“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง “ณัฐวุฒิ” เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478623

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวง”ณัฐวุฒิ”เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

13 สิงหาคม 2564 – 13:55 น.

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวงแกนนำนปช.”ณัฐวุฒิ” ตกดวงอิทธิถึงฆาต พัวพันอุบัติเหตุ”15 สิงหา”นำม๊อบคาร์ไล่ประยุทธ์ คิดการใหญ่ไม่ดูฐานะ ชีวิตมีอุปสรรค บั้นปลายสูญสิ้นทรัพย์ ชะตาขาดคนอุปถัมภ์ ระวังจะพาเพื่อนไปตาย

วันที่ 13 สิงหาคม 2564 ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึก แกนนำ นปช. เต้น ณัฐวุฒิ ตกดวงอิทธิถึงฆาต พัวพันอุบัติเหตุ 15 สิงหา นำม๊อบคาร์ประกาศถล่มไล่ นายกฯ ลุงตู่ จนกว่าจะคาที่ คิดการใหญ่ไม่ดูฐานะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

ตกดวงปะทะเบียดเบียน ประเภทหาเรื่องใส่ตนเอง ให้เดือดเนื้อร้อนใจ อยู่ดีไม่ว่าหาเหตุใส่ตัว เหมือนเฉือนเนื้อให้เลือดไหล ตกดวงผู้ใหญ่ให้โทษ ดื้อรั้นเอาแต่ใจ คิดหวังการใหญ่ คาดตนเองเป็นผู้หยั่งรู้ ตกดวงชีวิตมีอุปสรรคบั้นปลายสูญสิ้นทรัพย์ ตกชะตาขาดคนอุปถัมภ์

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์เจาะลึกผ่าดวงวิกฤติ แกนนำม๊อบคาร์ เต้น  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตกดาวอิทธิฤทธิ์ถึงฆาต หากยุ่มบามมุทะลุ หรือทำตามใจยุยง พัวพันอุบัติเหตุ เตรียมพาคนไปตาย 15 สิงหาคมนี้

เพราะตกดวงชะตาหาเรื่องใส่ตนเอง ณัฐวุฒิ ใส้เกื้อ เดือนแห่งการปะทะ เบียดเบียนให้เดือเนื้อร้อนใจ กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง สร้างความอึดอัดให้เกิดขึ้น จากการกระทำของตนเอง ตกดวงชะตาให้ร้ายตนเองให้เดือดร้อน ก่อวิบากกรรมเหมือนเฉือนเนื้อให้เลือดไหล เพราะผู้ใหญ่ให้โทษ

 "ซินแสเข่ง"ผ่าดวง"ณัฐวุฒิ"เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

เหตุร้ายให้ระวังพาเพื่อนไปตายหวังเป็นผู้นำกลับกลายเป็นสร้างวิบากกรรม เพราะหวังตนเองเป็นใหญ่ ในดวงชะตาไม่ได้บอกว่าจะเป็นผู้นำคนได้ แต่บั้นปลายจะตกดวงทรัพย์สูญสิ้น แม้นทรัพย์ที่สร้างมาก็จะไม่เหลือหากมีชีวิตอยู่ในวังวนขณะนี้ไม่ระวัง เพราะไร้ผู้ใหญ่เหลียวมอง

ซินแสเข่ง สรุป ดวงของแกนนำ นปช. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถึงภาระกิจในวันที่ 15 สิงหาคม นี้ คาดว่าเหมือนที่ผ่านมา ไม่มีผลของความสำเร็จเกิดขึ้น แต่จะเป็นจุดของการสร้างความเดือดร้อนมากกว่า

“และอาจจะมีปะทะกันเกิดขึ้น ทั้งกลุ่มคาร์ม๊อบ และหากกลุ่ม นปช.เข้าร่วม และกลุ่มสามกีบที่ร่วมสมทบ ก็อาจจะมีผลต่อเนื่องถึงการต้องคดีความเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวง เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 

ไล่รายวัน “ม็อบ 13 สิงหา” ทะลุฟ้าบุกบ้าน “ประยุทธ์” ส่อเค้าจลาจล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478548

ไล่รายวัน “ม็อบ 13 สิงหา” ทะลุฟ้าบุกบ้าน “ประยุทธ์” ส่อเค้าจลาจล

12 สิงหาคม 2564 – 20:08 น.

ไม่มีถอย “ม็อบ 13 สิงหา” ตามไล่ล่าประยุทธ์ เดินหน้าปะทะ ชูธงปฏิวัติประชาชน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

++
จลาจล-ปฏิวัติ
++
ก่อนที่ “เพนกวิน” จะเข้าเรือนจำรอบสอง ตอนกลางดึกวันที่ 9 ส.ค.2564 เขาได้แสดงอารยะขัดขืน และตะโกนก้องลั่นรถห้องขังว่า “ปฏิวัติประชาชน” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

“ประยุทธ์” บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

ถัดมา ในทวิตเตอร์ @Panusaya S. “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ทวีตข้อความ “คำสุดท้ายจากเพื่อนเรา คือ ปฏิวัติประชาชน” จากนั้น #ปฏิวัติประชาชน ก็ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง

ปี 2519 นักศึกษาหลายพันคน เลือกหนทาง “ปฏิวัติประชาชน” โดยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) สำหรับ พ.ศ.นี้ “เพนกวิน” และผองเพื่อน จะปฏิวัติประชาชนแบบไหน?

