สิงหาคม 2564 – 17:38 น.

“สธ.”เตรียมชงซื้อ”ไฟเซอร์” 20 ล้านโดส เข้า “ครม.” 17 ส.ค.นี้ คาดส่งเข้าไทย สัปดาห์ที่ 3 เดือนกันยายน ย้ำทำความเข้าใจประชาชน เร่งแก้ เฟคนิวส์ใน 24 ชั่วโมง ลั่นทำตามระเบียบ – กฎหมาย ไม่มีอะไรต้องกลัว

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ  รมว.คมนาคม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช.

พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference เพื่อการประชุมติดตามการบริหารจัดการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด – 19 แบบHome Isolation และ Community Isolation และการนำส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่กรุงเทพ ฯ มีการร่วมมือกับทุกภาคส่วนได้ด้วยดีพร้อมขอบคุณทุกส่วน และทำงานให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ทุกหน่วยงานต้องปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ ศูนย์กลางขอรับความช่วยเหลือรวมไปถึงการกำจัดขยะติดเชื้อ 

โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ทุกหน่วยงานจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด ในทุกขั้นตอนกระบวนการทำงานทั้งการทำ bubble and seal   การทำงานต้องได้รับความเห็นชอบและดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน การแก้ปัญหาแรงงาน การติดตามวัคซีนและยาใหม่ ๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบและเสนอมา นอกจากนี้จะต้องเตรียมวัคซีนสำหรับช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นซึ่งขณะนี้ได้มีการพูดคุยแล้ว 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่าต้องทำให้ประชาชนเข้าใจจึงจะแก้ปัญหาได้ ส่วนการหารือกับต่างประเทศ ก็ได้มีการหารือมาอย่างต่อเนื่องและเป็นมิตรที่ดีและสนับสนุนช่วยเหลือมาโดยตลอด

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง Fake news ต้องแก้ปัญหาภายใน 24 ชม.โดยย้ำว่า ทุกอย่างทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ตามระเบียบ กฎหมาย จึงไม่มีอะไรต้องกลัว ให้กำลังใจทุกคน ทุกระดับ รู้ว่าทุกคนทำงานหนัก

ขณะที่วัคซีนไฟเซอร์กระทรวงสาธารณสุขได้ รายงานว่าการฉีดวัคซีนดังกล่าวเป็นไปตามแผน สำหรับการจัดซื้อวัคซีน 20 ล้านโดส ซึ่งจะต้องมีการจ่ายเงินมัดจำ จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2564 นี้และอีก 10 ล้านโดสจะดำเนินการนำเสนอ ครม.ต่อไป

ซึ่งคาดการณ์ว่าวัคซีนล็อตแรกที่จะสามารถจัดส่งให้ไทยได้จะอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน โดยอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการตามสัญญา

ขณะที่การผลิตวัคซีนของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ทั้ง mRNA และ subunit vaccine ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตจากชิ้นส่วนของไวรัส คาดการณ์ว่าภายในปีหน้าน่าจะมีผลที่ชัดเจน มีแนวโน้มที่ดี 

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าจะสามารถจัดหาวัคซีนได้ตามเป้า 100 ล้านโดสและชุดตรวจ ATK ที่นำเข้าทั้งรัฐบาล และเอกชน และหลากหลายยี่ห้อ ต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานของ องค์การอาหารและยา ก่อน โดยกระทรวงพาณิชย์จะได้รับไปดูแลกรณีมีเอกชนนำเข้ามาจำหน่ายเอง

ปลัดมท.แจง ไฟเขียวงบท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478681

ปลัดมท.แจง ไฟเขียวงบท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ได้

13 สิงหาคม 2564 – 17:16 น.

“ปลัดมท.” เผย กรณีข่าว ยกเว้นปทุมธานี เพราะจังหวัดมีหนังสือ ขอหารือกระทรวงมหาดไทยมา จึงตอบไปเป็นการเฉพาะแล้ว  

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 64  นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึง กรณีที่ กระทรวงมหาดไทย มีหนังสือสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ ถึงแนวทางการปฎิบัติ เรื่องการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด 19 ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โดยมิให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในการกระจายวัคซีน ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันโรคในพื้นที่การแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนอันดับแรก เป็นไปตามแนวทางการบริหารัดการวัคซีนปัองกันโรคโควิด 19 ลงวันที่ 8 มิ.ย. 64