ไล่รายวัน "ม็อบ 13 สิงหา" ทะลุฟ้าบุกบ้าน "ประยุทธ์" ส่อเค้าจลาจล

กลุ่มทะลุฟ้า นัดบุกบ้านประยุทธ์อีกครั้ง

ที่แน่ๆ บ่ายสามโมง วันศุกร์ที่ 13 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า ได้นัดมวลชนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท “เราจะเดินคล้องแขนไปบ้านประยุทธ์ พบการต่อสู้ทุกรูปแบบจากประชาชน..ขอพี่น้องประชาชนจงออกมาเพิ่มกำลังคน ร่วมกันและต่อสู้อย่างสันติอหิงสา เพื่อประจันหน้ากับพวกทรราช” 

แล้วก็ติดแฮชแท็ก #ทะลุฟ้า #ประยุทธ์ออกไป #ปฏิวัติประชาชน ซึ่งในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต่างก็ชูคำขวัญ “ปฏิวัติประชาชน” ตามที่ “เพนกวิน” ตะโกนดังๆในค่ำคืนนั้น 

แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า เยาวชนปลดแอก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ราษฎร และฟื้นฟูประชาธิปไตย คงเห็นพ้องต้องกันว่า เดินหน้าชุมนุมต่อไป ไม่มีถอย หากหยุดการชุมนุม จะทำให้ฝ่ายเผด็จการบดขยี้

++
ทฤษฎีโกลาหล
++
30 ปีที่แล้ว ช่วงที่สังคมไทยอยู่ในภาวะถดถอยทางอุดมการณ์ หลังสิ้นสุดสงครามเย็น ได้มีนักวิชาการบางคนเสนอ “ทฤษฎีไร้ระเบียบ” หรือ “ทฤษฎีโกลาหล” (chaos theory) พูดถึงการเปลี่ยนทางสังคมเชิงโครงสร้าง

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีไร้ระเบียบ ได้ถูกคนบางกลุ่มตีความไปในทางลบ และหวังการเปลี่ยนแปลงการเมือง ด้วยทฤษฎีโกลาหลจลาจล

ชั่วโมงนี้ นักวิชาการบางคนมองว่า การจลาจลในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 25616 และการจลาจลในเดือนพฤษภาคม 2535 ไม่ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง 

ดังนั้น หากจะมีจลาจลเกิดขึ้นอีกครั้ง ต้องเป็นการจลาจลที่ไม่ “เสียของ” เหมือนปี 2516 และ 2535

++
สถานการณ์สุกงอม
++

นักวิชาการอิสระอย่าง พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ โพสต์เฟซบุ๊คว่า แนวทางของฝ่ายรัฐในวันนี้คือการเดินสองขา คือปราบปรามอย่างรุนแรง และจับกุมแกนเข้าคุก หวังให้การชุมนุมของเยาวชน “ฝ่อลงไปเรื่อยๆ”

“น่าจะคาดผิด รากเหง้าของปัญหาเชิงระบอบยังคงอยู่ ความรุนแรงจากฝ่ายรัฐ มีแต่จะทำให้ผู้คนยิ่งโกรธแค้น ผลด้านกลับคือจำนวนคนที่เผชิญหน้ากับ จนท.จะมีมากขึ้น การปะทะกันจะยิ่งบานปลายและรุนแรงต่อไปโดยที่แม้แต่ผู้จัดชุมนุมก็ควบคุมไม่ได้”

แล้ว “พิชิต” ก็สรุปว่า การที่รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน “ผลมีสองอย่าง (ส่วนใหญ่) บานปลายเป็นจลาจล และรัฐรักษาอำนาจไว้ด้วยการฆ่าหมู่ประชาชนครั้งใหญ่ และ (ส่วนน้อย) การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือกระทั่งเปลี่ยนระบอบ”

ไล่รายวัน "ม็อบ 13 สิงหา" ทะลุฟ้าบุกบ้าน "ประยุทธ์" ส่อเค้าจลาจล

เพนกวิน ก่อนเข้าเรือนจำ

ตอนท้าย “พิชิต” โค้ดคำพูดของเช กูวาร่า “Vive la révolution!” แปลว่า มีชีวิตอยู่เพื่อการปฎิวัติ

ขณะที่ “ใบตองแห้ง” นำเสนอผ่านเฟซบุ๊ค Atukkit Sawangsuk บอกว่า นี่คือ ม็อบ New Normal อยู่เหนือการควบคุม

“ว่าที่จริง 14 ตุลา พฤษภา 35 ก็เป็นแบบนี้แหละ การใช้กำลังรุนแรงกับม็อบปะทุความโกรธแค้น เกิดการตอบโต้อย่างกว้างขวาง ประชาชนพับเพียบให้ทหารกระทืบซะเมื่อไหร สถานการณ์ไม่มีใครคุมอยู่ กลายเป็นจลาจล ลุกลาม”

ในฐานะคนเดือนตุลา และเคยเข้าป่า ร่วมกับ พคท. “ใบตองแห้ง” จึงสรุปว่า “การตอบโต้เมื่อถูกกระทำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการไล่ประยุทธ์ พอๆกับคาร์ม็อบคาร์ปาร์ค ถ้าเกิดทุกวันเป็น New Normal ก็อยากรู้ว่ามันจะอยู่อย่างไร”

พูดง่ายๆ “ไล่ประยุทธ์” ทุกวันจะทนอยู่ได้หรือ? และโอกาสเกิดจลาจลมีสูง ซึ่งจะจบด้วย “รัฐประหาร” หรือ “ปฏิวัติประชาชน” เท่านั้นเอง

รวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478518

รวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง

12 สิงหาคม 2564 – 16:50 น.

สิงหาองศาเดือด “ม็อบ 15 สิงหา” พลังอาชีวะ ผนึกชาวสองล้อรุ่นใหม่ ไล่ประยุทธ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

++

ผ่า ‘อาชีวะ’ ไล่ประยุทธ์

++

ปฏิบัติการ “สองล้อจรยุทธ์” ปะทะตำรวจควบคุมฝูงชน ที่สมรภูมิดินแดง 3-4 ครั้งที่ผ่านมา สร้างความตกใจแก่ผู้ติดตามข่าวสารการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแยกราชประสงค์ ลามมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อปี 2553 ยังเป็นภาพตามหลอกหลอนอยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ประยุทธ์” บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

“ทักษิณ” สะเทือน “ก้าวไกล” หักเพื่อไทย

สำหรับกลุ่มสองล้อจรยุทธ์ หรือกลุ่มเด็กแว้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาชีวะ และไรเดอร์ ที่มาจากหลายพื้นที่ รวมถึงวัยรุ่นย่านดินแดง-ห้วยขวาง

ที่น่าจับตาคือ “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และ “ชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่” ซึ่งได้แสดงพลังครั้งแรกเมื่อ 31 ก.ค.2564 ในกิจกรรม “รวมพลังคนพันธุ์ R อาชีวะขับไล่เผด็จการ” ที่มีทัพมอเตอร์ไซค์นับพันคัน วิ่งไปทั่วกรุงเทพฯ

วันที่ 15 ส.ค.2564 กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมรวมพลังคนพันธ์ R และชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่รวมพลังอาชีวะขับไล่เผด็จการอีกครั้ง โดยนัดหมายที่ห้าแยกลาดพร้าว ตอนบ่ายสองโมง

นับจากนี้เป็นต้นไป บทบาทของพลังสองล้ออาชีวะ จะถูกฝ่ายความมั่นคงเฝ้าเกาะติดอย่างใกล้ชิด เพราะปฏิบัติการห้าวเกินพิกัดที่สามเหลี่ยมดินแดงนั้น ส่อเค้าบานปลายกลายเป็นจลาจลกลางเมือง

++

‘ม่อน’ คือใคร?

++

ตั้งแต่ปีที่แล้ว มีกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ เข้าร่วมขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ หลายกลุ่มหลายก๊วน โดยรับหน้าที่ “การ์ดอาสา” แต่กลุ่มอาชีวะสร้างปัญหาเยอะ เกิดความขัดแย้งระหว่างสถาบัน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทบาดหมาง จน “เฮียบุ๊ง” พ่อยกม็อบเด็ก ต้องสั่งยุบเลิกการ์ดอาสาทั้งหมด

รวมพลังอาชีวะ "ม็อบ 15 สิงหา" ท้าชน "ประยุทธ์" แก๊งสองล้อโชว์พลัง

อาชีวะนัดรวมพลัง 15 สิงหา

ต้นปี 2564 “ม่อน อาชีวะ” หรือ ธนเดช ศรีสงคราม ได้แยกตัวมาจัดตั้ง “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” โดยมีกลุ่มอาชีวะสมุทรปราการ อาชีวะมีนบุรี และอีกหลายสถาบัน เข้าร่วม

เดิมที “ม่อน อาชีวะ” ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ร่วมกับนักศึกษาอาชีวะอีกหลายกลุ่มตั้ง “กลุ่มอาชีวะฟันเฟืองประชาธิปไตย” รับหน้าที่การ์ดอาสาม็อบราษฎร กระทั่ง ม็อบราษฎรบุกสภา 17 พ.ย.2563 การ์ดอาชีวะปะทะคนเสื้อเหลือง ที่ถนนเกียกกาย หน้ารัฐสภา(ใหม่) ปรากฏว่า การ์ดอาชีวะบาดเจ็บหลายราย รอยปริร้าวเริ่มปรากฏ

วันที่ 25 พ.ย.2563 กลุ่มราษฎรชุมนุมที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก หลังยุติการชุมนุม การ์ดอาชีวะมีนบุรีใช้ปืนยิงการ์ดอาชีวะปทุมธานี ได้รับบาดเจ็บ ต่อมา “ม่อน อาชีวะ” ได้พามือยิงเข้ามอบตัวต่อตำรวจ และบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีเรื่องการเมือง

หลังกรณีการ์ดอาชีวะยิงกันเอง จึงทำให้ “ม่อน อาชีวะ” ต้องถอยออกมาจากขบวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ และเริ่มก่อการสร้างองค์กรใหม่มาเคลื่อนไหวขับไลรัฐบาลประยุทธ์

++

ซบกลุ่มจตุพร

++

เมื่อ 5 เม.ย.2564 จตุพร พรหมพันธุ์ ในนามคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดกิจกรรมไล่ประยุทธ์ ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถาน พฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน “ม่อน อาชีวะ” ได้นำกลุ่มอาชีวะ เข้าร่วมชุมนุม และรับบทการ์ดอาสาให้กลุ่มไทยไม่ทน