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ดำเนินการบริหารจัดการวัคซีน โดยเร่งรัดฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ ทั้งในจุดฉีดวัคซีนที่เป็นในโรงพยาบาลและจุดฉีดนอกโรงพยาบาล โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

นอกจากนี้ ให้จังหวัดภูเก็ต ดำเนินการด้านการป้องกันและการควบคุมโรคเพิ่มเติม ในการดำเนินโครงการ Phuket Sandbox โดยนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการสาธารณสุขในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มคนไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานหรือพักอาศัยในจังหวัดภูเก็ต โดยมุ่งเน้นสอบสวนโรคที่รวดเร็วเพื่อสามารถควบคุมการแพร่ระบาด และบริหารจัดการเตียงในสถานพยาบาลให้เพียงพอ รวมถึงการใช้ชุดตรวจแบบ Antigen Test Kit ด้วยความรอบคอบ

ส่วนกรณีที่การสั่งการในหนังสือของกระทรวงมหาดไทยไม่มี จังหวัดปทุมธานีและ จังหวัดสงขลา เนื่องจาก จากจังหวัดปทุมธานี ได้มีหนังสือ มาหารือ กระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้านี้ จึงได้ ทำหนังสือตอบข้อหารือกับ จังหวัดปทุมฯและ จังหวัดสงขลา เป็นการเฉพาะ  และเห็นว่าแนวทางการหารือ ของ จังหวัดสงขลาและ ปทุมธานี น่าจะเป็นแนวทางในการปฎิบัติ ของจังหวัดอื่นๆ จึงได้ทำหนังสือสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ชี้แจงให้ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทราบเป็นแนวทางเดียวกัน

ปลัดมท.แจง ไฟเขียวงบท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ได้
ปลัดมท.แจง ไฟเขียวงบท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ได้

“หมอวรงค์” ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ เอาผิด ม.157 “ยิ่งลักษณ์” กับพวก 52 คน สมคบ “ล้มประมูลไทยคม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478676

“หมอวรงค์” ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ เอาผิด ม.157 “ยิ่งลักษณ์”กับพวก 52 คน สมคบ “ล้มประมูลไทยคม”

13 สิงหาคม 2564 – 16:42 น.

“หมอวรงค์” ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ เอาผิด”ม.157″ ประมวลกฎหมายอาญา “ยิ่งลักษณ์ “กับพวก 52 คน สมคบ “ล้มการประมูลไทยคม” พร้อมยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินให้ร้องศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกประมูลใบอนุญาตดาวเทียมรอบ 28 ส.ค. นี้ออกไป

รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ยื่นฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกรวม 52 คน ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 

รวมถึงฟ้องเอาผิดมาตรา 83 ผู้ใดกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปเป็นตัวการ และมาตรา 84 ผู้ใช้ให้กระทำความผิด และมาตรา 86 ช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิด และมาตรา 152 เจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น  

โดยนายแพทย์วรงค์ ชี้ถึงข้อกล่าวหาการล้มประมูลใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม นางสาวยิ่งลักษณ์สมคบข้าราชการเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ให้ไทยคมและเปลี่ยนระบบสัมปทานดาวเทียมไปสู่ระบบใบอนุญาต 

โดยอ้างถึงมติ ครม. ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์วันที่ 20 กันยายน 2554 มอบให้บริษัทไทยคมนำใบเอกสารเครือข่ายงานดาวเทียม ตำแหน่ง 120E ไปร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการพิเศษที่ฮ่องกงและให้ กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ให้บริษัทไทยคม เพื่อเปลี่ยนระบบสัมปทาน ทำให้กรรมสิทธิ์ดาวเทียมไม่ต้องโอนเป็นของรัฐแต่ยังเป็นของเอกชน ซึ่งเป็นแห่งเดียวในโลกใช้ระบบนี้

โดยปลัดและรองปลัดกระทรวงไอซีทีในยุคนั้นให้ความช่วยเหลือเพื่อประโยชน์ โดยไม่บังคับให้เป็นไปตามสัญญาสัมปทาน และปฎิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่ง กสท และ กทค. ไม่มีอำนาจที่จะออกใบอนุญาต ทำให้การอนุญาตเป็นการกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายกิจการโทรคมนาคม

พร้อมย้ำว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะลงโทษผู้เกี่ยวข้องจึงได้รวบรวมยื่นฟ้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  

นอกจากนี้นายแพทย์วรงค์ ยังร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย ให้เอาผิดตามมาตรา 190 กรณีรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์สร้างปัญหาที่มอบสิทธิให้ไทยคมร่วมกับฮ่องกง ทั้งที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาโดยการประมูลจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ 