รวมพลังอาชีวะ "ม็อบ 15 สิงหา" ท้าชน "ประยุทธ์" แก๊งสองล้อโชว์พลัง

กลุ่มอาชีวะสานม่อน

จากนั้นมา “ม่อน อาชีวะ” จึงได้เป็นแกนนำคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ร่วมกับไทกร พลสุวรรณ, “เจ๋ง ดอกจิก” ยศวริศ ชูกล่อม และจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ

วันที่ 16 ก.ค.2564 “ม่อน อาชีวะ” ร่วมกับ “ไบร์ท ชินวัตร” จัดการชุมนุมทวงวัคซีนโควิด ที่หน้าประตูทางเข้ากระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี มีการปะทะกับตำรวจ อีกสามวันถัดมา ตำรวจได้จับกุมตัว “ม่อน อาชีวะ” กับพวก ในข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 1 ส.ค.2564 “ม่อน อาชีวะ” ร่วมขบวนคาร์ม็อบ ในนามกลุ่มไทยไม่ทน ได้จอดบรรทุกเปิดเวทีปราศรัยที่หน้า ร.1 ทม.รอ. ถ.วิภาวดี ท่ามกลางกลุ่มสองล้อหลายร้อยคันหยุดฟังการปราศรัยที่หน้า รพ.ทหารผ่านศึก ก่อนจะเกิดการปะทะกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน

ดังนั้น คาร์ม็อบ 15 สิงหา ขบวนสองล้อคนพันธุ์ R ที่ประกาศขับไล่เผด็จการ ย่อมถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะขบวนการนี้ ได้ฝากฝีไม้ลายมือไว้ในสมรภูมิดินแดง จนสะท้านสะเทือนเมืองหลวงมาแล้ว

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478383

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

11 สิงหาคม 2564 – 19:28 น.

หนังม้วนเก่า ‘ณัฐวุฒิ’ ขานรับคนแดนไกล ประสานเพื่อไทย เดินแนวทาง 2 ขา กดดัน 3 ป. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชัดเจนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ,พรรคประชาชาติ,พรรคเสรีรวมไทย,พรรคก้าวไกล และพรรคพลังปวงชนไทย เห็นตรงกันว่า จะร่วมกันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 16 ส.ค.2564 ที่อาคารรัฐสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

ไร้หัวไร้แกนนำ ‘ม็อบ 10 สิงหา’ ฮาร์ดคอร์ ‘จรยุทธ์’ เสี่ยงจลาจล

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

ศึกซักฟอกที่คาดหมายว่า จะมีขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.2564 คงทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรง ทั้งในและนอกสภา

ขณะที่ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. ได้ประกาศจัดการชุมนุม “คาร์ปาร์ค” ที่ยกระดับจากคาร์ม็อบ ในวันที่ 15 ส.ค.2564 คำว่า “คาร์ปาร์ค” หมายถึงคาร์ม็อบผสมไฮด์ปาร์ค มีเวทีปราศรัย และแสดงดนตรี

สิงหาชี้ชะตา 'ณัฐวุฒิ' ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ 'เพื่อไทย' ลุยเชือดประยุทธ์

เวทีปราศรัย เป็นจุดขายของนปช.

กิจกรรม “คาร์ปาร์ค” ของแกนนำ นปช. ตอบโจทย์ “งานโฆษณา” ไม่เน้นแตกหัก ไม่ปักหลักพักจ้าง จัดเรื่อยๆ นวดไปทีละนัด จนถึงเดือน ก.ย. ชี้ชะตารัฐบาลประยุทธ์

++
รวมพล นปช.
++
แม้ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะแถลงครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “นี่ไม่ใช่การออกมาสู้ในนาม นปช. นี่ไม่ใช่การออกมาประกาศนำการต่อสู้โดยตัวผม” แต่ดูเครือข่ายที่มาร่วมขบวน และสนับสนุน ก็หนีไม่พ้นกลุ่ม นปช.สายแยกแคราย

“มีทั้งเครือข่ายเดิมและเครือข่ายใหม่ทั่วประเทศ ขณะนี้ภารกิจของผมคือคุยกับคนหลายกลุ่มทุกวันและทั้งวัน มีทั้งการจับกลุ่มแลกเปลี่ยนพูดคุยกันบ้าง พูดคุยกันเฉพาะบุคคลบ้าง และพูดคุยกันผ่านระบบซูมบ้าง” ณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ช่องวอยซ์ทีวี

เฉพาะคาร์ม็อบ 15 สิงหา ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมี 3 เส้นทาง ไม่ทับซ้อนกัน จะเป็นเส้นทางไหน ผ่านถนนเส้นใดบ้าง “เต้น” จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

++
แดงมาแล้ว
++
ดังที่รู้กัน แกนนำ นปช.สายคนแดนไกล นำทีมโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ ,พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และก่อแก้ว พิกุลทอง ได้แยกตัวไปเปิดสำนักข่าว “ยูดีดีนิวส์” (UDD News) ที่อาคารเอเวอรี่ มอลล์ แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี

ว่ากันว่า ยูดีดีนิวส์เป็นกองหนุนที่สำคัญของเต้น ในการกระโจนออกมาขับเคลื่อนคาร์ม็อบ ซึ่งธิดา ถาวรเศรษฐ์ ที่ดูแลสำนักข่าวแห่งนี้ ก็ใช้ยูดีดีนิวส์ เป็นกระบอกเสียงให้กับม็อบสามนิ้วมาแต่ปีที่แล้ว

เพื่อนมิตรอย่างก่อแก้ว พิกุลทอง และพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ น่าจะเป็นกำลังหลักในการปราศรัยตามแนวทางคาร์ปาร์คของเต้น    

ส่วน “เงาะ” วรชัย เหมะ แกนนำ นปช. และอดีต ส.ส.สมุทรปราการ ขานรับ “เต้น” โดยการนัดหมายขบวนคาร์ม็อบปากน้ำที่ห้างอิมพีเรียล สำโรง ก่อนเคลื่อนขบวนเข้ากรุงเทพฯ
    
เดิมที “วรชัย” จะเคลื่อนคาร์ม็อบเมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ “เต้น” ส่งสัญญาณถอย วรชัยเลยเลื่อนมานัดใหม่ 15 ส.ค.นี้

สิงหาชี้ชะตา 'ณัฐวุฒิ' ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ 'เพื่อไทย' ลุยเชือดประยุทธ์

เพื่อไทยลุยซักฟอก หวังเปิดเกมสภาเปลี่ยนตัวนายกฯ

ที่เชียงใหม่ “ดาบชิต” หาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ ผู้ประสานงาน นปช.ภาคเหนือ ประกาศจัดงานคาร์ม็อบ ประสานกับทางกรุงเทพฯ แน่นอน

เชื่อว่า แกนนำ นปช.ในต่างจังหวัด ที่ยังภักดี “คนแดนไกล” จะประสานจับมือกับนักการเมืองเพื่อไทย จัดคาร์ม็อบเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคอีสาน

นี่คือ สงครามแอร์วอร์ ปูพรมโฆษณาความเลวร้ายของ “ระบอบประยุทธ์” ปลุกพลังประชาชนทุกสีให้เข้าร่วมกิจกรรมคาร์ปาร์ค

มีอำนาจตาม “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ต้องรีบใช้ “เขียนเสือให้วัวกลัว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478354

มีอำนาจตาม “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ต้องรีบใช้ “เขียนเสือให้วัวกลัว”

11 สิงหาคม 2564 – 16:04 น.

นายกฯต้องกระชับอำนาจตาม “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” หลัง “ม็อบ10สิงหา” บานปลาย จี้”หยุดทำร้ายเจ้าหน้าที่”

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

ภาพตำรวจถูกยิงที่แยกดินแดง ทำให้เกิดแฮทแท็ก #หยุดทำร้ายเจ้าหน้าที่ ในโลกออนไลน์ ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุม ก็ปล่อยภาพเจ้าหน้าที่ วิ่งกรูเข้าไป ทำร้าย คนคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าก่อนหน้านั้นเขาทำอะไรก็กลายเป็นภาพขัดแย้ง ตกลงใคร ต้องหยุดทำร้ายใครกันแน่

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และอดีตผู้บังคับการกองปราบปรามมองว่าการชุมนุม  ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
ตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ย่อมเป็นสิทธิ
อันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุม
ดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้
เพื่อการควบคุมเท่านั้น มิใช่ใช้ในการควบคุมไม่ให้ชุมนุม

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

เหตุการณ์จาก #ม็อบ10 สิงหา บอกข้อเท็จจริงได้ประการหนึ่งว่า ความรุนแรงจะเกิดขึ้นมา หลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ #Car Park ระบุว่ากิจกรรมในวันที่ 15  คือการต่อยอด ยกระดับจากคาร์ม็อบ ที่ สมบัติ บุญงามอนงค์ ออกแบบเอาไว้ คราวนี้เชิญชวนประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศแสดงพลังร่วมกัน
จะมีทั้งการเคลื่อนขบวนแบบคาร์ม็อบ รูปแบบเดิม  มีการปราศรัยไฮด์ปาร์คเพิ่มเติม อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมขบวนสามารถกำหนดเส้นทางได้
ในแต่ละพื้นที่ มีจุดเชื่อมโยงจากม็อบส่วนกลางผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

ความรุนแรงจากสองเหตุการณ์ ที่ผ่านมาทำให้มีคำถามถึงรัฐบาล จะจัดการอย่างไร หากการชุมนุมครั้งใหม่ มีการนัดหมายกันทั่วประเทศ  เฉพาะในกรุงเทพฯของจากแนวหน้า ประกาศให้รู้ว่าพร้อมตอบโต้ อย่างที่โชว์ที่แยกดินแดง ในต่างจังหวัดที่ประชาชนมีแรงกดดันจากชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน รัฐบาลจะจัดการอย่างไร

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

การบริหาร ตาม #พรก.ฉุกเฉิน  นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ห้ามบุคคล ออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ  
กรณีร้ายแรงสามารถสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา
ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่า นี่ยังมีเวลาเขียนเสือให้วัวกลัว  ประเมินจากสถานการณ์ ปล่อยไว้นานมีแนวโน้มบานปลาย มัวแต่เก้ๆกังๆ ระวังวัวจะกลายเป็นกระทิงวิ่งเข้าใส่  เมื่อความแตกแยกกระจายไปทุกหย่อมหญ้า ก็ยากจะเยียวยาแก้ไข

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ’ ตัวช่วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478316

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

11 สิงหาคม 2564 – 15:40 น.