และการที่ กสทช.ออกใบอนุญาตให้ไทยคม เป็นการออกโดยไม่มีกฎหมายรองรับ เอื้อประโยชน์ให้ไทยคม ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 305 (1) และยังมีกรณี พ.ร.บ.กสทช.ปี 2562 ฉบับที่ 3 ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 60 กับ มาตรา 274 

โดยประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุดแพ็คเกจเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2563 ของ กสทช.เป็นประกาศที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 60 ด้วย ทั้งนี้ผู้ถูกฟ้องร้องมีรัฐบาลยุคนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ,ข้าราชการระดับสูงกระทรวงไอซีทีในยุคเดียวกัน และ กสทช.ในยุคนั้น

“นายกสมาคมทนายความ” – “ไทยสร้างไทย” หอบ 7 เเสนชื่อ ฟ้อง “นายกฯ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “บริหารโควิด” ผิดพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478667

“นายกสมาคมทนายความ”-“ไทยสร้างไทย” หอบ7 เเสนชื่อ ฟ้อง “นายกฯ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “บริหารโควิด”ผิดพลาด

13 สิงหาคม 2564 – 15:56 น.

“นายกสมาคมทนายความ”-“พรรคไทยสร้างไทย” หอบ7 เเสนชื่อฟ้อง”นายกฯ “ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “บริหารโควิด”ผิดพลาด ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องว่าจะรับฟ้องหรือไม่ 30 ส.ค.นี้

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพรรคไทยสร้างไทย นำโดยนายเจตุบัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทยผู้รับมอบอำนาจฝ่ายโจทก์

ได้นำรายชื่อประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารทางสาธารณสุขผิดพลาดจากรัฐบาลกว่า 700,000 คน ที่ได้ลงชื่อในแคมเปญของ พรรคไทยสร้างไทย ในการร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1)

จากกรณีปล่อยปละละเลยเเละบริหารผิดพลาด จนเกิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด ถึง 4 ระลอก รวมทั้งบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรงทำให้จํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขปกติไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจํานวนมากดังกล่าวได้

นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า “วันนี้ได้รวบรวมรายชื่อบุคคลที่รับผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องขอบคุณพรรคไทยสร้างไทยที่ได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อทั้ง 7เเสนคนทำให้ตน ได้มีโอกาสนำความเดือดร้อนของประชาชนมาทวงความยุติธรรมต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งรายชื่อทั้ง 7 เเสนคนจะอยู่ในสำนวนคดีทั้งหมด

โดยในวันนี้จะยื่นฟ้องในความผิดฐานละเว้นหรือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ในฐานะที่นายกฯเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นประธานของหลายหน่วยงานที่บริหารจัดการเรื่องโควิดในประเทศ

เมื่อถามเรื่องตอนนี้มีเเนวคิดการนิรโทษกรรมเกี่ยวกับบุคลากรจะมีผลกระทบต่อการฟ้องคดีในศาลหรือไม่ นายนรินท์พงศ์กล่าวว่า “เรื่องนั้นเป็นคนละประเด็นกัน เพราะการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ออกเพื่อหาเเนวทางให้หมอเเละบุคลกรทางการเเพทย์รวมถึงบุคลต่าง ๆ  ในชั้นปฏิบัติงานเราจึงไม่อยากโยงไปถึงกันเพราะเป็นคนละเรื่อง”

หลังการยื่นฟ้องนายนรินท์พงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดี อท.117/2564 เเละศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องวันที่ 30 ส.ค.นี้เวลา 9.00 น. ซึ่งถ้าศาลมีคำสั่งรับฟ้องขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการไต่สวนมูลฟ้องซึ่งเราเตรียมพยานเป็นผู้ได้รับผลกระทบขึ้นไต่สวนเพื่อให้ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาสืบพยานในชั้นพิจารณาคดีต่อไปหรือไม่ ตรงนี้ขั้นตอนจะมากกว่าการดำเนินคดีในศาลอาญาปกติ เเต่สิ่งต่างๆที่ประชาชนเหล่านี้ได้รัยผลกระทบได้อยู่ในสำนวนที่ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯเเล้ว

โดยนายเจตุบัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ได้กล่าวว่า “ ต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของประชาชนที่ได้รับความสูญเสียจากการบริหารจัดการโควิดของรัฐบาล ประชาชนกว่า 700,000 คนได้ลงชื่อสนับสนุนให้พรรคไทยสร้างไทยยื่นฟ้องรัฐบาล พรรคไทยสร้างไทยได้ส่งมอบ 700,000 รายชื่อของพี่น้องประชาชนให้กับทางสมาคมทนาย เพื่อทวงถามความยุติธรรมคืนให้แก่พี่น้องประชาชน หวังว่าการยื่นฟ้องต่อศาลในครั้งนี้ จะสามารถรักษาสิทธิ ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาลได้

“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ออกแถลง ค้านตั้ง “อัยการระดับสูง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478660

“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ออกแถลง ค้านตั้ง”อัยการระดับสูง”

13 สิงหาคม 2564 – 15:34 น.

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) ออกแถลง ค้านตั้ง “ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ขึ้นผู้ตรวจอักการ เหตุต้องคดีอาญาเมาแล้วขับรถชนผู้อื่นแล้วหนี

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2564 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เผยแพร่เอกสารแสดงความคิดเห็นกรณี การแต่งตั้งอัยการระดับสูง โดยเฉพาะกรณีที่อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งมติการประชุมคณะกรรมการอัยการว่า เห็นชอบในการเลื่อนนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรีขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ ตั้งแต่ 1 ต.ค.63  เป็นต้นไป  โดยเนื้อหาในเอกสารระบุ ดังนี้ 

"องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" ออกแถลง ค้านตั้ง"อัยการระดับสูง"


“ฤ จะเป็นเสาหลักปักขี้เลน”

เป็นเรื่องอันตรายและน่าเศร้าสลดมากต่ออนาคตของบ้านเมือง หากสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ดำรงอยู่เป็นเสาหลักความยุติธรรมที่มั่นคงยืนหยัดให้ประชาชน แต่กลับโอนเอนเป็นเสาหลักปักขี้เลนเพราะพวกพ้อง     และผลประโยชน์  โดยไม่คำนึงถึงหลักการและเกียรติยศ จากกรณีการผลักดันแต่งตั้งอัยการระดับสูงขึ้นเป็น “ผู้ตรวจการอัยการ” ทั้งๆ ที่ถูกดำเนินคดีอาญาเพราะขับรถยนต์ในขณะมึนเมาแล้วชนผู้อื่น แต่เรื่องการแต่งตั้งยังไม่แล้วเสร็จเพราะยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ล่าสุดเมื่อ 2 สิงหาคม 2564 อัยการสูงสุดได้มีจดหมายถึงเลขาธิการ ครม.ให้กราบบังคมทูลฯ อีกครั้ง โดยให้การแต่งตั้ง มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เงื่อนไขนี้จะส่งผลให้ได้รับการแต่งตั้งเป็น “รองอัยการสูงสุด” ในเดือนกันยายนนี้

ความโปร่งใสที่ไม่เป็นธรรม คือ ความกล้าที่หยามเกียรติยิ่งกว่า!

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 อัยการระดับสูงท่านนี้ได้ขับรถยนต์ในขณะมึนเมาเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์และไม่หยุดลงมาช่วยเหลือ แต่มีชาวบ้านขับรถติดตามไปทัน ตำรวจตั้งข้อหาขับขี่รถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ยื่นฟ้องเฉพาะความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา โดยสั่งไม่ฟ้องข้อหาชนเเล้วหนี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จึงทำความเห็นแย้ง   แต่อัยการสูงสุดชี้ขาดยืนตามอัยการจังหวัด จำเลยรับสารภาพ ศาลพิพากษาให้จำคุก 2 ปี แต่รอลงอาญาและให้คุมประพฤติ 1 ปีโดยต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง (ยังไม่มีข้อมูลว่ากรณีนี้ได้รับประโยชน์จาก พรฎ. พระราชทานอภัยโทษฯ เมื่อ 28 กรกฎาคม 2564 ด้วยหรือไม่) อัยการไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ขณะที่ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มีความเห็นแย้งให้ยื่นอุทธรณ์คดีขอให้ลงโทษสถานหนัก สุดท้ายอัยการสูงสุดชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดีจึงยุติ

"องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" ออกแถลง ค้านตั้ง"อัยการระดับสูง"
"องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" ออกแถลง ค้านตั้ง"อัยการระดับสูง"

“แรมโบ้” เตือน “ณัฐวุฒิ” ชุมนุมผิดกฎหมาย อย่ารับใช้นายใหญ่เพื่อตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478626

“แรมโบ้” เตือน “ณัฐวุฒิ” ชุมนุมผิดกฎหมาย อย่ารับใช้นายใหญ่เพื่อตัวเอง

13 สิงหาคม 2564 – 15:20 น.

“แรมโบ้” เตรียมแจ้งความดำเนินคดี กฎหมายอาญาและฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ. โรคติดต่อ จันทร์ที่ 16 ส.ค.ที่กองปราบฯ พร้อมยื่น ปปง.ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงิน “ณัฐวุฒิ”

วันที่ 13 สิงหาคม   2564 “แรมโบ้” หรือ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการ เตรียมเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดวิกฤตโควิด-19 มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และประชาชนยังได้รับความเดือดร้อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

“ก็ขอให้นายณัฐวุฒิใช้สมองคิดว่าการออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และบ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่จะเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนหน้ามืดตามัวคิดอะไรไม่เป็น”นายเสกสกล กล่าว

ขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวต่างๆที่ผ่านมาก็เห็นแล้วนายณัฐวุฒิได้มีการปลุกระดมยุยงปลุกปั่นเรื่อยมา เพื่อให้กลุ่มต่างๆได้ออกมาเคลื่อนไหว อีกทั้งการออกมาชุมนุมก็ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย ผู้ชุมนุมมีการสร้างความรุนแรง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเผาทรัพย์สินของทางราชการ

“ซึ่งหากการเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิครั้งนี้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอีก ผมถามว่านายณัฐวุฒิจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาเคยทำความผิดกับบ้านเมืองก็ไม่มีความรับผิดแต่อย่างใด”แรมโบ้อีสาน กล่าว

นายเสกสกล ยังระบุว่าพฤติกรรมของนายณัฐวุฒิที่เคยกระทำในอดีต ข้ามศพพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงจนได้รับตำแหน่งใหญ่โต เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 กระทรวงและยังเป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย

และมาถึงขณะนี้นายณัฐวุฒิยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ยังคิดที่จะแสวงหาอำนาจโดยการออกมาเป็นแกนนำหลอกลวงพี่น้องมวลชน ออกมาด้วยวิธีเดิมๆยุยงปลุกปั่นจนเกิดความวุ่นวายรุนแรงในบ้านเมืองขณะนี้ เป็นพฤติกรรมเหมือนปี53 ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย

"แรมโบ้" เตือน "ณัฐวุฒิ" ชุมนุมผิดกฎหมาย อย่ารับใช้นายใหญ่เพื่อตัวเอง

แรมโบ้ แรมโบ้อีสาน หรือ นายเสกสกล อัตถาวงศ์

ซึ่งยังไม่เข็ดหลาบอีก  ทั้งที่นายณัฐวุฒิเองก็ยังมีคดีก่อการร้ายอยู่ชั้นศาลอุทธรณ์ ผลพวงมาจากการสั่งเผาบ้านเผาเมืองในปี2553 แต่นายณัฐวุฒิยังไม่มีจิตสำนึกห่วงใยบ้านเมือง ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข

และทำหน้าที่ลูกน้องที่ดี รีบรับอาสาทำงานภายใต้คำสั่งของนายใหญ่ทางไกล เพื่อหวังรับรางวัลโบนัสเหมือนอดีต ในการกลับมามีอำนาจ พร้อมทั้งจะได้ช่วยนายใหญ่ให้พ้นคดีพ้นมลทินจากคดีทุจริตโกงบ้านโกงเมือง และจะได้หวังนำนายใหญ่กลับประเทศไทยนี่คือแนวทางที่คนไทยส่วนใหญ่รู้ทางนายณัฐวุฒิหมดแล้ว

“พฤติกรรมเยี่ยงนี้ตนเองจะไม่ปล่อยให้นายณัฐวุฒิได้กลับมาสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศประชาชน ภายใต้คำสั่งของนายใหญ่ที่เป็นนายทุนใหญ่ให้กับนายณัฐวุฒิในการเคลื่อนไหวอีกต่อไป

โดยในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ตนเองจะเดินทางไปยังกองปราบปรามฯ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84 ,85,86,87

รวมถึงฝ่าฝืนพ.ร.บ.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่ห้ามการชุมุนม รวมถึงจะแจ้งความยื่นหนังสือถึงเลขาธิการปปง.เพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของนายณัฐวุฒิด้วยว่าได้รับเงินมาเคลื่อนไหวจากคนแดนไกลหรือจากพรรคการเมืองใหน เหมือนเช่นในอดีตหรือไม่