ศึกในศึกนอกรุมเร้า ‘ประวิตร’ หาทางลง หวังพากลุ่ม 3 ป. งัดดีลลับ ฝ่าด่านศึกซักฟอก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

++

สูตรลับตำรับ ‘ป้อม’

++

เป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 76 ปี ที่ค่อนข้างเงียบเหงากว่าทุกปี เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จึงไม่เปิดบ้านพักที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้ผู้คนเข้ามาอวยพรเหมือนเก่า

ลับลวงพราง 'ประวิตร' คิดแผนสำรอง 'ทักษิณ" ตัวช่วย

วันเกิด พล.อ.ประวิตร แจกถึงยังชีพสู้โควิด-19

มหาวิกฤตโควิดที่หนักหนาสาหัสแล้ว วิกฤตการเมืองที่รัฐบาลประยุทธ์ กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ “พล.อ.ประวิตร” คงไม่มีความสุขมากนัก จะประคองรัฐนาวาฝ่าโควิด และฝ่าพายุการเมืองทั้งในและนอกสภาไปได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในปีที่ 7 บนเส้นทางอำนาจ ไม่ราบรื่นเหมือน 3-4 ปีแรก และนับจากวันนี้ อุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ตลอดเดือน ส.ค.นี้ เกมบนท้องถนน จากปีกฝ่ายประชาธิปไตย และปีก นปช.สายคนแดนไกล คงเปิดเวทีไล่ประยุทธ์ไปทั้งเดือน พอขยับเข้าเดือน ก.ย. ความดุเดือดแหลมคมจะกลับไปที่เวทีสภา เมื่อฝ่ายค้านเปิดศึกซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีบางคน

ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อย่าง “พล.อ.ประวิตร” ได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้อย่างไร หากพรรคร่วมรัฐบาลหักดิบ “โหวตสวน” หรือจะเปิดเกมถอยเต็มรูปแบบเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ก่อนยุบสภา

++

เพื่อไทยสาขา 2

++

ความเป็นจริงทางการเมือง ส.ส.ระดับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ก็เป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับแกนนำเพื่อไทย ราวกับเป็นคนพรรคเดียวกัน

ยุคที่พรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู “ร.อ.ธรรมนัส” ยังเป็นคนติดตาม “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ที่เข้ามาช่วยงานเพื่อน ตท.10 เนื่องจากเขายังเป็นแค่คนของนาย จึงไม่ได้เข้าถึงตัวอดีตนายกฯทักษิณ

กระทั่ง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “ผู้กองธรรมนัส” ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จึงคิดเล่นการเมือง และได้มีโอกาสขอคำปรึกษาทักษิณที่อยู่ต่างแดน

“รู้จัก แต่ก็ไม่เคยทำงานร่วมกัน นอกจากตอนที่ทราบว่า เขามาอยู่กับพรรคเพื่อไทยช่วงหนึ่ง ก็ได้พูดคุยกันบ้างในฐานะรุ่นน้อง” ทักษิณตอบคำถามในคลับเฮาส์

เป้าหมายที่ “พล.อ.ประวิตร” เลือกธรรมนัสเป็นเลขาธิการพรรค เพื่อมาเป็นผู้บัญชาการในสมรภูมิเลือกตั้ง และเป็นตัวละครลับในการประสานงานกับพรรคต่างๆ

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างทักษิณกับธรรมนัส หรือแกนนำเพื่อไทยกับธรรมนัส ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ “บิ๊กป้อม” เลือกผู้กองคนดังเป็นเลขาธิการพรรค

++

เยื่อใยไมตรี

++

ถ้าจำกันได้ ค่ำวันที่ 15 มิ.ย.2564 ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ ร่วมพูดคุยกับ CARE ClubHouse x CARE Talk มีคนถามเหตุผลในการตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ.สมัยโน้น คิดอย่างไร?

“..ดูโหงวเฮ้งไม่เป็น หากฝึกดูโหงวเฮ้งหน่อย วันนั้นก็คงไม่ตั้ง” และบอกเล่าว่า “เขากองเชียร์เยอะมาก มี วัฒนา เมืองสุข เป็น ส.ส.ปราจีนบุรี ก็มาเชียร์ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ก็มาเชียร์ ผมไม่ค่อยรู้จักเขา ก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของรุ่นพี่ผม คือ พล.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รู้จักกันดี ก็เลยตั้ง”

ลับลวงพราง 'ประวิตร' คิดแผนสำรอง 'ทักษิณ" ตัวช่วย

ทักษิณ พร้อมบริหารประเทศ

ยุคนั้น มีอดีตนายทหารใหญ่เข้าไปทำงานการเมืองกับทักษิณมากกว่า 10 คน รวมถึง “บิ๊กป้อม” เลยทำให้ “ป.ป้อม” รู้จักวัฒนธรรมการเมืองของนักเลือกตั้ง ได้ดีกว่า “ป.ป๊อก” และ “ป.ประยุทธ์”

“ป.ป้อม” จึงเป็นอาวุธลับอีกชิ้นหนึ่ง สำหรับ “ป.ประยุทธ์” ที่จะเดินกลยุทธ์ “หนี” เอาตัวรอดจากวงล้อมนักไล่ล่า

ตรวจสิทธิ์ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปรับหลักเกณฑ์ จ่ายเงินผู้ได้รับเงินช่วยเหลือจากความเสียหายฉีดวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478748

ตรวจสิทธิ์ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปรับหลักเกณฑ์ จ่ายเงินผู้ได้รับเงินช่วยเหลือจากความเสียหายฉีดวัคซีนโควิด

14 สิงหาคม 2564 – 09:30 น.

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศ สปสช.ปรับหลักเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากวัคซีนโควิด-19 มีสิทธิได้รับเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้นจากหน่วยงานของรัฐอื่น ให้ผู้นั้นเป็นอัน”หมดสิทธิ”ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ได้ปรับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข จ่ายเงินช่วยเหลือ ผู้ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโควิด-19  อีกครั้ง   สามารถตรวจสิทธิ์ ถึงการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ได้ 

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 64 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด- 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๔

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID -19)) พ.ศ. ๒๕๖๔

เพื่อมิให้ได้รับเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้นจากหน่วยงานของรัฐซ้ำซ้อน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ (๑๔) มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบข้อ ๓.๒ แห่งประกาศคณะกรรมการหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ สำหรับผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๔

เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID -19)) (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๔ ”
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดแนวปฏิบัติการกำหนดเบิกจ่ายค่ารักษากรณีเสี่ยงหรือติด “โควิด-19” สูงสุด 1,700 บาท

“ราชกิจจาฯ” ประกาศแล้ว เสียหายจากฉีดวัคซีนโควิด -19 จ่ายสูงสุด 4 แสน

“สปสช.” ยันสิทธิ “บัตรทอง” ครอบคลุมรักษา”โควิด-19″

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็น ข้อ ๙/๑ แห่งประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหาย จากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. ๒๕๖๔ “ข้อ ๙/๑ ผู้รับบริการซึ่งได้รับความเสียหายที่เกิดจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID -19)) ที่มีสิทธิได้รับเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้นจากหน่วยงานของรัฐอื่น ให้ผู้นั้นเป็นอันหมดสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามประกาศนี้ ”

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ตรวจสิทธิ์ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปรับหลักเกณฑ์ จ่ายเงินผู้ได้รับเงินช่วยเหลือจากความเสียหายฉีดวัคซีนโควิด

เปิดบัญชีทรัพย์สินฯ “จรุงวิทย์ ภุมมา” เลขาฯ กกต. อู้ฟู่ 115 ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478733

เปิดบัญชีทรัพย์สินฯ “จรุงวิทย์ ภุมมา” เลขาฯ กกต. อู้ฟู่ 115 ล้าน

13 สิงหาคม 2564 – 21:45 น.

“ป.ป.ช.”เปิดบัญชีทรัพย์สิน” “พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา” เลขาฯ กกต. ดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี รวย 115 ล้าน สะสมที่ดิน พระเครื่อง ทองรูปพรรณหนัก 80 บ.

วันที่ 13 ส.ค. 64  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กรณีดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี พร้อมคู่สมรส คือ นางสายทิพย์ ภุมมา คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สินรวมจำนวน 115.89 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน 

แบ่งเป็นทรัพย์สินของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ จำนวน 15.99 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก 12 บัญชี รวม 11.78 ล้านบาท ยานพาหนะ แจ้งว่าเป็นรถยนต์ Mercedes Benz 1 คัน ราคา 2.5 ล้านบาท ได้มาในช่วงเดือน มิ.ย.2563 เงินลงทุน 1.39 ล้านบาท   

ส่วนทรัพย์สินคู่สมรส คือ นางสายทิพย์ ภุมมา  จำนวน  99.90 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก 12 บัญชี รวม 53.15 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่ารวม 22.31 ล้านบาท โดยเป็นบ้านเดี่ยว อพาร์ทเม้นท์ และตึกแถว ในย่านภาษีเจริญ กทม.  

ส่วนที่ดิน 10 รายการ รวมมูลค่า 18.83 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตภาษีเจริญ กทม. ทั้งได้จากการซื้อและมรดก และที่ดินในอ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทรัพย์สินอื่น 4.96 ล้านบาท  

สำหรับทรัพย์สินอื่นของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ และคู่สมรส 

ทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 80 บาท 10 ชิ้น มูลค่า 2.2 ล้านบาท 

ชุดเครื่องประดับเพชร มูลค่า 1.86 ล้านบาท  

พระเครื่องเลี่ยมทอง และนาฬิกา 4 เรือน 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยังแจ้งว่า มีรายได้ต่อปีจากเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่ง ค่าเบี้ยประชุม และค่าบำนาญจาก สตช. รวม 2.52  ล้านบาทต่อปี 

ส่วนคู่สมรสแจ้งว่า มีรายได้จากทรัพย์สิน โดยระบุว่าเป็นค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 439,800 บาท 

“ศาลฯ” ยกฟ้อง “ปธ.ศาลฎีกา” ม.157 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478719

“ศาลฯ”ยกฟ้อง ” ปธ.ศาลฎีกา”  ม.157 

13 สิงหาคม 2564 – 20:31 น.

“ศาลอาญาคดีทุจริตฯ”พิพากษา”ยกฟ้อง” คดี ” ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์’ “อดีตอธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ยื่นฟ้อง “ประธานศาลฎีกา เมทินี ชโลธร” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ม.157 กรณีสั่งย้ายไปช่วยงานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชี้ไม่ใช่การสั่งย้ายตามอำเภอใจ 

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาคดีที่นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ถูกคำสั่งประธานศาลฎีกาย้ายไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ระหว่างการสอบสวนเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เป็นจำเลย กรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษายกฟ้องคดีรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง

ศาลพิเคราะห์แล้วสรุปได้ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงของจำเลยตามคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรมที่ 415/2564

ตลอดจนการที่จำเลยมีคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรม371/2564 ให้โจทก์ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ดำเนินการตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ ตลอดจนวิธีการสอบสวนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ทั้งนี้กรณีมีเหตุกล่าวหาร้องเรียนโจทก์โดยผู้เสียหายและการกล่าวหานั้นมีข้อมูลหรือมีสาระหรือมีพยานหลักฐานพอที่จะสอบสวน จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามประกาศ ก.ต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น

กรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย พ.ศ. 2544 ข้อ 3 ว่า โจทก์เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อท.84/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ย่อมมีเหตุให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ความ หากจะให้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ในศาลที่ดำรงตำแหน่งต่อไปจะเป็นการเสียหายต่อราชการศาลยุติธรรม

จำเลยจึงมีอำนาจโดยชอบที่จะออกคำสั่งย้ายโจทก์ไปช่วยทำงานชั่วคราวในศาลอื่นได้ โดยไม่จำต้องพิจารณาผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หรือการลงมติของ ก.ต. ตามที่โจทก์กล่าวอ้างแต่อย่างใด

โดยเฉพาะเมื่อจำเลยมีคำสั่งแล้ว ได้นำเรื่องเข้าขอความเห็นชอบจาก ก.ต. ในการประชุมวันเดียวกันนั้น ก.ต. ให้ความเห็นชอบกรณีจำเลยมีคำสั่งดังกล่าว เช่นนี้ย่อมมิใช่เป็นการจำเลยใช้อำนาจโยกย้ายโจทก์ตามอำเภอใจเพื่อให้โจทก์เกิดความเสียหาย

อัปเดต อาการล่าสุด “ไฮโซลูกนัท” พบก้อนเลือดในตา ต้องผ่าตัดด่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478713

อัปเดต อาการล่าสุด “ไฮโซลูกนัท” พบก้อนเลือดในตา ต้องผ่าตัดด่วน 

13 สิงหาคม 2564 – 20:03 น.

รายงานล่าสุด ความคืบหน้าของอาการ นายธนัตถ์ หรือ “ไฮโซลูกนัท” ที่ถูกยิง ขณะร่วมชุมนุมกับกลุ่มทะลุฟ้า ม็อบ13สิงหา ที่ สามเหลี่ยมดินแดง ล่าสุดแพทย์เตรียมผ่าตัด

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 13 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ รายงานว่า ภายหลังเหตุการณ์  นายธนัตถ์ หรือ “ไฮโซลูกนัท” ธนากิจอำนวย ถูกยิงเข้าที่บริเวณดวงตา ขณะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มทะลุฟ้า ม็อบ13สิงหา ที่ สามเหลี่ยมดินแดง โดยยังไม่ทราบว่าถูกระสุนชนิดใด ซึ่งเบื้องต้นมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก เพื่อนผู้ร่วมชุมนุมช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล 

อัปเดต อาการล่าสุด "ไฮโซลูกนัท" พบก้อนเลือดในตา ต้องผ่าตัดด่วน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด เฟซบุ๊กของ Nat Thanakitamnuay เฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายธนัตถ์ หรือ “ไฮโซลูกนัท” ได้มีการโฟสต์อาการล่าสุดของ นายธนัตถ์ หรือ “ไฮโซลูกนัท” ว่า 

ขออนุญาตอัพเดทความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของพี่ลูกนัทนะคะ
ขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นห่วงพี่ลูกนัทค่ะ
อาการเบื้องต้นตอนนี้ ลูกโลหะแก๊สน้ำตาถูกยิงเข้ามาที่เบ้าคิ้วพี่นัท ทำให้เกิดบาดแผลรูปครึ่งวงกลมที่เบ้าคิ้ว ซึ่งทีมแพทย์ค่อนข้างกังวลว่าการบาดเจ็บนั้นอาจก่อความเสียหายให้แก่ดวงตาของพี่นัท
เนื่องจากทีมแพทย์ได้เปิดบาดแผล เพื่อพยายามตรวจดวงตาเบื้องต้นแล้ว แต่พบก้อนเลือดกีดขวางอยู่เยอะมาก ทำให้ต้องรมยาสลบพี่นัท และนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อตรวจเช็คความเสียหายอาจที่เกิดขึ้นกับดวงตาค่ะ
พี่นัทฝากแจ้งทุก ๆ คนว่า “ขอให้มวลชนของเรายึดมั่นในการต่อสู้แบบสันติของเราดังเดิม” นะคะ
และ “ไม่ต้องห่วงทางนี้ ผมโอเคมาก ๆ และยังจะสู้ต่อไป เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ!”

อัปเดต อาการล่าสุด "ไฮโซลูกนัท" พบก้อนเลือดในตา ต้องผ่าตัดด่วน 
อัปเดต อาการล่าสุด "ไฮโซลูกนัท" พบก้อนเลือดในตา ต้องผ่าตัดด่วน 

ขณะที่บรรยากาศการเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำวจควบคุมฝูงชนที่สามเหลี่ยมดินแดง ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับยุทธวิธีในการสกัดผู้ชุมนุม โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่เป็นชุดย่อยขึ้นรถยนต์ตำรวจ ออกตระเวนกระชับพื้นที่ เหมือนครั้งก่อนที่ใช้ดำเนินการ