นี่คือสิ่งที่ตนจะดำเนินการเพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่ให้นายณัฐวุฒิได้คิดร้ายต่อประเทศชาติและประชาชนเผาบ้านเผาเมืองในรอบที่สองอีกต่อไป

“ขอฝากพี่น้องประชาชน คนคิดที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนและหวังเอาใจนายใหญ่ให้กลับมามีอำนาจ โดนเอาประเทศประชาชนเป็นเดิมพัน บ้านเมืองจะวิบัติฉิบหายเช่นไรไม่สนใจ คนประเภทนี้จะปล่อยให้มีที่ยืนไม่ได้ต้องดำเนินการตามกฎหมายเอาเข้าคุกเข้าตารางให้หมดสิ้นไป”นายเสกสกล กล่าว

ศบค.เผยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดคาดปลาย ส.ค. ติดเชื้อพุ่ง 7 หมื่นราย เล็ง “ขยายล็อกดาวน์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478652

ศบค.เผยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดคาดปลายส.ค.ติดเชื้อพุ่ง 7 หมื่นราย เล็ง”ขยายล็อกดาวน์”

13 สิงหาคม 2564 – 14:35 น.

สธ.คาดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถึงวันที่ 7 ก.ย. 64 หากไม่มีการล็อกดาวน์จะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึง 6-7 หมื่นราย รวมไปถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมาก

เมื่อวันที่  13 สิงหาคม 2564 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) แถลงว่า วันนี้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 (ศปก.ศบค.) ได้รับทราบตัวเลขการพยากรณ์หรือการคาดการณ์กับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในสถานการณ์จริง ของกระทรวงสาธาณสุข เกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

“กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถึงวันที่ 7 ก.ย. 2564 หากไม่มีการล็อกดาวน์จะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึง 6-7 หมื่นราย รวมไปถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน” 

ศบค.เผยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดคาดปลายส.ค.ติดเชื้อพุ่ง 7 หมื่นราย เล็ง"ขยายล็อกดาวน์"

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับสูง 2 หมื่นกว่าราย ถือเป็นระดับใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ กรณีที่มีมาตรการล็อกดาวน์ และมีประสิทธิภาพราว 20% โดยตัวเลขก็ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่   หากสามารถ เพิ่มความเข้มข้นของมาตรการล็อกดาวน์ ให้มีประสิทธิภาพราว 25% และเร่งฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องก็จะช่วยกดตัวเลขเหล่านี้ลงมาได้

“นี่เป็นตัวเลขการคาดการณ์ที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งมาระหว่าง 3 เส้นนี้ ที่เกิดขึ้นจากการคาดการณ์ ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ได้ขัดจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเลย แต่ความเป็นจริงที่เราอยากให้เกิดคือเส้นสีเขียวที่อยู่ด้านล่าง( ล็อกดาวน์ให้เกิดประสิทธิภาพ25% ) ซึ่งจะทำให้เราใช้ทรัพยากรเรื่องเตียง ทรัพยากรเรื่องสุขภาพลดน้อยลง และอัตราการเสียชีวิตก็จะลดลงด้วย จะต้องฝากทุกท่านให้ช่วยกันในการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เป็นคำเดิมๆ แต่ต้องมีการกระหึ่มกันอีกครั้งหนึ่ง ให้พยายามทำกันให้ดีกันทุกๆคน” นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว 

เช่นเดียวกับการคาดการณ์ผู้เสียชวิต สถานการณ์ในปัจจุบันหลังระดมฉีดวัคซีน มีการรับการรักษาเร็วขึ้น ถ้าล็อกดาวน์ได้ 25% จะลดการเสียชีวิตลงไดอีก ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันก็เริ่มลงมาใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงแล้ว แต่ก็ยังจะต้องล็อกดาวน์ที่มีประสิทธิภาพให้ได้ 25% เร่งรัดการฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุให้ถึงเป้าหมายภายใน 1-2 เดือนนี้

“แต่ในบางจังหวัด ในต่างจังหวัด หลายๆจังหวัดที่เราเห็นยังมีการไม่ให้ความร่วมมือ ยังเห็นภาพของการดื่ม การเล่น การเสพ ซึ่งก็ต้องขอความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันด้วย เพราะการสู้กับโรคระบาดนี้คนหนึ่งคนใดทำไม่สำเร็จ ต้องรวมมือกันทั้งประเทศ” นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว